“สวัสดีค่าทุกคนนนน”
ยอมรับมาเถิดว่าทุกวันหยุดสุดสัปดาห์หากขี้เกียจออกไปไหน หลายๆ คนจะเปิดยูทูบแล้วปล่อยแรนด้อมไปดูเพลินๆ ได้ทั้งวัน บางคนดูไปพลางๆ ระหว่างเดินทางไปทำงาน หลายคนก็เปิดดูตอนเครียดๆ
และหนึ่งในนั้นคงจะเคยดูช่องของ MayyR หรือ ‘หน่องเม’ มาแล้วแน่ๆ
เมอา–พรพรรณ เรืองปัญญาธรรม เริ่มต้นทำช่องในยูทูบด้วยการเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์เมื่อราว 5-6 ปีก่อน เธอเริ่มในยุคที่ยูทูบยังไม่เป็นที่นิยมนัก และเริ่มด้วยคำว่า ‘อยากทำ’ เพียงคำเดียว จากคำนั้นปัจจุบันช่องของเธอมีผู้ติดตามทะลุล้านไปเรียบร้อย
อะไรทำให้เธอมาไกลได้ขนาดนี้ ตลอดหลายปีมีวันไหนที่ไม่อยากยิ้มให้กล้องบ้างหรือเปล่า การเป็นยูทูบเบอร์นอกจากพาเธอไปประเทศแปลกๆ ไปเจอวัฒนธรรมใหม่ๆ ได้ไปใช้ชีวิตในวัฒนธรรมต่างๆ แล้ว ยังพาเธอไปเจออะไรอีกบ้าง
ลองให้เธอเล่าให้ฟังแบบไม่ต้องอัดวิดีโอดู

อะไรคือสิ่งที่ต้องแลกกับการเป็นยูทูบเบอร์ที่มีคนติดตามเป็นล้าน
ไปไหนมาไหนเราต้องเอากล้องมาถ่ายตลอด เรื่องความเป็นส่วนตัวก็ด้วยค่ะ พอมีคนติดตามเยอะก็จะมีคนจำได้ ที่เหลือก็เป็นเรื่องที่คนทำงานทั่วไปต้องเจออยู่แล้ว อย่างการทำงานหนัก หรือมีไม่ได้นอนบ้าง
คอนเทนต์แบบไหนที่ทำให้คนเริ่มเข้ามาติดตามเรามากขึ้น
ช่วงที่เราแต่งหน้าหรือทำวิดีโอแต่งหน้าตามซีรีส์ที่ตลกๆ ตอนนั้นมีคนเข้าดูเยอะ ถัดจากช่วงแต่งหน้ามาเป็นช่วงไลฟ์สไตล์ วิดีโอกิน-เที่ยวคนก็ชอบ และมาเยอะขึ้นอีกในช่วงที่เมไปอังกฤษแล้วทำ vlog ไลฟ์สไตล์ ทำอาหาร พาเที่ยว ตอนนั้นเป็นจุดที่ทำให้คนหันมาชื่นชอบมากขึ้นเหมือนกัน

เริ่มจากการเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์จนตอนนี้ทำวิดีโอหลากหลายมากทุกวันนี้เมอธิบายตัวเองว่าเป็นยูทูบเบอร์สายไหน
เมรู้สึกว่าตัวเองเป็น content creator ค่ะ คือผลิตคอนเทนต์ แต่ถ้าจะบอกว่าเป็นยูทูบเบอร์ก็ได้ ก็คือคนที่ทำวิดีโอลงยูทูบ แต่เรื่องที่ว่าเป็นยูทูบเบอร์สายไหนเมก็ไม่อยากกำหนด เพราะทำหลายอย่าง ทั้งพากิน พาเที่ยว ขณะเดียวกันแต่งหน้าก็ยังมีอยู่
วันที่ผันตัวมาทำด้านอื่นๆด้วยจุดไหนที่ทำให้รู้สึกว่าไม่อยากแต่งหน้าอีกต่อไปแล้ว
เรารู้สึกว่าตอนที่ได้เดินทาง ได้ท่องเที่ยวแล้วมันสนุก น่าจะเป็นตอนนั้น พอรู้ตัวอีกทีก็ไม่ได้อยากแต่งหน้าแล้วมีช่วงหนึ่งที่รู้สึกว่าฝืน จะแต่งหน้าทีต้องคิดเยอะ ใช้เวลานาน ตอนที่ทำก็ไม่ได้แฮปปี้ พอไม่แฮปปี้มันก็จะทรมานหน่อย คิดคอนเทนต์แต่งหน้าชิ้นถัดไปก็คิดไม่ออก แต่ตอนนั้นก็ยังคงพยายามแต่งหน้าไป หาลุค หาเรื่องมาแต่งอยู่เรื่อยๆ ทั้งที่ใจไม่ได้อยากทำ สุดท้ายก็เลยตัดสินใจไปเวย์อื่นๆ ด้วย

