Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
จากป่าแอมะซอนสู่ศิลปะร่วมสมัยและแผ่ใบไปทุกบ้าน : ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของฟิโลเดนดรอน

จากป่าแอมะซอนสู่ศิลปะร่วมสมัยและแผ่ใบไปทุกบ้าน : ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของฟิโลเดนดรอน

05/06/2020
Romanticism
AUTHOR: วณัฐย์ พุฒนาค
SHARE:

 ไทรใบสัก ยางอินเดียดำ ฟิโลเดนดรอน สามชื่อมหัศจรรย์และตามมาด้วยอีกสารพัดชื่อที่ล่องลอยอยู่ในไอจี ลอยเท้งเต้งไปจนถึงตลาดค้าต้นไม้วันพุธ เลยมาจนถึงตลาดต้นไม้แถวเลียบด่วน

 จริงอยู่ว่ามนุษย์เราเลี้ยงต้นไม้ในร่มมาตั้งแต่บรรพกาล เรามีสวนลอยแห่งบาบิโลน มีความพยายามปลูกพืชบางชนิดในเรือนกระจก แต่ว่าการที่เราจะจินตนาการถึงการมีต้นไม้สีเขียวตัดกับสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ภาพของต้นไม้หนึ่งต้น ใบไม้ที่ทรงสวยตัดกับกำแพงสีขาวสะอาด พืชสีเขียวๆ ที่เคยอยู่ในป่าดงดิบกลับมาสถิตอยู่บนโต๊ะเก้าอี้ทรงโมเดิร์นผลงานแบบ Bauhaus ได้อย่างลงตัว มันก็ต้องมีจุดเชื่อมต่อบางอย่างที่ดึงและลดทอนร่มไม้ใบหนาจากป่าดิบชื้นเข้ามาสู่ชายคาบ้าน

 ฟิโลเดนดรอน คือ 1 ใน 3 ไม้อัศจรรย์ข้างต้น เป็นต้นไม้ที่แค่ชื่อก็รู้สึกถึงเรื่องราวบางอย่างแล้ว แต่ฟิโลเดนดรอน–ไม้แห่งความรักในร่มไม้นี้ เป็นหนึ่งในไม้สำคัญที่มีภูมิลำเนาอยู่ในอเมริกาใต้ จากความงดงามอันแปลกประหลาดของใบและรูปทรง

 มนุษย์เรารักและเห็นความงามของต้นและใบไม้มาอย่างเนิ่นนาน พืชเช่นฟิโลเดนดรอนเองก็มีประวัติศาสตร์และการเดินทางอันยาวนาน พวกมันเป็นส่วนของวิถีชีวิตชนเผ่าของชาวแอมะซอน ฟิโลเดนดรอนเริ่มเดินทางออกจากป่าสู่เมืองก็ในช่วงศตวรรษที่ 19 นักพฤกษศาสตร์ได้จำแนกฟิโลเดนดรอนไว้มากถึง 900 สายพันธุ์ และนำพวกมันเดินทางออกจากป่าในบราซิลไปสู่สวนพฤกษศาสตร์ในสเปน

 หลังจากนั้นไม้ใบยักษ์นี้ก็ค่อยๆ คืบคลานเข้าสู่โลกของศิลปะร่วมสมัย จากสวนพฤกษศาสตร์เริ่มแผ่ใบเข้าไปสู่ชายคาบ้าน ในช่วงนี้เองที่โลกศิลปะเริ่มเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ เราให้ความสำคัญกับความเรียบง่าย ธรรมชาติ กระทั่งความสนใจในพืชต่างถิ่น เจ้าต้นไม้ฟอร์มสวย เทกซ์เจอร์ดีเหล่านี้จึงกลายเป็นความงามที่ค่อยๆ ย้ายตัวเองเข้าสู่ผืนผ้าใบ จากภาพวาดของ Matisse สู่ภาพถ่ายแฟชั่นของ Karl Lagerfeld และค่อยๆ กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของงานสถาปัตยกรรมภายในร่วมสมัย จากยุโรปสู่ศิลปะแบบอเมริกันที่เราคุ้นเคยจากหน้านิตยสารและสไตล์การแต่งบ้านแบบมาตรฐาน

 ฟิโลเดนดรอนที่เราเอามาตั้งและนั่งยิ้มอยู่ในห้องนั่งเล่น บนโต๊ะทำงาน จึงเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของเรา จากการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ การเกิดขึ้นของชีววิทยา การจำแนกสายพันธุ์พืช ความหลงใหลในโลกตะวันออก การล่าอาณานิคม เรื่อยมาจนถึงการปฏิวัติวงการออกแบบและการเกิดขึ้นของศิลปะร่วมสมัยอื่นๆ ที่รายล้อมเราอยู่ทุกวันนี้ เส้นทางของฟิโลเดนดรอนน่าหลงใหลจนกระทั่งกลายเป็นนิทรรศการพิเศษที่พิพิธภัณฑ์ The Wolfsonian–FIU

