Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

‘Only For You’ นิทรรศการของ ยูน ​ปัณพัท ที่อยากเป็นกำลังใจให้ you เป็นกำลังใจให้ you

Highlights

  • ‘Only For You’ คือนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของ ยูนปัณพัท เตชเมธากุล ศิลปินนักวาดที่เคยร่วมงานกับ Gucci และ Bang & Olufsen มาแล้ว โดยครั้งนี้ เธอเนรมิตห้องในห้างเกษรเซ็นเตอร์ขึ้นมาให้เป็นสตูดิโอในฝัน โดยออกแบบเองทุกอย่างตั้งแต่ภาพที่นำมาโชว์ วอลล์เปเปอร์ ไปจนถึงกลิ่นในงาน
  • นอกจากการโชว์ห้องทำงานและสิ่งที่ยูนรักแล้ว ภาพในนิทรรศการยังล้วนแต่เป็นภาพที่เปี่ยมด้วยพลังบวก เพื่อเป็นกำลังใจให้กับตัวยูนเอง หากต้องเจอเรื่องร้ายๆ ในอนาคต รวมทั้งเธอยังตั้งใจมอบกำลังใจก้อนใหญ่ๆ ให้กับคนที่มาดูงานทุกคนด้วย

“ยินดีต้อนรับสู่ห้องทำงานของฉัน”

นิทรรศการ Only For You คล้ายจะต้อนรับเราอย่างสดใสด้วยประโยคด้านบน เพราะแม้นิทรรศการนี้จะจัดขึ้นในห้างเกษรเซ็นเตอร์ แต่บรรยากาศภายในกลับอบอุ่นเหมือนกำลังก้าวเข้าสู่ห้องทำงานในบ้านของเพื่อนสักคนที่รู้จักกันมานาน ไม่ใช่ศิลปินชื่อดังที่เคยร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ระดับโลกมาแล้ว!

เจ้าของห้องทำงานแห่งนี้คือ ยูน–ปัณพัท เตชเมธากุล ศิลปิน illustrator ลายเส้นละเอียดยิบ ผู้นั่งตำแหน่ง Creative Director ของแบรนด์เสื้อผ้า Kloset ก่อนลาออกมาทำงานวาดภาพเต็มตัวเมื่อหลายปีก่อน ช่วงนั้นงานที่เธอโพสต์ลงไอจีสะดุดตา Alessandro Michele หัวเรือผู้เป็น Creative Director ของ Gucci พอดี เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ยูนและเพื่อนรัก อรช โชลิตกุล ได้ทำหนังสือนิทานร่วมกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ และหลังจากนั้นยูนก็ร่วมงานกับ Gucci เรื่อยมา แถมยังขยายขอบเขตไปคอลแลบกับแบรนด์ใหญ่อื่นๆ เช่น Instagram หรือ Bang & Olufsen ด้วย

แม้จะเคยสร้างงานที่ทำให้เราตื่นตาตื่นใจมานับไม่ถ้วน และสร้างชื่อในระดับนานาชาติเรียบร้อยแล้ว แต่ยูนกลับบอกเราว่านิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกครั้งนี้คืองานที่ทำให้เธอใจเต้น มือเย็นเฉียบ ยิ่งกว่าสิ่งใด

ทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัว

“เรารู้ว่านิทรรศการนี้ไม่สามารถเหมือนภาพร่างของเราได้ร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว อยู่ที่เราจะรับมือและแก้ไขอย่างไร เพราะฉะนั้นเราก็กลัว แต่ก็ทำอยู่ดี”

ยูนบอกกับเราอย่างนั้น ทั้งยังบอกว่าสุดท้ายแล้วการทำนิทรรศการครั้งนี้ยังกลายเป็นพลังใจก้อนใหญ่ๆ สำหรับเธอ ที่เธออยากส่งต่อให้ทุกคนที่มาดูงานอีกด้วย

ถ้าพร้อมแล้วก็ก้าวเท้าเข้าห้องทำงานของยูนได้เลย

พิเศษ only for you เท่านั้น

ห้องทำงานในฝันที่กลายเป็นจริง

ในงานปาร์ตี้ฉลองนิทรรศการครั้งนี้ ยูนขึ้นเวทีขอบคุณแขกและเพื่อนๆ ทุกคนที่มาเติมเต็มห้องทำงานแห่งนี้ ซึ่งมีหน้าตาเหมือนห้องทำงานในฝันของเธอ

แต่นอกจากนี่จะเป็นห้องทำงานในฝันแล้ว นิทรรศการนี้ก็อยู่ในฝันของยูนมาเนิ่นนานเช่นกัน

“ปกติเรารับงานจากแบรนด์ต่างๆ เรื่อยๆ อยู่แล้ว แต่เราไม่มีโอกาสได้ทำนิทรรศการเดี่ยวสักทีเพราะเรารู้ว่ามันต้องใช้พลังเยอะมาก ทีนี้ปีที่แล้ว เราร่วมงานกับเกษรฯ ช่วยคิวเรตงานศิลปะให้ห้าง เขาก็เลยบอกว่ามีห้องว่างอยู่ อยากทำนิทรรศการไหม เราคิดแล้ว ที่นี่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า อยู่ในห้าง เดินทางสะดวก ทุกอย่างลงตัวกับเรามาก เราก็เลยทำ

