<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วนิดา ชัยธนะกุลมงคล, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/wanida1234/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Sat, 13 Feb 2021 18:15:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>PLASUI PLASUI วงดรีมป๊อปจากลุ่มแม่น้ำชีที่ทำให้อยากทิ้งตัวลงบนที่นอนทุกครั้งที่ได้ฟัง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/plasui-plasui-band/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อภิวัฒน์ ทองเภ้า]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Nov 2019 12:00:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[lyrics poet]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหาสารคาม]]></category>
		<category><![CDATA[PLASUI PLASUI]]></category>
		<category><![CDATA[แนวดรีมป๊อป]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาซุย ปลาซุย]]></category>
		<category><![CDATA[มหาสารคาม]]></category>
		<category><![CDATA[วงดนตรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=78996</guid>

					<description><![CDATA[<p>PLASUI PLASUI คือวงดนตรีแนวดรีมป๊อป อันประกอบด้วย เบ–รัฐศาสตร์ ทศช่วย ร้องนำและเบส, ธีร์–ธีรภัทร ประพันธ์ มือกลอง, ปาร์ค–ธนพล โพธิสูง กีตาร์, ดิว–จักรพันธ์ เพชรสังหาร กีตาร์ และ แก๋ง–สกลวรรษ แซ่ลี้ ควบสองตำแหน่งคือกีตาร์และ synthesizer ห้าหนุ่มจากลุ่มแม่น้ำชีเรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เริ่มทำวงจากการรวบรวมเพื่อนวัยมัธยมที่เจอกันตามห้องซ้อมเพื่อเล่นเพลงที่หาฟังยากในสมัยนั้น และทำมันออกมาในแบบฉบับของตัวเอง จากความชอบที่หลากหลายผ่านช่วงเวลาในการพูดคุยแบบเพื่อน ผ่านการสนทนาภาษาดนตรี จนเกิดเป็นส่วนผสมของเพลงป๊อปที่แปลกแต่ลงตัว เสน่ห์ในดนตรีของพวกเขาคือเพลงที่มีจังหวะไหลลื่น เนื้อร้องฟังไม่ชัดแต่น่าค้นหาความหมาย ท่วงทำนองชวนง่วงเหงาหาวนอน แต่ซาวนด์ดนตรีพาล่องลอยเพ้อฝัน เหมาะสำหรับวัยรุ่นนอนดึกเปินตอนนอนก่ายหน้าผากคิดเรื่องความรักและความสัมพันธ์อันแสนขมุกขมัว หลังจากทำวงมาเกือบ 2 ปี พวกเขามีเพลงทั้งหมด 9 เพลง ในอัลบั้มแรกที่ชื่อ SAKURA และเพลง Chocolate ผลงานหวานเศร้าที่ทำให้วงเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักฟังเพลงทางเลือกบ้านเรามากขึ้น และเพลงนี้นี่เองที่ทำให้พวกเขามีโอกาสใหม่ๆ เข้ามามากมาย ไปจนถึงการเล่นเป็นวงเปิดในคอนเสิร์ต Men I Trust Live in Bangkok เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา และกำลังจะได้ไปเล่นในงาน Big Mountain Festival [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/plasui-plasui-band/">PLASUI PLASUI วงดรีมป๊อปจากลุ่มแม่น้ำชีที่ทำให้อยากทิ้งตัวลงบนที่นอนทุกครั้งที่ได้ฟัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">PLASUI PLASUI คือวงดนตรีแนวดรีมป๊อป อันประกอบด้วย <strong>เบ–รัฐศาสตร์ ทศช่วย</strong> ร้องนำและเบส, <strong>ธีร์–ธีรภัทร ประพันธ์</strong> มือกลอง, <strong>ปาร์ค–ธนพล โพธิสูง</strong> กีตาร์, <strong>ดิว–จักรพันธ์ เพชรสังหาร</strong> กีตาร์ และ <strong>แก๋ง–สกลวรรษ แซ่ลี้</strong> ควบสองตำแหน่งคือกีตาร์และ synthesizer</span></p>
<p>ห้าหนุ่มจากลุ่มแม่น้ำชีเรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เริ่มทำวงจากการรวบรวมเพื่อนวัยมัธยมที่เจอกันตามห้องซ้อมเพื่อเล่นเพลงที่หาฟังยากในสมัยนั้น และทำมันออกมาในแบบฉบับของตัวเอง</p>
<p>จากความชอบที่หลากหลายผ่านช่วงเวลาในการพูดคุยแบบเพื่อน ผ่านการสนทนาภาษาดนตรี จนเกิดเป็นส่วนผสมของเพลงป๊อปที่แปลกแต่ลงตัว เสน่ห์ในดนตรีของพวกเขาคือเพลงที่มีจังหวะไหลลื่น เนื้อร้องฟังไม่ชัดแต่น่าค้นหาความหมาย ท่วงทำนองชวนง่วงเหงาหาวนอน แต่ซาวนด์ดนตรีพาล่องลอยเพ้อฝัน เหมาะสำหรับวัยรุ่นนอนดึกเปินตอนนอนก่ายหน้าผากคิดเรื่องความรักและความสัมพันธ์อันแสนขมุกขมัว</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากทำวงมาเกือบ 2 ปี พวกเขามีเพลงทั้งหมด 9 เพลง ในอัลบั้มแรกที่ชื่อ <em>SAKURA</em> และเพลง <em>Chocolate</em> ผลงานหวานเศร้าที่ทำให้วงเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักฟังเพลงทางเลือกบ้านเรามากขึ้น และเพลงนี้นี่เองที่ทำให้พวกเขามีโอกาสใหม่ๆ เข้ามามากมาย ไปจนถึงการเ</span><span style="font-weight: 400;">ล่นเป็นวงเปิดในคอนเสิร์ต Men I Trust Live in Bangkok เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา และกำลังจะได้ไปเล่นในงาน Big Mountain Festival 2019 ช่วงปลายปีนี้อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความที่เป็นเด็กมหาสารคามเหมือนกัน เราแอบจับตามองพร้อมเอาใจช่วยวงนี้มาตั้งแต่เพลงแรกๆ จนวันนี้ความฝันของพวกเขาเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เราจึงถือโอกาสนี้ชวนพวกเขามาคุยกันถึงเรื่องดนตรี ชีวิตวัยรุ่น ไปจนถึงเรื่องความฝันในเส้นทางสายดนตรีแบบ PLASUI PLASUI กัน</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class=" wp-image-79010 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-6-300x200.jpg" alt="" width="869" height="580" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-6.jpg 675w" sizes="(max-width: 869px) 100vw, 869px" /></p>
<p><b>ช่วยเลือกปลาที่บอกความเป็นตัวคุณมา 1 ชนิด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> เป็นปลาทูแล้วกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> หิวข้าวเลยกู </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ชอบกินปลาทูนะ รู้สึกว่ามันมีประโยชน์ดี </span><span style="font-weight: 400;">กินเนื้อปลา แต่เป็นคนไม่กินหัวปลานะ แต่กินเนื้อ กินไข่ อะไรอย่างนี้ </span></p>
<p><img decoding="async" class="alignnone wp-image-79029 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-25-200x300.jpg" alt="" width="349" height="524" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-25-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-25.jpg 450w" sizes="(max-width: 349px) 100vw, 349px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> ชอบปลาหางนกยูงเพราะมันอยู่ง่ายกินง่ายดี มีความทรงจำคือที่บ้านเลี้ยงปลาหางนกยูงไว้ในบ่อ แล้วตอนนั้นมีแขกมาที่บ้านแล้วขับรถยนต์ชนบ่อแตก ปลามันก็ดิ้นเต็มพื้นก็เลยมีความทรงจำในวัยเด็กเรื่องปลาหางนกยูง </span><span style="font-weight: 400;">แต่เหตุผลที่ชอบปลาหางนกยูงก็เพราะมันอยู่ง่ายกินง่ายนี่แหละ ไม่ให้อาหารหลายวันก็ไม่ตาย</span></p>
<p><img decoding="async" class=" wp-image-79032 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-28-200x300.jpg" alt="" width="348" height="522" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-28-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-28.jpg 450w" sizes="(max-width: 348px) 100vw, 348px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดิว :</strong> เป็นปลานกแก้วแล้วกัน เท่ดี ชอบสี สวยดี ชอบแมลงทับอยู่แล้วไง สีออกเขียวๆ เหมือนปีกแมลงทับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79022 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-18-200x300.jpg" alt="" width="352" height="529" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-18-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-18.jpg 450w" sizes="(max-width: 352px) 100vw, 352px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ตามจริงที่บ้านเลี้ยงปลาคาร์ปแต่ไม่ชอบ ชอบปลาซัคเกอร์ที่มันดูดฝุ่น มันมีความหมายกับบ่อปลานะ มันสามารถดูดฝุ่น เก็บรายละเอียดในตู้ปลา เหมือนเป็นแม่บ้าน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-79023 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-19-200x300.jpg" alt="" width="361" height="542" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-19-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-19.jpg 450w" sizes="(max-width: 361px) 100vw, 361px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> แต่มีช่วงหนึ่งที่ปลานี่ระบาด ทำให้ระบบนิเวศในธรรมชาติพัง เพราะว่าปลาตัวนี้โตไปแล้วกินปลาอื่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> อ๋อ แต่เราหมายถึงเลี้ยงในตู้ไง คนเลี้ยงไม่ไหวก็เอาไปปล่อย ต้องเลี้ยงในตู้นะถึงจะมีประโยชน์ แต่ในมุมกลับกันมันก็ไม่มีประโยชน์ (หัวเราะ) ชอบคาแร็กเตอร์มัน ดูไม่ได้เป็นปลาสวยงามอย่างเดียว มันทำประโยชน์ด้วย แต่ไม่แนะนำให้ปล่อยนะ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79013 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-9-300x200.jpg" alt="" width="793" height="529" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-9.jpg 675w" sizes="(max-width: 793px) 100vw, 793px" /></p>
<p><b>อะไรทำให้ตัดตัดสินใจใช้ชื่อวงว่า </b><strong>PLASUI PLASUI</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ตอนแรกก็คิดกันว่าเราจะตั้งชื่อวงว่าอะไรดี เราอัดเพลงในบ้าน เสร็จมาเพลงสองเพลงแต่ยังไม่มีชื่อวง ก็เลยออกไปขับรถเล่น จำได้ตอนนั้นอยู่ริมคลองสมถวิลในตัวเมืองมหาสารคาม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> พวกเราก็เกริ่นขึ้นมาลอยๆ ว่าปลาซุยดีไหม ฟังแล้วแปลกดี แต่ว่าปลาซุยมันธรรมดาไป มันต้องเบิลอีกรอบหนึ่ง มันก็เลยเป็น PLASUI PLASUI โอเค น่าจะเวิร์ก เอาแบบนี้แหละง่ายๆ ตรงนั้นเลย ชื่อวงเกิดขึ้นที่ริมคลองตอนขับรถ มันเป็นคำอุทานที่เราชอบพูด คำอะไรที่ไม่ค่อยมีความหมาย จิ๊กกรี้อะไรอย่างนี้ พูดเล่นๆ กับเพื่อน เพ้อเจ้อๆ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>อะไรคือคำว่าดรีมป๊อปสำหรับ PLASUI PLASUI</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ดรีมป๊อปก็เป็นเพลงป๊อป อยู่บนพื้นฐานของป๊อป แต่จะมีความลอยๆ ฟุ้งๆ เหมือนเราใส่โน่นผสมนี่เข้าไปให้ดูเบลอๆ ให้เหมือนอยู่ในความฝันและอยู่บนพื้นฐานของความเป็นป๊อปด้วย ส่วนตัวคิดว่าประมาณนี้นะ แต่ก็ไม่รู้ว่าคนอื่นเข้าใจยังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> เอาจริงๆ ก็คิดว่าวงตัวเองเป็นวงป๊อปวงหนึ่งนะ แค่ทำซาวนด์ดนตรีแบบลอยๆ ขึ้นมานิดหน่อย ส่วนของดนตรีและเนื้อร้องก็มีความเพ้อฝัน ความรู้สึกฟุ้งๆ แบบนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดิว :</strong> คิดว่าป๊อปนี่มันเป็นแก่นอยู่แล้ว คราวนี้เอาความลอยมาใส่ กดความป๊อปไว้หน่อยหนึ่ง แค่นั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ทำเป็นมีแก่น จะไปโยนเปตองหรือไง (หัวเราะ) อย่างที่เพื่อนๆ ว่าก็คือดนตรีที่มันล่องลอยเพ้อฝัน อยู่ในภวังค์ แล้วก็มีความเป็นป๊อปเข้ามา และเนื้อร้องที่เข้าใจได้ง่ายในแบบปลาซุย ก็เป็นดรีมป๊อปแบบ PLASUI PLASUI</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-79016 