<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นอยบอย, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/sarut/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/sarut/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Sep 2025 07:10:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>หม่ำคิด วิศิษฏ์ปวดหัว บุกถ้ำเสือ 2 ตัวในหุบเขาชุมทอง คะนองชุมโจร</title>
		<link>https://adaymagazine.com/gold-rush-gang-movie/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Sep 2025 08:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[เขาชุมทอง คะนองชุมโจร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=182712</guid>

					<description><![CDATA[<p>*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์ จากเธอที่ชุมทางเขาชุมทอง เฝ้าแต่แลมอง มองจนลับตา ทันใดที่เข็มจรดลงบนแผ่นเสียงจนเกิดเป็นทำนอง บางคนได้ยินเพลงนี้แล้วต้องจูงมือคนรักออกมาเต้นลีลาศ แต่ชายคนหนึ่ง ได้ยินเมื่อไรเป็นต้องกัดฟันกรอดด้วยความแค้น เพราะรักที่หวงแหนดันถูกพรากไปต่อหน้าต่อตา! ชายผู้นี้มีขวานด้ามยาวเป็นอาวุธ สลักชื่อคนรักไว้ราวกับของขวัญ แม้จะมีสมญานามว่าอ้ายเสือโกหว่า ถูกตราหน้าว่าเป็นโจรแห่งทุ่งสง แต่ก็รักในศักดิ์ศรีและไม่เคยคดโกงใคร นั่นทำให้ ชมจันทร์ นกน้อยในกรงทองของครอบครัวสูงศักดิ์ตกหลุมรัก จนยอมหนีมาตายเอาดาบหน้า ใช้ชีวิตอย่างสมถะกับลูกบุญธรรมทั้งสี่ ก่อนเกิดเหตุไม่คาดฝันให้พลัดพรากกันหลายสิบปี&#160; คราวนี้โกหว่ากลับมาเผชิญหน้ากับมารหัวใจโดยบังเอิญ ท่ามกลางควันสงครามพวยพุ่งและเขาชุมทองกว้างใหญ่ที่กลายเป็นสมรภูมิรบ คุณอ่านข้อความด้านบนแล้วเห็นภาพอะไร หม่ำ (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) เห็นฉากระเบิดภูเขาเผากระท่อม ได้ยินเสียงร้องไห้ระงมจากการสูญเสีย แต่งแต้มด้วยสีสันฉูดฉาดเหนือธรรมชาติ พร้อมสำเนียงใต้หรอยแรงอย่างคนนคร วิศิษฏ์ (วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง) เห็นความเป็นไปได้ เขางัดทุกกลเม็ดวิธีมาสรรสร้างภาพอลังการของตลกร้อยล้านให้มีชีวิต&#160; ภาพยนตร์เรื่องเขาชุมทอง คะนองชุมโจร จึงเป็นการปะทะของฟ้าทะลายโจรกับแหยมยโสธร จนเกือบมีชื่อว่าโจรทลายฟ้ามาแล้ว! ไม่ต้องไปไกลถึงเขาชุมทอง a day พาบุกถ้ำเสือ 2 ตัวนี้ เพื่อชวนพวกเขามาเล่าให้ฟังว่าทำไมชายวัย 60 ตรงหน้าถึงมีพลังล้นเหลือมากกว่างานสร้างของพวกเขาเสียอีก เห็นว่าหนังเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะหม่ำไปคุยกับโกหว่า ทุ่งสง ตัวจริง เสียงจริง เล่าประสบการณ์นั้นให้ฟังหน่อย หม่ำ: ผมสนิทกับโกเด๊ะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/gold-rush-gang-movie/">หม่ำคิด วิศิษฏ์ปวดหัว บุกถ้ำเสือ 2 ตัวในหุบเขาชุมทอง คะนองชุมโจร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์</p>



<p><em>จากเธอที่ชุมทางเขาชุมทอง เฝ้าแต่แลมอง มองจนลับตา</em></p>



<p>ทันใดที่เข็มจรดลงบนแผ่นเสียงจนเกิดเป็นทำนอง บางคนได้ยินเพลงนี้แล้วต้องจูงมือคนรักออกมาเต้นลีลาศ</p>



<p>แต่ชายคนหนึ่ง ได้ยินเมื่อไรเป็นต้องกัดฟันกรอดด้วยความแค้น เพราะรักที่หวงแหนดันถูกพรากไปต่อหน้าต่อตา!</p>



<p>ชายผู้นี้มีขวานด้ามยาวเป็นอาวุธ สลักชื่อคนรักไว้ราวกับของขวัญ แม้จะมีสมญานามว่าอ้ายเสือโกหว่า ถูกตราหน้าว่าเป็นโจรแห่งทุ่งสง แต่ก็รักในศักดิ์ศรีและไม่เคยคดโกงใคร นั่นทำให้ ชมจันทร์ นกน้อยในกรงทองของครอบครัวสูงศักดิ์ตกหลุมรัก จนยอมหนีมาตายเอาดาบหน้า ใช้ชีวิตอย่างสมถะกับลูกบุญธรรมทั้งสี่ ก่อนเกิดเหตุไม่คาดฝันให้พลัดพรากกันหลายสิบปี&nbsp;</p>



<p>คราวนี้โกหว่ากลับมาเผชิญหน้ากับมารหัวใจโดยบังเอิญ ท่ามกลางควันสงครามพวยพุ่งและเขาชุมทองกว้างใหญ่ที่กลายเป็นสมรภูมิรบ</p>



<p>คุณอ่านข้อความด้านบนแล้วเห็นภาพอะไร</p>



<p>หม่ำ (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) เห็นฉากระเบิดภูเขาเผากระท่อม ได้ยินเสียงร้องไห้ระงมจากการสูญเสีย แต่งแต้มด้วยสีสันฉูดฉาดเหนือธรรมชาติ พร้อมสำเนียงใต้หรอยแรงอย่างคนนคร</p>



<p>วิศิษฏ์ (วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง) เห็นความเป็นไปได้ เขางัดทุกกลเม็ดวิธีมาสรรสร้างภาพอลังการของตลกร้อยล้านให้มีชีวิต&nbsp;</p>



<p>ภาพยนตร์เรื่องเขาชุมทอง คะนองชุมโจร จึงเป็นการปะทะของฟ้าทะลายโจรกับแหยมยโสธร จนเกือบมีชื่อว่าโจรทลายฟ้ามาแล้ว!</p>



<p>ไม่ต้องไปไกลถึงเขาชุมทอง a day พาบุกถ้ำเสือ 2 ตัวนี้ เพื่อชวนพวกเขามาเล่าให้ฟังว่าทำไมชายวัย 60 ตรงหน้าถึงมีพลังล้นเหลือมากกว่างานสร้างของพวกเขาเสียอีก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-4-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-182715" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-4-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>เห็นว่าหนังเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะหม่ำไปคุยกับโกหว่า ทุ่งสง ตัวจริง เสียงจริง เล่าประสบการณ์นั้นให้ฟังหน่อย</strong></p>



<p>หม่ำ: ผมสนิทกับโกเด๊ะ ลูกชายของโกหว่า พอรู้เรื่องราวของโกหว่าตั้งแต่เกิดจนเป็นวัยรุ่น ก็ถามโกเด๊ะว่าถ้านั่งคุยกับคุณพ่อเรื่องเก่าๆ สนุกๆ คุณพ่อจะว่าไหม เขาก็บอกว่า เฮ้ย หม่ำไปเลย พ่อชอบคุย พอคุยไปคุยมาเราก็คิด (นิ่งเงียบ) มันน่าจะเป็นหนังว่ะ! หลังจากเล่าจบปั๊บ เดินออกมารู้เลยว่าต้องเป็นหนังระเบิดภูเขาเผากระท่อม&nbsp;</p>



<p><strong>หม่ำรู้จักมักคุ้นกับ โกหว่า ทุ่งสง มาก่อนไหม</strong></p>



<p>หม่ำ: ไม่เลย นั่นคือครั้งแรก&nbsp;</p>



<p><strong>แล้วเข้าไปตีสนิทยังไง</strong></p>



<p>หม่ำ: ผมมาเจอโกเด๊ะหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยไปไหว้พ่อ เลยขอให้เขาพาไปไหว้พ่อ บ้านเขาเลี้ยงนกเต็มเลย กุ๊กๆ ๆ (หม่ำทำเสียงนกร้อง) นกเยอะมาก นั่นแหละครั้งแรกที่ได้นั่งคุยกับโก&nbsp;</p>



<p>ช่วงนั้นสมัยถ่ายเมอร์เด้อเหรอเลย เห็นหน้าพี่วิศิษฏ์ก็ปิ๊งเลยว่าต้องเป็นพี่ คุยกับใครไม่ได้แล้ว ทั้งภาพ ทั้งสี ทุกอย่างมันตรงกัน คิดในใจว่าฟ้าทะลายโจรกับแหยมสโสธรมันต้องมาอยู่ด้วยกัน</p>



<p>วิศิษฏ์: (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>หม่ำ: เขาจะเอาหรือไม่เอาเรื่องของเขา ปรากฏว่าเขาเงียบหายไป 3 เดือน เรานึกว่าเขาตัดหนังเมอร์เด้อเหรออยู่ แล้วก็เอาโครงหนังมาให้ดู หลังจากนั้นอีกไม่นานเขาก็มาบอกว่า พี่หม่ำ เน็ตฟลิกซ์เขาซื้อแล้ว! แล้วก็มาสานต่อบทกันทีละนิดๆ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-4-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-182716" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-4-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ข้ามฟากมาฝั่งวิศิษฏ์ ใน 3 เดือนนั้นคุณทำอะไรต่อจากเรื่องที่หม่ำเล่าบ้าง</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: ก็ไปนอนก่ายหน้าผาก (หัวเราะ)</p>



<p>หม่ำ: งานใหญ่มาก</p>



<p>วิศิษฏ์: กลุ้มใจว่ากูจะทำได้รึเปล่าเนี่ย เราก็สูงวัยแล้วล่ะ ไม่คิดว่าจะทำหนังแอกชันอีก เพราะเคยทำแล้วเหนื่อยมาก แต่พอพี่หม่ำเล่าให้ฟังมันดันเห็นภาพชัด</p>



<p><strong>หม่ำเล่ายังไง</strong></p>



<p>หม่ำ: (หัวเราะดัง) เล่นให้ดูเลย! วันนั้นปิดกล้องเมอร์เด้อเหรอ ทีมงานเกือบร้อยคนนั่งดูผมพรีเซนต์ เล่นกลางร้านเลย ยิงปืน ร้องเพลง เขาคงจะคิดภาพตามว่าผมกำลังทำอะไร&nbsp;</p>



<p><strong>เห็นภาพตัวเองเป็นโกหว่าแต่แรกเลยเหรอ</strong></p>



<p>หม่ำ: คิดอยู่แล้วว่าต้องเป็นโกหว่า เพราะหนังเรื่องนี้ต้องมีทั้งฮา ทั้งเศร้า ทั้งความรักปนในนั้นด้วย&nbsp;</p>



<p>ถ้าเอาเรื่องของโกหว่าจริงๆ โอ้โห เข้มข้น แอกชันดุเด็ดเผ็ดมันมาก ตั้งแต่โกเป็นวัยรุ่นช่วงหลังสงครามโลก ใครอยู่ได้อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ต้องตาย เครียดเกินไป ผมว่าเอาอ้างๆ อิงๆ ดีกว่า เล่าเรื่องน้ำใจ ความรักของโกหว่าที่มีต่อคนใต้ ให้เขารู้ว่าโกหว่าไม่ได้เป็นเสือธรรมดา แต่เป็นเสือที่มีน้ำใจ</p>



<p><strong>วิศิษฏ์ขายยังไงให้เน็ตฟลิกซ์ซื้อ</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: เราเห็นภาพที่พี่หม่ำเล่าชัดมาก เขาเล่าถึงฉากที่ยิงกันตอนจบ ใบไม้สีๆ ร่วงหล่น เป็นฉากตายที่สวย ก็เลยตัดสินใจลองเอาไปขายเน็ตฟลิกซ์ โดยเอาตัวอย่างหนังฝรั่งมาตัดต่อแล้วใส่เพลงเขาชุมทองลงไป แค่นั้นเอง โดยที่ยังไม่รู้เรื่องย่ออะไรเลย</p>



<p>หม่ำ: เป็นที่มาของหม่ำคิด วิศิษฏ์ทำเนี่ยแหละ</p>



<p><strong>หม่ำยังรู้จักโกเด๊ะ วิศิษฏ์เล่าวันแรกที่เจอโกหว่าให้ฟังหน่อย</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: เกร็งๆ เพราะว่าเขาเป็นผู้ใหญ่เท่มาก ใจเย็น แล้วก็เล่าเรื่องสมัยก่อนด้วยน้ำเสียงนิ่มๆ แต่เรื่องมันโหดมากนะ (หัวเราะ) แล้วก็เอาปืนมาให้ดู กระบอกยาวมาก เราลองจับลองยกดู นี่แทบจะยกไม่ขึ้นหนักมาก แสดงว่าคนสมัยก่อนต้องแข็งแรงถึงยิงกันได้ เป็นคนจริง เป็นนักเลง ไม่งั้นอยู่ไม่รอด&nbsp;</p>



<p>หม่ำ: ที่ท่านเอามาให้ดูน่าจะเป็นปืนคู่กายนะ ผมว่าถ้าเขาอยู่คนเดียวก็ต้องคิดถึงวันเก่าๆ บ้าง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-5-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-182717" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-5-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ต้องขออนุญาตโกหว่าไหมว่าจะเอาชีวิตไปทำเป็นหนัง</strong></p>



<p>หม่ำ: ต้องบอก นั่งคุยเบื้องต้นเลย พ่อเขาหัวเราะแหละ เออ ถ้าหม่ำเป็นพ่อก็คงจะสนุกดี เอาเลย ตามสบาย (หม่ำเลียนเสียงโกหว่า)</p>



<p><strong>หม่ำมีวิธีฝึกภาษาใต้ยังไง</strong></p>



<p>หม่ำ: พื้นเพเคยอยู่ใต้มาก่อนแล้ว 50% คือชัวร์แน่นอน อันไหนที่ไม่ชัดเจน คำนี้ออกเสียงต่ำเสียงสูง ก็มีโค้ชสำเนียงถิ่นดูแลหน้าเซต เป็นคนนครที่ประกบทุกไดอะลอกของผมกับพระเอก เพราะนักแสดงคนอื่นเป็นคนใต้หมดเลย แต่คนละสำเนียง แล้วก็มีนิกกี้กับนัท มีเรีย คอยช่วยบอกว่าพูดแบบนี้นะๆ ม้ายด่ายๆ อันนิต้องออกเสียงสู๊ง! (หม่ำทำเสียงเลียนแบบนิกกี้)</p>



<p><strong>เรารู้อยู่แล้วว่าโกหว่ามีตัวตนจริง แต่ตัวละครลูกบุญธรรมมีตัวตนจริงด้วยมั้ย</strong></p>



<p>หม่ำ: ไม่ๆ ตั้งชื่อขึ้นเองเลย โกหว่า ทุ่งสงมีจริง จง ลานสกา ญาดา นบพิตำ ดำ สิชล มนต์ ร่อนพิบูลย์ ชื่อจะคล้องจองกันมาก</p>



<p>มันแล่นมาในสมองหมดแล้ว เวลาคิดอะไร โครงสร้างจะมาทั้งหมด ใครคู่ใคร ใครรักกับใคร ใครเกลียดใคร มาหมดเลย หนังที่ทำส่วนใหญ่จะเกิดจากไอเดียเหล่านี้ก่อน พอนึกออกแล้ว ดาราก็แล่นมาทีละคน พวกนี้แทบไม่ต้องแคสต์</p>



<p><strong>หม่ำเลือกเองเลยเหรอ</strong></p>



<p>หม่ำ: เอ๊อ นิกกี้คนแรกเลย! ไม่ต้องแคสต์ มาวันแรกก็ปวดหัวแล้ว พี่วิศิษฏ์จะเอาอยู่รึเปล่า มันบ้าอยู่คนเดียว&nbsp;</p>



<p><strong>นั่นสิ วิศิษฏ์กำกับนิกกี้ยังไง</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: (หัวเราะ) ไม่ต้องกำกับอะไรมาก เพราะว่าเขาเป็นคนน่ารักนะ แต่เขาจะล้นๆ รั่วๆ เราก็ปล่อยเขา แล้วเดี๋ยวเราก็มาตัดเอา</p>



<p>หม่ำ: ตัวร้ายก็ไม่ต้องคิดเลย บ่าววี จบ แม้ตัวจริงเป็นคนนอบน้อม มีมารยาท แต่หนังเรื่องนี้ต้องเป็นคนร้ายลึก เห็นแต่ตัว แต่สุดท้ายก็รู้สึกว่าไม่น่าทำแบบนี้เลย มันพรากความรักของคน 2 คน แต่เราไม่ได้ให้อภัยมัน เจ็บใจเกือบ 30 ปี ชีวิตกูพังหมดเพราะมึง</p>



<p><strong>ทำไมพระเอกต้องเป็น แบงค์ ธิติ</strong></p>



<p>หม่ำ: ก็นึกกันนานนะ&nbsp;</p>



<p>วิศิษฏ์: หามาได้นาทีสุดท้าย เพราะไม่มีนักแสดงชายที่พูดใต้ได้ แล้วแบงค์ก็ไม่ใช่คนใต้ แต่พอติดต่อไปปรากฏว่าพ่อเขาเป็นคนใต้ แม่เขาเป็นคนอีสานเลยย้ายไปอยู่ขอนแก่น เขาก็ฝึกพูดกับพ่อ ตั้งใจมาก ตอนแรกพี่หม่ำก็กังวล</p>



<p>หม่ำ: กังวลมาก เราก็เคยดูหนังเขาตั้งแต่เมย์ไหนไฟแรงเฟร่อ เอ๊ พี่วิศิษฏ์จะไม่เหนื่อยเหรอ เหนื่อยกับผมก็พออยู่แล้ว ต้องเป็นห่วงไอ้นี้อีก แล้วเอานัทมีเรียมาเล่นด้วยอีก ตอนนั้นเราไม่รู้ว่านัทมีเรียเป็นคนนคร เราก็ปวดหัวว่าเขาคิดอะไรอยู่วะ สุดท้ายมีคนบอกว่านัทเป็นคนใต้ พูดชัดเป๊ะกว่าเพื่อนเลย</p>



