Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
Kimetsu no Yaiba the Movie – แม้ในวันที่โหดร้าย แต่เราก็มีสิทธิจะละเอียดอ่อนอยู่เสมอในชีวิต

Kimetsu no Yaiba the Movie – แม้ในวันที่โหดร้าย แต่เราก็มีสิทธิจะละเอียดอ่อนอยู่เสมอในชีวิต

07/02/2021
Home Theater
AUTHOR: Mind Da Hed
SHARE:

 ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่

 “เพื่อไม่ให้มีใครถูกทำร้ายอีกผมจะฟาดฟันดาบลงที่คออสูรอย่างไร้ความปรานีต่อไปแต่ผมไม่คิดจะเหยียบย่ำผู้ที่ทุกข์ทรมานกับการเป็นอสูรหรือผู้ที่เสียใจกับสิ่งที่ตัวเองทำเพราะอสูรเองก็เคยเป็นมนุษย์เหมือนกับพวกเรา”

 หัวใจที่ทั้งแข็งแกร่งและอ่อนโยนที่พร้อมจะคงสถานะอย่างนั้นไว้ในทุกสถานการณ์เลวร้ายของชีวิตคือหัวใจแบบไหนกันนะแล้วมันมีอยู่จริงๆหรือ?

 ในโลกมนุษย์การแสวงหาคำตอบให้กับสมมติฐานนี้แสนจะยากเย็นทว่า ‘คามาโดะทันจิโร่’ตัวละครหนึ่งใน Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba the Movie: Mugen Train (ดาบพิฆาตอสูรเดอะมูฟวี่: ศึกรถไฟสู่นิรันดร์) กลับบอกกับเราว่ามันอาจจะยากสักหน่อยและคุณก็อาจจะเจ็บปวดมากขึ้นบาดแผลก็อาจเกิดขึ้นซ้ำๆจนวันหนึ่งกลายเป็นแผลเป็นเด่นชัดแต่ถึงอย่างนั้นทุกคนก็มีสิทธิที่จะละเอียดอ่อนอยู่เสมอแม้ว่าสิ่งที่กำลังพบเจอคือความโหดร้ายอย่างที่สุดของชีวิต

 Demon Slayerผลงานของ ‘โคโยฮารุโกโตเกะ’ ยกเครื่องเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาด้วยตำแหน่งมังงะที่ขายดีกว่า 100 ล้านก๊อปปี้ สร้างตัวเลขหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจญี่ปุ่นอย่างน้อย 2.7 แสนล้านเยนสถาบันวิจัยสิ่งพิมพ์ในโตเกียวเผยว่าเพราะ ดาบพิฆาตอสูรยอดขายสิ่งพิมพ์ของญี่ปุ่นในปี 2020 จึงตกลงไปเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น (เทียบกับปี 2019 ที่ตกลงไปถึงร้อยละ 4.3)

 

 นอกจากนี้เวอร์ชั่นภาพยนตร์ยังทำลายสถิติโดยการทำรายได้กว่า 1 หมื่นล้านเยนในเวลาเพียง 10 วัน เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ญี่ปุ่นมียอดรวมกว่า 3.2 หมื่นล้านเยนแซงหน้าSpirited Away ของ Studio Ghibli ที่ยืนหนึ่งมานานกว่า 20 ปี ส่วนเวอร์ชั่นอนิเมะของค่ายufotableก็กลายเป็นthe big hitของโลกสตรีมมิ่ง คว้ารางวัล Anime of the Year จากโปรแกรมดูแอนิเมชั่นญี่ปุ่น Crunchyroll ในปี 2020 และเป็นซีรีส์อนิเมะที่โด่งดังและถือว่าดีในลำดับต้นๆ ของปีสองปีที่ผ่านมา