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-12-200x300.jpg" alt="" width="453" height="680" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-12-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-12.jpg 450w" sizes="(max-width: 453px) 100vw, 453px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> แต่เราก็ไม่รู้ว่าวงเราเป็นดรีมป๊อปจริงๆ ไหมนะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> แต่แค่รู้ว่ามัน lo-fi สุดๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> เพราะมันทำได้แค่นี้ไง (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> อันนี้คือชัวร์แน่ๆ lo-fi (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ใช่ ยังไง PLASUI PLASUI ก็ต้องทำแบบนี้ต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> แต่ว่าแนวเพลงก็จะพัฒนาอยู่แหละ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> แต่ไฟล์ก็อาจจะแค่นี้ (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> คือเราอาจจะชอบด้วยมั้ง ชอบอะไรที่มันไม่อีดิตเยอะอะ มันเรียลๆ ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> จะให้เอาอุปกรณ์ดีกว่านี้มาเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ ไม่เอา เอาแบบนี้ดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ถ้ามีงบหรือมีตังค์ค่อยว่ากัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เราก็อยากทำให้มันดีที่สุดอยู่แล้วล่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ตอนชวนกันทำเพลง ชวนวันเดียวเองมั้ง  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ใช่ คือขี่รถมอเตอร์ไซค์มา ทำเพลงปะ เอาดิ ขับมอ&#8217;ไซค์มาเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> แล้วอุปกรณ์ก็ยืมเขามาด้วย ใช่ ตอนแรกไม่มีอุปกรณ์ของตัวเองเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> แล้วก็ลองผิดลองถูก แต่เราตีกรอบไว้แล้วว่าแบบนี้ เราจะทำแนวนี้ ชอบแบบนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> อุปกรณ์ก็ไปยืมพี่เขามา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ตอนที่พี่คนนั้นมาทวงคืน พวกเราก็ยังไม่คืนเพราะยังจะทำอยู่ บอกว่าขอยืมก่อนพี่ ขอยืมก่อน แล้วก็ยืมต่อ เลยได้ทำเพลง <em>Dream</em>, <em>Time</em>, <em>Walk</em>, <em>You Know</em> เวอร์ชั่นแรกๆ ซึ่งเกิดจากอุปกรณ์ที่ยืมมาหมดเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> หลังจากนั้นก็คืนเขาไป แล้วเก็บเงินซื้อเครื่องใหม่เพื่อมาทำเพลงใหม่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79006 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-2-300x200.jpg" alt="" width="823" height="549" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-2.jpg 675w" sizes="(max-width: 823px) 100vw, 823px" /></p>
<p><strong>ทำไมถึงเลือกเดินทางสายยากเพื่อมาทำดนตรีแนวนี้</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> ส่วนตัวไม่ได้ชอบแนวนี้ขนาดนั้น แต่เราชอบที่ตอนนี้มันได้เล่นกับเพื่อนไง ได้เล่นด้วยกัน ได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน เพราะกระแสเพลงแบบนี้แล้วอยู่ต่างจังหวัดอีกก็หาที่เล่นด้วยกันยากอยู่แล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> คือเราฟังเพลงป๊อปแบบป๊อปจ๋าเลยนะ แล้วที่นี้มาฟังโฟล์กป๊อป เออ ชอบดนตรีที่ป๊อปๆ แต่ลอยๆ ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าเขาเรียกว่าดรีมป๊อป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เริ่มจากที่เราอยากฟัง เพราะชอบฟังเพลงแบบนี้แล้วอยากหาที่ฟังที่มีคนเล่นสด พอไม่มีเราก็เลยเล่นเองฟังเอง แต่บางทีเราเล่นเองแล้วไม่ค่อยได้ฟังนะ บางทีเราก็อยากแยกร่างได้เหมือนนารูโตะ บางที่เราเป็นเจ้าของร้านเรายังเกรงใจลูกค้าเลยว่าแบบนี้คนเขาจะไม่โอเค แต่ก็มีบางร้านอย่าง</span><span style="font-weight: 400;">มหานิยม</span><span style="font-weight: 400;">ก็เป็นที่ที่ให้เราได้ปลดปล่อย พอลูกค้ารู้ว่าวงนี้จะมาเล่น เขาจะไม่มา (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ใช่ หลังๆ ก็ยังเป็นอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> จริงๆ นะ มันเคยมีบางคนเช็กบิลออกไปเลย ก็เลยทำเอง เล่นเอง ฟังเองด้วย (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-79018 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-14-300x200.jpg" alt="" width="853" height="568" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-14.jpg 675w" sizes="(max-width: 853px) 100vw, 853px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79021 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-17-300x200.jpg" alt="" width="853" height="568" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-17.jpg 675w" sizes="(max-width: 853px) 100vw, 853px" /></p>
<p><strong>ในยุคนี้ที่มีวงใหม่ๆ เติบโตจากโซเชียลเยอะมาก วงคุณใช้เวลานานไหมกว่าที่เพลงจะเริ่มติดหูคนฟัง</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> เรื่องเวลาไม่ค่อยซีเรียส เราซีเรียสเรื่องเงิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> เราโฟกัสว่าทำเพลงแล้วเรามีความสุข เราไม่ได้มองว่าคนฟังเยอะหรือไม่เยอะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เรามองว่าทำเพลงแล้วเรามีความสุขไหม ก่อนที่จะโฟกัสว่าทำเพลงแล้วคนจะชอบไหม แต่จริงๆ ก็ใช้เวลานานอยู่เหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> มันดีนะ ที่ได้มีที่เล่น ก็จะได้ไปไหนมาไหนกับเพื่อนไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ตอนนั้นคิดแค่นั้น แต่ตอนนี้ไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะไม่ค่อยมีตังค์ ช่วงแรกๆ ก็เข้าเนื้อ ต้องอดทนถ้าจะไปสายนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดิว :</strong> มีงานที่ไหนไปหมดอยู่แล้วตอนนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> คนเพิ่งมากดติดตามเราเยอะก็ปีนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดิว :</strong> ตอนนี้เราดังแล้วเหรอวะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ทุกคน :</strong> มันยังเหมือนเดิมอยู่เลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79014 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-10-300x200.jpg" alt="" width="866" height="578" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-10.jpg 675w" sizes="(max-width: 866px) 100vw, 866px" /></p>
<p><strong>อะไรคือปัญหาและอุปสรรคบนเส้นทางสายดนตรีต่างจังหวัดที่ต้องเจอ</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> ปัญหาก็คือบางทีมีงานทัวร์แต่เรามีงบจำกัด ไม่สามารถนั่งเครื่องฯ มาได้ เราต้องนั่งรถมาเอง บางทีมันเสียเวลางานเพราะเล่นงานเดียววันเดียวแต่ต้องใช้เวลา 3 วัน รวมไป-กลับ มันก็เสียตรงนี้ แต่เราชอบเราก็ต้องมากัน เราอยากมา ถ้าขับรถเองใช้เวลา 6-7 ชั่วโมง เพราะแวะปั๊มบ้าง บางทีมาเจอรถติดในกรุงเทพฯ อีก โห เหนื่อย บางครั้งหมดเวลาไป 10-12 ชั่วโมงกับการเดินทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> แต่ชอบ สนุกดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ก็ชินกันแล้วมากกว่า 2 ปีมานี้ไป-กลับมหาสารคาม-กรุงเทพฯ บ่อยมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> เมื่อก่อนจะไปเล่นต้องหาตังค์จากงานอื่นมาเล่น หลังๆ ก็เริ่มดีขึ้นหน่อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79007 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-3-300x201.jpg" alt="" width="839" height="562" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-3-300x201.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-3-600x402.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-3.jpg 675w" sizes="(max-width: 839px) 100vw, 839px" /></span><b></b></p>
<p><b>เอาเงินเพื่อมาเติมเต็มความฝันด้านดนตรีแบบนี้มันคุ้มไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เราไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นยังไง ขอแค่โฟกัสเป็นวันๆ ไปดีกว่า แต่เราจะไม่หยุดทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> สำหรับเรามองว่าเราเริ่มสนุกกับมันแล้ว เริ่มมีรายได้จากตรงนี้ ออกไปเล่นดนตรีกับเพื่อนแล้วได้ตังค์มาด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> คุยกับปาร์คมาตั้งแต่แรกแล้วว่าการมาทำวงนี้ไม่ได้คาดหวังอะไร อย่าไปซีเรียส เราชอบก็เลยทำ ทุกวันนี้ก็ยังยืนหยัดด้วยคำคำนี้อยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> เป้าหมายหลักเลยคือเล่นดนตรีแล้วมีความสุข </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> อยู่กับเพื่อนทำเพลง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> มันดีตรงที่มีคนมาฟังนี่แหละ มีคนมาซัพพอร์ต มาชอบเรา มันเป็นกำลังใจที่ดีมากๆ นะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การเดินทางสายดนตรีแบบนี้ พ่อแม่หรือคนในครอบครัวว่ายังไงบ้าง</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> ทุกวันนี้ก็ยังมีปัญหากับที่บ้านอยู่ แต่ที่บ้านเขาก็รู้ว่าชอบดนตรีเพราะเล่นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เขารู้ว่ายังไงก็ห้ามไม่ได้ จะห้ามอะไรก็ห้าม แต่ห้ามให้เล่นดนตรีแบบนี้ไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เราต้องทำให้เขาเห็น ถ้าตอนนี้เขายังไม่เห็นก็ไม่เป็นไร แต่อย่าลืมสิ่งที่เขาฝากฝังอย่างเช่นตั้งใจเรียนอะไรแบบนี้ ถึงเราจะเพ้อฝันแค่ไหนแต่ถ้ามีกรอบให้ชัดแล้วเขาเห็นมันก็โอเค พ่อแม่เป็นห่วงก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่วัยรุ่นต้องทำให้เห็นด้วยว่าที่เพ้อที่ฝันนี่เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนนะ ต้องบริหารจัดการให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> อย่างวง PLASUI PLASUI ทุกคนก็ต้องทำงานหาเงินเพื่อซื้อความสุขในการเดินทางกับเพื่อน แล้วมาเล่นดนตรี</span><span style="font-weight: 400;">ไม่ได้หลับไม่ได้นอน หางาน หาตังค์ หรือกระทั่งต้องทำกับข้าวให้ที่บ้านก่อนขับรถออกมากรุงเทพฯ ก็มี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79026 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-22-300x200.jpg" alt="" width="823" height="548" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-22-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-22.jpg 675w" sizes="(max-width: 823px) 100vw, 823px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-79035 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-31-300x200.jpg" alt="" width="821" height="547" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-31-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-31.jpg 675w" sizes="(max-width: 821px) 100vw, 821px" /></p>