<p><strong>คิดว่าทำไมประเทศไทยไม่ค่อยมีหนังที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับคนใต้ ส่วนใหญ่จะมีแต่หนังภาคอีสาน พูดอีสานซะเยอะ</strong></p>



<p>หม่ำ: นายทุนเขาก็เสี่ยง ตอนพูดอีสานเขาก็ไม่เอา แหยมยโสธรเขาก็ไม่เอา ผมก็ดันทุรังจนได้</p>



<p>วิศิษฏ์: พี่หม่ำเป็นคนเริ่มต้นที่ทำให้หนังอีสานแมส เมื่อก่อนมันเฉพาะกลุ่มมาก จะมีเรื่องลูกอีสานที่พูดทั้งเรื่อง แต่ก็น้อยมาก แหยมเป็นเรื่องเดียวที่พูดอีสานทั้งเรื่องแล้วดังเป็นวงกว้าง</p>



<p>หม่ำ: หนังพูดใต้ก็มีแต่ของพี่เอกชัยที่เป็นหนังฉายโรง งั้นเราพูดช้าลงหน่อยมั้ยให้คนเข้าใจได้ง่ายขึ้น คำไหนที่ลึกเกินก็เลี่ยงไป</p>



<p><strong>จุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกคุณที่อยากทำหนังพูดภาษาใดภาษาหนึ่งทั้งเรื่องคืออะไร</strong></p>



<p>หม่ำ: ถ้าเป็นหนังอีสานก็ต้องพูดอีสาน ถ้าเป็นหนังโคราชก็ต้องพูดโคราช หนังเพชรบุรีก็ยังไม่มีใครทำ กูเล่าให้มึงฟัง มึงไม่เชื่อก็เรื่องของมึง (หม่ำพูดเลียนสำเนียงคนเพชรบุรี) เห็นไหม ทุกที่มีเอกลักษณ์ </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-4-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-182718" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-4-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>หม่ำพูดได้ทุกสำเนียงเลยเหรอ</strong></p>



<p>หม่ำ: เราคนไทยไง เราต้องรู้สิ บ่ต้องมาอู้หรอก อู้บ่าจ้าง (หม่ำเลียนสำเนียงเหนือ) ถ้าจะทำอะไรสักอย่าง ก็ต้องชำนาญกับมันด้วย จนมาถึงตกผลึกสุดท้ายว่า พี่ ยังไงผมก็ต้องขอเป็นภาษาใต้ ไปนั่งคุยกับเน็ตฟลิกซ์ เขาก็ถามว่าทำไมต้องเป็นภาษาใต้ เราก็ยืนยันกับเขาว่าก็เป็นหนังใต้ ถ้าไม่ทำก็ไม่ทำ เราไม่เอา&nbsp;</p>



<p>วิศิษฏ์: จริงครับ ตอนแรกผมกังวลว่าถ้านักแสดงพูดใต้ไม่ได้จะเล่นแล้วเกร็ง แต่พี่หม่ำยืนยัน เพราะหนังต่างประเทศก็เน้นตรงนี้มาก ใครเล่นเป็นชาวไอริชก็ต้องฝึกสำเนียงไอริช ประเทศไทยไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้ กลัวว่าทำแล้วคนไม่ดู แต่ถ้าเราทำให้ฟังรู้เรื่อง คนก็จะดู</p>



<p>แล้วมันเป็นหนังใต้ ให้พูดกลางก็แปลก พี่หม่ำพยายามเซตมาตรฐานนี้</p>



<p>หม่ำ: มันก็บอกอยู่ว่าเขาชุมทองคะนองชุมโจร เขาชุมทองอยู่ที่ไหนล่ะ แหยมยโสธรจะมาพูดใต้ก็ไม่ใช่ แหยมสันทรายก็ต้องพูดเหนือไม่ใช่เหรอวะ พี่วิศิษฏ์เขาก็เห็นด้วย</p>



<p><strong>การมีนักแสดงที่มีเซนส์ของความเป็นผู้กำกับอย่างหม่ำ ทำให้วิศิษฏ์ทำงานง่ายขึ้นไหม</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: พี่หม่ำไม่มีปัญหาเลย เพียงแต่เรากังวลเองว่าจะทำหนังออกมายังไง เพราะนี่คือหนังของพี่หม่ำ หนังของบั้งไฟฟิล์ม ปกติเราทำหนังตัวเอง นี่เราต้องทำให้เขา แล้วจะถ่ายทอดได้ตรงใจเขาไหม ปรึกษาตลอดว่าชอบไหม พี่หม่ำเขาก็ให้เกียรติเรา ไม่ค่อยยุ่ง</p>



<p>หม่ำ: ผมรู้สึกได้ว่าชัด เป๊ะ ผมคิดถูกแล้วที่คุยกับพี่วิศิษฏ์ เพื่อให้แหยมกับฟ้าทะลายโจรมาเจอกัน</p>



<p>วิศิษฏ์: เขาเป็นครีเอเตอร์นะครับ คิดเยอะมาก มีเล่าให้ฟังอีกเยอะ จนพี่มดแฟนพี่หม่ำบอกว่าเอาเรื่องนี้ก่อน พูดไป 5 เรื่องแล้ว (หัวเราะ)</p>



<p><strong>การทำหนังทำให้คุณ 2 คนสนิทกันมากน่าดูเลย</strong></p>



<p>หม่ำ: ผมไม่เคยรู้จักพี่วิศิษฏ์นะ ต้องให้คนเสิร์ชดูเพราะไม่มีโทรศัพท์ เราอาจจะเคยเจอแล้วแต่ไม่ได้คุยกัน ยกมือไหว้แล้วแต่ไม่รู้ว่าใคร&nbsp;</p>



<p><strong>หม่ำชอบอะไรในหนังวิศิษฏ์</strong></p>



<p>หม่ำ: ชอบตัวตนของเขา ชอบวิธี ชอบภาพ คิดได้ยังไงว่าซีนนี้น่าจะใช้ดอลลี เราคิดแค่ว่าตั้งกล้องก็น่าจะอยู่แล้วนะ เพราะเราเคยชินกับหนังตลก ทุบโป๊ะฮาแล้วก็จบกัน หนังไม่จำเป็นต้องสวย แค่ก๊ากก็จบ ไม่ต้องสลับซับซ้อน&nbsp;</p>



<p><strong>ใครเป็นคนตั้งต้นคิดเรื่องการใช้เทคโนโลยีในหนังเรื่องนี้</strong></p>



<p>หม่ำ: ผมทำไม่เป็น ไม่ชอบอยู่แล้ว แล้วใครล่ะ ต้องพี่วิศิษฏ์&nbsp;</p>



<p>วิศิษฏ์: ด้วยเนื้อเรื่องและฉากแอกชันที่พี่หม่ำต้องการมันทำจริงยาก ถ่ายบนรถไฟจริงก็ใช้เงินมหาศาล เหนื่อยมาก งานหนัก ก็เลยต้องใช้เทคนิคมาช่วย&nbsp;</p>



<p>เทคนิคทุกวันนี้ไม่ได้มาเพื่อทำให้หนังดูยิ่งใหญ่ แค่ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น รถไฟทั้งเรื่องแทบจะไม่มีถ่ายจริงเลย เซตในสตูบ้าง CG บ้าง</p>



<p>หม่ำ: ขนาดตอนถ่ายอยู่ พอเขาลองเอามาแมตช์ให้ดู แม่งโคตรเหมือนเลยว่ะ เก่งมาก เก่งจริงๆ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182719" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>พูดถึงตัวละครลับที่โผล่มาเซอร์ไพรส์คนดูกลางเรื่องหน่อย</strong></p>



<p>หม่ำ: โอ้โห ต้องยอมพี่วิศิษฏ์เลย เขามาเล่าให้ฟังว่าอยากให้คนขายวัตถุระเบิดเป็นน้าค่อม ใจตรงกัน เรานึกอยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ แล้วเสียงจะทำยังไงวะ นึกสงสัยว่า พี่ จะทำได้เหรอ พี่วิศิษฏ์บอกว่าทำได้&nbsp;</p>



<p><strong>ทำไมถึงต้องเป็นน้าค่อม</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: เราอยากใส่ตัวละคร Easter Egg เซอร์ไพรส์คนดู พูดถึงตลกก็ต้องน้าค่อมที่คนยังรัก คนยังคิดถึงอยู่&nbsp;</p>



<p>เราไม่ได้ใช้ AI นะครับ เราใช้คนที่ใกล้เคียงน้าค่อมมาแสดง แล้วค่อยใช้คอมพิวเตอร์เพนต์ทีละเฟรมให้หน้าเหมือนน้าค่อม</p>



<p>คนดูอาจจะจำภาพน้าค่อมยุคปัจจุบัน แต่เราตั้งใจจะทำเป็นน้าค่อมยุครุ่งเรือง คือยุคแสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า กลัวคนจะนึกว่าถ่ายไว้นานแล้ว เราไม่อยากให้รู้สึกอย่างนั้น&nbsp;</p>



<p>หม่ำ: ตอนถ่ายก็กังวล เอาใครก็ไม่รู้มาใส่วิก มันจะเป็นค่อมได้ยังไง ทรงใกล้เคียงจริง แต่นึกไม่ออก แต่ไม่กล้าถาม</p>



<p>วิศิษฏ์: ดราฟต์แรกพี่หม่ำบอกว่าเสียงน้าค่อมต้องหนักกว่านี้ เราก็แก้อยู่หลายครั้ง</p>



<p>หม่ำ: เวลาแกพูด แกพูดเต็มปอด เสียงดัง ไอ้สัตว์! ไอ้เหี้ย! หัวเราะอุวะฮ่าฮ่า! (หม่ำเลียนเสียงน้าค่อม) นี่คือเสียงของเขา</p>



<p><strong>แสดงว่าเวอร์ชันนี้คือเวอร์ชันที่หม่ำให้ผ่านแล้วว่าเหมือนจริง</strong></p>



<p>หม่ำ: เหมือน คิดถึงเลยแหละ น้ำตาไหลเลย คิดว่าค่อมตายแล้วเหรอ บางทีดูหนังเขาที่ฉายตามช่องต่างๆ รู้สึกเหมือนเขายังอยู่ ไม่รู้จะพูดยังไงดี</p>



<p>วิศิษฏ์: น้าค่อมเป็นนักแสดงที่คนดูคิดถึง พอหนังจบเราก็ขึ้นอุทิศให้ เพราะเราอยากจะเชิดชูบุคลากรนี้ ซึ่งเคยให้ความสุขกับคนดูอยู่ เชื่อว่าคนจะยังคิดถึงเขา</p>



<p><strong>ทั้งคู่มีประสบการณ์ทำหนังมาเยอะมาก ทุกวันนี้ยังกลัวผลลัพธ์ของคนดูตีกลับอยู่อีกไหม</strong></p>



<p>หม่ำ: ถ้าหนังเน็ตฟลิกซ์เราไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่หรอก แต่ถ้าหนังโรงเรากลัว (หัวเราะ) เพราะเน็ตฟลิกซ์คนดู 190 กว่าประเทศ ไม่ต้องดูเยอะหรอก ประเทศสัก 500,000 คนพอ แต่ในโรงนี่สิ ถ้าอาทิตย์แรกไม่ได้ 500,000 คน ถึงตายแล้วนะ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182722" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>วิศิษฏ์โดดเด่นมากเรื่องการใช้เทคนิคหวือหวาในภาพยนตร์เกือบทุกเรื่องของตัวเอง ทำยังไงให้คนยังว้าวกับภาพยนตร์เรื่องใหม่ของคุณเสมอ</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: ตอนทำก็ไม่ได้ตั้งใจให้คนว้าวหรอก แค่จะแกะภาพในหัวของพี่หม่ำออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหว แค่อยากให้พี่หม่ำถูกใจ เพราะว่านี่คืองานของเขา&nbsp;</p>



<p>เมื่อก่อนเราทำโฆษณา เราก็ทำให้ลูกค้าถูกใจ นี่ก็เหมือนกัน เราไม่ได้ตั้งใจอยากใช้เทคนิคนี้ หรือตื่นเต้นกับมันมาก เราแค่อยากใช้เทคนิคนี้ทำภาพอย่างที่เขาต้องการ</p>



<p><strong>คุณยังหมั่นศึกษาหาเทคนิคใหม่ๆ มาใช้ในหนังอยู่ไหม</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: ศึกษาครับ เราชอบดูเบื้องหลัง ทดลองอะไรไปเรื่อย แต่เรื่องนี้เปิดโอกาสให้เราทำ เพราะมันต้องยิ่งใหญ่ ระเบิดภูเขาเผากระท่อมระดับนั้น ผมทำเองไม่ไหว&nbsp;</p>



<p>หม่ำ: รู้แหละมันใหญ่ กองถ่ายถ้ามาสายปุ๊บนี่ไม่มีที่จอดรถ เดินไกลชิบหาย รถเป็น 100 คัน ทีมงานเยอะมาก มีทั้งม้า ทั้งวัว ทั้งควาย เอฟเฟกต์ สลิง มีครบ ต้องรีบมาก่อนแล้วไปหาที่นอนรอไว้เลย ไม่งั้นเดินหำโป่งแน่&nbsp;</p>



<p>วิศิษฏ์: เป็นกองถ่ายที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ทำมาในชีวิต เพราะเทคนิคเยอะ ของก็เลยต้องเยอะตาม มันมหากาฬมาก ตกใจเลย รถจอดตั้งแต่บนเขาจนถึงตีนเขา</p>



<p><strong>ใช้เวลาถ่ายทำกี่เดือน</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: 4 เดือนครับ เตรียมงานอีก 4 เดือน รวมแล้วทั้งหมดปีกว่าๆ</p>



<p>หม่ำ: ไม่เคยถ่ายอะไรนานขนาดนี้ ไม่เคยถ่ายคิวเยอะขนาดนี้ เยอะมาก</p>



<p><strong>หลังจากถ่ายทำหนังเรื่องนี้ คิดว่ารักแท้ต้องมีอุปสรรคมาพิสูจน์จริงไหม</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: รู้สึกว่าโลกนี้ขับเคลื่อนด้วยความรัก ถ้าสมหวังก็ไม่มีปัญหา แต่ความรักในโลกส่วนใหญ่จะไม่สมหวัง จึงเป็นที่มาของเรื่องทุกเรื่องในโลกนี้ ถ้าพระเอกนางเอกรักกันแต่งงานกัน ก็จบ แต่อุปสรรคก่อให้เกิดเรื่องราว เกิดสงคราม รวมถึงเพลง หนัง เกือบทั้งหมดก็เกิดจากความรักไม่สมหวัง</p>



<p><strong>เป็นสาเหตุให้เขาชุมทองคะนองชุมโจรจบลงด้วยโศกนาฏกรรมเหรอ</strong></p>



<p>หม่ำ: บอกเขาตั้งแต่ทีแรกแล้ว พี่วิศิษฏ์ ผมอยากให้ตายหมดนะ&nbsp;</p>



<p>วิศิษฏ์: เขาบอกว่าทำให้หัวเราะแล้วก็ร้องไห้ตอนจบให้ได้ นี่คือโจทย์ของพี่หม่ำ</p>



<p>หม่ำ: เห็นอย่างนี้ ดรามาเราก็มีเยอะนะ นากรักมากม๊ากมากซีนสุดท้ายก็น้ำตาไหลนะ เคยคิดจะทำเหมือนกันหนังดรามา แต่คนจะเชื่อเราหรือเปล่า มีอีกเรื่องหนึ่งที่คิดไว้ก็ตายหมดเลยเหมือนกัน ถ้าหนังไม่มีรอยยิ้มเลย หดหู่รันทดตั้งแต่หัวจนถึงเท้า คนจะเชื่อไหมว่าหม่ำกำกับ</p>



<p>วิศิษฏ์: จริงๆ พี่หม่ำเป็นคนเซนซิทิฟ สังเกตว่าหนังพี่หม่ำจะเป็นหนังตลกที่มีเนื้อเรื่อง ไม่ใช่ตลกมุกต่อมุก มีที่มาที่ไป มีตอนต้นตอนจบ มุกเป็นแค่ระหว่างทางเท่านั้นเอง</p>



<p><strong>จริงไหม ที่เขาว่ากันว่าปีนี้เป็นปีทองของหม่ำ มีทั้งหนังโรง หนังเน็ตฟลิกซ์ ทำหม่ำกับหม่ำฟูดแฟร์ แล้วยังเปิดร้านอาหารอีสานอีก</strong></p>



<p>หม่ำ: ไม่ใช่ ปีทองผมผ่านมาหลายปีแล้วครับ (หัวเราะ) เราเคยทองกว่านี้! หนังเรื่องนี้ก็มีทอง! ที่สัมภาษณ์อยู่ตอนนี้ก็มีทอง!</p>



<p>บางทีก็ไม่อยากเชื่อนะพวกพรหมลิขิต โชคลาภ วาสนา เหมือนที่บอกว่าปีนี้ปีทอง ด้วยวัย 60 แซยิดพอดี งานวิ่งชนกันตุ้มตั้มๆ ปฏิเสธไปก็หลายงานนะ แล้วทำไมต้องเป็น 60 ปีล่ะ มีอีก 2 เรื่องที่ต้องถ่ายนะ กำกับเองด้วยเรื่องหนึ่ง อย่างที่บอก หนังที่เล่นก็มีทอง ที่นั่งอยู่ก็มีทอง มันก็น่าคิดเหมือนกันว่าปีทองรึเปล่า</p>



<p>วิศิษฏ์: คนเราจะมียุคที่ดีที่สุด แต่มันก็เปลี่ยนไปตามธรรมชาติ เพียงแต่เราไม่ได้คิดถึงตรงนั้น เราคิดแค่ว่าอยากทำหรือไม่อยากทำ ไอ้ความรุ่งเรืองให้คนอื่นเขาพูดถึงเราดีกว่า เราไม่ได้มีหน้าที่มาจัดอันดับตัวเอง </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182721" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><br><strong>สำหรับพวกคุณ อาชีพผู้กำกับให้อะไรที่อาชีพอื่นให้ไม่ได้</strong></p>



