<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Relationships &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/relationships/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/relationships/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 18 Mar 2026 04:32:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>บาส พูนพิริยะ กับสุขเล็กๆ ที่เรียกว่าปั๊ก เมื่อด๊อกด๋อยและผองเพื่อนสอนให้รู้ว่าโลกนี้ยังมีเรื่องที่ใหญ่กว่าตัวเรา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/baz-poonpiriya-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วงศกร ลอยมา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Mar 2026 08:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Relationships]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[บาสพูนพิริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[Gohan]]></category>
		<category><![CDATA[กฮังหัวใจโกโฮม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=186145</guid>

					<description><![CDATA[<p>Plot เรื่องราวการเติบโตของ บาส พูนพิริยะ จากคนไม่เคยเลี้ยงหมามาก่อนในชีวิต สู่การเลี้ยงหมาครั้งแรกในวัยใกล้เลขสี่ ที่ได้นำพาให้เขาได้ไปเจอและรับเลี้ยงหมาอีก 6 ตัว ซึ่ง 5 ตัวในนั้นเป็นหมาจร การเป็นพ่อหมาทำให้เขาอยากเล่าเรื่องราวของหมาจรจึงเกิดเป็น Gohan หนังหมาเรื่องแรกจาก GDH ที่เขาเป็นทั้งโปรดิวเซอร์และผู้กำกับร่วม Character Background 7 ตัวคือจำนวนน้องหมาที่เขาเลี้ยง บาสเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่เลี้ยงหมา ทั้งเคยถูกหมากัดเลยมีความกลัวสัตว์เลี้ยงชนิดนี้อยู่ลึกๆ ในวันที่เริ่มเลี้ยงหมาตัวแรกในชีวิต ตอนนั้นอายุเขาเฉียดใกล้เลขสี่แล้ว นั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ จากคนไม่อินกลายเป็นพ่อหมาขนานแท้ เขามักช่วยหมาจรหาบ้านและหาเจ้าของที่พร้อมเลี้ยงอยู่เป็นประจำ และเขาเพิ่งมีแม่บ้านคนแรกในชีวิต เธอชื่อว่าน้ำชา คอยช่วยเขาเลี้ยงหมาที่บ้าน Genre โรแมนติกดราม่า / Coming of Age Cast บาส พูนพิระยะ Directors ด๊อกด๋อย เจียงฮาย ด๊องแด๊ง โอริโอ้ บราวนี่ คากิ เต้าฮวย Producer ะเดย์ Gohan or Go Home เราไม่มีคำถามถึงความรักที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/baz-poonpiriya-interview/">บาส พูนพิริยะ กับสุขเล็กๆ ที่เรียกว่าปั๊ก เมื่อด๊อกด๋อยและผองเพื่อนสอนให้รู้ว่าโลกนี้ยังมีเรื่องที่ใหญ่กว่าตัวเรา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>Plot</strong></p>



<p>เรื่องราวการเติบโตของ บาส พูนพิริยะ จากคนไม่เคยเลี้ยงหมามาก่อนในชีวิต สู่การเลี้ยงหมาครั้งแรกในวัยใกล้เลขสี่ ที่ได้นำพาให้เขาได้ไปเจอและรับเลี้ยงหมาอีก 6 ตัว ซึ่ง 5 ตัวในนั้นเป็นหมาจร การเป็นพ่อหมาทำให้เขาอยากเล่าเรื่องราวของหมาจรจึงเกิดเป็น Gohan หนังหมาเรื่องแรกจาก GDH ที่เขาเป็นทั้งโปรดิวเซอร์และผู้กำกับร่วม<br></p>



<p><strong>Character Background</strong></p>



<p>7 ตัวคือจำนวนน้องหมาที่เขาเลี้ยง บาสเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่เลี้ยงหมา ทั้งเคยถูกหมากัดเลยมีความกลัวสัตว์เลี้ยงชนิดนี้อยู่ลึกๆ ในวันที่เริ่มเลี้ยงหมาตัวแรกในชีวิต ตอนนั้นอายุเขาเฉียดใกล้เลขสี่แล้ว นั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ จากคนไม่อินกลายเป็นพ่อหมาขนานแท้ เขามักช่วยหมาจรหาบ้านและหาเจ้าของที่พร้อมเลี้ยงอยู่เป็นประจำ และเขาเพิ่งมีแม่บ้านคนแรกในชีวิต เธอชื่อว่าน้ำชา คอยช่วยเขาเลี้ยงหมาที่บ้าน</p>



<p><strong>Genre</strong></p>



<p>โรแมนติกดราม่า / Coming of Age</p>



<p><strong>Cast</strong></p>



<p>บาส พูนพิระยะ</p>



<p><strong>Directors</strong></p>



<p>ด๊อกด๋อย เจียงฮาย ด๊องแด๊ง โอริโอ้ บราวนี่ คากิ เต้าฮวย</p>



<p><strong>Producer</strong></p>



<p>ะเดย์</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/01-3-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-186147" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/01-3-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/01-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/01-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/01-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/01-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/01-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/01-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/01-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Gohan or Go Home</strong></h2>



<p class="has-text-align-left">เราไม่มีคำถามถึงความรักที่ บาส พูนพิริยะ มีต่อการทำหนัง เพราะเจ้าตัวเคยพูดไว้ว่าอยากทำหนังไปตลอดชีวิต แต่แง่มุมที่เราสนใจคือหนังแต่ละเรื่องสะท้อนความคิดและสิ่งที่เขาอินอยู่ในตอนนั้น</p>



<p class="has-text-align-left">เขาเคยอธิบายว่าตอนทำเคาท์ดาวน์ เขาคือวัยรุ่นที่อยากพิสูจน์ตัวเอง มาเรื่องที่ 2 ฉลาดเกมส์โกง เขาสนใจระบบและโครงสร้างทางสังคม (ที่ไม่เท่ากัน) 5 ปีถัดมา เขากลับไปสำรวจทุกความสัมพันธ์ในชีวิตผ่าน One For the Road และหนังเรื่องล่าสุดอย่าง Gohan เขาจูงมือเราไปสำรวจโลกของหมาจร</p>



<p class="has-text-align-left">อยากมีบ้านให้กลับ อยากมีนุดให้กอด &#8211; แค่คำโปรยสั้นๆ ในตัวอย่างหนังก็เล่นเอาขอบตารื้น</p>



<p class="has-text-align-left">Gohan เป็นหนังเรื่องแรกของ GDH ที่มีหมาเป็นตัวดำเนินเรื่อง โดยจะเล่าถึงหมาจร 3 ช่วงวัย ผ่านผู้กำกับ 3 คน ได้แก่ อัตตา-อัตตา เหมวดี บาส พูนพิริยะและ หมู-ชยนพ บุญประกอบ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/02-2-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-186148" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/02-2-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/02-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/02-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/02-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/02-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/02-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/02-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/02-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><br>“ผมคนแรกเลยเหรอครับ” พ่อหมาอย่างบาสแววตาลุกวาว เมื่อได้รู้ว่าเราเลือกสัมภาษณ์เขาเป็นคนแรกสำหรับ Relationships คอลัมน์ใหม่แกะกล่องจาก a day</p>