“ถึงเราจะเพิ่งทำนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรก แต่เอาจริงๆ เรามีภาพนิทรรศการอยู่ในหัวตลอดอยู่แล้ว แต่มันค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ คือปกติเราจะชอบออกไปทำงานข้างนอก ย้ายที่ทำงานไปเรื่อยๆ คนก็จะอยากรู้ว่าสตูดิโอของเราเป็นอย่างไร เราก็เลยคิดว่าครั้งหนึ่งถ้าเราทำนิทรรศการ เราจะทำเป็นสตูดิโอแล้วกัน คนเข้ามาจะได้รู้จักเราจริงๆ ได้กลิ่นที่เราชอบ ได้ฟังเสียงที่เราชอบ เห็นสภาพแวดล้อมที่เรารู้สึกว่ามันสวยงาม เป็นความฝันที่เราคิดมาตลอด”

ห้องทำงานในฝันของยูนประกอบด้วยสิ่งละอันพันละน้อยที่เป็นตัวเธอ ทั้งโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่บางวันยูนก็มานั่งวาดภาพตรงนี้จริงๆ ด้านหน้าคือสิงโตสีชมพูกุหลาบตัวยักษ์ดูอ่อนโยน ตัวแทนผู้พิทักษ์ของยูน ด้านหลังห้อง เธอจัดเป็นมุมงานปักถักร้อยที่รวบรวมงานฝีมือกุ๊กกิ๊กที่ศิลปินสาวทำฝึกฝีมือเวลาว่าง เท่านี้อาจยังไม่พอ ยูนจึงเสกให้อากาศในห้องกรุ่นกลิ่นหอมหวานจากเครื่องหอมแบรนด์ Erb ที่เธอออกแบบกลิ่นและแพ็กเกจจิ้งเอง เคล้าไปกับเสียงเพลงบรรเลงจากลำโพง Bang & Olufsen ซึ่งแน่นอนว่าเธอเป็นคนดีไซน์ลวดลาย

แต่นอกจากจะยกชีวิตในฝันมาจัดวางไว้ที่นี่แล้ว รอบๆ ห้อง ยูนยังจัดแสดงภาพมากมายที่ทั้งหมดกลั่นออกมาจากใจ

Wise and Happy

สำหรับเรา งานของยูนมีความพิเศษบางอย่างที่ทำให้เราหยุดมองได้นานๆ

ครั้งแรกที่เห็น เราติดอกติดใจลายเส้นกลิ่นอายโอเรียนทอลละเอียดลออของเธอที่สดชื่นด้วยพืชพันธุ์และสัตว์นานาชนิด เกี่ยวกระหวัดกันเป็นหนึ่งเดียว มองไกลๆ ก็สวย ยิ่งดูใกล้ๆ ก็ยิ่งเห็นรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ ทั้งสัตว์ตัวจิ๋วที่ซุกตัวอยู่ในพงหญ้านั้น หรือดอกไม้พันธุ์ใหม่ๆ ที่มองปราดเดียวอาจไม่ทันสังเกต

แต่ยิ่งดูภาพของเธอบ่อยเข้า ลึกลงไปใต้เลเยอร์ของความสวยงาม เรายังพบว่างานของยูนล้วนแล้วแต่ประกอบขึ้นจากเรื่องเล่าของสัตว์ต่างๆ คล้ายเป็นนิทาน แต่กระทบใจ เพราะหลายครั้งงานของเธอก็คล้ายจะช่วยแนะนำอย่างอ่อนโยนถึงวิธีการใช้ชีวิตให้มีความสุข

โชคดีที่นิทรรศการครั้งนี้ เธอติดชื่อภาพและเล่าเรื่องราวสั้นๆ ไว้ข้างๆ ผลงานด้วย และแค่เดินดูงาน อ่านข้อความให้ครบ เราก็พบว่าเราได้กำลังใจกลับไปก้อนใหญ่เหลือเกิน

“ภาพเหล่านี้เป็นเหมือนไดอารี่ของเรา” ยูนเอ่ยปากเมื่อเราถามว่าเธอได้เรื่องราวเหล่านี้มาจากไหนกันนะ

“เรื่องราวในภาพเราได้มาจากตัวเองทั้งนั้น บางเรื่องที่เราเฟลกับมัน แม้จะผ่านไปนานแล้วแต่เราก็ยังเศร้าอยู่ บางเรื่องเราก็ยังผ่านไปไม่ได้ แต่พอเราทำนิทรรศการนี้ เราทำภาพขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเพื่อให้กำลังใจตัวเราเองและคนอื่นๆ เราก็รู้สึกว่าต่อให้วันข้างหน้าเราเฟลขึ้นมาแล้วเรากลับมามองรูปภาพเหล่านี้เราก็จะได้กำลังใจจากมัน อย่างช่วงก่อนหน้านี้เฟลๆ แต่เราก็ต้องอธิบายรูปของเราให้คนที่เข้ามาเดินดูงานฟัง พออธิบายเสร็จเราก็คิดกับตัวเองว่า อืม ฉันปล่อยวางแล้ว

