<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Uncategorized &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/uncategorized/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/uncategorized/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Thu, 28 May 2026 09:51:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>BOOK TALK ไขความลับเจ้าสี่ขา…น้องหมาแสนรู้ ทำความรู้จักพระเอกหน้าใหม่แห่งวงการนวนิยายสืบสวน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/pet-mystery-by-hummingbooks/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อารยา อุตอามาต]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ตามไปดู]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ฮัมมิ่งบุ๊คส์]]></category>
		<category><![CDATA[สืบคดีเจ้าสี่ขา]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[hummingbooks]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=187035</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครึ่งแรกมาจากความชอบงานเขียนประเภทสืบสวนสอบสวน ครึ่งหลังยอมรับว่าโดนเจ้าสี่ขาที่ยืนขนฟูอยู่บนหน้าปกลากมา เพราะความน่ารักจึงไม่ลังเล ตกปากรับคำเข้าร่วมงาน BOOK TALK “ไขความลับเจ้าสี่ขา&#8230;น้องหมาแสนรู้” คล้ายว่าวันนี้ถือเป็นการทำความรู้จักตัวตนของเหล่าพระเอกเราให้มากยิ่งขึ้น ก่อนจะเปิดหน้าหนังสือเข้าไปชิมอรรถรสของนวนิยายได้อย่างเอร็ดอร่อย&#160; ครั้งนี้สำนักพิมพ์ฮัมมิ่งบุ๊คส์จึงขอถือโอกาสเชิญชวนเหล่าคนรักเจ้าตูบมารวมตัวกัน เพื่อร่วมพูดคุยไขข้อข้องใจและทำความรู้จักกับ ‘โลกของสุนัข’ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน โดยบุคคลที่จะมาสมานฉันท์สิ่งมีชีวิตสองแขนสองขาแต่ต่างสายพันธุ์ในครั้งนี้ ขอปรบมือเรียนเชิญ ‘หมออุ๋ย &#8211; น.สพ. สาทิศ คุ้มประเสริฐ’ สัตวแพทย์เจ้าของคลินิกเฉพาะทางสัตว์ชนิดพิเศษ (Exotic) เจ้าของเพจใจประเสริฐเพ็ทคลินิก และ ‘ครูโจอี้ &#8211; ฑิฆัมธร ศรีกลิ่นดี’ ครูผู้ฝึกสอนสุนัข ที่รับบทในภาพยนตร์เรื่องโกฮัง…หัวใจโกโฮม  พร้อมถามตอบไปกับ ‘บอมบ์ &#8211; สิทธิกุล เดชพรเทวัญ’ BookFluencer เจ้าของช่อง Storybomb ที่ปกติจะเห็นหน้าผ่านช่องทาง IG และ Tiktok อยู่บ่อยครั้ง แขกรับเชิญในวันนี้ถือเป็นเพื่อนสนิทมิตรสี่ขา บุคคลที่เรียกได้ว่าสนิทสนมกับเจ้าตูบเข้าขั้น best friend คำถามที่แลกผลัดความรู้ความคิดเห็นในครั้งนี้จึงกลายคล้ายว่าเป็นคำถามลองเชิงรู้ใจซะมากกว่า อีกสิ่งหนึ่งที่เราสงสัยคล้ายกับพิธีกรนั่นคือ เป็นมาอย่างไรทำไมถึงได้มาเดินเส้นทางประกอบอาชีพเคียงข้างเจ้าตูบสี่ขาในทุกวันนี้ ครูโจอี้ที่ถูกโยนคำถามแรกใส่จึงเล่าว่า “ผมเป็นตำรวจสุนัขตั้งแต่อายุ 20 แรกเริ่มเลยจนยาวมาก็ยังคลุกคลีอยู่กับสุนัขตำรวจแล้วก็ต่อยอดมาเป็นครูช่วยฝึกปรับพฤติกรรม แก้ไขปัญหาของเหล่าน้องหมามาถึงทุกวันนี้” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pet-mystery-by-hummingbooks/">BOOK TALK ไขความลับเจ้าสี่ขา…น้องหมาแสนรู้ ทำความรู้จักพระเอกหน้าใหม่แห่งวงการนวนิยายสืบสวน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ครึ่งแรกมาจากความชอบงานเขียนประเภทสืบสวนสอบสวน ครึ่งหลังยอมรับว่าโดนเจ้าสี่ขาที่ยืนขนฟูอยู่บนหน้าปกลากมา เพราะความน่ารักจึงไม่ลังเล ตกปากรับคำเข้าร่วมงาน BOOK TALK “ไขความลับเจ้าสี่ขา&#8230;น้องหมาแสนรู้” คล้ายว่าวันนี้ถือเป็นการทำความรู้จักตัวตนของเหล่าพระเอกเราให้มากยิ่งขึ้น ก่อนจะเปิดหน้าหนังสือเข้าไปชิมอรรถรสของนวนิยายได้อย่างเอร็ดอร่อย&nbsp;</p>



<p>ครั้งนี้สำนักพิมพ์ฮัมมิ่งบุ๊คส์จึงขอถือโอกาสเชิญชวนเหล่าคนรักเจ้าตูบมารวมตัวกัน เพื่อร่วมพูดคุยไขข้อข้องใจและทำความรู้จักกับ ‘โลกของสุนัข’ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน โดยบุคคลที่จะมาสมานฉันท์สิ่งมีชีวิตสองแขนสองขาแต่ต่างสายพันธุ์ในครั้งนี้ ขอปรบมือเรียนเชิญ ‘หมออุ๋ย &#8211; น.สพ. สาทิศ คุ้มประเสริฐ’ สัตวแพทย์เจ้าของคลินิกเฉพาะทางสัตว์ชนิดพิเศษ (Exotic) เจ้าของเพจใจประเสริฐเพ็ทคลินิก และ ‘ครูโจอี้ &#8211; ฑิฆัมธร ศรีกลิ่นดี’ ครูผู้ฝึกสอนสุนัข ที่รับบทในภาพยนตร์เรื่องโกฮัง…หัวใจโกโฮม  พร้อมถามตอบไปกับ ‘บอมบ์ &#8211; สิทธิกุล เดชพรเทวัญ’ BookFluencer เจ้าของช่อง Storybomb ที่ปกติจะเห็นหน้าผ่านช่องทาง IG และ Tiktok อยู่บ่อยครั้ง</p>



<p>แขกรับเชิญในวันนี้ถือเป็นเพื่อนสนิทมิตรสี่ขา บุคคลที่เรียกได้ว่าสนิทสนมกับเจ้าตูบเข้าขั้น best friend คำถามที่แลกผลัดความรู้ความคิดเห็นในครั้งนี้จึงกลายคล้ายว่าเป็นคำถามลองเชิงรู้ใจซะมากกว่า อีกสิ่งหนึ่งที่เราสงสัยคล้ายกับพิธีกรนั่นคือ เป็นมาอย่างไรทำไมถึงได้มาเดินเส้นทางประกอบอาชีพเคียงข้างเจ้าตูบสี่ขาในทุกวันนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187045" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-6.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ครูโจอี้ที่ถูกโยนคำถามแรกใส่จึงเล่าว่า “ผมเป็นตำรวจสุนัขตั้งแต่อายุ 20 แรกเริ่มเลยจนยาวมาก็ยังคลุกคลีอยู่กับสุนัขตำรวจแล้วก็ต่อยอดมาเป็นครูช่วยฝึกปรับพฤติกรรม แก้ไขปัญหาของเหล่าน้องหมามาถึงทุกวันนี้”</p>



<p>“ส่วนผมเลี้ยงสุนัขอยู่แล้วความสนใจเลยมุ่งตรงมาที่สัตวแพทย์แต่เด็กเลยครับ” คำตอบสมกับเป็นสัตวแพทย์ต้นแบบจากหมออุ๋ย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187046" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ไหนๆ วันนี้ก็มีครูฝึกสอนนั่งอยู่ข้างแบบนี้ ช่วยฟันธงให้ทีได้มั้ยว่าเรื่องที่<strong>หลายคนสมัครใจเชื่อกันไม่ใช่ข่าวลือ ว่าเวลาเราเรียกน้องหมาด้วยเสียงสองน้องจะมีความสุขหรือเชื่อฟังมากกว่า</strong></p>



<p>“เอาจริงผมว่าเสียงมันก็มาพร้อมกับอารมณ์แล้วล่ะ อย่างเวลาที่เราบอกเขาว่า ไม่ มันก็จะมีความโกรธเข้ามาหน่อย แต่ถ้าเราใช้เสียงสองเหมือนอยากเล่นกับเขาด้วยก็จะเป็นน้ำเสียงเหมือนการเชิญชวนเขา”</p>



<p><strong>แล้วอย่างของครูโจอี้เสียงยังไง</strong>&nbsp;</p>



<p>“จะเอาเลยใช่มั้ย” เส้นเสียงสองที่ได้ยินกลับตรงข้ามกับความน่าเกรงขามที่นั่งอยู่ตรงหน้าจนผู้ฟังหลายคน หรือแม้กระทั่งเจ้าตัวเองเผลอหัวเราะออกมาเช่นกัน</p>



<p>งั้นขอเจาะลึกไปถึงบทบาทของครูฝึกถึง<strong>ความต่างระหว่างการเป็นครูฝึกในกองถ่ายโฆษณากับภาพยนตร์คืออะไร</strong></p>



<p>“รู้สึกความเป็นมิสชันในโฆษณาจะมีความยากกว่า อย่างล่าสุดคือยากให้น้องหมานั่งไขว่ห้างเหมือนศิลปินครูก็ฝึกอยู่หนึ่งเดือนจนเขาทำได้”</p>



<p><strong>แล้วอย่างในภาพยนตร์โกฮัง…หัวใจโกโฮม มีความยากง่ายอย่างไรบ้าง</strong></p>



<p>“ถ้ายากเลยคือฝึกน้องหิมะที่ให้คุณครูปั้นก่อนเข้าฉาก 4 วัน แล้วหิมะพิเศษตรงที่เขาไม่สนใจอะไรทุกสรรพสิ่งในโลกเลย เรียกก็ไม่หัน ขนาดเอาไก่ปิ้งมาล่อก็ไม่หัน ฉากที่ทุกคนเห็นกันในหนังคือต้องอาศัยจังหวะที่เขาหันเองทั้งนั้นเลย”</p>



<p><strong>คิดว่าอุปสรรคของกองถ่ายที่มีน้องหมาคืออะไร</strong></p>



<p>เรื่องที่น้องหมาอาจจะไม่ได้ชอบทุกคนในกองถ่าย แล้วต้องเข้าฉากเดียวกับเขาซึ่งเราก็ต้องทำให้เขาชินด้วย อย่างเจ้านายกับน้องมีโชคช่วงแรกเจอหน้ากันไม่ได้เลย มีโชคไม่ชอบมาก เจอหน้าก็เห่าใส่ จนครูต้องจับมาปรองดองกันก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ต้องให้เวลาเขาหน่อย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187047" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เมื่อได้ยินถึงความเก่งกาจของมือปราบเจ้าตูบ เหล่าผู้ฟังก็เริ่มยกมือวางใจปรึกษาถึงปัญหาของเหล่าลูกสมุนที่บ้านว่า หากเจอเหตุการณ์ดังกล่าวควรปราบอย่างไรดี</p>



<p><strong>“น้องที่บ้านชอบกินอาหารคน ไม่ยอมกินอาหารตัวเองเลยค่ะ”</strong> ผู้ฟังท่านหนึ่งยกมือระบายความกังวลหวังได้รับหนทางแก้ไขจากผู้เชี่ยวชาญตรงหน้า</p>



<p>“เคยให้ใช่มั้ยครับ ถ้าไม่เคยลิ้มรส การเสพติดครั้งต่อไปก็จะไม่เกิด เพราะงั้นสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าภาวะผู้นำมัน เช่น ฉันกินก่อนเธอกินหลัง การที่เรากินอยู่แล้วเขามาขอ เขาไม่ได้มองว่าเราใจดีนะ เขามองว่ากินพร้อมกันเท่ากับวรรณะเดียวกัน การเชื่อฟังก็จะลดลงตามกันไปลำดับการเป็นผู้นำ”</p>



<p>เมื่อคำถามที่หลายคนข้องใจเริ่มถูกคลี่คลาย หากการถามตอบในครั้งนี้มีการเก็บคะแนน สองผู้เชี่ยวชาญคงคว้าเกรด 4 ไปครองทุกช่องอย่างไม่ต้องสงสัย งั้นขอปิดท้ายด้วยคำถามชวนอบอุ่นหัวใจเพื่อบอกลาวงสนทนาในวันนี้กัน</p>



<p><strong>ความประทับใจที่เกี่ยวกับสุนัขในชีวิต</strong></p>



<p>ครูโจอี้เล่าว่า “เคยเจอครอบครัวที่เลี้ยงน้องหมาแต่ไม่มีใครสามารถคุมน้องอยู่เลย จนเขาเริ่มคิดอยากหาบ้านให้น้องใหม่ แต่ตัดสินใจเชิญครูฝึกมาประเมินก่อน ถ้าไม่ได้ผลจะพาน้องไปอยู่ที่อื่น ตัวน้องหมาหนักประมาณ 70 กิโล แต่เจ้าของน้ำหนักประมาณ 45 กิโล ก็เริ่มฝึกให้เขาลองจูงจนได้ผล ทุกคนในบ้านก็ร้องไห้กับความสำเร็จที่ว่าจะได้ไม่ต้องให้น้องไปอยู่ที่อื่นแล้ว เราจึงคิดว่าการฝึกมันช่วยให้ความรักไม่ต้องถูกพลัดพรากจากกัน”</p>



<p>หมออุ๋ยเสริม “ผมก็มีเคสหนึ่งที่มีคนมาฝากรักษาน้องหมาแล้วไม่เคยกลับมารับอีกเลย จนเวลาใครไปใครมาน้องก็จะเห่าร้องจนต้องพาไปอยู่บ้านญาติ ในช่วงเวลาที่เราต้องกลับมาทำงาน น้องก็ร้องเรียกเราเหมือนความผูกพันที่เราช่วยเขาแล้วเขารู้สึกได้”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187048" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ความสนิทสนมรู้ใจระหว่างมนุษย์และสหายสี่ขาถูกอธิบายถามตอบผ่านวงสนทนาในครั้งนี้ เพื่อให้เราทำความรู้จักอย่างดีกับอุปนิสัยพระเอกที่เราจะได้เจอในนวนิยายเรื่อง ‘สืบคดีเจ้าสี่ขา’ ที่มีน้องหมาเป็นจุดเชื่อมเรื่องราวทั้งหมด และรับบทนักสืบจำเป็นด้วยการใช้สัญชาตญาณเจ้าตูบเปิดโปงความจริงที่มนุษย์ซุกซ่อนไว้ ขอเกริ่นแค่ว่าฆาตกรคือใคร&#8230;น้องหมารู้ดีทุกอย่าง มีแต่พวกมนุษย์เท่านั้นแหละที่ถูกหลอก!</p>



<p>แม้นวนิยายเล่มนี้จะเป็นผลงานลำดับแรกของ PET MYSTERY PROJECT จากสำนักพิมพ์ฮัมมิ่งบุ๊คส์ แต่กลับถ่ายทอดเรื่องราวสายใยความผูกพันระหว่างสุนัขกับมนุษย์ที่ชวนอบอุ่นหัวใจ ผสานกับปมปริศนาฆาตกรรมได้อย่างกลมกล่อมลงตัว จนกลายเป็นผลงานแนวลึกลับชั้นยอดที่สมบูรณ์แบบเล่มหนึ่งเลยก็ว่าได้ แอบทิ้งท้ายว่าเล่มต่อไปใน PROJECT นี้ กำลังตามมาในไม่ช้า ไม่ปล่อยให้แฟนๆ ต้องอดใจรอนานอย่างแน่นอน</p>



<p>หากคุณเป็นอีกหนึ่งท่านที่อยากยกมือถามต่อว่า ในไม่ช้านั่นเท่ากับระยะเวลาเท่าไหร่กันนะ ขอผายมือนำทางคุณไปที่ช่องทางการติดตามสำนักพิมพ์ฮัมมิ่งบุ๊คส์ผ่าน Facebook และ Instagram : Hummingbooks Publishing กันได้เลย!</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pet-mystery-by-hummingbooks/">BOOK TALK ไขความลับเจ้าสี่ขา…น้องหมาแสนรู้ ทำความรู้จักพระเอกหน้าใหม่แห่งวงการนวนิยายสืบสวน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ปอร์เช่ ศิวกร อดุลสุทธิกุล’ โปรเพลเยอร์เวลตันตระเวนเก็บแต้มจากศิลปินสู่นักแสดง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/porsche-sivakorn/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อารยา อุตอามาต]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 May 2026 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[PorscheSivakorn]]></category>
		<category><![CDATA[SVRN]]></category>
		<category><![CDATA[เลือดรักนักฆ่า]]></category>
		<category><![CDATA[MyDearestAssassin]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[artists talk]]></category>
		<category><![CDATA[NetflixTH]]></category>
		<category><![CDATA[ปอร์เช่ศิวกร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=186842</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศิลปิน นักแสดง อะไรทำนองนั้นไม่ได้อยู่ในคำตอบแบบฟอร์มของเด็กชาย ‘ศิวกร อดุลสุทธิกุล’ ช่องที่ให้กรอกว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร แต่วันนี้เขากลับยืดตัวแนะนำตัวอย่างมั่นใจว่า “สวัสดีครับ ปอร์เช่ ศิวกร เป็นศิลปินครับ” “สวัสดีค่ะ หล่อมากค่ะ” หลังทักทาย อดไม่ได้ที่จะกล่าวชมเครื่องหน้าของชายหนุ่มชุดหนังสีดำตรงหน้า คาแรกเตอร์ความเท่ฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วห้องอย่างที่ใครเขาว่ากันจริงๆ หลังจากได้ยินเขายิ้มรับตอบคำชมด้วยท่ามือพนมเหนือหัว ทำเอาเราไหว้กลับแทบไม่ทัน เบบี๋ T-Pop หน้าอย่างเนี้ยะไม่รัก หน้าอย่างไหนเธอถึงจะรัก โอ๊ยอย่ามัวแต่กั๊ก ราชรัก..มาเกย&#160; หากย้อนไปเมื่อปี 2014 หน้ากระจกคงมีหลายคนแอบซ้อมเต้นเพลง ‘ปาว ปาว (Shout)’ ของวง V.R.P kamikaze อย่างแข็งขันรวมถึงหนุ่มน้อยผมฟ้าปาดเจลใส่หมวกกลับหลังในยุคสมัยนั้นใครเห็นก็ว่าโคตรเท่ เด็กชายคนนั้นนั่งอมยิ้มอยู่ตอนนี้&#160; “โอโห อันนี้ OG ปีลึก” ถ้านับตั้งแต่สมัยช่วงผมฟ้าตอนนี้ปอร์เช่เติบโตมากี่ปีแล้วในวงการ “ถ้าเป็นผลงานเพลง ผมเทรนตั้งแต่ช่วงอายุ 13 &#8211; 14 (ยกนิ้วขึ้นมานับ) ประมาณนั้น ดูเป็นผู้เฒ่ามากครับ” อยู่มานานขนาดนี้เพราะสิ่งนี้นับเป็นความฝันในวัยเด็กเลยไหมนะ “ที่จริงไม่ได้คิดว่าตัวเองจะมาแนวทางนี้ ตอนเป็นเด็กเราก็แนวเด็กผู้ชาย โตมาอยากเป็นนักกีฬา โตมาอยากเป็นนักบินอวกาศ โตมาอยากจะทำอะไรสักอย่างที่มันเกี่ยวกับการใช้กำลัง ตอนเด็กๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/porsche-sivakorn/">‘ปอร์เช่ ศิวกร อดุลสุทธิกุล’ โปรเพลเยอร์เวลตันตระเวนเก็บแต้มจากศิลปินสู่นักแสดง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ศิลปิน นักแสดง อะไรทำนองนั้นไม่ได้อยู่ในคำตอบแบบฟอร์มของเด็กชาย ‘ศิวกร อดุลสุทธิกุล’ ช่องที่ให้กรอกว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร แต่วันนี้เขากลับยืดตัวแนะนำตัวอย่างมั่นใจว่า</p>



<p>“สวัสดีครับ ปอร์เช่ ศิวกร เป็นศิลปินครับ”</p>



<p>“สวัสดีค่ะ หล่อมากค่ะ”</p>



<p>หลังทักทาย อดไม่ได้ที่จะกล่าวชมเครื่องหน้าของชายหนุ่มชุดหนังสีดำตรงหน้า คาแรกเตอร์ความเท่ฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วห้องอย่างที่ใครเขาว่ากันจริงๆ หลังจากได้ยินเขายิ้มรับตอบคำชมด้วยท่ามือพนมเหนือหัว ทำเอาเราไหว้กลับแทบไม่ทัน</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เบบี๋ T-Pop</strong></h2>


<div class="wp-block-image is-style-default">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/01-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186843" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/01-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/01-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/01-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/01-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/01-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/01-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/01-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/01-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><em>หน้าอย่างเนี้ยะไม่รัก หน้าอย่างไหนเธอถึงจะรัก</em></p>



<p><em>โอ๊ยอย่ามัวแต่กั๊ก ราชรัก..มาเกย</em>&nbsp;</p>



<p>หากย้อนไปเมื่อปี 2014 หน้ากระจกคงมีหลายคนแอบซ้อมเต้นเพลง ‘ปาว ปาว (Shout)’ ของวง V.R.P kamikaze อย่างแข็งขันรวมถึงหนุ่มน้อยผมฟ้าปาดเจลใส่หมวกกลับหลังในยุคสมัยนั้นใครเห็นก็ว่าโคตรเท่ เด็กชายคนนั้นนั่งอมยิ้มอยู่ตอนนี้&nbsp;</p>



<p>“โอโห อันนี้ OG ปีลึก”</p>



<p><strong>ถ้านับตั้งแต่สมัยช่วงผมฟ้าตอนนี้ปอร์เช่เติบโตมากี่ปีแล้วในวงการ</strong></p>



<p>“ถ้าเป็นผลงานเพลง ผมเทรนตั้งแต่ช่วงอายุ 13 &#8211; 14 (ยกนิ้วขึ้นมานับ) ประมาณนั้น ดูเป็นผู้เฒ่ามากครับ”</p>



<p><strong>อยู่มานานขนาดนี้เพราะสิ่งนี้นับเป็นความฝันในวัยเด็กเลยไหมนะ</strong></p>



<p>“ที่จริงไม่ได้คิดว่าตัวเองจะมาแนวทางนี้ ตอนเป็นเด็กเราก็แนวเด็กผู้ชาย โตมาอยากเป็นนักกีฬา โตมาอยากเป็นนักบินอวกาศ โตมาอยากจะทำอะไรสักอย่างที่มันเกี่ยวกับการใช้กำลัง ตอนเด็กๆ เราสายกีฬา แต่ก่อนเป็นทีมฟุตบอลโรงเรียน ก่อนเป็นศิลปินก็เคยแข่งเต้นมาก่อน พวกประกวดเต้น cover”&nbsp;</p>



<p>ชายหนุ่มเริ่มสาธยายถึงสิ่งที่เริ่มสรรค์สร้างความเป็นศิลปินในตัวเขา หลังจากประกวดเต้นก็เริ่มหัดเรียนร้องเพลง ก้าวเท้าเข้าสู่การออดิชั่นจนผ่านเข้ารอบ ระหว่างนั้นก็เริ่มค้นพบตัวตนของตัวเองมากขึ้นหลังจากได้ชิมบทบาทของศิลปิน นักแสดงก็ได้รู้ตัวว่าอะไรที่ชอบหรือไม่ชอบจนกลั่นกรองมาเรื่อยๆ ถึงทุกวันนี้ที่พูดได้เต็มปากว่าตกหลุมรักในอาชีพปัจจุบันเข้าซะแล้ว</p>



<p><strong>คิดว่าเสน่ห์ของตัวเองที่ไม่ว่าจะผ่านไปใครมา ก็มักจะแวะหลงเสน่ห์เป็นประจำคืออะไร</strong></p>



<p>ถามไม่ทันจบปอร์เช่รีบสวนตลบหลังทันทีว่า “ไม่มี จริงๆ ไม่มีนะ”</p>



<p>หากเป็นตอนเด็กๆ เขาคงขำแล้วตอบตามสเต็ปว่าคงเป็นไฝที่คอ แต่พอโตมาเอาเข้าจริงๆ มองไปมองมาก็ยังยืนยันว่าตนนั้นไม่ได้เป็นบุคคลประเภทที่มีเสน่ห์ พอความเงียบเข้าปกคลุมชายหนุ่มก็ยิ่งพยักหน้าเพิ่มความน่าเชื่อถือ หากมีธงขาวในมือคงยกมาโบกไปมาแล้วยืนยันว่านั่นเป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับคำถามนี้</p>



<p><strong>แต่หากลงมือค้น ‘ปอร์เช่ ศิวกร’ หลักฐานก็กระแทกตาเกือบบอดว่าเขานั้นมีคนชื่นชอบไม่ใช่น้อยเลย</strong></p>