<p>หม่ำ: ผมเชื่อว่าทุกคนเกิดมาเพื่อสิ่งนั้นนะ ผมยังอิจฉา โน้ส อุดม แต้พานิช เลย เป็นอาชีพเดียวที่ไม่มีใครแย่งเขา ใครก็ทำไม่ได้ เอาไหมล่ะ ไม่มีใครทำได้นอกจาก อุดม แต้พานิช อิจฉาเขามาก อย่าว่าแต่คนอื่นเลย ผมยังไม่กล้าทำ พูดอยู่คนเดียว 2 ชั่วโมง แล้วต้องทำให้คนอื่นตลกอีก เก่งไม่เก่งก็คิดเอาเอง สุดยอดมาก ขอพูดถึงหน่อยนะ</p>



<p><strong>หม่ำคิดว่าตัวเองเกิดมาผู้กำกับไหมล่ะ</strong></p>



<p>หม่ำ: ไม่ ผมเกิดมาเพื่อเป็นคนบันเทิง&nbsp;</p>



<p>ผมเป็นคนรักหนัง รักการแสดงตั้งแต่เกิดมา ลิเกนี่ชอบดูมาก อยากเป็นโจ๊กลิเก อยากเป็นตลก ผมเคยเจอล้อต๊อกตอนไปหนังเรื่องครูทิมที่ยโสธร ตั้งแต่ตอนผม 7 ขวบ 8 ขวบ พูดถึงแล้วต้องยกมือไหว้&nbsp;</p>



<p>ผมไปยืนดูเขา แล้วล้อต๊อกมาลูบหัวผม ถามว่ามึงชื่ออะไรวะ ผมบอกชื่อหม่ำ เขาตอบว่าอืม แล้วก็เดินไป มาเจออีกทีตอนอยู่คณะเทพโพธิ์งาม เขาจะเรียกผมว่าพี่หม่ำ ผมจะเรียกเขาว่าพี่ต๊อก ผมถามเขาว่าจำผมได้ไหมตอนเล่นหนังเรื่องครูทิม เขาบอก โอ้ย ไอ้เหี้ย กูถ่ายหนังมาเป็นพันเรื่อง! กูจะไปจำได้ไหม แล้วเราก็หัวเราะกัน</p>



<p><strong>แล้ววิศิษฏ์ล่ะ</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: นอกจากให้เงินแล้วก็คงเป็นประสบการณ์ เวลาเราตื่นขึ้นมาบนเขาเพื่อจะออกมาถ่ายตอนเช้ามืด ทำให้เห็นสิ่งที่คนบางคนไม่มีโอกาสได้เห็น โมเมนต์นั้นเรารู้สึกเลยว่า เออ เราโชคดี ถ้าให้มาเองเราคงไม่มีโอกาสอยู่ตรงนี้ หรือไปต่างประเทศ อยู่ในจุดที่คนอื่นเขาไม่ได้ไป เรียกว่าเป็นเป็นอภิสิทธิ์ของผู้กำกับ&nbsp;</p>



<p>แต่ที่เหลือลำบากฉิบหาย เรื่องดีมีอยู่แค่นี้! (หัวเราะ)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/gold-rush-gang-movie/">หม่ำคิด วิศิษฏ์ปวดหัว บุกถ้ำเสือ 2 ตัวในหุบเขาชุมทอง คะนองชุมโจร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สบถตามสไตล์ ‘แจ็ค แฟนฉัน’ ผกก.ฟู้ดทรัค ลัก(รัก) หมูเด้ง ผู้เชื่อว่าเป็นตัวเองแล้วแม่งต้องพัง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/jack-fan-chan-life-director/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Aug 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[แจ็ค แฟนฉัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=182434</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากต้องขึ้นคำเตือนให้ผู้อ่าน เราขอบอกว่าบทความนี้จะมีคำว่า ‘เหี้ย’ ปรากฏขึ้น 25 ครั้ง สอดแทรกอยู่ในคำสบถของคนต้นเรื่องอย่าง ‘แจ็ค แฟนฉัน’ หรือ ‘เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์’ 20 ครั้ง เพราะเขาเล่าเรื่องได้ตลกเหี้ยๆ เหนื่อยเหี้ยๆ เครียดเหี้ยๆ เศร้าเหี้ยๆ จนนับรวมความเห็นของผู้เขียนเองได้อีก 7 ครั้ง ขึ้นชื่อว่าเป็นนักแสดงตลก แจ็คจึงสร้างเสียงหัวเราะให้ผู้คนมากว่า 20 ปีในวงการ วันนี้แจ็คหัวเราะนับครั้งได้ ไม่ใช่การระเบิดเสียงหัวเราะเพราะพูดจาตลกเข้าหู แต่เขาแค่นหัวเราะทุกครั้งที่เล่ามุมแย่ๆ ในชีวิตตัวเอง คล้ายคนน้อยใจที่เปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ให้ใครฟังมากไม่ได้นัก แจ็คเริ่มต้นด้วยการเป็นนักแสดงเด็กที่สร้างชื่อจากภาพยนตร์แฟนฉัน ซึ่งได้บอล วิทยา ทองอยู่ยง เป็นผู้ตัดสายสะดือและกลายมาเป็นครูของชีวิต พวกเขากำลังจะมีผลงานร่วมกันในภาพยนตร์เรื่อง ฟู้ดทรัค ลัก หมูเด้ง โดยบอลรับหน้าที่โปรดิวเซอร์ ส่วนแจ็คนั่งแท่นเป็นผู้กำกับเต็มตัวครั้งแรก ร่วมกับเอ็กซ์ วัชรพงษ์ ปัทมะ เพื่อนสนิท หลังชิมลางจากการกำกับภาพยนตร์เรื่องแดงพระโขนง ซึ่งได้รับการผลักดันจากหม่ำ จ๊กมก ตลกรุ่นใหญ่ ฟู้ดทรัค ลัก(รัก) หมูเด้ง ว่าด้วยการเดินทางของเหล่าคุณพ่อมือใหม่ทั้ง 3 นำแสดงโดยมาริโอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/jack-fan-chan-life-director/">สบถตามสไตล์ ‘แจ็ค แฟนฉัน’ ผกก.ฟู้ดทรัค ลัก(รัก) หมูเด้ง ผู้เชื่อว่าเป็นตัวเองแล้วแม่งต้องพัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากต้องขึ้นคำเตือนให้ผู้อ่าน เราขอบอกว่าบทความนี้จะมีคำว่า ‘เหี้ย’ ปรากฏขึ้น 25 ครั้ง</p>



<p>สอดแทรกอยู่ในคำสบถของคนต้นเรื่องอย่าง ‘แจ็ค แฟนฉัน’ หรือ ‘เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์’ 20 ครั้ง เพราะเขาเล่าเรื่องได้ตลกเหี้ยๆ เหนื่อยเหี้ยๆ เครียดเหี้ยๆ เศร้าเหี้ยๆ จนนับรวมความเห็นของผู้เขียนเองได้อีก 7 ครั้ง</p>



<p>ขึ้นชื่อว่าเป็นนักแสดงตลก แจ็คจึงสร้างเสียงหัวเราะให้ผู้คนมากว่า 20 ปีในวงการ</p>



<p>วันนี้แจ็คหัวเราะนับครั้งได้ ไม่ใช่การระเบิดเสียงหัวเราะเพราะพูดจาตลกเข้าหู แต่เขาแค่นหัวเราะทุกครั้งที่เล่ามุมแย่ๆ ในชีวิตตัวเอง คล้ายคนน้อยใจที่เปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ให้ใครฟังมากไม่ได้นัก</p>



<p>แจ็คเริ่มต้นด้วยการเป็นนักแสดงเด็กที่สร้างชื่อจากภาพยนตร์แฟนฉัน ซึ่งได้บอล วิทยา ทองอยู่ยง เป็นผู้ตัดสายสะดือและกลายมาเป็นครูของชีวิต พวกเขากำลังจะมีผลงานร่วมกันในภาพยนตร์เรื่อง ฟู้ดทรัค ลัก หมูเด้ง โดยบอลรับหน้าที่โปรดิวเซอร์ ส่วนแจ็คนั่งแท่นเป็นผู้กำกับเต็มตัวครั้งแรก ร่วมกับเอ็กซ์ วัชรพงษ์ ปัทมะ เพื่อนสนิท หลังชิมลางจากการกำกับภาพยนตร์เรื่องแดงพระโขนง ซึ่งได้รับการผลักดันจากหม่ำ จ๊กมก ตลกรุ่นใหญ่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182437" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ฟู้ดทรัค ลัก(รัก) หมูเด้ง ว่าด้วยการเดินทางของเหล่าคุณพ่อมือใหม่ทั้ง 3 นำแสดงโดยมาริโอ เมาเร่อ แจ๊ส ชวนชื่น และตัวเขาเอง ได้ไอเดียจากการมีน้องคากิ ลูกชายคนแรกในชีวิต</p>



<p>การกำกับหนังทำให้แจ็คเป็นคนช่างสบถ อารมณ์ร้อน ส่วนการเป็นพ่อคนทำให้แจ็คลบปมด้อยในใจที่มี (เขาเรียกว่าอย่างนั้น)</p>



<p>กระนั้น แจ็คในวัย 36 ปีก็ยังเชื่อสนิทใจว่าเป็นตัวของตัวเองไม่ได้ เพราะเหี้ยเกินกว่าใครจะเข้าใจ</p>



<p>บ้านของแจ็คที่เพิ่งสร้างเสร็จไป เขาพูดตามรายการมากมายว่าเป็นบ้านที่ตกแต่งด้วยเงิน 0 บาท โดยเป็นน้ำใจจากเพื่อนๆ แทบทั้งหมด&nbsp;</p>



<p>แม้จะถูกเรียกอย่างติดตลกว่ามิจฉาชีพแห่งวงการบันเทิง แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนเหี้ยอย่างที่คิดว่าตัวเองเป็นแน่นอน</p>



<p><strong>ตื่นเต้นไหม หนังที่ตัวเองกำกับกำลังจะเข้าโรงแล้ว</strong></p>



<p>ปวดหัว ปวดหัวกับคนทำงานเนี่ย (น้ำเสียงละเหี่ยใจ)</p>



<p><strong>ผู้กำกับแจ็คปวดหัวกับเรื่องอะไรบ้าง</strong></p>



<p>หลายสิ่งครับ เพราะเรามาทำทุกอย่าง&nbsp;</p>



<p>คําถามที่ต้องตอบพี่ ๆ ทุกคนเลยคือโพรเจกต์นี้เกิดขึ้นได้เพราะปีที่แล้วเรามีลูก มีครอบครัว ก็เลยเอาไอเดียมาจากชีวิตจริงของเราว่า การมีครอบครัวทำไมมันดูยิ่งใหญ่จังวะ แล้วก็ยื่นโจทย์ให้ทีมเขียนบทของพี่เดียว ผู้กํากับแฟนฉัน พี่เขาก็พัฒนาจนเป็น ฟู้ดทรัค ลัก (รัก)&nbsp; หมูเด้ง แล้วหลังจากนั้นผมก็ลุยอยู่คนเดียวเลย ผมลุยจนแบบ เหี้ย เหนื่อยชิบหาย ได้แต่ด่าสบถสไตล์เรา&nbsp;</p>



<p>ผมรู้ซึ้งเลยว่าแต่ก่อนเป็นแค่ดาราแม่งสบาย มีแต่คนเอาใจ จะมาเลตแม่งก็ไม่ด่า เห็นพี่ๆ แก๊งผู้กำกับแฟนฉันเขาทำกัน เรามีหน้าที่แค่มาเล่นเว้ย แต่พอมาทำตรงนี้มันเหี้ยมากไม่ได้ คนรอเยอะ ต้องมีวินัยมากขึ้นกว่าเดิม ต้องเข้าใจทีมงาน พัฒนาบทเสร็จก็ต้องไปดีลดารา แต่ละคนเบอร์ใหญ่ทั้งนั้น แต่อยากได้เองด้วยไง</p>



<p>อย่างมาริโอ้ เมาเร่อ เราเจอเพื่อนบ่อยอยู่แล้ว ทั้งชีวิตจริง ทั้งในงาน แล้วโอ้ไม่ค่อยเล่นหนังกับนางเอกต่างประเทศ เราอยากทำหนังแบบซีรีส์เกาหลี ตอนไปคุยกับโอ้ต้องไปกราบเท้าให้มันมาเล่น</p>



<p><strong>หมายถึงกราบจริง ๆ เหรอ&nbsp;</strong></p>



<p>กราบจริง! เพราะว่าต้องเป็นมึง ขี้เกียจไปคุยคนอื่น เราอยากทำงานกับคนง่ายๆ เข้าใจง่าย และมีวินัย&nbsp;</p>



<p><strong>แจ็คมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรกับมาริโอ้รึเปล่า</strong></p>



<p>ก็มีบทให้เขานั่นแหละ เพราะโอ้จะเป็นคนทำงานต้องมีบท แล้วก็มีทีมที่ดีให้โอ้&nbsp;</p>



<p>คือคาแรกเตอร์ของผมในทีวีกับชีวิตจริงต่างกันนะ คนจะเห็นผมเหี้ยไปเรื่อย นู่นนี่นั่น</p>



<p><strong>แล้วชีวิตจริงเป็นยังไง&nbsp;</strong></p>



<p>ซีเรียส เป็นคนเซ็งๆ มีความเครียดเยอะนิดหนึ่ง ยิ่งช่วงนี้นะ เพราะทำหลายอย่างมาก</p>



<p><strong>เพราะอะไรถึงไม่แสดงตัวตนด้านนี้ออกมาให้คนอื่นเห็น</strong></p>



<p>เอาออกมาไม่ได้ ต้องเก็บไว้ก่อน</p>



<p>คนมันไม่ชอบอะ&nbsp;</p>



<p>คนไม่ชอบอะไรก็ต้องเก็บ เพราะบางอย่างเป็นไปได้ยากที่เราจะโชว์ออกมา เพราะว่าสันดานเราเหี้ย แต่เราเหี้ยให้คนไม่รู้เยอะดีกว่า ควรมีกาลเทศะ ผมว่ามนุษย์ส่วนใหญ่มีสันดานเหี้ยๆ เกือบทุกคนแหละ แต่ถ้าไม่มีก็ดีไป ถือว่าเก่ง</p>



<p><strong>แล้วระบายออกยังไง เล่าให้แฟนให้แม่ฟังไม่ได้เลยเหรอ</strong></p>



<p>ไม่ ไม่ได้เลย มีเล่าบ้างบางเรื่อง แต่ไม่หมด&nbsp;</p>



<p>ถ้าถามว่าระบายยังไงเหรอ แดกของอร่อย (หัวเราะ) เมาท์มอยเรื่องอื่นที่เป็นกระแส แล้วก็อยู่กับลูก</p>



<p><strong>แต่พอไม่ได้พูดออกไป ปัญหาก็ยังอยู่ในใจเหมือนเดิมนะ</strong></p>



<p>พูดไปแล้วแม่งรู้เรื่องรึเปล่าอีกเรื่องหนึ่ง พูดไปแม่งก็ไม่เข้าใจ เราเครียดกว่าเดิมอีก</p>



<p>มีผู้ใหญ่สอนผมว่าการทำงานก็คือการวิ่งมาราธอนเนี่ยแหละ ตอนนี้มึงกําลังจะเข้าเส้นชัยแล้ว มึงต้องอดทน แต่ถ้ามึงขี้เกียจวิ่ง บ้านมึงมีตังค์ ก็แค่เรียกมอเตอร์ไซค์ อยู่ที่ว่ามึงอยากวิ่งต่อไหม หรือว่ามึงจะพอแล้ว</p>



<p><strong>จําได้ไหมว่าผู้ใหญ่คนไหนเป็นคนบอกคุณ</strong></p>



<p>ผู้กํากับแฟนฉันนั่นแหละ แล้วก็ผู้ใหญ่หลายๆ คนในวงการ เราผ่านช่วงเวลานั้นมาหมดแล้ว&nbsp;</p>



<p>เหมือนอย่าง a day เราก็ซื้อหนังสือ เพราะหน้าปกแม่งเท่ ข้างในก็ไม่ได้อ่านหรอก ผมเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือเลย แต่ผมชอบถือหนังสือ a day ตามผู้กํากับแฟนฉัน แล้วพี่บอลซื้อเกือบทุกเล่ม!</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182438" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>เราเห็นแจ็คทำอย่างนี้บ่อยมาก คุณเห็นพี่บอลซื้อ a day ก็ซื้อตาม เห็นซันนี่ไม่เล่นโซเชียลก็ไม่เล่นตาม คุณได้เป็นตัวเองจริงๆ ตอนไหน</strong></p>



<p>(นิ่งคิด) ผมเป็นตัวเองไม่ได้ เพราะถ้าผมเป็นตัวเองแม่งพัง (แค่นหัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>ผมชอบทำอะไรแปลกๆ มีความสุขกับการดูของเก่า ชอบซื้อสัตว์มาเลี้ยง ชอบซื้อการ์ตูน ชอบซื้อแผ่นเหล็กเก็บไว้ ชอบอะไรตามกระแสมาก เพราะชอบให้อะดรีนาลีนหลั่ง ผมตื่นเต้นมากถ้าจะได้มีเซ็กส์กับใครสักคนหนึ่ง แต่มันก็ดูมักง่าย&nbsp;</p>



<p>ผมเชื่อว่าสไตล์ของคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน คนมาอ่านบทสัมภาษณ์ของผมก็คงจะงงๆ ว่าพูดเหี้ยอะไร แต่กูจะพูดอย่างเงี้ย อือ เรื่องของกู</p>



<p>ผมเคยเป็นพิธีกร แล้วผมก็ถามคนอื่นว่าแม่งพูดเหี้ยไรวะ จนผมมานั่งคิด ไอ้สัตว์! ถ้าวันหนึ่งมึงพูด เหี้ยบ้างล่ะ ไม่ต้องดูถูกเขา เขาเป็นอย่างนั้น เราแค่ต้องยอมรับ มึงก็ไม่ต้องสัมภาษณ์แม่งดิ ใช่ไหมล่ะ</p>



