Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
İznik : ย้อนยุคสู่เมืองโบราณ เที่ยวทะเลสาบงดงามที่ตุรกี

İznik : ย้อนยุคสู่เมืองโบราณ เที่ยวทะเลสาบงดงามที่ตุรกี

07/08/2016
Journey
AUTHOR: อัจฉรัตน์ สุเทวพร
SHARE:

 อยากให้ตุรกีกลับสู่ความสงบ นักท่องเที่ยวไปอย่างสบายใจได้อีกครั้ง เราขอเล่ารำลึกถึงทริปเมื่อ 3 ปีก่อน ครั้งที่ได้ไปรู้จักกับความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมของเมืองเก่าที่อยู่ห่างจากกรุงอิสตันบูลไปไม่ไกลทางตอนใต้ İznik (อิซนิก) เป็นเมืองเล็กๆ อยู่ในเขตของนคร Bursa (บูร์ซา) แม้ชื่อจะไม่คุ้นหู แต่เมืองนี้นับเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ยาวนาน ตั้งแต่ปลายสมัยโรมันในยุคจักรวรรดิไบเซนไทน์ที่คริสตศาสนาเฟื่องฟู มาจนถึงอาณาจักรออตโตมันหรือยุคที่ศาสนาอิสลามเฟื่องฟู ที่นี่จึงเป็นดั่งจุดยุทธศาสตร์ที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยและกลิ่นอายของการเปลี่ยนผ่านศาสนาและวัฒนธรรมที่แตกต่างไว้อย่างเต็มเปี่ยม

 เราออกเดินทางจากโรงแรมในเมืองบูร์ซาโดยไกด์ส่วนตัวที่ทางโรงแรมจัดหาให้ เป็นทั้งคนขับรถและคนพาเราเที่ยวแบบ One Day Trip นั่งรถชิลล์ๆ แค่ชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้ว ไกด์หนุ่มชาวตุรกีที่พูดภาษาอังกฤษได้พอใช้แต่สุภาพมากพาเราเข้าสู่เมืองอารยธรรมแห่งนี้ในวันปลายเดือนมกราคมที่แม้แดดจัดแต่ก็ยังหนาวจนควันออกปาก

 

 สถานที่แรกที่พี่ไกด์พาไปชมคือกำแพงเก่าที่มีความยาวโดยรอบเกือบ 5 กิโลเมตร สูงราว 10 – 13 เมตร สร้างมาตั้งแต่ก่อนสมัยโรมันและบูรณะเรื่อยมาทั้งในยุคไบเซนไทน์และออตโตมัน ยังมีป้อมปราการและประตูเมืองที่ก่อด้วยหินซึ่งมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์อีกหลายจุดให้เราวิ่งลงไปถ่ายรูป สัมผัสอากาศหนาว แล้วรีบวิ่งขึ้นรถให้พี่ไกด์พาไปเที่ยวต่อที่ Yeşil Cami หรือ Green Mosque

 

 

 เหตุที่ได้ชื่อว่า Green Mosque ก็เพราะลวดลายบนกระเบื้องเซรามิกที่ตกแต่งด้านในตัวอาคารเป็นสีเขียวนั่นเอง แม้จะไม่ใหญ่โตโอ่อ่าแบบมัสยิดในเมืองใหญ่ แต่ก็ถือว่าเป็นศาสนสถานเก่าแก่ที่รักษาสภาพไว้ได้เป็นอย่างดี ที่แน่ๆ เรารู้สึกได้ถึงความขลังและพลังศรัทธาอันเปี่ยมล้นของบรรดาลุงๆ อาๆ ชาวบ้านที่พากันมาสวดมนต์ ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อยู่เป็นเนืองนิจ แต่ช่วงที่เราไปเป็นเวลาละหมาดพอดี จึงมีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปประกอบพิธี ส่วนผู้หญิงต้องรอข้างนอกและต้องใช้ผ้าคลุมศีรษะทุกครั้งที่เข้าไปด้านใน

 ท้องร้องแล้ว พี่ไกด์บอกให้เราไปกินข้าวเที่ยงกันริมทะเลสาบดีกว่า เรารีบตอบกลับไปว่า “That sounds great!” แล้วก็ไม่ผิดหวังกับร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบอิซนิกซึ่งชวนให้เราสั่งเมนูปลามาชิมแบบไม่ต้องคิด ระหว่างรออาหาร เราเดินข้ามถนนไปเก็บภาพริมทะเลสาบรัวๆ ลมพัดเย็นยะเยือก แต่สาวไทยอย่างเราสู้ตาย! (พี่ไกด์ไขว่ห้างรอ ไม่ยอมลุกออกมาจากร้านเลย) พูดถึงอาหารตุรกี ไม่ได้มีอะไรประทับใจเรามากนัก (ถ้าไม่นับกาแฟกับขนม) เอาเป็นว่าได้กินบรรยากาศก็ถือว่าเกินคุ้มแล้วสำหรับปลาชุบแป้งทอดกับข้าวผัดซอสจานนี้

