Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
นางาโนะ-โทยามะ-กิฟุ ทริปเที่ยวป่าญี่ปุ่นยามใบไม้เปลี่ยนสี 5 วัน 3 จังหวัด

นางาโนะ-โทยามะ-กิฟุ ทริปเที่ยวป่าญี่ปุ่นยามใบไม้เปลี่ยนสี 5 วัน 3 จังหวัด

20/06/2020
Journey
AUTHOR: มลภษร ชูวงษ์
SHARE:

 ติ๊ง! เมื่อไม่นานมานี้จู่ๆกรุ๊ปไลน์หนึ่งก็เด้งขึ้นมาทักทายทำให้ฉันประหลาดใจ เพราะมันคือกรุ๊ปไลน์เฉพาะกิจชื่อ ‘Nagano’ สำหรับทริปเที่ยวญี่ปุ่น 5 วัน 3 จังหวัดนางาโนะโทยามะกิฟุกับเพื่อนสาวอีกสองคนผู้ร่วมชะตากรรมมาแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยในโตเกียวด้วยกัน

 ห้องแชตปรากฏรูปเซลฟี่หน้าตาเปิ่นๆ ของพวกเราสามคนกำลังนอนเล่นอยู่บนพื้นหิมะของเทือกเขาทาเตยามะที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแอลป์แห่งเจแปนพร้อมกับคำว่า missed จากทั้งคู่เห็นดังนั้นฉันก็หวนคิดถึงช่วงเวลาดีๆ ที่ได้สัมผัสใบไม้เปลี่ยนสีเกล็ดหิมะลำน้ำเขียวใสและทิวเขาเคล้าไปกับมิตรภาพแสนอบอุ่นแม้ยามอากาศหนาวอีกครั้ง

 

#เพื่อนฉันเดินกันอึดถึกทนมาก
Location: Jigokudani Monkey Park, Togakushi

 แน่ล่ะหมุดหมายของทริปนี้ไม่ใช่การเที่ยวในเมืองหากแต่เป็นการทัวร์อุทยานและเส้นทางธรรมชาติตลอดทั้งห้าวันเต็ม (ให้เอียนกันไปข้างเลย) เพราะความอัดอั้นกับตึกระฟ้าของมหานครโตเกียวหลังจากพวกเราหอบกระเป๋าเดินทางใบเล็กขึ้นรถบัสจากสถานีชินจูกุมาถึงสถานีนางาโนะ

 เราเริ่มทริปวันแรกโดยไปเที่ยวสถานที่นอกเมืองสุดฮิต อย่างอุทยานลิงป่าจิโกคุดานินั่งรถบัสไปง่ายๆ เพียงหนึ่งชั่วโมงแต่กว่าจะเดินจากป้ายรถเมล์หน้าทางเข้าไปถึงที่หมายนี่สิไกลไม่ใช่เล่นแม้จะเอนจอยกับวิวป่าเขาลำน้ำอากาศปลอดโปร่งตลอดทางคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายแบบฉันก็ท้อใจกับระยะทางเดินขึ้นเนิน 4 กิโลเมตรอยู่ไม่น้อยแตกต่างกับเพื่อนที่ดูสบายๆเดินก้าวถ่ายรูปฉับๆถึงอย่างนั้นในที่สุดเราก็ฝ่าดงมาถึงร่องเขาบ้านน้องลิงแช่ออนเซนจนได้

 

 ฉันประทับใจภาพน่ารักๆ ของน้องลิงกังญี่ปุ่นที่กำลังหาเหาให้กันและภาพแก้มแดงลอยเด่นชัดระหว่างแช่น้ำเอามากๆจนรู้สึกเอ็นดูกับความอบอุ่นในอากาศหนาวๆ แบบนี้ขึ้นมาทันทีอดคิดไม่ได้ว่าตอนฤดูหิมะความ fluffy ของเจ้าพวกนี้ต้องเพิ่มทวีคูณแน่ๆว่าแล้วพวกเราก็เดินเล่นถ่ายรูปน้องๆ อยู่พักใหญ่ก่อนเดินทางไกลต่อรถบัสกลับเข้าเมืองตอนหัวค่ำแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเที่ยวที่เดียวยังเดินเป็นหมื่นกว่าก้าวจนเมื่อยไม่อยากคิดเลยว่าวันอื่นๆ ที่เหลือจะขนาดไหนกัน

