Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
Malai Cosmetics ลิปสติก 7 เฉดสี จาก 7 นางในวรรณคดีที่เหมาะกับหญิงสาวทุกบุคลิก

Malai Cosmetics ลิปสติก 7 เฉดสี จาก 7 นางในวรรณคดีที่เหมาะกับหญิงสาวทุกบุคลิก

17/11/2019
Founder
AUTHOR: นิภัทรา นาคสิงห์
SHARE:

 ตาม–ธนาธิปมั่งมี คือชายวัย 28 ปีที่เติบโตมาในครอบครัวนักธุรกิจปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของแบรนด์ Malai Cosmetics ลิปสติกสีโทนไทยที่นำเสนอเอกลักษณ์ของนางในวรรณคดีได้งดงามไร้ที่ติ

 

 หลังเรียนจบในระหว่างที่ตามทำงานสายวิศวกรรมศาสตร์อย่างที่ตัวเองเรียนมาเขารู้สึกอยากสร้างธุรกิจสักอย่างหนึ่งเป็นของตัวเองตามจึงชวนแฟนเพื่อน และญาติที่สนิทกันมาลองพูดคุยหาไอเดียโดยมีโจทย์ตั้งต้นว่าธุรกิจนั้นต้องมีความเป็นไทยและทำออกมาได้อย่างร่วมสมัย

 จนในที่สุดทุกคนในทีมก็เห็นตรงกันว่าลิปสติกน่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ลงตัวกับโจทย์ที่พวกเขาตั้งไว้เพราะสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติโดยเฉพาะหญิงสาวที่มักมีลิปสติกหลายแท่งเป็นของตัวเองทั้งยังเล่าเรื่องความเป็นไทยบางอย่างลงไปในนั้นได้ด้วย

 

 ตามและทีมใช้เวลากว่าขวบปีในการรีเสิร์ชและพัฒนาลิปสติกให้ได้มาตรฐานเทียบเท่าเคาน์เตอร์แบรนด์พวกเขาค่อยๆเรียนรู้และประยุกต์ศิลปะไทยสีไทยและลายเส้นไทยจนเกิดเป็นลิปสติก Malai Cosmetics ที่ลงตัวในที่สุด

 นางจินตหราวตีและนางบุษบาจากเรื่องอิเหนานางรจนาจากเรื่องสังข์ทองนางมโนราห์จากเรื่องพระสุธน–มโนราห์นางพิมพิลาไลยจากขุนช้างขุนแผนนางเทราปตีจากเรื่องมหาภารตะและนางสีดาจากรามเกียรติ์ทั้ง 7 นางจาก 6 วรรณคดีถูกตีความออกมาเป็นลิปสติกได้อย่างสวยสดงดงามสมกับเป็นเครื่องสำอางคู่กายของหญิงสาวทุกสมัย

 

จากวรรณคดีที่รักสู่ลิปสติกเอกลักษณ์ไทย

  “ตั้งแต่เด็กๆเราชอบวาดลายเส้นไทยวรรณคดีที่เราชอบคือเรื่องรามเกียรติ์จำได้ว่าสมัยประถมเราเรียนเรื่องนี้เอาจริงๆมันก็มาจากอินเดียนะแล้วมีแปลบทไทยเป็นภาพจำแรกของเราเกี่ยวกับวรรณคดีไทยเลยเป็นวรรณคดีที่แฟนตาซีมากมียักษ์ลิงหงส์นกเต็มไปหมดเลยทุกอย่างมันถูกผูกเรื่องเป็นมหากาพย์เราอ่านแล้วเพลินมากสนุกกับมันมากจนไปหาร้อยแก้วเล่มใหญ่แบบเต็มเรื่องมาอ่านตอนนั้นเรียนที่สวนกุหลาบก็ไปหาอ่านจากห้องสมุดอ่านจนจบแล้วก็ชอบรามเกียรติ์มากเป็นจุดที่ทำให้รู้ว่าเราชอบเรื่องแบบนี้นะอย่างแหวนที่เราสวมอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นยักษ์เราชอบซื้องานคราฟต์ไทยๆมาเก็บสะสมเรื่อยๆ” ตามเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นให้เราฟัง

 จากความชื่นชอบในวัยเด็ก เมื่อจะเริ่มทำแบรนด์ ตามก็เริ่มผูกโยงสองสิ่งนี้เข้าด้วยกัน