 ดาบพิฆาตอสูร เล่าเรื่องของคามาโดะทันจิโร่เด็กหนุ่มผู้ขายถ่านในหุบเขากับครอบครัว อยู่มาวันหนึ่ง เขากลับพบว่าสมาชิกทั้งบ้านถูกอสูรฆ่าทิ้งจนเลือดนองเต็มกระท่อมมีเพียงแค่ ‘เนสึโกะ‘น้องสาวคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้เพียงแต่เธอก็ดันต้องกลายเป็นอสูรแทน

 

 ท่ามกลางโมงยามที่สิ้นหวังอยู่ๆทันจิโร่ก็ได้พบกับ‘กิยู’ นักล่าอสูรที่เห็นว่าเด็กหนุ่มขายถ่านมีอะไรบางอย่างที่น่าสนใจอยู่ในตัวกิยูจึงได้ชี้นำให้ทันจิโร่ไปหา‘อุโรโกะดากิ’ อาจารย์ของเขาด้วยหวังว่าทันจิโร่จะได้ฝึกฝนและสอบเข้าหน่วยพิฆาตอสูรได้ในสักวัน

 นับจากวันนั้นเป็นต้นมาทันจิโร่จึงต้องฝึกฝนกระบวนท่าปราณวารีเคี่ยวกรำฝีมือเป็นปีๆพบเจออสูรที่มีความเก่งกาจหลายระดับค้นพบมิตรภาพระหว่างทางพร้อมๆกับต้องเสาะแสวงหาหนทางที่จะเปลี่ยนให้น้องสาวของเขาซึ่งกลายเป็นอสูรกลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้ง

 *มีการเปิดเผยส่วนสำคัญของภาพยนตร์หลายส่วน*

 ดาบพิฆาตอสูรเดอะมูฟวี่: ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ เล่าเรื่องราวช่วงต่อจากอนิเมะซีซั่นแรกในNetflixซึ่งทันจิโร่และเพื่อนนักล่าอสูร‘เซ็นอิตสึ’และ‘อินโนะสุเกะ‘ ต้องเดินทางไปพร้อมกับ ‘เคียวจูโร่เร็นโกคุ’ เสาหลักเพลิงหรือนักล่าอสูรฝีมือเก่งกาจที่เป็นกำลังหลักในการกำจัดอสูร เพื่อสืบสวนการหายตัวไปของผู้โดยสารในรถไฟฟังเผินๆภารกิจดูเหมือนจะไม่มีอะไรซับซ้อนแต่แล้วอยู่ๆ เหล่านักล่าอสูรทุกคนก็หลับลึกลงไปในฝันที่‘เอ็นมุ’อสูรข้างแรมที่ 1 สร้างขึ้นมาโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าพวกเขากำลังจะถูกอสูรตนนี้ลอบฆ่าอย่างแยบยลในความฝัน

 ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่

 ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่

เมื่อหลับแล้วจะเสาหลักหรืออะไรก็เหมือนกับเด็กทารก

 ไอเดียของเอ็นมุคือต่อให้เป็นนักล่าอสูรที่แข็งแกร่งมาจากไหนแต่แรงขับเคลื่อนของมนุษย์ก็คือหัวใจถ้าทำลายหัวใจทิ้งไม่ว่าใครก็จบเหมือนกันหมดในแง่นี้การต่อสู้ระหว่างตัวละครใน ดาบพิฆาตอสูร จึงไม่เพียงเรียกร้องแค่ความเก่งกาจของกระบวนท่าแต่ยังรวมถึง ‘กึ๋น’ ในการต่อสู้อีกด้วย

 เมื่อทุกคนหลับปุ๋ยพวกเขาต่างก็อยู่ในความฝันที่แตกต่างกันไปทันจิโร่ปรากฏตัวที่บ้านในหุบเขาพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวที่มีชีวิตปกติสุขฝันดีจากมนตร์อสูรตรึงเขาให้ใช้ชีวิตธรรมดาเหมือนการตายยกครัวไม่เคยเกิดขึ้น

