Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
มนุษย์เราอยู่ที่ไหนในเอกภพ?

มนุษย์เราอยู่ที่ไหนในเอกภพ?

13/05/2017
Movement
AUTHOR: อาจวรงค์ จันทมาศ
SHARE:

 ในมุมมองของบรรพบุรุษมนุษย์ เผ่าพันธุ์ของเรามีสภาพคล้ายทารกที่ถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้บนโลกอันกว้างใหญ่ไพศาล
เต็มไปด้วยความลึกลับ โหดร้าย และสวยงามไปพร้อมๆ กัน

 อย่างไรก็ตาม ‘พวกเรา’ ซึ่งเป็นมนุษย์ในปี 2017 นั้นคงรู้สึกอุ่นใจอยู่ลึกๆ ในตำแหน่งแห่งที่ของพวกเรามากกว่าเพื่อนสมัยก่อนอย่างมหาศาล
เนื่องจากความรู้หลายอย่างที่ทุกวันนี้เรารู้กันเป็นเรื่องปกติ เกิดจากการสะสมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นอย่างยากเย็นโดยบรรพบุรุษของเรา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรู้ที่ช่วยบอกว่ามนุษย์เราอยู่ที่ไหนกันแน่?

 ลองจินตนาการว่าคุณเกิดมาบนโลกเมื่อ 5,000 ปีก่อนสิครับ

 สมัยนั้นมนุษย์ในหลายวัฒนธรรมเชื่อว่าโลกเป็นแผ่นดินแบนๆ ที่หากเดินทางไปจนสุดแล้วอาจตกขอบได้
นอกจากนี้บนท้องฟ้ายังเต็มไปด้วยเทพเจ้าที่เปล่งประกายและโคจรไปมาในแต่ละวันคืน

 บรรพบุรุษของเราสังเกตว่ากลุ่มดาวต่างๆ บนท้องฟ้าแม้จะเปลี่ยนตำแหน่งไปในแต่ละคืน
แต่พวกมันไม่เคยแตกกลุ่มเลย กล่าวคือ
กลุ่มดาวเหล่านั้นมีรูปร่างอย่างไรก็ยังคงมีรูปร่างอย่างนั้นตลอดช่วงชีวิตของคนคนหนึ่ง แต่ยังมีดาวอีกประเภทที่เคลื่อนที่ไปบนกลุ่มดาวเหล่านั้นอีกที หากรอเวลาผ่านไปราวสัปดาห์ เราจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ไม่ยากเย็น
ชาวกรีกโรมันโบราณเรียกดาวเหล่านั้นว่าผู้พเนจร หรือ Planet ซึ่งในภาษาไทย เราเรียกดาวเหล่านั้นว่าดาวเคราะห์

 ในสมัยกรีกโบราณ ดาวเคราะห์ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่ามีทั้งหมด 7 ดวง ได้แก่ ดวงจันทร์ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดวงอาทิตย์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ ซึ่งทั้งหมดตรงกับวันในหนึ่งสัปดาห์นั่นเอง

 ส่วนโลกของเราเป็นสถานที่พิเศษที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับมนุษย์โดยเฉพาะ
ส่วนดาวเคราะห์จะโคจรไปรอบๆ และที่ห่างไกลออกไปอย่างยิ่งคือดาวฤกษ์ที่เรียงรายเป็นกลุ่มดาวครอบอยู่อีกที

 แนวคิดนี้แม้จะดูน่าเชื่อถือ แต่ก็มีปัญหาสำคัญอยู่นั่นคือ
หากโลกอยู่ตรงกลางโดยมีทุกอย่างโคจรไปรอบๆ
วงโคจรของดาวเคราะห์จะซับซ้อนจนน่าปวดหัว และชวนให้รู้สึกสงสัยว่าเหตุใดวัตถุบนสรวงสวรรค์จึงเต็มไปด้วยความซับซ้อนเช่นนั้น
นอกจากนี้ เส้นทางการโคจรของดาวเคราะห์ยังไม่ได้ยึดตามกฎเกณฑ์แบบเดียวกันทั้งหมดด้วย

