ในปีนี้ วง POTATO กำลังจะก้าวเข้าสู่ขวบปีที่ 20
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตลอดเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา บทเพลงของ POTATO ได้ทำหน้าที่เป็นดั่งเพื่อนที่อยู่เคียงข้างและเติบโตมาพร้อมกับผู้ฟังอย่างพวกเราหลายๆ คน ทั้งในวันที่ต้องรวบรวมความกล้าไปสารภาพรักครั้งแรก ในวันที่อยากโยกหัวร้องเพลงเสียงดังในร้านเหล้า หรือในยามอกหัก เพลงของพวกเขาก็เป็นเหมือนเพื่อนตบบ่าคอยปลอบโยน (หรือไม่ก็คอยซ้ำเติมให้เจ็บจี๊ดขึ้นไปอีก)
และในปีที่ 20 นี้ POTATO ก็ขอกลับมาทวงตำแหน่งเพื่อนยอดเยี่ยมอีกครั้ง ด้วยอัลบั้มล่าสุดชุดที่ 8
‘Friends’ ที่แน่นอนว่าไม่ใช่การกลับมาแบบธรรมดาเหมือนอย่างเคย เพราะนอกจากเพลงเพราะติดหูที่สื่อมาถึงใจพวกเราได้ไม่ยากแล้ว พวกเขายังขนเพื่อนๆ ในวงการสร้างสรรค์มาร่วมกันสร้างซีน จากเพลง คนตัวเล็กซิงเกิลแรกของอัลบั้ม เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับแฟนเพลงที่อยู่เคียงข้าง POTATO มาอย่างยาวนานด้วย


“การกลับมาคราวนี้ของเราเป็นไปตามชื่ออัลบั้มเลย คือการร่วมงานกับเพื่อนๆ ซึ่งเรามองว่าการทำงานกับคนในสายงานอื่นๆ ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจเหมือนกันนะ ยิ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 ด้วยแล้ว ยิ่งถือเป็นวาระสำคัญเลย
“POTATO เองก็อยากจะอยู่เป็นเพื่อนคนฟังต่อไปเรื่อยๆ อยากเล่นดนตรีไปอีกยาวๆ คราวนี้แค่ปล่อยเพลงใหม่อย่างเดียวเลยไม่พอ เราคิดว่าต้องมองหาสิ่งใหม่ๆ เพิ่มเติมด้วย เพื่อให้งานของเรามีความสร้างสรรค์อยู่เสมอ” ขจรศักดิ์ ศิริรัตนพิทยากุล label director of genie recordsหนึ่งในผู้ริเริ่มโปรเจกต์เล่าถึงความตั้งใจแรก
เมื่อตั้งใจอยากให้การกลับมาครั้งนี้สดใหม่ ขจรศักดิ์และทีมจึงส่งต่อไอเดียนี้ไปยังเพื่อนๆ กลุ่มแรก นั่นคือ a day เพื่อให้พวกเขาช่วยกันนำบทเพลง คนตัวเล็ก ออกมาตีความเป็นสื่อที่มีความแปลกใหม่ สอดแทรกประสบการณ์การฟังเพลงที่ไม่มีทางหาได้จากการสตรีมมิง


“a day ได้รับโจทย์จากทางค่าย ginie records มาว่าอัลบั้มครบรอบ 20 ปีของ POTATO อยากทำอะไรที่พิเศษกว่าการปล่อยเพลงเฉยๆ ด้วยความที่ a day ถนัดทำคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบอยู่แล้ว” จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์ บรรณาธิการบริหาร a day ย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นโปรเจกต์
“ตอนแรกทางค่ายเห็นว่า a day เพิ่งทำฉบับรวมเรื่องสั้นชื่อ สถาน ณ กาล ไม่ปกติ เลยอยากให้พวกเราโปรโมตซิงเกิลใหม่ในรูปแบบที่ POTATO ไม่เคยทำมาก่อน นั่นคือการโปรโมตเพลงผ่านเรื่องแต่งไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ติดตาม a day
“เมื่อหนึ่งในโจทย์สำคัญคืออยากสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ เราจึงอยากใช้เครื่องมือที่ร่วมสมัยและน่าสนใจกว่าการเล่าด้วยท่วงท่าปกติอย่างหนังสือเล่ม ซึ่งสิ่งที่พวกเรานึกถึงคือ zine หรือจะเรียกให้เข้าใจง่ายก็คือหนังสือทำมือ เพราะช่วงไม่กี่ปีหลังเราเห็นว่างานที่เกี่ยวกับซีนโดยตรงอย่างเช่น Bangkok Art Book Fair ก็ได้รับผลตอบรับอย่างดีจากคนรุ่นใหม่ เราเห็นความเป็นไปได้มากมายในการเล่าเรื่องผ่านเครื่องมือนี้นอกจากการเล่าผ่านแค่ตัวอักษร”