 ในส่วนของเคียวจูโร่นั้น ความฝันพาเขาย้อนกลับไปในวันที่เขาบอกกับพ่อว่าได้เป็นเสาหลักเพลิงทว่าพ่อกลับเพิกเฉยทั้งๆที่ตัวเองก็เคยเป็นเสาหลักมาก่อนในอดีตไม่เหลือร่องรอยใดๆอีกพ่อตรงหน้าเคียวจูโร่คือบุคคลที่ละทิ้งชีวิตไปหมดสิ้นแล้วเสาหลักอะไรนั่นเป็นแค่เรื่องไร้สาระโลกจะเป็นยังไงก็ช่างมัน

 เจ็บปวดแต่ก็ต้องเก็บกลั้นความรู้สึกไว้ภายใน เคียวจูโร่ผู้แข็งแกร่งและพึ่งพิงได้บอกกับน้องชายของเขาไปตามตรงว่าพ่อไม่ได้ยินดีด้วยเลยกับการที่เขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นเสาหลัก แต่ถึงอย่างนั้น เปลวไฟในจิตใจของเขาก็จะไม่มีวันหายไปไหน

 ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่

 ความฝันคือความทรงจำที่บ่งบอกว่าตัวตนของใครคนหนึ่งเป็นยังไง เติบโตมาในสภาพแวดล้อมแบบไหน พบเจอกับความเจ็บปวดอะไรมาบ้าง แต่สำหรับบางคน ความฝันกับความใฝ่ฝันก็ดูจะเป็นสองสิ่งที่ใกล้เคียงกันอยู่ นั่นเพราะความใฝ่ฝันอาจไม่ใช่เรื่องของอนาคตที่ยังมาไม่ถึงเสมอไป แต่เป็นเรื่องของอดีตอันห่างไกลที่ผ่านเลยไปนานแล้ว อดีตที่ไม่ต่างอะไรกับความใฝ่ฝันว่าสักวันสิ่งที่เคยสูญเสียไปแล้วนั้นจะกลับกลายเป็นความจริงขึ้นมา

 ในฐานะผู้ชมเราเชื่อมโยงตัวเองกับตัวละครได้ไม่ยากเพราะเราต่างเสียดายสิ่งที่เคยทำหลุดมือไปในอดีตเจ็บปวดกับปัจจุบันบ้างและบางครั้งภาพของการโดนทำร้ายก็วนซ้ำอยู่ในสมอง เหมือนกับจะบอกว่าเราต่างก็มีบาดแผลที่ก้าวข้ามได้หรือไม่ได้ในชีวิตมันจะอยู่กับเราไปตลอดและอาจจะวนกลับมาทำร้ายหรือสร้างความอุ่นใจให้เราได้เสมอ

 สำหรับทันจิโร่ครอบครัวที่อบอุ่นสอนให้เขาเป็นคนอบอุ่นคิดถึงคนอื่นและปกป้องคนรักอย่างสุดชีวิตแม้จะไม่เหลือความหวังเขาจึงเลือกทางที่ยากสำหรับคนทั่วไปนั่นคือการเห็นใจอสูรและพยายามรักษาชีวิตของผู้บริสุทธิ์

 สำหรับเคียวจูโร่การเปลี่ยนผ่านของครอบครัวสอนให้เขาสดใสยิ้มสู้และมีความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะเสมอเขาต้องเป็นพี่ชายที่รับผิดชอบสูงผ่าเผยและพึ่งพิงได้ในทุกสถานการณ์

 ตัวละครที่มองโลกในแง่ดีแบบนี้อาจทำให้เราทั้งรำคาญใจและอยากจะเลียนแบบพวกเขาในบางส่วนแต่ที่สำคัญคือมันสร้างคำถามให้กับเราว่าคนเหล่านี้จัดการกับความโหดร้ายในชีวิตของพวกเขายังไงความละเอียดอ่อนจึงยังไม่เลือนหายไปจากจิตใจของพวกเขา