<p><strong>ถ้าทำตามความฝันแล้วไม่เป็นอย่างที่ฝันเอาไว้ จะมีวิธีรับมือกับเหตุการณ์นั้นยังไง</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> มันไม่ได้เป็นอย่างหวังอย่างฝันทุกคน แต่เราก็ต้องอยู่กับมันให้ได้ ชีวิตต้องไปต่อ เครียดก็เครียดได้แต่ว่าอย่านาน ถ้ายังชอบอยู่ก็สู้ต่อดิ ถ้าคิดว่าไม่ใช่ก็ลองหาความฝันอย่างอื่นที่เราอยากทำอยู่ หาให้เจอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ความฝันถ้ามันทำได้เลยก็ไม่เรียกว่าความฝันหรอก ใช่ไหมล่ะ ถ้าเจอแล้วต้องทำมันให้ดีที่สุด โอกาสมาก็ต้องคว้าไว้ อย่าทิ้งมันบ่อยๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> เออ เหมือน PLASUI PLASUI ตอนแรกๆ เลย ไปเล่นที่ไหนก็ขาดทุน แต่ต้องไปหมดทุกที่ ถึงไปแล้วจะเจอคนฟังแค่คนเดียวก็ต้องไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ถ้าขึ้นชื่อว่าความฝันมันก็ยากหมดแหละ ต้องสู้สักหน่อย ถ้าเกิดคุณรักมันจริงๆ อย่างน้อยมันก็สอนให้รู้ว่าตรงนั้นเป็นยังไง ถ้าไปไม่ถึงก็ถอยกลับมาเพื่อตั้งหลักแล้วไปต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดิว :</strong> พังก็ทำใหม่ พังอีกก็ทำใหม่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> โลกก็เหมือนสนามเด็กเล่น ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเรียนรู้ ไม่มีใครเกิดมาแล้วรู้เลย ถ้าเกิดทำแล้วมันสำเร็จเลยเขาไม่เรียกว่าความฝันหรอก </span><span style="font-weight: 400;">ถ้าเกิดทำแล้วสำเร็จเลยมันง่ายไป  </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ช่วยเล่าวิธีการทำเพลงแบบ PLASUI PLASUI อย่างรวบรัดให้ฟังหน่อย</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เราได้ไอเดียจากหลายอย่างเลย ทั้งจากหนัง จากเรื่องที่เพื่อนเล่าให้ฟัง ได้หมด หนังสือก็ด้วย อย่างเพลง <em>Shoes</em> ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง <em>แฝด</em> มันมีฉากหนึ่งที่มีรอยเท้าอยู่บนหาดทราย </span><span style="font-weight: 400;">มันก็จะเข้ามาอยู่ในเนื้อเพลงที่เขียนว่า <em>&#8216;อยู่เคียงข้างรอยเท้าของเธอ&#8217;</em> เราแค่เอาตรงนั้นมาแล้วลองเปลี่ยนมุมมองว่า เออ ถ้ามีคนมาอยู่ข้างเราตลอดเวลา คนน่าจะรู้สึกว่ามันกินใจ น่าจะดูโรแมนติกดีนะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> แต่ว่าได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องผี (หัวเราะ) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> มาไกลเหมือนกัน มันเพ้อฝันนะ แต่ว่าจะตีกรอบไว้ไงว่าเราจะไปที่ไหน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<div id="erdyt-6a31f55f805b9" data-id="U4E-KodhGlc" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-U4E-KodhGlc-6a31f55f805b9" data-vid="U4E-KodhGlc" data-src="https://www.youtube.com/embed/U4E-KodhGlc?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/U4E-KodhGlc/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ตอนนั้นเนื้อเพลงมาพร้อมเมโลดี้เลย ก็คุยเรื่องดนตรีกับปาร์ค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> มีบางทีที่เราทำดนตรีไป แล้วให้เบแต่งเนื้ออะไรงี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> แต่หลักๆ ก็คือเริ่มจากเนื้อแล้วค่อยมาเมโลดี้ เป็นโครงมามันจะง่ายกว่า อย่าง</span><span style="font-weight: 400;">เบจะแต่งเนื้อร้อง มันยากถ้าเราทำดนตรีมาก่อนแล้วไปบีบจังหวะการร้องของเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> โชคดีที่เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กเลยคุยกันได้ ไม่งั้นมันก็ยากอยู่นะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การเล่นเบสแล้วเป็นนักร้องนำไปด้วยยากไหม</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ถ้าเกิดเพลงที่เล่นเมโลดี้เยอะมันก็จะทำให้เราเสียบุคลิกเข้าไปอีก อุปสรรคอย่างใหญ่เลย แต่เราก็พยายามทำให้มันเนียนที่สุด ต้องฝึกกันไป เพราะปกติเราเล่นกีตาร์มาก่อน ไม่ได้เล่นเบส ก็มาฝึกจนมันได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ลายเบสในเพลงของ PLASUI PLASUI จะเหมือนลายกีตาร์มากกว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ก็เลยทำให้ร้องไม่ชัดด้วย </strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เออ อันนี้ใช่ มีส่วนเลย แต่ก็กลายเป็นคาแร็กเตอร์เฉย เพราะตั้งใจด้วย กลายเป็นดรีมป๊อปไปในตัว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: left;">5 เพลงที่อยากชวนคนฟังร่วมเพ้อฝันในโลกใต้หมอนของ PLASUI PLASUI</h3>
<p><strong>1. เพียงฝัน</strong></p>
<div id="erdyt-6a31f55f805eb" data-id="N-CcwngbM6U" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-N-CcwngbM6U-6a31f55f805eb" data-vid="N-CcwngbM6U" data-src="https://www.youtube.com/embed/N-CcwngbM6U?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/N-CcwngbM6U/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> <em>เพียงฝัน</em> แล้วกัน เพราะชอบท่อนที่เบร้องท่อนแรก <em>&#8216;บดบังความงามท้องนภา&#8217;</em> ฮุกเลย แล้วก็ชอบแค่นั้น แค่ประโยคนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> <em>เพียงฝัน</em> ให้อารมณ์เหมือนเราชอบดูหนังฟีลกู้ด เราชอบดูหนังที่พระเอกเป็น loser พอเอา <em>เพียงฝัน</em> มาตีความอีกทีหนึ่ง เราว่ามันเป็นความรักที่ฉาบฉวย เขามาให้ความหวัง แล้วเราดีใจ </span><span style="font-weight: 400;">ช่วงเวลาที่ผ่านมาเราหลง มันเป็นเพียงแค่ความฝันที่ผลักเราออกจากเขาให้ไกลมากขึ้นไปเรื่อยๆ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2. Walk</strong></p>
<div id="erdyt-6a31f55f805ff" data-id="O0ssw3r6mXU" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-O0ssw3r6mXU-6a31f55f805ff" data-vid="O0ssw3r6mXU" data-src="https://www.youtube.com/embed/O0ssw3r6mXU?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/O0ssw3r6mXU/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดิว :</strong> แนะนำให้ไปลองฟัง <em>Where You Go</em> แล้วก็ <em>This Is a Book</em> </span><span style="font-weight: 400;">ส่วนเพลงที่ผมชอบคือ <em>Walk</em> นะ มันมีลูกเล่นเยอะดี พอฟังก็เหมือนถูกดึงเข้าไปในเพลงได้ดีเหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เพลง <em>Walk</em> มันเป็นเรื่องของการเดินทาง แค่เราหลุดออกมาจากหน้าประตูบ้านได้นั่นคือประสบความสำเร็จแล้ว ไม่ต้องพูดเลยว่าการเดินทางมันจะพาเราไปไหน คือลุกออกจากเตียงให้ได้ก่อน เหมือนกันกับการเก็บกระเป๋าออกไปตามความฝัน ออกไปทำงานอะไรก็แล้วแต่ อะไรก็ได้ขอแค่ให้คุณออกไปเดิน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>3. เหมือนเคย</strong></p>
<div id="erdyt-6a31f55f8060c" data-id="Y7ZTKP8YjGI" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-Y7ZTKP8YjGI-6a31f55f8060c" data-vid="Y7ZTKP8YjGI" data-src="https://www.youtube.com/embed/Y7ZTKP8YjGI?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/Y7ZTKP8YjGI/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> <em>เหมือนเคย</em> ฮะ เพราะ</span><span style="font-weight: 400;">เป็นเพลงแรกที่ทำให้เราเป็นที่รู้จักมากขึ้น ในพาร์ตของดนตรีก็ค่อนข้างฟังง่าย เพราะมีแค่ 2 คอร์ด แต่เป็น 2 คอร์ดที่มีอะไรอยู่ในนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เพลงนี้ผมเขียน เป็นลายเซ็นของ PLASUI PLASUI เลยล่ะเพลงนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>4. Dream</strong></p>
<div id="erdyt-6a31f55f80617" data-id="hdLU_Q_zPEs" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-hdLU_Q_zPEs-6a31f55f80617" data-vid="hdLU_Q_zPEs" data-src="https://www.youtube.com/embed/hdLU_Q_zPEs?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/hdLU_Q_zPEs/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> อีกเพลงหนึ่งน่าจะเป็น <em>Dream</em> เป็นเพลงที่เล่าจากความฝันและตอบโจทย์การทำงานของ PLASUI PLASUI ด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>5. Chocolate</strong></p>
<div id="erdyt-6a31f55f80623" data-id="OF_77oBH4m4" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-OF_77oBH4m4-6a31f55f80623" data-vid="OF_77oBH4m4" data-src="https://www.youtube.com/embed/OF_77oBH4m4?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/OF_77oBH4m4/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เพลงนี้ที่เสียงร้องไม่ชัดคือเราตั้งใจ ไม่ใช่อุปกรณ์ไม่ดีนะ แต่เพราะอยากให้เพลงลอยๆ เราไม่รู้ว่าเป็นดรีมป๊อปไหม แต่อยากให้มันลอย อยากให้เนื้อเพลงไม่ค่อยชัด ให้ดนตรีเข้ามาเหลื่อมๆ กันนิดหนึ่ง เราชอบแบบนี้ </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/plasui-plasui-band/">PLASUI PLASUI วงดรีมป๊อปจากลุ่มแม่น้ำชีที่ทำให้อยากทิ้งตัวลงบนที่นอนทุกครั้งที่ได้ฟัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจจักรวาลดนตรีและความสัมพันธ์แบบ ‘บ้านข้างๆ’ กับวง t_047</title>
		<link>https://adaymagazine.com/t_047-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อภิวัฒน์ ทองเภ้า]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Apr 2019 07:00:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[interview]]></category>
		<category><![CDATA[t_047]]></category>