<p>“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอบไม่ได้เพราะว่ามันมีทั้งคนชอบ คนไม่ชอบก็มี สมมติว่ามีคนชมว่าสีหน้าการแสดงทั้งบนสเตจกับในจอออกมาดี แต่ก็จะมีคนที่บอกว่าไม่ชอบเลย ทำหน้าแบบนี้ทำไม ก็มีเหมือนกัน”</p>



<p>“มันคือความรู้สึกของคนที่ชอบและไม่ชอบ บางทีเราก็ไม่ได้ตรงกับ Beauty Standard ที่เขาชอบ ก็ว่าไม่ได้ เราเลยไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วคนเขาชอบกันไหม ซึ่งก็แล้วแต่การชอบของแต่ละคนเลยว่าคิดยังไงกับผม ไม่ได้อยากไปบังคับเขาหรอก (ขำ)”</p>



<p><strong>น้องปอร์เช่น่ะเหรอ เขาเป็นเด็กดี ชอบช่วยเหลือไม่อยากให้คนอื่นเครียด แล้วตอนนี้ตัวเองเครียดหรือเปล่า</strong></p>



<p>“พื้นฐานที่มองโลกในแง่ดีแบบไม่อยากให้คนอื่นเครียด มันน่าจะเกิดขึ้นจากตัวผมเองที่เป็นคนเครียดและคิดมากอยู่แล้วด้วยแหละ แต่ไม่อยากให้ทุกคนเป็นตาม เพราะมันจะกัดกินสุขภาพจิตใจไปเยอะเลย ทุกคนมีความสุขอย่างนี้ดีแล้วครับ (ยิ้ม)”</p>



<p><strong>มีคติประจำใจมั้ย</strong></p>



<p>“ไม่มีเลยครับ ไม่มีคติอะไรเลย แต่เราจะคิดตลอดว่า ทำดีแล้วหรือยัง เต็มที่แล้วหรือยัง”</p>



<p><strong>งั้นขอถามอีกครั้งว่าสรุป ปอร์เช่ ศิวกร เป็นคนยังไง</strong></p>



<p>“เอ่อ เป็นคำถามที่ตอบยากมากครับ ถ้าให้นิยามตัวเอง ผมคิดว่าผมเป็นคนที่ใช้สื่อศิลปะในการเปิดเผยอารมณ์ตัวเองแล้วกันครับ แต่ถ้าเรื่องคาแรกเตอร์ เท่ น่ารัก ตามที่เขาพูดกันนี่อาจจะยากหน่อยแล้วแต่มุมมอง มันพูดเองไม่ได้ แล้วทุกคนรู้สึกยังไงครับ (ย้อนถาม)”</p>



<p>“แต่ถ้าเอาจากที่คนอื่นพูดกันแล้วอธิบายมาอ่าน ก็อาจจะสรุปได้ว่าเราเป็นคนไนซ์กับเจนเทิล ซึ่งสำหรับผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามันจริงหรือเปล่า”</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>แบบฝึกหัดชีวิต</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/02-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186849" style="width:597px;height:auto" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/02-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/02-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/02-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/02-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/02-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/02-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/02-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/02-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>การแสดงไม่ใช่ทาง นั่นเป็นคำตอบสมัยก่อนของ ‘ปอร์เช่ ศิวกร’ ดังนั้นเราขอชวนมาย้อนถามอีกครั้งในฐานะนักแสดงนำหนังเรื่องล่าสุด ‘เลือดรัก นักฆ่า’ ว่าเขาจะอธิบายอย่างไร</strong></p>



<p>“คือต้องอธิบายอย่างนี้ก่อนครับ ผมจะเรียกสองทางนี้ว่าศิลปะทางด้านเพลงกับการแสดงแล้วกัน ทั้งสองอย่างคือศิลปะเหมือนกัน แต่ผมจะถนัดทางด้านเพลงมากกว่า ส่วนการแสดงจะไม่ค่อย จะไม่ค่อยยย เข้าถึงลึกขนาดนั้นเพราะว่าศาสตร์มันค่อนข้างต่างกันมาก การที่เราเป็นตัวเองได้เต็มที่กับการที่สร้างคาแรกเตอร์มา แล้วให้คาแรกเตอร์นี้ใช้ร่างกายเราแทน”</p>



<p>“พอเรามีการเป็นตัวเองในการใช้อารมณ์ด้านเพอร์ฟอร์มมากๆ การสลับมาทางด้านการแสดงมันจะพลิกแบบแตกต่างกันเลยครับ ยกตัวอย่างเช่น สมมติผมเป็นคนชอบอย่างนี้ แต่ว่าตัวละครที่ผมสร้างขึ้นมาเขาไม่ได้ชอบกินแบบที่เรากิน เขาไม่ได้หายใจแบบที่เราหายใจ เขาไม่ได้กระพริบตาจังหวะตรงกับเรา จังหวะพูดก็ไม่ใช่อย่างนี้ มันเลยทำให้พอทำงานควบคู่กันเราต้องมีความแยกประสาทยากนิดนึง”</p>



<p>“เพราะตัวละครเราเป็นแบบนี้ แต่เราไม่ใช่แบบนั้น แต่พอเราขึ้นสเตจเราต้องเป็นตัวเราจริงๆ ผมเลยชอบทางเพอร์ฟอร์มมากกว่า ผมไม่ได้ต่อต้านการแสดง ผมอยากพัฒนาด้านการแสดงด้วย แค่ว่าจะเป็นคนที่เรื่องมาก มากๆ เกี่ยวกับเรื่องบท ถ้าบทไหนคล้ายเดิม คาแรกเตอร์คล้ายกับที่เคยเล่นไปแล้วจะไม่ค่อยสนใจมาก เพราะผมอยากท้าทายตัวเองกับบทบาทใหม่ๆ มากขึ้น”</p>



<p><strong>การพลิกบทบาทไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วอะไรที่สามารถช่วยให้การแสดงเราดีได้ยิ่งขึ้น</strong></p>



<p>“ผมขออธิบายในสิ่งที่โตมาแล้วรู้สึกได้แล้วกัน ผมรู้สึกว่ายิ่งเรารู้จักความรู้สึกตัวเองมากขึ้นเท่าไหร่ เราจะใช้มันเป็นเครื่องมือได้มากกว่าเดิม แต่ก่อนผมเป็นคนที่ไม่รู้จักความรู้สึกตัวเองเลยมั้ง เราจะจับไม่ค่อยได้ว่าตัวละครรู้สึกอะไรอยู่ แต่ตอนนี้พอเริ่มเวิร์กช็อปบ่อยขึ้น เริ่มเทรน เราเห็นแล้วว่าตอนเราเล่น ตัวละคร เรารู้สึกแบบไหน แล้วเราจะให้ความรู้สึกตัวละครไปต่อได้ยังไงบ้าง”</p>



<p>หลังจากพยายามคิดตาม คิ้วก็ถูกดึงมาขมวดโดยอัตโนมัติจนชายหนุ่มเสื้อหนังมองหน้าสวมบทอาจารย์ไล่ถามเชิงว่าเข้าใจใช่ไหม</p>



<p>“จะเข้าใจยากนิดนึงนะ มัน abstract ครับ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน มันเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความรู้สึกมากๆ”</p>



<p>หลังจากพยักหน้ารับสารอาจารย์เสื้อหนังก็ขอตอบคำถามข้อต่อไป</p>



<p><strong>ศิลปินก็ชัวร์ นักแสดงก็ใช่ อยากรู้ว่าแต่ละบทบาทชอบพาร์ตไหนที่สุด</strong></p>



<p>“พาร์ตศิลปินผมชอบในการที่เราใช้อารมณ์ตัวเองได้เต็มที่ เราเป็นตัวเราได้เต็มที่ในการ explore การถ่ายทอดศิลปะการพูดตัวเอง หรือสกิลตัวเอง ส่วนพาร์ตนักแสดงผมชอบในการที่ผมได้รู้จักตัวละครตัวนี้ที่มาใช้ร่างผม เรารู้สึกสนิทกับเขามาก แต่ว่าสักวันก็ต้องปล่อยเขาไปถ้าเรื่องที่ผมแสดงมันจบลง เสน่ห์ของสองอย่างมันเลยต่างกัน มันคือการที่เราได้รู้จักตัวเองกับการที่เราได้รู้จักตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมา”</p>



<p><strong>มีคนบอกว่าปอร์เช่ไปสุดทุกทาง ทั้งบนเวที ทั้งในหน้าจอ รู้สึกยังไงกับประโยคนี้</strong></p>



<p>“รู้สึกขอบคุณ ขอบคุณที่ appreciate ผมแบบนั้น ผมไม่รู้หรอกว่า เราดีเท่ากับมาตรฐานที่เขาตั้งไว้หรือเปล่า แต่เราก็เต็มที่กับทุกๆ อย่างที่เราทำ เราให้เกียรติคนทำงาน เราให้เกียรติกับหลายอย่างที่มันเกิดขึ้น เราเห็นพี่ช่างไฟ พี่ทำอาหาร พี่คนทำงานเบื้องหลังเขาตั้งใจกันมาก เราไม่สามารถดูถูกความตั้งใจเขาได้โดยการที่เราทำชุ่ยๆ ใส่เขา ดังนั้นผมเลยอยากทำให้มันเต็มที่ในทุกๆ ครั้ง ทุกๆ งานเพื่อทำให้สิ่งที่เราตั้งใจมันจะสื่อสารถึงคนดู”</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ลูกศิษย์ยิปมัน</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/03-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186848" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/03-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/03-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/03-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/03-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/03-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/03-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/03-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/03-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>2.14 นาที ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง ‘เลือดรัก นักฆ่า’ ถูกปล่อยอย่างเป็นทางการจาก Netflix ตัวละครที่โผล่มาเตะต่อยจนต้องกดหยุดเพื่อวนดูซ้ำเพราะติดใจลีลาต่อสู้นั้นมีนามว่า ‘เอ็ม’ แห่งบ้าน 89</p>



<p>“หนังแอกชันเรื่องแรกเลยครับ เรื่องแรกแล้วก็หวังว่าอนาคตจะมีอีกครับ ติดใจ”</p>



<p>ชายหนุ่มเสื้อหนังคุมโทนดำยิ้มแนะนำว่าคนในภาพยนตร์นั่นเป็นภาพจริง ถ่ายทำจริง คนที่เห็นก็เป็นคนจริงๆ ที่เขารับบทแสดง</p>



<p><strong>ความรู้สึกแรกหลังจากได้รับบทเป็นยังไงบ้าง</strong></p>



<p>“ตื่นเต้นครับ ตื่นเต้นอย่างแรก เป็นคำตอบที่ธรรมดามากจริงๆ แต่ผมไม่ค่อยได้รับการแสดงแบบการไปแคสอะไรอย่างนี้ จะมีไปแคสเพราะอยากลอง แต่เรื่องนี้แคสเพราะสนใจจริงๆ มีคนรู้จักผมเขาเป็นแคสติงแล้วเรียกไปให้ลองแคส เราก็ เฮ้ย! เขายังนึกถึงเราอยู่ก็ดีใจ พอลองไปแคสปุ๊บ ยากว่ะ (ขำ) เหนื่อยว่ะ (ขำต่อ) ตื่นเต้น ดีใจ แล้วก็อยากทำให้มันออกมาดีครับ”</p>



<p><strong>สะใจสมกับที่ไปแคสมาไหม</strong></p>



<p>“เหนื่อยกว่าที่คิดไว้เยอะเลยครับ เพราะว่ามูฟเมนต์มันต่างกับการเต้นที่เราทำมากกว่า อ่อ ลืมบอก ผมว่าบางอย่างที่ผมกับตัวละครเหมือนกันคือความยืดหยุ่นครับ อันนี้คือสิ่งที่ได้ใช้เยอะมากพวกท่าเตะ ขาหรือแขน หรือพวกการฉีกขา หรือการเคลื่อนไหวที่บางครั้งต้องใช้กับสลิงนี่มันช่วยมาก มันจะมีพวกท่าที่ผมจะต้องไต่กำแพงถ้าเกิดผม flexibility น้อยขาผมจะก้าวไปไม่ได้เลยเพราะว่ามันต้องเป็นมุมองศาพอดีแต่พอเรามี flexibility เราเลยทำได้”</p>



<p>กลับมาตอนเวิร์กช็อป แอกชันปุ๊บ เหนื่อยกว่าที่คิดไว้ ถามว่าสะใจไหม สะใจมากๆ และอยากเล่นต่อ ติดแค่ว่ามันเจ็บตัวครับ ช้ำหมดเลย ช้ำทั้งตัว เพราะมันจะมีท่าทั้งการชกต่อยปกติรวมถึงมีการดึง เหวี่ยง ทุ่ม มันจะมีจังหวะดึงบางอย่างที่ต้องโดนตัวแล้วกระแทกบ้าง มันก็เลยจะมีแผลช้ำเป็นปกติครับ”</p>



<p><strong>บทบาทครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ ยังไง</strong></p>



<p>“ตัวละคร <strong>เอ็ม</strong> กับตัวละครที่ผมเคยเล่นมาแล้ว ด้านคาแรกเตอร์หรือ personality ต่างๆ ผมว่ามีความต่าง แต่ยังไม่ฉีกมาก ผมว่าฉีกจริงๆ คือการใช้ร่างกาย มูฟเมนต์ อันนี้คือฉีกจริง เพราะปกติเราไม่ใช่คนที่ต้องฝึกศิลปะการต่อสู้ ที่ต้องคอยมองทุกอย่างว่าเป็นอาวุธได้ตลอดเวลา เราไม่ได้ต้องการการป้องกันตัวตลอดเวลาอะไรขนาดนั้น”</p>



<p>&nbsp;“ตัวละครเอ็มในเรื่อง ถูกเลี้ยงมาโดยนักฆ่า เพราะฉะนั้นจะต้องซ้อมมวยหลายๆ ประเภท มวยผสม มวยนู่นมวยนี่ ต้องฝึกใช้อาวุธ ต้องฝึกมองว่า ณ ห้องนี้ถ้าเกิดผมจะโดนพี่ตากล้องทำร้าย หรือโดนคนสัมภาษณ์ทำร้ายผมจะใช้อะไรได้บ้างเป็นอาวุธ หรือว่าผมจะต้องป้องกันตัวเองยังไง มันเลยค่อนข้างจะแตกต่างมุมมองจากผม”</p>



<p>“สมมติว่าผมตัวจริงนั่งแบบนี้ ผมก็จะนั่งสัมภาษณ์เลยครับว่าผมโดนทำร้ายไม่ทันได้คิดป้องกันตัวหรอก แต่ถ้าเป็นเอ็มเข้ามาในห้องต้องดูแล้วว่าอะไรใช้ป้องกันตัวได้บ้าง หนีทางไหนถึงจะดีที่สุด”</p>



<p><strong>เราชอบหนังประเภทนี้อยู่แล้วด้วยเหรอ</strong></p>



<p>“ผมดูอยู่แล้วครับ ผมชอบพวกหนังแอกชัน แฟนตาซี ชอบพวกต่อสู้ เอาจริงผมชอบดูยิปมัน”</p>



<p><strong>แล้วแอบเลียนแบบท่าตามด้วยไหม</strong></p>



<p>“(ขำ) ไม่ๆๆๆ ที่จริงเคยเรียนมวยหย่งชุนจริงๆ สมัยก่อน”</p>



<p><strong>มวยอะไรนะ</strong></p>



<p>“มวยหย่งชุนครับ ที่ยิปมันใช้”</p>



<p><strong>เขาทำท่าแบบไหนนะ มวยหย่งชุน</strong></p>



<p>“ปกติมวยเวลาต่อยมันจะต่อยอย่างนี้ใช่ไหมครับ (ทำท่าประกอบ) แต่หย่งชุนจริงๆ มันคือมวยที่ใช้ให้แม่ชีป้องกันตัว เพราะฉะนั้นจะเป็นมวยที่ใช้ในที่แคบๆ ได้ การตั้งการ์ดของหย่งชุนจะขึ้นมาเป็นสามเหลี่ยมแบบนี้ เวลาต่อยก็จะต่อยเป็นเส้นตรงสามเหลี่ยม ทุกอย่างจะเป็นสามเหลี่ยมตลอดเวลา ซึ่งจะต่างกับมวยที่เน้นคล่องแคล่วว่องไว ชก ชก ชก ของหย่งชุนจะขยับ ขยับ ขยับแค่นี้ จะไม่ค่อยมีกระโดดไปมา”</p>



<p>ลูกศิษย์ยิปมันออกลวดลายร่ายรำโชว์วิธีการต่อสู้ราวกับตรงนี้มีศัตรูตัวฉกาจคอยเล่นงานเขาอยู่ แต่ลองมาคิดๆ ฉากบู๊ในหนังไม่เห็นวิชายิปมันสอดแทรกอยู่นะจึงถามออกไปว่า</p>



<p><strong>แต่ไม่ได้ใช้?</strong></p>



<p>“ใช่ครับ มันคนละแบบกันเลย…”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/04-2-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-186847" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/04-2-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/04-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/04-2-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/04-2-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/04-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/04-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/04-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/04-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>หนังแอกชันเรื่องแรก ทีเซอร์ 2.14 นาทีก็รู้แล้วว่าเข้มข้น แล้วในมุมนักแสดงกลับบ้านมา ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง</strong></p>



<p>“อย่างแรกเลยคือสมัครเทรนฟิตเนสครับ คุยกับพี่เขียนบท ผู้กำกับว่าอยากให้หุ่นมันเป็นประมาณไหน แล้วเราก็มาดูว่าในระยะเวลาที่เราทำได้ทันประมาณไหนครับ เพราะเรามีเวลาเตรียมตัวร่างกายประมาณ 1 เดือน ซึ่งสำหรับการปั้นหุ่นผมรู้สึกว่าน้อยมาก”</p>



<p>“สิ่งที่เตรียมตัวคือเล่น ฮิต (HIIT) ครับ มันคือการ High-Intensity Interval Training การที่หัวใจเราจะอยู่โซน 3 โซน 4 ตลอดเวลาในระยะเวลา 1 ชั่วโมง เวลาพักจะน้อยมาก สมมติว่าเราตั้งโปรแกรมว่าเราจะวิ่ง 1 กิโล เอ้ย! ไม่ถึงนี่หว่า มันมี 1 กิโลนะครับ แต่เราเริ่มต้น 300 &#8211; 400 เมตรสลับกับยกเวต สลับกับโรลที่มันเป็นเครื่องดึง สลับกับพูลอัป สลับกับสกี สลับกันอย่างนี้ทั้งหมด 7 &#8211; 8 อย่าง ทำทั้งหมด 3 เซต ต้องทำเสร็จภายใน 1 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นถ้าบางทีเราเกิดฟิตมาก เราก็เสร็จภาย 40 &#8211; 50 นาทีได้ เล่นไปแบบนี้เรื่อยๆ จนหัวใจเราแข็งแรงมากขึ้น การฝึกอย่างนี้มันช่วยให้หัวใจเราฟื้นตัวเร็วครับ”</p>



<p>อาจารย์คลาสการแสดงเมื่อแรกเริ่มบทสนทนาลอกคราบออกมากลายเป็นเทรนเนอร์เต็มตัวแล้วตอนนี้ หากไม่ติดว่าพื้นที่ที่เราสัมภาษณ์ถูกเซตฉากไว้ ดาราหนุ่มคงได้ลงไปนอนกลิ้งสาธิตวิธีปั้นหุ่นเป็นแน่</p>



<p>“เวลาเราเล่นฉากแอกชันมันไม่ได้เล่นแล้วเสร็จทันที แต่มีเปลี่ยนมุมกล้องด้วย เพราะฉะนั้นมันต้องหายเหนื่อยเร็วเพื่อที่จะต่อสู้ต่อได้ไว โดยที่ไม่พัก อารมณ์ของตัวละครต้องต่อเนื่องเราจำเป็นต้องฝึกร่างกายนี้ไว้ก่อน และเป็นการบิลด์ให้ร่างกายของตัวละคร ตัวใหญ่ขึ้นตามที่ควรจะเป็นด้วย”</p>



<p>ปอร์เช่ยืดตัวให้เห็นภาพพร้อมยกตัวอย่างว่า หากเทียบกับตอนนั้นเขาตัวใหญ่มากๆ พอต้องเจอแรงปะทะเยอะๆ มันต้องใช้ร่างกายเป็นตัวซับแรงแล้วก็ช่วยเซฟร่างกายด้วยในฐานะนักแสดง แต่ตอนนี้ปรับหุ่นให้ลดลงมาบ้างแล้วเพราะหากไม่ปรับหุ่นกลับคืน คงมีคนปวดคอก่อนนั่งคุยจบแน่นอน</p>



<p><strong>แล้วซีนอารมณ์ล่ะ ยากไหม หรือระดับเราแล้วแค่นี้สบายบรื๋อ</strong></p>



<p>“ศูนย์ครับ (พูดเสียงดัง) บอกไว้ก่อนว่าผมเป็นคนที่ไม่รู้จักอารมณ์ตัวเอง ไม่ใช่อารมณ์ตัวเองสิ ต้องบอกว่าเป็นอารมณ์ของตัวละครแล้วกัน จากที่เคยแสดงมา เหมือนเป็นจุดกังวลของผมที่คิดกับตัวเองว่า ถ้าเรากลับมาแสดงเราจะทำได้ป่าววะ รู้สึกเราอ่อนเรื่องนี้มาก แต่พอเราโตขึ้นเราเริ่มรู้จักตัวเองมากขึ้น แล้วสิ่งนั้นทำให้ผมรู้จักตัวละครมากขึ้นเหมือนกัน”</p>



<p><strong>หมายถึงการเติบโตหรอ</strong></p>



<p>“ใช่ ผมว่าการเติบโตนี่แหละ น่าจะรู้จักตัวเองมากขึ้นมั้ง พอเราได้ลองค้นหาความรู้สึก อารมณ์ตัวเองมันเลยทำให้เรารู้จักอารมณ์ตัวละครได้เหมือนกัน ทำให้เข้าถึงตัวละครได้มากขึ้น”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/05-2-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-186846" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/05-2-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/05-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/05-2-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/05-2-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/05-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/05-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/05-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/05-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>หนังเรื่องนี้ให้ความรู้สึกอย่างไรในมุมมองของปอร์เช่ ศิวกร</strong></p>



<p>“โอออ หนังเรื่องนี้รู้สึกเหมือนกินอาหารที่มี Before taste แล้วก็มี Aftertaste ครับ หมายความว่าพอเราเห็น เรารู้สึกอย่างหนึ่ง แต่พอเราเริ่มเสพ เรารู้สึกอีกอย่างหนึ่ง หลังจากนั้นเราก็จะรู้สึกอีกอย่างหนึ่ง มันมีหลายอารมณ์อยู่ในหนังเรื่องนี้ที่ผมรู้สึกนะ”</p>



<p><strong>มีอุปสรรคอะไรที่ท้าทายจนถึงขั้นกลับไปนอนเครียดที่บ้านไหม</strong></p>



<p>“ผู้กำกับ คนเขียนบท และนักแสดงรุ่นใหญ่ครับ รู้สึกยากมากเพราะทุกคนเก่งกันหมดเลย เล่นกับพี่ต่อ (ธนภพ ลีรัตนขจร) พี่ใบเฟิร์น (พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) พี่คุ้ย (ทวีวัฒน์ วันทา) กำกับ พี่เจี๊ยบ (วรรธนา วีรยวรรธน) เขียนบท แล้วก็เจอ พี่ชาย (ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ) แล้วก็ไม่รู้ว่าดวงเป็นไรเวลาเล่นจะเจอนักแสดงรุ่นใหญ่ตลอด แล้วเราก็จะกดดันตลอด เพราะเรารู้ว่าเขามีศักยภาพอะไรบ้าง มีสกิลอะไรบ้าง เราต้องพัฒนาตัวเองยังไงบ้างให้สิ่งที่ทุกคนตั้งใจทำไม่ดร็อป ก็เลยกดดันว่าเราจะทำได้ดีไหม เราจะทำงานเขาเสียหรือเปล่า ถ้าเราเข้าไปเราจะทำให้มีสีสันอะไรที่มันดีขึ้นได้บ้าง”</p>



<p><strong>แต่มันไม่ถึงขั้นคิดมากจนยอมแพ้ใช่ไหม</strong></p>



<p>“ไม่ๆๆๆ ไม่ยอมแพ้ ผมจะยอมแพ้ยากถ้าเรายังไม่เคยลอง ถ้าลองยังไม่สุดก็ยังไม่ยอมแพ้ ต้องลองสุดไปก่อน แต่สุดของผมก็อาจจะมีสุด สุดแล้ว สุดอีก แต่ปกติเราจะไม่ค่อยยอมแพ้กับอะไรง่ายๆ ครับ! ”</p>