 ตะลุยทัวร์ช่วงบ่ายกันต่อด้วยการนั่งรถขึ้นเขาไปชมวิวที่มองลงมาเห็นเมืองและทะเลสาบอิซนิกเป็นมุมกว้างแบบพาโนรามา ที่นี่เพิ่งค้นพบซากโบสถ์ที่จมอยู่ใต้ทะเลสาบเมื่อไม่นานนี้ด้วย จากนั้นแวะลงมาชมแหล่งผลิตงานเซรามิกเพนต์ ศิลปะเก่าแก่ของเมืองที่ครั้งหนึ่งเคยสูญหายไปในสมัยศตวรรษที่ 18 และถูกนำมาชุบชีวิตขึ้นใหม่ที่ Çandar Çini มีผู้สาธิตการวาดลวดลายลงบนแผ่นเซรามิกซึ่งใช้ประดับประดาบนผนังของมัสยิด (แม้กระทั่งกระเบื้องบนผนัง Blue Mosque อันเลื่องชื่อก็ทำจากที่นี่) นอกจากนี้ยังมีข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อย่างแจกัน ถ้วย จาน ชาม กรอบกระจก เครื่องประดับ ที่ล้วนสวยสดงดงามด้วยการทำมือล้วนๆ

 

 

 เราแวะซื้อถ้วยน้ำจิ้มเล็กๆ ลายดอกไม้น่ารักกลับมาเป็นของฝากจากร้านที่ชั้นใต้ดินข้างๆ Ayasofya คนขายใจดีเอาน้ำชาดำใส่ถ้วยแก้วทรงเฉพาะขนาดย่อมพร้อมน้ำตาลก้อนมาต้อนรับอย่างดี สำหรับคนตุรกี เขาดื่มชาดำใส่น้ำตาลด้วยแก้วแบบนี้เฉลี่ย 20 แก้วต่อวัน! ราคาของซื้อขายก็ต่อรองกันได้ ถูกใจพี่ไทยเป็นที่สุด

 Ayasofya หรือ The Church of the Divine Wisdom ปัจจุบันเป็นมัสยิดที่ยังคงมีซากอารยธรรมโบราณจากอิทธิพลของศาสนาคริสต์เมื่อครั้งเริ่มก่อตั้งเป็นโบสถ์ แม้จะเคยพังลงเพราะแผ่นดินไหวและไฟไหม้ในอดีต ตัวอาคารก็ได้รับการบูรณะและตกแต่งใหม่ด้วยกระเบื้องวาดลาย งานฝีมือของชาวท้องถิ่นซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้

 

 

 

 บ่ายแก่พอแดดหุบ ฝนก็โปรยเม็ดละเอียดลงมาส่งเราขึ้นรถกลับเมืองบูร์ซา จำต้องกล่าวอำลาอิซนิก เมืองที่สะกดให้เราย้อนกลับไปเยือนอดีตได้ดั่งมีมนต์ขลัง เราเชื่อว่าฟ้าหลังฝนมักมีรุ้งงามเสมอ เช่นเดียวกับเหตุการณ์รุนแรงที่เพิ่งเกิดขึ้นในกรุงอิสตันบูล เราหวังว่าสิ่งต่างๆ จะคลี่คลายและความสุขจะกลับคืนมายังดินแดนแสนงาม สู่ผู้คนที่มีอัธยาศัยน้ำใจดีแห่งนี้อีกครั้งในเร็ววันนะ

Iznik

 Address: İznik Town (หรือเมือง Nicaea), Bursa, Turkey
Hours: ทั้งวัน ทุกฤดู (แต่ฤดูหนาวจะหนาวจัด)
How to get there: จากอิสตันบูล นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามทะเล Marmara ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ถึงท่าเรือ Yalova แล้วต่อรถยนต์หรือมินิบัสอีกประมาณชั่วโมงครึ่ง

 Maps

 ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย

 

Tags:traveli was thereIznikNicaeaBursaYesil CamiCandar CiniAya SofyaTurkeyตุรกี
Share :
Author
อัจฉรัตน์ สุเทวพร
Photographer
-
ต่อคำตัวละคร ‘ตี๋ใหญ่ ฤกษ์ดาวโจร’ หนุ่มตาตี่มือถือปืน นักปล้นบรรพกาล
Q and a dayต่อคำตัวละคร ‘ตี๋ใหญ่ ฤกษ์ดาวโจร’ หนุ่มตาตี่มือถือปืน นักปล้นบรรพกาลนักเขียน : ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม
“เดินทางทีไร ชิงหลับไปก่อนทุกที” ต้องทำยังไง ตั้งใจซึมซับความหมายระหว่างทาง แต่ความง่วงกลับจู่โจมให้คอพับโดยไม่รู้ตัว
A Better Day“เดินทางทีไร ชิงหลับไปก่อนทุกที” ต้องทำยังไง ตั้งใจซึมซับความหมายระหว่างทาง แต่ความง่วงกลับจู่โจมให้คอพับโดยไม่รู้ตัวนักเขียน : ชยพล ทองสวัสดิ์
SJM  เปิดประสบการณ์มาเก๊าระดับเวิลด์คลาส ครบจบในรีสอร์ตเดียว
AgendaSJM  เปิดประสบการณ์มาเก๊าระดับเวิลด์คลาส ครบจบในรีสอร์ตเดียวนักเขียน : a team