 ในปี 1543 หนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนโดย นิโคลัส
โคเปอร์นิคัส (Nicolaus Copernicus)
พระชาวโปแลนด์เปิดเผยให้มนุษย์เราได้เห็นตำแหน่งที่ถูกต้องของโลกเราเป็นครั้งแรก แนวคิดหลักในหนังสือเล่มนั้นเรียบง่ายจนเราสรุปออกมาได้เป็นประโยคสั้นๆ ว่า ‘โลกมิใช่ศูนย์กลางการโคจรอย่างที่เชื่อถือกัน
แต่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางการโคจร’

 แนวคิดนี้สะเทือนความเชื่อและมุมมองที่มนุษย์มีต่อเอกภพอย่างรุนแรงใน 2 แง่ อย่างแรกคือ
มันทำให้วงโคจรของดาวเคราะห์กลายเป็นวงกลมรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งเรียบง่ายขึ้นมาก

 และอย่างที่สองคือ โลกใบนี้ของเรากลายเป็นดาวเคราะห์ ไม่ต่างจากดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ

 การเปลี่ยนแปลงสถานะของโลกนั้นเท่ากับการถอนรากถอนโคนกระบวนทัศน์ที่ว่า
โลกใบนี้มีความพิเศษ ซึ่งแนวคิดนี้ผูกติดกับแนวคิดเรื่องผู้สร้างอย่างแยกจากกันไม่ออก

 ความคิดของโคเปอร์นิคัสจึงนับเป็นความคิดที่ก้าวพ้นสิ่งที่ฝังแน่นอยู่ในใจของคนยุคนั้นอย่างยิ่ง

 แน่นอนว่าแนวคิดนี้ส่งผลต่อนักสังเกตการณ์ท้องฟ้าคนต่อๆ มาจนมีความคิดใหม่ๆ ต่อยอดขึ้นมามากมาย
ซึ่งในสมัยต่อมา ตำแหน่งของมนุษย์เราในเอกภพนั้นยิ่งได้รับการตอกย้ำให้ชัดเจนยิ่งขึ้นโดยเซอร์ไอแซค นิวตัน (Isaac Newton) นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะผู้กลายเป็นตำนานมาจนถึงทุกวันนี้

 ส่วนนิวตันค้นพบตำแหน่งใดในเอกภพให้มนุษย์เรานั้น คงต้องมาฟังกันต่อในครั้งหน้า

 

Tags:ปรมัตถ์ puzzleมนุษย์เอกภพจักรวาลระบบสุริยะโลก
Share :
Author
อาจวรงค์ จันทมาศ
Photographer
-
‘Anthropause’ เมื่อโลกมนุษย์กดปุ่ม pause ธรรมชาติจึงได้กด play
In Other Words‘Anthropause’ เมื่อโลกมนุษย์กดปุ่ม pause ธรรมชาติจึงได้กด playนักเขียน : Sy Chonato
ก่อนหน้านี้ทะเลเป็นสีแดง? เรื่องเล่าของ ‘สีฟ้า’ สีที่มีชื่อเรียกช้าแต่มีค่ากว่าทองคำ
Past Forwardก่อนหน้านี้ทะเลเป็นสีแดง? เรื่องเล่าของ ‘สีฟ้า’ สีที่มีชื่อเรียกช้าแต่มีค่ากว่าทองคำนักเขียน : มนสิชา รุ่งชวาลนนท์
Skin hunger เพราะเป็นมนุษย์เราจึงโหยหาการถูกสัมผัสร่างกาย
In Other WordsSkin hunger เพราะเป็นมนุษย์เราจึงโหยหาการถูกสัมผัสร่างกายนักเขียน : Sy Chonato