<p><strong>มีช่วงไหนไหมที่ตัวละครในเรื่องมันรีเลตกับเรา</strong></p>



<p>“ไม่ค่อยเท่าไหร่ครับ เพราะแบ็กกราวนด์ตัวละครก็ไม่เหมือนกัน ฉากอารมณ์บางอย่างที่เกิดขึ้น เหตการณ์ที่ตัวละครเจอไม่รีเลตกับผมเลย เราเลยจะไม่ได้รีเลตกันขนาดนั้น แต่ว่าเรารู้จักตัวละครเลยทำมันออกมาได้ในระดับหนึ่ง”</p>



<p><strong>ไม่เหมือนกันเลย แปลว่าต้องทำความรู้จักกันมาก</strong></p>



<p>“ใช่ๆ บางอย่างมันไม่ได้ถูกเล่าในหนัง เพราะฉะนั้นเราต้องสร้างแบ็กกราวนด์ของตัวละครเอง บรรยากาศการโตมาเป็นยังไง มีเพื่อนไหม ชอบกินอะไร หายใจยังไง โดดเดี่ยวรู้สึกยังไง ตอนคลอดถูกรับมาเลี้ยงรู้สึกยังไง เราต้องเริ่มทำแบ็กกราวนด์ตัวละครให้แน่นก่อน เพื่อที่จะได้รู้ว่าจุดประสงค์ของการพูดของตัวละคร การปฏิบัติตัวของตัวละครว่ามันทำเพราะอะไร”</p>



<p><strong>คิดว่าบทบาทของตัวเองมีส่วนสำคัญอะไรต่อเรื่องนี้</strong>&nbsp;</p>



<p>“อื้มมม เป็นคำถามที่ลึกซึ้งมากครับ ตอบยังไงให้ไม่สปอยล์ดี (ขำ) ผมว่าตัวละครนี้เป็นตัวละครที่เป็นเหมือนกาวแล้วกัน เป็นกาวที่คอยเชื่อมความสัมพันธ์ของครอบครัวกับเพื่อน เป็นตัวละครที่มอบ energy ที่ดีให้กับความสัมพันธ์และสมการของบ้าน 89 หลังนี้ครับ”</p>



<p><strong>บทแอกชันได้ลองแล้วตอนนี้อยากลองบทอะไรต่อ</strong></p>



<p>“ฆาตกรครับ” อืม เหมาะจริงกับรอยยิ้มที่ฉีกให้ชม</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>โปรเพลเยอร์เวลตัน</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/06-2-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-186845" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/06-2-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/06-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/06-2-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/06-2-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/06-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/06-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/06-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/06-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>การที่เราเป็นทั้งศิลปินและนักแสดงบาลานซ์ชีวิตยังไง ยุ่งขนาดไหน</strong></p>



<p>“ไม่ยุ่งหรอกครับ เพราะผมไม่ค่อยรับงานแสดง ผมทำเพลงเป็นหลักมากกว่า ถ้าทำควบคู่กันต้องบาลานซ์ให้ดีสำหรับตัวผมมันยากตรงที่ว่าถ้าเราทำเพลงแล้ว อยากให้ลุคเป็นอย่างนี้ แต่บทบาทตัวละครต้องเป็นอีกแบบหนึ่ง มันค่อนข้างจะตีกัน เราไม่สามารถทำพร้อมกันได้ ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเพราะไม่งั้นภาพตัวละครกับภาพศิลปินเราทรงจะคล้ายๆ กัน”</p>



<p>“แต่ผมไม่ค่อยยุ่งหรอกอย่างที่บอกผมเรื่องมากเรื่องบทครับ ถ้าเจอบทที่ใช่ก็จะรับ”</p>



<p><strong>นิสัยเรื่องมากที่พูดถึง เป็นเฉพาะเรื่องบทหรือในชีวิตจริงด้วย</strong></p>



<p>“ (ขำ) เรื่องมากในชีวิตจริงด้วย อย่างที่บอกว่าผมเรื่องมากกับบท เพราะอยากพัฒนาด้านการแสดง เราอยากได้บทที่ต่างจากที่เราเคยเล่น สมมุติเรื่องหน้ามีบทที่ติดต่อเข้ามาคล้ายๆ เอ็ม จะเริ่มชั่งใจ แล้วก็จะไม่ได้กระโจนเข้าไปแบบครั้งแรก”</p>



<p><strong>แปลว่าชอบลองอะไรใหม่ๆ อะไรที่ท้าทายตื่นเต้น</strong></p>



<p>“ใช่ๆ ด้วยความที่เราอยากทำความรู้จักกับตัวละครด้วยแหละ เหมือนเราได้รู้จักกับคนและมุมมองใหม่ๆ แต่ความชอบลองอะไรใหม่ๆ ก็เป็นแค่เรื่องงาน กับเรื่องที่สนใจ เรามองว่าศิลปะการแสดงมัน abstract มันไม่เหมือนกับสิ่งที่เราเจอในชีวิตประจำวัน มันจะมีศาสตร์ไหนวะที่เราสร้างตัวละครขึ้นมา แล้วให้ตัวละครมาใช้ร่างกายเรา ในสมองเรารู้แหละว่าเนี่ยตัวละคร เราคิดและรู้สึกอยู่แต่ก็มีอีกซีกที่รู้ว่า อ๋อ เห็นว่าตัวละครกำลังคิดอยู่ แล้วตัวละครกำลังใช้ร่างกายเราที่แสดงอยู่”</p>



<p><strong>คิดว่าหมุดหมายชีวิตในตอนนี้คืออะไร</strong></p>



<p>“น่าจะคล้ายๆ กับตอนที่พูดไปว่าไม่รู้ว่าคติคืออะไร น่าจะเป็นคำที่บอกว่าทำทุกวันให้ดีที่สุดเพราะเราไม่รู้ว่าจะมีพรุ่งนี้อีกกี่วัน”</p>



<p><strong>แล้วในการทำงานล่ะ เป้าหมายคืออะไร มีชัยชนะที่เราอยากจะไปคว้ามันมาไหม</strong></p>



<p>“ไม่มีหรอก ผมอยากชนะตัวเองมากกว่า อยากให้อนาคตที่เกิดขึ้นภายภาคหน้ามองย้อนกลับมาแล้วภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำ ไม่อยากให้มองกลับมาแล้ว เอ้ย! เสียดายว่ะงานนี้น่าจะอย่างนี้ดีกว่า เลยอยากให้มันเต็มที่ทุกอย่างเพื่ออนาคตตัวเองที่มองกลับมาแล้วดีแล้วไม่เสียดาย”</p>



<p><strong>แล้วตอนนี้มองกลับไปแล้วยิ้มได้ไหม</strong></p>



<p>“โมโหมากกว่าครับ มองกลับไปและอยากไปแก้หลายอย่างเลย แต่เราก็มองว่ามันเป็นช่วงเวลาหลายอย่างที่ผ่านมา บางอันที่เราไม่ชอบที่เราคิดว่าทำแบบนี้ไปทำไมวะ แต่อย่างน้อยมันก็เป็น journey ที่ทำให้เรารู้ว่าเราชอบหรือไม่ชอบจนมาถึงเราในวันนี้”</p>



<p><strong>เคยทำมาหลายอย่างมาก มีอะไรที่อยากลองทำต่อหลังจากนี้ไหม</strong></p>



<p>“หลังจากนี้เหรอครับ ลองสลับกันสัมภาษณ์ไหมเดี๋ยวผมสัมภาษณ์บ้างตอนนี้เลย หรือไม่ก็สลับกับพี่ตากล้องก็ได้เดี๋ยวผมถ่ายให้ครับ”</p>



<p>หลังขำกันยกใหญ่ขอย้อนกลับไปเมื่อกี้ที่พูดว่าตั้งใจทำทุกอย่าง อยากให้อนาคตมองกลับไปแล้วไม่เสียดาย แล้ว ถ้าถามอีกทีมีอะไรที่อยากกลับไปแก้ไขในชีวิตไหม</p>



<p>“ทุกอย่างเลยครับ (ขำ) ย้อนแย้งไหมๆ อธิบายง่ายๆ อย่างนี้ดีกว่า ผมมองว่าผมเกิดการผิดหวังมาเยอะมากหลังๆ เลยอยากให้ทำทุกวันให้มันเต็มที่ไม่อยากผิดหวังหรือเสียดายกับบางอย่างที่ไม่ได้ทำลงไป ถ้ามองแยกเป็นเรื่องน่าจะดีปเกินไป งั้นเรามาพูดรวมๆ กันดีกว่า ผมแค่ไม่อยากเสียดายหรือเสียใจบางอย่างที่เราเคยพลาดไป”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/07-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186844" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/07-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/07-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/07-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/07-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/07-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/07-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/07-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/07-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>10 กว่าปีที่ผ่านมานี้คิดว่าความตั้งใจของตัวเองคุ้มค่าหรือยัง</strong></p>



<p>“เป็นคำถามที่ลึกซึ้งมากครับ คิดว่าความพยายามของผมมันคุ้มค่าหรือยัง (นิ่งคิด) เอาเป็นว่าคุ้มค่าหรือเปล่าไม่รู้ แต่ว่าทำให้ผม ณ เวลานี้ ณ ตอนนี้ ณ ตอนที่สัมภาษณ์อยู่แฮปปี้ได้ก็ถือว่าโอเคครับ”</p>



<p><strong>ในปีที่ผ่าน 27 จะก้าวเข้า 28 มีอะไรที่เราค้นพบไหม</strong></p>



<p>“ถ้าในวัย 27 ที่ค้นพบด้านความคิด ความหวังคือสิ่งที่อันตรายการมองโลกในแง่ดีบางอย่างคือสิ่งที่อันตราย กับสุขภาพจิตเรามาก ถ้าเกิดผลลัพธ์มันไม่ได้ออกมาอย่างที่เราคาดหวังมันไว้ มันคือสิ่งที่สามารถทำให้เราดิ่งได้เลย”</p>



<p><strong>ได้ข่าวเป็นคนติดเกมมาตั้งแต่เด็ก ถ้าให้เทียบชีวิตตอนนี้คิดว่าถึงเลเวลไหนแล้ว</strong></p>



<p>“มันตันกี่เลเวลครับ”</p>



<p><strong>เอาเป็นว่าใกล้เจอบอสยัง</strong></p>



<p>“อาจจะใกล้แล้วแต่ยังไม่ใช่ลาสบอสครับ :)”</p>



<p class="has-text-align-center"><strong>“เมื่อกี้ดาราเหรอ เขาหล่อนะ หน้าใสกริ๊งเลย”</strong></p>



<p>สงสัยปอร์เช่ ศิวกรจะหอบความหล่อเหลากลับไม่หมดคุณรปภ. เลยเผลอลื่นตกหลุมรักไปอีกคนซะแล้ว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/porsche-sivakorn/">‘ปอร์เช่ ศิวกร อดุลสุทธิกุล’ โปรเพลเยอร์เวลตันตระเวนเก็บแต้มจากศิลปินสู่นักแสดง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หากเวลาเป็นเงินเป็นทอง ช่วงเวลาอดหลับอดนอนคงเป็นขุมทรัพย์ของชาว Revenge Bedtime Procrastination</title>
		<link>https://adaymagazine.com/revenge-bedtime-procrastination/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อารยา อุตอามาต]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 May 2026 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[a better day]]></category>
		<category><![CDATA[RevengeBedtimeProcrastination]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=186740</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตามองนาฬิกา เวลาเดินช้าจนอยากหยิบมาเขย่าว่ามันตายหรือเปล่า ร่างกายเริ่มไหลล้าไปกองบนโต๊ะทำงาน ฝันเฟื่องถึงเวลานอนกลางวันเมื่อวัยเด็ก ผู้คนที่ผ่านไปมาเริ่มสังเกตเห็นหลักฐานของความเหนื่อยล้าโชว์หราอยู่บนหน้า เหตุนี้เลยโดนมัดตัวจนดิ้นไม่หลุด สังคมเดินมาหยุดตรงหน้าพร้อมรุมประนามสภาพการใช้ชีวิตราวกับสวมวิญญาณพ่อคนแม่คน “เมื่อคืนไปทำอะไรมา” “บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่านอนดึก” “กลางค่ำกลางคืนไม่รู้จักนอน” แม้แรงสู้จะเหลือไม่มาก แต่พวกเราขอประกาศจุดยืนว่า “เมื่อคืนเราไปแก้แค้นการนอนหลับมาต่างหาก!” หนึ่ง ถอนหายใจ สอง เกาหัว สาม งง ไอนี่มันไม่มีอะไรแก้ตัวแล้วหรอ “ติดซีรีส์ก็สารภาพมาตามตรง เดี๋ยวพี่จะลดโทษให้หนึ่งขั้น” นี่เป็นสถานการณ์ที่ชาว ‘Revenge Bedtime Procrastination’ หรือที่เรียกกันว่า ‘การแก้แค้นการนอนหลับ’ คงเจอจนชิน แต่สำหรับคุณๆ คนไหนที่เพิ่งได้ยินอาจจะเป็นจำพวกประเภทหนึ่ง สอง สามด้านบน งั้นเราขอนำเสนอตัวตนของสมาคมแก้แค้นการนอนหลับให้ทุกคนรู้จักกัน ใครบอกล่ะว่าเหนื่อยแล้วต้องนอน? หลายคนเป็นที่เข้าใจตรงกันว่าหากกลับจากเรียนหรือทำงานเหนื่อยๆ ในแต่ละวันก็อยากจะกระโดดจมเตียงกอดหมอนนอนฝันกันให้เต็มอิ่ม แต่สำหรับแก๊ง Revenge Bedtime Procrastination ก็กระโดดเหมือนกัน แต่เป็นกระโดดโลดเต้นทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำจนรู้ตัวอีกทีฟ้าเกือบสว่าง กลุ่มก้อนของพวกที่หัวถึงหมอนแล้วทะลุเข้าฝันถึงกับเอ๊ะว่าพฤติกรรมพวกสมาคมชาวแก้แค้นการนอนหลับมันเกิดจากอะไร แล้วทำไมพวกนั้นถึงได้กลายร่างเป็นมนุษย์กลางคืนกันไปได้ บันทึกการแก้แค้นของมนุษย์ค้างคาว ตัวเลขนาฬิกาที่เปลี่ยน เข็มนาฬิกาที่ขยับ เวลากลางวันเหมือนเบียดเสียดไปด้วย ‘สิ่งที่ต้องทำ’ เต็มไปหมด กรอบของหน้าที่การงานมันรัดแน่นจนเกือบหายใจไม่ออก ตารางชีวิตล้นจนไม่เหลือช่องให้กรอกเวลาว่างของตัวเอง&#160; ดังนั้นหลังฟ้ามืดก็ได้เวลาเอาคืนความเหน็ดเหนื่อยที่รุมกระทืบเรามาทั้งวันด้วยการเอาเวลานอนไปใช้ชีวิต โบยบินสู่อิสระในยามค่ำคืน&#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/revenge-bedtime-procrastination/">หากเวลาเป็นเงินเป็นทอง ช่วงเวลาอดหลับอดนอนคงเป็นขุมทรัพย์ของชาว Revenge Bedtime Procrastination</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ตามองนาฬิกา เวลาเดินช้าจนอยากหยิบมาเขย่าว่ามันตายหรือเปล่า</p>



<p>ร่างกายเริ่มไหลล้าไปกองบนโต๊ะทำงาน ฝันเฟื่องถึงเวลานอนกลางวันเมื่อวัยเด็ก</p>



<p>ผู้คนที่ผ่านไปมาเริ่มสังเกตเห็นหลักฐานของความเหนื่อยล้าโชว์หราอยู่บนหน้า เหตุนี้เลยโดนมัดตัวจนดิ้นไม่หลุด สังคมเดินมาหยุดตรงหน้าพร้อมรุมประนามสภาพการใช้ชีวิตราวกับสวมวิญญาณพ่อคนแม่คน</p>



<p>“เมื่อคืนไปทำอะไรมา”</p>



<p>“บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่านอนดึก”</p>



<p>“กลางค่ำกลางคืนไม่รู้จักนอน”</p>



<p>แม้แรงสู้จะเหลือไม่มาก แต่พวกเราขอประกาศจุดยืนว่า “เมื่อคืนเราไปแก้แค้นการนอนหลับมาต่างหาก!”</p>



<p>หนึ่ง ถอนหายใจ</p>



<p>สอง เกาหัว</p>



<p>สาม งง ไอนี่มันไม่มีอะไรแก้ตัวแล้วหรอ “ติดซีรีส์ก็สารภาพมาตามตรง เดี๋ยวพี่จะลดโทษให้หนึ่งขั้น”</p>



<p>นี่เป็นสถานการณ์ที่ชาว ‘Revenge Bedtime Procrastination’ หรือที่เรียกกันว่า ‘การแก้แค้นการนอนหลับ’ คงเจอจนชิน แต่สำหรับคุณๆ คนไหนที่เพิ่งได้ยินอาจจะเป็นจำพวกประเภทหนึ่ง สอง สามด้านบน งั้นเราขอนำเสนอตัวตนของสมาคมแก้แค้นการนอนหลับให้ทุกคนรู้จักกัน</p>



<p>ใครบอกล่ะว่าเหนื่อยแล้วต้องนอน? หลายคนเป็นที่เข้าใจตรงกันว่าหากกลับจากเรียนหรือทำงานเหนื่อยๆ ในแต่ละวันก็อยากจะกระโดดจมเตียงกอดหมอนนอนฝันกันให้เต็มอิ่ม แต่สำหรับแก๊ง Revenge Bedtime Procrastination ก็กระโดดเหมือนกัน แต่เป็นกระโดดโลดเต้นทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำจนรู้ตัวอีกทีฟ้าเกือบสว่าง</p>



<p>กลุ่มก้อนของพวกที่หัวถึงหมอนแล้วทะลุเข้าฝันถึงกับเอ๊ะว่าพฤติกรรมพวกสมาคมชาวแก้แค้นการนอนหลับมันเกิดจากอะไร แล้วทำไมพวกนั้นถึงได้กลายร่างเป็นมนุษย์กลางคืนกันไปได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186746" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>บันทึกการแก้แค้นของมนุษย์ค้างคาว</strong></h2>



<p>ตัวเลขนาฬิกาที่เปลี่ยน เข็มนาฬิกาที่ขยับ เวลากลางวันเหมือนเบียดเสียดไปด้วย ‘สิ่งที่ต้องทำ’ เต็มไปหมด กรอบของหน้าที่การงานมันรัดแน่นจนเกือบหายใจไม่ออก ตารางชีวิตล้นจนไม่เหลือช่องให้กรอกเวลาว่างของตัวเอง&nbsp;</p>



<p>ดังนั้นหลังฟ้ามืดก็ได้เวลาเอาคืนความเหน็ดเหนื่อยที่รุมกระทืบเรามาทั้งวันด้วยการเอาเวลานอนไปใช้ชีวิต โบยบินสู่อิสระในยามค่ำคืน&nbsp; โลดแล่นไร้กังวลไม่มีคำว่าเสียดายเวลาเพราะการอดหลับอดนอนกลับกลายเป็นกำไรไว้ให้รางวัลตัวเองไปซะแล้ว</p>



<p>“อยากให้กลางคืนมีเวลา 48 ชั่วโมง” คำพูดตัวอย่างของบุคคลที่อาจเข้าข่าย ‘Revenge Bedtime Procrastination’ บุคคลประเภทที่ขอแลกเวลาพักผ่อนและสุขภาพกับการที่ตัวเองจะได้มีเวลาทำในสิ่งที่อยากเพิ่มขึ้นเช่น ดูซีรีส์ ไถโซเชียล หรือแม้กระทั่งถูบ้าน ขอแค่เป็นสิ่งที่ต้องการก็พร้อมแลกแบบไม่สนไม่แคร์ว่าพรุ่งนี้จะสัปปะหงกบนโต๊ะทำงานหรือเปล่า หากถูกถามเข้าจริงคงได้คำตอบพร้อมท่ายักไหล่ว่า “ให้มันเป็นปัญหาของวันพรุ่งนี้แทนแล้วกัน”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186747" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ถึงตาร่างกายเอาคืน</strong></h2>



<p>บิลย้อนหลังถูกส่งตรงมาจากร่างกายราคาที่ต้องจ่ายสุดแสนจะ overprice หลายคนอาจจะแอบเยาะเย้ยในใจพร้อมเหน็บห้อยท้ายว่าสมควร เชื่อว่าเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการนอนไม่เพียงพอต้องมีปัญหาสุขภาพตามมารบกวนเป็นขบวนแน่นอน แต่สมาคมแก้แค้นการนอนหลับก็พร้อมพลีกายสมยอมแต่โดยดี</p>



<p>ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนอยากจับตัวคนประเภทนี้มามัดรวมกันแล้วเขย่าให้กลายเป็นเซียมซี เพราะพฤติกรรมนี้ไม่ควรอย่างรุนแรง การล้างแค้นมีราคาที่ต้องจ่าย เช่น ‘ภาวะนอนหลับไม่เต็มอิ่ม (Insufficient Sleep)’ ซึ่งจะส่งผลให้การใช้ชีวิตประจำวันมีประสิทธิภาพลดลง จนอาจทวีคูณไปสู่ ‘โรคนอนไม่หลับ (Insomnia)’ ได้ด้วยในภายหลัง ยังไม่รวมโรคต่างๆ ที่อาจจะเดินขบวนตามมาในไม่ช้า</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186749" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>วิธีสมานฉันท์</strong></h2>



<p>แล้วจะทำยังไงให้ร่างกายและจิตใจปรองดองกัน การคับแค้นอาจต้องเริ่มจากการปล่อยวาง พฤติกรรมการนำเวลานอนมาใช้ชีวิตสืบเนื่องจากช่วงเวลาที่เราควรได้ใช้ชีวิตถูกกดดันและตีกรอบมากเกินไป ดังนั้นเราจึงขอนำทฤษฎีโครงการคนละครึ่งมาปรับใช้กับชีวิตประจำวัน หารครึ่งด้วยการใช้ชีวิตเดินอยู่บนกรอบไม่ออกนอก แต่ก็ไม่ถูกขัง มองปัญหาให้ทะลุปรุโปร่งไม่ต้องแบกรับความเครียดแบบเต็มกำลังแต่อาจหารแบ่งรับทีละครึ่งในแต่ละวันแทน</p>



<p>หากิจกรรมทำในช่วงเวลาอื่นที่ว่างเพื่อตอบโจทย์ปัญหาขาดแคลนใช้ชีวิตส่วนตัว วันไหนหยุด ช่วงไหนว่าง รีบทำสิ่งที่ต้องการให้หนำใจเพื่อให้วันที่เราต้องออกไปทำงานไม่มานั่งเสียดายหรือโหยหาในสิ่งที่อยากทำ อาจไม่สามารถทดแทนได้เต็มร้อยแต่ถือว่าเป็นทริกที่คอยดัดพฤติกรรมให้เข้ารูปเข้าร่างมากขึ้น<br>การเลือกความสุขมาก่อนแต่เลือกผลักการนอนไปอยู่ท้ายแถว วิธีปรับพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนแล้วต้องเริ่มจากตัวเราเองเป็นหลัก เริ่มจากปรับแนวคิดและเห็นคุณค่าของสุขภาพตัวเองให้มากขึ้นจะรู้สึกว่าการแก้แค้นครั้งนี้ไม่สมศักดิ์ศรีเอาซะเลยเพราะหากสังเกตดีๆ จะรู้ว่าคู่อริในสมการนี้ไม่ใช่ใครอื่นเลยแต่คือ ‘ตัวเราเอง’</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/revenge-bedtime-procrastination/">หากเวลาเป็นเงินเป็นทอง ช่วงเวลาอดหลับอดนอนคงเป็นขุมทรัพย์ของชาว Revenge Bedtime Procrastination</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การมี ‘ละแวกบ้านที่ดี’ ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น</title>
		<link>https://adaymagazine.com/neighbourhood-unit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วงศกร ลอยมา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Apr 2026 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[a better day]]></category>
		<category><![CDATA[ละแวกบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[สำรวจเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=186448</guid>

					<description><![CDATA[<p>การมี ‘ละแวกบ้านที่ดี’ ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น คำว่าละแวกบ้านที่ดีอาจหมายถึง มีของกินเยอะ ใกล้ห้างสรรพสินค้า สงบ ไม่วุ่นวาย ไม่เปลี่ยว และเดินทางเข้าเมืองง่าย หลังๆ มานี้ เราจึงเห็นคนในย่านต่างๆ ออกมารีวิวย่านที่อยู่อาศัยของตัวเองกันเยอะมาก ส่วนที่บอกว่ามีความสุขเพิ่มขึ้น จริงๆ ควรใช้คำว่าทุกข์น้อยลง&#160; ลองนึกภาพว่าเราออกจากบ้านมาแล้วขึ้นรถไปทำงานได้สะดวก ไม่ต้องหมดพลังงานไปกับการขึ้นรถหลายต่อ เดี๋ยวบนดิน เดี๋ยวใต้ดิน งานวิจัยหลายชิ้นบอกว่าแค่ตัดปัญหาเรื่องการเดินทางไปได้ ชีวิตมนุษย์ทำงานก็ถือว่าหมดเรื่องเครียดไปก้อนใหญ่แล้ว หลายปีมานี้ เมืองต่างๆ ทั่วโลกได้ผลักความหมายของ ‘ละแวกบ้านที่ดี’ ให้ออกไปกว้างไกลขึ้น อย่างเช่นว่าเมือง Todmorden ประเทศอังกฤษที่ผุดโครงการสร้างสวนปลูกผักผลไม้ แล้วให้คนในชุมชนเข้ามาเด็ดได้ฟรี ช่วยให้คนมีบทสนทนาเล็กๆ ร่วมกัน หรือแม้แต่ไอเดีย Tactical Urbanism ที่คนในชุมชนลุกขึ้นมาช่วยกันทำย่านที่อยู่อาศัย ให้เกิดความสร้างสรรค์ มีชีวิตชีวา และน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ไม่รอโครงการจากหน่วยงานมาลง ยกตัวอย่างเช่น การตบแต่งทาสีทางเท้า สร้างสนามเด็กเล่นขนาดย่อม ฯลฯ ละแวกบ้านที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องของความปลอดภัย แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น คอลัมน์ a better day ชวนดูไอเดียการทำละแวกบ้านเจ๋งๆ จากเมืองนอกกัน ละแวกบ้านปลอดภัยและสร้างสรรค์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/neighbourhood-unit/">การมี ‘ละแวกบ้านที่ดี’ ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>การมี ‘ละแวกบ้านที่ดี’ ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น</p>