 

 วันรุ่งขึ้นเป็นคิวของการผจญภัยบนหุบเขาศักดิ์สิทธิ์โทกาขุชิที่ตั้งของศาลเจ้าโบราณอายุกว่าพันปีเรานั่งรถบัสมาถึงจุดหมายแรก คือศาลเจ้าโทกาขุชิชั้นบน1 ใน 5 ศาลเจ้าบนหุบเขาตั้งชื่อตามตำแหน่งความสูงบนหุบเขาสวยงามโดดเด่นทั้งตัวศาลเจ้าซุ้มประตูมุงจากยักษ์และทางเดินขึ้นเนินสู่ศาลเจ้าขนาบสองข้างด้วยแนวต้นสนไซเปรสสูงลิ่วการได้เดินผ่านอุโมงค์ธรรมชาติโทนสีดินแบบนี้ให้ความรู้สึกคารวะและนอบน้อมต่อเทพเจ้าที่ปักหลักอยู่ด้านบนไม่มีผิดเช่นเดียวกับเส้นทางเดินสวนแรงโน้มถ่วงระยะ 2 กิโลเมตรที่มอบความถึกแรงกล้าให้เพื่อนร่วมทริปตัวบอบบางทั้งสองผู้ก้มหน้าเดินเอาๆฉันที่ต้องหยุดพักเป็นหย่อมๆอยากจะไปฟิตร่างกายมาใหม่เลยจริงๆ

 หลังจากไหว้พระขอพรและแรงกายเรียบร้อยช่วงบ่ายพวกเราก็เดินลงเขาคว้ารถบัสไม่กี่ป้ายมายังทางเข้าของบึงกระจกคากามิอิเคะพอกางแผนที่ดูเท่านั้นแหละปรากฏว่าต้องเดินเข้าไปอีก 40 นาทีรู้ดังนั้นฉันถอนหายใจเฮือกทันทีแต่พอหันไปมองเพื่อนร่วมทางอีกสองคนที่เริ่มล่วงหน้าไปอย่างใจจดใจจ่อแล้วก็ทำใจ เอาวะไปไหนไปกัน

 

 พวกเราแวะถ่ายรูปไปพลางเดินไปเรื่อยๆอย่างอดทนกายและใจผ่านเส้นทางใบไม้ร่วงทอสีส้มเหลืองตลอดทางแม้จะมีรถยนต์ขับผ่านมาแล้วหายเข้าไปเรื่อยๆ ก็ไม่หวั่นเพราะเมื่อได้เห็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้าถือว่าคุ้มค่าจริงๆฉันตราตรึงกับความนิ่งของสายน้ำความเงียบเชียบของกลุ่มต้นไม้และความสง่าของภูเขาที่รายล้อมเอามากๆเป็นภาพธรรมชาติที่ดูใจเย็นและมีชีวิตชีวาในเวลาเดียวกันชวนให้พวกเรานั่งพักเหนื่อยชมวิวทิวทัศน์อยู่นาน

 ขากลับเราเดินทางไกลไปขึ้นรถบัสเหมือนเดิมแวะถ่ายรูปกับศาลเจ้าชั้นกลางประเดี๋ยวประด๋าวก่อนจะยอมแพ้ให้กับความเหนื่อยล้าของวันนี้มุ่งหน้าเข้าเมืองอ๋อแต่ไม่ได้กลับไปนอนโรงแรมนะกลับไปเอาสัมภาระและนั่งรถบัสไปเมืองฮาคุบะเตรียมตัวสำหรับทริปข้ามภูเขาวันเดย์ไปจบที่จังหวัดโทยามะอีกฟากหนึ่งต่างหากตอกย้ำความเร่งรัดและความอึดถึกทนของสองวันที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี

#เพื่อนฉันเป็นคนตลก
Location: Tateyama Kurobe Alpine Route

 เส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route เรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์ของทริปนี้เลยก็ได้เพราะพวกเรากำลังเดินทางข้ามเทือกเขาจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดภายในหนึ่งวัน (ฟังดูเวอร์มาก) พร้อมซึมซับบรรยากาศของภูเขาหิมะด้วยตั๋วเหมา one-way trip ที่ซื้อจากสถานีนางาโนะตั้งแต่วันแรกเราตื่นแต่เช้ามืดบอกลาเกสต์เฮาส์เมืองฮาคุบะคว้ารถไฟมาขึ้นรถบัสประจำทัวร์ที่สถานีชินาโนะโอมาจิเป็นอันเริ่มทริปกันเลย