หลังจากมีธงในการสร้างซีนที่แข็งแรงมากพอ ทีมงาน a day ก็เริ่มมองหานักเขียนที่ทีมเชื่อในฝีไม้ลายมือ และรู้ว่าสามารถผสมผสานสไตล์การเขียนของตนเองให้เข้ากับภาพรวมของซีนได้ ซึ่งนักเขียนทั้ง 5 คนที่เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ตัวสำคัญ ช่วยให้ซีนเล่มนี้ลงตัวได้ดั่งที่ตั้งใจ ประกอบไปด้วย จักรพันธุ์ ขวัญมงคล, จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท, ธนชาติ ศิริภัทราชัย, วิรชา ดาวฉาย และ Sy Chonato
โดยโจทย์ที่นักเขียนทั้ง 5 คนจะได้รับเหมือนๆ กันคือการไปฟังเพลง คนตัวเล็ก แล้วนำเนื้อหาในเพลงออกมาตีความอย่างอิสระ จนออกมาเป็น 5 เรื่องสั้น ที่มีรูปแบบการเล่าเรื่องและรูปเล่มที่หลากหลาย ไม่จำกัดกระบวนท่าในการเล่า เพื่อให้แต่ละคนได้ใช้ศักยภาพของความเป็นกระดาษได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องยึดติดกับความเป็นรูปเล่มแบบเดิมๆ

วัชรพงศ์ แหล่งหล้า บรรณาธิการศิลปกรรมของ a day ผู้เป็นคนออกแบบรูปแบบของ zine บอกว่า “เราไม่ได้ตีความอะไรจากเพลงมากเป็นพิเศษ แต่อย่างที่ว่าไว้ว่าพวกเรามีสิ่งที่คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วคือ อยากให้ซีนเล่มนี้มีวิธีการเล่าที่หลากหลาย แม้จะเป็นบุ๊กเล็ตเหมือนกัน แต่เลย์เอาต์และการจัดวางของบุ๊กเล็ตแต่ละเล่มต้องไม่เหมือนกัน ซึ่งเราว่านี่แหละคือความพิเศษของซีน”
หลังจากนั้นเนื้อหาทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปให้เพื่อนคนสำคัญอีกหนึ่งคนอย่าง ธนวัต ศักดาวิษรักษ์ หรือนักวาดภาพประกอบเอกลักษณ์ชัด ที่เราคุ้นเคยกันในนาม Bloody Hell Big Head ช่วยตีความเรื่องราวเหล่านั้นออกมาเป็นภาพอีกที

“ส่วนที่เราทำจะมีปกและภาพประกอบด้านใน ส่วนของปกเราตีความจากความรู้สึกตัวเองหลังจากฟังเพลงนี้ เราเรียกภาพนี้ว่า ‘Lost in Ocean of Star’ คือเป็นซีนของเมืองแห่งหนึ่งที่ผู้คนต่างออกมาเดินตามหาสิ่งที่ตัวเองทำหายไป เราเลือกใช้เมืองที่มีลักษณะบิดไปบิดมา เพื่อสื่อถึงความไม่ราบรื่น การหลงทาง การหาทางออกไม่ได้ ซึ่งจะเห็นว่ามีบางคนที่นั่งเหม่อ นั่งพัก และกำลังถามตัวเองว่าสิ่งที่พวกเขากำลังตามหาอยู่คืออะไรกันแน่

