Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
เรื่องของความผิด ความรู้สึกผิด และผู้กระทำความผิด ในโลกที่อะไรๆ ก็ผิด

เรื่องของความผิด ความรู้สึกผิด และผู้กระทำความผิด ในโลกที่อะไรๆ ก็ผิด

10/09/2019
Happiness
AUTHOR: จิราภรณ์ วิหวา
SHARE:

 บ่ายวันอาทิตย์เอื่อยเฉื่อยสามีซึ่งขับรถออกไปซื้อกาแฟใกล้ๆบ้านโทรศัพท์มาบอกฉันว่าเกิดอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ของเด็กคนหนึ่งขับชนรถคันหน้าแล้วกระเด็นมาชนรถของเราไม่มีใครบาดเจ็บหนักแต่ยังตกลงกันไม่ได้น่าจะต้องไปที่สน.

 เมื่อรู้ว่าไม่มีใครเป็นอะไรฉันเบาใจและอาสาตามไปสมทบด้วยเพราะคิดว่าเขาน่าจะหิวกาแฟจนปวดหัวมากกว่าจะต้องไปช่วยทุ่มเถียงเอาความอะไรจนเมื่อไปถึงฉันเห็นเด็กหนุ่มวัยสิบหกนั่งหน้าจ๋อยที่หัว แขน และขา มีแผลถลอกปอกเปิกกับพลาสเตอร์ที่ถูกแปะไว้ลวกๆโดยหน่วยกู้ภัยรถมอเตอร์ไซค์ของเด็กไม่มีพ.ร.บ. เด็กจึงออกอาการกลัวลนยิ่งกว่าตอนรอดตายจากใต้ท้องรถของเราอย่างหวุดหวิด เมื่อตำรวจสั่งให้โทรหาผู้ปกครองจนเมื่อเราเห็นพ่อของเด็กที่ไม่ยอมรับผิดชอบค่าเสียหายด้วยเหตุผลว่าเลิกกับแม่ของเด็กแล้วและเด็กอยู่ในความปกครองของแม่ต่างหากฉันก็เริ่มเข้าใจแววตาหวั่นหวาดของเด็กและความค้อมยอมของแม่เด็กในอากัปกิริยาเล็กๆน้อยๆเมื่อได้คุยกับร้อยเวรจากนั้นทุกอย่างดำเนินไปตามกระบวนการประกันฯ ของรถยนต์ทั้งสองคันทำตามหน้าที่ตำรวจเรียกผู้ปกครองมาตกลงรับผิดชอบค่าเสียหายว่ากล่าวเด็กผู้กระทำความผิดที่หาเรื่องเสียเงินให้พ่อแม่พอเป็นพิธีและตำหนิผู้ปกครองอย่างจริงจังเรื่องไม่ต่อพ.ร.บ. เราเดินออกจากสน.มาอย่างเงียบๆก่อนที่สามีของฉันจะพูดออกมาว่ากลับบ้านไปไอ้น้องโดนพ่อหนักแน่

 

 อาจไม่ใช่เวลาแต่สิ่งที่ฉันรู้สึกตลอดกระบวนการใน สน.คือ หากเป็นฉันในวัยเท่านั้นฉันจะรู้สึกแบบไหนแล้วภาพก็ชัดเจนออกมาเป็นฉากๆว่าฉันกำลังนั่งหงอน้ำตาคลอเบ้ามองดูแม่วิ่งเต้นขอผ่อนผัดจากหนักเป็นเบาและยกมือไหว้ขอโทษคู่กรณีซ้ำๆก่อนจะกลับไปรู้สึกผิดหนักอึ้งที่บ้านเพราะแม่จะไม่ด่าว่าอะไรฉันแม้แต่คำเดียว

 ไม่ใช่ไม่ถูกลงโทษแต่วัฒนธรรมการลงโทษของบ้านฉันคือการทำให้รู้สึกผิด

 บ้านของเด็กคนนั้นคงไม่มีสตางค์สักเท่าไหร่คงไม่ต่างจากฉันในวัยเด็กมากนักแต่ฉันถูกเลี้ยงดูมาในฐานะลูกคนเดียวที่ได้รับการประคบประหงมดูแลอย่างดีแม่ให้สิ่งที่ดีที่สุดกับฉันเสมอท่ามกลางข้อจำกัดและเงื่อนไขมากมายฉันจึงรู้สึกเหนือกว่าเพื่อนร่วมสภาพแวดล้อมและคิดเองโดยไม่มีใครสอนว่าควรตอบแทนความรักที่ได้รับมาด้วยการเป็นเด็กดีอย่างที่สุดฉันตั้งใจเรียนเรียบร้อยไม่ค่อยออกนอกลู่นอกทางแต่หากเด็กดีที่สุดคนนั้นทำอะไรผิดแม่ของฉันแค่เพียงมองด้วยหางตาหรือหนักหน่อยก็ทำเป็นไม่อยากพูดด้วยวันสองวันฉันก็พร้อมจะน้ำตาร่วงและสำนึกแล้วว่าทำผิดเพียงใด

 พอคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้ฉันก็ตระหนักเป็นครั้งแรกว่าฉันถูกหล่อหลอมมาด้วยความรู้สึกผิด