จิตใจของมนุษย์นั้นเปราะบางและอ่อนแอราวกับเครื่องแก้ว

 ยิ่งอยู่ในฝันนานเท่าไหร่ก็ยิ่งตื่นยากขึ้นเท่านั้นเพราะเราจะยิ่งจมหายลงไปในความทรงจำทว่าในที่สุดทันจิโร่ก็รู้สึกตัวขึ้นมาได้ว่าตัวเองถูกกักขังอยู่ในความฝันเขาพยายามหาทางออกวิเคราะห์ความเป็นไปได้อย่างเป็นระบบจนท้ายที่สุดก็พบว่าการวิ่งหนีออกมาจากครอบครัวอันเป็นความทรงจำที่ล้ำค่าที่สุดคือหนทางที่เขาจะหลุดออกจากความฝันได้

 ทันจิโร่เป็นตัวละครที่ใจดีหากก็เด็ดเดี่ยวเป็นตัวละครที่แทบจะเป็นตัวแทนของอุดมคติในการเสียสละภูมิต้านทานต่อความฝันสูงขึ้นทันทีเมื่อรู้ว่านี่เป็นเพียงฝันฉากนี้น่าจะเป็นฉากที่หลายคน (รวมทั้งผู้เขียนด้วย) เสียน้ำตานั่นเพราะทันจิโร่วิ่งหนีสิ่งที่ชีวิตของเขาต้องการและโหยหามากที่สุด

 ฉากที่วิ่งหนีแม่น้องๆและเนสึโกะที่ไม่ได้เป็นอสูรและอยู่ท่ามกลางแสงแดดแตะลึกซึ้งไปถึงข้างใน

 “อยากอยู่แบบนี้ตลอดไปอยากหันหลังกลับไปที่จริงแล้วถ้าตอนนี้ทุกคนก็อยู่ดีมีสุขวันนี้เราก็อาจจะยังเผาถ่านอยู่ไม่ต้องมาจับดาบแบบนี้

 “แต่เราสูญเสียมันไปแล้ว”

 ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่

 แม้ว่าจะนึกขอบคุณครอบครัวอยู่ในใจ และแม้ว่าจะอยากขอโทษพวกเขามากมายเพียงใด แต่หลังจากที่กล่าวประโยคนี้จบ ทันจิโร่ก็ไม่หันหลังกลับไปอีก เขาชักดาบขึ้นมาเพื่อตัดคอตัวเองในความฝัน ฉับพลันเขาก็ลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง 

 กระทั่งเอ็นมุเองก็ยังตกใจว่าทำไมทันจิโร่ถึงวิเคราะห์เงื่อนไขของการตื่นได้ในระยะเวลาสั้นๆแค่นี้ เพราะเหตุการณ์ในฝันช่างเหมือนกับโลกจริง การตัดสินใจว่าจะตัดคอตัวเองจึงจำเป็นต้องใช้พลังอย่างมาก

 ในชีวิตจริง มนุษย์ล้วนเจอบททดสอบที่ท้าทายความกล้าหาญและการตัดสินใจในช่วงเวลาบีบคั้น มันยากจนหลายครั้งเราตัดสินใจล้มเลิกมันไปกลางคัน แต่ทันจิโร่เป็นตัวละครที่พูดคำว่า “จะทำยังไงดี” บ่อยครั้งต่อจากนั้นเขาจะไม่แขวนตัวเองไว้กับความกลัวมากเท่ากับคำนวณว่าโอกาสที่จะต่อสู้สำเร็จมีเท่าไหร่อ่านเกมของศัตรูประเมินกำลังของตัวเองและเพื่อนและทดลองทำจริงทันที