		<category><![CDATA[สีของฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[จักรวาลสมมติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=60287</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็ก ม.ปลาย คนหนึ่งชอบมองท้องฟ้านอกหน้าต่างเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป สิ่งที่ต่างออกไปคือเด็กคนนั้นเริ่มถ่ายรูปบ้านข้างๆ ที่มีฉากหลังเป็นท้องฟ้า (ที่ไม่ได้เป็นสีฟ้าทุกวัน) พร้อมโพสต์รูปและแคปชั่นเล่าความรู้สึกในใจ เพื่อเก็บไว้เป็นไดอารี (กึ่ง) ส่วนตัวในอินสตาแกรม ที่เรารู้จักกันในชื่อ t_047 &#8220;ตอนนั้นแค่อยากถ่ายรูปพวกสถาปัตย์ ตึกรามบ้านช่อง ถ่ายไปเรื่อยๆ ลงในอินสตาแกรมของตัวเอง พอรู้สึกว่าเริ่มรกไทม์ไลน์เพื่อนแล้ว ก็เลยแยกไปเปิด t_047 ขึ้นมา &#8220;ตอนแรกไม่ได้บันทึกอะไร แค่เขียนว่านี่คือภาพแรกที่เราถ่ายนะ เหมือนเป็นไดอารีส่วนตัว หลังๆ มันเริ่มกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของเรา วันนี้ไปเจอเรื่องนี้มา รู้สึกอย่างนี้ วันนี้อกหักก็บันทึกมันไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่าพอเริ่มมีคนเข้ามา เขาก็รู้สึกว่ามันเป็นพื้นที่ที่รวมคนที่รู้สึกแบบเดียวกัน แล้วมันก็อยู่กันมาเรื่อยๆ จนมันเติบโตเป็นคอมมิวนิตี้ แล้วก็ค่อยขยายสู่การทำเพลง เพราะแคปชั่นมันเล่าเรื่องได้นิดเดียว มันไม่มีน้ำเสียงที่จะทำให้เขาเข้าใจสิ่งที่เราเล่า บางเรื่องเรารู้สึกว่าเอาไปเล่าผ่านเพลงมันสื่อสารได้มากกว่า สีของฟ้า, จักรวาลสมมติ, เสียงทะเล, จันทร์, เพียงฤดู, กลับดาว, หนังสั้น ถ้าเพลงคือการเล่าเรื่องรูปแบบหนึ่ง ชื่อและเนื้อหาของเพลงทั้งหมดของ t_047 คือเรื่องเล่าจากการตกผลึกมุมมองความคิดจากความรู้สึกที่เป็นผลผลิตของวัยหนุ่มสาว ผลผลิตที่เกิดจากการตั้งคำถาม พร้อมๆ กับการพยายามทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว แทบจะทุกเพลงมีความเกี่ยวข้องกับการเฝ้ามองความเป็นไปของปรากฏการณ์ธรรมชาติ ท้องฟ้า สายลม สายรุ้ง ทะเล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/t_047-interview/">สำรวจจักรวาลดนตรีและความสัมพันธ์แบบ ‘บ้านข้างๆ’ กับวง t_047</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เด็ก ม.ปลาย คนหนึ่งชอบมองท้องฟ้านอกหน้าต่างเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป สิ่งที่ต่างออกไปคือเด็กคนนั้นเริ่มถ่ายรูปบ้านข้างๆ ที่มีฉากหลังเป็นท้องฟ้า (ที่ไม่ได้เป็นสีฟ้าทุกวัน) พร้อมโพสต์รูปและแคปชั่นเล่าความรู้สึกในใจ เพื่อเก็บไว้เป็นไดอารี (กึ่ง) ส่วนตัวในอินสตาแกรม ที่เรารู้จักกันในชื่อ t_047 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ตอนนั้นแค่อยากถ่ายรูปพวกสถาปัตย์ ตึกรามบ้านช่อง ถ่ายไปเรื่อยๆ ลงในอินสตาแกรมของตัวเอง พอ</span><span style="font-weight: 400;">รู้สึกว่าเริ่มรกไทม์ไลน์เพื่อนแล้ว ก็เลยแยกไปเปิด t_047 ขึ้นมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ตอนแรกไม่ได้บันทึกอะไร แค่เขียนว่านี่คือภาพแรกที่เราถ่ายนะ เหมือนเป็นไดอารีส่วนตัว </span><span style="font-weight: 400;">หลังๆ มันเริ่มกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของเรา วันนี้ไปเจอเรื่องนี้มา รู้สึกอย่างนี้ วันนี้อกหักก็บันทึกมันไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่าพอเริ่มมีคนเข้ามา เขาก็รู้สึกว่ามันเป็นพื้นที่ที่รวมคนที่รู้สึกแบบเดียวกัน แล้วมันก็อยู่กันมาเรื่อยๆ จนมันเติบโตเป็นคอมมิวนิตี้ แล้วก็ค่อยขยายสู่การทำเพลง เพราะแคปชั่นมันเล่าเรื่องได้นิดเดียว มันไม่มีน้ำเสียงที่จะทำให้เขาเข้าใจสิ่งที่เราเล่า บางเรื่องเรารู้สึกว่าเอาไปเล่าผ่านเพลงมันสื่อสารได้มากกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-60338" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-69.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-69.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-69-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">สีของฟ้า, จักรวาลสมมติ, เสียงทะเล, จันทร์, เพียงฤดู, กลับดาว, หนังสั้น</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเพลงคือการเล่าเรื่องรูปแบบหนึ่ง ชื่อและเนื้อหาของเพลงทั้งหมดของ t_047 คือเรื่องเล่าจากการตกผลึกมุมมองความคิดจากความรู้สึกที่เป็นผลผลิตของวัยหนุ่มสาว ผลผลิตที่เกิดจากการตั้งคำถาม พร้อมๆ กับการพยายามทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว แทบจะทุกเพลงมีความเกี่ยวข้องกับการเฝ้ามองความเป็นไปของปรากฏการณ์ธรรมชาติ ท้องฟ้า สายลม สายรุ้ง ทะเล ดวงดาว ดวงจันทร์ ฤดูกาล จักรวาล ไปจนความสัมพันธ์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันวงมี 4 คน ประกอบไปด้วย </span><span style="font-weight: 400;">ตูน–ณัฐธีร์ อัครพลธนรักษ์ (ร้องนำ, กีตาร์คอร์ด) </span><span style="font-weight: 400;">ไบรท์–วิชชัน วงศ์ปรีชาโชค (กีตาร์ โซโล, คอรัส) </span><span style="font-weight: 400;">ป็อป–ภูมิภูริณัฎฐ์ เดชาปัญญาสิทธิกุล (ดีเจมเบ้) และ </span><span style="font-weight: 400;">บี๋–</span><span style="font-weight: 400;">ศรุตา นิลโกสิตย์</span><span style="font-weight: 400;"> (ไวโอลิน) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อะไรทำให้พวกเขาเลือกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ออกมาเป็นบทเพลงฟังสบายและลอยเอื่อยแบบจริงใจในสไตล์ t_047 ที่ติดหูติดใจใครหลายคนขนาดนี้ เราอยากชวนคุณกระโดดขึ้นยานอวกาศแล้วไปสำรวจจักรวาลของวงดนตรีชื่อ t_047 ไปพร้อมๆ กัน</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">5 </span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">4 </span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">3 </span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">2 </span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">1</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60322 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-92.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-92.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-92-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-92-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60307 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-96.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-96.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-96-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-96-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ถ้าให้แต่ละคนเลือกเป็นดาวหนึ่งดวงแทนตัวเองจะเลือกเป็นดาวอะไร เพราะอะไร </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ผมเป็นดาว M78 เป็นดาวอุลตร้าแมน ผมเชื่อว่าในตัวผมมียอดมนุษย์อยู่หลายตัว ผมเป็นผู้ปกป้องโลกมนุษย์อีกทีหนึ่ง คือเราไม่ได้รู้จักดวงดาวอะไรแบบนี้เยอะ ที่คนเขาอินกันอย่างดาวพลูโต เราไม่ได้อิน ดาวดวงเดียวที่เรารู้จักคือ M78 รู้สึกผูกพันกับดาวดวงนี้ พอเราได้ยินชื่อดาว M78 เรารู้สึกอบอุ่น เรารู้สึกเหมือนมีอะไรปกป้องเราอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : ผมชอบดวงอาทิตย์ คือบางทีก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นศูนย์กลาง เรารู้ตัวว่าเราเป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ แต่จริงๆ แล้วเราไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาล ดวงอาทิตย์มันพยายามสร้างชีวิตและเปล่งแสงออกไป แต่จริงๆ แล้วเราไม่รู้เลยว่าข้างในดวงอาทิตย์มันเป็นยังไง ถ้าเปรียบกับตัวเองก็คือ ผมชอบที่จะควบคุมอะไรบางอย่างให้ได้ แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าจริงๆ ข้างในตัวเองต้องการอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ขอเตือนดวงดาวที่อยู่รอบๆ ไบร์ท อย่าเข้าไปใกล้มากเพราะคุณจะโดนเขาแผดเผา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : ถ้าเป็นไอ้ป็อป มันน่าจะเป็นอุกกาบาต (หัวเราะ) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">**(ป็อป–ภูมิภูริณัฎฐ์ เดชาปัญญาสิทธิกุล มือดีเจมเบ้ </span><span style="font-weight: 400;">ติดภารกิจเกณฑ์ทหาร)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60381 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-31.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-31.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-31-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ผมว่าป็อประบุไม่ได้ว่าเขาเป็นดวงดาวไหน แต่เขาเป็นสะเก็ดดาวที่มาจากดาวหลายๆ ดวง แต่พร้อมจะวิ่งชนเข้ามาบนโลก ใครขวางเขาจะชนหมดเลย เพื่อสร้างอาณาเขตของตัวเอง พอหล่นลงบนโลกมันก็จะเป็นหลุมใหญ่ๆ (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : บี๋ต้องเป็นดาวพระศุกร์ เพราะดูเป็นนางเอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บี๋ : คิดว่าเป็นดวงดาวเฉยๆ ละกัน คือมันก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรขนาดนั้น เป็นดาวที่ไม่มีชื่อเรียก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : แต่ว่าก็สร้างความสวยงามให้กับโลก </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-60398" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-17.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-17.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-17-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>แต่ละคนโคจรมาเจอกันได้ยังไง </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : ตูนกับไบร์ทรู้จักกันก่อนอยู่แล้ว คือทำวง YERM ด้วยกันมา T_047 ตั้งใจให้เป็นไซด์โปรเจกต์ของตูน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : เราอยากจะอัดเพลงง่ายๆ ด้วยไมค์คอนแดนเซอร์ เล่าคอนเซปต์ที่เราอยากเล่า ทีนี้พอมีงานเล่นสดเราไม่อยากไปคนเดียวเลยชวนเพื่อนมา ใครเล่นอะไรได้ก็เอามาแจมๆ กัน เราเรียนเอกโฆษณา คณะ ICT มหาวิทยาลัยศิลปากร ทำวงด้วยกันมาตั้งแต่ปี 2</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : ผมเข้าไปมหา’ลัยก็แค่อยากเล่นดนตรี เพราะว่าเดิมทีที่บ้านผมเขาเล่นดนตรีกันอยู่แล้วทั้งครอบครัวเลย พอเข้ามหา&#8217;ลัยก็อยากตั้งวงตามประสาวัยรุ่นครับ ก็ได้มาเจอตูนนี่แหละ โชคดีที่ทุกคนมีความจริงจังที่เหนือกว่าคนทั่วไป มีแพสชั่นในการเล่นดนตรี ก็เลยทำให้เราจริงจังกับมัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ซึ่งแพสชั่นนั้นก็คือ การอยากเป็นที่สนใจของผู้หญิง (ฮา) อยากให้สาวๆ ชื่นชม เราก็เลยเลือกช่องทางของการเป็นนักดนตรี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : แต่ผมไม่เกี่ยวเลยนะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : แหม ทุกคนแหละ (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : แต่ผมอยากเล่นดนตรีอย่างเดียว เพื่อระบายอารมณ์ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60366 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-42.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-42.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-42-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-42-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60368 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-44.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-44.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-44-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-44-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>จำเหตุการณ์วันแรกที่เจอกันได้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ประโยคแรกที่ไบร์ทพูดกับผมวันปฐมนิเทศ ไบร์ทสะกิดหลังผมแล้วถามว่า นายๆ ฟัง Arctic Monkeys ปะ (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : แล้วตูนก็บอก เฮ้ย ฟัง เราก็บอก เฮ้ย เจ๋ง เหมือนพวกเด็กเนิร์ดคุยกันอะ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วมือไวโอลินสมาชิกคนล่าสุดมาร่วมงานกันได้ยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บี๋ : หนูเรียนดนตรีอยู่ที่ ม.