 

ไม้ใบหนาในป่าปูน ความรักในร่มไม้ที่แผ่ใบสู่เมืองใหญ่

 ลองนึกภาพงานสถาปัตยกรรมโบราณ เราเห็นภาพของความวิจิตรบรรจง เห็นการประดับประดาจำนวนมหาศาล แถมในยุคนั้นความเข้าใจเรื่องพืชพรรณก็มีน้อย ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้ท้องถิ่น ทั้งยุโรปและเอเชียก็อาจมีการเลี้ยงไม้กระถางบ้าง แต่ไม้ในร่มบางส่วนปลูกไว้เพื่อต้องการผลผลิตตลอดปี ตอนนั้นจะเอาไม้กระถางไปตั้งเป็นประธาน ไปประกอบตกแต่ง ก็ดูจะสู้ผนังหลังคาหรือภาพเขียนวิจิตรตระการตาไม่ไหว ไม้กระถางอย่างที่เราคุ้นๆ ดูจะเข้ากับศิลปะและงานออกแบบสมัยใหม่ที่เน้นความน้อยแต่มาก เป็นการนำเอาธรรมชาติกลับเข้าไปสู่เมือง สู่ตึกอาคารที่เรียบง่ายแต่ก็แห้งแล้ง

 รากศัพท์ของฟิโลเดนดรอนคือ ความรัก (philo) และไม้ใหญ่ (dendron–tree) ที่ได้ชื่อนี้ก็เพราะต้นของมันเป็นไม้ที่เกาะกอดอยู่กับต้นไม้ใหญ่ จริงๆ ชื่อมันก็ฟังดูโรแมนติกและสะท้อนเส้นทางความรักในต้นไม้ของเราได้พอสมควร เจ้าฟิโลเดนดรอนเป็นต้นไม้ที่เติบโตในป่าดิบชื้น แรกเริ่มพบในแถบลาตินอเมริกา เช่น แคริบเบียน โคลอมเบีย และเวเนซุเอลา หลังจากนั้นในช่วงราวศตวรรษที่ 17 ยาวนานมาจนถึงศตวรรษที่ 18 โลกตะวันตกเริ่มเดินทางสำรวจ เก็บรวบรวม จำแนกสายพันธุ์พืช และเริ่มจำแนกฟิโลเดนดรอน จนกระทั่งนำพืชจากป่าดิบเหล่านี้กลับไปเลี้ยงในสวนพฤกษศาสตร์

 จากการเลี้ยงเพื่อการศึกษา ในยุคที่สวนอนุบาลกล้าไม้พบว่าไอ้เจ้าใบเขียวๆ หนาๆ ทรงสวยอย่างประหลาดนี้เลี้ยงง่าย ตายยาก แถมขยายพันธุ์ไวอีกต่างหาก การเพาะและขายต้นไม้นี้จึงเกิดขึ้นพร้อมๆ กับตลาดต้นไม้

 ย้อนไปช่วงปลายศตวรรษที่ 19 หรือราวปี 1885 เป็นต้นมา ที่อังกฤษมีตลาดพรรณไม้ มีธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญพืชพรรณ (horticulture industry) มีแคตาล็อกราคาไม้นำเข้า ราคาเมล็ดเพื่อส่งให้กับสวน และการจัดสวนตามบ้านคหบดีและปราสาทราชวังของผู้มีอันจะกิน ในที่สุดเจ้าไม้ใบนี้ด้วยความที่ทนทาน เลี้ยงไม่ยาก ก็ค่อยๆ แมสและจับต้องได้ จากบ้านเศรษฐีสู่บ้านเรือนทั่วไปในท้ายที่สุด

สวยสมัยใหม่ ความงามของนางไพรในสายตาศิลปินโมเดิร์น

 ความงามขึ้นอยู่กับสายตาผู้มอง จากไม้กอใหญ่ในป่าดิบมายืนรวมหมู่อยู่ในสวนพฤกษศาสตร์ ด้วยกระแสความสนใจทั้งความสนใจในพืชต่างถิ่น ไปจนถึงว่าต้นไม้เหล่านี้ก็มีความสวยงามแปลกประหลาดของมันเอง ฟิโลเดนดรอนมีทรงใบแฉก หนา เป็นมัน มีคุณสมบัติทางภาพที่น่าหลงใหลอย่างประหลาด ดิบ สวย แปลก มีลักษณะที่เป็นนามธรรมสอดคล้องกับการนำเสนอภาพและแนวคิดศิลปะสมัยใหม่

 ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ศิลปินร่วมสมัยจะมองเห็นความงามในรูปทรงนี้ ศิลปินร่วมสมัยสำคัญแห่งศตวรรษที่ 20 ล้วนมีผลงานที่ใช้ฟิโลเดนดรอนประกอบ ทั้ง La Musique ของ Henri Matisse วาดขึ้นในปี 1939 เป็นภาพของผู้หญิงเล่นกีตาร์ ด้านหลังมีใบของฟิโลเดนดรอนทอดตัวลงเป็นฉาก หรือในประติมากรรม La femme au jardin (Woman in the Garden, 1929-1920) ของ Picasso ที่ใช้ใบฟิโลเดนดรอนไร้รูปร่างรายล้อมเรือนร่างของสุภาพสตรีด้วย

 จากงานของทั้งมาทิสส์และปิกัสโซแสดงให้เห็นว่าคนทั่วไปก็เริ่มคุ้นเคยกับไม้กระถางและไม้ในร่ม แถมยังมองเห็นว่าไม้เช่นฟิโลเดนดรอนนั้นมีความงามต้องกับรสนิยมสมัยใหม่ จากภาพเขียนของปรมาจารย์ หลังจากโลกของสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายใน ก็เริ่มมีการใช้ไม้ใบจากป่าดงดิบเหล่านี้เข้ามาเป็นทั้งองค์ประกอบและองค์ประธานของตัวพื้นที่

 

 

จากสถาปัตยกรรมอเมริกันแถวไมอามี สู่มาตรฐานภาพถ่ายในนิตยสาร

 เรื่องสถาปัตยกรรมและความเฉิดฉายของฟิโลเดนดรอนค่อนข้างมีหลายกระแส แน่ล่ะว่ายุโรปกระทั่งเอเชียก็คงจะคุ้นกับไม้ในบ้านกันระดับหนึ่ง เห็นความงามและหลงใหลสีเขียวท่ามกลางคอนกรีต แต่ความเฉิดฉายของฟิโลเดนดรอนจากการเรียบเรียงของ The Wolfsonian–FIU พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยในไมอามีที่จัดนิทรรศการอุทิศให้ฟิโลเดนดรอนในชื่อ Philodendron: From Pan-Latin Exotic to American Modern ทำการสดุดีไม้งามแห่งพงไพรในฐานะหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลของศิลปะร่วมสมัย ชี้ให้เห็นว่าฟิโลเดนดรอนนั้นสัมพันธ์กับกระแสศิลปะและสถาปัตยกรรมร่วมสมัยในชายฝั่งแถบเวสต์โคสต์ ตั้งแต่การตกแต่งภายในของบ้านสมัยใหม่ในแคลิฟอร์เนีย มาจนถึงภาพถ่ายแฟชั่นที่ทั้งคู่กลายเป็นไอคอนสำคัญให้กับโลกของงานออกแบบสมัยใหม่

 

 

 

 ในห้วงเวลาใกล้เคียงกันกระแสศิลปะแบบสมัยใหม่ (modernist movement) พัดพาเข้าสู่โลกของสถาปัตยกรรม ในอเมริกาเองโดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งแถบเวสต์โคสต์ ด้วยภูมิประเทศชายฝั่งและความมั่งคั่งแถบไมอามี แคลิฟอร์เนีย ประกอบกับวงการสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่เริ่มเกิดกระแสสร้างบ้านทำนองวิลลาหรู เป็นบ้านที่ใช้เส้นตรง กระจก วัสดุสมัยใหม่ที่เรียบง่ายและคมคาย เป็นกระแสสำคัญ

 ในยุคนั้นจึงมีบ้านระดับตำนานเกิดขึ้นหลายหลัง ซึ่งในบรรดาความเรียบง่ายของบ้านหรูแบบสมัยใหม่ นักออกแบบใช้ต้นไม้เข้าไปประดับกับตัวสถาปัตยกรรมสมัยใหม่จนกลายเป็นไอคอนของวิลลาริมทะเลแบบอเมริกัน เรามีภาพถ่ายบ้าน Von Sternberg ผลงานการออกแบบของ Richard Neutra ที่ภายในมีการใช้ฟิโลเดนดรอนประดับประกอบกับห้องโล่งๆ เรียบๆ ซึ่งภาพนี้ก็เป็นอีกหนึ่งงานศิลปะภาพถ่ายทางสถาปัตยกรรม ถ่ายโดย Julius Shulman ในปี 1947 เป็นภาพแบบที่จะไปโผล่ในนิตยสารและหนังสือแบบบ้านและสถาปัตยกรรมที่เราคุ้นเคยกันดี