 แม้ว่าจิตใจอ่อนละมุนของเขาอาจจะดูเกินจริงไปบ้างจนแทบจะเป็นจุดสูงสุดของความเห็นอกเห็นใจ (empathy) แต่ทันจิโร่ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่งเขาคือตัวแทนที่ดีของการอยู่กับความจริงและโลดแล่นไปกับมัน สาเหตุที่ทันจิโร่สามารถจัดการกับอสูรระดับสูงหลายตัวมาได้รวมถึงอสูรข้างแรมอย่างเอ็นมุจึงมาจากการลับคมในหัวสมองเรื่อยๆและพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา

 หากเราเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาที่ปรารถนาชีวิตสามัญ ฝีมือความสามารถก็กลางๆ ทันจิโร่น่าจะเป็นบุคคลที่เรานับถือได้ไม่ยาก เพราะเขาไม่เคยคิดว่าตัวเองพิเศษ รักในความสามัญของตัวเองในฐานะมนุษย์ แต่ในห้วงเวลาที่โชคชะตาบ้าคลั่ง เขาก็พร้อมจัดการอารมณ์ จัดระเบียบความโกรธ และหาวิธีแก้ปัญหาไปเรื่อยๆ แม้ว่าอุปสรรคจะมีขนาดมหึมาจนดูเหมือนไม่มีโอกาสแก้ไขได้เลย

 

บางครั้งอำนาจก็ทำให้คนที่ถือมันไว้มองไม่เห็นหลายต่อหลายอย่าง

 ทว่าในภาพยนตร์เรื่องนี้แม้ว่าจะชนะเอ็นมุได้แล้วแต่นั่นก็ยังไม่ใช่จุดจบของเรื่องเพราะ ‘อาคาสะ’ อสูรข้างขึ้นที่แข็งแกร่งกว่ามากกลับปรากฏตัวออกมากะทันหันจนนำไปสู่การต่อสู้กันระหว่างอสูรที่แข็งแกร่งตนนี้กับเคียวจูโร่เสาหลักแห่งเพลิง

 ประเด็นในช่วงท้ายของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ไต่ระดับไปสู่ความเป็นมนุษย์VSความเป็นอสูรบททดสอบนี้ไม่ใช่ของทันจิโร่และเพื่อนอีกต่อไปหากเป็นการตัดสินใจของเคียวจูโร่ซึ่งถูกอาคาสะชักชวนให้มาเป็นอสูรด้วยกันเพราะถูกใจในจิตวิญญาณการต่อสู้ของเขา

 “ในฐานะผู้ฝึกตนด้านการต่อสู้ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงไม่มีใครตอบรับที่จะเป็นอสูรผู้ที่มีพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมต้องโรยราไป…กระบวนท่าที่ยอดเยี่ยมแบบนี้เจ้าจะต้องเสียมันไปสักวันนะ”

 ความพิเศษของบทสนทนาระหว่างการฟาดฟันกันของสองตัวละครคือการแลกเปลี่ยนมุมมองและดึง ‘ความแข็งแกร่งของการเป็นนักต่อสู้’ ออกมาโต้เถียงกันโดยที่ฝ่ายหนึ่งไม่ได้บอกว่าอสูรพิเศษกว่าเพราะเป็นอสูรแต่เป็นเพราะมนุษย์ไม่มีทางเข้าถึงจุดสูงสุดของการเป็นนักสู้ได้ต่างหากการเป็นอสูรจึงสำคัญกว่า

 

มุมมองของเจ้ากับข้าต่างกัน

 ถ้าเป็นอสูร ต่อให้อยากเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่ง อีก 100 ปีหรือ 200 ปีก็สามารถฝึกฝนและเก่งกาจได้ไม่มีที่สิ้นสุด แถมร่างกายก็ยังฟื้นฟูสภาพได้อย่างรวดเร็ว แต่มนุษย์นั้นมีเสื่อมสภาพ โรยรา และดับสูญ การเลือกเป็นนักสู้ในร่างมนุษย์ไปเรื่อยๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเลือกที่จะตาย