“ภาพประกอบของแต่ละเรื่อง เราเริ่มตีความจากเนื้อหาก่อน คือเลือกช่วงเวลาที่เราอยากวาดขึ้นมา โดยเราจะไม่สปอยล์เนื้อหาที่อยู่ถัดไปเลย ภาพประกอบของเราจะทำหน้าที่เป็นเพียงการจับประเด็นเรื่องราวเบื้องต้นที่ผู้อ่านกำลังอ่านอยู่เท่านั้น แต่ความสนุกที่แท้จริงของซีนเล่มนี้ เราเชื่อว่ายังไงก็ต้องมาจากการอ่านเนื้อหาทั้งหมดของเล่มอยู่ดี”
ผลที่ออกมาคือซีนเซตที่ชื่อเดียวกับซิงเกิลที่บรรจุซีนหลากท่าเล่าสุดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นโปสเตอร์ที่อ่านได้ฉีกได้, บุ๊กเล็ตพกพาสะดวก, เกมบันไดงูที่เล่นได้จริงแถมเล่าเรื่องไปด้วย หรือเรื่องเล่าผ่านจดหมายพร้อมซองและโปสต์การ์ด รวมถึงซีดีซิงเกิลไว้ให้เปิดฟังเคล้าคลอไปกับการอ่านซีนแต่ละชุด
บทเพลงของคนตัวเล็ก / จักรพันธุ์ ขวัญมงคล
โปสเตอร์

“เราสื่อสารเรื่องคนตัวเล็กๆ ที่ทำในหน้าที่ของตัวเองอย่างซื่อสัตย์และเต็มที่กับมันมามากพอแล้ว ตอนแรกเลยหนักใจเหมือนกัน เพราะเราไม่ได้อยากเล่าแค่เรื่องคนตัวเล็กที่ทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อเพียงมิติเดียว เราอยากตั้งคำถามต่ออีกว่าแล้วมีอะไรอีกไหมที่ทำให้คนเหล่านั้นยังเป็นคนเล็กๆ ได้อีก อยากชวนคิดเรื่องประมาณนี้ ซึ่งมันก็ทะยานไปจากตัวเพลงมากพอสมควร คงต้องกราบขออภัยวง Potato และผู้แต่งเพลงมา ณ ที่นี้ด้วย
“แรงบันดาลใจจริงๆ ของเราไม่ได้มาจากเพลงโดยตรง แต่มาจากการที่วันหนึ่งเราไปนิทรรศศการศิลปะที่มีพี่บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ อดีตบรรณาธิการนิตยสารวิภาษาเป็น curator นิทรรศการนั้นว่าด้วยผลกระทบจากการรัฐประหาร และประเด็นเสรีภาพต่างๆ เราไปสะดุดตากับภาพภาพหนึ่งซึ่งมีบางอย่างกระทบใจเรามาก ดูแล้วชวนให้สงสัยไปหมด จนทนไม่ไหวต้องเดินไปถามพี่วิโรจน์ว่าภาพนี้มีที่มายังไง พี่วิโรจน์จึงเล่าที่มาของภาพ เมื่อฟังจบ เรานิ่งไปหลายวินาที และตัดสินใจบอกแกว่า “ผมขอเอาเรื่องที่พี่เล่าไปเขียนนะ” แม้ว่าตอนนั้นจะยังไม่รู้จะเขียนที่ไหน เขียนไปทำไมก็ตาม ไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะเขียนได้หรือไม่ด้วยซ้ำ พี่วิโรจน์ยิ้มแทนคำตอบ ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไรเหมือนกัน”
อย่างที่มันเคยเป็นในตอนที่ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น / จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท
บุ๊กเล็ต