<p>มีคนเคยพูดว่า ถ้าอยากรู้ตัวตนและไลฟ์สไตล์ของใครคนหนึ่งให้ลองไปบ้านเขาดู ตั้งแต่ก้าวแรกที่ก้าวเข้ามาในบ้านของผู้กำกับคนนี้ เราสรุปเอาเองว่ามีอยู่สองสิ่งที่เจ้าของบ้านให้ความสำคัญ สองสิ่งนั้นคือหนังและหมา หนัง เราเห็นโปสเตอร์หนังติดตั้งอยู่หลายมุมของบ้าน หมา เราเห็นรูปถ่ายน้องหมาอัดกรอบอย่างดีติดตั้งอยู่ทั่วบ้าน ต่อเมื่อเหลือบตาต่ำลงมาก็เห็นเหล่าน้องหมา (ตัวจริง) กำลังวิ่งซุกซน พ่อหมาก็คอยปรามและแนะนำพี่ๆ ผู้มาเยือนให้ลูกๆ คุ้นเคย</p>



<p>ชีวิตของตัวละครในหนังเขาคือคนกำกับ แต่ในชีวิตจริง คนกำกับเขาคือเหล่าน้องหมา ก่อนจะคุยถึงแก๊งสี่ขาที่ซุกซนอยู่รอบๆ เขา เราขอคุยถึง เจ้าหนู / ไอ้ / ลุง โกฮัง ก่อนดีกว่า</p>



<p><strong>โกฮัง ชื่อนี้มีที่มายังไง</strong></p>



<p>จริงๆ โกฮังเป็นหมาในความทรงจำของพี่วัน (วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์) พี่วันเคยมีหมาข้างบ้านที่ผูกพันมากๆ ชื่อโกฮัง เหมือนพี่วันเขาเคยไปป้อนข้าวป้อนน้ำอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วน้องก็ไม่อยู่แล้ว พอคิดจะทำหนังหมาก็ลองโยนชื่อนี้ขึ้นมา <em>เอาไหมชื่อนี้</em> มันก็เป็นชื่อที่น่ารักดี</p>



<p><strong>จุดเริ่มต้นไอเดียของการเอา 3 ผู้กำกับมาทำเรื่องเดียวกัน</strong></p>



<p>ด้วยความที่ผมเลี้ยงหมา อินกับหมา แล้วผมก็มีโอกาสได้ไปช่วยหมาจรด้วย แล้วหมาจรบ้านเราเป็นปัญหาที่ไม่มีใครสนใจ ไม่ได้รับการแก้ไขสักที มันเลยทำให้เห็นเรื่องราวบางอย่าง ที่ในฐานะคนทำหนังและในฐานะพ่อหมารู้สึกว่าอยากเล่า&nbsp;</p>



<p>ก็เลยพยายามกล่อมหูพี่วันตลอดเวลาว่า <em>เฮ้ย พี่ เรามาทำหนังหมากันเถอะ </em>เพราะผมก็เพิ่งมารู้ทีหลังว่าพี่วันก็อินกับหมาด้วยหลังจากทำงานด้วยกันมาเป็นสิบปี แต่ช่วงก่อนหน้านั้นตัวผมเองก็มีโปรเจกต์อื่นที่ยังเขียนบทอยู่ ยังไม่มีเวลามาทำแบบ 100%</p>



<p>จนวันหนึ่งพี่วันก็รู้สึกว่า <em>เอ๊ะ งั้นก็ลองทำเป็นหนัง 3 ช่วงชีวิตของน้องหมา 1 ตัว โดยใช้ผู้กำกับ 3 คนไหม</em> เพราะในแง่การทำงานมันก็จะไม่โหลดผมมากเกินไป ซึ่งมันก็ตอบโจทย์ตัวผมที่ว่า ถ้าสมมติหนังเรื่อง Gohan เป็นผมกำกับคนเดียว ผมก็คงจะพูดถึงชีวิตน้องหมาในมุมๆ หนึ่งที่ผมสนใจและถนัด แต่มันมีอีกหลายมุมในชีวิตของน้องเหล่านี้ที่เราอาจจะไม่เหมาะในการเล่า</p>



<p><strong>ผู้กำกับแยกกันเขียนบทคนละพาร์ตเลยใช่ไหม</strong></p>



<p>ใช่ แยกกันไปเลย แต่ว่าก่อนจะแยกกันก็มีการพูดคุย Direction กันก่อน น้องหมา 3 ตัว 3 ช่วงวัย ใครอยากรับผิดชอบวัยไหน อยากพูดด้วยน้ำเสียงแบบไหน คุยสิ่งนั้นกันก่อนแล้วค่อยแยกไปทำงาน</p>



<p><strong>ระหว่างกำกับหมาและกำกับคน แตกต่างกันไหม</strong></p>



<p>ต่างนะ เรากำกับหมาเหมือนกำกับคนไม่ได้ ถ้ากำกับคนเราสามารถบี้ได้ว่าต้องการอารมณ์แบบไหน แต่หมาต้องใช้ทริกมากกว่านั้น เราต้องทำงานร่วมกับแอกติงโคช ทำงานร่วมกับครูฝึกสุนัข ร่วมกับตากล้อง ร่วมกับผู้ช่วยว่าเราจะทำยังไงให้น้องหันมาในจังหวะนี้ ให้ส่งเสียงเห่าแบบนี้ หรือให้ทำท่าเหนื่อยแบบนี้</p>



<p><strong>พอมีข้อจำกัดเยอะกว่ากองทั่วไป การทำงานยากขึ้นไหม</strong></p>



<p>ยากขึ้น เพราะมันมีหลายอย่างต้องระวัง เช่น เรื่องความปลอดภัย เรื่องชั่วโมงการทำงาน เราต้องไม่ทำให้น้องเขาเหนื่อยเกินไปในการถ่ายทำ แต่เอาเข้าจริง พอทำงานกับหมา ผมรู้สึกว่าตัวเองยอมอ่อนลง บางทีถ้ากำกับนักแสดงที่เป็นคนเราก็จะแบบ <em>เฮ้ย เค้นให้มันได้ดีที่สุดสิวะ </em>แต่กับน้อง ผมให้ผ่านง่ายๆ เลย <em>มันโอเคแล้ว เดี๋ยวตัดต่อแล้วใช้เพลงช่วยเอา ไม่เป็นไร</em></p>



<p><strong>คือใจดีกับหมา</strong></p>



<p>เราจะมีความสงสาร ไม่กล้าถ่ายหลายเทกมาก แต่กับคนนี่แบบเทกยับเลยนะ (หัวเราะ)</p>



<p><strong>ช่วงที่หนังกำลังจะเข้าโรง ในฐานะผู้กำกับคุณรู้สึกยังไง</strong></p>



<p>ผมภูมิใจกับมันนะ ปกติผมจะไม่ค่อยพูดประโยคนี้กับงานที่ตัวเองทำ เราจะรู้สึกว่าไม่ค่อยกล้าพูด แต่กับเรื่องนี้ ผมไม่ได้ทำคนเดียว 100% ผมเห็นงานที่เราและน้องๆ ทำกันแล้วมันเห็นผลลัพธ์ในสิ่งที่นึกไม่ถึงว่ามันจะให้ความรู้สึกแบบนี้ได้</p>



<p>หลังจากให้คนทำงานดู มันมีคอมเมนต์หลายๆ อย่างที่ฟังแล้วรู้สึกว่าหนังมันเดินมาสู่จุดที่พวกเราตั้งใจไว้ เราอยากให้คนดูหนังจบ เดินออกจากโรงมาแล้วถ้าเห็นน้องหมาหรือน้องแมวจร หรือไม่ต้องจรก็ได้นะ มองว่าน้องๆ เหล่านั้นก็เป็นเพื่อนร่วมโลกของเราเหมือนกัน</p>