 เคียวจูโร่ฟังคิดและพูดไปตามตรงว่าไม่เห็นด้วยไม่ว่าอาคาสะจะยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจใหม่ๆเขาก็ยังยึดมั่นในหลักการเพราะเชื่อมั่นว่าการที่มนุษย์เสื่อมสภาพทำให้มนุษย์น่าหลงใหล

 ผู้เขียนคิดว่าฉากนี้คือการต่อสู้ทางวัฒนธรรมระหว่างความคิดที่น่าชื่นชมเพราะเป็นการปะทะกันของแนวคิดในการใช้ชีวิตระหว่างมนุษย์กับอสูรในขณะที่อีกนัยหนึ่งมันคือการหยิบยื่น ‘ชีวิตที่ดีกว่า’ ให้กับอีกฝ่ายโดยใช้ต้นทุนของเวลาอำนาจเหนือร่างกายหรืออาจจะไปไกลถึงความสนุกสนานของชีวิต

 วิธีการพูดของอาคาสะนั้นฉลาดเพราะเขาไม่ได้บอกว่าการเป็นอสูรคือ‘privilege’แต่เราสามารถใช้การฟื้นฟูแผลที่รวดเร็วเป็นเครื่องมือเพื่อเข้าถึงจุดสุงสุดของความแข็งแกร่งprivilegeอยู่ที่การเข้าถึงพลังพิเศษต่างหากอาคาสะพยายามแสดงให้เคียวจูโร่เห็นภาพว่าต่างฝ่ายต่างก็มีเป้าหมายคล้ายๆกันนั่นแหละ

 ขีดจำกัดเป็นสิ่งที่อสูรพบเจอได้ยากมีเพียงแสงอาทิตย์และการถูกตัดคอจากดาบของนักล่าอสูร (ซึ่งพอเป็นอสูรข้างขึ้นยิ่งยากมหาโหด) เท่านั้นที่จะฆ่ามันได้และนี่เป็นการต่อสู้ที่ไม่เท่าเทียมเพราะต้นทุนของสองฝ่ายไม่เท่ากันถ้าวิเคราะห์ตามอาคาสะบนพื้นฐานนี้ก็จะเข้าใจว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้แฟร์ตั้งแต่ต้นเพราะฉะนั้นการยื่นใบสมัครเป็นอสูรก็ดูจะน่าสนใจไม่น้อย

 “มาต่อสู้ด้วยกันไปเรื่อยๆฝึกวิชาไปด้วยกันสิทธินั้นอยู่ในมือเจ้าแล้ว”

 

 แต่เมื่อเคียวจูโร่ปฏิเสธอาคาสะที่ตกใจไม่น้อยก็ยิ่งจะตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆที่เห็นสภาวะแบบนี้จากมนุษย์ที่เขาคิดว่าอ่อนแอ การต่อสู้ถูกยกระดับขึ้นเรื่อยๆ เคียวจูโร่เค้นพลังน่าเหลือเชื่อออกมาปะทะกันจนล่วงเลยไปถึงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น อาคาสะถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องหนีตายไปก่อนในขณะที่กำลังวิ่งเข้าหามุมมืดในป่าทันจิโร่ที่บาดเจ็บสาหัสขัดคำสั่งของเคียวจูโร่ที่ให้อยู่เฉยๆและวิ่งตามอาคาสะไปพร้อมตะโกนลั่นว่า

 “เจ้าคนขี้ขลาดอย่าหนีนะ”

 ประโยคนี้พุ่งตรงไปพร้อมดาบของทันจิโร่แทงเข้าที่อัตตาของอาคาสะอย่างรุนแรงเขาถึงกับหันกลับมาและพูดจาน่าสนใจต่อว่า

 “ข้าไม่ได้หนีเจ้าแต่หนีพระอาทิตย์ต่างหาก”