รังสิต แต่ว่าเรียนเอกคลาสสิกเลย ทีนี้มีรุ่นพี่นักดนตรีที่เขาเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กพี่ตูนเห็นพี่เขาประกาศหามือไวโอลิน รุ่นพี่เลยแท็กหนูมา หนูก็คิดว่า เออ น่าสนใจ อยากลองเล่นเพลงแนวอื่นที่ไม่ใช่ที่เรียนอยู่บ้าง ก็เลยลองทักพี่ตูนไปว่าสนใจอยากลองเล่นกับวง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ผมโทรไปถามเลย เออ ปกติเล่นแนวไหน อ๋อ เล่นคลาสสิก แล้วเล่นพวกอิมโพรไวส์ได้ไหม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : คือเห็นเฟซแล้วก็รับเลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ผมคุยแป๊บเดียว แล้วชวนนัดซ้อมกันสักรอบ ผมคิดว่าคุยไปมันก็เท่านั้นถ้าไม่ได้มาเจอมานัดซ้อมกัน ซ้อมครั้งแรกก็ เออ ไอ้น้องมันก็หน้าตาดีว่ะ เราก็โอเค (หัวเราะ) คือเราเชื่อใจตั้งแต่รู้ว่าบี๋เรียนเอกคลาสสิกไวโอลินอยู่แล้ว และมีประสบการณ์เคยไปเล่นให้บอดี้สแลมมาด้วย วิชาตัวเบา คอนเสิร์ตที่ราชมังฯ วงเราสเกลเล็กๆ บี๋เอาอยู่แน่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : ผมเห็นน้องเขานั่งคุยกับเพื่อนนักดนตรี “เฮ้ย โน้ตท่อนนี้มันเล่นเขบ็ตประจุดนะ เดี๋ยวแก้โน้ตเลย” โอ้โห</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : แต่เวลาเราคุยกันจะบอกว่า บี๋ ท่อนนี้ขอแบบ (เลียนเสียงไวโอลิน) “แอ๊ะ แอ๊ะ แอ๊ะ” ขอ “แอ๋&#8230;” ยาวหน่อย (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60364 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-50.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-50.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-50-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-50-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60351 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-55.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-55.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-55-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-55-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ในยุคที่ใครๆ ก็ใช้ซาวนด์อิเล็กทรอนิก ซินท์ป๊อปล้ำๆ ทำไมถึงเลือกเล่าเรื่องผ่านดนตรีโฟล์ก </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : เพราะผมเล่นไม่เป็น (ฮา) ผมไม่สามารถทำวงแบบนั้นได้เพราะผมไม่ได้ฟัง </span><span style="font-weight: 400;">ผมเชื่อเรื่อง You are what you is. ผมไม่ได้โตมากับดนตรีแบบนั้น </span><span style="font-weight: 400;">ด้วยความที่งานมันง่ายด้วย เราแค่ต้องการจะเล่าเมสเซจอะไรบางอย่างออกไป </span><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้อยากให้คนดูมานั่งลอย มาเต้นอะไร เราอยากให้ฟัง มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง อย่าง &#8216;สีของฟ้า&#8217; เพลงแรกที่เราอัดก็เลยมีแค่กีตาร์โปร่งตัวเดียวเลย แล้วพอเราไปเล่นก็รู้สึกว่าให้มีเสียงกีตาร์แอมเบียนต์มาเล่าเรื่องของบรรยากาศ มีเสียงไวโอลินมาเล่าเรื่องของเวลา มีเสียงดีเจมเบ้มาทำให้มันกลม แค่นี้เราว่าเมสเซจมันส่งไปได้แล้ว เลยคิดว่าเป็นโฟล์กก็พอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไปร์ท : ผมคิดว่าผมโชคดีด้วยเพราะผมเป็นคนที่แต่งเนื้อไม่เป็นเลย เมสเซจที่อยากเล่าก็พูดไม่รู้เรื่อง โชคดีที่เจอตูนและได้ทำวงกัน มันก็เลยลงล็อกกัน เพราะว่าผมชอบอะไรที่มันนามธรรมมากๆ ชอบสร้างบรรยากาศ มันก็เลยเป็นส่วนผสมที่ไปด้วยกัน มันเหมือนถ้าทำงานครีเอทีฟก็คือทำงานกันแบบ ก็อบปี้ฯ กับ อาร์ตไดฯ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ทีนี้แนวเรามันคือแนวอะไรวะ โฟล์กไฮบริดเหรอ </span><span style="font-weight: 400;">หรือ Acoustasonic มันก็ไม่ใช่โฟล์กแท้นะ เพราะโฟล์กแท้มันก็ต้องมีแค่กีตาร์โปร่งแบบวง selina and sirinya คือเราเป็นอะไรก็ได้ขอแค่ได้เล่าเรื่องที่อยากเล่าก็พอแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เสน่ห์ของโฟล์กในแบบของ t_047 คืออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ที่เราชอบเพราะว่าเหมือนมีเครื่องดนตรีที่สร้างบรรยากาศครอบเมสเซจอีกที </span><span style="font-weight: 400;">เวลาไปเล่นเหมือนเราก็ชัดเจนว่าไม่ต้องมาคาดหวังซาวนด์ที่ดีหรืออะไรมากมายจากเรา </span><span style="font-weight: 400;">คิดซะว่าเราเป็นเพื่อนแถวบ้านที่มานั่งล้อมวงเล่นกัน นี่คือสิ่งที่เราพยายามควบคุมทุกโชว์ให้เหมือนคนนั่งฟัง นั่งเล่นกันในบ้าน เพื่อตัดความคาดหวังของคนออกไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-60355" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-59.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-59.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-59-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>เหมือนวงจะเน้นเรื่องความง่ายและธรรมดา ทำไมถึงเชื่อในความธรรมดา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ตอนแรกก็คิดว่า เฮ้ย มันดูเป็นข้ออ้างหรือเปล่า กับการที่เราบอกว่าตัวเองธรรมดา เพราะเราทำอะไรที่มันพิเศษไม่ได้ ตอนแรกที่ทำวงเรามีคิดไว้ในใจว่าจุดเด่นของวงเราคืออะไร เพราะดนตรีมันธรรมดามาก แล้ว</span><span style="font-weight: 400;">มันยังไม่เคยมีใครบอกว่า เฮ้ย กูเป็นวงธรรมดาว่ะ กูเป็นวงดนตรีนะ แต่กูไม่ได้มีอะไรโดดเด่น พวกกูธรรมดามาก แล้วเราเชื่อว่าคนที่ฟังก็เป็นคนธรรมดา คนที่นั่งอยู่ที่บ้าน เรารู้สึกว่าเราเป็นคนทำเพลง ถ้าเราสื่อสารข้อความที่มันธรรมดาออกไป เรารู้สึกว่าคนจะเข้าใจเรา จะอินกับเรา เราเลยใช้ภาษาที่มันธรรมดา ไม่ได้กวีมาก เป็นสิ่งที่เราพูดคุยกันในชีวิตประจำวัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างชื่ออัลบั้ม &#8216;</span>Ordinary Things That Stay Forever&#8217;<span style="font-weight: 400;"> ไอ้สิ่งที่มันพิเศษ ไอ้สิ่งที่มันมาแล้วคนให้ความสนใจ คนว้าว วันหนึ่งมันจะไม่ว้าว แต่ความธรรมดาเห็นแล้วคนก็จะ อ๋อ อืมๆ มันก็จะเป็นอย่างนี้ของมันไปเรื่อยๆ มันคงจะไม่บูม แต่มันคงไม่หาย อยู่กับมันไปเรื่อยๆ นี่คือสิ่งที่ตั้งใจทำกับ t_047 คือให้คนรู้สึกกับเราแบบนี้ไปเรื่อยๆ ค่อยๆ รู้สึกกันไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ความธรรมดาที่เสมอต้นเสมอปลายมันดียังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : เหมือนเรามีแฟน เราพยายามทรีตเขาให้รู้สึกพิเศษที่สุด เราพยายามทำทุกอย่างให้มันเพอร์เฟกต์ที่สุด โทรไปหา คุยกันวันละชั่วโมงสองชั่วโมง พาไปกินข้าวร้านหรูๆ แต่ถ้ามันไม่ใช่ตัวเอง เราไม่สามารถทำแบบนั้นได้ตลอด วันหนึ่งมันจะค่อยๆ ลดลงมา แล้วกลายเป็นว่าเขาบอกว่าเราเปลี่ยนไป ทำไมไม่เสมอต้นเสมอปลาย หลังจากนั้นก็เริ่มเรียนรู้ว่า งั้นกูก็ธรรมดา ไม่ต้องเปิดประตูเข้าห้องมาแล้วมีลูกโป่งเต็มห้อง ไม่ต้องมีอะไรแบบนั้น เลยเชื่อในอะไรที่ธรรมดา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันคือความเสมอต้นเสมอปลายแหละ อย่างข้อความที่เขียนในแคปชั่น เราเรียนโฆษณามาเรารู้ว่าเขียนแบบไหนคนจะแชร์ เขียนแบบไหนคนจะชอบ แต่เราพยายามเขียนสิ่งที่เรารู้สึกจริงๆ ซึ่งมันอาจไม่ใช่ประโยคที่ฟังแล้วอยากแชร์ แต่นี่มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับความคิดเราจริงๆ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-60356" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-51.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-51.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-51-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>เขียนและเลือกใช้คำที่จริงใจกับความรู้สึกตัวเอง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ใช่ๆ เหมือนบางทีมันก็จะมีเถียงกับตัวเองบ้างแหละว่า โห ท่อนนี้อยากจะใช้คำประมาณนี้ </span><span style="font-weight: 400;">แต่เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราพูด หรือสิ่งที่เราคิดจริงๆ สู้ให้เพลงมันธรรมดาดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : ผมว่ามันธรรมดา แต่ว่าที่มันไม่ธรรมดาสำหรับคนฟังเพราะว่ามันทัชเขา บางเพลงของบ้านข้างๆ </span><span style="font-weight: 400;">ที่ตูนแต่ง มันเป็นเพลงที่เป็นเรื่องจริง พอเราพูดออกมามันก็เลยโดนใจคน มันเหมือนเพลงไทยโดนใจ มันเลยไม่ธรรมดา แต่ส่วนใหญ่ผมทำพาร์ตดนตรีใช่ไหม ผมจะให้ตูนพูดแค่เมสเซจเดียวว่า เพลงนี้อยู่ที่ไหน แล้วกำลังจะไปไหนต่อ ผมก็แค่ทำให้เป็นสถานการณ์เกิดขึ้นมา อย่างเพลง <em>เพียงฤดู</em> ตูนบอกว่าตื่นมาในห้องตอนเช้า เราก็ทำเพลงท่อนแรกให้รู้สึกว่ามันกำลังอยู่ในห้อง แล้วกำลังไปไหนต่อ ก็คือฤดูกำลังเปลี่ยนไป มีลมพัดมีฝนตก ผมก็รู้สึกว่ามันเป็นความธรรมดาที่ไม่ธรรมดาอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บี๋ : ตอนแรกหนูก็อยู่ในฐานะผู้ฟังวงนี้มาก่อนค่ะ คือรู้สึกชอบเหมือนที่พี่ไบร์ทพูดว่ามันคือเรื่องจริง มันง่ายๆ ฟังแล้วมันก็เหมือนสัจธรรมชีวิตนิดหน่อย มันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้วก็ไม่มีอะไรหวือหวา ฟังได้เรื่อยๆ </span><span style="font-weight: 400;">รู้สึกว่า เออ มันก็ธรรมดาดีนะ ฟังกี่ทีมันก็เหมือนให้ข้อคิดกับชีวิตไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : เหมือนฟังธรรมะ (หัวเราะ)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เหมือนเรื่องเล่าในเพลงของ t_047 มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ใช่ๆ ผมชอบอีกอย่างหนึ่งคือ พอฟังในช่วงอายุหนึ่งมันรู้สึกอีกแบบหนึ่ง <em>สีของฟ้า </em>เราปล่อยตอนปี 3 ปี 4 พอกลับมาฟังตอนเรียนจบแล้วก็รู้สึกอีกแบบหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : เหมือนกับว่าตอนนั้นเราพยายามเล่า แต่พอผ่านเวลามาปุ๊บ กลับไปฟังใหม่อีกที เฮ้ย ตอนนั้นเรายังไม่รู้อะไรเลยหรือเปล่าวะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60399 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60400 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>การทำเพลงมีกระบวนการยังไง เริ่มตั้งต้นจากอะไรก่อน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : มันจะมีเรื่องมาก่อน สมมติยกตัวอย่างเพลง <em>เพียงฤดู</em> ก็ได้เมสเซจมาอันเดียวเลยว่า ชีวิตคนเรามันก็เป็นเพียงฤดู เหมือนตื่นมาแล้วรู้สึกว่า อากาศมันดี ทุกอย่างมันดี มีคนรักนอนอยู่ข้างๆ แล้วก็รู้สึกว่า โอ้โห ชีวิตมันดีมาก เราเอาช่วงเวลาช่วงเดียว เราเอาฤดูเดียวมาตัดสินเลยว่าชีวิตเราดี ถ้าวันหนึ่งไอ้สิ่งเหล่านี้มันหายไป มันจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเรา เราเลยรู้สึกว่า เออ ไม่อยากหลงไปกับสิ่งที่มันดี ณ เวลานั้นมากเกินไป แล้วก็พยายามบอกกับตัวเองว่า ชีวิตมันเป็นเพียงฤดู แล้วมันก็เริ่มเขียนเนื้อตอนนั้นเลย </span><i><span style="font-weight: 400;">เช้าวันนี้มีเธออยู่ ดูรอยยิ้มเมื่อตอนเธอนอน ลมหนาวพัดมา บางอย่างก็ทำให้คิดถึงชีวิตที่มีอยู่ </span></i><span style="font-weight: 400;">แล้วก็เขียนมาเรื่อยๆ ค่อยเอามาเข้าทำนองเป็นเพลง เขียนเมสเซจมาก่อน