 ตั้งแต่ทำงานและเป็นฟันเฟืองหนึ่งในระบบเศรษฐกิจฉันรู้สึกมีความสุขมากที่หาเงินได้เองมีความสุขที่ได้ซื้อและได้เป็นเจ้าของได้กินของอร่อยได้มีชีวิตที่ข้อจำกัดและเงื่อนไขน้อยลงด้วยรายได้ครอบครัวเราได้เลื่อนขั้นเป็นชนชั้นกลางสุรุ่ยสุร่ายได้เท่าที่เครดิตเอื้ออำนวยลำบากและสบายเท่ารายได้ที่มีจนกระทั่งวันที่รู้สึกรู้สามากกว่าเรื่องตัวเองฉันรู้สึกว่ามีสายตาจากไหนก็ไม่รู้มากมายจ้องมองฉันอยู่ฉันรู้สึกผิดที่เดินห้างฯรู้สึกผิดที่ชอบกินของอร่อยรู้สึกผิดที่ซื้อเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่นรู้สึกผิดที่ช่างซื้อช่างสะสมรู้สึกผิดที่กินอาหารเหลือรู้สึกผิดที่ใช้พลาสติก single useรู้สึกผิดที่เป็นรถอีกคันบนถนนที่ทำให้จราจรติดขัดรู้สึกผิดที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิต้องมาพูดอะไรยืดยาวให้เราบริจาคเงินด้วยการตัดบัตรเครดิตแล้วก็รู้สึกผิดที่ใช้หนี้บัตรเครดิตไม่หมดเสียทีฯลฯ

 

 พอรู้สึกผิดกับแทบทุกสิ่งของการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่แต่ก็รู้จักตัวเองดีว่าไม่อาจหนีเมืองไปไหนได้ฉันจึงพยายามอย่างมากที่จะ ‘ไถ่โทษ’ ด้วยการเคี่ยวกรำตัวเองต่างๆนานาฉันเลิกช้อปได้ค่อนข้างเด็ดขาดงดกินทิ้งกินขว้างบริหารจัดการขยะให้น้อยลงและกลับมามีความฝันจริงจังอีกครั้งว่าอยากมีบ้านหลังเล็กๆที่มีเฉพาะฟังก์ชั่นใช้งานเท่าที่จำเป็นอยู่ในที่ที่มีต้นไม้มีลมเย็นพัดผ่านแต่เมื่อยังทำไม่ได้ฉันก็ได้แต่โละข้าวของที่อัดแน่นอยู่ในตึกแถว 4 ชั้นด้วยหวังว่าความรู้สึกผิดต่อการเป็นเจ้าของจะลดลง

 ฉันบริจาคเสื้อผ้าและข้าวของที่เก็บไว้โดยไม่ได้ใช้ให้มูลนิธิบ้านนกขมิ้นไปเต็มคันรถและหวังว่ามันจะปลดปล่อยความรู้สึกหนักหนาของตัวเองไปได้บ้างแต่เมื่อหันกลับมามองบ้านที่ยังเต็มไปด้วยข้าวของเกินใช้ฉันก็ยังรู้สึกผิดแล้วที่มากไปกว่านั้นฉันยังเอาความรู้สึกผิดนี้โยนใส่คนในบ้านไปโดยไม่รู้ตัว

 ก่อนหน้านี้ฉันนึกเสียใจที่แม่กลับมาลงโทษฉันด้วยหางตาและไม่พูดไม่จาด้วยบ่อยกว่าที่เคยเป็นทั้งๆที่ฉันมั่นอกมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิดไปมากกว่ากลับมากินข้าวบ้านช้าเพราะรถติดหรือไม่หือไม่อือกับข่าวสารที่แม่ส่งมาทางไลน์แต่เมื่อพยายามทำความเข้าใจว่าทำไมแม่ถึงขาดผึงกับเรื่องเล็กๆน้อยๆได้ง่ายขึ้นนักฉันก็พบว่าฉันลิดรอนความสุขเล็กๆน้อยๆของแม่ไปฉันห้ามแม่ซื้อข้าวของ (ที่เราเคยชอบ) เข้าบ้านบ่นเวลาแม่ทำอาหารเยอะเกินจนเหลือกินโละทิ้งเสื้อผ้าที่แม่ซื้อมาให้แต่ฉันไม่เคยใส่เลยสักครั้งและอาจเคยใช้หางตาแบบเดียวกันเพื่อบอกว่าแม่ไม่ควรทำอย่างนั้นอย่างนี้

 พอรู้สึกผิดกับเรื่องที่ทำให้คนอื่นรู้สึกผิดฉันก็ไปต่อไม่ถูก

 

 สามีบอกฉันว่า “อนุญาตให้ตัวเองมีความสุขบ้างเถอะ” เมื่อฉันอัดอั้นจนร้องไห้ออกมา

 ไม่รู้เกี่ยวกันไหมฉันนึกถึงพ่อแม่ของเด็กหนุ่มคนนั้นแล้วหวังว่าพวกเขาจะอนุญาตให้ลูกทำผิดในครั้งนี้

Tags:ความผิดเด็กครอบครัวมณฑล จิราภรณ์ความสุขความรู้สึกผิด
Share :
Author
จิราภรณ์ วิหวา
Photographer
-
ฮัลโหลเทสต์ : การทดลองสนทนากับของหมักดองในความดูแล
Happinessฮัลโหลเทสต์ : การทดลองสนทนากับของหมักดองในความดูแลนักเขียน : จิราภรณ์ วิหวา
DIY ชีวิตแบบทำเองก็ได้ ไม่ง่ายหรอก (แต่ก็ดีออกนะ)
HappinessDIY ชีวิตแบบทำเองก็ได้ ไม่ง่ายหรอก (แต่ก็ดีออกนะ)นักเขียน : จิราภรณ์ วิหวา
แกงกะหรี่รสทำเองที่ไม่ต้องทำเองน่ะอร่อยที่สุด
Happinessแกงกะหรี่รสทำเองที่ไม่ต้องทำเองน่ะอร่อยที่สุดนักเขียน : จิราภรณ์ วิหวา