“ตอนที่ได้อ่านเนื้อเพลง จินตนาการไม่ออกเลยว่าทำนองจะเป็นแบบไหนค่ะ ตอนแรกนึกว่า POTATO จะทำเพลงช้าสบายๆ แต่พอได้ฟังทำนองจริงแล้วรู้สึกว้าวมาก เพลงนี้มันไม่ใช่เพลงของเด็กวัย 18 แน่ๆ มันเป็นเพลงของคนที่ผ่านชีวิตมาในระดับหนึ่ง หรืออาจถึงขั้นประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองมาผิดทางหรือเปล่า รู้สึกได้ถึงความเศร้าลึกๆ ในนั้น
“เรื่องนี้จะเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบทำอาหาร จนกระทั่งกลายเป็นเจ้าของช่องยูทูบทำอาหาร แต่แล้วความสำเร็จกลับนำเธอไปไกลมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเธอกลายเป็นคนหลงทาง เราคิดว่าบางครั้งชีวิตก็เป็นแบบนั้น คือเมื่อเราเติบโต ทำงานมาเรื่อยๆ เราก็มักจะอยากคว้าทุกโอกาสที่เข้ามา จนบางทีก็พบว่า ‘นี่ฉันกำลังทำสิ่งที่ตัวฉันในตอนเด็กๆ ไม่เคยคิดจะทำเลยนะ มันไม่ใช่ความฝันของฉันเลย’
“บางครั้งสิ่งที่ไม่ใช่ความฝันแต่เกิดขึ้นจริงก็เป็นประสบการณ์แสนดีของชีวิต แต่ในบางคราวมันคือการหลงทางที่น่ากลัวอย่างที่สุด เนื้อเรื่องจะทาบไปกับท่อนที่บอกว่า “ฉันเคยคิดว่าฉันต้องฝัน ต้องทำตามใคร จนทำตัวเองให้หล่นหาย” จนกระทั่งมาจบลงตรงที่ตัวเอกได้รู้ว่า “แค่พอดีข้างในหัวใจ ไม่ต้องฝืนไม่ต้องตามใคร” คือสิ่งที่เหมาะกับตัวเองที่สุดค่ะ”
คนตัวเล็ก / ธนชาติ ศิริภัทราชัย
บุ๊กเล็ต

“เรารู้สึกว่าในเนื้อเพลงมันน่ารักและลงตัวดีอยู่แล้ว แต่เราอยากบิดให้มันไปไกลมากกว่าเนื้อเพลงที่เป็นเรื่องของความสุข เลยใช้แค่คำว่าคนตัวเล็ก มานึกต่อว่าจากคำนี้จะเป็นอะไรได้บ้าง ซึ่งมันมายากตอนที่เราเริ่มคิดกวนตีน พยายามจะบิดเรื่องนี่แหละ ถ้าเขียนตามเนื้อเพลงคงเสร็จไปนานแล้ว จนมานึกถึงเรื่องราวของคนที่มันชอบทำตัวใหญ่ ชอบถามคนอื่นว่า “รู้มั้ยกูเป็นใคร รู้มั้ยพ่อของกูเป็นใคร” เพราะจริงๆ ยิ่งเราโต เราก็จะยิ่งรู้สึกว่าเราตัวเล็กมากในสังคมนี้ เราเป็นแค่ฟันเฟืองหนึ่งเท่านั้นเอง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้ไม่มีความหมายอะไรในสังคมนะ
“เรื่องสั้นของเรามาจากคนที่ชอบทำตัวเก๋าๆ ในผับ ที่เดินเข้าไปแล้วจะแบบ “มึงรู้หรือเปล่าว่าพ่อกูเป็นใคร มึงรู้หรือเปล่ากูเป็นใคร” แล้วปรากฏว่าคนที่มีปัญหากับมันเสือกรู้ว่ามันเป็นใคร เป็นคนที่ห่วยแตกแค่ไหน กลายเป็นว่าการที่ไอ้คนนี้มันเดินไปในผับแล้วทำตัวแบบนั้นคือการบำบัดตัวมันเองเท่านั้น ไม่ได้จะโชว์เก๋าอะไรได้หรอก สถานการณ์ในผับเราก็เอามาจากช่วงที่เราโตมามันชอบมีปัญหาคนเหยียบตีนกันในผับหรือมีปัญหากับคนตรวจบัตรหน้าผับ แค่รู้สึกว่าพอมีปัญหาในผับทำไมต้องถามคำถามพวกนี้ คือใครจะไปรู้มึงวะ มึงถามทำไมวะ”
คนตัวเล็ก / วิรชา ดาวฉาย
เกมบันไดงู