เหมือนเราเขียนบทความเพื่อเล่าให้ใครคนหนึ่งฟัง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีส่วนไหมว่า เพราะเรียนโฆษณามาด้วยเลยทำให้ใช้วิธีนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ใช่ ผมว่าโฆษณามันตั้งต้นด้วยคีย์เมสเซจ พอได้บิ๊กไอเดียปุ๊บ เอามาแตกเป็น execution อะ กูจะเล่าแบบนี้ เขียนมาหน้ากระดาษหนึ่ง อ๋อ ลมหนาวเดียวมันก็มา แล้ววันหนึ่งมันก็ลา แล้วค่อยมาหาคอร์ดที่เล่าเมสเซจนี้ได้ดี เหมือนเรามีพล็อตแล้วค่อยไปหาว่า เอเจนซีไหน โปรดักชั่นไหน ที่มันจะเล่าเรื่องนี้ได้ดีที่สุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ใครเป็นคนตัดสินใจเคาะเพลง ว่าเพลงแบบนี้แหละคือ t_047 </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : อัลบั้มแรก &#8216;Ordinary Things That Stay Forever&#8217; กระบวนการมันอยู่ที่ผมกับไบร์ท ผมเขียน ทำเดโม่ ส่งให้ไบร์ท บรีฟไบร์ทไปว่าอยากได้แบบนี้นะ ไบร์ทส่งกลับมา เราก็แก้พาร์ตดนตรีกันก่อนให้เสร็จ พาร์ตดนตรีเสร็จแล้ว โอเค นัดวันกันเข้าไปอัดเสียง เข้าสู่กระบวนการมิกซ์ mastering</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : เหมือนแยกงานขาดกันเลยครับ แค่สองคน ตูนแต่งเนื้อมาผมทำดนตรี ผมแก้เนื้อนิดหนึ่ง ตูนเขาแก้ดนตรีนิดหนึ่ง แล้วก็จบงานกันสองคน แต่อัลบั้มหน้าคงเปลี่ยนวิธี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : อัลบั้มหน้าคงเขียนให้เสร็จสัก 10 เพลงแล้วเรียกมาคุยกันว่า ใครมีไอเดียอะไร เห็นอะไรบ้างเอามาแชร์กัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>อัลบั้มหน้าได้กำหนดเวลาไหมว่าจะปล่อยเมื่อไหร่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ไม่คิดเลย ไม่กำหนดเวลาด้วย แค่รู้สึกว่าวันไหนว่างก็นั่งเขียนเพลง นั่งทำเพลง วันไหนมีเรื่องจะเล่าก็นั่งจด นั่งอัดเดโมไป อาจจะ 3-4 ปีก็ได้ ไม่รีบเลย เพราะเราไม่ได้วางมันเป็นอาชีพไง เหมือนเราแค่ทำเป็นงานอดิเรก ถ้าเสร็จเมื่อไหร่ก็ปล่อย ใช้เวลากับมันเยอะๆ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-60404" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-14.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-14.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-14-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ไม่ได้กดดันตัวเองมาก</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ใช่ ไม่กดดันเลย ถ้ามันจะมามันก็มา </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เพราะว่าไม่มีค่ายด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ใช่ นั่นเป็นข้อดี  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : แต่ก็เป็นข้อเสียเหมือนกัน ก็คือแบกของไปนู่นไปนี่ แต่ก็มีพี่ปาร์คช่วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : เรารู้สึกว่าคาแร็กเตอร์วงเรามันมีค่ายไม่ได้ เพราะว่าเราวางตัวเองแบบอะไรก็ได้ ชิลล์ๆ ทำกันเอง ปล่อยกันเอง สงสารคนที่จะมาเป็นค่ายเราด้วย พวกเราช้า พวกเราค่อยๆ ทำ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แต่ด้วยยุคสมัยมันก็เอื้อให้ทำงานได้ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : แค่รู้สึกว่าอุปกรณ์ที่มีมันพอทำกันได้ มันโอเค มันมีที่ mastering ที่เราสนิทกัน ก็พออยู่ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60387 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-25.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-25.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-25-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-25-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60388 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-26.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-26.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-26-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ในวันคอนเสิร์ต </b><b>T_047 &#8216;ชวนเพื่อนมาบ้าน&#8217;</b><b> ตูนบอกว่ามีวงภูมิจิตเป็นไอดอล </b><b>อยากให้เล่าหน่อยว่าได้รับอิทธิพลอะไรมาบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : รับตั้งแต่ชื่อวงก่อนเลย ในขณะนั้นที่เชลฟ์ Happening มันมีชื่อวงเท่ๆ มีอะไรเท่ๆ นี่คือชื่อวงที่ชื่อเชยมาก เหมือนชื่อพ่อใครสมัยมัธยมฯ ช่วงนั้นมันเคว้งด้วย เรารู้สึกว่า บอดี้สแลมไม่ใช่เราละ บิ๊กแอสไม่ใช่เราละ คือชอบไปเดินเล่นหอศิลป์อยู่แล้ว ก็ลองซื้อมาฟังดู มันน่าจะเป็นเพลงไทยแรกๆ ที่เรารู้สึกว่า โอเค ถ้าหลุดออกจากความรักได้เราก็รู้สึกว้าวแล้วอะ คือก่อนหน้านั้นเราฟังเพลงแบบ ฉันรักเธอ เธอรักฉันมาตลอด พอมาวงนี้เพลงแรกที่ฟังคือ </span>New World Order <i><span style="font-weight: 400;">“อเมริกาบ้าสงคราม ผิวขาวได้ด้วยไวต์เทนนิ่งครีม แย่งส่วนแบ่งต่างๆ ด้วยมาร์เก็ตติ้งทีม”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เชี่ยอะไรวะเนี่ย แต่นั่นเป็นการเปิดโลกการฟังเพลงของเราว่า แม่งไม่ต้องพูดแล้วเรื่องความรักเรื่องความสัมพันธ์ มันพูดได้หลายอย่าง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>การโคจรออกไปเจอสิ่งใหม่ๆ ลองฟังสิ่งที่ไม่คุ้นเคย แบบที่ตูนทำมันสำคัญกับชีวิตยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : ผมว่ามันสำคัญมากเลยนะ ผมพยายามไปเจออะไรใหม่ๆ มันจะมีช่วงรอยต่อของชีวิต ผมเจออยู่สามช่วง คือ ช่วง ม.ต้น ช่วงเข้ามาหา&#8217;ลัย แล้วก็ช่วงเรียนจบ คือช่วงรอยต่อที่จะรู้สึกเคว้งๆ เราก็คิดว่าจะทำอะไรต่อได้บ้างวะ ไม่งั้นเราอยู่แบบนี้ ไม่ไปเจออะไรใหม่ๆ เลย เราจะเริ่มเฉา เริ่มดาวน์ไม่อยากทำอะไร ตื่นมาไม่มีพลังเลย ก็เลยต้องพยายามออกไปฟังเพลงใหม่ ออกไปเจอคน เพื่อที่จะให้เรามีพลังขึ้นมาตั้งเป้าอะไรบางอย่างแล้วรู้ว่า ถ้าเราตื่นมาต้องทำอะไรต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : บางที่รู้สึกเหมือนว่าโลกที่เรารู้จัก เรารู้จักมันกว้างพอแล้ว ณ จุดหนึ่งเราว่าทุกคนต้องเคยรู้สึกว่าตัวเองแม่งยิ่งใหญ่คับโลก กูคือตูน ณัฐธีร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : โห ช่วงมหา&#8217;ลัยนี่ผมว่าทุกคนเป็นหมด หรือว่ากูอยู่กับมึงกูเลยเป็นวะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : เออ ช่วงหนึ่งผมกร่างในเฟซบุ๊กมาก รู้สึกว่าตัวเองฟังเพลงเยอะ ผมฟังกว้าง </span><span style="font-weight: 400;">ผมคือคนที่มีศักยภาพมาก แต่พอได้รู้จักเบิร์ดซาวนด์ ได้เจอสังคม ได้เจออะไรที่มันกว้างขึ้น สุดท้ายเรามันก็แค่กระจึ๊งหนึ่ง สมัยมหา&#8217;ลัยเราอาจจะคิดว่ากูคือมือกีตาร์ ไอ้ไบร์ท์คือมือกีตาร์ เฟี้ยวๆ </span><span style="font-weight: 400;">มึงเจอพี่เบิร์ด Desktop Error เข้าไป ไอ้เชี่ย พี่เบิร์ดปรับจูนกีตาร์เอง สร้างคอร์ดใหม่เอง </span><span style="font-weight: 400;">เลยได้รู้ว่าวันไหนที่มึงรู้สึกว่ามึงใหญ่คับโลก เดี๋ยวโลกจะบี้มึงลงมาเอง เออ ให้มันไปเจอเอง ให้มึงคิดว่ามึงเฟี้ยวไปเลย (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-60337" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-67.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-67.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-67-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>บี๋มือไวโอลินก็เหมือนออกจากคอมฟอร์ตโซนมา มันเปลี่ยนเรายังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : เออว่ะ บี๋ออกมาไกลมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บี๋ : ปกติที่บ้านหนู พ่อแม่จะบังคับนิดหนึ่งตั้งแต่เด็ก อยู่ในกรอบตลอด ก็เรียนๆ ชีวิตไม่หวือหวาอะไรเลย เรียนตามที่แม่บอก เมื่อก่อนจะเป็นคนแบบ ไอ้นู่นก็ไม่กล้าทำ ไอ้นี่ก็ไม่กล้าทำ แต่พอเข้ามหา’ลัย แล้วเราเจอคนที่หลากหลายมากขึ้น รู้สึกว่าเราควรจะออกจากคอมฟอร์ตโซนของเราแล้ว เออ ไหนๆ ก็นะ สักครั้งหนึ่ง อยากลองทำอะไรก็ลองให้หมดเลย ตอนนี้น่าจะเป็นช่วงที่หนูกำลังเริ่มหาสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตทำ นอกจากที่เราเรียนมาตามระบบทั่วๆ ไป ตอนนี้ก็หาอะไรที่อยากทำ ทำไปเรื่อยๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-60360" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-46.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-46.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-46-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>เหมือนตอนนี้ทุกคนก็พยายามโคจรไปในพื้นที่ใหม่ๆ ตลอด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ใช่ พอเจอสังคมใหม่แล้วรู้สึกว่าโลกมันกว้างมาก ไม่ต้องเอาระดับโลกหรอก แค่อยู่ในประเทศไทย แค่เราได้ไปเล่นในหลายๆ จังหวัด เราได้เจอวัฒนธรรมของคน ได้เจอคนหลายๆ ประเภท เราก็ได้เห็นว่า อ๋อ จังหวัดเขาทำกันอย่างนี้เหรอวะ แค่นี้ก็เปิดแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้า t_047 เป็นดวงดาวคนดูจะได้เห็นมันโคจรไปทิศทางไหนต่อไป</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ผมพยายามหนีออกจากจุดที่คนจะมองเห็น ไม่ได้อยู่ในแสงไฟ ไม่ได้อยากจะเป็นดาวที่อยู่ในระบบสุริยะด้วย แต่สิ่งที่ผมอยากให้มันไปต่อคือ อยากให้มันไปโคจรรอบๆ ดวงดาวดวงเล็กๆ เหมือนไปชวนดวงดาวดวงเล็กๆ มาอยู่ด้วยกันแล้วก็สร้างพวกเราให้เป็นกลุ่มดาวอะไรบางอย่าง คงอยากสร้างคอมมิวนิตี้มากกว่า อยากจะสร้างวงดนตรี แล้วก็ไม่ได้อยากให้คาดหวัง รอเพลงที่มันจะเพราะ เพลงที่มันจะดัง เราเจอแนวทางของเราแล้ว เราก็จะค่อยๆ ไปของเรา ถ้าถามว่าจะโคจรไปไหนเราก็ยังไม่รู้นะ คอยดูไปเรื่อยๆ ว่า t_047 กำลังทำอะไรอยู่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-60349" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-62.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-62.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-62-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ตอนท้ายของคอนเสิร์ต t</b><b>_047 &#8216;ชวนเพื่อนมาบ้าน&#8217;</b> <b>วันที่ 30 มีนาคม</b><b>ที่ผ่านมา </b><b>ตูนชวนเพื่อนสนิทขึ้นมาเล่นดนตรีด้วยกันบนเวที ตอนนั้นแววตาคุณดูมีความสุขมากเลย </b><b>อะไรทำให้คุณให้ความสำคัญกับเพื่อนมากขนาดนั้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : จริงๆ อาจจะเป็นเพราะว่าผมโตมาคนเดียว ผมโตมากับสภาพครอบครัวไม่ค่อยสมบูรณ์ </span><span style="font-weight: 400;">การได้มาเจอเพื่อนในมหา’ลัย มันคือสภาพแวดล้อมดีๆ เดียวที่ผมมี ทุกวันนี้ผมไม่ได้กลับไปบ้าน </span><span style="font-weight: 400;">เพราะว่าเราไม่ได้มีคนที่เรารู้สึกว่าเขาอยู่ข้างๆ เรา </span><span style="font-weight: 400;">มองย้อนกลับไปตั้งแต่ปีหนึ่ง คนที่มันช่วยเหลือชีวิตเราคือคนที่เป็นเพื่อนๆ เหล่านี้ เราเลยเห็นความสำคัญของคนที่อยู่ข้างๆ และต้องเป็นคนที่เรารู้สึกว่าเขาจริงใจกับเราจริงๆ และทุกคนที่อยู่ในงานนั้นก็คือคนที่เรารู้สึกแบบนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อมาตลอดว่ามนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่คนเดียว โอเคมันเกิดมาคนเดียวแล้วมันตายคนเดียว แต่ว่าในระหว่างทางที่เราเดินอยู่ รู้สึกว่าการมีใครสักคนข้างๆ มันเป็นสิ่งสำคัญ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<h3>บทเพลงจาก <span style="font-weight: 400;">t_047 ที่วงอยากแชร์ให้เราฟัง</span></h3>