 

 ที่นี่มีจุดแวะชมความงามของสายน้ำกองหิมะและทิวไม้อยู่เรื่อยๆจุดแรกคือเขื่อนคุโรเบะเขื่อนที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นที่ให้วิวพาโนรามาสีครามสุดกว้างมองเห็นสายน้ำระยิบระยับสะท้อนแดดยามเช้าพร้อมรูปเซลฟี่ร่วมกันสักหนึ่งยกแน่นอนขาลุยอย่างเราใช้เวลาอิ่มเอมไม่นานก็มุ่งสู่จุดถัดไปนั่งรถรางผ่านอุโมงค์ไต่กระเช้าลอยฟ้ารายล้อมภูเขา ใบไม้เปลี่ยนสีรอบด้านแวะพักเหนื่อยชมวิวเล็กๆ ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากพื้นดินกลายเป็นพื้นหิมะจนมาถึงที่ที่ฉันประทับใจที่สุดอย่างสถานีมูโรโดะหรือที่ตั้งชื่อเล่นๆให้ว่าสถานีภูเขาหิมะ

 ที่นี่มีโรงแรมรองรับเหล่านักท่องเที่ยวที่มาปีนเขาพักค้างคืนหรือแม้เพียงแวะผ่านมาแป๊บเดียวอย่างพวกเราเราออกมาเดินเล่นปาหิมะปั้นสโนว์แมนในความขาวโพลนสุดลูกหูลูกตาที่มีเฉพาะช่วงฤดูนี้ต่างจากตอนหน้าร้อนที่จะเห็นความเขียวขจีตลอดแนวสักพักไม่รู้ว่าด้วยความเมามายอากาศหนาวหรือเปล่าพวกเราหันมาผลัดกันถ่ายรูปในมุมต่างๆคนหนึ่งแอ็กชั่นคนหนึ่งกดชัตเตอร์ส่วนอีกคนช่วยโยนก้อนหิมะใส่เฟรมเลียนแบบหิมะตกก่อนจะพักนอนแช่บนพื้นนุ่มๆ จนตัวเปียกชื้นไปตามๆ กันอีกนิดหนึ่งก็เตรียมเดินไปแช่ออนเซนที่โรงอาบน้ำบนเนินเขาใกล้ๆ อีกลูกแล้วล่ะ

 โมเมนต์ที่จำได้คือจู่ๆ เพื่อนคนหนึ่งที่นิ่งๆ เรียบๆก็เล่าให้เราสองคนที่เหลือฟังว่าตอนเด็กๆ เคยคิดว่ามือลอกเพราะมันขยายใหญ่ขึ้นทำเอาพวกเราขำพรวดไปกับตรรกะมึนๆ และสีหน้านิ่งๆ ของเธอหลังจากนั้นพวกเราจึงเอ็นดูในความเด๋อของเธอไปตลอดทริปทั้งการเรียกชื่อสถานที่ผิดๆและการเดินนำแต่พาหลง

 เพื่อนอีกคนผู้เปิดเผยก็พยายามออกเสียง ‘โทกะคูฉิ’ตั้งแต่เมื่อวานกับคำว่า ‘ทาเตยามะ’ตลอดทางที่เรานั่งรถบัสตามเสียงพากย์วิดีโอแนะนำทัวร์จากที่พูดผิดพูดถูกสลับกันบ้างจนพูดได้สำเนียงญี่ปุ่นเป๊ะๆ เพราะเสียงประกาศที่เปิดวนซ้ำๆทำเอาฉันหัวเราะกับความพยายามของเธอจริงๆ นั่นแหละ

 พอตะวันเริ่มยอแสงเป็นอันต้องโบกมือลาที่นี่ นั่งรถบัสลงรถรางมาถึงพื้นดินจังหวัดโทยามะพร้อมกับรับสัมภาระที่เราส่งมาจากต้นทางเมื่อเช้าเรานั่งรถไฟเข้าเมืองและเปลี่ยนอีกทอดไปเมืองอูโอซุ–ที่พักคืนนี้เช่นเคยเพื่อนผู้นิ่มนวลของฉันก็เดินไปถามทางนายสถานีอย่างมั่นอกมั่นใจพร้อมบอกว่าจะไปเมืองชื่อนี้เธอบอกชื่อคลาดเคลื่อนอยู่นานกว่าจะรู้ว่าพูดผิดทำเอาพวกเราขำหนักกับปฏิกิริยาเมื่อกี้จนถึงวันนี้เลยล่ะ