  ดาบพิฆาตอสูรสร้างความรู้สึก ‘กลัวตาย’ ที่แท้จริงให้ผูกอยู่กับอสูรมากกว่ามนุษย์ที่ตายง่ายกว่าอสูรมีความกล้ามากและกลัวมากเพราะความตายไม่ใช่แค่การดับของร่างกายแต่เป็นการสูญสลายของภาวะอำนาจที่ยึดถือ

 ในมุมมองของอาคาสะการต่อสู้นี้ครั้งนี้รู้ผลแพ้ชนะไปแล้วเพราะมนุษย์ไม่มีทางสู้ไหวแต่ทันจิโร่กลับโต้ว่านี่คือชัยชนะของเคียวจูโร่ต่างหากเพราะถึงแม้หน่วยพิฆาตอสูรจะเป็นมนุษย์ที่ต้นทุนต่ำกว่าเสียเปรียบกว่าแต่ก็เลือกต่อสู้ในเวลากลางคืนที่อสูรได้เปรียบพวกเขาไม่ได้แพ้ผู้โดยสารในรถไฟปลอดภัยทั้งหมดอาคาสะต่างหากที่พ่ายแพ้

 ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่

บางครั้งอำนาจก็ทำให้คนที่ถือมันไว้มองไม่เห็นหลายต่อหลายอย่าง

 “ความพยายามน่ะมีเท่าไหร่ก็ไม่พอหรอก” คือประโยคที่ ‘ซาบิโตะ’ นักล่าอสูรคนหนึ่งเคยพูดไว้

 ซึ่งผู้เขียนคิดว่าสะท้อนทั้งแนวคิดของฝ่ายหน่วยพิฆาตอสูรและฝ่ายอสูรได้เป็นอย่างดี

 ทันจิโร่และเคียวจูโร่มีความพยายามเป็นเลิศทั้งสองคนพยายามสู้ในสถานการณ์ที่เป็นไปไม่ได้และยังต่อสู้เพื่อคนอื่นในขณะที่ฝ่ายอสูรเองมองความพยายามเป็นการต่อยอดอำนาจและแรงสะท้อนจากชีวิตที่โหดร้ายครั้งยังเป็นมนุษย์ความพยายามซ้ำซากในข้อจำกัดเดิมไม่ตอบโจทย์ของการโดนโลกโบยตีเป็นมนุษย์นั่นแหละที่ทำร้ายกันจนจิตใจแหลกสลายพวกเขาถึงได้เลิกพยายามยอมเป็นอสูรและมองหาความสวยงามในจักรวาลใหม่

 ที่มาและคำตอบของการเป็นนักล่าอสูรและอสูรก็แตกต่างหลากหลายกันไปไม่แพ้กัน

 เช่นนี้แล้ว เราจึงไม่อาจตัดสินได้ว่าทั้งสองฝ่ายคิดผิดหรือถูกยังไงแต่เป็นทางเลือกที่แตกต่างหลังจากที่โดนทำร้ายจนบอบช้ำพวกเขาถึงใช้สิทธินั้นเลือกที่จะใช้ชีวิตต่อในทางที่ตัวเองคิดว่าดี

 ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่

 ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์เรื่องนี้แต่เป็นทั้งเรื่องราวที่ยังไม่จบของดาบพิฆาตอสูรที่ชักชวนให้เราทำความรู้จักความเป็นอสูรและมนุษย์ในตัวเองหลายครั้งเราพบว่าเราไม่เลือกเข้าข้างตัวแทนของคนดีเพราะเข้าใจว่าอสูรเจ็บปวดจากครอบครัวความโดดเดี่ยวความยากจนการถูกทอดทิ้ง คนที่รักโดนปลิดชีวิตซ้ำๆ ซากๆ และไม่ได้ชั่วร้ายโดยกำเนิดพื้นฐานของประสบการณ์ชีวิตคือตราชั่งทางอารมณ์ที่ดีและงดงามซ้ำปรัชญาของมันยังเรียบง่ายกว่าที่คิดเมื่อถูกเล่าผ่านตัวละครที่มีปมแตกต่างกัน