<p>คำว่าละแวกบ้านที่ดีอาจหมายถึง มีของกินเยอะ ใกล้ห้างสรรพสินค้า สงบ ไม่วุ่นวาย ไม่เปลี่ยว และเดินทางเข้าเมืองง่าย หลังๆ มานี้ เราจึงเห็นคนในย่านต่างๆ ออกมารีวิวย่านที่อยู่อาศัยของตัวเองกันเยอะมาก</p>



<p>ส่วนที่บอกว่ามีความสุขเพิ่มขึ้น จริงๆ ควรใช้คำว่าทุกข์น้อยลง&nbsp;</p>



<p>ลองนึกภาพว่าเราออกจากบ้านมาแล้วขึ้นรถไปทำงานได้สะดวก ไม่ต้องหมดพลังงานไปกับการขึ้นรถหลายต่อ เดี๋ยวบนดิน เดี๋ยวใต้ดิน งานวิจัยหลายชิ้นบอกว่าแค่ตัดปัญหาเรื่องการเดินทางไปได้ ชีวิตมนุษย์ทำงานก็ถือว่าหมดเรื่องเครียดไปก้อนใหญ่แล้ว</p>



<p>หลายปีมานี้ เมืองต่างๆ ทั่วโลกได้ผลักความหมายของ ‘ละแวกบ้านที่ดี’ ให้ออกไปกว้างไกลขึ้น อย่างเช่นว่าเมือง Todmorden ประเทศอังกฤษที่ผุดโครงการสร้างสวนปลูกผักผลไม้ แล้วให้คนในชุมชนเข้ามาเด็ดได้ฟรี ช่วยให้คนมีบทสนทนาเล็กๆ ร่วมกัน</p>



<p>หรือแม้แต่ไอเดีย Tactical Urbanism ที่คนในชุมชนลุกขึ้นมาช่วยกันทำย่านที่อยู่อาศัย ให้เกิดความสร้างสรรค์ มีชีวิตชีวา และน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ไม่รอโครงการจากหน่วยงานมาลง ยกตัวอย่างเช่น การตบแต่งทาสีทางเท้า สร้างสนามเด็กเล่นขนาดย่อม ฯลฯ</p>



<p>ละแวกบ้านที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องของความปลอดภัย แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น คอลัมน์ a better day ชวนดูไอเดียการทำละแวกบ้านเจ๋งๆ จากเมืองนอกกัน<br></p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ละแวกบ้านปลอดภัยและสร้างสรรค์</strong></h2>



<p>เคยตั้งคำถามกันไหมว่าละแวกบ้านของเราควรมีอะไรบ้างถึงทำให้รู้สึกปลอดภัย</p>



<p>แน่นอน, หลายคนนึกถึงเทคโนโลยี (กล้องวงจรปิด) ก่อน&nbsp;</p>



<p>แต่มีผู้หญิงผมติ่งสวมแว่นหนาคนหนึ่งเคยบอกไว้ว่าจริงๆ แล้ว ความปลอดภัยเกิดขึ้นได้ง่ายมาก แทบไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเลยด้วยซ้ำ</p>



<p><strong>Jane Jacobs</strong> นักคิดนักเขียนชาวอเมริกัน เธอคือผู้เขียนหนังสือผังเมืองเลื่องชื่ออย่าง The Death and Life of Great American Cities (1961) เธอเสนอแนวคิดที่เรียกว่า Eyes on the Street อธิบายอย่างรวบรัด แนวคิดนี้เสนอว่าถนนหรือพื้นที่ที่ปลอดภัยเกิดขึ้นจากวิถีชีวิตสองข้างทาง และสายตาของเพื่อนบ้าน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/01-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186450" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/01-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/01-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/01-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/01-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/01-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/01-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/01-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/01-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>หมายความว่าถ้าพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งมีคนพลุกพล่าน เช่นว่ามีคนเดินจูงหมาออกไปเดินเล่น นั่งกินไอศกรีม อ่านหนังสือ เรามักไม่รู้สึกระแวงกับพื้นที่นั้น Jane Jacobs สรุปว่าการมีสายตาในพื้นที่สาธารณะคือระบบรักษาความปลอดภัยที่ทรงพลังที่สุด</p>



<p>พื้นที่ละแวกบ้านที่เราอยากพูดถึงเป็นพิเศษคือ ตรอกซอย เพราะคนเมืองส่วนใหญ่เช่าอยู่หอพักไม่ก็คอนโด ซึ่งโดยมากตั้งอยู่ในซอย เว้นเสียแต่ว่าคอนโดมีราคาหน่อยก็อาจแนบชิดอยู่กับถนนเส้นหลัก ไม่ก็รถไฟฟ้า ราคาที่แพงย่อมแลกมากับละแวกบ้านที่ปลอดภัยน่าอยู่ และใกล้รถไฟฟ้า</p>



<p>กลับกัน หอพักหรือคอนโดที่ราคาย่อมเยาลงมา มักตั้งอยู่ในซอยที่ต้องใช้เวลานั่งรถเข้าไป หรือบางที เป็นซอยในซอย ไม่รู้ต่อกี่เลี้ยวกว่าจะถึง ถ้าเป็นซอยหลักยังพอมีร้านค้า ร้านอาหาร มองดูยังครึกครื้น แต่ถ้าลึกเข้าไปในซอยหลักอีกที บรรยากาศจะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง</p>



<p>ความแตกต่างที่ว่าอาจเป็นได้ทั้งความแคบ ความมืด ความเปลี่ยว&nbsp;</p>



<p>ซอยที่มีคาแรกเตอร์แบบที่ว่าไม่เอื้อให้เราออกมาใช้ชีวิต</p>



<p>ซอยที่มีคาแรกเตอร์แบบที่ว่าหลายเมืองทั่วโลกมีเหมือนกัน และที่เราไปค้นหามา นอกจากทำให้รู้สึกปลอดภัยขึ้นได้ แล้วยังเติมความครีเอทิฟเข้าไปได้ด้วย เราขอพาผู้อ่านลัดฟ้าไปที่…</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/02-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186451" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/02-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/02-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/02-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/02-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/02-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/02-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/02-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/02-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>Fish Lane</strong> ตรอกสุดสร้างสรรค์ของเมือง Brisbane ประเทศออสเตรเลีย นี่คือย่านที่มีทั้งร้านอาหาร งานศิลปะ กราฟิตี้ อีเวนต์ ตลาดนัด และคอนเสิร์ต หารู้ไม่ว่าเมื่อสิบกว่าปีก่อน Fish Lane เป็นแค่ตรอกมืดๆ ที่มีไว้แค่ให้รถขยะวิ่งผ่านและเป็นที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์</p>



<p>“เมื่อ 10 ปีก่อน Fish Lane เป็นที่ที่ไม่มีใครอยากย่างกรายเข้าไปเลย มันมืดและดูไม่ปลอดภัย แต่เรามองเห็นโอกาส เราเริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่าจะทำยังไงให้คนหยุดเดิน” Michael Zaicek ผู้ปลุกปั้น Fish Lane เคยให้สัมภาษณ์ไว้</p>



<p>ออสเตรเลียเป็นตัวอย่างประเทศที่สร้างความปลอดภัยในละแวกบ้านได้เป็นอย่างดี ตรอกซอยของเมลเบิร์นในยุค 80s เรียกได้ว่าเงียบเหงา ต่อเมื่อเข้าสู่ยุค 90s ทางเมืองจึงผุดแนวคิดที่เรียกว่า Postcode 3000 โดยมีเป้าหมายคือดึงคนเข้ามาอยู่ในเขตใจกลางเมือง</p>



<p>สิ่งแรกๆ ที่รัฐบาลท้องถิ่นทำคือแก้กฎหมายเพื่อเอื้อให้คนตัวเล็กๆ ทำธุรกิจได้ เช่น การออกใบอนุญาต Small-bar licenses ที่อนุญาตให้เปิดบาร์จิ๋วในตรอกได้ง่ายขึ้น รวมถึงลดค่าเช่าที่เพื่อดึงดูดผู้ประกอบการ และออกกฎว่าตึกที่อยู่ในตรอกซอยห้ามเป็นกำแพงทึบ ต้องมีหน้าต่าง มีประตู หรือมีกระจกใสที่คนข้างในและข้างนอกมองเห็นกันได้</p>



<p>เพียงแค่ใส่ไอเดียลงไป Fish Lane จากตรอกซอยที่เงียบเหงาและน่าประหวั่น เมื่อมีคนเข้ามาใช้ชีวิต ก็ครึกครื้นขึ้นมาได้&nbsp;</p>



<p>กลับมาที่บ้านเรา บางซอยยังมีแสงสว่างไม่เพียงพอ ถนนไม่ดี รกร้าง ฯลฯ เรื่องพื้นฐานเหล่านี้ควรทำไม่ให้พร่อง แต่ยิ่งดีใหญ่ ถ้าหากว่าเจ้าของพื้นที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกมาตรการเชิงสร้างสรรค์และใจกล้าทางกฎหมาย (อย่างที่ออสเตรเลียทำ) เพื่อดึงคนเข้ามาใช้ชีวิตในตรอกซอยมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>เราจึงได้ข้อสรุปว่าละแวกบ้านน่าอยู่และปลอดภัย ต้องเพิ่งหน่วยงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ละแวกบ้านกินได้</strong></h2>



<p>เราอยู่ในยุคที่สั่งอาหารผ่านแอปฯ อยู่ที่ห้อง จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม มีคนจำนวนไม่น้อยเลิกเดินเตร่ออกไปหาอะไรกิน เสียทั้งเงิน เสียทั้งพลังงาน สู้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า สั่งผ่านแอปฯ เวิร์กสุด เลือก จ่าย จบ!</p>



<p>แน่นอน, แอปพลิเคชัน หรือเทคโนโลยีถูกสร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวก แต่งานวิจัยหลายชิ้นชวนเราหาคำตอบของคำถามที่ว่า การเติบโตของแอปฯ เดลิเวอรี ส่งผลต่อความสัมพันธ์ของคนกับละแวกบ้านยังไง</p>



<p>ชิ้นหนึ่งบอกว่า แอปฯ ตัดโอกาสในการมีปฏิสัมพันธ์ของคนในย่าน ถ้าอยู่ห้อง การกินข้าวก็เป็นกิจกรรมของเราคนเดียว แต่ถ้าไปร้านอาหาร อย่างน้อยเราได้สั่งอาหาร หรือมีบทสนทนาเล็กๆ กับเจ้าของร้าน&nbsp;</p>



<p>อีกชิ้นชวนมองอีกมุม มีการศึกษาในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน พบว่าการขยายตัวของแอปฯ สั่งอาหารเปลี่ยนถนนในย่านที่อยู่อาศัยแออัดขึ้น เพราะไรเดอร์จำนวนมากต้องมาจอดรอออเดอร์ตามมุมตึกหรือฟุตพาท เกิดการแย่งชิงพื้นที่สาธารณะกับผู้อยู่อาศัยเดิม</p>



<p>อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แอปฯ เดลิเวอรีทำให้ความสัมพันธ์ของคนในย่านเป็นไปในลักษณะ ‘ตัวใครตัวมัน’ หลายเมืองทั่วโลกจึงคิดหาวิธีทำให้คนออกมามีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น ที่เรากำลังจะพูดถึงคือการทำสวนผักผลไม้ โดยมีเงื่อนไขว่าใครมาหยิบก็ได้ ฟรี</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/03-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186452" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/03-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/03-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/03-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/03-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/03-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/03-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/03-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/03-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ลัดฟ้าไปที่เมือง Todmorden ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2008 Pam Warhurst และ Mary Clear ริเริ่มทำโครงการ Incredible Edible อธิบายแบบรวบรัด พวกเธอเปลี่ยนพื้นที่รกร้างในเมืองให้เป็นสวนปลูกผักผลไม้ ชาวเมืองสามารถเด็ดกลับไปทำกับข้าวได้</p>



<p>จุดเริ่มต้นตลกมาก ในช่วงแรกๆ ที่เริ่มทำ Incredible Edible พวกเธอลงมือปลูกพืชผักผลไม้ก่อนแล้วค่อยไปขอโทษทีหลัง ประมาณว่า <em>เฮ้ย มาปลูกอะไรกันตรงนี้</em> พวกเธอจึงค่อยอธิบายว่า <em>อ๋อ เราอยากใช้พื้นที่รกร้างตรงนี้มาทำเป็นสวนนะ</em> ถ้ามันสุกปลั่งแล้วพวกคุณหยิบไปกินได้เลย</p>



<p>ตั้งแต่ปี 2008 จนถึงตอนนี้ พวกเธอปลูกสวนไปแล้วกว่า 60 จุดทั่วเมือง และทุกสวนไม่มีรั้วกั้น คือทุกคนสามารถเดินมาหยิบไปได้เลยฟรีๆ เงินไม่เสีย ท้องอิ่ม ถอยออกมามอง โปรเจกต์ Incredible Edible มีหลายมิติที่น่าสนใจ&nbsp;</p>



<p>มิติแรก ประหยัดค่าใช้จ่าย&nbsp;</p>



<p>แน่นอน, ของฟรีใครก็ชอบ ที่ประเทศอังกฤษ มีร้านค้าในท้องถิ่นหลายร้านที่ใช้ผักจาก Incredible Edible มาปรุงอาหาร มีการวิเคราะห์ว่าการที่ชาวเมืองลงมือปลูกผักผลไม้ด้วยตัวเอง พวกเขาจะเกิดความภูมิใจมากถึงขั้นเลิกซื้ออาหารปรุงสำเร็จและหันมาสนับสนุนร้านค้าในท้องถิ่นแทน</p>



<p>มิติสอง สร้างโอกาสในการมีปฏิสัมพันธ์</p>



<p>การมีพื้นที่ตรงกลางให้ได้ใช้เวลาและมีบทสนทนากันสั้นๆ เป็นการทลายกำแพงระหว่างกันลง ยิ่งไปกว่านั้น และการเปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้เป็นสวนผักอาจป็นหน่อเล็กๆ ที่ทำให้คนในชุมชนคิดต่อไปได้ว่าพวกเขาสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งอื่นๆ ในย่านให้ดีขึ้นได้เหมือนกัน</p>



<p>มิติสาม เปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้เกิดประโยชน์ใช้สอย&nbsp;</p>



<p>a day เคยสัมภาษณ์ ยศพล บุญสม ภูมิสถาปนิกผู้ร่วมก่อตั้ง we!park เขาบอกกับเราว่ากรุงเทพฯ มีพื้นที่รกร้างมากกว่าสวนสาธารณะ หลังๆ มานี้ เราเริ่มเห็นกรุงเทพฯ เปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้เป็นสวนสีเขียว เราว่าไอเดียการทำสวนผักผลไม้แล้วให้คนมาหยิบได้ กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ น่าสนใจ เป็นละแวกบ้านที่กินได้ (ฟรี)</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ละแวกบ้านใกล้ธรรมชาติ</strong></h2>



<p>เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็อยากมีบ้านใกล้ชิดธรรมชาติ มันเบาสบาย มันเย็น หลายปีมานี้ เมืองต่างๆ ทั่วโลกจึงวางผังเมืองโดยมีพื้นที่สีเขียวเป็นหัวใจ เพื่อรับประกันว่าประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงสวนสีเขียวได้ในละแวกบ้านของตัวเอง<br>&nbsp; ข้อดีของพื้นที่สีเขียวมีอยู่นับล้าน หวั่นใจอยู่ไม่น้อยว่าจะเล่ายังไงให้ครบถ้วนและสนุก เอาแบบนี้แล้วกัน เราพาไปดูตัวอย่างการดีไซน์ละแวกบ้านในแต่ละประเทศดีกว่า อันไหนดี เราจะได้ลอกมาใช้บ้าง</p>



<p>สิงคโปร์ &#8211; มีคนเคยนิยามประเทศเล็กๆ แห่งนี้ว่าเป็น ‘เมืองร้อนและคนแก่เหงา’ ดังนั้นจะสร้างเมืองยังไงเพื่อแก้ Pain Point นี้ได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="684" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/04-1-684x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186453" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/04-1-684x1024.jpg 684w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/04-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/04-1-768x1151.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/04-1-600x899.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/04-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/04-1.jpg 801w" sizes="(max-width: 684px) 100vw, 684px" /></figure></div>


<p>ย้อนกลับไปปี 2009 สิงคโปร์ ออกกฎว่าตึกที่สร้างใหม่ต้องสร้างพื้นที่สีเขียวทดแทนขนาดของที่ดินที่เสียไป ตึกที่สร้างใหม่จึงแบ่งสักชั้นไปทำเป็นสวน ไม่ก็ไปอยู่บนชั้นดาดฟ้า </p>



<p>สิงคโปร์ไม่ได้แค่สร้างสวนแล้วจบ ความเจ๋งและช่างคิดของประเทศนี้คือ สวนสีเขียวบนตึกทั่วสิงคโปร์ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างกระฉับกระเฉง ไม่น่าเบื่อ เช่น สร้างพื้นที่พบปะ สถานที่ออกกำลังกาย พวกเขาเชื่อว่าถ้าผู้สูงอายุมีอะไรทำ ชีวิตจะไม่เหี่ยวเฉา<br>  ปัจจุบันสิงคโปร์มีพื้นที่สีเขียวบนตึกสูงรวมกันมากกว่า 1,000 ไร่<br>  แม้เป็นประเทศที่มีพื้นที่น้อย (เล็กกว่ากรุงเทพฯ) แต่สิงคโปร์ในตอนนี้แข่งกันสร้างพื้นที่สีเขียวกันสุดลิ่มทิ่มประตู สะท้อนให้เห็นในที่พักเกิดใหม่ ซึ่งมีพื้นที่สีเขียวเป็นจุดขาย เช่น Park royal โรงแรมที่วิวหน้าต่างทุกห้องมีสวนให้ดู หรือ Oasia Hotel Downtown<strong> </strong>ตึกสีแดงที่ปกคลุมด้วยไม้เลื้อยกว่า 20 ชนิด เป็นที่อยู่ของนกและแมลง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/05-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186454" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/05-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/05-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/05-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/05-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/05-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/05-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/05-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/05-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ความเจ๋งยังไม่หมดเท่านี้ ชาวสิงคโปร์ที่อยากปลูกผักทำสวน รัฐบาลมีเงินสนับสนุนค่าทำสวนให้ 50% ผ่านโครงการ Skyrise Greenery Incentive Scheme ของ NParks (หน่วยงานรัฐวิสหกิจภายใต้กระทรวงการพัฒนาแห่งชาติสิงคโปร์)</p>



<p>เดนมาร์ก &#8211; เราขอซูมอินไปที่เมืองโคเปนเฮเกน นี่เป็นเมืองที่มีความเชื่อว่าคนสำคัญกว่ารถ หลายปีมานี้ โคเปนเฮเกนจึงมีหลายโปรเจกต์ที่ลดการพึ่งพารถยนต์ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาตั้งเป้าว่าจะลดที่จอดรถริมถนนให้ได้ปีละ 2 &#8211; 3% เพื่อนำพื้นที่ตรงนั้นไปสร้างพื้นที่สีเขียว</p>



<p>ที่เราอยากแนะนำให้รู้จักคือ Parklet นี่คือโครงการเปลี่ยนพื้นที่จอดรถริมถนนให้เป็นพื้นที่สาธารณะ และเปิดให้คนเข้ามานั่งพักผ่อน โคเปนเฮเกนเริ่มโครงการนี้มาตั้งแต่ปี 2005 มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสวนสีเขียว, Music Space, พื้นที่เวิร์กช็อป, สนามเด็กเล่น หรือแม้แต่เป็นห้องสมุด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/06-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186456" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/06-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/06-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/06-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/06-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/06-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/06-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/06-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/06-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/07-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186458" style="width:750px;height:auto" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/07-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/07-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/07-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/07-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/07-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/07-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/07-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/07-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><br>มีสถิติน่าสนใจ คือปัจจุบันประชากรในโคเปนเฮเกนกว่า 96% สามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียวหรือสวนสาธารณะได้ในระยะเดินไม่เกิน 15 นาที และในปี 2024 ที่ผ่านมา โคเปนเฮเกนวางแผนจะรื้อถอนที่จอดรถกว่า 600 จุดทั่วเมือง เพื่อเปลี่ยนเป็นที่จอดจักรยาน ทางเดิน และพื้นที่สีเขียว รวมถึง Parklets ด้วย</p>



<p>ลัดฟ้าไปที่ เนเธอร์แลนด์ &#8211; ปักหมุดไปที่เมืองอูเทรคต์ เมื่อปี 2019 สภาเมืองอูเทรคต์ตัดสินใจปรับปรุงป้ายรถเมล์ทั่วเมืองให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หลังคาทั้งหมดถูกปูด้วยพืชตระกูล Sedum (พืชอวบน้ำ) ซึ่งทนแดด ทนแล้ง และไม่ต้องรดน้ำบ่อย แถมช่วยลดอุณหภูมิใต้ป้ายรถเมล์ได้ถึง 3 &#8211; 5 องศาเซลเซียส</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/08-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186459" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/08-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/08-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/08-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/08-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/08-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/08-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/08-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/08-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ป้ายรถเมล์เหล่านี้ นอกจากทำหน้าที่เป็นจุดพักเหนื่อยของเหล่านักเดินทาง ยังเป็นแหล่งอาหารกลางเมืองให้กับผึ้งป่าและผีเสื้อ ด้วยว่าหลายปีมานี้ เนเธอร์แลนด์เผชิญวิกฤตประชากรผึ้งลดลง การปลูกพืชบนป้ายรถเมล์จึงเป็นบ้านหลังย่อมๆ ของผึ้ง ทั้งยังเป็นสวนให้กับชาวเมืองด้วย</p>



<p>พอมองย้อนกลับมาที่บ้านเรา เราอาจคุ้นชินกับการที่พื้นที่สีเขียวถูกจำกัดอยู่แค่ในสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ต้องขับรถไป หรือเป็นสิทธิพิเศษเฉพาะคอนโดหรูและหมู่บ้านจัดสรรราคาแพงเท่านั้น</p>



<p>แต่ 3 ประเทศ 3 เมืองที่เราหยิบมาวันนี้ เห็นชัดเลยว่าพื้นที่สีเขียวไม่ควรเป็นของฟุ่มเฟือย การสนับสนุนให้เกิดพื้นที่สีเขียวควรเป็นนโยบายจากส่วนกลางลงมา ประชาชนทุกคนควรมีสิทธิเข้าถึงพื้นที่สีเขียวในละแวกบ้าน</p>



<p>หรือใครอยากปลูกผักปลูกต้นไม้เองที่บ้านตามคำแนะนำของสมาชิกวุฒิสภาก็ได้</p>



<p>เพียงแต่รัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนให้ประชาชนลงมือปลูกต้นไม้สร้างพื้นที่สีเขียวที่บ้านหรือยัง และเราไม่แน่ใจว่าคำแนะนำนั้นมลายหายเป็นเนื้อเดียวกับอากาศไปแล้วหรือเปล่า</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ละแวกบ้านที่ช่วยกันสร้าง</strong></h2>



<p>เคยรู้สึกไหมว่าทำไมหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบขยับทำอะไรช้าจังเลย</p>



<p>ถ้ามัวแต่รอให้มาปรับปรุงย่านที่เราอาศัยอยู่ ไม่รู้ต้องรออีกกี่นาน ไหนจะต้องรอเบิกงบ รอลายเซ็น ระบบการทำงานอันล่าช้าแบบนี้เป็นปัญหาที่หลายเมืองทั่วโลกเจอเหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>จึงเกิดไอเดียทำนองว่าในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เราจะช่วยกันปรับปรุงและสร้างสรรค์เมืองได้ยังไงบ้างนะ</p>