  “พอมาทำธุรกิจเลยคุยกับทีมว่าอยากให้คนเห็นแล้วรู้เลยว่ามาจากไทยเราเลยดึงคอนเซปต์สามอย่างมาก่อนว่าต้องทำอะไรบ้างคือรูปจะต้องเป็นไทยกลิ่นจะต้องเป็นไทยและสีจะต้องเป็นไทยเราอยากให้เป็นลิปสติกที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน” เขาเล่า

 

 

 แพคเกจจิ้งลายยักษ์ไทยกลิ่นมะลิที่หอมละมุนเฉดสีโทนไทยอันสวยงามทั้งหมดนี้ถูกเลือกมาอย่างพิถีพิถันโดยตามและทีมงานทุกคนคือเด็กไทยรุ่นใหม่ที่หลงรักศิลปะไทยทั้งสิ้น

 น่าสนใจที่ว่า Malai Cosmetics กำลังหยิบยกวรรณคดีให้มาโลดแล่นในยุคนี้และคนทั่วไปก็เข้าถึงได้ด้วย

  “เราว่าของไทยหลายอย่างมันมีกระบวนการคิดที่น่าสนใจ กว่าจะออกมาเป็นลิปสติก Malai ได้เราคิดกันมาเป็นปี และเรากล้าการันตีว่าตัวเนื้อลิปเราสู้เคาน์เตอร์แบรนด์ได้เลย” ตามพูดจบพร้อมเปิดกล่องลิปสติกสีสวยสดตรงหน้าให้เราได้ชม

 

 

 ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบลิปสติกมากยอมรับตรงนี้เลยว่าเรารู้สึกหลงรักทุกเฉดสีของ Malai Cosmetics เข้าอย่างจังลิปสติกทุกแท่งมีเฉดสีที่สวยงามมากเรารู้สึกคุ้นเคยกับเฉดสีเหล่านี้เป็นอย่างดีอาจเพราะเคยเห็นผ่านตาจากงานศิลปะไทยต่างๆมาแล้ว

 ปัจจุบัน Malai Cosmetics ได้วางตำแหน่งแห่งที่ตัวเองไว้เป็นของฝากในเป็นรูปแบบ cosmetics เป็นลิปสติกที่มีหน้าตาสวยงามลูกค้าสามารถซื้อแบบบอกซ์เซตไปเป็นของฝากจากประเทศไทยได้แถมคุณภาพก็เทียบเท่าเคาน์เตอร์แบรนด์ด้วย

 

 

THAITONE ว่าด้วยลิปสติกสีโทนไทย

 ตามเล่าว่าขั้นตอนที่ยากที่สุดคือการเลือกสี

 จากสีโทนไทย 200 กว่าสีที่มีอยู่พวกเขาเริ่มคัดสีที่ไม่เหมาะทิ้งไปก่อนจนเหลือประมาณ 100 สีที่พอจะเป็นลิปสติกได้จากนั้นก็คัดต่อจนเหลือ 50 สีที่ไม่ดูเป็นสีผสมจนเกินไปแล้วก็คัดเลือกกันอีกครั้งจนเหลือ 15 สีซึ่งกว่าจะได้มาเป็น 7 สีสุดท้ายนั้นต้องใช้ความละเอียดและเป็นงานที่ยากมากสำหรับผู้ชายอย่างตาม

 สีลิปสติกที่แตกต่างแม้เฉดสีหนึ่งก็ทำให้ลุคการแต่งหน้านั้นเปลี่ยนไปนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผู้หญิงถึงให้ความสำคัญกับสีลิปสติกมาก

 

  “เราพยายามเลือกให้สีมันเป็นกลางที่สุดผู้หญิงมองแล้วรู้สึกไม่ขัดใจแล้วผู้ชายมองก็ชอบเหมือนกันมันยากตอน 15 สีสุดท้ายเพราะโทนใกล้เคียงกันสายตาผู้ชายไม่สามารถแยกได้จริงๆว่าแดงอันนี้กับแดงอันนั้นมันต่างกันยังไง แต่ในความเป็นผู้หญิงเขาจะมีพิกเซลสีที่ละเอียดกว่าผู้ชายเลยให้ผู้หญิงในทีมเลือกสีเป็นครั้งสุดท้ายอีกทีก็เลยจบด้วย 7 สีที่มีอยู่ตอนนี้เป็นสีที่สามารถทาได้ทุกวันในลุคที่แตกต่างกันไป”

 

 ลิปสติกทั้ง 7 ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าถูกเลือกมาเป็นตัวแทนของนางในวรรณคดีจากเรื่องต่างๆจนลงตัวทั้งบุคลิกและชื่อเรียกประจำสี