<p><strong>ที่บอกว่าถ้าเป็นตัวเองแล้วจะพัง คุณเคยพังแล้วจริงๆ หรือแค่กลัวไปก่อนว่ามันจะพัง</strong></p>



<p>ก็กลัวด้วยนะ แล้วก็เคยพังด้วย เช่น ถ้าผมเซ็ง ผมแสดงสีหน้าเลย ไม่แคร์ ตอนเด็กๆ ผมไม่เป็นไง แต่พอโตแล้วปัญหาเยอะ ตอนเด็กจะมี PR ดูแล ไม่ต้องรับรู้อะไร ตอนนี้เครียดแล้วไปไหนไม่ได้</p>



<p>ก่อนเข้ามาสัมภาษณ์ a day แม่งดันมีเรื่องเครียด ผมแยกไม่ได้ พยายามจะแยกอยู่ แต่ถามว่ามีความสุขไหม มีนะ ไม่ใช่ไม่มี เราพยายามจะเป็นตัวเราให้มากที่สุด เพราะผมเชื่อว่า a day ก็ต้องการอะไรที่ไม่ตอแหล แต่ถ้าต้องการตอแหลก็จัดให้ได้</p>



<p><strong>ทำได้เลยเหรอ</strong></p>



<p>ได้สิ ก็จะปลอมๆ ไง คุยจ๊ะคุยจ๋า ผมปวดตาก็บอกเลยว่าปวดตา ถ้าปลอมก็คงไปเอาแว่นมาใส่ แต่บางคนก็คงด่าว่ามึงใส่แว่นทำเหี้ยอะไร คนมันมีหลายตรรกะ</p>



<p><strong>เห็นว่าตอนอยู่ในกองถ่ายคุณเครียดจนร้องไห้ เพื่อนต้องเข้ามาช่วยกันปลอบ</strong></p>



<p>เครียด เพราะเราแบกเยอะ เป็นผู้จัดด้วย คุมทุกอย่าง เรากลัวมันพัง</p>



<p><strong>มีคําพูดเตือนสติของเพื่อนคนไหนที่จําได้ขึ้นใจบ้าง</strong></p>



<p>หลายคนเลยนะ ไอ้โอ้ก็ทำผมน้ำตาไหล คือวันถ่ายวันสุดท้ายผมไปขอคิวโอ้แล้วมันยอมสลับกับคิวโฆษณาให้ ถ้าโอ้ไม่สลับคือผมฉิบหาย น่ารักทั้งผู้จัดการ ทั้งตัวไอ้โอ้ ผมรู้สึกว่า แม่ง กูจะไม่ลืมมึงเลย</p>



<p>รวมถึงอยากจะขอโทษไอ้เอ็กซ์ เพื่อนผู้กํากับ วัชรพงษ์ ปัทมะ ผมอยู่กับมันตั้งแต่เรียน ม.รังสิต แล้วผมก็ด่ามันเยอะ เพราะผมรู้ว่ามันไม่โกรธหรอก แต่พอโตขึ้นมันมีหัวใจของมันไง ตอนกำกับเรื่องนี้เราก็ลงกับมันเยอะเกิน จนมันโกรธเรา อยากจะขอโทษ</p>



<p>เออ กูผิด เข้าใจว่ามึงโดนกดดันมาเยอะ ไอ้เอ็กซ์เต็มที่ที่สุดแล้ว รวมถึงพี่บอลที่แม่งปั้นช็อตจนผมงง เราอยากขอโทษคนเยอะมาก จบเรื่องนี้ต้องบวชให้เลย (หัวเราะ)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182439" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>การกำกับหนังเรื่องนี้ทำให้คุณได้เรียนรู้อะไรบ้าง</strong></p>



<p>ไอ้เอ็กซ์ให้ผมมาคําหนึ่งว่า โชคชะตา ฟ้าลิขิต ผมก็งงเลยว่าโชคชะตาเหี้ยไร แต่พอเข้าไปลึกซึ้งกับความหมายของ 2 คํานี้จริงๆ ก็เออว่ะ แม่งพูดถูกเว้ย จังหวะมันดีหมดเลย</p>



<p>โอ้ก็เคลียร์คิวมาช่วยเราเต็มที่ น้าหม่ำก็ให้เกียรติมาเล่น พี่แจ๊ส ชวนชื่นก็โอ้โห ต้องไปอธิบายเขาถึงคอนโด ไปทำให้เขาเชื่อมั่นว่าโอ้อยากเล่นกับพี่แจ๊สจริงๆ</p>



<p>ผมว่าถ้าค่ายอื่นอยากได้ดาราเบอร์ใหญ่ๆ มาเล่นก็คงประมาณนี้แหละ หนังเรื่องนี้เหมือนเรามีทีมฟุตบอลออลสตาร์ มีคุณภาพ แต่มึงจะทำให้นักเตะลงสนามแล้วเล่นถูกใจแฟนบอลรึเปล่า ไปวัดกันที่ 28 สิงหาคม เพราะไม่ได้มีแค่ตัวดาราอย่างเดียว ยังมีความน่ารักของเด็กๆ ด้วย&nbsp;</p>



<p><strong>คุณไปหาเด็กๆ อย่าง ชุณห์ ดีดี โทลเวย์ มาได้ยังไง</strong></p>



<p>เราให้ทีมแคสติงไปแคส โมเดลเดียวกับตอนแฟนฉันเลย แม่งเหมือนแคสไอ้แจ็ค ไอ้แน๊ค ไอ้โฟกัส มารวมตัวกัน แม่งต้องเป็นไอ้ 3 คนนี้ เคมีมันได้ ชุณห์ก็คือไอ้เจี๊ยบ ดีดีก็คือน้อยหน่า โทลเวย์ก็คือไอ้แจ็คแฟนฉัน มันก็แปลก เหมือนฟ้าแม่งลิขิตมารึเปล่าวะ</p>



<p><strong>ระหว่างซูเปอร์สตาร์กับเด็ก ใครกำกับยากกว่ากัน</strong></p>



<p>พอ ๆ กัน (หัวเราะ) แต่พอมองกลับไปตอนนี้ก็สนุก และขอชมอย่างหนึ่งดาราเกาหลีอีก วินัยสูงมาก ตรงต่อเวลา ไม่เคยเลต แล้วจำได้เลยว่าตอนถ่ายเป็นเดือนหนาวของเกาหลี หิมะตก เขาต้องบินมาเมษาซึ่งเป็นหน้าร้อนบ้านเรา แล้วร้อนมาก เราต้องดูแลเขาอย่างดี เราเข้าใจเขานะ หน้าร้อนปีนี้เป็นปีที่ฝนดันตก แม่งตกทุกคิวยกเว้นวันที่ถ่ายในสตู (ถอนหายใจ)</p>



<p><strong>แล้วระหว่างแจ็คกํากับเด็กแก๊งนี้กับพี่บอลกํากับแจ็คในแฟนฉัน ใครกํากับยากกว่ากัน</strong></p>



<p>กำกับผมยากกว่า เพราะเด็กยุคปัจจุบันพ่อแม่เทรนมาแล้ว สอนลูกมาดีมากแล้ว ของเรามันธรรมชาติไปนิดหนึ่ง เด็กยุคใหม่วินัยสูง อดนอนได้ ถ่ายดึกได้</p>



<p><strong>ถ้าเป็นเราตอนนั้นล่ะ</strong></p>



<p>งอแงแล้ว! (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>อย่างตอนถ่ายชุณห์ก็ร้อนมากจนกำเดาไหล เด็กบางคนร้องไห้แล้ว แต่ชุณห์ไม่ร้องเลย&nbsp;</p>



<p><strong>รู้สึกยังไงที่คุณเข้าวงการมาได้เพราะผู้ใหญ่ให้โอกาส แล้ววันนี้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสเด็กซะเอง</strong></p>



<p>หนังเรื่องนี้เราอยากหาเรื่องใส่ตัว อยากเหนื่อย ใส่เต็มตีนเลย แล้วไม่ใช่แค่เด็กนะ ยังมีหมูเด้งอีก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182440" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>แจ็คได้ลงบ่อหมูเด้งไหม</strong></p>



<p>ได้ลง แต่ทีมงานลงนะ เราลงเองไม่ได้ ตอนไปคุยก็เหนื่อยมาก เพราะน้องเป็นสัตว์ที่ดังทั่วโลก ซึ่งถ้าน้องเป็นอะไรขึ้นมา ผมอาจจะต้องตายตามน้องเลย ต้องวางแผนดีมากๆ แล้วน้องให้คิวถ่ายแค่อย่าเกินเที่ยง เพราะเจ้าหน้าที่ต้องเปิดสวนสัตว์ ผู้ใหญ่ท่านก็น่ารักกับเรา ดูแลเราดี เราก็มอบเงินส่วนหนึ่งให้กับสวนสัตว์ด้วย แต่วันนั้นเสือกฝนตก เครียดอีก (ถอนหายใจ)</p>



<p><strong>นอกจากการเป็นพ่อคนจะจุดประกายให้คุณอยากทำหนัง มันเปลี่ยนชีวิตไปยังไงบ้าง</strong></p>



<p>เราต้องกลายเป็นคนมีสติ มีความรับผิดชอบสูง เพราะการเป็นพ่อคนยิ่งใหญ่มากนะ มันเหมือนกับการส่งไม้ต่อ หมดยุคพ่อเราแล้ว ยุคต่อไปก็คือเรา แล้วเราได้อะไรจากพ่อล่ะ เอาข้อดีมาใช้ ข้อไหนที่เหี้ยๆ ก็อย่าไปทำ เพราะถ้าทำแล้วไม่ดีจะเกิดผลเสียตามมา เช่น พ่อติดพนัน เที่ยวผู้หญิงจนบ้านพัง ก็จะทำให้สถาบันครอบครัวแม่งฉิบหายหมด สิ่งที่เดือดร้อนตามมาก็คือตัวเด็กนั่นแหละ&nbsp;</p>



<p><strong>คุณได้ข้อดีอะไรมาจากพ่อบ้าง</strong></p>



<p>ความขยัน ความอดทน ความรับผิดชอบ เพราะพ่อผมเป็นทหาร ความดื้อมีไหม มี ความเลวมีไหม มี แต่เราเลือกได้ว่าจะทำตามหรือไม่ทำ</p>



<p><strong>จากภาพจำนักแสดงเด็ก เคยคิดไหมว่าวันหนึ่งจะมีครอบครัวแบบนี้</strong></p>



<p>ไม่เคย แล้วก็ไม่คิดจะมีด้วย แต่พอมีปุ๊บมันคือความสุขเลย ลูกคือความรักที่เราโหยหา</p>



<p>เรามีปมด้วย ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ครอบครัวของผมมีปัญหานิดหน่อย แต่ผมไม่ได้มองเป็นปัญหาใหญ่ ผมก็แก้ได้เพราะลูกมาเติมเต็ม เราก็จะคอยดูตลอดว่าทำยังไงไม่ให้ลูกมีปมเรื่องนี้เหมือนเรา</p>



<p><strong>คุณรับหน้าที่ดูแลพ่อแม่มาตลอด พอเปลี่ยนมาดูแลลูก ความรู้สึกแตกต่างกันไหม</strong></p>



<p>แตกต่างกัน พ่อกับแม่ก็ต้องดูแลอีกแบบหนึ่ง ลูกก็ต้องดูแลอีกแบบหนึ่ง เพราะผมดูแลคนเดียวเลย พูดได้เลยว่าผมเป็นเหี้ยอะไรไม่ได้อะ ผมตายไม่ได้ ถ้าผมตายครอบครัวก็ฉิบหาย หมายถึงเรื่องการใช้เงินนั่นแหละ ถามว่าทำถูกไหม ก็ชีวิตเราเป็นมาแบบนี้แล้ว ก็ทำไป เปลี่ยนอะไรไม่ได้ละ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182441" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>คนรอบตัวรู้ไหมว่าคุณเหนื่อยและเครียดมากแค่ไหน</strong></p>



<p>คงไม่รู้ถ้าเราไม่ได้บอก แต่เราก็มีความสุขที่จะเป็นผู้ให้นะ ไม่ใช่ว่าไม่มีความสุข เพราะเราเชื่อว่าถ้าโชคชะตาหรือฟ้าลิขิตมาให้กูเป็นแบบนี้แล้ว กูก็ทำให้แม่งเต็มที่ว่ะ</p>



<p><strong>แจ็คแฟนฉันทำยังไงถึงยืนระยะในวงการมาได้กว่า 20 ปี และมีคนดีๆ รายล้อมอยู่เสมอ</strong></p>



<p>ต้องทำตัวดีๆ พยายามทำดีกับเขา เหี้ยให้น้อยลง ให้ใจเขาด้วย </p>



<p>พอโตขึ้นแล้วรู้สึกว่าอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่ใช่เด็กแล้วไง เมื่อยครับ (แจ็คเอนตัวนอนบนโซฟา) ต่อได้เลย</p>



<p><strong>เคยมีช่วงหมดไฟในการเป็นดาราบ้างไหม</strong></p>



<p>มี ช่วงชีวิตที่ท้อๆ คือช่วงมหาลัยปี 4 ช่วงนั้นเหลือเงินไม่กี่บาท เพราะให้พ่อกับแม่เก็บเงินแล้วเกิดบางอย่างขึ้น ก็เลยปฏิญาณตนว่าเราจะเก็บเองหมดเลย แล้วก็ค่อยๆ ปั้น ค่อยๆ เก็บ จนพ่อกับแม่ทุกวันนี้มีความสุข&nbsp;</p>



<p>มองย้อนกลับไป จังหวะนั้นแม่งก็เกือบพังเหมือนกัน เบื่อ ไปออกรายการก็มุกเดิมๆ เล่นไปแม่งก็ด่า ก็เลยพยายามเปลี่ยนตัวเองใหม่ ลองมาออกกําลังกาย แม่งดีนะ แต่ถ้าพี่เป็นผมพี่จะเครียด เพราะอะไรรู้ปะ มึงสุขภาพดีแต่มึงไม่มีงาน แต่ถ้าอ้วนเขาชอบมึง เพราะอ้วนตลกดี แต่มึงป่วยนะ (หัวเราะ)</p>



<p><strong>ดึงตัวเองกลับมาจากช่วงชีวิตที่เกือบไม่รอดได้ยังไง</strong></p>



<p>ผู้ใหญ่ช่วย เพื่อนช่วย โชคชะตาช่วย ให้เรากลับมาแล้วดีขึ้น โอ้โห มันยากมากนะ ตอนมหาลัยเป็นความสนุกของวัยรุ่นที่สุดละ ใส่กางเกงขาเดฟ รองเท้าแจ็คคอนเวิร์ส ถือหนังสือสปอร์ตพูล หนังสือ Zoo ที่มันโป๊ๆ a day ที่แม่งแพงแต่แม่งหนา แล้วก็จีบหญิง&nbsp;</p>



<p><strong>ที่ใครๆ เขาบอกกันว่า โตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะเข้าใจอะไรมากขึ้น ใช้ชีวิตง่ายขึ้น นั่นไม่จริงเหรอ</strong></p>



<p>ก็จริง แต่ตอนแรกรับไม่ได้เลย ไอ้เอ็กซ์เพื่อนผมบอกว่าถ้าทำหนังจะมีปัญหาเข้ามาเยอะมากนะ ผมไม่เชื่อ จนผมมาเห็นกับตาละ ไอ้สัตว์! เรื่องจริง</p>



<p><strong>คุณติดนิสัยอะไรจากกองถ่ายมาใช้ในชีวิตจริงบ้าง</strong></p>



<p>การพูดจาหยาบคาย อารมณ์ขึ้นง่าย เพราะเราขี้กังวล ไม่อยากให้มีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นเลย&nbsp;</p>



<p><strong>ถ้าชีวิตเป็นหนังเรื่องหนึ่ง แจ็คอยากให้คนแบบไหนมาเล่นเป็นตัวเอง</strong></p>



<p>ผมเหรอ (นิ่งคิด)&nbsp;</p>



<p>ก็ต้องหน้าเหี้ย (หัวเราะดัง) ต้องหน้าเหมือนเรา แล้วก็ต้องเหี้ยเหมือนเรา แต่ผมไม่ได้อยากทำหนังอวยตัวเอง เพราะรู้ว่าคนไม่ได้ชอบเรา ไม่มีคนดูหรอก งั้นอย่าทำเลย&nbsp;</p>



<p>แต่ถ้าจะทำ เราจะทำกับดาราที่มีวินัย เราจะทำกับดาราที่เป็นคนเหี้ยนะแต่ไม่เสียงาน เพราะพอมาทำโปรดักชัน เราเข้าใจว่าการมีวินัยและให้เกียรติงานสําคัญที่สุด</p>



<p><strong>แล้วใครจะเป็นตัวประกอบสําคัญในเรื่องที่ไม่มีคนนี้ไม่ได้</strong></p>



<p>ถ้าตอบไวๆ ณ ปัจจุบันนี้ คงไอ้เอ็กซ์มั้ง เพราะต่อให้มันไม่เล่น มันก็ต้องอยู่กับเรา มันไม่ได้เก่งมากหรอก แต่ขยัน และสอนเราได้&nbsp;</p>



<p><strong>คิดว่าโชคชะตาฟ้าลิขิตจะนําพาชีวิตคุณไปถึงจุดไหน</strong></p>



<p>เราก็ถามทั้งหมอดูกับพระนะ เขาบอกว่าดี</p>



<p>เดี๋ยวจะรอดูวันที่ 28 สิงหาว่าพระองค์ไหนแม่น เดี๋ยวมาบอกต่อใน a day ละกัน (หัวเราะ)</p>



<p><strong>คาดหวังให้คนดูฟู้ดทรัค ลัก(รัก) หมูเด้ง จบแล้วรู้สึกยังไง</strong></p>



<p>กลับไปรักครอบครัว จบ</p>



<p>คุณเสียตังค์ไปดูแล้วไม่ด่าผมหรอก เพราะผมมีคนเก่งอยู่ช่วยผม ไอ้คนไม่เชื่อใจผมให้ฟังประโยคนี้ แต่ไอ้คนที่เชื่อใจผม บอกเลยว่าเรื่องนี้กูไม่ได้กําไรเยอะ ผมไม่ดูถูกคนดูดีกว่า&nbsp;</p>