<p><strong>คุณชอบถ่ายรูปนอนดูหนังกับหมาลงอินสตาแกรมอยู่บ่อยๆ พอต้องทำหนังหมาคุณดูหนังเกี่ยวกับหมาเยอะขึ้นไหม</strong></p>



<p>จริงๆ ผมไม่ค่อยอินกับการดูหนังหมาเยอะขนาดนั้นนะ ความหลากหลายของหนังหมามันอาจจะน้อยกว่าหนังทั่วไป แต่ช่วงที่ถ่ายโกฮังนี่ดูเยอะ ดูว่าเขาถ่ายยังไง เขาคุมน้องๆ ยังไง เขาเล่าด้วยวิธีไหนบ้าง</p>



<p><strong>ถ้าหมาตายในหนัง</strong></p>



<p>ไม่ได้เลยว่ะ ล่าสุดเพิ่งดู <em>Kingsman</em> เป็นหนังแอกชันที่ผมชอบมาก ผมกดดูภาค 2 มีฉากปั๊กโดนขีปนาวุธยิงใส่ ระเบิดตู้ม ผมปิดเลย ไม่ดู ต่อให้จะอยากดูต่อขนาดไหนก็ตาม ทำร้ายจิตใจกันมากเกินไป (หัวเราะ)<br></p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ทะเบียน Bark</strong></h2>



<p>ด๊อกด๋อย : ลูกสาวคนแรก สายพันธุ์ปั๊ก ปัจจุบันมีหลายฉายา เจ๊ด๋อย ป้าด๋อย นังด๋อย หนู ฯลฯ สรีระอ้วนจ้ำม่ำ หมาที่ทำให้ความคิดและชีวิตของป๊าบาส เปลี่ยนไปในแบบที่ไม่เคยคาดหวัง หนูเป็นของขวัญที่พิเศษที่สุดในชีวิต ป่ะป๊าเขาว่าอย่างนั้น</p>



<p>เจียงฮาย : หมาตัวที่ 2 ในชีวิต เจอกันครั้งแรกตอนไปออกกองที่เชียงราย มีฉายาว่า Sweet Boy หรือลุงเจียงฮายของน้องๆ ชอบนอนตากแดดตอนเช้า นิสัยเงียบๆ ขรึมๆ ไม่ค่อยอะไรกับใคร&nbsp; ชอบเดินเล่นเป็นที่สุด แม้สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง สถานะกลับดาวแล้ว</p>



<p>ด๊องแด๊ง : ลูกสาวคนนี้ป๊าบาสเห็นจากโพสต์เฟซบุ๊กในชมรมหมาแมวจร รู้สึกถูกใจเพราะเป็นปั๊กเหมือนลูกสาวคนแรก ป๊าบาสบอกว่าด๊องแด๊งถูกคนอุ้มไปทิ้งไว้ที่ 7-11 ร้านก๋วยเตี๋ยวแถวนั้นสงสารจึงอุ้มไปใส่ลังกระดาษและติดป้ายกำกับว่า <em>ใครลืมน้องไว้ช่วยมารับไปด้วย</em> วันแล้ววันเล่าก็ไม่มีใคร อย่ากระนั้นเลย ด๊องแด๊งต้อนรับป๊าบาสด้วยการอ้วกออกมาเป็นส้มตำ</p>



<p>โอริโอ้ : รายนี้อินโทรเวิร์ตที่สุด จิ๋วที่สุด เป็นน้องหมาที่ถูกเจ้าของทิ้ง ป๊าบาสเล่าว่าเจ้าของเก่าย้ายไปต่างจังหวัดแล้วทิ้งเจ้านี่ไว้ในหมู่บ้าน คุณปู่ใจดีคนหนึ่งโพสต์ประกาศขอความช่วยเหลือพร้อมกับหมาอีกสองตัว ป๊าบาสไปรับมากะจะช่วยหาบ้านหลังใหม่ให้ ปรากฏโดนเจ้านี่ตก เลยกลายเป็นสมาชิกตัวที่สี่</p>



<p>บราวนี่ : สตอรีเข้าขั้นน่าสงสาร บราวนี่เป็นหมาที่ถูกทารุณกรรม โดนลวดมัดปาก มีรอยฟกช้ำตามร่างกาย ป๊าบาสเลยไปรับมาเลี้ยง อยู่ด้วยกันมาสองปี บราวนี่ป่วยเป็นเบาหวาน จึงต้องฉีดอินซูลินทุกวัน ด้วยความที่บราวนี่เคยถูกทำร้ายมา เขาจะดุร้าย ป๊าบาสและพี่น้ำชาที่พยายามฉีดอินซูลินให้ถูกกัดหลายแผล สุดท้ายเลยต้องย้ายไปอยู่กับอาสาคนแรกที่ช่วยเขามา ชื่อพี่ต่าย โดยป๊าบาสยังรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอาหารและยาอยู่ตลอด</p>



<p>คากิ : ตอนแรกนึกว่าเป็นหมามีเจ้าของ เพราะสภาพยังไม่มอมแมมมาก คนช่วยกันติดป้ายประกาศตามหาเจ้าของ หายังไงก็หาไม่เจอ ป๊าบาสเห็นในรูปนึกว่าเป็นคอร์กี้ พอมาเจอตัวจริง เฮ้ย ก็อดซิลล่านี่หว่า ช่วงนั้นเจียงฮายเพิ่งเสีย ป๊าบาสจึงรับคากิมาอยู่ด้วย</p>



<p>เต้าฮวย : คุณคนนี้ถูกประกาศขายในเฟซบุ๊กด้วยค่าตัวแค่ 500 บาท ป๊าบาสว่าเขาเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ทำท่าว่าจะรับหมามาเลี้ยง แต่จริงๆ เอามาขาย ป๊าบาสและทีมอาสาจึงล่อซื้อ เอาตำรวจไปจับด้วย (แต่ท่านๆ ก็ไม่ทำอะไรต่อ) อีท่าไหนไม่รู้ เจ้านี่เลยกลายมาเป็นสมาชิกคนล่าสุดของบ้าน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/03-4-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-186214" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/03-4-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/03-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/03-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/03-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/03-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/03-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/03-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/03-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Love at First Bark</strong></h2>



<p>เมื่อครั้งยังเด็ก เราอาจเคยผ่านช่วงเวลาที่ออดอ้อนพ่อกับแม่ว่าอยากได้หมามาเลี้ยงเป็นเพื่อนสักตัว ก็มันน่าร๊าก ไม่ดื้อ แถมช่วยเฝ้าบ้านได้ด้วย (นี่ โน้มน้าวกันดื้อๆ อย่างนี้เลย) แต่ก็มีเด็กหลายคนที่เติบโตมาในบ้านที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงสักตัว บาสคือเด็กคนนั้น</p>



<p>เขาเติบโตมาพร้อมกับน้องสาว (จูนจูน-พัชชา พูนพิริยะ) เขาเล่าว่าตั้งแต่เด็กจนโต (หมาเลียก้นไม่ถึง) ไม่เคยคิดจะเลี้ยงหมาเลย แถมเคยถูกหมางับเข้าให้ครั้งหนึ่งแล้วเข็ด มีความกลัวเล็กๆ ในใจ และที่บ้านเองก็ไม่ได้สอนหรือเลี้ยงดูให้เติบโตมาเป็นคนที่จะเอ็นดูหมาด้วยซ้ำ กว่าที่หมาตัวแรกจะเดินเข้ามาในชีวิต อายุก็ใกล้แตะเลขสี่แล้ว</p>