<p>นี่คือแนวคิดที่เรียกว่า Tactical Urbanism แทนที่จะรอโครงการมาลง ชาวเมืองหรือคนในชุมชนลงมือปรับปรุงและสร้างสรรค์ย่านที่อยู่อาศัยของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น วาดภาพบนผนัง เติมสีสันบนทางม้าลาย ทำสนามเด็กเล่น สร้างสวนสาธารณะชั่วคราว ฯลฯ</p>



<p>คีย์สำคัญของการช่วยกันสร้างสรรค์ละแวกบ้านคือทุกอย่างสามารถปรับเปลี่ยนและยืดหยุ่นได้ สร้างสนามเด็กเล่นไว้ตรงนี้เวิร์กไหม สภาพแวดล้อมปลอดภัยต่อเด็กหรือไม่ ถ้าไม่ก็สามารถย้ายไปสร้างที่อื่นได้ อาจเป็นพื้นที่ใต้ร่มเงาไม้&nbsp;</p>



<p>ปัจจุบันแนวคิด Tactical Urbanism ขยับขยายไปยังเมืองต่างๆ ทั่วโลก&nbsp;</p>



<p>หลายเมืองในอินเดียลงมือสร้างสรรค์ย่านกันเอง มีอยู่อันหนึ่งที่ทดสอบขยายทางเท้าและสร้างเลนจักรยาน เพื่อดูว่าเป็นไปได้ไหมและเวิร์กไหม ก่อนลงมือสร้างจริง</p>



<p>นิวยอร์กคือหนึ่งในเคสที่น่าสนใจ ในปี 2009 Janette Sadik-Khan (หัวหน้ากรมขนส่ง NYC สมัยนั้น) ตัดสินใจเอาเก้าอี้พับราคาถูกไปวางบนถนนที่เคยมีรถติดมหาศาล เพื่อกั้นที่ให้คนนั่ง ปรากฏว่าคนชอบมาก จนสุดท้ายทางเมืองต้องยอมเปลี่ยนถนนเส้นนั้นให้กลายเป็นลานคนเดิน Pedestrian Plaza</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/09-1-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-186461" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/09-1-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/09-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/09-1-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/09-1-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/09-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/09-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/09-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/09-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186462" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>หากเราเปรียบเทียบระหว่างการที่ชาวเมืองลงมือสร้างสรรค์เมืองด้วยตัวเองกับตั้งหน้ารอคอยโครงการจากผู้มีอำนาจรับผิดชอบ โครงการของเมืองบางครั้งอาจใช้เวลาเป็นปี แต่ Tactical Urbanism ใช้เวลาแค่ 1 &#8211; 7 วันเท่านั้น</p>



<p>มีการวิเคราะห์ว่าแนวคิดแบบ Tactical Urbanism นอกจากสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนในย่านแล้ว ในแง่หนึ่งมันคือการเรียกร้องและทวงคืนอำนาจ ยกตัวอย่างเช่นในแถบสแกนดิเนเวียมีการใช้เทคนิคนี้เพื่อสร้าง Parklets มากกว่า 1,000 แห่ง เพื่อกดดันให้รัฐบาลเห็นว่าประชาชนต้องการพื้นที่สีเขียวมากกว่าที่จอดรถ</p>



<p>มองย้อนกลับมาในบ้านเรา ไม่แน่ใจว่า Tactical Urbanism จะเกิดขึ้นได้จริงแค่ไหน ชาวเมืองอย่างเรามีภาพอยู่ลางๆ ว่าอยากเห็นละแวกบ้านของตัวเองมีสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ อยากทำมุมนี้ให้มีสีสันมากขึ้น บ้างอยากให้มีต้นไม้เพิ่ม มีหลายคนที่พร้อมช่วยกันลงมือทำ&nbsp; เพียงแต่ทุกตารางนิ้วคล้ายมีเจ้าของจ้องมองอยู่</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/neighbourhood-unit/">การมี ‘ละแวกบ้านที่ดี’ ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>2 ศิลปินแห่งชาติ ผสานพลังศิลปินชั้นนำไทย สร้างสรรค์นิทรรศการศิลปกรรมทรงคุณค่า “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” </title>
		<link>https://adaymagazine.com/siamparagon-art-jewel/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2026 09:08:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Agenda]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[siam paragon]]></category>
		<category><![CDATA[ArtJewel]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลป์สดุดี พระบารมีคู่แผ่นดิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=185847</guid>

					<description><![CDATA[<p>สยามพารากอน เปิดพื้นที่ Art Jewel เป็นแกลลอรี่แสดงงานศิลปะ ขนาด 500 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด การพัฒนาแพลตฟอร์มแห่งโอกาส มุ่งสนับสนุนความสามารถของศิลปินไทยให้ได้แสดงผลงานเป็นที่รู้จักแก่คนไทยและชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น สะท้อนวิสัยทัศน์ของสยามพิวรรธน์ ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมให้แก่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย ผ่านการผสานศิลปะ วัฒนธรรม และประสบการณ์ระดับโลก โดยสยามพารากอน ได้รับเกียรติจาก 2 ศิลปินแห่งชาติ นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง และศาสตราจารย์เกียรติคุณถาวร โกอุดมวิทย์ พร้อมด้วยศิลปินชั้นนำของไทย รวม 20 ท่าน ร่วมกันจัดนิทรรศการภายใต้ชื่อ “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  โดยถ่ายทอดผ่านนิทรรศการศิลปกรรมอันวิจิตร งดงาม และร่วมสมัย ตั้งแต่วันนี้ถึง  25 มีนาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน สำหรับพิธีเปิดงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อค่ำวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญในแวดวงต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/siamparagon-art-jewel/">2 ศิลปินแห่งชาติ ผสานพลังศิลปินชั้นนำไทย สร้างสรรค์นิทรรศการศิลปกรรมทรงคุณค่า “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="573" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Screenshot-126-1024x573.png" alt="" class="wp-image-185848" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Screenshot-126-1024x573.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Screenshot-126-300x168.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Screenshot-126-768x430.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Screenshot-126-1536x859.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Screenshot-126-600x336.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Screenshot-126.png 1602w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สยามพารากอน เปิดพื้นที่ Art Jewel เป็นแกลลอรี่แสดงงานศิลปะ ขนาด 500 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด การพัฒนาแพลตฟอร์มแห่งโอกาส มุ่งสนับสนุนความสามารถของศิลปินไทยให้ได้แสดงผลงานเป็นที่รู้จักแก่คนไทยและชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น สะท้อนวิสัยทัศน์ของสยามพิวรรธน์ ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมให้แก่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย ผ่านการผสานศิลปะ วัฒนธรรม และประสบการณ์ระดับโลก</p>



<p>โดยสยามพารากอน ได้รับเกียรติจาก 2 ศิลปินแห่งชาติ นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง และศาสตราจารย์เกียรติคุณถาวร โกอุดมวิทย์ พร้อมด้วยศิลปินชั้นนำของไทย รวม 20 ท่าน ร่วมกันจัดนิทรรศการภายใต้ชื่อ “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  โดยถ่ายทอดผ่านนิทรรศการศิลปกรรมอันวิจิตร งดงาม และร่วมสมัย ตั้งแต่วันนี้ถึง  25 มีนาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/22-รวมศิลปินที่ร่วมแสดงผลงาน-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185849" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/22-รวมศิลปินที่ร่วมแสดงผลงาน-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/22-รวมศิลปินที่ร่วมแสดงผลงาน-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/22-รวมศิลปินที่ร่วมแสดงผลงาน-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/22-รวมศิลปินที่ร่วมแสดงผลงาน-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/22-รวมศิลปินที่ร่วมแสดงผลงาน-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/22-รวมศิลปินที่ร่วมแสดงผลงาน-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/22-รวมศิลปินที่ร่วมแสดงผลงาน-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/22-รวมศิลปินที่ร่วมแสดงผลงาน-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/22-รวมศิลปินที่ร่วมแสดงผลงาน-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สำหรับพิธีเปิดงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อค่ำวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญในแวดวงต่างๆ ตลอดจนศิลปินมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ, ท่านผู้หญิงกอบกุล อุบลเดชประชารักษ์, จรสิริ สุกรเกยูร, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูล, สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร, จรรยา สว่างจิตร, พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ, สลิล ล่ำซำ, ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์, ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์, นิติกร กรัยวิเชียร และ เสริมคุณ-วาดฝัน คุณาวงศ์ เป็นต้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/24-บรรยากาศภายในงาน-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185850" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/24-บรรยากาศภายในงาน-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/24-บรรยากาศภายในงาน-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/24-บรรยากาศภายในงาน-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/24-บรรยากาศภายในงาน-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/24-บรรยากาศภายในงาน-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/24-บรรยากาศภายในงาน-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/24-บรรยากาศภายในงาน-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/24-บรรยากาศภายในงาน-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/24-บรรยากาศภายในงาน-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นิทรรศการครั้งนี้มีความพิเศษยิ่ง ด้วยการนำเสนอผลงานจาก 2 นิทรรศการสำคัญ โดยศิลปินแห่งชาติ 2 ท่าน ได้แก่ นิทรรศการ “ศิลป์สดุดี พระบารมีคู่แผ่นดิน” และ นิทรรศการ “กราบ / สักการะ” ซึ่งศิลปินระดับชั้นครูของไทยร่วมถ่ายทอดความหมายแห่งการน้อมรำลึกให้ปรากฏเป็นรูปธรรม ชวนผู้ชมสัมผัสความซาบซึ้ง ทั้งในมิติของ “ความงาม” และ “ความหมาย” ที่ประณีตลึกซึ้ง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>นิทรรศการ “ศิลป์สดุดี พระบารมีคู่แผ่นดิน” โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ. 2552</li>
</ul>



<p>นำเสนอผลงานที่ตั้งอยู่บนแนวคิดหลัก “พระเจ้าอยู่หัวคือน้ำ ฉันคือป่า” อันเป็นพระราชดำรัส ที่สะท้อนความสัมพันธ์ของการทรงงานที่เกื้อกูลกัน ระหว่าง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ปรีชา-เถาทอง_5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185851" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ปรีชา-เถาทอง_5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ปรีชา-เถาทอง_5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ปรีชา-เถาทอง_5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ปรีชา-เถาทอง_5-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ปรีชา-เถาทอง_5-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ปรีชา-เถาทอง_5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ปรีชา-เถาทอง_5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ปรีชา-เถาทอง_5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ปรีชา-เถาทอง_5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>อาจารย์ปรีชา ถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวผ่านภาพแทน “การพัฒนาคน” เปรียบคนเสมือนต้นไม้ในป่าที่ต้องได้รับสายน้ำหล่อเลี้ยงอย่างพอดีจึงจะเติบโตงอกงาม เชื่อมโยงสู่ศาสตร์พระราชา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดการพัฒนาศักยภาพมนุษย์จากภายใน ทำให้นิทรรศการมิใช่เพียงการแสดงภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ หากเป็นพื้นที่แห่งการ “ถอดรหัสพระราชปณิธาน” ผ่านศิลปะ เพื่อสะท้อนการสร้างคน สร้างวัฒนธรรม และสร้างประเทศอย่างยั่งยืน</p>



<p>&#8220;สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในฐานะ ผู้ทรงเห็นคุณค่าของมนุษย์และภูมิปัญญาท้องถิ่น พระองค์ทรงงานเพื่อฟื้นฟูศักดิ์ศรีของชาวบ้านและช่างศิลป์ ให้สามารถนำรากเหง้าทางวัฒนธรรมมาสร้างสัมมาอาชีพอย่างยั่งยืน พระราชเสาวนีย์ของพระองค์นำไปสู่การสร้างสรรค์งานศิลปะที่ไม่เพียงงดงามในเชิงรูปแบบ แต่มีคุณค่าในเชิง “ระบบคิด” ตั้งแต่การส่งเสริมครูช่าง การสร้างลวดลายที่เป็นลิขสิทธิ์ของไทย ไปจนถึงการยกระดับศิลปาชีพสู่เวทีสากล” อาจารย์ปรีชากล่าวแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ผลงานในนิทรรศการครั้งสำคัญนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_28-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185852" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_28-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_28-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_28-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_28-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_28-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_28-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_28-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_28-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือผลงานเด่นที่ไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อนจำนวน 9 ชิ้น รวมถึงการรวมพลังของศิลปินชั้นนำของไทย รวม 20 ท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณพิษณุ ศุภนิมิตร &#8211; ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) พ.ศ.2565, ศาสตราจารย์เกียรติคุณญาณวิทย์ กุญแจทอง, ศาสตราจารย์ทินกร กาษรสุวรรณ , ผศ.ดร.อภิชาติ ผลประเสริฐ, สนั่น รัตนะ, สมภพ บุตราช , เริงศักดิ์ บุณยวาณิชย์กุล, สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ, สมเกียรติ เสียงวังเวง, เชาวฤทธิ์ เตยขาว, นพแก้ว ประยูรเมธา, พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ บูรณะ, รศ.นิโรจน์ จรุงจิตวิทวัส, จักรี คงแก้ว, อิทธิพล พัฒรชนม์, สุริยา นามวงษ์, ธัฐบดินทร์ บุญเนื่อง, ชุมพล พรหมจรรย์ และ ฐิตาภา รัตนะ ร่วมรังสรรค์ผลงานเพื่อถวายความเคารพและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างสุดซึ้ง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>นิทรรศการ “กราบ / สักการะ” โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณถาวร โกอุดมวิทย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) พ.ศ. 2564</li>
</ul>



<p>นำเสนอผลงาน จิตรกรรมเทคนิคผสม ที่จัดแสดงภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมรำลึกถึงพระราชปณิธานอันมั่นคง ตลอดจนพระราชกรณียกิจที่เปี่ยมคุณูปการต่อผืนแผ่นดินและประชาชน</p>



<p>ผลงานชุดนี้ถ่ายทอด “ความเคารพจากหัวใจ” ผ่านท่วงทำนองของสี เส้น และชั้นเชิงแห่งวัสดุ สร้างบรรยากาศสงบ งดงาม และสง่างาม ชวนผู้ชมวางความเร่งรีบของชีวิตลงชั่วครู่ เพื่อพิจารณาความหมายของคำว่า “กราบ” และ “สักการะ” ในฐานะการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ยังคงสถิตในความทรงจำร่วมของสังคมไทย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_24-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185853" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_24-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_24-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_24-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_24-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_24-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_24-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_24-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ผลงาน-อ.ถาวร-โกวิทย์อุดม_24-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ผลงานชุดนี้สร้างสรรค์ขึ้นภายหลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในช่วงเวลานั้นผมได้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านจากสื่อสิ่งพิมพ์หลากหลายแขนง จึงเกิดความตั้งใจอยากนำภาพถ่ายเหล่านั้นมาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะ เพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน โดยเลือกผสาน 3 เทคนิคเข้าด้วยกัน ได้แก่ ภาพถ่าย ภาพพิมพ์ และภาพวาด หลอมรวมกัน เพื่อต้องการถ่ายทอดความรู้สึกเคารพและศรัทธาที่มีต่อพระองค์ท่าน ผู้ทรงเป็นดั่ง ‘กายานุปติสถาน’ ด้วยพระบุคลิกที่สงบนิ่ง สำรวม สุภาพ อ่อนโยน และงดงาม พระบรมฉายาลักษณ์ที่นำมาสร้างสรรค์ ล้วนสะท้อนพระสิริโฉมอันวิจิตรและสง่างาม อีกทั้งพระองค์ท่านยังทรงเป็นผู้นำด้านรสนิยมและแฟชั่นที่งดงามเหนือกาลเวลา จึงนับเป็น ‘แบบอย่าง’ ที่ประชาชนพร้อมใจกันกราบสักการะอย่างแท้จริง” อ.ถาวร กล่าวถึงแรงบันดาลใจในรังสรรค์ผลงาน</p>



<p>นิทรรศการ “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ครั้งนี้ มิได้นำเสนอเพียงความงดงามทางทัศนศิลป์ หากยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้สัมผัส “แก่นความคิด” อันเป็นรากฐานของการสร้างคน สร้างโอกาส และการหล่อเลี้ยงผืนแผ่นดินด้วยคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม โดยหวังให้แรงบันดาลใจแห่งพระเมตตาและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ได้ส่งต่อเป็นพลังบวกในหัวใจของผู้ชมทุกคน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ART19_AIR44-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185854" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ART19_AIR44-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ART19_AIR44-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ART19_AIR44-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ART19_AIR44-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ART19_AIR44-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ART19_AIR44-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ART19_AIR44-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ART19_AIR44-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/ART19_AIR44-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ทั้งนี้ภายในนิทรรศการจัดแสดงผลงานจากศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นนำของไทย รวมทั้งสิ้น 48 ผลงาน พร้อมผลงานพิเศษจากศิลปินแห่งชาติ 2 ผลงาน ซึ่ง สยามพารากอน และศิลปินแห่งชาติทั้งสองท่าน มีความตั้งใจมอบรายได้จากการจำหน่ายเพื่อสมทบแก่มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 มีนาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/siamparagon-art-jewel/">2 ศิลปินแห่งชาติ ผสานพลังศิลปินชั้นนำไทย สร้างสรรค์นิทรรศการศิลปกรรมทรงคุณค่า “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>PULL&#038;BEAR เปิดแฟลกชิพสโตร์สาขาใหม่ล่าสุดในประเทศไทย ณ เซ็นทรัล พาร์ค</title>
		<link>https://adaymagazine.com/pullandbear/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Feb 2026 03:21:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[PULL&BEAR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=185775</guid>

					<description><![CDATA[<p>Pull&#38;Bear (พูลแอนด์แบร์) เดินหน้าขยายอาณาจักรแฟชั่นสำหรับคนรุ่นใหม่ เผยโฉมร้านสาขาใหม่ล่าสุด ณ เซ็นทรัล พาร์ค ชั้น 3 ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของแบรนด์ผ่านการออกแบบที่สร้างสรรค์ ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลที่จะทำให้การช้อปปิ้งทั้งสนุกและสะดวกสบายยิ่งขึ้น สาขาใหม่แห่งนี้ รังสรรค์ขึ้นบนพื้นที่กว่า 600 ตารางเมตร โดยมีคอนเซปต์การออกแบบในสไตล์เรียบหรู ลดทอนรายละเอียดอย่างมีชั้นเชิง พร้อมดีไซน์การจัดแสดงเสื้อผ้ารูปแบบใหม่ ซึ่งช่วยเปิดมุมมองของพื้นที่ให้มีความโปร่งและกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ผสานเข้ากับการตกแต่งภายในร้านที่เลือกใช้พื้นผิวสีขาว วัสดุโลหะ และองค์ประกอบส่องสว่างเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ภายใต้คอนเซปต์ใหม่ Pull&#38;Bear พร้อมเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ลื่นไหลและทันสมัย ด้วยการนำจอดิจิทัลแบบปรับตำแหน่งได้มาใช้ในการสื่อสารภายในร้าน พร้อมติดตั้งระบบชำระเงินด้วยตนเองแบบมีพนักงานคอยดูแล (assisted self-checkout) รวมไปถึงจุดรับและคืนสินค้าอีกด้วย&#160; ร้านสาขาใหม่แห่งนี้มาพร้อมคอลเลคชันล่าใหม่สุดสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ที่แต่ละไอเทมส์สะท้อนตัวตนของ Pull&#38;Bear ที่เปี่ยมไปด้วยความเยาว์วัยของหนุ่มสาว สดใส มีชีวิตชีวา ผ่านพื้นที่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อประสบการณ์การช้อปปิ้งที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรม และความหลากหลายอย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pullandbear/">PULL&amp;BEAR เปิดแฟลกชิพสโตร์สาขาใหม่ล่าสุดในประเทศไทย ณ เซ็นทรัล พาร์ค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="581" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_3-1024x581.jpg" alt="" class="wp-image-185776" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_3-1024x581.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_3-300x170.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_3-768x436.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_3-1536x872.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_3-2048x1163.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_3-600x341.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>Pull&amp;Bear (พูลแอนด์แบร์) เดินหน้าขยายอาณาจักรแฟชั่นสำหรับคนรุ่นใหม่ เผยโฉมร้านสาขาใหม่ล่าสุด ณ เซ็นทรัล พาร์ค ชั้น 3 ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของแบรนด์ผ่านการออกแบบที่สร้างสรรค์ ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลที่จะทำให้การช้อปปิ้งทั้งสนุกและสะดวกสบายยิ่งขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_7-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185777" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_7-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_7.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สาขาใหม่แห่งนี้ รังสรรค์ขึ้นบนพื้นที่กว่า 600 ตารางเมตร โดยมีคอนเซปต์การออกแบบในสไตล์เรียบหรู ลดทอนรายละเอียดอย่างมีชั้นเชิง พร้อมดีไซน์การจัดแสดงเสื้อผ้ารูปแบบใหม่ ซึ่งช่วยเปิดมุมมองของพื้นที่ให้มีความโปร่งและกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ผสานเข้ากับการตกแต่งภายในร้านที่เลือกใช้พื้นผิวสีขาว วัสดุโลหะ และองค์ประกอบส่องสว่างเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว</p>



<p>ภายใต้คอนเซปต์ใหม่ Pull&amp;Bear พร้อมเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ลื่นไหลและทันสมัย ด้วยการนำจอดิจิทัลแบบปรับตำแหน่งได้มาใช้ในการสื่อสารภายในร้าน พร้อมติดตั้งระบบชำระเงินด้วยตนเองแบบมีพนักงานคอยดูแล (assisted self-checkout) รวมไปถึงจุดรับและคืนสินค้าอีกด้วย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185778" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_9-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_9-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/Pull-And-Bear-Central-Park-Bangkok_9-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ร้านสาขาใหม่แห่งนี้มาพร้อมคอลเลคชันล่าใหม่สุดสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ที่แต่ละไอเทมส์สะท้อนตัวตนของ Pull&amp;Bear ที่เปี่ยมไปด้วยความเยาว์วัยของหนุ่มสาว สดใส มีชีวิตชีวา ผ่านพื้นที่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อประสบการณ์การช้อปปิ้งที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรม และความหลากหลายอย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pullandbear/">PULL&amp;BEAR เปิดแฟลกชิพสโตร์สาขาใหม่ล่าสุดในประเทศไทย ณ เซ็นทรัล พาร์ค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ด้วยรักและอาวรณ์ ‘เชียงใหม่’ เมืองไม่ใหม่ที่ใครๆ ก็คิดถึง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/chiang-mai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปิยพัชร สาริบุตร]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Feb 2026 09:30:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ตามไปดู]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=185563</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประโยคที่ว่า “คนเราเจอกันครั้งเดียวพอ” คุณคิดว่ามันจริงไหม   ยิ่งถ้าเป็นเชียงใหม่ ครั้งเดียวมันพอจริงหรือ&#160; โรคคิดถึงเชียงใหม่ได้กลายมาเป็นโรคประจำตัวผมเป็นที่เรียบร้อย และผมก็เชื่อว่าอีกหลายคนก็คงเป็นโรคนี้ไม่ต่างจากผม&#160; แต่เพราะอะไรคนที่ได้มาเยือนเชียงใหม่จึงมักจะคิดถึงเมืองนี้กันนะ? ถ้าให้จัดอันดับการอยู่กับปัจจุบันผมคงอยู่ที่โหล่ มาคิดดูแล้วผมมักเอาตัวเองไปผูกไว้กับอะไรสักอย่าง เอาอารมณ์ไปผูกกับสถานที่ เอาคนไปผูกกับเพลง เอาบรรยากาศมาผูกกับเมือง เป็นเหตุผลทำให้คนที่ไม่อยู่กับปัจจุบันอย่างผม เมื่อได้กลับมาเชียงใหม่ก็รู้สึกอบอุ่นเหมือนถูกโอบกอดล่ะมั้ง ความน่าฉงนของเมืองหนึ่ง เพลงหนึ่ง คนหนึ่ง หรือช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตถูกผูกความรู้สึกเข้าไว้ด้วยกัน ผมถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคมเลยเชื่อว่ามนุษย์ไม่ได้ถูกกำหนดให้อยู่คนเดียว ผมมักใช้เวลาไปกับอารมณ์ที่ล่องลอยเป็นส่วนใหญ่ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงนามธรรม วุ่นวาย ว่องไว และเอาใจยาก สมองมันคงจัดระเบียบด้วยการผูกอารมณ์เหล่านั้นไว้กับสิ่งที่จับต้องได้ในที่นี้คือ ‘เชียงใหม่’ ยกตัวอย่างเช่น เวลาผมท้อใจทีไรก็จะนึกถึงเชียงใหม่ทุกที หรือไม่ก็ตอนที่มีความรักครั้งแรก เชียงใหม่ทำให้ทุกอย่างโรแมนติกขึ้น เมื่อความรัก ความสุข หรือความเจ็บปวด เกิดขึ้นพร้อมกับสถานที่หรือใครบางคน สมองเลยรวมทุกอย่างเข้าเป็นความทรงจำชุดเดียว ไม่ได้แยกว่าอะไรคืออะไร มันจำแค่ว่าความรู้สึกนี้เคยเกิดขึ้นที่นี่ ที่เชียงใหม่ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแค่กลับไปยังสถานที่เดิมหรือได้ยินเสียงเพลง หรือกลิ่นที่คุ้นเคย อารมณ์ทั้งก้อนถึงย้อนกลับมา โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจจะคิดถึงมันเลยด้วยซ้ำ บทความนี้จึงสร้างมาแด่คนที่คิดถึงเชียงใหม่ คนที่อยากทำความรู้จักเชียงใหม่ ซึ่งเราจะพาไปสัมผัสความคิดถึงทั้ง 5 ประสาทสัมผัสของนักเขียนผู้รักเชียงใหม่อย่างสุดหัวใจ ทั้งคิดถึงภาพเชียงใหม่ในอุดมคติ คิดถึงเสียง คิดถึงรสชาติ คิดถึงกลิ่น และคิดถึงกอด เผื่ออ่านแล้วจะทำให้ได้ใกล้เชียงใหม่มากขึ้น หรือไม่ก็ได้คิดถึงช่วงเวลาดีๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/chiang-mai/">ด้วยรักและอาวรณ์ ‘เชียงใหม่’ เมืองไม่ใหม่ที่ใครๆ ก็คิดถึง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ประโยคที่ว่า <strong>“คนเราเจอกันครั้งเดียวพอ” </strong>คุณคิดว่ามันจริงไหม  </p>