<p>ถ้าผมเหี้ย ทำหนังเหี้ย แต่ชีวิตผมดีนะ เข้าใจคํานี้ไหม แต่หนังผมไม่เหี้ย เพราะผมเลือกแล้ว แค่นั้นเอง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182442" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/jack-fan-chan-life-director/">สบถตามสไตล์ ‘แจ็ค แฟนฉัน’ ผกก.ฟู้ดทรัค ลัก(รัก) หมูเด้ง ผู้เชื่อว่าเป็นตัวเองแล้วแม่งต้องพัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศิลปินเจนซีที่ผลิบานด้วยตัวเอง “วิว นันท์นภัส” นักวาดภาพวันวิวาห์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/view-live-wedding-painter/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 Aug 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[artist talk]]></category>
		<category><![CDATA[วิว นันท์นภัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=182198</guid>

					<description><![CDATA[<p>เธออยู่ในชุดราตรีบ่อยครั้ง ผมยาวสลวยพ้นบ่า ใบหน้าเรียวยาวลุคโฉบเฉี่ยว ยืนกลางแสงดวงเล็กดวงน้อย ปรากฏตัววับไปวับมาหลายงานวิวาห์เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่อาจนับได้ เปล่าเป็นพิธีกรหรือแขกรับเชิญ หากแต่เป็นนักปาดฝีแปรงบนเฟรมผ้าใบ “วิว-นันท์นภัส มากภักดี”&#160; “23 ปีค่ะ” เธอตอบคำถามแรกเมื่อเราถามถึงอายุวัย แน่นอนว่าผู้ถามเก็บสีหน้าประหลาดใจไว้ไม่อยู่ เพราะก่อนจะมานั่งอยู่ในห้องสตูดิโอของเธอ เราได้เห็นคลิปวาดภาพนับร้อยหรือมากกว่านั้นบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ท่าทางทะมัดทะแมง ดูไม่ลังเลที่จะลงสีเลยสักนิด ราวมีพู่กันเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่กำเนิด ทำให้เผลอคิดว่านี่ต้องเป็นศิลปินที่มากประสบการณ์ ผันผ่านชั่วโมงบินมาเยอะแล้วเป็นแน่&#160; โป้งแรกไม่เท่าไหร่ โป้งที่สองเธอบอกว่าเพิ่งเริ่มวาดรูปสดงานแต่งงานได้ไม่ถึงปี แต่กลับเป็นที่รู้จัก มีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ทำเอาชักอยากรู้แล้วสิว่าสาวน้อยตรงหน้าจะมีอะไรทำให้เราประหลาดใจได้อีกบ้าง&#160; จับดินสอวาดรูปครั้งแรกเพราะอะไร แม่เป็นคนชอบวาดภาพ อ่านนิยายภาพ พี่สาวเองก็เหมือนกัน เราเห็นพี่ไปลงแข่งประกวดวาด ทำให้อยากวาดภาพไปด้วย ก็ฝึกมองธรรมชาติ เรียนรู้ด้วยตัวเอง เพราะที่บ้านไม่ได้มีทุนสักเท่าไหร่ หลังจากนั้นก็วาดรูปเป็น ช่วงที่จะเข้ามหาวิทยาลัยก็ยังไม่รู้ว่าจะไปทางไหนนะ เรียนสายวิทย์คณิตมาด้วยซ้ำ อีกอย่างพ่อกับแม่ก็กลัวว่าถ้าไปทางศิลปะเลยจะไม่มีงานมีการทำ พอพ่อแม่ไม่อยากให้ทำอาชีพวาดรูป เราทำอย่างไรต่อ ก็ยังวาดของเราไปเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่วาดมือในโทรศัพท์รุ่น Vivo แล้วก็มีคนมาติดต่อให้วาดรูป เขาบอกว่าจะเอาไปทำเข็มกลัด&#160; เลยเหรอ (เราหลุดอุทานขึ้นมาเพราะรู้สึกทึ่ง) ใช่ ใช้แอพ Picsart เคยเห็นเกมสตอรี่ไอจีไหม เราเป็นผู้บุกเบิกรุ่นแรกๆ เลยนะ พวกเกม Ask [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/view-live-wedding-painter/">ศิลปินเจนซีที่ผลิบานด้วยตัวเอง “วิว นันท์นภัส” นักวาดภาพวันวิวาห์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เธออยู่ในชุดราตรีบ่อยครั้ง ผมยาวสลวยพ้นบ่า ใบหน้าเรียวยาวลุคโฉบเฉี่ยว ยืนกลางแสงดวงเล็กดวงน้อย ปรากฏตัววับไปวับมาหลายงานวิวาห์เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่อาจนับได้ เปล่าเป็นพิธีกรหรือแขกรับเชิญ หากแต่เป็นนักปาดฝีแปรงบนเฟรมผ้าใบ <strong>“วิว-นันท์นภัส มากภักดี”&nbsp;</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“23 ปีค่ะ” </strong>เธอตอบคำถามแรกเมื่อเราถามถึงอายุวัย แน่นอนว่าผู้ถามเก็บสีหน้าประหลาดใจไว้ไม่อยู่ เพราะก่อนจะมานั่งอยู่ในห้องสตูดิโอของเธอ เราได้เห็นคลิปวาดภาพนับร้อยหรือมากกว่านั้นบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ท่าทางทะมัดทะแมง ดูไม่ลังเลที่จะลงสีเลยสักนิด ราวมีพู่กันเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่กำเนิด ทำให้เผลอคิดว่านี่ต้องเป็นศิลปินที่มากประสบการณ์ ผันผ่านชั่วโมงบินมาเยอะแล้วเป็นแน่&nbsp;</p>



<p>โป้งแรกไม่เท่าไหร่ โป้งที่สองเธอบอกว่าเพิ่งเริ่มวาดรูปสดงานแต่งงานได้ไม่ถึงปี แต่กลับเป็นที่รู้จัก มีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ทำเอาชักอยากรู้แล้วสิว่าสาวน้อยตรงหน้าจะมีอะไรทำให้เราประหลาดใจได้อีกบ้าง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182201" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>จับดินสอวาดรูปครั้งแรกเพราะอะไร</strong></p>



<p>แม่เป็นคนชอบวาดภาพ อ่านนิยายภาพ พี่สาวเองก็เหมือนกัน เราเห็นพี่ไปลงแข่งประกวดวาด ทำให้อยากวาดภาพไปด้วย ก็ฝึกมองธรรมชาติ เรียนรู้ด้วยตัวเอง เพราะที่บ้านไม่ได้มีทุนสักเท่าไหร่ หลังจากนั้นก็วาดรูปเป็น ช่วงที่จะเข้ามหาวิทยาลัยก็ยังไม่รู้ว่าจะไปทางไหนนะ เรียนสายวิทย์คณิตมาด้วยซ้ำ อีกอย่างพ่อกับแม่ก็กลัวว่าถ้าไปทางศิลปะเลยจะไม่มีงานมีการทำ</p>



<p><strong>พอพ่อแม่ไม่อยากให้ทำอาชีพวาดรูป เราทำอย่างไรต่อ</strong></p>



<p>ก็ยังวาดของเราไปเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่วาดมือในโทรศัพท์รุ่น Vivo แล้วก็มีคนมาติดต่อให้วาดรูป เขาบอกว่าจะเอาไปทำเข็มกลัด&nbsp;</p>



<p><strong>เลยเหรอ (เราหลุดอุทานขึ้นมาเพราะรู้สึกทึ่ง)</strong></p>



<p>ใช่ ใช้แอพ Picsart เคยเห็นเกมสตอรี่ไอจีไหม เราเป็นผู้บุกเบิกรุ่นแรกๆ เลยนะ พวกเกม Ask Me ที่มีคนเล่นกันเป็นหมื่นเป็นแสน (หัวเราะ) หลังจากนั้นก็ไปซื้อไอแพดมา ด้วยเงินหนึ่งหมื่นที่ปู่ทิ้งไว้ให้เป็นมรดก ได้วาดดิจิทัลเป็นรูปคนแบบจริงจัง สไตล์ก็โผล่ชัดขึ้น มีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ จนส่งตัวเองเรียนได้ พ่อแม่ถึงให้มาทางสายนี้ เพราะเราทำให้เขาเห็นว่าการวาดภาพมันหาเงินได้นะ เห็นไหมเนี่ย! หนูทำได้นะ</p>



<p><strong>หลังจากนั้นรู้ทางของตัวเองเลยหรือเปล่า</strong></p>



<p>ไม่ ไม่เคยมีภาพชีวิตปัจจุบันนี้ในหัวเลย เราใช้ชีวิตตามความสุขของตัวเอง ชอบแบบนี้ก็ทำแบบนี้ ไม่ได้คิดถึงอนาคตขนาดนั้น&nbsp;</p>



<p><strong>ท้ายที่สุดแล้วเลือกเรียนคณะอะไร</strong></p>



<p>ถ้าบอกว่าสอบเข้าเอกออกแบบเพื่อการแสดง คณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒจะงงไหม งงใช่ไหม (หัวเราะ) ความคิดอีกฝั่งของเราคือชอบชีวิตการเป็นดารา อินฟลูเอนเซอร์ อยากลองเข้าเอกการแสดงแบบพี่ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ตอนนั้นก็งงว่าทำไมข้อสอบมันมีให้วาดรูปด้วย สรุปคือลงสอบผิดเอก แต่ก็สอบติดเฉยเลย ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องไปหาที่อื่นเรียนอีก (หัวเราะ) ในคลาสอาจารย์ก็จะสอนเพนต์พื้น วาดอนาโตมีคน จนถึงเบื้องหลังกองถ่าย สนุกมากเลย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182202" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>จากวาดดิจิทัลในไอแพดสู่วาดสดในงานแต่งงานบนเฟรมผ้าใบได้อย่างไร</strong></p>



<p>เราได้แรงบันดาลใจจากพี่เอ๋ Chubbybrush จากตอนประมูลงานในกลุ่มอาร์ตบ้าง ทวิตเตอร์บ้าง เห็นเขาวาดเอาต์ดอร์แล้วบรรยากาศมันดูดีจัง อีกอย่างงานดิจิทัลของเรา รูปหนึ่งไม่ถึงสิบนาทีก็ส่งได้แล้ว เราเป็นคนทำงานไวแล้วออกมาดีด้วย เลยคิดว่าต้องทำงานนี้ได้แน่ๆ&nbsp;</p>



<p>แต่หลังจากเรียนจบก็ยังไม่เริ่มทันทีนะ ไม่รู้รออะไรเหมือนกัน จนแฟนบอกว่ามีพี่ที่รู้จักกำลังจะแต่งงาน แต่อยากเห็นผลงานเราก่อน ถึงได้ลองวาดเป็นภาพตัวอย่าง แล้วก็เอาไปลงในกลุ่มอาร์ตโพรโมตตัวเอง ลูกค้าคนแรกจำได้ไม่ลืมเลย เขาไว้ใจเรามากทั้งที่เราไม่เคยวาดสดมาก่อน</p>



<p><strong>กังวลไหมว่าแรงบันดาลใจที่ได้มาจะส่งผลให้งานวาดเราไปคล้ายเขา</strong></p>



<p>ไม่เลย เพราะพี่เอ๋สไตล์ชัดมาก เป็นศิลปะอิมเพรสชันนิสม์ เขามีแปรงถี่ แต่สไตล์เราไม่ใช่อยู่แล้ว เราเป็นศิลปะกึ่งเรียลิสติกที่ชวนฝันหน่อย ตอนนั้นนักวาดสดในงานแต่งงานก็น้อยเลยคิดว่าควรเอาตัวเองไปลงสนามนั้นดู&nbsp;</p>



<p><strong>วัดจากอะไรว่าภาพวาดของเราสวย</strong></p>



<p>ต้องมั่นใจในตัวเองก่อน เพราะถ้าเราไม่มั่นใจ ลูกค้าที่มาจ้างเราเขาจะมั่นใจในเราได้อย่างไร การที่ลูกค้าเห็นผลงานเรา แล้วลูกค้าตัดสินใจจ้างแสดงว่าเขาชอบความเป็นเรา ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลย&nbsp;</p>



<p><strong>เพิ่งเริ่มวาดแต่คลิปหน้าฟีดร้อยกว่าคลิปเหมือนวาดมานานแล้วเลย</strong></p>



<p>อาจเพราะเป็นคนชอบตัดคลิป หน้าฟีดเลยเห็นคลิปเยอะมาก (หัวเราะ) จริงๆ ก่อนหน้านี้ก็ลงขายเสื้อผ้า รับรีวิวเป็นอินฟลูเอนเซอร์ทำให้มีฐานผู้ติดตามอยู่บ้าง ก็เลือกใช้ช่องทางนี้ทำคอนเทนต์ต่อเลยแมสไวขึ้นไปอีก นี่ก็อาจจะเป็นจุดเด่นที่ทำให้เราโตเร็วนะ เพราะทำคอนเทนต์เป็น ใช้โซเชียลได้ รู้ว่าคนในโซเชียลอยากฟังอะไร อยากรู้อะไร&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182203" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>เคยมีช่วงที่ลูกค้าหายหรือเปล่า</strong></p>



<p>ก็มี แต่ถึงจะเพิ่งเริ่ม แค่มีสองสามงานเข้ามาก็ดีใจแย่แล้ว เราพยายามทำผลงานออกมาเรื่อยๆ บางผลงานก็แอบเมกขึ้นมาเพื่อโชว์ลูกค้าว่าดูผลงานฉันสิ เป็นภาพงานแต่งงานในจินตนาการตัวเอง</p>



<p><strong>จำความรู้สึกตอนรับวาดภาพงานแต่งงานสดครั้งแรกได้ไหม</strong></p>



<p>จำได้ ตอนนั้นกังวลเรื่องเวลามาก มันต้องเสร็จภายในเวลา 3 &#8211; 4 ชั่วโมง ถ้าเลือกได้อยากกลับไปวาดให้เขาใหม่มาก (หัวเราะ) เพราะรู้แล้วว่าฝีมือกับการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก็ทำให้เห็นว่าจุดไหนควรปรับ แต่งานแรกก็ออกมาโอเคนะ เป็นสไตล์ของเราเอง แค่ว่าอนาโตมีคนอาจจะยังไม่เป๊ะขนาดนั้นด้วยความที่ต้องแข่งกับเวลาสุดๆ&nbsp;</p>



<p><strong>ก่อนวาดต้องเตรียมตัวอย่างไร</strong></p>



<p>ขออินสตาแกรมของบ่าวสาวมาดู บางคู่จะไทยจ๋า บางคู่ก็จะสไตล์อังกฤษที่เราจะต้องไม่ใส่ประกายอะไรลงไปเยอะ ถ้าได้คุยกับตัวบ่าวสาวโดยตรงที่ไม่ผ่านญาติเขาก็จะง่ายขึ้น เราถามได้เลยว่าต้องการสีหรือแสงแบบไหน พอไปถึงงานแล้วก็คุยกับออร์แกไนซ์ว่าบ่าวสาวออกมากี่โมง ส่งภาพเวลาไหนได้บ้าง</p>



<p><strong>สังเกตอะไรเป็นอย่างแรกเมื่อต้องเริ่มลงแปรง&nbsp;</strong></p>



<p>ดูมุมก่อน สมมติญาติมาจ้างแล้วบรีฟว่าอยากได้ซีนหน้าแบ็กดร็อป แต่พอเราไปถึงหน้างานแล้ว เรารู้สึกว่าบนเวทีวาดออกมาแล้วน่าจะสวยกว่านะ ก็จะแกล้งๆ ถามเขาว่าเป็นบรรยากาศบนเวทีดีไหมคะ มีมิติกว่า ส่วนใหญ่จะต้องไปดูหน้างานเอา บางทีก็ถ่ายรูปโมเมนต์บ่าวสาวไว้ แล้วเริ่มวาดรูปคนก่อนเพื่อดูขนาด ค่อยวาดพื้นหลังอีกที แต่ถ้าไปถึงแล้วบ่าวสาวยังไม่มาก็ต้องวาดพื้นหลังเอาไว้ก่อน เป็นการช่วยประหยัดเวลา&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182204" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>นอกจากแข่งกับเวลา มีอะไรที่ยากสำหรับวิวอีกบ้าง</strong></p>



<p>เราพยายามทำให้รูปวาดทุกรูปออกมาไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นซีนแบ็กดร็อปแสงก็ต้องไม่เหมือนกับผลงานที่ผ่านมา ถ้าต้องไปวาดที่ที่ซ้ำกันก็จะหาความแตกต่างของสถานที่ให้ได้ เปลี่ยนมุมไปเรื่อยๆ ให้ลูกค้ารู้สึกถึงความแปลกใหม่ แต่อย่างหนึ่งที่เป็นข้อดีคือเราเป็นคนสมาธิสูงมาก ถึงต้องโฟกัสการวาดในที่ที่คนเยอะ แต่เปิด Awareness รอบๆ ตลอดเวลานะว่าใครเดินมา หรือถ้ามีคนเข้ามาคุยด้วยแล้วต้องหันไปหาเขา พอหันหน้ากลับมาที่รูปก็จะยังจำได้ว่าวาดถึงตรงไหนแล้ว จริงๆ วาดคนเดียวมันดีกว่าอยู่แล้วแหละ แต่เทียบกับในตอนนี้ ถ้าไม่มีใครเดินมาดูงานเลย เราจะเฟลมาก</p>



<p><strong>รู้ได้อย่างไรว่าภาพนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว</strong></p>



<p>ต่อเมื่อไม่มีอะไรให้เติมแล้ว เราจะถอยออกมาดูรูปตลอดเวลาเพื่อมองจุดอิ่มตัวของภาพ ให้ผู้ช่วยเป็นอีกตาในการมองข้อผิดพลาด&nbsp;</p>



<p><strong>สิ่งสำคัญที่สุดในการวาดภาพสดคืออะไร</strong></p>



<p>สไตล์ของตัวเอง ทำอย่างไรก็ได้ให้ยังมีความเป็นตัวเองอยู่ในภาพ ต่อให้งานนั้นจะแสงดร็อปหรือมืดอย่างไร ก็ต้องทำให้มันสดใสให้ได้&nbsp;</p>