 นางมโนราห์หรือสีชื่อ Manogany เป็นลิปสติกเฉดสีดินแดงเทศหรือสีไม้มะฮอกกานีนางรจนาหรือสี Rosejanaจะเป็นสีแดงชาดหรือสีดอกกุหลาบบ่งบอกตัวตนว่าหญิงสาวผู้นั้นมีความมั่นใจในตัวเองและเด็ดเดี่ยวในขณะเดียวกันลิปสติกสี Peachlalai เฉดสีหงเสนหรือสีพีชจะตัวแทนของนางพิมพิลาลัยหญิงสาวผู้อ่อนช้อยนุ่มนวล

 

 

 

 Teraberry มีสีดอกทับทิมหรือสีผลเบอร์รีเป็นตัวแทนของนางนางเทราปตีจากเรื่อง มหาภารตะส่วนสี Boosabrown สีน้ำตาแสงเทียนก็เป็นตัวแทนของนางบุษบาและสี Magentra เฉดสีท้องสิงห์โทน Maganta เป็นตัวแทนของนางจินตหราวตีจากเรื่อง อิเหนา

 

 

 “ด้วยความที่เราชอบวรรณคดีเราเลยอยากเอาชื่อนางวรรณคดีมาเป็นตัวแทนพยายามเลือกคาแร็กเตอร์นางในวรรณคดีที่ใกล้เคียงกับสีที่สุดพอได้มา 7 คนแล้วเราก็เอาคำมาสมานกับสีออริจินัลที่เป็นชื่อภาษาอังกฤษและพยายามให้ลงตัวที่สุดโชคดีด้วยแหละที่ทุกอย่างมันลงล็อกพอดี

  “ลิปสติกแต่ละสีจะ represent นิสัยใจคอแต่ละนางในวรรณคดีซึ่งก็เป็นตัวแทนของผู้หญิงอยู่แล้วอย่างนางรจนาจะฉลาดไม่ได้ตามใครง่ายๆมีความคิดเป็นของตัวเองตอนที่เลือกเงาะป่าเขาเลือกจากการมองเห็นภายในเลือกจากความคิดไม่ได้เลือกจากความชอบเพราะงั้นเราเลยดึงคาแร็กเตอร์นี้ของเขามาสีแดงที่ดูมั่นใจๆเหมาะกับเขานางสีดาเป็นผู้หญิงที่มีความนางเอกๆหน่อยเราเลยตีความเป็นสีฮันนี่หรือสีเสนเป็นหญิงที่ไม่ได้อายุเยอะมากแต่ก็มีศักดิ์ศรีในตัวเอง” ตามอธิบาย

 ลิปสติกของ Malai Cosmetics ล้วนได้แรงบันดาลใจจากสีของช่างโบราณมีหลากสีสันและหลายอารมณ์ความรู้สึกลิปสติกแต่ละสีจึงเหมาะสมกับริมฝีปากของหญิงสาวแต่ละบุคลิก

 นอกจากสีที่สวยสดและลงตัวแล้วสิ่งหนึ่งที่เราชอบมากคือกลิ่น

 

 ลิปสติกกลิ่นดอกมะลิหอมอวลอ่อนๆให้ความรู้สึกละมุนใจเมื่อได้ลองทาลงบนริมฝีปาก

  “ลิปสติกของเราผูกโยงกับนางในวรรณคดีที่เป็นผู้หญิงพอต้องเลือกว่าจะเป็นกลิ่นอะไรชอยส์ที่เป็นไทยมากๆก็มีแค่สองอย่างคือน้ำอบกับมะลิซึ่งเรามองว่ากลิ่นน้ำอบมันแรงกว่ากลิ่นมะลิเป็นกลิ่นที่ดมได้ไม่นานก็เลยเอากลิ่นมะลิดีกว่า กลิ่นดอกไม้

  “พอเราได้กลิ่นมะลิชื่อแบรนด์ก็ควรจะเกี่ยวข้องกับกลิ่นนี้ด้วยเราก็เลยตั้งชื่อเป็นมาลัยแล้วกันเพราะว่าเวลาชาวต่างชาติมาเราก็จะเอาพวงมาลัยให้เขาเป็นสื่อสัญลักษณ์ของการต้อนรับด้วยและพวงมาลัยก็เป็นตัวแทนของดอกไม้ดอกไม้เป็นตัวแทนของผู้หญิงกลิ่นก็เป็นกลิ่นมะลิเพราะฉะนั้นจะเป็นชื่ออื่นไปไม่ได้เลยนอกจากมาลัย”