<p>ยิ่งถ้าเป็นเชียงใหม่ ครั้งเดียวมันพอจริงหรือ&nbsp;</p>



<p>โรคคิดถึงเชียงใหม่ได้กลายมาเป็นโรคประจำตัวผมเป็นที่เรียบร้อย และผมก็เชื่อว่าอีกหลายคนก็คงเป็นโรคนี้ไม่ต่างจากผม&nbsp; แต่เพราะอะไรคนที่ได้มาเยือนเชียงใหม่จึงมักจะคิดถึงเมืองนี้กันนะ?</p>



<p>ถ้าให้จัดอันดับการอยู่กับปัจจุบันผมคงอยู่ที่โหล่ มาคิดดูแล้วผมมักเอาตัวเองไปผูกไว้กับอะไรสักอย่าง เอาอารมณ์ไปผูกกับสถานที่ เอาคนไปผูกกับเพลง เอาบรรยากาศมาผูกกับเมือง เป็นเหตุผลทำให้คนที่ไม่อยู่กับปัจจุบันอย่างผม เมื่อได้กลับมาเชียงใหม่ก็รู้สึกอบอุ่นเหมือนถูกโอบกอดล่ะมั้ง</p>



<p><strong>ความน่าฉงนของเมืองหนึ่ง เพลงหนึ่ง คนหนึ่ง หรือช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตถูกผูกความรู้สึกเข้าไว้ด้วยกัน </strong>ผมถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคมเลยเชื่อว่ามนุษย์ไม่ได้ถูกกำหนดให้อยู่คนเดียว ผมมักใช้เวลาไปกับอารมณ์ที่ล่องลอยเป็นส่วนใหญ่ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงนามธรรม วุ่นวาย ว่องไว และเอาใจยาก สมองมันคงจัดระเบียบด้วยการผูกอารมณ์เหล่านั้นไว้กับสิ่งที่จับต้องได้ในที่นี้คือ ‘เชียงใหม่’ ยกตัวอย่างเช่น เวลาผมท้อใจทีไรก็จะนึกถึงเชียงใหม่ทุกที หรือไม่ก็ตอนที่มีความรักครั้งแรก เชียงใหม่ทำให้ทุกอย่างโรแมนติกขึ้น</p>



<p>เมื่อความรัก ความสุข หรือความเจ็บปวด เกิดขึ้นพร้อมกับสถานที่หรือใครบางคน สมองเลยรวมทุกอย่างเข้าเป็นความทรงจำชุดเดียว ไม่ได้แยกว่าอะไรคืออะไร มันจำแค่ว่าความรู้สึกนี้เคยเกิดขึ้นที่นี่ ที่เชียงใหม่</p>



<p>จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแค่กลับไปยังสถานที่เดิมหรือได้ยินเสียงเพลง หรือกลิ่นที่คุ้นเคย อารมณ์ทั้งก้อนถึงย้อนกลับมา โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจจะคิดถึงมันเลยด้วยซ้ำ</p>



<p>บทความนี้จึงสร้างมาแด่คนที่คิดถึงเชียงใหม่ คนที่อยากทำความรู้จักเชียงใหม่ ซึ่งเราจะพาไปสัมผัสความคิดถึงทั้ง 5 ประสาทสัมผัสของนักเขียนผู้รักเชียงใหม่อย่างสุดหัวใจ ทั้งคิดถึงภาพเชียงใหม่ในอุดมคติ คิดถึงเสียง คิดถึงรสชาติ คิดถึงกลิ่น และคิดถึงกอด เผื่ออ่านแล้วจะทำให้ได้ใกล้เชียงใหม่มากขึ้น หรือไม่ก็ได้คิดถึงช่วงเวลาดีๆ ของมันไปพร้อมกับความคิดถึงของผม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/1-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185576" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/1-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/1-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/1-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/1-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/1-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/1-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/1-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/1-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>กล้าพูดได้เต็มปากว่าคงไม่ใช่ผมคนเดียวที่พร่ำเพ้อพรรณนาถึงมันแน่&nbsp;</p>



<p><strong>หากเราเคยรักอะไรสักอย่างที่นั่น ความคิดถึงคงจะเข้ามาย่างกลายเราทุกวันโดยไม่ทันรู้ตัว</strong> ซึ่งบริบทของความคิดถึงที่ว่านั้นจะแตกต่างกันไป&nbsp;</p>



<p>ความคิดถึงทำให้กลับไปมองเห็นภาพในอดีต</p>



<p>ความคิดถึงทำให้กลับไปคิดถึงใครสักคน</p>



<p>ความคิดถึงทำให้ได้สัมผัสความอ่อนโยนของชีวิต</p>



<p>ความคิดถึงทำให้คิดแต่เรื่องที่มีความสุข&nbsp;</p>



<p>ความคิดถึงทำให้ทุกข์แต่เราอยากกลับไปหา</p>



<p>ผมจะก้าวผ่านความคิดถึงนี้ยังไง ถ้าไม่กลับไปหาล่ะจริงไหม?</p>



<p><strong>เผลอแป๊บเดียวโลกก็หมุนไวกว่าชั่วขณะของมนุษย์ไปเสียแล้ว</strong> ‘เชียงใหม่’ ประกอบร่างสร้างตัวผมขึ้นมา ผมกลับมาเชียงใหม่ในรอบปีเพราะต้องมารับปริญญาที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผมเรียนจบปริญญาตรีแล้ว หลายคนคงรู้ว่าที่นี่ไม่มีสายงานรองรับสำหรับเด็กอินดี้ที่จบใหม่อย่างพวกเรา จึงทำให้ผมต้องโบกมือลาเมืองนี้ ทั้งๆ ที่ผมก็รักเมืองนี้ไม่น้อยกว่าใคร รอบนี้ได้กลับมาเชียงใหม่ทั้งที ก็ขอใช้ชีวิตที่นี่ให้เต็มที่หน่อย</p>



<p><strong>เชียงใหม่ต่อให้จะกลับมากี่ครั้งกี่ครา ก็ไม่เคยใหม่สำหรับผม</strong> อะไรที่ช้ามันยังคงช้าอยู่อย่างนั้น ผู้คนยังคงพูดภาษาเหนือปนกลางแบบกลายๆ ต้นไม้ใบหญ้าและภูเขายังคงโอบกอดเราเสมอ และท้ายที่สุดคืออากาศ 17 องศา ยังคงเข้ามาทักทายตลอดหลังจากลงเครื่อง</p>



<p>ความคิดถึงของผมเริ่มบรรเทาลง ความสุขของผมเริ่มชัดเจนขึ้น&nbsp;</p>



<p>ถึงเชียงใหม่แล้วก็ไม่รีรอ รีบคว้ามอเตอร์ไซค์สักคัน อยู่กับคนที่เรารักตระเวนรับประทานอาหารเหนือมื้อลำสักมื้อ ใช้พลังงานของการคิดถึงนี้ให้คุ้มค่าที่สุด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/2-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185577" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/2-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/2-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/2-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/2-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/2-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/2-2.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p><strong>คิดถึงภาพจำของเชียงใหม่</strong></p>



<p>หากใช้ตามอง เมืองนี้เป็นคงเป็นเมืองที่ใครๆ ก็รัก ถ้าเป็นคนก็เป็นคนที่ฮอตพอสมควร มีแต่คนถามถึง ถึงแม้จะไม่ค่อยสนใจใคร แต่ก็ให้เวลากับคนที่รักเสมอ มีสไตล์และมีสเน่ห์อย่าบอกใครเชียว</p>



<p>นครพิงค์ หรือ นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ เป็นชื่อเก่าของเมืองเชียงใหม่ที่เราคุ้นเคย โดยคำว่าพิงค์ ในภาษาบาลีแปลว่า ไหลผ่านเมือง คำว่า นครพิงค์ จึงสื่อถึงเมืองแห่งแม่น้ำปิง ที่เป็นหัวใจของทุกสิ่งของเมืองล้านนา มั่นคง เข้มแข็งทั้งด้านยุทธศาสตร์ การคมนาคม และการเกษตรของเชียงใหม่ยาวนานกว่า 700 ปี  </p>



<p>เชียงใหม่ จึงแปลว่าเมืองใหม่ที่มีคูน้ำและกำแพงล้อมรอบบริเวณแม่น้ำปิง ไม่ได้ถูกเปลี่ยนชื่อแต่อย่างใด แค่นิยมเรียกสั้นๆ ว่า ‘เชียงใหม่’ เท่านั้นเอง</p>



<p>ถึงอย่างนั้นแล้วมาเชียงใหม่จะไปที่ไหนดีล่ะ สำหรับผู้มาเยือนครั้งแรกก็คงต้องไปท่าแพ เดินคูเมือง ไหว้พระดอยสุเทพ ชมธรรมชาติฤดูหนาวบนดอย เดินถนนคนเดิน เยี่ยมชนชาวเขาใจดี ชิมอาหารเหนือ ไส้อั่วร้อนๆ น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู น้ำพริกอ่อง การใช้ชีวิตแบบช้าๆ เสพงานคราฟต์ ศิลปะแฮนด์เมด หรือไม่ก็ต้องไปคาเฟ หรือพักผ่อนหย่อนใจ เมืองเชียงใหม่เป็นเมืองที่รวมทุกความสุขของวัฒนธรรมล้านนาโบราณ และธรรมชาติไว้ด้วยกันจริงๆ</p>



<p><em>หลับตาลงก็คิดถึงคุณที่อยู่ตรงนี้ตลอดมา&nbsp;</em></p>



<p><em>ช่วงเวลาที่เราจับมือและมอบความรักก่อนจากลา&nbsp;</em></p>



<p><em>ยิ้มที่ผมเคยมองทุกวัน คำที่คุณต้องพูดทุกครา&nbsp;</em></p>



<p><em>ฉันคิดถึงเธอจริงๆ</em></p>



<p>เนื้อเพลง Summertime เพลงโปรดของผมจากวง YEW ft. LANDOKMAI ทำให้ผม Romanticize เมืองนี้ว่าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความรักจริงๆ เพราะถ้าหลับตาลงก็คงคิดถึงเสมอมา</p>



<p><strong>ถ้าให้นิยามอาการคิดถึงเชียงใหม่สำหรับผมแล้วมันเป็นเพียงนามธรรมฟุ้งๆ แต่รูปธรรมคือเมืองนี้ เมืองที่มีอยู่จริง เมืองที่แต่ละคนจะมีภาพสถานที่ที่รัก หรือภาพผู้คนที่อยากเจอซ่อนอยู่จริงๆ</strong></p>



<p>เป็นเหตุให้คนที่เคยมาที่นี่นั้นย่อมคิดถึงมันโดยง่าย</p>



<p>แล้วภาพจำเชียงใหม่ของคุณคืออะไรกันล่ะ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/3-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185578" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/3-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/3-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/3-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/3.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="801" height="1201" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/4-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185579" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/4-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/4-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/4-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/4-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/4-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/4.jpg 801w" sizes="(max-width: 801px) 100vw, 801px" /></figure></div>


<p><strong>คิดถึงเสียงของเชียงใหม่</strong></p>



<p>ถ้าพูดถึงเสียงของเชียงใหม่ หลายๆ คนอาจจะนึกถึงเสียงผู้คนที่คุยภาษาเหนือจอแจ เสียงความเงียบความสงบ เสียงดนตรีล้านนา สะล้อ ซอ ซึง ต๊ะตอนยอน หรือไม่ก็เสียงเพลงภาษาเหนือน่ารักๆ</p>



<p>แต่เสียงของเชียงใหม่สำหรับผมคือเสียงแจ๊ส และเสียงดนตรีอินดี้ยามค่ำคืน<br>สถานที่ที่ผมเลือกมาวันนี้คือ North Gate Jazz Bar Co-Op บาร์แจ๊สที่แสนอบอุ่นและเป็นกันเองที่สุดในเชียงใหม่ ติดกับคูเมืองด้านในของประตูช้างเผือก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185580" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เสียงสากลที่เชื่อว่าใครหลายคนคิดถึง เสียงที่ดึงความเป็นอิสระออกมาจากหัวเมือง เสียงที่หล่อเลี้ยงความฝันของผู้คนที่รักเสียงดนตรี พื้นที่แห่งนี้คอยให้โอกาสแก่นักดนตรีอิสระ คอยโอบอุ้มจิตใจนานาผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาในตัวเมือง และเป็นหมุดหมายที่สำคัญของแวดวงดนตรีในเชียงใหม่</p>



<p>หลังพระอาทิตย์ตกดินถึงเที่ยงคืนจะเห็นผู้คนยืนชมดนตรีแจ๊สล้นออกมาหน้าร้าน ร้านนี้เป็นร้านโปรดของผมตั้งแต่เริ่มทำงานโปรดักชันตอนปีหนึ่ง ตอนนั้นผมเพิ่งหัดทำสารคดีเป็นครั้งแรก งานนี้ทำให้ผมได้รู้จักเชียงใหม่มากขึ้น เปรียบเหมือนสถานที่รวมคนแปลกหน้าแปลกมาตาเจอกัน เหล่านักเดินทางต่างชาติ คนเชียงใหม่ที่รักเสียงดนตรี ศิลปินมาคุยกันมาพบปะและฟังดนตรีด้วยกัน ความน่าสนใจคือที่ร้านเปิด Section ให้ศิลปินแจมได้ด้วย&nbsp; ห่างออกไปไม่ไกลยังมีร้านมโหรี ซิตี้ ออฟ มิวสิก ที่มีศิลปินมาเล่นดนตีสดเกือบทุกแนว ตั้งแต่พื้นเมืองไปจนถึงดนตรีคลาสสิกเลย โคตรม่วน (โคตรสนุก)&nbsp;</p>



<p><strong>เชียงใหม่ไม่ได้เล็กอย่างที่คิด ที่นี่ก็มีผู้คน มีศิลปินที่หลากหลาย และมีดนตรีให้เลือกฟังทุกแนวเช่นกัน </strong>พูดได้ว่านักดนตรีของเชียงใหม่นานๆ ทีจะมีแสง ศิลปินส่วนใหญ่ทำกันเองไม่มีคนสนับสนุน&nbsp; เกือบสามร้อยวงที่มีตัวตนเป็นของตัวเอง อย่างวงแมสๆ อย่าง Solitude Is Bliss, เขียนไขและวานิช,&nbsp; สนิมหยก, Lawin, ธาดา หรือคณะสุเทพฯ ก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่จะบ่งบอกว่าดนตรีที่เชียงใหม่ไม่แพ้ใคร ส่วนหนึ่งของผู้ก่อตั้งโปรเจกต์ Chiangmai Original ที่สนับสนุนศิลปินท้องถิ่นในเชียงใหม่ มองดีๆ เชียงใหม่มีดนตรีให้เราเลือกฟังเยอะเลยนะ อินดี้โฟล์ก โซล พ็อพ ร็อก เพลงกำเมือง เพลงจากกลุ่มชาติพันธ์ุ ไปจนถึงอัลเทอร์เนทีฟ เราจึงอยากเป็นกระบอกเสียงในการผลักดันศิลปินเชียงใหม่ อยากให้คนมาซัพพอร์ตและฟังเสียงของพวกเขาเยอะๆ</p>



<p>เสียงเพลงเหล่านี้เวลาฟังผมจึงรู้สึกว่าตัวเองถึงเชียงใหม่ ในวันที่ผมไม่รู้จะไปไหน แค่ได้มาที่นี่ หรือฟังดนตรีในออนไลน์ก็ทำให้ค่ำคืนของผมนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มแล้ว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/6-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185581" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/6-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/6-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/6-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/6-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/6-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/6.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>อากาศเย็น ผู้คนเลยใจเย็นตาม ผมลากเพื่อนไปหาอะไรกิน ขับรถรอบคูเมือง จอดรถมอเตอร์ไซค์ซอยข้างๆ แล้วมาเดินเล่นต่อวันนิมมาน ด้วยความที่โครงการนี้ตั้งอยู่กลางเมืองจึงมีอะไรให้ทำตลอด วันนี้ตั้งใจจะไปซื้อเสื้อผ้ามือสองจึงมาที่ Night Ground Flea Market น่าเสียดายที่ตลาดปิด เพราะผมมาผิดวัน แต่ในความโชคร้ายยังมีความโชคดี เพราะวันนี้มีนักดนตรีมาเล่นไวโอลินให้ฟังกันแบบสดๆ&nbsp; หรือถ้าใครอยากตื้ด อยากเต้นหน่อย อยากให้เดินผ่านนิมมานซอย 7 ดูรับรองว่าเทสเชียงใหม่ ไม่แพ้ที่ไหนในโลก</p>



<p>พูดได้ว่าเสียงของเชียงใหม่จึงมีหลายๆ แนวเพลง ให้ไปค้นหากระจายอยู่ทั่วเมืองเลยจริงๆ</p>



<p><strong>คิดถึงรสชาติของเชียงใหม่</strong></p>



<p>ต่อมรับรสของผมทำงานคู่กับความหิว ที่เชียงใหม่นอกจากจะมีอาหารเหนือมากมายที่อร่อยแล้ว ใครมีเวลาก็อยากให้มาต่อคิวกินสุกี้ ‘สุกี้ช้างเผือก’ และ ‘Q.Q สุกี้ล้อโต’ สองร้านโปรดตลอดกาล จึงยกให้เป็นรสชาติของเชียงใหม่สำหรับผม รสชาติที่ธรรมดาแต่กลมกล่อม รสชาติที่นอบน้อมแต่จริงใจ รสชาติที่เข้าใจตัวตนของตัวเอง&nbsp;</p>



<p>ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเมืองนี้สุกี้ถึงอร่อย แต่อาจเป็นเพราะรสชาติวัฒนธรรมของเมืองที่พัฒนาสูตรอาหารให้อร่อยอยู่ตลอด ทั้งวัฒนธรรมจีนโบราณ และสตรีตฟูดในบรรยากาศที่เป็นกันเองมาพร้อมผักสด หวานๆ กรอบๆ ให้เราลิ้มรสในทุกครั้ง พอยิ่งอากาศหนาวๆ ได้กินอะไรร้อนๆ ยิ่งทำให้รสชาติเชียงใหม่อร่อยขึ้นเท่าตัว</p>



<p>ร้านสีแดง &#8211; สุกี้ช้างเผือก เด่นเรื่องความหอมของกระทะ ความกรอบของผัก และน้ำจิ้มสูตรเด็ด ส่วนร้านสีน้ำเงิน &#8211; Q.Q สุกี้ล้อโต เด่นเรื่องรสชาติความละมุน ความนุ่มของรสสัมผัส ทั้งสองร้านไม่มีใครเหมือนใคร แล้วแต่ลูกค้าจะเลือกแต่คนเยอะทุกร้าน มีหลายสาขาด้วย เลือกเอา!</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/7-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185582" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/7-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/7-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/7-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/7-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/7-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/7-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/7-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/7-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/7.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>นอกจากนี้ก็ยังมีชาบู หมูกระทะที่อร่อยและราคาถูกมากๆ มีตังค์เพียงสองแบงค์แดงก็กินได้แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นบรรยากาศไม่ต้องพูดถึง เพราะมองไปทางไหนก็เห็นวิวภูเขา ธรรมชาติ และวัฒนธรรมล้านนาโบราณที่แทรกซึมไปทั่วเมือง&nbsp;</p>



<p><strong>คิดถึงกลิ่นของเชียงใหม่</strong></p>



<p>ผมไม่เคยเข้าใจว่ากลิ่นของเชียงใหม่เป็นยังไงจนกระทั่งย้ายตัวเองมาทำงานที่กรุงเทพ และกลับมาเจอบรรยากาศของเชียงใหม่อีกครั้ง</p>



<p>ผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นเมืองที่ผสมกับกลิ่นป่า กลิ่นที่สูดไปแล้วรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย จนอยากทำอะไรช้าๆ กลิ่นที่ได้สัมผัสแล้วสบายใจและได้อยู่กับตัวเอง ถ้าเป็นหน้าร้อนก็จะได้กลิ่นของต้นลมแล้ง หรือภาษากลางคือดอกราชพฤกษ์ กลิ่นไอดินของถนนที่คนในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์กัน ส่วนหน้าหนาวอาจจะเป็นกลิ่นหอมหวนของดอกไม้สักชนิด หรือกลิ่นหอมเลี่ยนของดอกตีนเป็ดก็ได้นะ ฮ่าๆ</p>



<p>ในช่วงปลายเดือนมกราคม อากาศราวๆ 17 องศา ป่าไม้เขียวชะอุ่ม บางวันมีเมฆลอยต่ำมาโอบกอดดอย ท้องฟ้าเปิดเป็นสีสด ผู้คนยังไม่พลุกพล่านมาก เพราะผ่านช่วงเทศกาลมาแล้ว&nbsp;</p>



<p>ส่วนฝุ่น PM 2.5 ยังไม่กินพื้นที่เมืองไปจนหมด ช่วงที่ผมไปฝุ่นยังมีความเข้นข้นน้อยถึงปานกลาง สามารถออกไปเดินเล่นสูดกลิ่นเชียงใหม่ได้ แต่ใครมาหลังจากนี้ต้องป้องกันตัวเอง ใส่แมสก์ ล้างจมูกกันด้วย&nbsp;</p>



<p>กลับเชียงใหม่มาทั้งทีก็อยากออกไปสูดกลิ่นเชียงใหม่ให้เต็มปอด ผมใช้เวลาไปกับการเดินสำรวจธรรมชาติที่อ่างแก้ว อ่างตาด อ่างเก็บน้ำกาแล และเดินป่าสั้นๆ ในเส้นทางดอยสุเทพ &#8211; วัดผาลาดได้ศึกษาธรรมชาติและเสพวัฒนธรรมเชียงใหม่ไปในตัว ผมได้ค้นพบว่าความจริงแล้วคนเชียงใหม่ไม่ชอบเดิน ถ้าเลือกได้จะไม่เดินเลยระยะทาง 100 เมตรก็จะขับมอเตอร์ไซค์ไป&nbsp;</p>



<p>แต่อยากให้เปิดใจเดินป่ากันสักนิด เพราะมันสงบอย่างที่เขาว่ากันจริงๆ ป่าไม้ชุ่มชื้นในหน้าหนาว ลำธารน้ำตก อ่างเก็บน้ำที่สามารถมานั่งรับลม สถาปัตยกรรมล้านนา ดั่งเนื้อเพลงของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ร้องว่า แดนล้านนาแห่งนี้ ดูเหมือนแดนสวรรค์ ดังเทพบรรจงสรรสร้างมา ดูท่าจะจริง ถ้าเชียงใหม่มาในบรรยากาศแบบนี้ ใครบ้างจะไม่ตกหลุมรัก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185583" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185584" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/9.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>คิดถึงอ้อมกอดของเชียงใหม่</strong></p>



<p>ด้วยมุมมองของเด็กต่างจังหวัดที่นานทีกว่าจะได้กลับเชียงใหม่ เป็นโอกาสที่ดีที่ได้กลับมาอีกครั้ง เพราะหลังจากรับปริญญาแล้ว&nbsp; ผมคงไม่มีธุระที่จะต้องกลับมาเชียงใหม่ และคงต้องบอกลาอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนี้แล้ว</p>



<p>ถึงอย่างนั้นสำหรับผมสัมผัสและอ้อมกอดของเชียงใหม่คงเป็นกอดอุ่นๆ จากคนที่เราผูกพัน จากกาแฟแก้วโปรด จากกับข้าวกับปลา จากต้นไม้ใบหญ้า จากสถานที่ธรรมดาที่คุ้นเคย มากไปกว่านั้นยังเต็มไปด้วยความทรงจำของเมืองที่มีทั้งเพื่อนเรียนด้วยกัน คนที่เรารัก คนแปลกหน้า หรือแม้แต่ลุงป้าร้านข้าวที่น่ารัก เชียงใหม่ทำให้ผมรู้สึกถูกโอบกอดแบบนั้นจริงๆ</p>