<p>ถ้าชีวิตเขาเป็นหนังสักเรื่อง ซีนนี้แหละ Turning Point</p>



<p><strong>อะไรทำให้ตัดสินใจเลี้ยงหมาตัวแรกในชีวิต</strong></p>



<p>ตอนนั้นอายุน่าจะเกือบ 40 แล้ว ผมตัดสินใจซื้อด๊อกด๋อยมาเพราะแฟนเก่า ตอนนั้นเขาอยากเลี้ยงหมามาก โดยเฉพาะหมาพันธุ์ปั๊ก ก็พยายามพูดกรอกหูเราตั้งแต่คบกันแรกๆ พอย้ายจากคอนโดและมาซื้อบ้านที่นี่ ผมรู้สึกว่าไหนๆ พื้นที่มันก็พร้อมแล้ว ก็เลยซื้อเจ้านี่ (ด๊อกด๋อย) มาเซอร์ไพรส์เขาในวันเกิด ยังจำได้เลยว่าตอนซื้อมายังบอกว่าเธอเลี้ยงนะ ฉันไม่เลี้ยง ฉันจะออกไปทำงาน</p>



<p><strong>พอมีหมาบรรยากาศในบ้านเปลี่ยนไปไหม</strong></p>



<p>เปลี่ยนเยอะ ตั้งแต่วันแรกที่ซื้อบ้านหลังนี้ เราซื้อเพราะดีไซน์ แบบว่าอยากจะมีบ้านเก๋ๆ กับเขา เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่เราชอบ ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งโซฟาจะเต็มไปด้วยรอยข่วน ต้องคลุมผ้าไว้แบบนี้ เพราะถ้าเปิดมาคือขาดหมดเลย (เปิดให้ดู) ซึ่งเราไม่อยากเปลี่ยนเพราะรู้สึกว่าเปลี่ยนมาก็เหมือนเดิม ก็ไม่เป็นไร ก็ใช้มันไปอย่างนี้แหละ</p>



<p>พอโซฟามีรอยข่วนบ้านก็เริ่มค่อยๆ แปรสภาพ เริ่มมีขนหมา เริ่มมีกลิ่นฉี่ที่มุมนั้นมุมนี้ คือมันเป็นธรรมชาติของการเลี้ยงหมาที่ในที่สุดเราก็รับได้ เพราะมันแลกมากับอะไรบางอย่างที่ไลฟ์สไตล์เดิมของเราให้ไม่ได้</p>



<p><strong>เมื่อก่อนคุณใช้ชีวิตแบบไหนเหรอ</strong></p>



<p>ถามน้ำชาได้ เมื่อก่อนพี่เมาทุกวันเลยเนอะ แต่พอเริ่มมีหมาเยอะขึ้น บวกกับเวลาทำงานที่ไม่แน่นอน ผมเริ่มรู้สึกว่าเลี้ยงไม่ไหว แทนที่จะเอาเวลาไปตามหาตัวเองตรงหน้าบาร์เหมือนเมื่อก่อน ผมเลือกกลับมาอยู่บ้านกับหมาและแฟนดีกว่า</p>



<p>นั่นคือที่มาของการมีแม่บ้านคนแรกในชีวิต (น้ำชา) ผมโตมาในบ้านที่ดูแลกันเองมาตลอด ไม่เคยมีแม่บ้านเลย โชคดีที่ได้น้ำชาเข้ามาช่วย เขาคือ MVP ของบ้านหลังนี้ และน้ำชา คือแรงบันดาลใจพาร์ทหนึ่งของหนัง Gohan</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/04-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186215" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/04-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/04-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/04-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/04-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/04-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/04-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/04-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/04-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><br><strong>ไหนๆ ก็มีพี่น้ำชาแล้วอยากรับหมามาเลี้ยงเพิ่มอีกไหม</strong></p>



<p>สำหรับบ้านนี้น่าจะลิมิตแล้วแหละ ไม่ไหวแล้ว (หัวเราะ) เพราะจริงๆ ตอนแรกก่อนที่จะตัดสินใจรับเลี้ยงเต้าฮวย ผมก็คุยแฟน คุยกับน้ำชา ว่าไม่น่าจะไหวแล้วนะ 5 ตัวเยอะมาก แต่พอช่วยเต้าฮวยมาก็โดนตกเพราะความน่ารัก ตอนช่วยมาน้ำหนักแค่ 3 กิโลเองนะ แปปเดียวตัวยืดขนาดนี้แล้ว ใช่จ้ะ ฉันเม้าท์เธออยู่ (หันไปบอกเต้าฮวย)</p>



<p><strong>เต้าฮวยน้องใหม่นี่มาอยู่ได้นานหรือยัง</strong></p>



<p>ประมาณ 3 เดือน ใช่ไหมนะน้ำชา ใช่ 3 เดือน รับมาตอนเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว</p>



<p><strong>ดูสงบนิ่งกว่าตัวอื่นๆ นะ</strong></p>



<p>ก็ไม่นะ เค้าเจื้อยแจ้ว แสบอยู่ อาจจะงง ไม่เคยเจอคนเยอะขนาดนี้</p>



<p>ถ้ายึดตามเส้นเรื่องของหนัง เมื่อผ่านพ้น Turning point ของตัวละครไปแล้ว การดำเนินเรื่องจะช้าลงและทยอยหยอดรายละเอียดมาให้ผู้ชมเก็บทีละชิ้นๆ เพื่อปูไปสู่ปลายทางของหนังที่ผู้กำกับต้องการ ซีนต่อไปเราจะพาไปสำรวจโลกของพ่อหมาในคราบผู้กำกับ วันๆ เขาใช้เวลาทำอะไรกับหมาบ้าง</p>



<p>เราอยากรู้ว่าเขาเป็นพ่อหมาแบบไหน ปราม หรือสปอยล์</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/image-11-1024x682.jpeg" alt="" class="wp-image-186146" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/image-11-1024x682.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/image-11-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/image-11-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/image-11-1536x1023.jpeg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/image-11-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/image-11-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/image-11-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/image-11-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/image-11.jpeg 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>The Dogfather</strong></h2>



<p>ในแต่ละวัน คนเลี้ยงหมาย่อมต้องแบ่งเวลาส่วนหนึ่งมาให้กับเจ้าพวกสี่ขาที่เดินลิ้นห้อยมาเลียแข้งเลียขาแล้วก็ออดอ้อนด้วยสายตาน่ารักน่าเอ็นดู คล้ายเป็นการส่งสัญญาณ<em> เฮ้ย นุด อั๊วหิว อั๊วปวดชิ้งฉ่อง อยากไปเดินเล่น</em> ถ้านุดยังไม่สนใจเจ้าพวกนั้นก็จะ <em>โฮ่งๆ</em> ไม่ก็ <em>บ๊อกๆ</em></p>



<p>สำหรับบ้านนี้ ในตอนเช้าตรู่ น้ำชารับหน้าที่ป้อนข้าวป้อนน้ำให้กับแก๊งสี่ขา ตกเย็นก็จับสวมปลอกคอพาไปเดินตากลมในหมู่บ้านและพบปะสังสรรค์ตามประสาหมามีสังคม วันไหนพ่อหมาว่างก็จะมาช่วยน้ำชาป้อนข้าวบ้าง เย็นๆ ก็พาไปเดินเล่นบ้าง</p>