<p><strong>เคยมีงานที่ทำให้รู้สึกเฟลบ้างหรือเปล่า</strong></p>



<p>งานวาดบนเรือยอร์ชที่มีแต่ชาวต่างชาติล้วน พวกเขาจะชินกับการเห็นภาพที่ไม่ใช่แค่เสมือนจริง แต่ต้องจริงทุกอย่าง! เขาไม่เก็ตสไตล์เราว่าทำไมหน้าตาคนในภาพออกมาไม่เหมือนทั้งหมด เราเฟลแต่ไม่เก็บเอามาคิดนะ เพราะฉันวาดแบบนี้มาตลอด ไม่เห็นต้องเปลี่ยนเลย นี่มันสไตล์ของฉัน ต่อจากงานนี้ก็ได้ไปวาดภาพที่ภูเก็ตให้ชาวอินเดียเป็นครั้งแรก สนุกมาก เพราะรีแอกของพวกเขาจะแบบโอ้! ว้าว! ใจเราชื้นขึ้นนะ (หัวเราะ)&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182205" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>การวาดภาพงานแต่งงานสอนอะไรวิวบ้าง</strong></p>



<p>วัฒนธรรมของคนแต่ละชาติ อย่างงานแต่งของอินเดียจะไม่เหมือนกันเลยสักวัน บางวันก็มีแค่ญาติฝั่งเจ้าบ่าว ไม่ก็ฝั่งเจ้าสาว ที่ได้เรียนรู้มาอีกอย่างเป็นกฎของอินเดียเลยคือต้องวาดให้ตัวคนหันข้าง เพราะพราหมณ์หันหน้าออกไม่ได้ ต้องเคลียร์ให้ชัดก่อนจะวาด&nbsp;</p>



<p><strong>โกลต่อไปของวิวในสายการวาดภาพคืออะไร</strong></p>



<p>แค่อยากวาดภาพต่อไปเรื่อยๆ ถึงวันหนึ่งจะไม่มีคนจ้างก็ไม่เป็นไร เคยมีคอมเมนต์โผล่มาว่าทำไมแพงจัง แต่ไม่ได้ตอบโต้อะไร เราพยายามทำให้เขาเห็นว่าความสามารถของเรากับราคาที่ตีไปมันคุ้มค่าแล้วนะ การที่คุณได้เราไป เราจะเอนเทอร์เทนแขกในงานได้ดีแน่ๆ เพราะระหว่างวาดก็จะมีเด็กๆ มีญาติของพวกเขามาใส่ความทรงจำไว้ในนี้ด้วยนะ เป็นของขวัญที่มีชิ้นเดียวบนโลก (ยิ้ม)&nbsp;</p>



<p><strong>วาดภาพงานแต่งมาเยอะแล้ว ได้คิดภาพงานแต่งงานของตัวเองไว้บ้างไหม</strong></p>



<p>ไม่ได้คิดเลย ยังไม่คิดอะ (หัวเราะ)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182206" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>บนหนทางความไม่รู้ทั้งหลายจากสาวน้อยคนนี้ กลับซ่อนความทะเยอทะยานไว้อย่างเต็มเปี่ยม ด้วยประโยคว่าชอบแบบนี้ก็ทำแบบนี้! เธอมีวิธีค้นแสงในตัวเองออกมาให้สุกสว่าง โดยไม่ต้องรอใครมาค้นพบเสียด้วยซ้ำ แม้อายุยังน้อยแต่ (ใกล้) ร้อยล้านวิวนั้นมีอยู่จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/view-live-wedding-painter/">ศิลปินเจนซีที่ผลิบานด้วยตัวเอง “วิว นันท์นภัส” นักวาดภาพวันวิวาห์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หนทางเดินของนักบรรพชีวินวิทยา “Mr.DinoDigger” แฟนพันธุ์แท้ไดโนเสาร์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/mr-dinodigger-thai-paleontologist-story/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Aug 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Mr.DinoDigger]]></category>
		<category><![CDATA[Thainosaur]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=182218</guid>

					<description><![CDATA[<p>“นี่คือรายการแฟนพันธุ์แท้ครับ!”&#160; ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 3 “เคน-กษิดิศ เอี่ยมละออ” อายุ 13 ปี เด็กหนุ่มผู้เริ่มรู้จักกับสัตว์ดึกดำบรรพ์มาตั้งแต่จำความได้ ทั้งยังค้นคว้าหาข้อมูลในเรื่องราวของสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิชาที่เจ้าตัวต้องศึกษานอกเวลาเรียนอยู่เสมอ “แหม่! ตอบผิดถึงสองครั้งด้วยกันครับสำหรับน้องกษิดิศ ทำให้ต้องตกรอบแรกไปก่อน” จากเทปรายการแฟนพันธุ์แท้เมื่อ 2 สิงหาคม 2556 ที่มีเด็กหนุ่มใส่แว่นเหลี่ยมเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน แม้เขาจะตกรอบแรกในเกมด้วยอายุ 13 ปี แต่ใครจะรู้ว่าในความเป็นจริงขณะนี้ เขาขึ้นแท่นกลายเป็นนักบรรพชีวินวิทยาด้วยอายุ 25 ปี ทั้งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังนิทรรศการ Thainosaur กรุความรู้สัตว์ดึกดำบรรพ์ของประเทศไทย และใครจะรู้ว่านักบรรพชีวินวิทยาคนนี้ทุ่มความหลงใหลเกือบค่อนชีวิตให้แก่ไดโนเสาร์ นอกจากอาชีพนี้จะไม่ได้มีอยู่มากนักในบ้านเรา อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อยากพูดคุยกับเขาเหลือเกิน คงเป็นเพราะสถานะเจ้าของเพจ Mr.DinoDigger&#160; แน่นอนว่าจุดนัดพบของเราต้องเป็นท่าพิพิธภัณฑ์ สถานที่ที่เคนเข้าออกอยู่บ่อยครั้งในเวลานี้ ดูแล้วคงจะมีโอกาสเจอตัวเขาอยู่เนืองๆ จนกว่าจะเข้าเดือนพฤศจิกายนที่นิทรรศการจบลง มิสเตอร์ไดโนเสาร์รุ่นเยาว์ จำครั้งแรกที่รู้จักกับคำว่าไดโนเสาร์ได้ไหม สัก 3-4 ขวบ พ่อชอบซื้อม้วนวิดีโอสารคดีไดโนเสาร์มาเปิดให้ดู อย่าง Walking with Dinosaurs 1999 แล้วก็มีงาน Dig it up ที่เป็นแนวหน้าสมัยก่อน เขาจะมาจัดตามห้าง ผมก็ไปขุดเล่นบ่อยๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mr-dinodigger-thai-paleontologist-story/">หนทางเดินของนักบรรพชีวินวิทยา “Mr.DinoDigger” แฟนพันธุ์แท้ไดโนเสาร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong></strong><strong>“นี่คือรายการแฟนพันธุ์แท้ครับ!”&nbsp;</strong></p>



<p>ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 3<strong> “เคน-กษิดิศ เอี่ยมละออ”</strong> อายุ 13 ปี เด็กหนุ่มผู้เริ่มรู้จักกับสัตว์ดึกดำบรรพ์มาตั้งแต่จำความได้ ทั้งยังค้นคว้าหาข้อมูลในเรื่องราวของสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิชาที่เจ้าตัวต้องศึกษานอกเวลาเรียนอยู่เสมอ</p>



<p><strong>“แหม่! ตอบผิดถึงสองครั้งด้วยกันครับสำหรับน้องกษิดิศ ทำให้ต้องตกรอบแรกไปก่อน”</strong></p>



<p>จากเทปรายการแฟนพันธุ์แท้เมื่อ 2 สิงหาคม 2556 ที่มีเด็กหนุ่มใส่แว่นเหลี่ยมเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน แม้เขาจะตกรอบแรกในเกมด้วยอายุ 13 ปี แต่ใครจะรู้ว่าในความเป็นจริงขณะนี้ เขาขึ้นแท่นกลายเป็นนักบรรพชีวินวิทยาด้วยอายุ 25 ปี ทั้งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังนิทรรศการ Thainosaur กรุความรู้สัตว์ดึกดำบรรพ์ของประเทศไทย</p>



<p>และใครจะรู้ว่านักบรรพชีวินวิทยาคนนี้ทุ่มความหลงใหลเกือบค่อนชีวิตให้แก่ไดโนเสาร์</p>



<p>นอกจากอาชีพนี้จะไม่ได้มีอยู่มากนักในบ้านเรา อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อยากพูดคุยกับเขาเหลือเกิน คงเป็นเพราะสถานะเจ้าของเพจ <strong>Mr.DinoDigger&nbsp;</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182219" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>แน่นอนว่าจุดนัดพบของเราต้องเป็นท่าพิพิธภัณฑ์ สถานที่ที่เคนเข้าออกอยู่บ่อยครั้งในเวลานี้ ดูแล้วคงจะมีโอกาสเจอตัวเขาอยู่เนืองๆ จนกว่าจะเข้าเดือนพฤศจิกายนที่นิทรรศการจบลง</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>มิสเตอร์ไดโนเสาร์รุ่นเยาว์</strong></h2>



<p><strong>จำครั้งแรกที่รู้จักกับคำว่าไดโนเสาร์ได้ไหม</strong></p>



<p>สัก 3-4 ขวบ พ่อชอบซื้อม้วนวิดีโอสารคดีไดโนเสาร์มาเปิดให้ดู อย่าง Walking with Dinosaurs 1999 แล้วก็มีงาน Dig it up ที่เป็นแนวหน้าสมัยก่อน เขาจะมาจัดตามห้าง ผมก็ไปขุดเล่นบ่อยๆ ในสวนสยามก็มีรูปปั้นไดโนเสาร์นะ ผมชอบที่มันไม่มีอะไรเหมือนสัตว์ปัจจุบันเลย ดูน่าค้นหาดี เรียกว่าได้แรงบันดาลใจมาตั้งแต่ตอนนั้น</p>



<p><strong><em></em></strong><strong>โมเมนต์ไหนที่รู้เลยว่าจะเอาจริงกับเรื่องไดโนเสาร์แล้ว</strong></p>



<p>ไม่นาน 12 ปีที่แล้วเอง (หัวเราะ) ผมเป็นหนึ่งในห้าผู้เข้าแข่งขันแฟนพันธุ์แท้ตอนสัตว์ดึกดำบรรพ์ ตอนนั้นแค่อยากลองความรู้ตัวเอง ไม่ได้คิดอะไรมาก สุดท้ายก็ได้ไปออกรายการ ถึงจะตกรอบแรกๆ แต่เป็นจุดพลิกผันเลยว่าจะมาสายนี้ ผมเข้าเรียนวิทย์คณิตช่วง ม.ปลาย ต่อด้วยคณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาธรณีวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในระดับปริญญาตรี</p>



<p><strong>ไม่ลังเลกับเส้นทางเลยเหรอ</strong></p>



<p>มีช่วง ม.6 ที่ต้องคิดว่าเราจะเป็นนักบรรพชีวินวิทยาได้จริงๆ ไหม ถ้าเลือกทางนี้จริงๆ จะทำอะไรได้บ้าง แล้วเราจะทำได้หรือเปล่า มันก็ดูไม่หมูเลย ตอนนั้นไปสอบเข้าวิศวะเคมีก็ติด สอบ ICT ก็ติด แต่ไม่เอาอะไรทั้งนั้น สุดท้ายก็เลือกสิ่งที่ชอบอยู่ดี ไปๆ มาๆ มันก็ทำได้นะ ต้องค่อยๆ เรียนรู้กันไป ถ้ามีจักรวาลคู่ขนาน ผมอาจจะเป็นวิศวะเคมีอยู่สักที่หนึ่งก็ได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182220" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ครอบครัวสนับสนุนความฝันนี้ไหม</strong></p>



<p>แรกๆ เขาก็ตั้งคำถามว่าโตไปจะทำอะไรกิน ขุดดินกินจะพอเหรอ แต่มันมีช่องทางอยู่ ไม่ใช่ทำแค่นั้นหรอก จะต่อยอดด้านน้ำมัน ถ่านหิน สิ่งแวดล้อมก็ยังได้ บรรพชีวินเป็นแค่แขนงหนึ่งของธรณีวิทยา&nbsp;</p>



<p><strong>ปักธงเลยหรือเปล่าว่าโตไปจะต้องได้เป็นนักขุดกระดูกไดโนเสาร์</strong></p>



<p>ก็คิดอย่างนั้นนะ (หัวเราะ) ตอนเรียนคิดว่าโตมาก็คงได้ขุด แล้วก็ได้ขุดจริงๆ ส่วนใหญ่เราจะขุดต่อจากที่เขาขุดกันมาอยู่แล้ว แต่ผมเป็นสายอยู่ในห้องแล็บซะมากกว่า นี่! ผมเคยไปเดินสำรวจที่จังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วเจอกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นเล็กๆ ด้วยนะ ชีวิตนี้ถ้าเจอหัวไดโนเสาร์แค่หนึ่งตัว ผมคงตายตาหลับ&nbsp;</p>



<p><strong>ช่อง Mr.DinoDigger มีที่มาอย่างไร</strong></p>



<p>ตอนม.ปลายผมชอบพูดเรื่องไดโนเสาร์ให้เพื่อนฟังก็เลยทำขึ้นมาด้วยกันไว้ดูเอง จนวันหนึ่งเพื่อนบอกว่าเฮ้ย! มันไม่ได้มีแต่พวกเราดูแล้วว่ะ (หัวเราะ) ตอนนั้นหนัง Jurassic World 2015 ภาคแรกกำลังเข้าด้วย ยิ่งช่วยบูสต์ช่องผมเข้าไปอีก&nbsp;</p>



<p><strong>มั่นใจไหมว่าสิ่งที่เราพูดเป็นความรู้ที่ถูกต้อง</strong></p>



<p>ไม่ครับ (หัวเราะ) เทียบกับสมัยนี้จะมีเปเปอร์เรื่องไดโนเสาร์ออกมาทุกๆ สองสัปดาห์ให้เห็น ผมก็ลุ้นอยู่บ้างว่าที่พูดไปจะถูกไหม อีกปีหนึ่งหรือสามวันอาจจะผิดก็ได้ เพราะวิทยาศาสตร์มันก้าวหน้าเรื่อยๆ อย่างงานที่จัดแสดงอยู่ก็อาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป จากที่เราใช้คำว่ามันเป็นแบบนี้ ก็ต้องใช้คำว่าอาจจะเป็นแบบนี้ ควรจะเป็นแบบนี้&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182221" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>เคยมีคอมเมนต์มาแย้งไหมว่าไม่ถูกนะ</strong></p>



<p>มีครับ เป็นเรื่องปกติ เราตีความไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าใครมีหลักฐานที่หนักแน่นกว่า ผมยังเคยเปลี่ยนความคิดเพราะฟังหลักฐานที่เมกเซนส์กว่ามาเลย ต้องแก้ไขที่ตัวเอง มีศัพท์ใหม่เมื่อไม่นานมานี้คือคำว่า “นักสื่อสารวิทยาศาสตร์” เป็นการพูดเรื่องวิทย์ๆ ให้ไม่เหมือนนั่งอยู่ในห้องเลกเชอร์ เป็นอีกเทคนิคสื่อสารหนึ่งที่ผมมองว่าจำเป็นมาก เพราะบางทีพูดเรื่องวิทยาศาสตร์ ใช้ศัพท์ทางการคนจะไม่ค่อยเข้าใจ ตอนนี้ผมเป็นทั้งสองอย่างเลย ทั้งนักวิจัยและนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ด้วย&nbsp;</p>



<p>ในช่วง 2 &#8211; 3 ปีมานี้ผมว่าบ้านเราให้ความสำคัญกับเรื่องไดโนเสาร์มากขึ้นนะ เห็นได้จากนิทรรศการ Thainosaur ในฐานะที่ผมทำช่องมา 10 กว่าปี คือแฮปปี้เลย! เพราะมันเปลี่ยนไปมาก จากที่พยายามสื่อสารเรื่องนี้มานาน หรือแม้แต่ทำเปเปอร์แล้วถูกพูดถึงแค่นิดหนึ่งก็ชื่นใจแล้ว</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>คำบอกเล่าจากนักบรรพชีวินวิทยา</strong></h2>



<p><strong>จุดที่ยากที่สุดในการเรียนปริญญาโท ภาควิชาธรณีวิทยา ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคืออะไร</strong></p>



<p>การวิจัยนี่แหละที่ยากที่สุด กว่าเราจะขุดเจอกระดูกชิ้นหนึ่งก็ยาก อาจต้องพึ่งโชคชะตา เดินสำรวจไปเรื่อยๆ ถ้าเจอแล้วจะเอาขึ้นมาจากหลุมก็ยาก สมมติขาไดโนเสาร์ยาว 2 เมตรก็ต้องคว้านหินหนึ่งตัน กว่าจะเข้าห้องแล็บแล้วเข้าสู่การวิจัย เราต้องอ่านเปเปอร์เพื่อทบทวนองค์ความรู้ทั้งหมดว่าสิ่งที่เราเจอเป็นพันธุ์ใหม่หรือเปล่า เอาไปเทียบเคียงกับพันธุ์ที่คาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนสนิทของมัน รันไปทีละข้อว่าลักษณะแบบนี้จะไปตกอยู่ที่กลุ่มไหน บางงานวิจัยอาจใช้เวลา 4-5 ปี แล้วแต่ความยากง่าย&nbsp;</p>



<p><strong>ในยุคที่โลกก้าวไปสู่เทคโนโลยี คิดว่าทำไมคนถึงควรให้ความสนใจเรื่องดึกดำบรรพ์อยู่</strong></p>