<p>การทำงานไกลบ้านทำให้ผมมองเห็นความรักที่มีต่อเชียงใหม่อย่างชัดเจน ต่างจากเมืองทำงานที่กรุงเทพฯ แม้มันจะไม่ได้ทำร้ายเรา แต่มันก็ไม่เคยโอบกอดเราสักวัน นี่คงเป็นความรู้สึกของการเปลี่ยนผ่านและรสชาติของการเติบโตสินะ</p>



<p><em>ผมตั้งข้อสงสัยว่าความรักกับความคิดถึงมันแตกต่างกันไหม ผมว่าความรักกับความคิดถึงคงเป็นสารตัวเดียวกัน</em></p>



<p>ความรักมีความคิดถึงเป็นส่วนประกอบ ความคิดถึงมีความรักเจือปนอยู่</p>



<p>มนุษย์ผู้ซึ่งหาความหมายให้กับทุกสิ่งคงซ่อนบางสิ่งไว้ในบางอย่าง แล้วหาอะไรมาผูกมันไว้&nbsp;</p>



<p>ผมรู้ว่าคุณก็คงเป็นเช่นนั้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/10-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185585" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/10-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/10-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/10-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/10-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/10-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/10.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p><strong>อย่างไรก็ตาม ‘ความคิดถึง’ จึงไม่ใช่สิ่งเลวร้าย</strong></p>



<p><strong>มันช่วยยึดโยงจิตใจในวันที่ไม่มีที่ไปด้วยซ้ำ</strong></p>



<p>ถ้ามีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น ความคิดถึงก็เป็นสิ่งที่วิเศษแล้ว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/11-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185586" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/11-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/11-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/11-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/11-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/11-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/11.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>ท่ามกลางโลกใบนี้ที่ให้คุณค่ากับความเร็ว เมืองนี้ไม่เคยรีบไปไหนเลย อาจจะมีบางทีที่คนช้าถูกตัดสินว่าบกพร่อง ไม่เก่งกาจ หรือไม่เอาไหน แต่ความจริงไซร้บางสิ่งยังไม่ถึงเวลาของมัน ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของผมช่วยให้ผมได้สัมผัสถึงเชียงใหม่ใกล้ชิดมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเราจะรู้ว่าเรารักอะไร ก็ต่อเมื่อต้องจากสิ่งนั้นไปแล้ว ผมมองว่าจะผูกจะโยงอะไรไว้กับที่ไหนมันไม่สำคัญเลย</p>



<p>แค่ครั้งหนึ่งได้รักก็เพียงพอแล้ว&nbsp;</p>



<p>ขอบคุณบทความนี้ที่ให้โอกาสผมได้เขียนอะไรทิ้งท้ายก่อนจากเชียงใหม่</p>



<p>เราคงไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว สิ่งที่ติดค้างอย่างเดียวคงเป็นความคิดถึงที่ผมได้จากเมืองนี้</p>



<p>กลับกรุงเทพฯ ไปผมคงคิดถึงเธอนะ เชียงใหม่</p>



<p>เมื่อไหร่เธอได้มา ก็ขอให้ใช้เวลาพักผ่อนให้เต็มที่</p>



<p>ไว้เจอกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/chiang-mai/">ด้วยรักและอาวรณ์ ‘เชียงใหม่’ เมืองไม่ใหม่ที่ใครๆ ก็คิดถึง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก่อน K-Pop จะถือกำเนิด ‘บทเพลงอารีรัง’ เคยขับขานในอดีตกาล บันทึกการเดินทางของนักศึกษาเกาหลีรุ่นแรก ณ มหาวิทยาลัยโฮเวิร์ด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/arirang/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2026 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Witch a boo]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[K-POP]]></category>
		<category><![CDATA[witch a boo]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=185528</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก่อนที่ปรากฏการณ์ดนตรีเกาหลี K-Pop จะโหมกระหน่ำทั่วโลกเฉกเช่นคลื่นเสียงไร้พรมแดน ใครจะรู้ว่ารากเหง้านั้นเดินทางมาจากความหลงใหลในทวีปยุโรป หากย้อนกลับไปในปลายคริสต์ศตวรรษ 19 ร่องรอยความสัมพันธ์ทางดนตรีและวัฒนธรรมดังว่าก็ปรากฏแจ่มชัดแล้ว ทั้งกาลเก่ากว่าจะเป็นชื่อประเทศเกาหลีเหมือนปัจจุบัน พวกเขาเคยปวารณาตัวเองว่าเป็นประเทศโชซ็อน ขณะนั้นมีกลุ่มนักศึกษาจำนวนเจ็ดคนที่สร้างความสนใจให้กับผู้คนในรั้วมหาวิทยาลัยโฮเวิร์ดด้วยเสียงขับร้อง หนังสือพิมพ์แห่งยุคถึงขั้นบันทึกว่าพวกเขาตกหญิงสาวได้จำนวนไม่น้อยเลย คำถามก็คือนักศึกษาเกาหลีมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยโฮเวิร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกาได้อย่างไร จุดเริ่มต้นทั้งหมดเกิดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิปี ค.ศ.1986&#160; ชะตาพัดพา ‘อิม บยองกู’ อายุ 19 ปี ‘อี บอมซู’ อายุ 24 ปี ‘คิม ฮุนชิก’ อายุ 27 ปี ‘อัน จองชิก’ อายุ 23 ปี ‘อโย บยองฮยอน’ อายุ 26 ปี และนักศึกษาอีกหนึ่งคนซึ่งไม่ปรากฏชื่อ พวกเขาลักเงินจำนวน 400 วอนจากธนาคารแห่งหนึ่งในเกาหลีไป ก่อนจะหลบหนีออกนอกประเทศ และเดินทางไปยังเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา แต่เงินที่ลักมากลับละลายหายเพราะค่าเดินทางอย่างรวดเร็ว ทั้งความไม่รู้ภาษาอังกฤษของพวกเขาก็ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง เมื่อจนตรอกอย่างไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งพาใคร เหล่านักศึกษาจึงตัดสินใจไปที่สถานกงสุลญี่ปุ่น เพื่อให้ช่วยส่งโทรเลขถึง ‘ซอ กวังบอม’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/arirang/">ก่อน K-Pop จะถือกำเนิด ‘บทเพลงอารีรัง’ เคยขับขานในอดีตกาล บันทึกการเดินทางของนักศึกษาเกาหลีรุ่นแรก ณ มหาวิทยาลัยโฮเวิร์ด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ก่อนที่ปรากฏการณ์ดนตรีเกาหลี K-Pop จะโหมกระหน่ำทั่วโลกเฉกเช่นคลื่นเสียงไร้พรมแดน ใครจะรู้ว่ารากเหง้านั้นเดินทางมาจากความหลงใหลในทวีปยุโรป</p>



<p>หากย้อนกลับไปในปลายคริสต์ศตวรรษ 19 ร่องรอยความสัมพันธ์ทางดนตรีและวัฒนธรรมดังว่าก็ปรากฏแจ่มชัดแล้ว ทั้งกาลเก่ากว่าจะเป็นชื่อประเทศเกาหลีเหมือนปัจจุบัน พวกเขาเคยปวารณาตัวเองว่าเป็นประเทศโชซ็อน ขณะนั้นมีกลุ่มนักศึกษาจำนวนเจ็ดคนที่สร้างความสนใจให้กับผู้คนในรั้วมหาวิทยาลัยโฮเวิร์ดด้วยเสียงขับร้อง หนังสือพิมพ์แห่งยุคถึงขั้นบันทึกว่าพวกเขาตกหญิงสาวได้จำนวนไม่น้อยเลย</p>



<p>คำถามก็คือนักศึกษาเกาหลีมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยโฮเวิร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกาได้อย่างไร</p>



<p>จุดเริ่มต้นทั้งหมดเกิดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิปี ค.ศ.1986&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-9-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185534" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-9-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-9-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-9-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-9-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-9-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-9-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-9-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-9-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-9.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ชะตาพัดพา</strong></h2>



<p>‘อิม บยองกู’ อายุ 19 ปี ‘อี บอมซู’ อายุ 24 ปี ‘คิม ฮุนชิก’ อายุ 27 ปี ‘อัน จองชิก’ อายุ 23 ปี ‘อโย บยองฮยอน’ อายุ 26 ปี และนักศึกษาอีกหนึ่งคนซึ่งไม่ปรากฏชื่อ พวกเขาลักเงินจำนวน 400 วอนจากธนาคารแห่งหนึ่งในเกาหลีไป ก่อนจะหลบหนีออกนอกประเทศ และเดินทางไปยังเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา แต่เงินที่ลักมากลับละลายหายเพราะค่าเดินทางอย่างรวดเร็ว ทั้งความไม่รู้ภาษาอังกฤษของพวกเขาก็ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง เมื่อจนตรอกอย่างไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งพาใคร เหล่านักศึกษาจึงตัดสินใจไปที่สถานกงสุลญี่ปุ่น เพื่อให้ช่วยส่งโทรเลขถึง ‘ซอ กวังบอม’ ราชทูตและอัครราชทูตพิเศษเกาหลีประจำสหรัฐอเมริกา&nbsp;</p>



<p>แต่โชคกลับเข้าข้างพวกเขาอย่างน่าประหลาด เพราะกวังบอมเข้าอกเข้าใจชะตากรรมของคนวัยหนุ่มสาว ด้วยตัวเขาเองก็เคยเป็นผู้หลบหนีออกจากประเทศ เพราะความจำเป็นทางการเมืองมาก่อน&nbsp;</p>



<p>กวังบอมถือเป็นหนึ่งในชาวเกาหลีกลุ่มแรกที่เริ่มเหยียบย่างเข้าสู่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อปี ค.ศ. 1883 ในฐานะคณะทูตพร้อมกับ ‘มิน ยองอิก’ นักการทูตและเสนาบดีแห่งโชซ็อน หลังเสร็จสิ้นภารกิจกวังบอมเดินทางกลับสู่ประเทศบ้านเกิด ตัวเขามีบทบาทสำคัญในขบวนการปฏิรูปช่วงปลายราชวงศ์โชซ็อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และการกลับประเทศบ้านเกิดในคราวนี้ก็ทำให้เขาเข้าไปพัวพันกับการพยายามเปลี่ยนแปลงอำนาจรัฐ ซึ่งผลคือล้มเหลวทำให้ถูกบีบออกนอกประเทศ กวังบอมจึงกลายเป็นผู้ลี้ภัยไปอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา เขาหวนกลับมาที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อีกครั้งในฐานะราชทูตและอัครราชทูตพิเศษเกาหลีประจำประเทศสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1896 </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-10-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185535" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-10-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-10-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-10-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-10-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-10-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-10-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-10-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-10-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-10.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ด้วยเหตุนี้กวังบอมจึงเข้าใจนักศึกษาทั้งเจ็ดดี ทั้งเขายังยินดีหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ ด้วยปรารถนาจะตั้งรกรากบนแผ่นดินอเมริกาให้เป็นบ้านหลังใหม่ เขาทำการประสานงานกับมหาวิทยาลัยโฮเวิร์ดเพื่อให้นักศึกษาทั้งเจ็ดได้เข้าเรียน</p>



<p>ไม่นานหนังสือพิมพ์ ‘The Washington Post’ ฉบับปีค.ศ.1896 ก็ลงรายงานข่าวการมาถึงของนักศึกษาเกาหลีโดยพาดหัวข่าวว่า <strong>“นักศึกษาเกาหลีเจ็ดคน ณ โฮเวิร์ด ผู้หลบหนีออกจากบ้านเพื่อมาศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา พวกเขาล้วนเป็นบุตรหลานจากตระกูลขุนนางทั้งสิ้น แม้ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษเลยสักคำ แต่ก็จะได้รับการอุปการะค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากรัฐมนตรีของประเทศเกาหลี” </strong>ข่าวฉบับนั้นตีความเรื่องราวของนักศึกษาผู้หลบหนีให้กลายเป็นความโลดโผนและโรแมนติกในเวลาเดียวกัน ทั้งทิ้งท้ายว่าชายหนุ่มทุกคนล้วนเป็นทายาทแห่งตระกูลสูงศักดิ์ พวกเขาเคยถูกส่งตัวไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นมาก่อน ทว่าแทนที่จะพำนักอยู่ที่นั่น แต่พวกเขากลับใคร่อยากแสวงหาการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาแทน เนื้อความในหนังสือพิมพ์มิได้เอ่ยถึงการลักทรัพย์อันเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทาง หากกล่าวเป็นนัยๆ ว่ามีเพียงรัฐมนตรีและผู้หลบหนีเท่านั้นที่ล่วงรู้เนื้อหาแท้จริงของจดหมายโต้ตอบกลับ</p>



<p> ‘The Washington Post’ ยังระบุอีกว่ากวังบอมเป็นผู้อุปการะนักศึกษากลุ่มนี้ด้วยค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเขา อย่างไรก็ตามหลักฐานอื่นก็ชี้ให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยโฮเวิร์ดมีบทบาทสำคัญไม่น้อยในการให้ความช่วยเหลือนักศึกษาต่างชาติกลุ่มนี้ </p>



<p>นักประวัติศาสตร์ ‘เรย์ โลแกน’ ผู้บันทึกประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาวเวิร์ดอธิบายไว้เมื่อวันที่ 29 เมษายน ปี ค.ศ. 1896&nbsp;</p>



<p>“รัฐมนตรีเกาหลีได้ยื่นคำร้องด้วยตนเองต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร ขอให้จัดหาห้องพักสำหรับเยาวชนเกาหลี และคณะกรรมการมีมติให้ใช้ห้องพักในอาคารคลาร์ก ฮอลล์โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้โดยมีเงื่อนไขว่าค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งหมดจะต้องได้รับการชำระเรียบร้อย โดยรัฐมนตรีเกาหลีตกลงจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าซื้อเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งให้เหรัญญิกเป็นผู้จัดหา” และในการประชุมวันที่ 12 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 1896 คณะกรรมการได้บันทึกว่าห้องพักดังกล่าวถูกจัดเตรียมพร้อมสำหรับนักศึกษาเกาหลีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;</p>



<p>บทความชิ้นเดียวกันของ ‘The Washington Post’ เขียนประกอบอีกว่าอาจารย์บางคนของมหาวิทยาลัยโฮเวิร์ดเริ่มสนใจนักศึกษาเกาหลีกลุ่มนี้เป็นพิเศษ ถึงขั้นมีแผนจะดูแลพวกเขาให้ใกล้ชิดมากขึ้น เช่น ระหว่างปิดเทอมฤดูร้อน นักศึกษาทั้งเจ็ดจะถูกส่งไปพักอยู่กับครอบครัวของอาจารย์ เพื่อช่วยให้พวกเขาได้ฝึกภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง เพราะในเวลานั้น พวกเขาสื่อสารภาษาอังกฤษแทบจะไม่ได้เลย การพูดคุยจึงเป็นไปอย่างขรุขระ ต้องอาศัยท่าทาง มือไม้ คำศัพท์งูๆ ปลาๆ ที่พวกเขาเก็บมาระหว่างเดินทางข้ามทวีป </p>



<p>แม้จะเหลือบันทึกไม่มากแล้วว่านักศึกษาเกาหลีทั้งเจ็ดใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยโฮเวิร์ดอย่างไร หรือหลังจากนั้นพวกเขาเดินทางไปที่ไหน แต่เรื่องเล่าที่หลงเหลืออยู่อย่างตรงกันอย่างหนึ่งบอกกันว่าสิ่งที่พวกเขาทำให้ผู้คนจดจำได้มากที่สุดนั้นคือเสียงเพลง </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-8-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185536" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-8-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-8-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-8-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-8-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-8-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-8-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-8-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-8-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-8.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ต้นบ๊วยผลิบาน</strong></h2>



<p>ในคืนแรกที่พวกเขาเดินทางมาถึงมหาวิทยาลัยโฮเวิร์ด งานสังสรรค์ต้อนรับเล็กๆ ก็ถูกจัดขึ้น หญิงสาวนับสิบคนยืนรายล้อมพยายามขอให้พวกเขาร้องเพลง แม้พวกเขาจะพยายามปฏิเสธว่าไม่สามารถร้องเพลงเป็นภาษาอังกฤษได้ แต่คำตอบก็เรียบง่ายว่าไม่เป็นไร ร้องเพลงภาษาเกาหลีของพวกคุณออกมา เราอยากฟัง </p>



<p>เพลง ‘Suwanee River’ และบทเพลงตะวันตกอื่นๆ ถูกร้องสลับด้วยทำนองของอีกฟากโลก มันเป็นเสียงเพลงพื้นบ้านเกาหลีที่ไม่เคยมีใครในมหาวิทยาลัยได้ยินมาก่อน&nbsp;</p>



<p>หนังสือพิมพ์ลงสรุปว่าคืนนั้นเป็นประสบการณ์ที่แสนพิเศษสำหรับทุกคน เพราะนี่คือครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยโฮเวิร์ดพบเจอชาวเกาหลีผ่านเสียงเพลงของพวกเขา</p>



<p>จริงอยู่ว่าการร้องเพลงของนักศึกษาทั้งเจ็ดในแรกเริ่มจะเกิดจากการร้องขอ เพราะบรรดาหญิงสาวที่อยากฟังเสียงเพลงของดินแดนไกลโพ้น แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป โฮเวิร์ดกลายเป็นสถานที่ที่นักศึกษาทั้งเจ็ดคุ้นเคย การร้องเพลงก็ไม่ได้เกิดจากการร้องขออีกต่อไปแล้ว</p>



<p>วันที่ 24 กรกฎาคม ปี ค.ศ.1896 ‘อลิซ ซี. เฟลตเชอร์’ นักชาติพันธุ์ดนตรีชาวอเมริกันเชิญนักศึกษาเกาหลีสามจากเจ็ดคนไปที่บ้านของเธอ เพื่อบันทึกเสียงเพลงพื้นบ้านเกาหลีเป็นครั้งแรก และเพลงนั้นมีชื่อว่า ‘อารีรัง’ (Arirang)&nbsp;</p>



<p>ผลงานที่ผ่านมาของเฟลตเชอร์ทั้งหมดถูกทุ่มให้กับดนตรีชนพื้นเมืองอเมริกัน ไม่มีใครรู้เหตุผลว่าเพราะอะไรเธอถึงหันมาสนใจเสียงเพลงจากคาบสมุทรเกาหลี บันทึกส่วนตัวของเธอก็ไม่ได้อธิบายเหตุผลนั้นไว้ ไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเสียงที่ถูกบันทึกลงแผ่น แต่สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในบันทึกนั้นบอกเล่าได้ดีว่าเพลงที่ขับร้องมีถ้อยคำใดปรากฏอยู่&nbsp;</p>



<p><strong>แผ่นเสียงแรกของ ‘อัน จองชิก’</strong></p>



<p>เก่าแก่ไม่ต่ำกว่า 500 ปี โอบล้อมด้วยหุบเขานับไม่ถ้วนตั้งตระหง่าน</p>



<p>เก่าแก่ไม่ต่ำกว่า 500 ปี คำอธิษฐานให้ความดีงามทั้งปวง ไม่เก่าแก่ ไม่โรยราไปตามกาลเวลา</p>



<p>ในคืนที่แสงจันทร์ส่องงาม บทสรรเสริญยิ่งใหญ่ขับขานถวายแด่กษัตริย์</p>



<p>ต้นบ๊วยผลิบานจากหุบเขานับไม่ถ้วน เก่าแก่ยิ่งกว่าราชวงศ์ในปัจจุบันที่มีอายุกว่า 500 ปี&nbsp;</p>



<p>เก่าแก่ยิ่งกว่าราชวงศ์ในปัจจุบัน</p>



<p>คำอธิษฐานเพื่อความดีของผู้คน ในคืนที่แสงจันทร์ยังคงงดงามเช่นเดิม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-7-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185537" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-7-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-7-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-7-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-7-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-7-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-7-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-7-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-7-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-7.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>แม้บันทึกของเฟลตเชอร์จะเป็นคำแปลของเนื้อเพลงเสียส่วนใหญ่ แต่เธอก็แยกมันไว้ชัดเจนว่าช่วงใดของการบันทึกเสียงเป็นเพลงรัก ทั้งหลายเพลงยังถูกจัดอยู่ในหมวดเพลงรักจนไม่น่าแปลกที่เธอจะตั้งชื่อเสียงบันทึกว่า<strong> ‘Love Song Ar-ra rang’</strong> และไม่มีใครล่วงรู้ว่าแผ่นบันทึกเสียงทั้งหมดของเฟลตเชอร์ถูกเผยแพร่ออกไปมากน้อยเพียงใด หรือมันสร้างแรงกระเพื่อมอะไรให้แก่ยุค</p>



<p>ขณะที่เกิดการบันทึกเสียงเพลงอารีรังนั้น กวังบอมก็กำลังใช้ชีวิตอยู่ในฐานะผู้ลี้ภัยเช่นเคย ทั้งเขายังปฏิเสธคำสั่งของรัฐบาลที่เรียกตัวให้เดินทางกลับประเทศเกาหลี กวังบอมเผชิญกับวัณโรคเรื้อรังอย่างที่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเขาเสียชีวิตลงเมื่อใด แต่มีรายงานว่านักศึกษาเกาหลีทั้งเจ็ดเดินทางไปเยี่ยมกวังบอมอยู่เสมอกระทั่งในวาระสุดท้ายของเขา&nbsp;</p>



<p>การยื่นมือเข้าช่วยเหลือของกวังบอมในคราวนั้นทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและนักศึกษาทั้งเจ็ดคนแน่นแฟ้นเกินกว่าเอกสารทางการจะบันทึกเพื่อบรรยายได้ ทว่าหลักฐานที่มีก็มากพอจะยืนยันได้ว่าชาวเกาหลีจำนวนไม่น้อยเรียกประเทศสหรัฐอเมริกาว่าบ้านเกิด และเสียงเพลงจากคาบสมุทรเกาหลีก็ทำให้ชาวอเมริกันต้องหยุดฟังมาแต่เนิ่นนานแล้ว&nbsp;</p>



<p>ในปี ค.ศ. 2012 สื่อข่าว ‘Korea Joongang Daily’ ลงระบุถึงชายคนหนึ่งที่เป็นผู้ค้นพบแผ่นบันทึกเสียงเพลงอารีรังจากปี ค.ศ. 1896&nbsp;</p>



<p>‘จอง ชางกวาน’ รองประธานกลุ่มวิจัยดนตรีเกาหลีโบราณเป็นผู้บูรณะ และเผยแพร่ไฟล์เพลงสมัยใหม่ที่เก่าแก่ที่สุดของเพลงอารีรังซึ่งนักศึกษาเกาหลีทั้งสามเคยขับร้อง มันถูกเก็บอยู่ในหอสมุดรัฐสภาสหรัฐอเมริกามานานถึง 111 ปี เสียงบันทึกถูกอัดลงบนกระบอกขี้ผึ้ง 6 กระบอก จำนวน 16 เพลง และผลงานดังกล่าวออกเผยแพร่เป็นรูปแบบซีดีเมื่อปี ค.ศ. 2007&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>พรมแดนโชซ็อน</strong></h2>



<p>‘โรเบิร์ต โพรวีน’ ศาสตราจารย์กิตติคุณคณะดนตรี มหาวิทยาลัยแมริแลนด์เปิดเผยถึงการมีอยู่ของเสียงบันทึกในงานประชุมดนตรีพื้นบ้านเกาหลี&nbsp;</p>



<p><strong>“ใน 11 เพลงนั้น มีเพลงอารีรังอยู่ 3 เพลง รวมความยาวทั้งหมดประมาณ 11 นาที แต่ก็น่าเสียดายมาก เพราะสภาพของเสียงย่ำแย่จนแทบแยกเนื้อร้องไม่ออก นอกจากท่อนที่ร้องว่าอารีรัง อารีรัง อาราริโย</strong></p>



<p><strong>“ผมใช้เงินส่วนตัวของตัวเองประมาณ 30 ล้านวอนผลิตซีดีออกมาประมาณ 4,000 แผ่นแจกฟรีให้กับทั้งบุคคล และองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ประธานาธิบดี ‘อี มยองบัก’ สถานีโทรทัศน์ กลุ่มศึกษาดนตรีพื้นบ้าน รวมถึงนักวิชาการด้านภาษาและเกาหลีศึกษา ทั้งผมยังเขียนจดหมายถึงประธานาธิบดี ‘บารัก โอบามา’ ขอให้มอบเสียงบันทึกเหล่านี้ให้กับองค์กรของประเทศเกาหลี</strong></p>



<p><strong>“เหนือสิ่งอื่นใด ผมอยากเห็นการผลิตซีดีเพลงอารีรังให้มากขึ้น และถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางกว่านี้ ความจริงก็คือแม้อารีรังจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ห้ามจับต้องของยูเนสโกแล้ว แต่แทบไม่มีซีดีอารีรังที่ทำอย่างดีพอให้ชาวเกาหลีนำไปมอบให้ชาวต่างชาติเพื่อแนะนำบทเพลงนี้แก่โลกภายนอก&nbsp;</strong></p>