“เราเชื่อว่าคนจะใหญ่จะเล็กขึ้นอยู่กับขนาดของความฝัน และปริมาณของความพยายาม ที่เราตัวเล็กก็เพราะเราไปเทียบกับขนาดของความสำเร็จที่มันใหญ่ แต่หากเราพอใจในสิ่งนั้น จริงๆ แล้วเราจะเป็นคนตัวเล็กหรือใหญ่ก็ไม่สำคัญหรอก
“เราเลือกเอาท่อนหนึ่งในเพลงมาออกแบบเป็นการเดินทาง สิ่งที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่ตอนเริ่มต้นหรือทำสำเร็จ แต่มันคือกระบวนการทั้งหมด เพลงนี้ทำให้เราได้คิดว่าเราควรมีความสุขกับทุกๆ ก้าว และความจริงมันยังมีเพื่อนอีกตั้งหลายคนที่เดินตามความฝันอยู่กับเรา แต่เราก็ไม่ควรฝืนไปตามใคร เดินก้าวใครก้าวมัน ไม่ว่าจะตกช่องดีหรือร้ายในเกมกระดานนี้ โชคชะตาจะทำให้คุณต้องทอยเต๋าออกมาเป็นยังไง จงมีความสุขในทุกๆ ช่อง เหมือนตอนที่เรากำลังเล่นเกม”
Coconut in the Cassette / Sy Chonato
จดหมายและโปสต์การ์ด

“ตอนเราอ่านเนื้อเพลง เราคิดว่าเพลงนี้เหมือนเพลงให้กำลังใจ ให้ความหวัง แต่เราอยากลองหยิบมุมของการเป็นมนุษย์ที่เป็นปัจเจกออกมา เลยคิดพล็อตมาสองสามเรื่อง แต่ช่วงนั้นเราไปทะเลมาพอดี แล้วเห็นลูกมะพร้าวลอยน้ำดูสบายใจ ล่องลอยไร้ทิศทาง จนคิดว่ามันคงสามารถข้ามมหาสมุทรไปเกิดในดินแดนใหม่ได้เลยนะ เลยนึกไปถึงชีวิตหลังความตายที่เราอยากเป็นตัวเอง สบายใจในร่างกายของตัวเองจริงๆ
“เรื่องของเราเลยแรนด้อมมาก เป็นเรื่องของมนุษย์น้องสาวคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป กับผีชายร่างหนึ่งที่ไม่ได้ทำอะไรหวือหวาน่ากลัวเลย ออกกำลังกาย โยคะ ใช้ชีวิตเรียบง่ายไปวันๆ ช่วงนั้นเราฟังเดอะโกสต์เยอะด้วย จนเรารู้สึกว่าคนที่เล่าเรื่องผีทุกคนแค่อยากรู้ว่าผีเป็นใคร ตายยังไง แต่ไม่มีใครสนใจเรื่องที่อยู่ในใจของพวกเขาเลย ผีอาจจะแค่อยากใช่ชีวิตไปเรื่อยๆ ก็ได้ อยากฟังเพลงบอดี้สแลม เพลง POTATO ใช้ชีวิตเหมือนเราแหละ พวกเขาไม่ได้ต้องการทำลายบรรยากาศคนที่มีชีวิตอยู่เสียหน่อย แค่โลกมันซ้อนทับกันไปเฉยๆ”
คนตัวเล็ก Special Zine Set
ซีดีซิงเกิลคนตัวเล็ก ของวง Potato พร้อมเซตซีนบรรจุ 5 เรื่องเล่าหลากหลายลีลาว่าด้วยชีวิตคนตัวเล็กที่ตีความจากเพลง คนตัวเล็ก ของวง Potato ที่จะชวนให้ทุกคนนึกถึงเรื่องราวทั้งชีวิตของตัวเองในโลกที่เราต่างเป็นคนตัวเล็กคนหนึ่ง โดย 5 นักเขียนไทยร่วมสมัยราคาเซตละ 599 บาท สามารถสั่งซื้อได้ที่เพจ GMM Music Store และ Shopee





