ในบรรดาคาเฟ่อินดี้นับพันในโซล Anthracite คือหนึ่งในคาเฟ่คาแร็กเตอร์จัดที่เราปลื้มปริ่มเป็นพิเศษนอกจากดีเทลเรื่องความเก๋ของแบรนด์และสถานที่เรายังติดใจกาแฟดริปรสเปรี้ยวนิดแต่หนักความสดชื่นของที่นี่จนอดใจไม่ไหวต้องซื้อเมล็ดกาแฟกลับมาดริปกินเองต่อที่เมืองไทยหลายถุงเลยทีเดียว

Anthracite Coffee Roasters มีทั้งหมด 4 สาขา ซึ่งแต่ละสาขามีจุดที่น่าสนใจเหมือนกันคือการรีโนเวตอาคารเก่าให้กลายเป็นร้านกาแฟ อย่างสาขาแรกในย่าน Hapjeong ที่รีโนเวตโรงงานทำรองเท้าเก่าให้กลายเป็นคาเฟ่และโรงคั่วกาแฟ ส่วนเมล็ดกาแฟที่ทุกร้านใช้ก็คือเมล็ดกาแฟนำเข้าจากต่างประเทศที่พวกเขาคั่วและเบลนด์กันเอง

ความเก๋คือทางร้านเลือกที่จะเรียกชื่อกาแฟคั่วแต่ละประเภทตามชื่อของกวีชื่อดัง (ซึ่งส่วนมากจะเป็นคนต่างชาติไม่ใช่คนเกาหลีนะ) รสชาติของกาแฟแต่ละตัวก็ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตและผลงานของกวีเหล่านั้นตัวเบลนด์ที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองได้แก่ Pablo Neruda และ Natsume Soseki เหมาะแก่การดื่มแบบกาแฟดริปทั้งแบบร้อนและแบบเย็นอร่อยเอาเรื่องมากๆ

ทริปโซลรอบนี้เราตามเก็บบรรยากาศของ Anthracite ได้แค่ 2 สาขาในโซลคือ Anthracite Hannam Branch และ Anthracite Seokyo Branch บรรยากาศของทั้ง 2 สาขานี้ต่างกันราวกับหยินหยาง (แต่กาแฟอร่อยไม่แพ้กัน) จะน่าสนใจขนาดไหนตามไปดูกันเลย
Anthracite Hannam Branch

คนที่ชอบไปย่านอีแทวอนต้องคุ้นกับสาขานี้มากแน่ๆเพราะตั้งอยู่ติดกับถนนหลักและเป็นส่วนเดียวของตึกที่เป็น multiple shop เอาใจขาช้อปอย่างร้านกระเป๋า FREITAG ร้านหนังสืออิสระร้านเฟอร์นิเจอร์และ selected shop ชื่อดังจากญี่ปุ่นอย่าง D&DEPARTMENT (หาซื้อแมกกาซีนBเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษได้ที่นี่)

เสน่ห์ของ Anthracite สาขาฮันนัมคือการตกแต่งร้านแบบอินดัสเทรียลโชว์ผนังและเพดานเปลือยๆ ซึ่งทางร้านเลือกเก็บโครงสร้างเดิมของตัวอาคารเก่า และเพิ่มหน้าต่างกระจกบานใหญ่ช่วยให้ภายในดูสว่างไสว และรับแขกมากขึ้น
สาขานี้มีทั้งหมด 3 ชั้นด้วยกันชั้นแรกเป็นโซนของบาร์กาแฟด้านหลังเป็นห้องคั่วกาแฟที่กั้นด้วยกระจกใสเผยให้เห็นขั้นตอนของการคั่วกาแฟของร้านส่วนชั้น 3 คือชั้นสำหรับการนั่งจิบกาแฟและแฮงเอาต์นั่งคุยกับเพื่อนแบบยาวๆ

กลางโถงถูกตกแต่งด้วยเหล่าต้นไม้ใบเขียวหลากชนิดทำให้รู้สึกเหมือนกำลังนั่งจิบกาแฟใกล้ชิดกับธรรมชาติในวันหยุดและแน่นอนใครที่อยากได้รูปโปรไฟล์เฟซบุ๊กใหม่หรือเป็นคนชื่นชอบการถ่ายภาพต้องชอบร้านนี้มากแน่ๆเพราะมีมุมสวยๆให้เรากดชัตเตอร์เพียบเลย

ส่วนเมนูกาแฟที่นี่ค่อนข้างหลากหลายมีทั้งกาแฟเอสเพรสโซและกาแฟดริปให้ทานคู่กับขนมอบของร้านที่สำคัญที่นี่มีเมล็ดกาแฟให้เลือกชิมเยอะมากใครที่อุดหนุนเมล็ดกาแฟทางร้านใจดีแถมกาแฟร้อนให้ด้วย

address : Itaewon Road, Yongsan-gu, Seoul
hours : จันทร์–พฤหัสบดี 09:00-22:00 น. / ศุกร์ 09:00-23:00 น. / เสาร์-อาทิตย์ 10:00-23:00 น.
Anthracite Seokyo Branch

ความเงียบสงบของที่นี่ทำให้คาเฟ่สาขานี้กลายเป็นร้านโปรดประจำทริปโซลของเราเลยปกติเราอาจเคยชินกับคาเฟ่ที่เต็มไปด้วยเสียงเมาท์มอยของหนุ่มสาวชาวเกาหลีจะว่าคึกคักก็ใช่แต่บางครั้งเราก็อยากหาที่เงียบๆไว้นั่งคิดทบทวนอะไรบางอย่างบ้างเหมือนกัน

หากมองจากด้านนอก ที่นี่อาจจะดูเหมือนที่พักอาศัยหรูหรา ซึ่งเค้าโครงเดิมของอาคารนี้เคยเป็นแมนชั่นเก่ามาก่อน พวกเขาตกแต่งรอบข้างทางเดินด้วยหิน พุ่มไม้เขียวชอุ่มและต้นไม้ต้นใหญ่ที่สูงพอๆ กับตัวอาคารพอเดินเท้าเข้าไปในร้านไม่ว่าเราจะนั่งมุมไหนเราสามารถเห็นสวนสวยๆข้างหน้าผ่านกระจกบานใหญ่ด้านหน้าได้


คนเกาหลีเล่าให้ฟังว่าความตั้งใจของ Anthracite Seokyo Branch คืออยากให้คนเกาหลีได้มีพื้นที่จิบกาแฟอย่างละเมียดละไมบ้างที่นี่เลยเลือกที่จะทำกาแฟด้วยอุปกรณ์ทำกาแฟด้วยมือล้วนๆเช่น moka pot, aeropress และ pour over (ดริป) และไม่มีบริการอินเทอร์เน็ตและปลั๊กไฟ

ลูกค้าส่วนใหญ่ของที่นี่จะนั่งกันอย่างเงียบๆเอนจอยกับกาแฟเคล้าบทสนทนาเบาๆกับคนตรงหน้าบางคนก็เอนจอยกับหนังสือในมือเป็นบรรยากาศขรึมๆสวนทางกับความคึกคักที่สาขาอีแทวอนและคาเฟ่ทั่วๆไปในโซลอย่างสิ้นเชิง

address : World Cup 12 Road 11. Mapo-gu, Seoul
hours : ทุกวันตั้งแต่เวลา 09:00-22:00 น.