<p><strong>“ผมยังอยากเห็นคอนเทนต์ทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับอารีรังเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์หรือการแสดงรูปแบบต่างๆ ที่สามารถพาเพลงบทนี้ออกไปสู่เวทีโลกให้ผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรมได้รู้จักและรับฟังมันจริงๆ”</strong></p>



<p>&nbsp;ในปี ค.ศ. 2017 เสียงเพลงอารีรังได้หวนกลับมาอีกครั้ง มันโผล่ขึ้นมาเป็นหนึ่งในผลงานที่ถูกนำมาจัดแสดงชั่วคราวใน ‘Seoul Arirang Festival’ ครั้งที่ 5 และในปัจจุบันก็ยังสามารถขอเข้าฟังบันทึกเสียงทั้งหกแผ่นได้ที่ ‘Library of Congress’ ภายในห้องอ่านงาน ‘Folklife Reading Room’</p>



<p>แน่นอนว่าอีกแรงขับเคลื่อนที่พาบทเพลงอารีรังมาไกลอย่างที่เราไม่พูดถึงไม่ได้ แม้มันจะดูเล็กน้อยแต่มหาศาลเหลือเกินคือบรรดาผู้คนที่ส่งเสียงให้แก่ศิลปินในคราวนั้น พวกเขาคือ <strong>‘แฟนด้อม’</strong></p>



<p>มันเป็นศัพท์ที่ถูกเรียกคนที่หลงใหลด้านกีฬาเป็นหลัก ก่อนที่ความหมายจะค่อยๆ ขยายออกไปสู่ทุกสิ่งที่ผู้คนคลั่งไคล้ พจนานุกรม ‘Merriam-Webster’ ระบุว่าศัพท์แฟนด้อมถูกใช้มาแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ. 1903 หากเป็นแฟนด้อมทางดนตรี มันเติบโตขึ้นในศตวรรษที่ 20 ควบคู่ไปกับการถือกำเนิดวัฒนธรรมดนตรีสมัยนิยม ศูนย์กลางอยู่ที่ความหลงใหลร่วมกันของผู้ฟังที่มีต่อศิลปิน วงดนตรี หรือแนวเพลงใดแนวเพลงหนึ่ง แฟนเพลงไม่ได้เป็นเพียงผู้เสพงานดนตรีเท่านั้น ทว่าพวกเขาทุ่มเททั้งเวลา พลังใจ และอารมณ์ความรู้สึกให้แก่สิ่งที่พวกเขารัก ทั้งแฟนด้อมยังเป็นแรงผลักสำคัญที่ช่วยพาศิลปินให้ไปไกลมากขึ้น สร้างแรงกระเพื่อม ปลุกกระแสให้แก่วงการเพลง&nbsp;</p>



<p>เราเห็นกันได้จากชัดเจนจากยุคที่แทบทั้งโลกคลั่งไคล้วงดนตรี ‘The Beatles’ ศิลปิน ‘Taylor Swift’ ไปจนถึง ‘Nicki Minaj’ ชัดเจนรู้ว่าแฟนด้อมนั้นเป็นพลังแห่งวัฒนธรรมอย่างแท้จริง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-8-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185538" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-8-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-8-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-8-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-8-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-8-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-8-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-8-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-8-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-8.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>คัลเจอร์ที่รัก</strong></h2>



<p>ปัจจุบันที่โลกออนไลน์เชื่อมเราทุกคนเข้าหากันในพริบตา สิ่งหนึ่งที่เติบโตไวไม่แพ้ไฟอันลุกลามจนโชกโชนคือแฟนด้อม ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคนที่รัก อินจัด คลั่งไคล้ พวกเขาไม่ได้แค่ชอบหรือหวีดกรี๊ดด้วยหวังจะให้ศิลปินเป็นที่พักพิงใจ แต่รู้สึกเหมือนการค้นพบใครคนนั้นคือบ้านหนึ่งหลังสำหรับพวกเขา มันกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยด้วยคนข้างนอกบ้านอาจจะไม่ใจดีกับเรา เป็นพื้นที่ของคนเหงา คนเครียด กระทั่งคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร เพราะพวกเขาได้ลองเป็นอะไรสักอย่างผ่านแฟนอาร์ต การคอสเพลย์ การเมาท์ยาวสองร้อยทวิตแบบที่ไม่ต้องรู้สึกผิด และสิ่งสำคัญก็คือพวกเขามีเพื่อนที่ชอบอะไรเหมือนกัน อันบอกให้รู้ว่าจะไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้วนะ</p>



<p>หากมองลึกลงไปแฟนด้อมเป็นเหมือนจุดตัดความหวานของพ็อปคัลเจอร์และสุขภาพจิตใจ เพราะโลกสมมติที่ใครหลายคนมองว่าไร้สาระ มันช่วยให้ใครอีกหลายคนลุกขึ้นมาใช้ชีวิตต่อได้อย่างแข็งแรงอีกครั้ง ลองนึกภาพคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันเลย แต่เมื่อมีคำว่า BTS, Harry Potter, Marvel หรือ Blackpink โผล่ขึ้นมาเท่านั้นแหละ จากแปลกหน้าก็กลายเป็นเพื่อนสนิทได้ไม่ยาก หัวใจของแฟนด้อมคือที่ที่เราเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ หวีดเสียงดังได้แบบไม่ต้องลดระดับเสียง&nbsp;</p>



<p>การดำดิ่งเข้าไปในแฟนด้อมที่รักยังคล้ายการพักจากโลกความจริงชั่วคราว เพราะงานที่หนักหน่วง ข่าวบ้านเมืองที่ทำเอากุมขมับ ชีวิตก็ระเนระนาดจนแทบควบคุมอะไรไม่ได้ แต่เมื่อได้หายเข้าไปในโลกที่เราคุ้นเคย โลกที่มีตัวละครโปรด เพลงโปรด หรือศิลปินที่รัก ความกังวลทั้งหลายก็ถูกวางลงไปชั่วขณะ แฟนด้อมจึงเป็นเครื่องมือชั้นดีของการหนีโลกชนิดสร้างสรรค์ อย่างการเขียนแฟนฟิก วาดภาพแฟนอาร์ตก็เป็นพื้นที่การปลดปล่อยตัวตนแบบสุดทางนะ เพราะเราจะได้เล่าเรื่องใหม่ในแบบของตัวเอง ได้ลองเป็นอะไรสักอย่างที่โลกภายนอกอาจไม่ค่อยเปิดพื้นที่ให้ บางตัวตน บางอัตลักษณ์ที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงในกระแสนิยมนั้นมีที่ยืนชัดเจนเสมอในแฟนดอม&nbsp;</p>



<p>ทั้งสิ่งที่ตามมาคือการฝึกทักษะประเภทที่เราแทบไม่รู้ตัว การเขียน วาดศิลปะ จนถึงการร่วมงานกับคนอื่น หลายคนเริ่มต้นมันขึ้นมาจากความรักล้วนๆ แต่ท้ายที่สุดเขาก็ได้ความมั่นใจในตัวเอง ได้พัฒนาตัวเอง ภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นด้วย</p>



<p>แน่นอนมันก็เหมือนทุกอย่างในชีวิตที่ดำเนินไปโดยต้องไม่ตั้งตนอยู่บนความประมาท แฟนด้อมเองก็มีด้านที่ต้องระวัง เช่น ความอินที่มากเกินไป บรรยากาศอันเป็นพิษในโลกออนไลน์ที่ทำให้พื้นที่อบอุ่นกลายเป็นสนามรบ การถกเถียงสนุกสนานกลายเป็นการโจมตี เพราะอย่างนั้นการสื่อสารแบบเคารพกันและกันก็เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้แฟนด้อมยังคงเป็นพื้นที่ปลอดภัย ที่พักใจ ไม่ใช่ที่ที่เราทำร้ายกันเอง</p>



<p><strong>ผลจากงานวิจัยยังบอกด้วยนะว่าคนจำนวนมากมองว่าการเป็นแฟนคลับคือเรื่องเท่&nbsp;</strong></p>



<p><strong>แหม! จะให้บอกว่าไม่เท่ได้อย่างไร ในเมื่อการรักอะไรสักอย่างและทำเพื่อสิ่งนั้นจนสุดใจ มันเป็นอะไรที่โคตรจะจริงใจและโคตรจะเท่เลยว่าไหม</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/arirang/">ก่อน K-Pop จะถือกำเนิด ‘บทเพลงอารีรัง’ เคยขับขานในอดีตกาล บันทึกการเดินทางของนักศึกษาเกาหลีรุ่นแรก ณ มหาวิทยาลัยโฮเวิร์ด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีใหม่ต้องดีกว่าเดิม…แบบไม่ต้องฝืน ‘Soft Resolution’ ความตั้งใจเปลี่ยนชีวิตโดยไม่ใช้แรงกดดันเป็นเครื่องมือ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/soft-resolution/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ชยพล ทองสวัสดิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Jan 2026 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[a better day]]></category>
		<category><![CDATA[SoftResolution]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=185270</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ปีใหม่แล้ว ชีวิตต้องเปลี่ยน’ เมื่อถึงปีใหม่ หลายคนวาดฝันความตั้งใจว่าทุกอย่างต้องดีขึ้น แม้การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและหนักแน่นจะเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่าลืมว่าเราเองก็เพิ่งผ่านพ้นหนึ่งปีที่หนักหน่วงด้วยความพยายามมานาน ในมุมหนึ่ง ปีใหม่จึงเป็นจุดประกาศตัวของการเติบโต และเต็มไปด้วยเสียงดังจากรอบข้างที่บอกว่าต้องดีกว่าเดิม หรือไปให้เร็วกว่าเดิม&#160; แต่ในยุคสมัยที่ทุกอย่างถูกแชร์ได้ง่ายผ่านโลกโซเชียล จึงเป็นเรื่องไม่ง่ายในการโฟกัสแค่ความตั้งใจของตัวเอง โดยไม่เปรียบเทียบกับคนอื่นๆ&#160; นั่นอาจนำมาซึ่งความตั้งใจที่มากเกินไป จนกลายเป็น ‘น้ำหนัก’ ที่มากดทับ แปรสภาพเป็นความกดดันว่า ‘ต้อง’ ทำให้ได้แทน เพราะไม่เช่นนั้นจะเติบโตแข่งกับคนอื่นๆ ไม่ทัน ทุกวันนี้หลายคนจึงเลือกต้อนรับปีใหม่ด้วยความเรียบง่ายกว่า จึงมีศัพท์เรียกว่า ‘Soft Resolution’ อธิบายคือความตั้งใจเปลี่ยนชีวิตแบบไม่ต้องฝืน Soft Resolution อาจไม่ใช่คำสัญญาว่าจะกลายเป็นคนใหม่ แต่มันคือการตัดสินใจเลิกใช้แรงกดดันเป็นเครื่องมือในการผลักดัน เป็นความตั้งใจที่ไม่บังคับตัวเอง ไม่ใช่เป้าหมาย ไม่ใช่สัญญา ไม่ใช่ลิสต์ที่ต้องทำให้สำเร็จแต่คือ ‘ท่าที’ ที่เรามีต่อตัวเอง ซึ่งจะเป็นความแข็งแรงที่อยู่ได้นานกว่า แล้วคำอธิบายของ Soft Resolution มีอะไรบ้าง? เปลี่ยนจาก ‘ต้อง’ เป็น ‘อยาก’ ในทางจิตวิทยาบอกว่ามนุษย์จะเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่า เมื่อแรงจูงใจมาจากภายใน อย่าลืมว่าเราเพิ่งผ่านความเหนื่อยล้าในปีที่ผ่านมา ทรัพยากรทางจิตใจของเราอาจลดลงมาก การตั้งเป้าใหญ่แบบ ‘แข็ง’ เช่น ต้องตื่นเช้า ต้องเก่งขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/soft-resolution/">ปีใหม่ต้องดีกว่าเดิม…แบบไม่ต้องฝืน ‘Soft Resolution’ ความตั้งใจเปลี่ยนชีวิตโดยไม่ใช้แรงกดดันเป็นเครื่องมือ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>‘ปีใหม่แล้ว ชีวิตต้องเปลี่ยน’</p>



<p>เมื่อถึงปีใหม่ หลายคนวาดฝันความตั้งใจว่าทุกอย่างต้องดีขึ้น แม้การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและหนักแน่นจะเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่าลืมว่าเราเองก็เพิ่งผ่านพ้นหนึ่งปีที่หนักหน่วงด้วยความพยายามมานาน ในมุมหนึ่ง ปีใหม่จึงเป็นจุดประกาศตัวของการเติบโต และเต็มไปด้วยเสียงดังจากรอบข้างที่บอกว่าต้องดีกว่าเดิม หรือไปให้เร็วกว่าเดิม&nbsp;</p>



<p>แต่ในยุคสมัยที่ทุกอย่างถูกแชร์ได้ง่ายผ่านโลกโซเชียล จึงเป็นเรื่องไม่ง่ายในการโฟกัสแค่ความตั้งใจของตัวเอง โดยไม่เปรียบเทียบกับคนอื่นๆ&nbsp;</p>



<p>นั่นอาจนำมาซึ่งความตั้งใจที่มากเกินไป จนกลายเป็น ‘น้ำหนัก’ ที่มากดทับ แปรสภาพเป็นความกดดันว่า ‘ต้อง’ ทำให้ได้แทน เพราะไม่เช่นนั้นจะเติบโตแข่งกับคนอื่นๆ ไม่ทัน</p>



<p>ทุกวันนี้หลายคนจึงเลือกต้อนรับปีใหม่ด้วยความเรียบง่ายกว่า จึงมีศัพท์เรียกว่า ‘Soft Resolution’ อธิบายคือความตั้งใจเปลี่ยนชีวิตแบบไม่ต้องฝืน</p>



<p>Soft Resolution อาจไม่ใช่คำสัญญาว่าจะกลายเป็นคนใหม่ แต่มันคือการตัดสินใจเลิกใช้แรงกดดันเป็นเครื่องมือในการผลักดัน เป็นความตั้งใจที่ไม่บังคับตัวเอง ไม่ใช่เป้าหมาย ไม่ใช่สัญญา ไม่ใช่ลิสต์ที่ต้องทำให้สำเร็จแต่คือ ‘ท่าที’ ที่เรามีต่อตัวเอง ซึ่งจะเป็นความแข็งแรงที่อยู่ได้นานกว่า</p>



<p>แล้วคำอธิบายของ Soft Resolution มีอะไรบ้าง?</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เปลี่ยนจาก ‘ต้อง’ เป็น ‘อยาก’</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-100-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185307" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-100-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-100-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-100-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-100-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-100-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-100-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-100-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-100-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-100.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ในทางจิตวิทยาบอกว่ามนุษย์จะเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่า เมื่อแรงจูงใจมาจากภายใน อย่าลืมว่าเราเพิ่งผ่านความเหนื่อยล้าในปีที่ผ่านมา ทรัพยากรทางจิตใจของเราอาจลดลงมาก การตั้งเป้าใหญ่แบบ ‘แข็ง’ เช่น ต้องตื่นเช้า ต้องเก่งขึ้น ต้องดีพอ ต้องใช้พลังควบคุมตัวเองอย่างมาก แต่ Soft Resolution คือการทำงานสอดคล้องกับพลังที่เหลืออยู่โดยไม่ต้องฝืน และเปลี่ยนคำว่า ‘ต้อง’ เป็น ‘อยาก’ เช่น อยากรู้สึกแบบไหนมากขึ้น อะไรที่อยากรักษาไว้ อะไรที่อยากปรับ เมื่อสมองรู้สึกว่ามีอิสระ การเปลี่ยนแปลงจะไม่ต่อต้านเรา</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>อารมณ์นำพฤติกรรม</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-100-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185308" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-100-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-100-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-100-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-100-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-100-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-100-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-100-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-100-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-100.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong>สิ่งที่เรียกว่าพฤติกรรมไม่เคยเกิดขึ้นแบบลอยๆ แต่มักตามมาหลัง ‘อารมณ์’ เสมอ เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกถูกบังคับ สมองจะคิดต่อต้านทันที แต่หากว่ารู้สึกถูกเข้าใจ สมองจะให้ความร่วมมือ ดังนั้นปณิธาณแบบ Soft Resolution ที่ทำให้ไม่รู้สึกถูกบังคับ เช่น อยากทำงานโดยไม่เกลียดตัวเอง หรืออยากพักโดยไม่รู้สึกผิด จะให้ความรู้สึกที่อิสระมากกว่า และเมื่ออารมณ์เปลี่ยน พฤติกรรมที่ตามมาก็จะค่อยๆ เปลี่ยนตามเอง</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เติบโตโดยปราศจากจากการถูกคุกคาม</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-100-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185309" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-100-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-100-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-100-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-100-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-100-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-100-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-100-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-100-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-100.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong>New Year’s Resolution แบบเดิมมักกระตุ้นระบบสมองให้เกิดการตอบสนองแบบ ‘สู้หรือหนี’ (Fight or Flight) ซึ่งเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายและจิตใจเมื่อรับรู้ถึงภัยคุกคาม ทำให้ร่างกายเตรียมพร้อมจะต่อสู้หรือหนีเพื่อเอาชีวิตรอด เช่น ถ้าไม่ทำจะล้มเหลว ถ้าไม่ทำจะตามคนอื่นไม่ทัน ถ้าไม่ทำจะรู้สึกไม่ดีพอ หากแต่มนุษย์ไม่ได้เติบโตได้ดีในสภาวะถูกคุกคาม แม้จะเป็นการคุกคามจากความคาดหวังจากตัวเองก็ตาม Soft Resolution จึงเป็นสิ่งตรงกันข้ามที่ทำให้ระบบประสาทเข้าสู่โหมดปลอดภัย เหมือนเปิดโหมดการเรียนรู้และปรับตัว เมื่อระบบประสาทสงบ การเปลี่ยนแปลงที่ตามมาจะยั่งยืนกว่า</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กระบวนการสำคัญกว่าผลลัพธ์</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-100-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185312" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-100-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-100-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-100-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-100-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-100-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-100-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-100-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-100-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-100.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong>คนที่เติบโตระยะยาวหลายคนไม่ได้หมกมุ่นอยู่กับเส้นชัย แต่เลือกใส่ใจกับวิธีเดิน หากการตั้งเป้าหมายแบบเดิมเป็นการมอง ‘ผลลัพธ์’ ว่าสำเร็จหรือยัง Soft Resolution คือการเปลี่ยนคำถามเป็น ‘รู้สึกกับสิ่งนี้อย่างไร’ ไม่ใช่การติ๊กเช็กลิสต์ว่าทำสำเร็จไปแล้วกี่อย่าง แต่คือการครุ่นคิดว่าสิ่งนั้นทำให้เรารู้สึกกับมันไหม ซึ่งสามารถเปลี่ยนคุณภาพชีวิตได้ สิ่งนี้สำคัญเพราะการเปลี่ยนความสัมพันธ์มักยั่งยืนกว่าการเปลี่ยนผลลัพธ์</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ตั้งขอบเขตทางใจไม่ให้เหนื่อยล้า</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-100-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185310" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-100-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-100-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-100-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-100-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-100-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-100-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-100-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-100-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-100.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>หลายคนที่เหนื่อยล้าอาจไม่ใช่เพราะทำมากแต่เพราะ ‘ฝืน’ มากต่างหาก ซึ่งการตั้งเป้าหมายแบบ ‘บังคับ’ นี่เองทำให้ร่างกายและสมองตีความการขาดการควบคุมและความเครียดที่เกิดขึ้นว่าเป็นภัยคุกคามต่อการอยู่รอด และกระตุ้นให้สมองตอบสนองอย่างต่อเนื่องจนทำให้พลังงานทางกายและจิตใจค่อยๆ หมดไป ดังนั้น Soft Resolution คือการตั้งขอบเขตทางใจ เป็นการบอกตัวเองว่าอะไรไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ อะไรไม่ต้องรีบ และอะไรไม่ต้องอธิบาย ซึ่งขอบเขตที่ไม่กดดันนี้ก็คือรูปแบบหนึ่งของการดูแลตัวเอง</p>



<p>บางทีชีวิตอาจไม่ได้ตัดสินกันแค่ที่ผลลัพธ์หรือคำถามว่าไปไกลแค่ไหน แต่มันหมายถึงว่าเราจะอยู่กับชีวิตอย่างไรระหว่างทาง Soft Resolution จึงไม่ได้หมายถึงการลดความคาดหวัง แต่คือการเลือกความแข็งแรงอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นความแข็งแรงที่ยั่งยืนและอยู่ได้นานกว่า</p>



<p>การเติบโตไม่จำเป็นต้องประกาศตัวเสมอไป มันอาจค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งที่เงียบงันและไม่เร่งรีบก็เป็นได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/soft-resolution/">ปีใหม่ต้องดีกว่าเดิม…แบบไม่ต้องฝืน ‘Soft Resolution’ ความตั้งใจเปลี่ยนชีวิตโดยไม่ใช้แรงกดดันเป็นเครื่องมือ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แสงปลายปี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/last-year-morning-light/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จารุเดช ไชยเลิศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Dec 2025 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=184884</guid>

					<description><![CDATA[<p>แสงแดดในตอนเช้าที่ส่องกระทบทำองศาพอดีกับใบหน้า เหมือนถ้อยคำกระซิบเบาๆ ในยามเช้าที่ปลุกเราจากการหลับใหล พอเข้าเดือนธันวาแสงของพระอาทิตย์ก็เริ่มเปลี่ยนไป อ่อนลง นุ่มลง ราวกับกำลังพักหายใจจากการเดินทางหลังปีอันยาวนาน ทุกก้าว คือเรื่องราวของปีที่ผ่านมา ความทรงจำมองดูคล้ายราวกับใบไม้ที่ร่วง บางใบเปล่งประกายสะท้อนแสง บางใบหล่นลงสู่พื้นดิน แสงพระอาทิตย์ยังคงลอดผ่านใบไม้เหล่านั้น หากเราหยุดพักและมองรายละเอียดรอบตัว เราจะเห็นความงามอ่อนโยนของแสงที่ลอดผ่าน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/last-year-morning-light/">แสงปลายปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>แสงแดดในตอนเช้าที่ส่องกระทบทำองศาพอดีกับใบหน้า เหมือนถ้อยคำกระซิบเบาๆ ในยามเช้าที่ปลุกเราจากการหลับใหล พอเข้าเดือนธันวาแสงของพระอาทิตย์ก็เริ่มเปลี่ยนไป อ่อนลง นุ่มลง ราวกับกำลังพักหายใจจากการเดินทางหลังปีอันยาวนาน ทุกก้าว คือเรื่องราวของปีที่ผ่านมา ความทรงจำมองดูคล้ายราวกับใบไม้ที่ร่วง บางใบเปล่งประกายสะท้อนแสง บางใบหล่นลงสู่พื้นดิน แสงพระอาทิตย์ยังคงลอดผ่านใบไม้เหล่านั้น หากเราหยุดพักและมองรายละเอียดรอบตัว เราจะเห็นความงามอ่อนโยนของแสงที่ลอดผ่าน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-1024x683.png" alt="" class="wp-image-184886" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-1024x683.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-300x200.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-768x512.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-600x400.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-475x317.png 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-720x480.png 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-360x240.png 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01.png 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-1024x683.png" alt="" class="wp-image-184887" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-1024x683.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-300x200.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-768x512.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-600x400.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-475x317.png 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-720x480.png 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-360x240.png 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02.png 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-1024x683.png" alt="" class="wp-image-184889" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-1024x683.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-300x200.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-768x512.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-600x400.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-475x317.png 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-720x480.png 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-360x240.png 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03.png 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-1024x683.png" alt="" class="wp-image-184890" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-1024x683.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-300x200.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-768x512.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-600x400.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-475x317.png 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-720x480.png 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-360x240.png 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04.png 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-1024x684.png" alt="" class="wp-image-184892" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-1024x684.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-300x200.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-768x513.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-600x401.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-475x317.png 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-720x480.png 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-360x240.png 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05.png 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="682" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-682x1024.png" alt="" class="wp-image-184893" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-682x1024.png 682w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-200x300.png 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-768x1153.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-600x901.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-210x315.png 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06.png 800w" sizes="(max-width: 682px) 100vw, 682px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="682" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-682x1024.png" alt="" class="wp-image-184894" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-682x1024.png 682w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-200x300.png 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-768x1153.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-600x901.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-210x315.png 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07.png 800w" sizes="(max-width: 682px) 100vw, 682px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="682" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/08-682x1024.png" alt="" class="wp-image-184895" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/08-682x1024.png 682w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/08-200x300.png 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/08-768x1153.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/08-600x901.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/08-210x315.png 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/08.png 800w" sizes="(max-width: 682px) 100vw, 682px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/09-683x1024.png" alt="" class="wp-image-184896" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/09-683x1024.png 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/09-200x300.png 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/09-768x1152.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/09-600x900.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/09-210x315.png 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/09.png 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/10-683x1024.png" alt="" class="wp-image-184897" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/10-683x1024.png 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/10-200x300.png 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/10-768x1152.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/10-600x900.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/10-210x315.png 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/10.png 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/last-year-morning-light/">แสงปลายปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