ราพณารักษ์

 อีกขั้นตอนที่ต้องใช้ความละเอียดไม่แพ้กันคือการออกแบบแพ็กเกจจิ้งลิปสติก

 ตามและทีมค่อยๆออกแบบลิปสติกขึ้นมาอย่างประณีตที่สุดเพื่อสืบทอดและรักษาศิลปะไทยอย่างทรงคุณค่าพวกเขาเริ่มต้นจากลองออกแบบเป็นลายกนกและลายเส้นไทยอื่นๆแต่นั่นก็ยังไม่เป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจนักระหว่างนั้นเองตามก็เกิดคำถามกับตัวเองว่าถ้าเขาจำเป็นต้องประดับความเป็นไทยอะไรสักอย่างลงไปจะทำอะไรดี

 

  “เราสะดุดกับคำว่าประดับนี่แหละมันหมายความว่าเราไม่จำเป็นว่าต้องวาดมันลงไปก็ได้นี่นาเรามาประดับทีหลังได้เลยคิดว่าน่าจะเอางานฝีมือของไทยที่ดังๆมาประดับถ้าไม่ใช่เครื่องเงินก็ต้องเป็นทองเหลืองซึ่งทองเหลืองมันดูหรูหราเวลาตัดกับแท่งลิปสติกสีดำ เราก็ไปหาโรงงานที่เชี่ยวชาญในการทำทองเหลืองเพราะอยากใช้ทองเหลืองจริงเลยงานหน้ายักษ์จึงเป็นแฮนเมดทั้งหมดงานทองเหลืองคืองานปั๊มงานลงดำงานงองานติดทำด้วยแรงมือคนหมดเลย” ตามเล่าถือหน้ายักษ์ลายเส้นไทยตรงหน้าลิปสติกที่ดูมีเสน่ห์ แปลกตา และน่าดึงดูด

 

 ตามเล่าว่าหัวยักษ์ที่อยู่บนลิปสติกนี้ ได้พี่ชายของเขาที่เชี่ยวชาญด้านศิลปะไทยมาเป็นผู้ออกแบบให้

  “ตามตำราลายเส้นไทยจะมีแพตเทิร์นตัวยักษ์อยู่แล้วหัวยักษ์เขาจะมีเหลี่ยมปากแสยะมีเขี้ยวตามงกุฎแล้วเราก็ไม่อยากไปเอาหัวยักษ์จากวรรณคดีเรื่องไหนด้วยอยากสร้างยักษ์แบบที่ยังไม่เคยมีมาก่อนพี่ชายเราวาดขึ้นมาเองซึ่งเขามีความเชี่ยวชาญเรื่องลายเส้นไทยรู้เรื่องวรรณคดีและการแต่งกลอนอยู่แล้วหลังวาดเสร็จก็ตั้งชื่อว่าราพณารักษ์แปลว่ายักษ์ผู้ปกปักรักษาราพแปลว่ายักษ์รักษ์และว่ารักษายักษ์ราพณารักษ์ของเราจะใส่มงกุฎตาโพงปากแสยะ ซึ่งหมายความว่าเขากำลังยิ้มอยู่” ตามเล่าถึงรายละเอียดเบื้องหลัง

 

 แม้แต่เราเองก็คิดไม่ถึงว่าวันหนึ่งจะได้เห็นยักษ์มาประดับตกแต่งอย่างสวยงามอยู่บนข้าวของหรือเครื่องสำอาง

  “ตอนแรกหลายคนก็ถามว่าทำไมถึงไม่เอาหน้าของนางในวรรรณคดีนั้นๆมาติดอยู่ตรงหน้าลิปเลยล่ะเรามองว่านางในวรรณคดีอาจจะดูสวยก็จริงแต่รายละเอียดมันไม่วิจิตรบรรจงเท่าหัวยักษ์ภาพจำคนส่วนใหญ่จะมองว่ายักษ์เป็นตัวโกงหรือตัวร้ายจริงๆแล้วไม่ใช่เลยยักษ์เป็นทวารบาลของวัดในสมัยก่อนด้วยซ้ำเราเลยเปลี่ยนยักษ์ให้เป็นแง่บวก ให้เขามาปกปักรักษา” เขาเล่าถึงสิ่งที่เรากำลังสงสัยอยู่ในใจ

 เรียกได้ว่าลิปสติกของ Malai Cosmetics คืองานศิลปะที่สร้างขึ้นด้วยเรื่องราวที่สนุก ประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย และวิจิตรบรรจงไม่แพ้ใคร

 