<p>ถ้าพูดกันตามตรง เทคโนโลยีก็จำเป็นกว่าสิ่งที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้นะ (หัวเราะ) บรรพชีวินวิทยาอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทุกคน คือไม่รู้ก็ไม่ผิด แต่อย่างน้อยการศึกษาประวัติศาสตร์สิ่งมีชีวิตก็สำคัญ ตรงที่เราจะได้รู้ว่าต้นตอเรามาจากไหน กว่าจะเป็นมนุษย์ เป็นคนไทยต้องผ่านอะไรมาบ้าง โลกนี้ไม่ได้มีแค่ตัวเรา ทุกอย่างมีเรื่องเล่าและเชื่อมต่อถึงกันหมด สัตว์ทุกชนิดที่เราเห็นเป็นผลพวงจาก 4,600 ล้านปีที่แล้ว เราจะได้รู้ว่าโลกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไร ไดโนเสาร์ก็เป็นเพียงกลุ่มมีชีวิตหนึ่งเท่านั้น มีอีกเป็นล้านชนิดที่ยังอยู่และสูญพันธุ์ไปแล้ว </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182222" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ประโยคหนึ่งที่นักธรณีวิทยาเขาชอบกล่าวกัน “The present is the key to the past.” ปัจจุบันเป็นกุญแจไขสู่อดีต ถ้าเราเข้าใจปัจจุบันก็จะเข้าใจอดีต เป็นประโยคที่จริงมากเหมือนปรัชญาเลย มันมีแพตเทิร์นของการสูญพันธุ์ในอดีตแต่ละครั้ง เราจะเห็นว่าฟอร์มแบบไหนอยู่รอด สภาพภูมิอากาศไหนที่ก่อให้เกิดการสูญพันธุ์ ตอนนี้เราเผชิญกับยุคน้ำแข็งอยู่ อีกไม่ถึงแสนปีถึงจะวนกลับมาอีกครั้ง ศาสตร์เหล่านี้ทำให้เราพอจะทำนายอนาคตหรือรักษาสิ่งมีชีวิตที่ยังอยู่ได้  </p>



<p>บรรพชีวินเป็นแค่แขนงหนึ่งของวิทยาศาสตร์ อย่างการที่เด็กๆ ชอบไดโนเสาร์ เขาก็จะได้เรียนรู้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์โดยไม่รู้ตัว อายุ 3-4 ขวบเป็นช่วงที่จุดประกายได้ดีมากๆ ตัวนี้พันธุ์อะไร กินอะไร วิวัฒนาการอย่างไร พวกเขาจะได้กระบวนการเหล่านี้ไป อาจจะโตไปเป็นนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร หรือนักบินก็ได้ เพราะทั้งหมดมีวิทยาศาสตร์แฝงอยู่ ถ้าใครมีลูกแล้วชอบไดโนเสาร์ก็ให้เขาชอบไปเถอะ</p>



<p><strong>มีอะไรแนะนำคนที่อยากเป็นนักบรรพชีวินวิทยาไหม</strong></p>



<p>ถ้าให้พูดจริงๆ ต้องเตรียมใจก่อนเลย เพราะบ้านเราไม่มีคณะที่ศึกษาด้านนี้โดยตรง ควรจะตัดสินใจหรือรู้ตัวเองตั้งแต่ ม.3 เพื่อที่ ม.ปลาย จะได้เข้าสายวิทย์คณิต ช่วง ป.ตรี ก็จะมีสังกัดวิทยาศาสตร์อยู่สองภาควิชาที่ไปในด้านนี้ได้ หนึ่งคือธรณีวิทยา สองคือชีววิทยา สาขาสัตววิทยา บรรพชีวินจะเป็นกึ่งกลางของสองศาสตร์นี้ เราเลือกเรียนอย่างใดอย่างหนึ่งได้&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182223" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>บ้านเรายังไม่มีปริญญาโทบรรพชีวินวิทยานะ อย่างผมก็เรียนธรณีวิทยามา มันดีตรงที่เราเลือกวิจัยในสิ่งที่เราสนใจได้ เลือกอาจารย์ที่ปรึกษาได้ ผมเคยเดินไปบอกอาจารย์นอกรอบว่ารับผมเป็นลูกศิษย์หน่อย อยากเป็นนักบรรพชีวินวิทยา (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>ส่วนปริญญาเอกก็จะมีภาคบรรพชีวินที่จังหวัดมหาสารคาม เป็นที่เดียวในประเทศไทย ช่วยผลิตบุคลากรเพื่อเติมเต็มประเทศเราในด้านนี้ได้เยอะ แต่ถ้าอยากเปลี่ยนฟีลก็ลองไปเรียนที่ต่างประเทศได้ ประเทศเราเองยังขาดบุคลากรด้านนี้ อุปกรณ์ก็ไม่พอ ในต่างประเทศเขาจะแยกแผนกกันไปเลย นักวิจัยจะเอากระดูกไปวิจัย มีช่างทำความสะอาดกระดูกโดยเฉพาะ แต่นักบรรพชีวินวิทยาบ้านเราต้องทำหลายอย่าง บางทีก็เพนต์กระดูกกันเองเพื่อนำไปจัดแสดง เขียนเอกสารขอจัดกิจกรรมเองก็เขียนมาแล้ว</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>&nbsp;ไดโนเศร้า</strong></h2>



<p><strong></strong><strong>จากมุมมองของคนที่อยู่ในโลกไดโนเสาร์มานาน คิดว่าคนไทยให้ความสนใจในเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน</strong></p>



<p>ผมว่ายังไม่มาก มันไม่ใช่พ็อปคัลเจอร์บ้านเรา ไม่ต้องเทียบกับที่ไหนไกลเลย อย่างประเทศญี่ปุ่นเขาจะเฮฮากับเรื่องไดโนเสาร์มาก โดเรมอนนี่มีไดโนเสาร์อยู่ในเรื่องตั้งแต่ 40-50 ปีที่แล้ว ก็อตซิลลาก็มีต้นแบบมาจากไดโนเสาร์ที่กลายเป็นไอคอนของญี่ปุ่น เหมือนมันฝังรากในบ้านเขาไปแล้ว แต่ตอนนี้ที่มีงาน Thainosaur มาเสิร์ฟให้ถึงประเทศไทย อย่างน้อยเด็กๆ ที่เขามาดูกัน คงมีสักสิบคนแหละที่โตไปแล้วอยากเป็นนักบรรพชีวินวิทยา (หัวเราะ)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182224" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ไดโนเสาร์บ้านเราต่างจากประเทศอื่นอย่างไร</strong></p>



<p>ภูมิภาคโซนเอเชียอาจจะไม่ต่างกันมาก แต่ถ้าเทียบกับอเมริกาจะเห็นได้ชัด ในต้นยุคครีเทเชียสบ้านเราจะมีแก๊งสยามโมซอรัสที่ปากยาว มีกระโดง อเมริกาจะเป็นอะโครแคนโธซอรส ที่มีปากสั้นกว่า ฟันแหลมคมเหมือนเลื่อยและมีกรงเล็บ<br>ที่ทรงพลัง</p>



<p><strong>ตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ ความชอบในไดโนเสาร์ลดน้อยลงบ้างหรือเปล่า</strong></p>



<p>ตอนเด็กกราฟพุ่งขึ้นสูงมากแล้วสักพักก็ดิ่งลง เพราะเหมือนเราไม่รู้อะไรเลย หลังจากได้เห็นว่าโลกมันกว้างขนาดไหน ทำให้ต้องเรียนรู้ใหม่อยู่ตลอด อาจจะตอบยากว่าชอบมากขึ้นหรือน้อยลงนะ ตอนเด็กผมชอบเพราะมันเท่ดี แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าตั้งคำถามตลอด กลายเป็นความชอบที่ได้สงสัย ทำไมไอตัวนี้หายไป ทำไมตัวนี้เกิดเป็นตัวถัดมา ทำไมก๊วนนี้หายไปทั้งก๊วนเลย ในช่วงทำวิจัยก็มีบ้างที่ผมหมดแพสชัน แค่ต้องพาตัวเองไปพัก เดี๋ยวก็กลับมาทำวิจัยต่อได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182225" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>อยากขับเคลื่อนอะไรต่อไปในวงการไดโนเสาร์ไทย</strong></p>



<p>โห! พูดเลยว่ากระดูกชิ้นหนึ่งของไดโนเสาร์มันให้ผมได้ไม่สิ้นสุด เป็นศาสตร์ที่น่าอัศจรรย์มากเลย ผมถึงอยากต่อยอดไดโนเสาร์บ้านเราให้มากกว่ารู้แค่ว่ามันชื่ออะไร อาศัยอยู่ที่ไหน อย่างเจอฟันปุ๊บก็รู้เลยว่ามันกินอะไร หรือถ้ากระดูกบวม มีรอยร้าว ตัวนี้เป็นโรคอะไรก่อนตาย ผมว่าไดโนเสาร์ไทยมีศักยภาพพอที่จะรู้ถึงขั้นนั้นได้&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ไทยโนซอร์</strong></h2>



<p><strong>ไอเดียแรกของนิทรรศการ Thainosaur เกิดขึ้นตอนไหน</strong></p>



<p>เริ่มจากอาจารย์ที่ปรึกษาผม เขาเอาหนังสือดึกดำบรรพ์พันธ์ุไทยที่ผมทำกับเพื่อนทีมเพจไดโนเสาร์เล่าแบบไทยๆ ไปแนะนำให้คุณพิริยะ วัชจิตพันธ์ ผู้ก่อตั้งท่าพิพิธภัณฑ์ลองอ่าน เขาก็เห็นว่าบ้านเรามีสัตว์ดึกดำบรรพ์เยอะมาก ถ้าหนังสือเล่มนี้ถูกดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีเฉพาะสัตว์ดึกดำบรรพ์บ้านเรา มันจะน่าสนใจมากขนาดไหน ท้ายที่สุดก็กลายเป็นนิทรรศการที่เล่าเรื่องราวเมื่อ 2,000 ล้านปีที่แล้ว จนถึงวันที่มนุษย์เกิดมาว่ามันมีเรื่องราวอะไรบ้าง </p>



<p><strong></strong><strong>อะไรคือความพิเศษของนิทรรศการนี้ที่อยากให้คนได้เห็น</strong></p>



<p>งานนี้น่าสนใจตรงที่เรารวบรวมสิ่งมีชีวิตที่เกิดในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว เช่น สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอย่างสยามนอติลุส ชื่อมันจะไทยมาก คอนเซปต์ค่อนข้างขายความรักชาตินะ (หัวเราะ) จะได้รู้ว่าบ้านเรามีความอัศจรรย์อย่างไร สัตว์บ้านเรามีความโดดเด่นต่างจากที่อื่นอย่างไร ใครจะไปรู้ว่าบ้านเรามีเรื่องราวเกิดขึ้นทุกยุคเลย เป็นจิกซอว์ที่ต่อกันมาจนกลายเป็นประเทศไทย</p>



<p><strong>ฟีดแบกจากคนที่มาชมนิทรรศการเป็นอย่างไรบ้าง&nbsp;</strong></p>



<p>ส่วนใหญ่ความเห็นเป็นไปทางบวก โดยเฉพาะหุ่นที่นำมาจัดแสดงมันสมจริงมาก เกรดเดียวกับต่างประเทศเลย อาจจะสู้อเมริกาที่เป็นเทพเรื่องนี้ไม่ได้ แต่สู้ยุโรปได้ ได้ยินปุ๊บชื่นใจเลย บ้างก็บอกข้อมูลบนป้ายแน่นเกิน อ่านแล้วไม่เข้าใจ พวกผมเขียนกันเองก็อาจจะมีศัพท์ยากบ้าง จะนำไปปรับปรุงครับ (หัวเราะ)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/08-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182226" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/08-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/08-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/08-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/08-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/08-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/08-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/08-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/08-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>หลังจบนิทรรศการนี้ อยากพาคนไทยไปยุคไหนต่อ</strong></p>



<p>ตอนนี้เราเจาะเป็นกลุ่มสัตว์ดึกดำบรรพ์อยู่ แต่ในอนาคตผมอยากนำเสนอสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม บ้านเรามียีราฟโบราณตัวใหญ่เท่ากับช้างเอเชีย เขายาวประมาณหนึ่งเมตร ไม่เหมือนยีราฟปัจจุบัน อยากให้เป็นกิมมิกเลย แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะได้ทำหรือเปล่านะ</p>



<p>บทสนทนาฟังเพลินด้วยเพราะคำของนักบรรพชีวินวิทยาผู้แสนรอบรู้ แม้บุคลิกภายนอกของเคนจะดูพูดไม่เก่งและขี้เขิน แต่ดวงตาเขากลับเป็นประกาย เมื่อได้พาผู้คนหลุดเข้าไปในยุคไดโนเสาร์ที่เขาหลงใหล เสื้อกั๊กสีครีมอ่อนที่สวมทับลงบนเสื้อคอปกเขียว ทั้งกางเกงน้ำตาลกากี รองเท้าผ้าใบเหมือนรูปโลโก้ช่อง Mr.DinoDigger ไม่มีผิดเพี้ยน ราวจะประกาศว่าผมเป็นนักบรรพชีวินวิทยา หรือไม่ก็ผมเป็นนักขุดไดโนเสาร์&nbsp;</p>



<p>เราส่งท้ายด้วยการชวนคุยถึงภาพยนตร์ไดโนเสาร์ แน่เลยว่าเสียงของเคนเจื้อยแจ้วเช่นเคย เล่าได้ลึกจนเราเห็นกระดูกไดโนเสาร์กองอยู่ตรงหน้าจริงๆ</p>



<p><strong>เคยคิดจะทำภาพยนตร์ไดโนเสาร์ไทยบ้างไหม</strong></p>



<p>มีครับ ผมอยากทำหนังสัตว์สยองขวัญ ไม่อยากให้มันฟีลกู๊ดเท่าไหร่ อย่างไดโนเสาร์ที่มีขน คนอาจจะคิดว่ามันไม่น่ากลัว แต่ถ้าได้รู้จักจริงๆ แล้วตรงกันข้ามเลยนะ ถ้ามีใครอยากจอยทีมก็บอกได้นะครับ (หัวเราะ) เราจะได้มีหนังดีๆ เหมือนต่างประเทศบ้าง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/09-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182227" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/09-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/09-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/09-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/09-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/09-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/09-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/09-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/09.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>มีอะไรอยากอธิบายให้คนที่ไม่เชื่อในโลกไดโนเสาร์ฟังหรือเปล่า</strong></p>



<p>ไม่เชื่อไม่เป็นไร แต่ลองไปออกฟิลด์ลงพื้นที่กับผมสักรอบดู (หัวเราะ) ผมอธิบายให้ฟังได้ทุกอย่างเลย</p>



<p>และนี่เป็นครั้งแรกที่เคนทำท่าถกแขนเสื้อขึ้น หากใครไม่เชื่อว่าไดโนเสาร์มีอยู่จริง ท่าจะต้องวางหมัดกับกูรูคนนี้ดูสักตั้ง เพราะไดโนเสาร์ที่แม้จะต้องกลายเป็นไดโนเศร้าไปบ้าง เมื่อถูกมองข้าม แต่มันถูกมองเห็นเสมอ ทั้งในความคิด ความฝัน และความจริงของ Mr.DinoDigger</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mr-dinodigger-thai-paleontologist-story/">หนทางเดินของนักบรรพชีวินวิทยา “Mr.DinoDigger” แฟนพันธุ์แท้ไดโนเสาร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สี่เพื่อนซี้วัยมหาลัยสู่วัยไล่คว้าฝัน “DOOR PLANT” วงดนตรีนี้ไม่มีนักร้องนำ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/door-plant-band/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 26 Jul 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[artist talk]]></category>
		<category><![CDATA[DOOR PLANT]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=181986</guid>

					<description><![CDATA[<p>วงดนตรีอะไรเอ่ยมีมือกีตาร์ 3 คน ถ้านี่เป็นคำถามเชาวน์ปัญญา คำเฉลยในหน้าหนังสือคือ “DOOR PLANT” และหากถามว่าหมุดหมายของวงดนตรีนี้จะไปหยุดอยู่ที่ไหน คำเฉลยจากพวกเขาคือรอบโลก! ราวว่าคำตอบนี้แสดงได้ดีถึงพลังที่ไม่สิ้นสุด และพลังวัยรุ่นที่ฉายแสงจนเข้าตาเราในวันนัดพบ ร่างทั้ง 4 เดินตรงเข้ามาตามทางมืด ด้วยชุดสีสันเหมือนหลุดออกมาจากยุค 80&#160; “ภูมิ-ธนภูมิ มงคลสวัสดิ์” เสื้อคลุมสีแดงแจ๊ดแจ๋ของเขาเฉิดฉายนำใคร ความร้อนแรงตะโกนออกมาได้ว่าผมคือนักร้องนำอย่างไม่ต้องเอ่ยปากถาม ไล่ลำดับความสูงด้วย “ซัน-สิรวิชญ์ จิตต์ประเสริฐ” ในแจ็กเกตยีนส์ เขาเป็นมือกีตาร์และคอรัส “โอ๊ต-ชนินทร์ เทพณรงค์” เสื้อคลุมตัวโคร่งน้ำเงิน เขียว เหลือง ไม่แน่ใจว่ามีสีไหนที่เรายังไม่ได้เอ่ยถึงอีก เขาเองก็เป็นมือกีตาร์เช่นกัน และนักตีกลองร่างเล็ก ภายใต้เสื้อลายตาราง กลมกลืนเข้ากับสมาชิกวงด้วยเฉดสีน้ำเงิน “ที-ธีรภัทร ประพันธ์”&#160; อย่างกับกระโจนกันออกมาจากซีรีส์ Stranger Things เสียงอุทานในใจเราเป็นอย่างนั้น ด้วยใบหน้าที่มองแล้วมั่นใจได้ว่าพวกเขากำลังอยู่ในวัยรุ่นซุกซน ยังพร้อมใช้เท้ากระโดดให้โลกสั่นไหว&#160; ทั้ง 4 รวมตัวกันเผยทำนองแหวกผ่านบทเพลงเนื้อหาฟุ้งฝัน ถูกนิยามว่าเป็นหนึ่งในวงดนตรีอินดีของประเทศไทย ว่ายทวนกระแสกันมา จนขณะนี้ “DOOR PLANT” มีอายุครบ 5 ปีแล้ว การเดินทางอาจยังไม่ยาวนานพอจะนับเป็นปรมาจารย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/door-plant-band/">สี่เพื่อนซี้วัยมหาลัยสู่วัยไล่คว้าฝัน “DOOR PLANT” วงดนตรีนี้ไม่มีนักร้องนำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>วงดนตรีอะไรเอ่ยมีมือกีตาร์ 3 คน ถ้านี่เป็นคำถามเชาวน์ปัญญา คำเฉลยในหน้าหนังสือคือ <strong>“DOOR PLANT” </strong>และหากถามว่าหมุดหมายของวงดนตรีนี้จะไปหยุดอยู่ที่ไหน คำเฉลยจากพวกเขาคือรอบโลก! ราวว่าคำตอบนี้แสดงได้ดีถึงพลังที่ไม่สิ้นสุด และพลังวัยรุ่นที่ฉายแสงจนเข้าตาเราในวันนัดพบ ร่างทั้ง 4 เดินตรงเข้ามาตามทางมืด ด้วยชุดสีสันเหมือนหลุดออกมาจากยุค 80&nbsp;</p>