<p>จากการพูดคุยกับบาส เราสรุปได้ว่าการเลี้ยงหมาสักตัวนั้นไม่ง่าย ยิ่งหลายตัวยิ่งแล้วใหญ่ มันอาศัยการดูแลเอาใจใส่และความรับผิดชอบสูงเอาเรื่อง อาหารต้องดี สภาพแวดล้อมต้องดี อากาศร้อนไปไหม สุขภาพดีหรือเปล่า ผู้ปกครองหมาต้องคอยอย่างสม่ำเสมอว่าลูกๆ โอเคไหม</p>



<p>เหมือนเลี้ยงลูกเลยนะเนี่ย</p>



<p><strong>ถ้าอยู่บ้านว่างๆ คุณทำอะไรกับหมาบ้าง</strong></p>



<p>ปกติจะนอนกับน้องๆ ข้างล่างตรงนี้ (โซฟาห้องนั่งเล่น) เราจะมีเบาะอันหนึ่งที่นอนด้วยกันทั้งหมด ถ้าวันไหนไม่ได้ทำงาน ตื่นเช้ามาผมก็จะช่วยน้ำชาให้ข้าวให้น้ำ แต่ส่วนมากจะเป็นน้ำชาที่รับผิดชอบให้อาหาร เพราะบางทีผมทำงานกลับมาบ้านดึก แล้วตื่นเช้าไม่ไหว ตอนเย็นก็จะพาไปเดินเล่นในหมู่บ้านแทน แล้วก็กลับมาให้ข้าวอีกรอบ</p>



<p><strong>พาออกไปเดินพร้อมกันเลยไหม</strong></p>



<p>ไม่พร้อมกัน แต่พยายามพาไปทุกตัว แบ่งเป็นรอบๆ หรือถ้าวันไหนผมอยู่บ้านว่างๆ ก็จะช่วยน้ำชาพาหมาออกไปเดินพร้อมกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/06-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186151" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/06-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/06-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/06-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/06-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/06-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/06-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/06-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/06-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><br><strong>นึกถึงรูปนั้นเลยที่ Daniel Radcliffe พาหมาไปเดินพร้อมกันหลายๆ ตัว</strong></p>



<p>(หัวเราะ) ผมเคยพยายามทำแบบนั้นนะ แต่มันไม่ได้จริงๆ คือนอกเหนือจากความเหนื่อยของเราในฐานะคนจูงแล้ว มันแอบอันตรายเหมือนกัน ผมเป็นพ่อหมาที่โคตร Overprotective เลยอ่ะ ผมกลัวนู่นกลัวนี่ กลัวลูกเจ็บ กลัวรถชน กลัวทุกอย่างไปหมดเลย เวลาจะพาลูกๆ ไปทำอะไรก็จะพยายามควบคุมความเสียหายให้ได้มากที่สุด</p>



<p><strong>เหมือนลูกเลย</strong> <strong>เคยคิดไหมว่าการเลี้ยงหมาเหมือนลูกกับการมีลูกจริงๆ เหมือนหรือต่างกันยังไง</strong></p>



<p>เราก็ไม่เคยมีลูกนะ แต่คนรอบตัวก็มีลูกกันหมดแล้ว เด็กก็คือมนุษย์ เดี๋ยวสักพักเขาก็จะโตขึ้น เขาจะมีความรู้สึก มีความนึกคิด มีความเป็นตัวเอง พ่อแม่ก็ต้องรับผิดชอบเขาในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง แต่น้องหมาเขาจะเป็นของเขาเหมือนเดิมแบบนี้ สิ่งที่ต้องการพื้นฐานมันไม่ได้มีอะไรซับซ้อน หิวก็กิน อิ่มก็นอน ปวดฉี่ก็ฉี่ เราแค่ต้องหาพื้นที่และชีวิตที่น่าจะเหมาะที่สุดให้เขา</p>



<p><strong>การเป็นพ่อหมาไม่ต่างอะไรจากการเป็นพ่อคนเลย</strong></p>



<p>ใช่ ผมรู้สึกว่าการเป็นพ่อหมามันเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ไปตลอด ไม่ว่าจะเป็นพ่อคนหรือพ่อหมา การเป็นพ่อหมามันทำให้รู้ว่าอะไรที่เรายังทำได้ไม่ดีพอ อะไรที่ควรพัฒนามากกว่านี้ อะไรที่ต้องลดทอนลง หรือบาลานซ์มากขึ้น ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นพ่อหมาที่ยังต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ อย่างน้อยที่สุดให้ลูกเรามีชีวิตที่ดี โอเคที่สุดเท่าที่จะมีได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/07-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186152" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/07-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/07-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/07-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/07-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/07-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/07-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/07-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/07-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><br>ในหนังเรื่อง The Godfather มีอยู่ซีนหนึ่งที่ ดอนวิโต้ คอร์เลโอเน กำลังลูบหัวแมวในห้องทำงาน และเขาเคยพูดไว้ว่า <em>คนที่ไม่มีเวลาให้ครอบครัว ไม่ใช่ลูกผู้ชายที่แท้จริง</em> คำพูดของดอนวิโต้ คอร์เลโอเนจากภาพยนตร์เรื่อง The Godfather สะท้อนออกมาให้เห็นในซีนที่เขากำลังลูบน้องแมวในห้องทำงาน กับคนที่มีอำนาจมากที่สุด ซีนนี้สะท้อนให้เห็นว่าความอ่อนโยนไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นหน้าที่ของผู้อุปถัมภ์มิใช่หรือที่ต้องดูแลสิ่งที่เปราะบางกว่า</p>



<p>โปรดเรียกพ่อหมาคนนี้ว่า The Dogfather!<br></p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Dogs are a man’s best friend</strong></h2>



<p>มีคนเคยบอกว่า<strong> </strong>มีหมาก็เหมือนมีเพื่อน แม้เจ้าสี่ขาจะไร้ทักษะการเจรจา แต่พลังวิเศษที่พวกเขามีคือทำให้เจ้าของอบอุ่นใจ เจอเรื่องแย่ๆ มาขอแค่ได้เล่นกับเขาก็รู้สึกดีขึ้น กระทั่งแค่มีหมามาป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆ ก็เป็นความสบายใจแล้ว</p>



<p>ก่อนวันไปสัมภาษณ์ เรากดเข้าไปเลื่อนดูในเฟซบุ๊กของบาสแล้วก็สะดุดกับสเตตัสหนึ่ง โพสต์ต้นทางตั้งคำถามว่า <em>สิ่งที่เมื่อก่อนเคยเชื่อ แต่ตอนนี้ไม่เชื่อแล้ว ของทุกท่านคืออะไรกันบ้างครับ </em>เขาแชร์แล้วกำกับข้อความไว้สั้นๆ ว่า <em>ความสามารถตัวเอง</em></p>