มีเคล็ดลับอะไรที่พูดกับกล้องได้ลื่นไหลขนาดนี้เผื่อคนอื่นๆที่อยากจะเริ่มต้นทำยูทูบแต่ยังไม่กล้า
ก่อนที่เมจะมาพูดกับกล้องได้ขนาดนี้ก็ผ่านการเขินมา ผ่านการพูดไม่รู้เรื่องมา มันต้องฝึกจริงๆ หลายคนปรึกษาว่าทำอย่างไรให้กล้าพูดกับกล้อง ก็แนะนำได้แค่ว่าเราต้องฝึกเรื่อยๆ พูดคนเดียวหน้ากระจก หรือพูดเล่นๆ ตอนอยู่คนเดียว แล้วค่อยนำสิ่งที่เราฝึกฝนไว้มาใช้หน้ากล้อง
อีกปัญหาคือหลายคนอยู่หน้ากล้องแล้วไม่เป็นตัวของตัวเอง ทำให้ไม่กล้าพูด ปกติคนเราเวลาสนิทกับใครเราจะพูดเยอะ วิธีของเมคือต้องเริ่มจากการคิดว่า เรากับคนดูหรือเรากับกล้องสนิทกัน แล้วมันจะค่อยๆ ผ่อนคลายและเป็นตัวของตัวเองได้มากขึ้นในที่สุด
มีบ้างไหมที่วันไหนไม่ได้อยากพูดกับกล้องแต่ก็ต้องทำหน้ายิ้มสวัสดีทุกคนนน
มีค่ะ บางทีต้องทำงาน มันหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว เราก็ต้องใช้ความพยายามประมาณหนึ่งที่จะทำให้ตัวเองแฮปปี้ส่วนใหญ่เมจะใช้เพลงในการปรับอารมณ์ เปิดเพลงที่เราฟังแล้วสบายใจฟัง แล้วพยายามลืมเรื่องเครียดเรื่องกังวลไปก่อนเพื่อให้เฮฮาหน้ากล้องได้ บางทีก็บิลด์ตัวเองด้วยการใช้เสียง “สวัสดีค่าทุกคน” นี่แหละ
เคยเจอคอมเมนต์แย่ๆบ้างไหมมีวิธีรับมืออย่างไร
ส่วนใหญ่เมจะเช็กก่อนว่าที่เขาพูดมาเป็นคอมเมนต์ติเพื่อก่อหรือเปล่า ถ้าเราปรับปรุงตามที่เขาว่ามาเราจะดีขึ้นหรือพัฒนาขึ้นไหม ถ้าใช่ ก็เก็บไว้ปรับ แต่ถ้าเป็นคอมเมนต์นักเลงคีย์บอร์ดที่ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไรนะ เราเห็นใจเขามากกว่าที่เป็นทุกข์กับการดูวิดีโอเรา เป็นทุกข์กับการเห็นเราจนเขาต้องมาพูดไม่ดี ตอนที่ด่าเราเขาโอเคอยู่ไหม มีเรื่องไม่สบายใจในชีวิตหรือเปล่า เราสามารถปล่อยวางได้โดยที่ไม่ต้องพยายามอะไร
เมหลีกเลี่ยงการตอบโต้กับคน เราอยู่ในที่สว่าง เราตอบไปทางไหนก็เป็นดาบสองคมได้หมดเลย ต่อให้ตอบดีก็จะมีคนบอกว่าเราประชด หรือถ้าตอบแรงๆ ใส่ ก็อาจมีคนสะใจแต่ก็จะมีคนที่เห็นว่าไม่สมควร ถ้าเทคแอ็กชั่นกลับไป เราจะมีแต่เสียกับเสีย
ส่วนคอมเมนต์ดีๆ บางทีเหนื่อยๆ ก็เข้าไปเปิดอ่านนะ ทำให้เมมีแรงลุกขึ้นมาใหม่ได้เหมือนกัน