 

 

#เพื่อนฉันทำให้วันที่โชคร้ายไม่ร้ายจนเกินไป
Location: Uozu, Shirakawago

 ทริปดีๆก็ต้องมีความอาภัพบ้างถึงโรงแรมเมืองอูโอซุจะสบายเอามากๆได้กินอาหารเช้าดีๆหลังจากพึ่งข้าวปั้นและข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อมาตลอดฉันนึกไปเองว่าจะได้ออกมาเห็นภูเขาน้ำแข็งยักษ์เป็นฉากหลังของทะเลแบบในโฆษณาจังหวัดหรือมุมสวยๆ ริมทะเลแบบอนิเมะเรื่อง True Tears แต่พอพวกเราเดินไปถึงทะเลเท่านั้นแหละก็ไม่พบความโรแมนติกใดๆเพราะชายฝั่งทะเลคอนกรีตแถมฟ้ายังต้อนรับเราด้วยฝนตกตลอดทั้งวัน

 

 โอเคเป็นฉันเองที่น่าจะจองที่พักผิดย่านดื้อดึงอยู่สักพักพวกเราก็ยอมจำนนและเดินทางไปยังหมู่บ้านชิราคาวาโกะในจังหวัดกิฟุจุดหมายต่อไป

 ว่ากันว่าจะมาเยือนหมู่บ้านนี้ในฤดูไหนก็ล้วนสวยงามทั้งนั้นทั้งฤดูร้อนที่เห็นทุ่งนาเขียวชอุ่มฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระบานสะพรั่งฤดูหนาวที่หิมะขาวนุ่มปกคลุมทุกซอกมุมหรือหน้าใบไม้ร่วงที่พื้นถนนเรืองสีสันสดใสแบบตอนนี้แต่ก็นั่นแหละฝนยังคงตกหนักโดยไม่มีทีท่าจะหยุดเราเลยได้เดินเล่นในหมู่บ้านมรดกโลกท่ามกลางความเปียกแฉะและสีเหลืองส้มของใบไม้ถึงอย่างนั้นเราก็ได้สัมผัสที่นี่ในมุมที่ไม่มีในรูปถ่ายเห็นสถาปัตยกรรมบ้านไม้หลังคาฟางจั่วในสายฝนพร้อมหย่อมควันไฟอุ่นๆรวมถึงศาลเจ้าไม้ชื่อดังต้นแบบของอนิเมะสุดสยองHigunashi no Nakuที่เพิ่มความขนลุกด้วยฟ้าครึ้มๆ เข้าไปอีก

 

 เดินไปสักพักอย่างน้อยก็เจอมุมสวยงามอย่างทิวทัศน์ปลูกข้าวเขียวๆ ริมเนินและสะพานข้ามลำธารใสให้เราได้เซลฟี่ย้อมใจวันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจได้บ้างพอตกค่ำเราค่อยนั่งรถบัสไปเมืองทาคายามะอันเป็นปลายทางสุดท้ายพวกเราต่างคิดว่าจะได้กินชาบูร้อนๆ คลายหนาวในเมืองอันโด่งดังเรื่องเนื้อวัวแต่พอไปเห็นราคาที่แพงเกินคาดบวกกับความเหนื่อยล้าที่ชัดขึ้น นำมาสู่ร้านสะดวกซื้อหน้าสถานีเพื่อนรักหอบข้าวกล่องขนมขบเคี้ยวกลับไปกินที่โฮสเทลพร้อมเล่นเกมกระดานจนดึกอย่างน้อยพวกเราก็เจออะไรดีๆ หลังผ่านวันแห่งความผิดหวังมาล่ะนะ