<p>แน่นอน เราคงไม่ชวนเขาขยายความในเรื่องนี้ เพียงแต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เราอยากรู้ว่าเขาจัดการและก้าวข้ามภาวะที่มีคำถามต่อตัวเองไปได้อย่างไร และให้ตายเถอะ! น้องหมาซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ (เหมือนจะ) ไม่เข้าใจมนุษย์เลย มีส่วนช่วยเขามากน้อยแค่ไหน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/08-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186153" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/08-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/08-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/08-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/08-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/08-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/08-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/08-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/08-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><br><strong>ตอนที่สงสัยในตัวเอง ถ้าเป็นเมื่อก่อนคุณรับมือยังไงเหรอ</strong></p>



<p>เมื่อก่อนผมอยู่กับอนาคตเยอะ ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ การวางแผนชีวิต การทำหนัง เราจะตั้งใจทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด และหวังว่างานนั้นจะเปิดประตูบานใหม่ให้เรา ถ้าเป็นผมในเวอร์ชันนั้นแล้วมีคำถามถึงความสามารถของตัวเอง ผมคงเครียดมากเลยว่ะ คงออกไปนั่งกินเหล้าคนเดียวที่บาร์ ทำตัวติสต์ๆ</p>



<p><strong>ถ้าเป็นตอนนี้ล่ะรับมือยังไง</strong></p>



<p>ตอนนี้ผมมีน้องหมาน้องแมว ผมว่าการมีสัตว์เลี้ยงมันทำให้เราอยู่กับปัจจุบันนะ มันทำให้เรารู้ว่าในจังหวะที่เรากำลังกังวลกับอนาคต แต่มันยังมีลมหายใจของไอ้พวกนี้ (ลูบหัวลูกๆ) อยู่รอบๆ เรา</p>



<p><strong>อย่างน้อยหมาก็ช่วยเราผ่านช่วงที่อ่อนแอไปได้</strong></p>



<p>เขาช่วยแบบไม่ช่วย (หัวเราะ) แค่มาอยู่รอบๆ เราก็โอเคแล้ว การเลี้ยงหมามันทำให้ผมรู้สึกว่าเรื่องที่รู้สึกว่ามันใหญ่ จริงๆ มันเล็กนิดเดียว คนไม่เลี้ยงอาจจะไม่เข้าใจ ผมตอบได้ประมาณนี้ ไม่สามารถบอกได้ชัดว่ามันเป็นเพราะอะไร ผมไม่รู้จริงๆ ไม่สามารถตอบอย่างเป็นเหตุเป็นผลได้ ผมรู้แค่ว่าแค่หันไปแล้วเห็นหมานอนกรนอยู่ มันก็โอเคแล้ว</p>



<p><strong>คิดว่าหมาทำให้คุณเป็นคนอ่อนโยนขึ้นไหม</strong></p>



<p>ไม่กล้าตอบคำถามนี้เลย (นิ่งคิด) ถ้าในพาร์ตของการทำงาน ผมคงไม่ได้เปลี่ยนไปมากขนาดนั้น ก็ยังเป็นคนที่โฟกัสและตั้งใจทำงานออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาจจะมีบางอย่างที่เปลี่ยน เช่น เมื่อก่อนเราพร้อมจะลุยงานหนัก ทำงานถึงดึกดื่น หลังๆ เราก็จะเริ่มมีความรู้สึกแบบ เชี่ย ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ค่อยทำ กลับบ้านหาหมาดีกว่า</p>



<p><strong>กับงานปลงได้มากขึ้น กับคนล่ะ</strong></p>



<p>ผมความคาดหวังกับคนน้อยลง จริงๆ ไม่อยากคาดหวังกับคนเลยด้วยซ้ำนะ รู้สึกว่าก็ไม่เป็นไร เราจะเป็นยังไง เขาจะเป็นยังไง เราก็แค่มาเจอกัน และเราก็ต่างมีแพ็กเกจบางอย่างที่ต้องรับผิดชอบ เวลาเจอปัญหาเราก็แก้ไป เสร็จแล้วก็กลับบ้านไปหาหมา แล้ววันนั้นก็จะผ่านไป</p>



<p><strong>ก่อนจะมีพี่น้ำชามาช่วยดูแลหมา เวลาไปทำงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศหลายวัน คุณดูแลลูกๆ ยังไง</strong></p>



<p>ก่อนมีน้ำชามาช่วย ถ้าผมต้องไปทำงานหลายวัน ไม่มีใครสามารถให้ข้าวให้น้ำได้เลยครับ เพราะครอบครัวผมก็ไม่ได้เลี้ยงหมา จะเอาไปฝากเพื่อนเลี้ยงก็ยังไงอยู่ ผมเลยต้องพาน้องไปฝากที่โรงแรมที่ไว้ใจได้ แต่เราก็รู้สึกสงสารเขานะ บางทีอยู่โรงแรมมันก็อยู่ในกรงซะเป็นส่วนใหญ่ แต่มันก็เป็นความรับผิดชอบของเราในฐานะเจ้าของ</p>



<p><strong>ถ้าเป็นตอนนี้ เลือกได้ไม่อยากห่างน้องๆ เกินกี่วัน</strong></p>



<p>1 วันเต็มที่แล้ว ถ้าไม่ติดว่าต้องไปทำงานต่างจังหวัด 1 วันก็คิดถึงแล้ว ถามน้ำชาสิ เวลาออกไปทำงานผมจะแบบพิมพ์ข้อความมาหาว่า เด็กๆ เป็นยังไงบ้าง ต้องให้น้ำชาถ่ายรูปให้ดูตลอดเวลา (หัวเราะและลูบหัวน้องหมา)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/09-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186154" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/09-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/09-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/09-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/09-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/09-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/09-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/09-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/09-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Isle of Dogs</strong></h2>



<p>เคยดูแอนิเมชันเรื่องนี้กันไหม</p>



<p>Isle of Dogs เป็นผลงานการกำกับของ เวส แอนเดอร์สัน ที่พาเราไปสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับหมาจรทั้ง 5 ตัวที่ตัดกันไม่ขาด ทั้งยังบอกเป็นนัยว่าถ้าเรามีความเห็นอกเห็นใจกัน มันสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังได้<br><br>ตัวละครอย่าง Chief สุนัขจรจัดที่ไม่เคยเชื่อใจมนุษย์ แต่สุดท้ายกลับถูกเยียวยาด้วยความรักที่บริสุทธิ์ของเด็กชายวัย 12 ขวบที่ชื่อ อาตาริ โคบายาชิ<br><br>อย่างที่ทราบ หมาแทบทุกตัวของพ่อหมาคนนี้ (ยกเว้นด๊อกด๋อย) ล้วนเป็นหมาจรที่ถูกมนุษย์ทิ้งและทำร้ายมาอย่างสาหัส นอกจากรับมาเลี้ยงเองแล้ว เขายังช่วยน้องๆ หมาจรตามหาเจ้าของที่ไว้ใจได้ โดยทำงานร่วมกับกลุ่มอาสา&nbsp;</p>



<p>เราเชื่อว่าการเข้าไปช่วยน้องหมาจรเหล่านั้น เขาไม่ได้เห็นแค่ความน่าสงสารของสัตว์ แต่คงเห็นแง่มุมที่น่าตั้งคำถามต่อคนเลี้ยงด้วย</p>