credit : facebook.com/Phannapast-356488098539638/

“ภาพที่เกิดมาเพื่อนิทรรศการนี้คือภาพ Wise and Happy เป็นเรื่องราวของลิงที่อยากปีนไปเก็บผลส้ม แต่ต้นไม้มีกิ่งที่เปราะบางมาก มันจึงขอความช่วยเหลือจากกวางให้ช่วยมันเก็บผลส้ม ลิงตัวที่ไม่ทำอะไรเลยก็เก็บได้แต่ผลไม้ที่หล่นโยนพื้นแล้ว ส่วนลิงที่นอนเฉยๆ ก็ไม่ได้กินอะไรเลย

“ภาพนี้เกิดจากตอนที่เรากำลังกังวลเรื่องนิทรรศการเดี่ยวอยู่ วันหนึ่งเราไปกินข้าวร้าน Featherstone ทางร้านเขาก็ให้จับเซียมซีขนนก พอจับขึ้นมาปุ๊บ เซียมซีบอกเราว่าให้คว้าโอกาสไว้ ถ้าคุณชนะ คุณจะแฮปปี้ แต่ถ้าคุณแพ้ คุณก็จะฉลาดขึ้น ฉะนั้นไม่มีอะไรในชีวิตที่เป็นเรื่องเสียหาย เราไม่จำเป็นจะต้องมานั่งกังวล จงทำไปเลย แน่นอนว่าเราจัดนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรก เราก็กลัวอยู่แล้ว แต่เราก็ทำเพราะต่อให้เราผิดพลาด ครั้งที่สองเราก็จะแก้ไขมันและรับมือได้ เป็นที่มาของภาพ​​​ Wise and Happy”

กำลังใจให้ You

เพราะคลุกคลีในแวดวงแฟชั่นมาก่อน ยูนจึงไม่หยุดตัวเองอยู่แค่ภาพวาด แต่ยังขยับขยายสู่ของใช้อื่นๆ ที่ใส่ใจและเรื่องราวลงไปในทุกรายละเอียด

ยูนชี้ไปที่พรมที่ผนังก่อนเล่าให้เราฟังว่าพรมชิ้นนี้คือภาพตัดภายในของเสือที่เต็มไปด้วยสิ่งต่างๆ มากมาย เหมือนจะวุ่นวายอยู่ในท้อง แต่หากมองให้ดี จะเห็นว่าทุกอย่างบาลานซ์กันลงตัวอยู่ในนั้นนั่นแหละ

“พรมนี้เราคิดถึงบางทีที่เราอยากจะท้าทายตัวเอง อยากทำอะไรที่เรารู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เราคิดว่าเราจะรับมือได้แต่ก็ไม่ สมัยก่อนเราเป็นคนที่คิดว่าฉันต้องสู้เรื่องแบบนี้ให้ได้ทั้งที่สัญชาตญาณเราก็บอกไว้แล้วว่าตอนจบมันจะไม่โอเค เพราะฉะนั้นพอเราโตขึ้นมาเรื่อยๆ เราก็รู้ว่าสิ่งไหนเรารับไม่ได้เราจะปล่อยวาง เหมือนในตัวเสือที่มีทั้งกระต่ายสีดำและสีขาวที่แทนกลางวัน กลางคืน สงบมาก สนุกบ้าง

“หรือวอลล์เปเปอร์ที่เห็นอยู่รอบห้อง เราตั้งชื่อว่า The Meadow Universe เราแทนพืชพันธุ์ต่างๆ เป็นร่างกายของเราที่เกี่ยวกันไปมา สัตว์ต่างๆ ก็เป็นเหมือนอารมณ์ความรู้สึกที่เข้ามาแทรกในสวนดอกไม้ของเรา ปีที่แล้วเราเคยเขียนหนังสือเรื่องสายรุ้งศึกษาที่พูดว่าอารมณ์ที่เข้ามามันทำให้สวนของเราไม่เหมือนเดิม แต่สุดท้ายถ้าเรารับได้ที่สวนของเราไม่เหมือนเดิมเราก็จะเติบโตขึ้น มันก็จะมีเมล็ดพันธุ์ใหม่เข้ามาด้วย

“ความหมายในภาพเป็นสิ่งที่เราอยากมอบให้คนที่มาดูงานด้วย เราคิดว่าเรื่องของเราเป็นเรื่องที่ทุกคนน่าจะเคยประสบพบเจอมา ทุกคนน่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก เราอยากให้คนที่มาดูได้ความสบายใจกลับไป ถ้ามีเรื่องไหนที่เจอมาคล้ายกันจะได้รู้สึกกับมันก็ได้ หรือต่อให้ไม่รู้สึกกับมัน สิ่งนี้คือประสบการณ์ของเรา เหมือนเรามาเล่าเรื่องของเราให้ฟัง”

ใครสนใจ ไปเยี่ยมห้องทำงาน Only For You ของยูนได้ที่ The Gallerie ชั้น G เกษรเซ็นเตอร์ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มีนาคม 2562

Related Posts

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)