<h4>01 จักรวาลสมมติ</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ถ้าต้องพูดถึงเพลงที่ชอบที่สุด คิดว่าน่าจะเป็น </span><em>จักรวาลสมมติ</em><span style="font-weight: 400;"> เพราะเป็นเพลงที่ ณ ทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเนื้อหาจริงๆ ของมันคืออะไร แต่เวลาเราร้องแล้วรู้สึกดีและผ่อนคลายมาก<em> จักรวาลสมมติ</em> เกิดขึ้นจากตอนที่เมามากๆ หยิบกีตาร์มาจับได้แค่สองคอร์ด อยากให้เห็นภาพมากเลย น้ำลายจะไหล บอกตัวเองว่า อย่าอ้วกนะ (หัวเราะ) แล้วหยิบกีตาร์ขึ้นมาร้องเพลง นั่งฮัมไป อยู่ๆ ก็พูดอะไรก็ไม่รู้ พูดอะไรเป็นทำนอง​ “เอย คือความจริง” เฮ้ย เพลงมันมาว่ะ ก็กดเรคคอร์ดไว้ ฮัมๆ ไปเรื่อยๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอตอนเช้าเราค่อยมานั่งแกะ แล้วก็เขียนข้อความที่พูดเมื่อคืนลงในกระดาษ ได้มาเป็นเพลงหนึ่ง แล้วก็คิดว่า เมื่อคืนกูเป็นอะไรวะ (ฮา) มันเหมือนกับว่าช่วงที่เราเมา ณ ตอนนั้น มันพูดสิ่งที่อยู่ในใจเราออกไปหมดโดยที่เราไม่รู้ด้วยว่า จริงๆ ในใจเรามันคิดอะไรอยู่ ก็เลยแทนสิ่งที่อยู่ข้างในวันนั้นเป็นคำว่า จักรวาลสมมติ ในตัวเรามันเหมือนมีบางสิ่งที่มันเหมือนอีกจักรวาลหนึ่งที่เราไม่รู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ รู้สึกอะไรอยู่</span></p>
<div id="erdyt-6a31f55f826ce" data-id="8mEhZzu-xb4" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-8mEhZzu-xb4-6a31f55f826ce" data-vid="8mEhZzu-xb4" data-src="https://www.youtube.com/embed/8mEhZzu-xb4?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/8mEhZzu-xb4/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<hr />
<h4>02 เพียงฤดู</h4>
<p><em>เพียงฤดู</em><span style="font-weight: 400;"> มันเป็นสิ่งที่เราอยากจะบอกตัวเอง แต่พอมันไป effective กับคนที่เขาเป็นโรคซึมเศร้า แล้วเขาทักมาบอกว่าเขารู้สึกดีได้ด้วยเพลงนี้ มันทำให้เราเปลี่ยนมุมมองในการทำดนตรีไป เราเป็นคนไม่ได้อินกับรางวัลหรือยอดวิวอะไรอยู่แล้ว เราแค่รู้สึกว่า เออว่ะ มันมีคนกลุ่มหนึ่งที่ได้อะไรดีๆ จากเพลงนี้ อาจจะมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย แต่ว่าถ้าเพลงเรามันไปเซฟเขาได้ โห นี่มันคือรางวัลที่ใหญ่ที่สุดสำหรับคนทำเพลง คือเพลงไปช่วยชีวิตคนไว้</span></p>
<div id="erdyt-6a31f55f826fd" data-id="a0mid0GBNpc" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-a0mid0GBNpc-6a31f55f826fd" data-vid="a0mid0GBNpc" data-src="https://www.youtube.com/embed/a0mid0GBNpc?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/a0mid0GBNpc/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<hr />
<h4>03 เสียงทะเล</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : ผมชอบเพลง </span><em>เสียงทะเล</em><span style="font-weight: 400;"> เพลงนี้เป็นเพลงที่ผมไม่ได้ทำเลยนะ ตูนทำคนเดียว แต่ว่าตอนที่มันไปทำเพลงนี้ ผมไปอยู่ที่ทะเลกับมันด้วย เลยต้องไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้นด้วย มันเลยอินไง (หัวเราะ) ฟังแล้วร้องไห้เลยนะ มันเป็นเพลงที่ง่าย เหมือนกูไม่เป็นไรแล้ว แต่จริงๆ กูคิดถึง มันก็ทัชผม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : เพราะมึงชอบพาสาวไปทะเลไง  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : มึงแหละ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : เราเรียนที่ศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี เพราะฉะนั้นสถานที่ที่มันจะโรแมนติกที่สุด ณ ที่นั้นก็คือทะเล ทุกคนต้องพาสาวไปทะเล</span></p>
<div id="erdyt-6a31f55f82710" data-id="k_pMZARaJDo" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-k_pMZARaJDo-6a31f55f82710" data-vid="k_pMZARaJDo" data-src="https://www.youtube.com/embed/k_pMZARaJDo?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/k_pMZARaJDo/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<hr />
<h4>04 รอสายรุ้ง</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : คือตอนทำเราก็รู้สึกได้ว่าท่อนนี้มันว่ะ เคยไหมที่เราฟังเพลงที่ไม่รู้ว่าความหมายมันคืออะไร แต่จู่ๆ มันก็ขนลุกอะ แล้วเราก็ต้องกลับไปฟังใหม่ว่ามันต้องการจะเล่าอะไร แล้วมันก็จะอิน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : เมสเซจเดียวเลยก็คือ ถ้าไม่รอ ก็ไม่นาน คนเราให้ความสำคัญกับเวลาที่เป็นตัวเลขมากเกินไป คนเราไปกำหนดเองว่าการโสดมาหนึ่งปีคือนาน การลืมใครคนหนึ่งไม่ได้มาสามเดือนแปลว่านาน ถ้าเราใช้ชีวิตปกติ ไม่ต้องกระเสือกกระสนจะหาแฟน หรือจะหาคนที่ใช่ ก็ใช้ชีวิตปกติมันก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันนานหรือว่าอะไร อยู่คนเดียวก็ไม่ได้แย่ วันหนึ่งเจอคนเข้ามามันก็อาจจะเป็นเรื่องดีๆ ไม่อยากให้คนไปรอคอยอะไรบางอย่าง ไม่อยากให้ไปใจจดใจจ่อกับมันมากเกินไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ ก็เป็นความขบถกับอีกหลายเพลงที่เราเคยได้ยินมา หลายเพลงที่บอกว่า ต้องรอไปอีกนานแค่ไหน ต้องรอไปอีกนานเท่าไหร่ ไม่ต้องรอ ใช้ชีวิตไปตามปกติเลย </span><span style="font-weight: 400;">ไม่มีใครมานั่งจ้องมองหาว่าสายรุ้งอยู่ไหน สายรุ้งๆๆ แต่พอวันหนึ่งเราแหงนหน้ามองเห็นสายรุ้ง อันนั้นคือ beautiful moment </span></p>
<div id="erdyt-6a31f55f8271d" data-id="fcjj26PYfUE" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-fcjj26PYfUE-6a31f55f8271d" data-vid="fcjj26PYfUE" data-src="https://www.youtube.com/embed/fcjj26PYfUE?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/fcjj26PYfUE/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<hr />
<h4>05 สีของฟ้า</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">บี๋ : </span><span style="font-weight: 400;">รู้สึกว่าเพลงนี้มันไม่ได้สื่อแค่เรื่องความรักอย่างเดียว ชีวิตเราทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปตลอด แค่สีของท้องฟ้ามันยังเปลี่ยนทุกวันเลย เมื่อก่อนเราเป็นคนคิดมาก มีอะไรก็ชอบเก็บมาคิด แต่พอได้ฟังเพลง เออ มันก็จริง คนเราความคิดมันก็เปลี่ยนทุกๆ วัน เราโตขึ้นเรายังคิดไม่เหมือนเดิมเลย ฟังเพลงนี้แล้วมันทำให้เราปล่อยวางได้ว่า ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปตลอดเวลาแหละ ไม่ต้องไปยึดติดกับมัน</span></p>
<div id="erdyt-6a31f55f82728" data-id="xtTFNAs6xU0" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-xtTFNAs6xU0-6a31f55f82728" data-vid="xtTFNAs6xU0" data-src="https://www.youtube.com/embed/xtTFNAs6xU0?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/xtTFNAs6xU0/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/t_047-interview/">สำรวจจักรวาลดนตรีและความสัมพันธ์แบบ ‘บ้านข้างๆ’ กับวง t_047</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ ‘ANATOMY RABBIT’ วงกระต่ายกายวิภาคในวันที่ดนตรีอินดี้อุดรฯ เริ่มเป็นที่จับตา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/anatomy-rabbit-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นนทิปัญจม์ ณัชชาณัฏฐ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Apr 2019 07:07:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[ANATOMYRABBIT]]></category>
		<category><![CDATA[กระต่ายกายวิภาค]]></category>
		<category><![CDATA[อุดร]]></category>
		<category><![CDATA[วงอินดี้ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วงดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[อุดรธานี]]></category>
		<category><![CDATA[Dream Pop]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=58133</guid>

					<description><![CDATA[<p>ANATOMY RABBIT คือวงดนตรีแนว Dream Pop ขวัญใจสาวมัธยมปลายยุค 2562 จากอุดรธานี เกิดจากการรวมตัวกันของ โอ๊ค–สุพัฒน์กิจ ถวิลการ (กีตาร์, ร้องนำ) กับ ทัด–ณัตฐพงษ์ สุทธิวงศ์กร (กลอง) ที่รู้จักกันในเครือคนดนตรีนอกกระแสของจังหวัด แรกเริ่มเดิมทีพวกเขาไม่ได้คาดหวังอะไรมากจากการทำโปรเจกต์นี้ แค่ทำเพลงแบบที่อยากทำ ทยอยปล่อยเพลงออกมาทีละซิงเกิลอย่างใจเย็น ตระเวนไปเล่นตามงานบ้างเพื่อเพิ่มประสบการณ์ ก่อนที่ความเฉื่อยจะถูกทำลายด้วยโทรศัพท์สายหนึ่ง ที่ให้โอกาสดูโอ้กระต่ายไปเล่นที่งานแมว Cat Expo 5 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่ทั้งคู่ทำ ไม่ใช่แค่การซ้อมวงให้แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม หรือเติมเพลงของตัวเองจากที่มีแค่ 3 ให้เต็ม setlist โชว์ แต่กลับเป็นการเร่งทำอัลบั้มเต็มเพื่อปล่อยให้ทันในวันงาน เกิดเป็นสัปดาห์นรกที่พวกเขาแจมกันทั้งวี่ทั้งวัน พักไปกินก๋วยเตี๋ยวคุยเพลงกัน กลับมาทำเพลงต่อ จนในที่สุดก็คลอดออกมาเป็นอัลบั้มนาม ‘HOLLAND LOP’ ที่มีทั้งหมด 8 เพลง ปีกว่าที่ผ่านมาของโอ๊คและทัดในนาม ANATOMY RABBIT ล้านวิวแรกของเพลง &#8216;ขับรถเล่น’ เพิ่งผ่านไป และพลังความหลอนหูของท่อน &#8220;ในคืนที่เธอจากไป จากไป จากไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/anatomy-rabbit-interview/">คุยกับ ‘ANATOMY RABBIT’ วงกระต่ายกายวิภาคในวันที่ดนตรีอินดี้อุดรฯ เริ่มเป็นที่จับตา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ANATOMY RABBIT คือวงดนตรีแนว Dream Pop ขวัญใจสาวมัธยมปลายยุค 2562 จากอุดรธานี เกิดจากการรวมตัวกันของ โอ๊ค–สุพัฒน์กิจ ถวิลการ (กีตาร์, ร้องนำ) กับ ทัด–ณัตฐพงษ์ สุทธิวงศ์กร (กลอง) ที่รู้จักกันในเครือคนดนตรีนอกกระแสของจังหวัด</p>
<p>แรกเริ่มเดิมทีพวกเขาไม่ได้คาดหวังอะไรมากจากการทำโปรเจกต์นี้ แค่ทำเพลงแบบที่อยากทำ ทยอยปล่อยเพลงออกมาทีละซิงเกิลอย่างใจเย็น ตระเวนไปเล่นตามงานบ้างเพื่อเพิ่มประสบการณ์ ก่อนที่ความเฉื่อยจะถูกทำลายด้วยโทรศัพท์สายหนึ่ง ที่ให้โอกาสดูโอ้กระต่ายไปเล่นที่งานแมว Cat Expo 5 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-58622" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6997.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6997.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6997-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>สิ่งที่ทั้งคู่ทำ ไม่ใช่แค่การซ้อมวงให้แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม หรือเติมเพลงของตัวเองจากที่มีแค่ 3 ให้เต็ม setlist โชว์ แต่กลับเป็นการเร่งทำอัลบั้มเต็มเพื่อปล่อยให้ทันในวันงาน เกิดเป็นสัปดาห์นรกที่พวกเขาแจมกันทั้งวี่ทั้งวัน พักไปกินก๋วยเตี๋ยวคุยเพลงกัน กลับมาทำเพลงต่อ จนในที่สุดก็คลอดออกมาเป็นอัลบั้มนาม ‘HOLLAND LOP’ ที่มีทั้งหมด 8 เพลง</p>