<p><strong>อะไรทำให้ปัญหาหมาจรในบ้านเราไม่หมดไปซักที</strong></p>



<p>ผมว่าหลักๆ เป็นเรื่อง Mindset คน แต่มันพัฒนาไปในทางที่ดีนะ ความรู้สึกที่คนมีต่อหมาแมวจรก็พัฒนาขึ้น แต่ผมรู้สึกว่ายังมีคนจำนวนมากที่ยังมองว่าหมาก็คือหมา แมวก็คือแมว ไม่ต้องไปอะไรมาก มันไม่ได้มีความสำคัญขนาดนั้น ความคิดทำนองนี้ทำให้เกิดการทอดทิ้งหมา ไม่ดูแลรับผิดชอบเขาให้ดี ใช้ความรุนแรง รวมถึงระบบกฎหมายที่ไม่เข้มงวดมากพอที่จะปกป้องน้องๆ เหล่านั้นได้</p>



<p><strong>เคยพยามทำความเข้าใจไหม ทำไมบางคนตัดสินใจทิ้งหมาทั้งที่ก็เป็นคนไปเอามาเลี้ยงเอง</strong></p>



<p>ผมพยายามทำความเข้าใจนะ เวลาเจอเคสหรือฟังเหตุผลของคนที่เลี้ยงต่อไม่ได้แล้ว หลายๆ เหตุผลมันก็สมเหตุสมผลในความรู้สึกของเขา ซึ่งไม่เท่ากับเราอยู่แล้ว ผมก็ไม่รู้นะว่าตอนเลี้ยงเขารู้สึกยังไง</p>



<p>แต่สำหรับผม แค่คิดถึงแววตาที่เขามองเรา คิดถึงจังหวะที่เขามาใกล้ๆ คิดถึงเสียงลมหายใจหรือเสียงกรนของเขา คิดถึงสัมผัสเขา คิดถึงขนที่ติดตามเสื้อ อะไรพวกนี้ทำให้รู้สึกว่าเขามีความสำคัญกับเราและโลกใบนี้ มากเกินกว่าแค่การพูดว่าก็แค่หมาตัวหนึ่ง</p>



<p><strong>หมาที่คุณช่วยหาบ้านใหม่ ส่วนใหญ่เป็นหมาพันธุ์อะไร</strong></p>



<p>ทุกวันนี้เคสที่ช่วยเป็นเคสหมาปั๊กเยอะมาก ผมเป็นคนแพ้หมาปั๊ก เห็นแล้วผมจะนึกถึงด๊อกด๋อยทุกที ปั๊กมันเหมือนเด็กจริงๆ มันช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ มีตัวหนึ่งช่วยมาตาบอดสองข้างเลย ตอนนี้ยังหาบ้านไม่ได้เลย</p>



<p><strong>ที่บอกว่าช่วยนี่ช่วยยังไง</strong></p>



<p>ผมจะทำงานกับอาสาคัดบ้าน เวลาเราช่วยหมา 1 ตัว กว่าที่เราจะตัดสินใจส่งต่อให้ใคร มันต้องมีการพูดคุยกันเยอะมาก เพื่อให้มั่นใจและเป็นการป้องกันว่าบ้านที่จะรับไปคือบ้านที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับน้อง เพราะก่อนหน้านี้ เราเคยช่วยหมา แล้วพอมีคนรับเลี้ยงปุ๊ปปรากฏว่าเขาไม่มีความพร้อมมากพอที่จะเลี้ยง หรือที่เป็นมิจฉาชีพก็มีเหมือนกัน<br><br>ในฐานะคนเลี้ยงหมาและอาสาที่พยายามจะช่วยหมาก็ต้องเรียนรู้และแก้ไขความผิดพลาดกันไป ถ้าผมมีความพร้อมหรือมีน้ำชาสัก 10 คน ผมคงรับหมามาเลี้ยงเยอะกว่านี้ แต่เรารู้ตัวว่าเราก็ทำงานเยอะ เราไม่อยากรับมาแล้วเป็นภาระ เพราะมันไม่ใช่แค่รับมาแล้วจบ แต่เราต้องรับผิดชอบในทุกมิติในชีวิตเขา</p>



<p><strong>อยากให้ช่วยแชร์ถึงคนคิดจะเลี้ยงหมา พวกเขาควรมีพร้อมในแง่มุมไหนบ้าง</strong></p>



<p>เริ่มจากเรื่องง่ายๆ อย่างที่อยู่อาศัย และควรรู้ไว้ก่อนว่าหมาแต่ละตัวมีความต้องการไม่เหมือนกัน บางตัวชอบวิ่งเล่น บางตัวชอบอยู่คนเดียว บางตัวเกลียดอากาศร้อน ที่อยู่อาศัยควรเหมาะสมกับน้องๆ เหล่านั้น</p>



<p>ความพร้อมในเรื่องเงินก็สำคัญมาก เพราะต้องยอมรับว่าการเลี้ยงหมามันเป็นกิจกรรมที่ใช้เงินเยอะ เดี๋ยวนี้เวลาพาน้องหมาน้องแมวที่ป่วยหรือไม่สบายไปหาหมอ ไม่ต่างจากการพาคนไปหาหมอเลย</p>



<p>แล้วก็ความพร้อมทางจิตใจ การรู้ว่าน้องไม่ใช่แค่เทรนด์ น้องไม่ได้มีมุมน่ารักอย่างเดียว น้องคือสิ่งมีชีวิตที่ต้องการอะไรบางอย่างจากเราเยอะเหมือนกัน และเราต้องรับผิดชอบต่อความรู้สึกนั้นด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/10-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186155" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/10-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/10-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/10-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/10-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/10-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/10-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/10-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/10-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Bark to the Future</strong></h2>



<p>ขอย้ำประโยคเดิมอีกครั้ง ถ้าชีวิตของพ่อหมาคนนี้เป็นหนัง อยากบอกว่านี่คือองค์สุดท้ายแล้ว</p>



<p>ซีนนี้ เราแฟลชแบ็กย้อนกลับไปในวันที่ 11 กันายน 2021 นี่คือเหตุการณ์ที่ตัวละเอกในเรื่องอย่างบาสเจอกับเจียงฮาย (ลูกคนที่ 2) เป็นครั้งแรก เจียงฮายมีฉายาว่า Sweet Boy ชื่อจริงของเขาคือ นายเจียงฮาย พูนพิริยะ หรือลุงเจียงฮายของน้องๆ</p>



<p>เจียงฮายเดินเข้ามาในชีวิตของเขาด้วยความบังเอิญ (บางคนอาจใช้คำว่าพรหมลิขิต) ชีวิตช่วงนั้นของพ่อหมาอย่างบาสกำลังอ่อนแอ เขาตั้งคำถามกับตัวเองในฐานะคนทำงานและในฐานะมนุษย์ทำนองว่า<em> เรามีประโยชน์อะไรกับโลกนี้บ้างวะ</em></p>



<p><strong>คุณไปเจอเจียงฮายได้ยังไง</strong></p>



<p>ตอนนั้นผมไปออกกองที่ต่างจังหวัด แล้วก็มีคำถามกับตัวเองวนในหัวตลอดเวลา แล้ววันนั้นเป็นวันพัก ผมก็ไถเฟซบุ๊กไปดูเพจน้องหมาจรแมวจรของจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ ก็ไปเจอเจ้าเจียงฮายนี่แหละ</p>



<p>เขาเล่าว่าหมาตัวนี้มานั่งมาขอข้าวคนกินที่ร้านข้าวต้มแถวนั้น ซึ่งร้านข้าวต้มร้านนั้นอยู่ห่างจากโรงแรมผมแค่ 2 กิโล ตอนแรกผมไปหาที่ร้านข้าวต้มแล้วไม่เจอ เหมือนเขาหายไปไหนไม่รู้ ผมเลยกลับมาพรินต์รูปเจียงฮายที่โรงแรม แล้วไปตระเวนแปะกระดาษตามหา ถ้าใครเจอให้โทรมาที่เบอร์ผม</p>