Malai Cosmetics

 ปัจจุบัน Malai Cosmetics มีอายุเข้าสู่ปีที่ 3 โปรดักต์ลิปสติกทั้ง 7 สีเป็นที่ติดอกติดใจหญิงสาวแต่ละบุคลิกจากหลากหลายชาติผู้หญิงแต่ละคนก็ย่อมมีสีลิปสติกที่รักแตกต่างกัน

  “สีที่ขายดีแรกเริ่มเลยคือ Peachlalai เบอร์ 5 เป็นสีพีชโทนนู้ดหน่อยด้วยความที่เป็นสีที่ทาได้ทุกวันและคนไทยก็ชอบแต่ถ้าที่ล้ง 1919 ที่เราวางขายอยู่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจีนสี Magentra เบอร์ 7 ซึ่งเป็นสีชมพูจะขายดีมากคนจีนชอบมากถ้าเป็นลูกค้าทางยุโรปจะชอบสีแดงๆสี Teraberry กับ Rosejana จะขายดี” จากที่ฟังตามเล่าเราว่าพวกเขากำลังเดินทางไปได้อย่างสวยงามทั้งในฐานะ souvenir และ cosmetics

 

 ปัจจุบัน Malai Cosmetics วางขายอยู่ 3 แห่งได้แก่ล้ง 1919 community mall ที่เน้นวัฒนธรรมจีนเซ็นทรัลฯ พัทยาและ Legend Siam สวนสนุกเชิงวัฒนธรรมที่พัทยาและมีเว็บไซต์malaicosmetics.comเป็นช่องทางหลักในการขายออนไลน์ด้วย

 

 “ตอนแรกเราตั้งใจขายชาวต่างชาติเป็นหลัก เพราะนี่เป็นของฝากของที่ระลึก ชาวต่างชาติเขาชอบงานอะไรแบบนี้เพราะเขามองว่ามันเป็นศิลปะที่ควรค่าแก่การจ่ายตังค์เพื่อเสพมันเหมือนที่ฝรั่งชอบไปมิวเซียมเพื่อดูงานศิลปะเขาให้ความสำคัญกับศิลปะไทยและวัดไทยแต่พอเอาเข้าจริงกลายเป็นว่าลูกค้าคนไทยก็สนใจเยอะมากเหมือนกันเราก็อยากทำให้คนรู้ได้เลยทันทีที่เห็นว่าลิปสติกนี้มาจากไทยนะ

 

  “เราแค่อยากทำลิปสติกเป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่นำเสนอความเป็นไทยได้อยากให้คนได้รู้จักอยากให้คนได้มาเห็นว่าไทยเราก็มีของดีๆเหมือนกันนะพอเราได้ทำก็มีกลุ่มคนไทยหลายคนให้ความสนใจและอยากพูดคุย อยากรู้จักแบรนด์เรามากขึ้นซึ่งเราก็ยินดีมากๆเพราะรู้สึกว่ากำลังมาถูกทาง เราไม่อยากให้วรรณคดีเลือนหายไปกับกาลเวลาด้วยในฐานะคนรุ่นใหม่เราอย่าลืมมันดีกว่า”

Tags:founderมาลัยMalai Cosmeticsลิปสติกนางในวรรณคดี
Share :
Author
นิภัทรา นาคสิงห์
Photographer
-
Studio360 ร้านเครื่องเขียนที่อยากให้คุณได้แสดงความเป็นตัวเองผ่านเครื่องเขียนที่ชอบ
FounderStudio360 ร้านเครื่องเขียนที่อยากให้คุณได้แสดงความเป็นตัวเองผ่านเครื่องเขียนที่ชอบนักเขียน : สุดารัตน์ พรมสีใหม่
Siam1928 : น้ำหอมกลิ่นไทยโมเดิร์นของทายาทรุ่นที่ 4 แบรนด์ ‘น้ำอบปรุงเจ้าคุณ’
FounderSiam1928 : น้ำหอมกลิ่นไทยโมเดิร์นของทายาทรุ่นที่ 4 แบรนด์ ‘น้ำอบปรุงเจ้าคุณ’นักเขียน : พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์
หายใจเข้าหอม หายใจออกมาเป็นความสุข ‘Herbpiness’ อะโรมาติกแบรนด์ที่เริ่มจากสมุนไพรในรั้วบ้าน
Businessหายใจเข้าหอม หายใจออกมาเป็นความสุข ‘Herbpiness’ อะโรมาติกแบรนด์ที่เริ่มจากสมุนไพรในรั้วบ้านนักเขียน : ตินกานต์