#เพื่อนฉันเป็นคนขี้ลืม
Location: Kamikochi, Takayama

 หมุดหมายสุดท้ายของพวกเราเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากอุทยานธรรมชาติคามิโคจิที่แม้จะตั้งอยู่ในเขตจังหวัดนางาโนะพวกเราก็นั่งรถบัสจากเมืองทาคายามะจังหวัดกิฟุ มาได้ไม่ยากภายในเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงจนมาถึงที่นี่ยามสายเจอนักท่องเที่ยวจำนวนมากบ้างมาพักอยู่ในโรงแรมตากอากาศแบบชิลล์ๆบ้างก็มากางเต็นท์กลางป่าแบบลุยๆสามารถใช้เวลาได้หลายวันเลยกับเส้นทางเดินป่าแสนไกลแต่พวกเรามีเวลาเพียงวันเดียวเลยเลือกเดินไปตามทางหนึ่งหลังจากดูแล้วว่ามีจุดดีๆ ให้ถ่ายรูป

 

 

 คามิโคจิเป็นหุบเขาขอบจังหวัดที่สวยไม่แพ้ที่ก่อนๆ ด้วยมุมยอดฮิตของแม่น้ำอะสุสะใสแจ๋วไหลผ่านพื้นกรวดหินสีเทาพร้อมลมเย็นยะเยือกและทิวต้นไม้เขียวเข้มล้อมรอบตัดกับพื้นหลังไล่โทนสีของภูเขาไม่รู้ว่าเพราะมัวแต่เพลิดเพลินกับมนต์สะกดของที่นี่หรือเปล่าเพื่อนฉันทั้งคู่เผลอทำของหล่นระหว่างทางซะอย่างงั้น

 สถานที่เกิดเหตุแรกคือสระน้ำเมียวจินที่เราใช้เวลาสองชั่วโมงกว่าจะเดินฝ่าอากาศหนาวข้ามสะพานแขวนจนมาถึงที่นี่เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์สะท้อนทิวทัศน์ต้นไม้น้อยใหญ่โดยรอบแถมมีระเบียงไม้ให้เราได้เดินเข้าไปสัมผัสสายน้ำใกล้ๆ ด้วยเว็บไซต์คามิโคจิบอกว่าทุกเดือนพฤศจิกายน ที่นี่จะจัดพิธีล่องเรือในสระน้ำเรียกว่า Omizu-gaeshi แปลว่าเทน้ำกลับคืนต่อจากพิธี Omizu-tori หรือตักน้ำที่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำสามสายในเมืองอะสุมิโนะจังหวัดนางาโกะไม่ไกลจากตรงนี้อันเป็นพิธีที่ชาวเมืองแสดงความเคารพต่อธรรมชาติและสายน้ำที่หล่อเลี้ยงพวกเขาสมกับบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกลึกลับแต่สวยงามจริงๆ

 ระหว่างเดินชมเพื่อนฝีปากกล้าดันทำผ้าพันคอตกแถวนั้นเป็นฉันเองที่เดินตามและเห็นผ้าพันคอสีดำคุ้นตาอยู่แวบๆฉันได้ยินเสียงเธอตะโกนว่าทำหล่นและตอบกลับไปว่ามันอยู่ตรงพุ่มไม้นี้ก็จริงแต่แทนที่ฉันจะหยิบไปให้เธอฉันกลับเดินต่อ ทิ้งผ้าพันคอให้นั่งจ๋อยอยู่ที่เดิมเพราะไม่รู้อะไรดลใจให้คิดว่าเธอจะเดินกลับมาเอาเองแล้วฉันก็โดนเมาท์จนหูชา ขำท้องแข็งตามว่าเห็นแล้วแท้ๆแต่ไม่เก็บมาให้อีกแต่อย่างที่เขาบอกกันว่าเวลาลืมของที่ญี่ปุ่นมักจะตามจนเจอเสมอโชคดีที่มีชาวญี่ปุ่นใจดีนำมันมาวางที่ซุ้มประตูทางเข้าเฮ้อค่อยโล่งอกไปที

 

 

 เป็นอันใกล้จบทริปแต่ใครว่าล่ะประวัติศาสตร์มักซ้ำรอยเสมอตะวันใกล้ตกดินขากลับเราเดินเท้าอีกไกลฝ่าทุ่งชุ่มแฉะอย่างค่อยเป็นค่อยไปแม้จะได้ชมวิวเขียวขจีตลอดทางแต่บรรยากาศเงียบสงัดทำให้ระยะทางดูไกลไม่มีที่สิ้นสุดจนฉันอดคิดไม่ได้ว่าเราจะไปถึงทางออกก่อนมืดไหมสุดท้ายด้วยความอดทนเป็นชั่วโมงเราก็กลับออกจากดงมาสู่สะพานแขวนคัปปะใกล้ทางออกเสียที