 นอกจากบ้านของริชาร์ดแล้ว ในทำนองเดียวกันภาพงานออกแบบภายในของ Brody House ออกแบบโดยสถาปนิก Quincy Jones ก็ปรากฏการใช้กอฟิโลเดนดรอนขนาดใหญ่เป็นองค์ประธานของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ เจ้าไม้จากป่าดิบเหล่านี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่และเป็นส่วนหนึ่งของศิลปะภาพถ่าย เป็นบ้านและภาพแบบมาตรฐานที่เราจะเห็นในตำราสถาปัตยกรรมร่วมสมัยกันจนชินตา

 

 

 ฟิโลเดนดรอนรวมถึงไม้ใบอื่นๆ จึงเป็นไม้ที่มีความงามเข้ากับสุนทรียภาพของโลกสมัยใหม่ จากผืนผ้าใบมาสู่หน้านิตยสารบ้านและงานออกแบบ ความสวยของใบไม้และรูปทรงนั้นยิ่งเด่นชัดขึ้นเมื่ออยู่ในดินแดนของศิลปะภาพถ่ายและโลกของแฟชั่น นอกจากกอไม้ ใบไม้ที่เคยเป็นส่วนประกอบของบ้าน เคยอยู่ในกระถาง ในที่สุดก็กลายมาเป็นส่วนประกอบของภาพถ่ายจากนิตยสาร Home Décor สู่ Vogue ภาพสำคัญนั้นเป็นภาพของ Michele Oka Doner ถ่ายโดยเลเกอร์เฟลด์ โดยถ่ายให้ Vogue ในปี 1999 ตัวภาพเป็นการผสานความงามของตัวแบบกับการใช้ใบไม้ขนาดใหญ่ที่กล้องหรือภาพถ่ายสามารถจับรายละเอียดจนเกิดสไตล์แบบไฮแฟชั่น

“Philodendron”: Portrait of Michele Oka Doner by Karl Lagerfeld for Vogue, 1999.

 จากเรื่องราวการย้ายจากป่าดงพงไพรที่จะว่ายาวก็ยาว จะว่าสั้นก็ไม่กี่ร้อยปี กว่าที่เจ้าฟิโลเดนดรอนจะค่อยๆ แผ่ใบเข้ามาสู่สุนทรียภาพของกระแสสมัยใหม่ จากภาพเขียนสู่สถาปัตยกรรมและงานออกแบบภายใน เรื่อยมาจนมาอยู่ในนิตยสาร ที่ทำให้ในที่สุดจากต้นไม้ใบหนาสู่การเข้ามาอยู่รวมชายคากับมนุษย์เรา ในมุมเล็กมันช่วยสะท้อนภาพของศิลปะและกระแสของโลกสมัยใหม่ที่หยั่งรากมาตั้งแต่ศตวรรษก่อนหน้า ฟิโลเดนดรอนจึงเป็นเหมือนทั้งลูกหลานและมรดกตกทอดของงานระดับไอคอนร่วมสมัยที่คลี่คลายจนมาอยู่ในรั้วบ้านของเรา

 อ้างอิง

 1stdibs.com

 britannica.com

 miamiherald.com

 pikaplant.com

 researchgate.net

 thejoyofplants.co.uk

 wolfsonian.org

 wolfsonian.org

 wolfsonian.org

Tags:ยางอินเดียดำThe Wolfsonianฟิโลเดนดรอนphilodendronสถาปนิกพิพิธภัณฑ์ต้นไม้Romanticismนักพฤกศาสตร์ไทรใบสัก
Share :
Author
วณัฐย์ พุฒนาค
Photographer
-
พืชที่อยู่ในบ้าน : ว่าด้วยประวัติศาสตร์ฉบับย่อของการปลูกต้นไม้ในบ้านของมนุษย์
Culture & Entertainmentพืชที่อยู่ในบ้าน : ว่าด้วยประวัติศาสตร์ฉบับย่อของการปลูกต้นไม้ในบ้านของมนุษย์นักเขียน : Contemboy
รักงานเมื่อคราวห่าลง นักคิดใหญ่ work from home อย่างไรไม่ให้ห่ากิน
Romanticismรักงานเมื่อคราวห่าลง นักคิดใหญ่ work from home อย่างไรไม่ให้ห่ากินนักเขียน : วณัฐย์ พุฒนาค
วัฒนธรรมและความหมายชวนวุ่นวายในการแลกของขวัญที่ถักสานความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน
Ideaวัฒนธรรมและความหมายชวนวุ่นวายในการแลกของขวัญที่ถักสานความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนนักเขียน : วณัฐย์ พุฒนาค