หลังกล้องยูทูบเบอร์มีความทุกข์บ้างไหมหลังกล้องเป็นอย่างไรบ้าง
ก็เยอะนะคะ เพราะเราต้องทำให้คนพอใจตลอด ซึ่งเป็นเรื่องยาก และบางครั้งมันก็ทำร้ายเราโดยที่ไม่รู้ตัว การที่ต้องคอยรับฟังความคิดเห็นของคนตลอด มีคนมาวิจารณ์เราตลอด ดีไม่ดีอย่างไร ชอบไม่ชอบอย่างไร ทำอย่างนี้อีกสิ ทำอย่างนั้นอีกสิ ทำไมตอนนี้ไม่ทำอย่างนั้น เพราะฉะนั้นก็จะต้องรับมือให้ได้
แล้วเมมีวิธีการรับมืออย่างไร
ช่วงปลายปีเมจะพักจากสิ่งที่ทำอยู่ค่ะ เพราะบางทีมันซัฟเฟอร์กับเรื่องพวกนี้มากเกินไป ไหนจะความเหนื่อยความหน่าย ก็ต้องเอาตัวเองออกมาชาร์จแบตข้างนอกนิดหนึ่ง ออกไปมีชีวิตโดยที่ไม่ต้องถือกล้อง ไม่ต้องคิดว่าต้องถ่ายหรือต้องพูดอะไร ออกไปกับเพื่อนกับครอบครัว หลบเข้าครัวไปทำอาหาร ทำขนม ออกไปเที่ยวกับเพื่อน พยายามชัตดาวน์ตัวเองออกไปจากโซเชียลมีเดียบ้าง
บางทีต้องกลับมาถามตัวเองว่า เราทำงานนี้เพื่ออะไร สิ่งที่เราคาดหวังเป็นไปได้ไหม ลองลดความคาดหวังลงมาหน่อยดีหรือเปล่า หรือทำเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองโดยที่ไม่หวังว่าใครจะมาชอบดูบ้าง พอรู้ตัว ได้พัก และจัดการความคิดตัวเองได้ มันก็จะดีขึ้น และเราก็จะกลับมาแฮปปี้เหมือนเดิม
พอทำคอนเทนต์ที่ตามใจตัวเอง แน่นอนว่าผลจะออกมาดีต่อสุขภาพจิตเราแล้วยอดคนดูมันดีตามไปด้วยไหม
ตอนที่เมหันมาทำท่องเที่ยวก็ดีกว่าตอนแต่งหน้าอีกนะ เพราะตอนแต่งหน้ามีช่วงที่เราไม่ได้แฮปปี้มาก มันเลยออกมาไม่ดี พอเราลองเปลี่ยนไปทำในสิ่งที่เราสนุก มันเลยดีขึ้น

ถ้าทุกข์มากขนาดนี้ถึงจุดหนึ่งเราจะเลิกเป็นยูทูบเบอร์เลยหรือเปล่า
อาจจะแค่พักมากกว่า ถ้าอยากทำค่อยกลับมาใหม่ เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราชอบ และยังมีความอยาก พอได้ไปพักได้เว้นช่วงบ้าง เดี๋ยวความอยากก็กลับมาเอง
ในวันที่ไม่ไหวอะไรที่ทำให้เราอยากทำต่อ
คอมเมนต์จากคนดูเลยค่ะ เมรับรู้ความคิดเห็นคนดูผ่านคอมเมนต์ เวลาเหนื่อยๆ แล้วเข้าไปเจอคอมเมนต์ว่าทุกคนรอดูอยู่ ดูวิดีโอนี้แล้วทุกคนแฮปปี้ มันเป็นเหมือนเชื้อเพลิงที่ดีให้เราอยากทำต่อไป
ถ้าวันหนึ่งไม่มีคนดูเราแล้วจะยังทำอยู่ไหม
ยังทำนะคะ ถ้าไม่สูญเสียค่าทำเยอะเกินไป เพราะเมเริ่มต้นจากการอยากทำ คงทำเก็บเป็นไดอารีไว้ดูตอนแก่