 เราแวะยืนถ่ายรูปอยู่ตรงนี้กับฉากหลังภูเขาและสายน้ำท่ามกลางมวลนักท่องเที่ยวจำนวนมากอยู่ครู่หนึ่งกะว่าเสร็จแล้วก็จะตรงกลับที่พักเลยแต่จู่ๆเพื่อนสาวผู้นิ่มนวลก็รู้สึกตัวว่าทำถุงมือหายไปข้างหนึ่งอีกแล้วเหรอเนี่ยฉันคิดฉงนในใจเหมือนคุ้นๆ จะรู้ว่าเธอทำตกตรงไหนต้องเป็นจุดชมวิวจากทางใกล้ๆ นี้ที่เราแวะถ่ายรูปให้คุณลุงคุณป้ากลุ่มหนึ่งแน่ๆ โชคดีที่เมื่อเราเดินกลับไปถุงมือสีดำหน้าตาคุ้นเคยตกอยู่บริเวณนั้นพอดีฉันเพิ่งนึกได้ว่าเป็นเพราะเห็นว่าเธอถอดถุงมือวางไว้เพื่อกดถ่ายรูปเลยโดนแซวอีกรอบที่เห็นแล้วไม่เตือนเพื่อนเอาล่ะเมื่ออุปกรณ์ครบพระอาทิตย์ตกก็ถึงเวลานั่งรถกลับไปนอนค้างคืนสุดท้ายที่ทาคายามะ

 

 ก่อนบอกลาทริปลุยๆ กลับโตเกียวเรามีเวลาช่วงเช้าเล็กน้อยมาเดินเล่นชมกลิ่นอายโลคอลของทาคายามะที่นี่มีทิวทัศน์เมืองเล็กๆ ในต่างจังหวัดดีๆมีลำคลองใสที่ตัวเอกจากอนิเมะเรื่อง Hyouka ชอบไปนั่งจับกลุ่มกันอยู่บ่อยๆมีบ้านเรือนและอาคารโบราณจำนวนมากเข้ากับแสงตะวันสีส้มได้เป็นอย่างดีแต่ดูเหมือนว่าเพื่อนจะไม่ค่อยอินกับทาคายามะเท่าไหร่

 อาจเพราะตลอด 5 วันที่ผ่านมาพวกเขารวมถึงฉันคงเข้าป่าขึ้นเขาลงน้ำจนเริ่มหลงลืมวิถีชีวิตคนเมืองดังที่ธรรมชาติได้บ่มเพาะรอยยิ้มเสียงหัวเราะ และมิตรภาพดีๆ ของพวกเราเอาไว้อย่างตราตรึง

Tags:ญี่ปุ่นกิฟุท่องเที่ยวjourneyNaganoเที่ยวญี่ปุ่นจากทางบ้านToyamaGifuเที่ยวป่าวนางาโนะโทยามะ
Share :
Author
มลภษร ชูวงษ์
Photographer
-
เยี่ยมบ้านพักไอน์สไตน์ ชมสถาปัตยกรรมเมืองท่าเก่าแก่อายุร้อยกว่าปีที่โมจิโกะ
Journeyเยี่ยมบ้านพักไอน์สไตน์ ชมสถาปัตยกรรมเมืองท่าเก่าแก่อายุร้อยกว่าปีที่โมจิโกะนักเขียน : รหัท กิจจริยภูมิ
"ไว้ถูกหวยเมื่อไหร่ ไปเที่ยวต่างประเทศกัน" บันทึกการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต
Journey"ไว้ถูกหวยเมื่อไหร่ ไปเที่ยวต่างประเทศกัน" บันทึกการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิตนักเขียน : อธิวัฒน์ อุต้น
ให้ขุนเขาและป่าสนอิตาลีโอบกอดเราไว้ในหมู่บ้านสีพาสเทลแห่งโอติเซ
Journeyให้ขุนเขาและป่าสนอิตาลีโอบกอดเราไว้ในหมู่บ้านสีพาสเทลแห่งโอติเซนักเขียน : สุทธิดา พุกสุริย์วงศ์