<p>ตอนแรกผมไม่คิดว่าจะเจอนะ เดินหาจนถึงเย็น ผมก็รู้สึกว่าเราทำดีที่สุดแล้วมั้ง พอตอนกำลังจะออกไปกินข้าวมีสายโทรเข้ามาบอกเจอตัวน้องแล้ว คืนนั้นก็เลยไปรับมาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ</p>



<p><strong>เทียบกับหมาตัวอื่นๆ ในบ้าน เจียงฮายเป็นหมาแบบไหน</strong></p>



<p>เจียงไฮเป็นหมา Sweet Boy เขาจะเงียบๆ เรียบร้อย ไม่หือไม่อือ ไม่อะไรกับใครเลย เขาจะนอนในมุมของเขา และชอบเดินเล่นมาก คล้ายๆ เจ้าคากินี่แหละครับ ได้ออกไปเดินแล้วไม่ค่อยอยากกลับบ้าน เขาเหมือนคุณลุงแก่ๆ คนหนึ่ง ที่กำลังใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต เขาชอบนอนตากแดด ตอนเช้าๆ เขาจะไปนอนให้แดดมันห่มตัวเขา</p>



<p><strong>เห็นว่าสุขภาพไม่ค่อยดี เขาป่วยมาตั้งแต่ที่รับมาอยู่ด้วยกันเลยไหม</strong></p>



<p>ใช่ ตั้งแต่วันแรกที่ไปช่วยมา เขาเป็นโรคไต ภายในเจียงฉายไม่ค่อยดีมากแล้ว ไม่แน่ใจว่าเขาถูกเลี้ยงมายังไง หรือหลงมานานแค่ไหน ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน มันเต็มไปด้วยยา ต้องพาเข้าไปหาหมอ ต้องให้น้ำเกลือตลอดเวลา</p>



<p>มันเหมือนเราทำใจไว้ตั้งแต่ต้นอะครับ ว่าวันหนึ่งเขาจะไม่อยู่กับเรา</p>



<p><strong>ก่อนจะไปอาการป่วยของเจียงฮายรุนแรงแค่ไหน</strong></p>



<p>คือผมสังเกตว่าเขามีเลือดไหลตามเหงือก ตอนแรกเข้าใจว่าหรือเพราะผมแปรงฟันเขาแรงเกินไป เลยพาไปหาหมอ หมอบอกว่าจริงๆ ไม่เกี่ยว มันเกิดจากการที่ตอนกลางคืนเวลานอน เขาชักแล้วกัดลิ้นตัวเอง ซึ่งการชักมันมาจากระบบข้างในของเขาที่มันรวน หมอแนะนำให้แอดมิต แล้ววันรุ่งขึ้นเขาก็ไปเลยครับที่โรงพยาบาล</p>



<p><strong>ตอนนี้กี่ปีแล้ว ที่บ้านหลังนี้ไม่มีเจียงฮาย</strong></p>



<p>เกือบปีครึ่งได้แล้วครับ</p>



<p><strong>คุณเลือกเผาหรือฝัง</strong></p>



<p>เราเผาแล้วลอยอังคาร แต่ว่าเราตัดขนเขาเก็บไว้ในขวดกับเก็บปลอกคอไว้ ตอนแรกอยากฝังเหมือนกัน แต่คนรอบตัวแนะนำให้เผา เหมือนเราจะได้ปล่อยวาง จะได้รู้ว่าอะไรคือการมีอยู่ อะไรคือการไม่มีอยู่ การปล่อยมือคืออะไร</p>



<p><strong>คุณเชื่อในเรื่องการพบกันจากกันไหม</strong></p>



<p>เชื่อครับ มันเป็นธรรมชาติของชีวิตอยู่แล้ว ไม่ว่าจะคน หมา แมว หรืออะไรก็แล้วแต่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/11-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186156" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/11-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/11-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/11-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/11-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/11-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/11-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/11-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/11-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>อะไรคือเรื่องราวดีๆ ของเจียงฉายที่คุณยังจำได้</strong> </p>



<p>(นิ่งคิด) เจียงฮายเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมลงมานอนข้างล่าง ช่วงมีเจียงฮาย หมาในบ้านยังไม่เยอะ ผมก็จะขึ้นไปนอนข้างบน แต่ช่วงที่เขาป่วยผมจะลงมานอนกับเขาข้างล่าง ผมรู้สึกเสียดายเวลาที่จะได้อยู่กับเขา เพราะหมอบอกผมว่าตอนกลางคืนเจียงฮายมีอาการชักโดยที่เราไม่รู้</p>



<p>หลังจากนั้นผมก็เลยตัดสินใจซื้อฟูกมานอนข้างล่าง เพื่อที่ว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เราจะได้รับรู้การมีอยู่ของพวกเขา ผมว่าการเป็นพ่อหมามันมีหลายสิ่งที่ต้องรับมือ และผมคงต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดในฐานะพ่อหมาไปเรื่อยๆ และใช้ช่วงเวลาที่มีกับพวกเขาให้คุ้มค่าที่สุด</p>



<p><strong>คนพูดกันว่าหมาเหมือนเป็นครู หมาสอนอะไรคุณบ้าง</strong></p>



<p>เมื่อก่อนคำว่ารัก ผมสัมผัสกับมันไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าคำว่ารักคืออะไร ถ้าไม่นับรักพ่อแม่ รักน้อง มันคงใกล้เคียงกับความรักมั้ง การทำอะไรบางอย่างโดยไม่หวังผลตอบแทน การสู้เพื่ออะไรบางอย่าง โดยที่เราไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะนำเราไปสู่อะไร แต่เรารู้ว่าสิ่งเหล่านี้มันสำคัญและเขาต้องการเรา</p>



<p><strong>เป็นอย่างที่เขาพูดกันไหม ว่าการเลี้ยงหมาทำให้มีความสุข</strong></p>



<p>(นิ่งคิด) มีอยู่วันหนึ่ง ผมตื่นเช้า แล้ววันนั้นไม่ต้องทำงาน แล้วไอ้พวกนี้ก็วิ่งเล่นกัน ผมหันไปบอกกับแฟนว่า <em>เฮ้ย เราว่าเรามีความสุขว่ะ </em>ผมไม่เคยพูดคำนี้เลยนะ ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขเลยในชีวิต เพราะผมมัวแต่ใช้ชีวิตกับอนาคต แต่วันนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าปัจจุบันนี้ดีจัง</p>



<p>ถ้าวันหนึ่งผมจะไม่ได้ทำหนังแล้วด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง ผมในเวอร์ชันปัจจุบันก็จะรู้สึกว่าไม่เป็นไร เพราะสุดท้ายแล้ว โลกนี้มันมีอะไรที่ใหญ่กว่าตัวเราจริงๆ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/12-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186157" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/12-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/12-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/12-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/12-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/12-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/12-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/12-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/12-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; </p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/baz-poonpiriya-interview/">บาส พูนพิริยะ กับสุขเล็กๆ ที่เรียกว่าปั๊ก เมื่อด๊อกด๋อยและผองเพื่อนสอนให้รู้ว่าโลกนี้ยังมีเรื่องที่ใหญ่กว่าตัวเรา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