<p>ปีกว่าที่ผ่านมาของโอ๊คและทัดในนาม ANATOMY RABBIT ล้านวิวแรกของเพลง &#8216;ขับรถเล่น’ เพิ่งผ่านไป และพลังความหลอนหูของท่อน &#8220;ในคืนที่เธอจากไป จากไป จากไป จากไป&#8221; ในเพลง Wonder Why? ที่เทียบชั้นได้ท่อน &#8220;แตงโม แตงโม แตงโม&#8221; ในเพลงของจินตหรา พูนลาภ ทั้งหมดที่ว่ามานั้นทำให้เราอยากแนะนำวงนี้ให้รู้จักได้อย่างไม่ยากเย็น และทันทีที่พวกเขามีโชว์ที่กรุงเทพ เราก็ไม่พลาดที่จะนัดพวกเขามาคุยกันก่อนกลับบ้าน</p>
<p><strong>  <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-58627" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6845.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6845.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6845-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></strong></p>
<p><strong>ทำเพลงกันยังไงสองคน</strong></p>
<p>ทัด : โอ๊คจะเป็นคนเขียนเนื้อเพลง เป็นคนเดินคอร์ดอัดมาเป็นไกด์ ส่วนผมจะเอาไปคิดกลองโดยใช้โปรแกรมเขียน ลองตีกลองไฟฟ้า โปรแกรมมิงให้ พอเสร็จแล้วก็จะเรียกเพื่อนๆ ให้มาช่วยเล่นเครื่องอื่นๆ แล้วจะมีร้านที่เราเล่นประจำกันอยู่ เราก็จะเอาเพลงตัวเองไปเล่น ถ้าฟังแล้วโอเคก็ค่อยกลับมาอัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ซึ่งร้านให้เล่นเพลงตัวเองได้ด้วย</strong></p>
<p>ทัด : ใช่ครับ แล้วก็ไม่มีคนฟังด้วย (ฮา)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58628 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6916.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6916.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6916-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6916-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ทำไมทำแต่เพลงผิดหวัง</strong></p>
<p>ทัด : เพราะโอ๊คคิดว่าเรื่องผิดหวังมันทำให้คนเข้าถึงได้มากกว่า มันอินกว่า</p>
<p>โอ๊ค : จริงๆ ก็อยากจะเขียนเพลงเบิกบานเหมือนกัน แต่มันก็คิดไม่ออก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มาขอซิงเกิลล่าสุด </strong><strong>‘ตาฟา’</strong></p>
<p>ทัด : ตาฟาเป็นชื่อลูกผมครับ ประมาณช่วงสิงหาปีที่แล้วเมียผมท้อง แต่เขาแท้งตอนสามเดือน ผมเลยทักหาโอ๊คให้เขียนเนื้อเพลงให้หน่อย อยากเอาเพลงนี้เป็นกำลังใจให้แฟน ซึ่งถ้ามองกลางๆ เพลงก็จะเล่าถึงของการสูญเสียใครไปสักคนและมีการให้กำลังใจด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58623 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7006.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7006.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7006-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7006-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ทำไมต้องแต่งตัวร้อนขนาดนั้นใน </strong><strong>‘Wonder Why?’</strong></p>
<p>ทัด : คือเราสร้างธีมขึ้นมาว่าเราอยากดูหนาว ให้มันดูขัดแย้งไปเลย ตั้งใจให้ดูหนาวๆ มีขนๆ ให้เซอร์เรียล ในกล้องดูหนาว แต่จริงๆ เราร้อนมาก แถมชุดประมาณนี้ยังลามไปเป็นลุควง น้องสองคน (ลิตเติ้ล–สิรวิทย์ โกฏิรักษ์ (กีตาร์), ไบร์ท พชรพล อินทรชาธร (เบส)) ที่มาเล่นให้ก็ต้องแต่งตามด้วย ถ้าไม่แต่งมีงอน</p>
<p>โอ๊ค : คือผมไปเห็นมิวสิกวิดีโอเพลง <a href="https://www.youtube.com/watch?v=_2quiyHfJQw">MONDO GROSSO / ラビリンス</a> มา เป็นผู้หญิงเต้นลีลาศลองเทคยาวไปจนจบเพลง มันดูเท่ เรียล ไม่ต้องอะไรมากมาย ผมเลยไปเขียนสตอรีบอร์ดเอง แล้วให้พี่ทัดช่วยดูจังหวะ วางจุด แล้วเราก็หาทีมมาถ่ายมิวสิกวิดีโอตามที่คิดไว้ แดดร้อนจ้าแต่ก็สนุกดี เสื้อผ้าก็ไปเลือกมือสองกันเองสองคน <strong> </strong></p>
<p><strong>แล้วสองเพลงล่าสุดที่ปล่อยมาทำไมไม่ทำมิวสิกวิดีโอ</strong><strong> แบบเพลงแรกๆ</strong></p>
<p>ทัด : ไม่คิดจะทำเป็นมิวสิกวิดีโอด้วยแหละ ตั้งใจจะทำเป็นแค่ภาพนิ่ง</p>
<p>โอ๊ค : อีกข้อหนึ่งคือเรามองถึงทุนที่เรามีอยู่ด้วย มีแค่นี้เราก็ทำแค่นี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58619 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6977.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6977.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6977-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6977-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>คนฟังบอกว่าวงเรามีจุดเด่นยังไง</strong></p>
<p>ทัด : ผมว่าจุดเด่นของเราคือเนื้อร้องที่ใช้คำวนๆ แล้วก็ลีลาในจังหวะกลองของเราจะไม่เรียบ และเปลี่ยนไปในแต่ละท่อน</p>
<p>โอ๊ค : เปลี่ยนบ่อยเพราะเราเป็นคนขี้เบื่อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แล้วจุดเด่นในความเป็นอีสานของเพลงมีด้วยไหม</strong></p>
<p>โอ๊ค : ถ้าอีสานสุดๆ คงจะเป็น UDON TOWN ที่เอาชื่อมาตั้งเป็นเพลง</p>
<p>ทัด : มีแค่ชื่อใช่ไหม (ฮา) แล้วก็มีเพลง WE ARE RABBIT โบนัสแทร็กที่เราเอาไลน์เซิ้งมาใส่ในกลอง มีแค่นั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58618 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6924.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6924.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6924-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6924-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58615 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6843.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6843.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6843-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6843-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>อะไรคือสิ่งที่คาดหวังจากการทำวงในตอนนี้</strong></p>
<p>โอ๊ค : ส่วนตัวผม ผมอยากทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ สิ่งที่ตัวเองชอบ แต่ขณะเดียวกันก็อยากให้มันเลี้ยงชีพได้ และอยากให้วงพัฒนาไปเรื่อยๆ</p>
<p>ทัด : อยากให้เขาเห็นว่าที่อุดรและภาคอีสานก็มีวงดนตรีแบบนี้เหมือนกัน เพราะนอกจากดนตรีสายทั่วๆ ไป ที่โดดเด่นของอุดรคือเมทัล อย่างวงเราคนฟังก็รู้จักจากอินเทอร์เน็ต แต่ตอนก็มีคนฟังในพื้นที่ตามมาบ้างแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>อัลบั้มก็ทำแล้ว อยากทำอะไรต่อจากนี้</strong></p>
<p>ทัด : กำลังทำอัลบั้มที่สองต่ออยู่ครับ</p>
<p>โอ๊ค : ผมอยากไปเล่นต่างประเทศบ้าง เลยอาจจะมีอัลบั้มที่เป็นเพลงสากลเลย เป็นสองอัลบั้มภายในปีนี้ ก็ดูๆ กันอยู่</p>
<p>ทัด : ทำได้&#8230;แต่ใครจะเขียนเนื้อวะ (หันหน้ามองกัน) แปล google translate เอาแล้วกัน (หัวเราะ) อีกอย่างคืออยากทำเพลงที่มันเซ็กซี่ขึ้น อาจจะมีซาวด์ซินท์เพิ่มเข้ามา ลดเสียงกีตาร์ให้น้อยลง</p>
<p>โอ๊ค : มาดูกันอีกทีว่ามันจะอำนวยไหม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-58625" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7021.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7021.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7021-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>ถ้าไม่ชื่อ </strong><strong>ANATOMY RABBIT จะตั้งชื่อว่าอะไร</strong></p>
<p>โอ๊ค : ไม่มีเลย เราคิดมาอย่างดีแล้ว เพราะผมชอบกระต่ายมาก อย่างมาเล่นดนตรีที่กรุงเทพฯ ก็ฝากให้คนช่วยดู แต่ก็มีวิดีโอคอลหากระต่ายด้วย &#8220;พอตเตอร์ทำอะไรอยู่&#8221; (เสียงสอง) ตอนนี้ก็คิดถึง มันทำอะไรอยู่นะ ซึ่งจะเชื่อมกับชื่ออัลบั้มของเราด้วย คือ HOLLAND LOP เป็นชื่อพันธุ์กระต่ายหูตก</p>
<p><strong>มีเรื่องอะไรที่คนอาจจะยังเข้าใจผิดอยู่ไหม</strong></p>
<p>โอ๊ค : สองวงก่อนหน้าของพวกเรา เรายังทำอยู่นะครับ เราโฟกัสทั้งสองวง แต่เพราะตอนนี้โอกาสตรงนี้มันเข้ามาเลยอาจจะมาเทตรงนี้เยอะกว่า</p>
<p>ทัด : อย่างอีกวงหนึ่งของผมชื่อ JEEBBS</p>
<p>โอ๊ค : ของผมชื่อ WILA</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58621 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6982.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6982.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6982-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6982-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ทำไมต้องทำ 2 วงพร้อมกัน</strong></p>
<p>โอ๊ค : ผมอยากทำอะไรที่มันตอบกับอารมณ์ ถ้าดนตรีแนวนี้ เนื้อเพลงแนวนี้มันไม่ตรงกับวงนี้ ก็ลองทำอีกวงขึ้นมาดู</p>
<p>ทัด : ได้ทำอะไรที่มันไม่เหมือนกัน ได้ไปเล่นต่างสถานที่ที่มันคนละฟีลกัน ผมคิดว่าการทำสองวงมันถือเป็นการเติมไฟให้อีกวงหนึ่งไปในตัวเหมือนกัน</p>
<p>หมู (ผจก.) : ซึ่งทั้งสามวงนี้เป็นตัวรันวงการอินดี้ที่อุดรตอนนี้ด้วย</p>
<p>โอ๊ค : ก็มีแค่สามวง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-58624" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7013.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7013.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7013-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>คำถามสุดท้าย ที่โอ๊คใส่ถุงเท้าข้างละลายนี่ดีไซน์ด้วยหรือเปล่า</strong></p>
<p>โอ๊ค : พี่หมู&#8230;</p>
<p>หมู : อย่างที่บอกเราเป็นอินดี้ทำทุกอย่างเอง ทำเพลงเอง ทัด มือกลอง ก็มิกซ์มาสเตอร์เพลงเอง น้องสองคนมาช่วยเล่นเบส กีตาร์ มีน้องผู้หญิง (เมี่ยง–วีรยา ทาระพันธ์) ดูเสื้อผ้าให้ ดูคอสตูมแต่งหน้าแต่งตาเอง ผม (หมู–นพรัตน์ อุณาภาค) ดูเบื้องหลัง ทำเพจ ตอบลูกค้า หางาน ส่วนคำตอบจริงๆ ก็คือโอ๊คหยิบถุงเท้ามาผิดครับ รีบ</p>
<p><strong>สองเพลงที่หยิบมา </strong><strong>Live Session คือเพลงอะไรบ้าง</strong></p>
<p>โอ๊ค : เพลง <em>ขับรถเล่น</em> น่าจะเป็นเพลงที่คนรู้จักมากที่สุด เพลงล้านวิวแล้วด้วย</p>
<p>ทัด : ส่วนเพลง <em>ยังเยาว์</em> ที่เลือกมาเพราะเรายังไม่มีคลิปตอนเล่นสด เราอยากมี</p>
<div id="erdyt-6a31f55f84886" data-id="OmHK0Ry9DL8" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-OmHK0Ry9DL8-6a31f55f84886" data-vid="OmHK0Ry9DL8" data-src="https://www.youtube.com/embed/OmHK0Ry9DL8?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/OmHK0Ry9DL8/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>&nbsp;</p>
<div id="erdyt-6a31f55f848b5" data-id="ia0ioQjbDco" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-ia0ioQjbDco-6a31f55f848b5" data-vid="ia0ioQjbDco" data-src="https://www.youtube.com/embed/ia0ioQjbDco?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/ia0ioQjbDco/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/anatomy-rabbit-interview/">คุยกับ ‘ANATOMY RABBIT’ วงกระต่ายกายวิภาคในวันที่ดนตรีอินดี้อุดรฯ เริ่มเป็นที่จับตา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