 การไม่กดข้ามความเจ็บปวดแต่ก้าวข้ามมันไปอย่างใคร่ครวญของทันจิโร่การต่อสู้กับภาวะขี้ขลาดในการเป็นนักล่าอสูรที่มีกระบวนท่าแค่กระบวนเดียวของเซ็นอิตสึหรือการเลือกที่จะเป็นอสูรและเสาหลักของแต่ละคน

 ทันจิโร่เป็นตัวเอกก็จริงเขามีแง่มุมความแข็งแกร่งแต่อ่อนโยนที่ไม่สิ้นสุดมิติของความอ่อนโยนนั้นซับซ้อนมากเสียจนทำให้ผู้อ่านประหลาดใจได้เสมอเป็นนักเรียนรู้ความเจ็บปวดที่แน่วแน่พร้อมร้องไห้เพื่อคนอื่นเด๋อซ้ำยังชอบไต่ระดับมาตรฐานความเป็นคนดีให้สูงขึ้นจนน่าหมั่นไส้แต่ตัวละครอื่นๆก็มีความพิเศษจนแย่งซีนทันจิโร่ได้มากผู้เขียนเห็นว่าอสูรน่าสนใจกว่าเสียด้วยซ้ำและน่าสนใจในแง่มุมของความเป็นมนุษย์ที่อ่อนไหวและขาดรัก

 ความเป็นคนดีมันน่าหมั่นไส้ก็จริง และการทำเพื่อคนอื่นก็ดูจะยูโทเปียไปมากในบางจังหวะ แต่ถึงเราจะรำคาญ หากเราก็ยังพ่ายแพ้ต่อมันเหมือนกับที่เราพยักหน้าเข้าใจความเศร้าของการเป็นอสูร

 ความง่ายงามที่เบ่งบานแม้ในยามที่ชีวิตกำลังจะดับลงของเคียวจูโร่เป็นภาพที่เขายิ้มกว้างเป็นเสาหลักเป็นคนเก่งแต่ก็เป็นมนุษย์ที่อยากได้รับการยอมรับจากคนที่รักรักคนเป็นและอยากให้พวกเขาใช้ชีวิตต่อไปโดยที่เข้าใจเสมอว่าตัวเองถูกรักอยู่

 ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่

Tags:มังงะอนิเมะkimetsu no yaibaดาบพิฆาตอสูรญี่ปุ่น
Share :
Author
Mind Da Hed
Photographer
-
“ยุคสมัยเปลี่ยนไปแต่หัวใจที่เป็นเด็กไม่เปลี่ยนแปลง” เกร็ด 50 ข้อฉลอง 50 ปีโดราเอมอน
Made in Japan“ยุคสมัยเปลี่ยนไปแต่หัวใจที่เป็นเด็กไม่เปลี่ยนแปลง” เกร็ด 50 ข้อฉลอง 50 ปีโดราเอมอนนักเขียน : ณิชมน หิรัญพฤกษ์
'Soul' บนโลกทุกวันนี้ มนุษย์ทุกคนสามารถเข้าถึงความสุขได้จริงๆ หรือ?
Road to Oscars'Soul' บนโลกทุกวันนี้ มนุษย์ทุกคนสามารถเข้าถึงความสุขได้จริงๆ หรือ?นักเขียน : คาลิล พิศสุวรรณ
Onward: ขอบคุณที่อยู่ข้างกันในวันที่รู้สึกแหว่งวิ่น
Now ShowingOnward: ขอบคุณที่อยู่ข้างกันในวันที่รู้สึกแหว่งวิ่นนักเขียน : Your Favorite Writer's Favorite Writer