<p>“<strong>ภูมิ-ธนภูมิ มงคลสวัสดิ์” </strong>เสื้อคลุมสีแดงแจ๊ดแจ๋ของเขาเฉิดฉายนำใคร ความร้อนแรงตะโกนออกมาได้ว่าผมคือนักร้องนำอย่างไม่ต้องเอ่ยปากถาม ไล่ลำดับความสูงด้วย “<strong>ซัน-สิรวิชญ์ จิตต์ประเสริฐ” </strong>ในแจ็กเกตยีนส์ เขาเป็นมือกีตาร์และคอรัส “<strong>โอ๊ต-ชนินทร์ เทพณรงค์” </strong>เสื้อคลุมตัวโคร่งน้ำเงิน เขียว เหลือง ไม่แน่ใจว่ามีสีไหนที่เรายังไม่ได้เอ่ยถึงอีก เขาเองก็เป็นมือกีตาร์เช่นกัน และนักตีกลองร่างเล็ก ภายใต้เสื้อลายตาราง กลมกลืนเข้ากับสมาชิกวงด้วยเฉดสีน้ำเงิน “<strong>ที-ธีรภัทร ประพันธ์”&nbsp;</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-11-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181989" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-11-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-11-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-11-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-11-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-11-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-11-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-11.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>อย่างกับกระโจนกันออกมาจากซีรีส์ Stranger Things เสียงอุทานในใจเราเป็นอย่างนั้น ด้วยใบหน้าที่มองแล้วมั่นใจได้ว่าพวกเขากำลังอยู่ในวัยรุ่นซุกซน ยังพร้อมใช้เท้ากระโดดให้โลกสั่นไหว&nbsp;</p>



<p>ทั้ง 4 รวมตัวกันเผยทำนองแหวกผ่านบทเพลงเนื้อหาฟุ้งฝัน ถูกนิยามว่าเป็นหนึ่งในวงดนตรีอินดีของประเทศไทย ว่ายทวนกระแสกันมา จนขณะนี้ <strong>“DOOR PLANT”</strong> มีอายุครบ 5 ปีแล้ว การเดินทางอาจยังไม่ยาวนานพอจะนับเป็นปรมาจารย์ หรือเรียกว่าระดับตำนาน ทว่าก็สั้นพอที่จะบันทึกได้ว่าเท่านี้ก็เจ๋งแล้ว และยังเจ๋งได้อีกแน่ เพราะเสียงเพลงของพวกเขาออกโลดแล่นอยู่ในหูชาวญี่ปุ่นมาแล้ว ตั้งแต่วงมีอายุได้เพียง 1 ปีเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>เราจะพาย้อนเวลากลับไปเดินบนสะพานที่ทอดยาวให้พวกเขามาพบกัน ตื่นเต้นไหม สะพานกำลังผุดขึ้นแล้วนะ&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เธอนั่นไง คนที่รอมานาน</strong></h2>



<p>ภูมิและทีเป็นคนบ้านเดียวกันในจังหวัดสุรินทร์ จะเรียกว่าพรหมลิขิตก็ไม่ผิดนัก เพราะทั้งสองถูกโฉลกกันจากการลงเต้นในทีมบีบอย แต่ภูมิบอกว่าเต้นไปเต้นมาก็เหนื่อย ปวดหลัง เล่นดนตรีแทนดีกว่า</p>



<p><strong>“ผมไปเล่นดนตรีกับทีตามร้านอาหาร เล่นตั้งแต่แนวคาราบาวยันปู พงษ์สิทธิ์ คือเล่นหมดทุกแนวเลย แต่ลูกค้าในร้านก็จะมีแต่ผู้ใหญ่ บางทีก็ต้องเล่นเพลงเสก โลโซบ้าง เล่นเพลงฮิตตามกระแสบ้าง ตอนนั้นเรายังเด็กก็คิดกับตัวเองว่าจะมาเล่นอะไรแบบนี้ทุกวันไม่ได้ เสียจิตวิญญาณหมด”</strong> ภูมิทำเสียงจิ๊ปาก ก่อนจะส่ายหน้าหัวเราะ&nbsp;</p>



<p><strong>“เราก็เริ่มหาแนวทางใหม่เล่น จนได้ฟังเพลงวง Solitude Is Bliss ที่มาจากเชียงใหม่ เราเลยลองเอาเพลงเขาไปเล่นที่ร้านอาหาร สรุปโดนด่า!”</strong> เพื่อนในวงส่งเสียงคิกคักกับอดีตของเขา <strong>“ผู้จัดการร้านเขาเรียกคุยจริงจังเลยนะ บอกเนี่ย! มึงเล่นจนหลังคามันจะหลุดแล้ว เราก็หาร้านใหม่ จนไปเจอร้านวาสนาพาณิชย์ที่ปลุกปั้นให้เราได้ปล่อยของตัวเองกันเต็มที่จริงๆ การเล่นดนตรีกลางคืนทำให้ได้เห็นทุกมิติเลย บรรยากาศจะมีทั้งคนที่สุดโต่งมาก มายืนเต้นหน้าเวทีกับเรา คนที่ซดเบียร์อยู่ข้างหลังไม่สนใจอะไร” </strong>ภูมิเล่าออกไม้ออกมือ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-14-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181990" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong><strong>ตอนนั้นตั้งชื่อวงดนตรีว่าอะไร</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“จินตนา! มาจากชื่อแม่เพื่อน”</strong> ภูมิปิดปากกลั้นเสียง</p>



<p>ระหว่างนั้น ภูมิและทีก็ได้มีความฝันใหม่ร่วมกัน พวกเขาตั้งใจแล้วว่าจะไม่หยุดอยู่แค่เสียงดนตรีในเวลากลางคืน หลังจากได้ตีตั๋วนครชัยแอร์ไปดูคอนเสิร์ต Cat Expo&nbsp;</p>



<p><strong>“พวกเราพูดกันว่าสักวันนะ จะไปเล่นบนนั้น”</strong> ภูมิพูดประโยคที่ฟังแล้วจับใจขึ้นมา&nbsp;</p>



<p>และแล้ววงจินตนาก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นวง <strong>DOOR PLANT </strong>เมื่อภูมิและทีย้ายเข้ามาเรียนวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต เจอเข้ากับเพื่อนที่มีความชอบในดนตรีแนวเดียวกันอย่างซันและโอ๊ต จากคำว่าทั้งสองก็กลายเป็นทั้งสี่ พวกเขาเริ่มอัดเพลงแรกด้วยกันในปี 2019 อย่าง <strong>“เธอนั่นไง”&nbsp;</strong></p>



<p><strong>เธอนั่นไงมาจากไหน</strong></p>



<p><strong>“ตอนแรกเราอยากทำเพลงภาษาอังกฤษ แต่รู้สึกว่ามันยังไม่มีโพเทนเชียลพอ แต่งเพลงภาษาไทยหลอกสาวๆ ก่อนแล้วกัน (หัวเราะ) ใช้เวลาเขียนแป๊บเดียวเอง แค่ตั้งหัวข้อชมผู้หญิงคนหนึ่ง แบบไม่ว่าเธอจะเป็นยังไงเราก็ชอบไปหมด” </strong>ภูมิตอบ&nbsp;</p>



<p>หากกำลังสงสัยว่าชื่อวงของพวกเขามีที่มาจากอะไร ต้องบอกว่าเป็นจังหวะพอดิบพอดีในเวลาปล่อยเพลงเธอนั่นไง ความคิดที่ฉุกละหุกหาคำตอบหยุดลง เมื่อเพลงในห้องที่คลออยู่วนมาถึง Indoor Plants ของศิลปิน Soft Pine&nbsp;</p>



<p>ภูมิถูกชะตากับเนื้อหาของเพลงนี้เข้าทันที เขาว่าชอบประโยคนี้มาก เพราะความหมายที่แปลได้ว่าสิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์ที่อยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ เขาเองก็อยากให้วงที่ทำอยู่เป็นอย่างนั้น แปลกแต่อยู่กับคนอื่นได้ดี&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>หากแมวเธอไม่มอง ไม่เป็นไรเธอมีฉันอยู่</strong></h2>



<p>ดูเหมือนพวกเขาจะมาถูกทาง ตั้งแต่เริ่มรวมตัว กล้าที่จะทำเพลง ทั้งหวังทั้งฝันให้ได้ไปยืนบนเวที Cat Expo สักวันหนึ่ง และนิสิตทั้งสี่ทำสำเร็จ! เพราะไม่นานหลังเพลงแรกถูกปล่อยออกไป สปอตไลต์ก็ส่องลงมาพาดผ่านเท้าทั้งแปด&nbsp;</p>



<p><strong>DOOR PLANT</strong> ได้ไปยืนอยู่บนเวที Cat Expo จริงๆ&nbsp;</p>



<p><strong>&nbsp;ฝันที่อยากเล่นใน Cat Expo สำเร็จแล้ว หมุดหมายถัดจากนั้นคืออะไร</strong></p>



<p>ภูมิว่า <strong>“มีพี่ที่ไปดูเราเล่นใน Cat Expo ชื่อพี่เก่งจาก ค่าย NEW ECHOES เขาอยากให้เราเข้าร่วมค่ายกับเขา แต่พวกเรายังอยากเรียนรู้อยู่ ความรับผิดชอบตอนนั้นก็น่าจะยังไม่พอ เพราะต้องเรียนไปด้วย ไม่ได้ตอบตกลงในทันที แต่พี่เขาอยากให้เราทำผลงานต่อไป เลยช่วยเป็นนายทุนให้ อัลบั้มแรกที่ออกมาคือ Drowsiness of DoEk หลังจากปล่อยไปได้ไม่กี่วัน เขาก็ถามว่าอยากออกอัลบั้มสองหรือยัง (หัวเราะ) เรามีความฝันใหม่เข้ามาแทรกด้วยนะ อยากไปเล่นที่ต่างประเทศ พอดีตอนนั้นทีก็ได้ไปทัวร์กับวง XieXie ที่โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เขาชวนเราไปเล่นด้วยกัน”</strong></p>



<p><strong>“ตอนนั้นที่ทีโทรมาว่าเราจะได้ไปเล่นที่ญี่ปุ่น พวกเราก็ฉิบหายแล้ว ทำอย่างไรดี วิ่งไปทั่วห้องเลย” </strong>โอ๊ตเสริมพลางหัวเราะ</p>



<p>ภูมิเล่าต่อ <strong>“เราได้ไปเล่นที่ญี่ปุ่นกันอยู่สองสามครั้ง ก็เริ่มมีผู้จัดชาวต่างชาติมาคุยด้วยมากขึ้น เพลงที่ออกมาก็เลยเป็นเนื้อหาสากล กลับกันถ้าไม่มีคนมาคุยกับเราเลย อาจจะไม่ได้ทำเพลงภาษาอังกฤษ แต่มันเป็นไปได้แล้ว ตรงกับฝันที่เราอยากตีตลาดโลก”</strong></p>



<p><strong></strong><strong>กระบวนการทำเพลงเริ่มจากอะไรก่อน</strong></p>



<p><strong>“ไม่ค่อยฟิกซ์ครับ เราสนที่ผลลัพธ์ เราอันธพาล”</strong> นักร้องนำเรียกเสียงหัวเราะจากทั้งห้อง <strong>“ทำแบบไหนก็ได้ แค่ให้มันมีเพลงออกมา แต่แรกๆ ที่ทำวง ผมจะเริ่มคิดเมโลดีกับเนื้อร้องขึ้นมาก่อน เว้นดนตรีไว้ให้เพื่อนๆ ช่วยกันคิดต่อ ทุกคนก็จะใส่ของตัวเองไว้ ถ้าเป็นตอนนี้แต่ละคนก็จะขึ้นเพลงกันมาเองได้เลย”</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-13-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181991" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-13.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong>ทีเล่าถึงหนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้วงสั่น<strong> “เราเคยทะเลาะกันเรื่องทำเพลงจนวงเกือบแตก เหมือนพอโตมาแล้วก็เริ่มฟังเพลงคนละทิศละทาง แต่รอดมาได้เพราะนั่งคุยกัน ประมาณว่าผมฟังเพลงแบบนี้ จะเอามาทำกับ DOOR PLANT ได้อย่างไร ถึงรสจะเปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน แต่จะรวมกันอย่างไรให้ก๋วยเตี๋ยว DOOR PLANT ชามนี้อร่อยที่สุด”</strong></p>



<p>โอ๊ตพูดขยาย <strong>“ช่วงทัวร์ต่างประเทศเลยด้วยตอนนั้น ครบอารมณ์มาก เล่นเสร็จมานั่งเครียดไม่ได้นอนทั้งคืน พอเริ่มอัลบั้ม 2 ก็ค่อยโฟลว์ขึ้น”</strong></p>



<p><strong>“ใช่” </strong>ภูมิพยักหน้า <strong>“เมื่อก่อนที่ผมต้องขึ้นเพลงคนเดียว ต้องคอยคิดว่าเพื่อนคนนี้จะชอบไหม แล้วคนนั้นล่ะ ก็เลยใช้วิธีการว่าถ้าทำแบบนี้ออกมาแล้วทุกคนจะต้องชอบแน่ๆ แต่ไปๆ มาๆ ทุกคนก็เริ่มทำเพลงในแบบที่ตัวเองชอบ แล้วเอามารวมกัน เลยทำให้หลังๆ ขึ้นเพลงกันได้หมดเลย”&nbsp;</strong></p>



<p>โอ๊ตขยายต่ออีกครั้ง<strong> “เหมือนเราได้คัดกรองเพลงไปในตัว เติมไอเดียของแต่ละคน เพราะทุกคนมีรสชาติของตัวเอง บางเพลงมันตันๆ ก็ทำให้ได้เอาของคนนั้นคนนี้มารวมกัน”</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“ผลงานเราก็เลยจะเห็นความแตกต่างทั้ง 4 แบบ ออกมาเป็นทีมฟุตบอลหนึ่งทีม” </strong>ภูมิปิดท้าย</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>บางเวลาที่ฟ้าไม่เป็นใจ</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เธอเพียงแค่นับวัน ทรู ทรีในใจให้เย็นก่อน</strong></h2>



<p><strong></strong><strong>นอกจากเรื่องทำเพลง มีอุปสรรคอื่นอีกไหม</strong></p>



<p>เราจำได้ว่าทั้งห้องเงียบกริบ ก่อนโอ๊ตจะยกมือขึ้นมา <strong>“ผมรู้สึกเหนื่อยมาก เพราะเรื่องค่าใช้จ่าย ตอนนั้นไทม์ไลน์การทำอัลบั้มดันซ้อนทับกันในช่วงโควิดพอดี ทำให้ต้องหารายได้เสริมอื่นที่ไม่ใช่ทำงานกับวง ผมไปทำงานต่างจังหวัดกับพ่อ ถ้ามีอัดเพลงจะตีรถกลับมา วันรุ่งขึ้นก็ไปทำงานใหม่ รู้สึกเลยว่าไม่ไหวแล้ว จะขอลาออกจากวงอย่างเดียว สถานการณ์แย่หมดเลยทั้งที่บ้าน ทั้งตัวเอง ในหัวเราคือเพิ่งเรียนจบใหม่ แล้วยังเป็นช่วงโควิด งานวงก็ไม่มี เงินก็ไม่เข้า จนวันหนึ่งซันมันโทรมาว่าจะนัดประชุมวง&nbsp;</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“ผมเดินเข้าไปในห้องก็ตกใจเพราะอยู่กันครบเลย ตั้งใจมาคุยกันเรื่องที่ผมจะขอออกจากวงนี่แหละ จำได้เลย ภูมิสวนขึ้นมาวันนั้นว่ากูไม่ให้มึงออก มึงไปทำอย่างไรก็ได้ ไปจัดการความคิดตัวเองด้วย”&nbsp;</strong></p>



<p>ซันทำลายความอึมครึม<strong> “เออ ออกแล้วจะเอาอะไรแดก” </strong>ความร่าเริงในห้องกลับมาอีกครั้ง</p>



<p><strong></strong><strong>“ซันบอกผมว่าคนเก่งมันมีเยอะแยะ แต่กูจะเอามึงเล่น” </strong>โอ๊ตเล่าต่อ</p>



<p>ซันผงกหัว<strong> “ใช่ คนเก่งมันหาได้อยู่แล้ว แต่ความเป็นเพื่อนอะ”&nbsp;</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“ซันมันเตือนสติผมขึ้นมาถึงวันแรกที่อยากเล่นดนตรี ความตั้งใจแรกว่าเข้ามาในวงทำไม ความสนุกที่ได้เล่นยังมีอยู่ไหม หลายเรื่องมากจนผมจะร้องไห้เลย แล้วผมก็หายไปเกือบเดือน” </strong>โอ๊ตปิดจบถึงเหตุการณ์วันนั้น</p>



<p><strong></strong><strong>หายไปทำอะไร</strong></p>



<p><strong>“ผมไปเที่ยว ไปอยู่กับตัวเอง” </strong>โอ๊ตตอบ</p>



<p><strong>“โคตรชิลเลยมึง”</strong> ภูมิพูดแหย่ทำทั้งห้องมีเสียงขำ</p>



<p>โอ๊ตว่า <strong>“แล้วผมก็กลับมาใหม่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง หลอนไปเลยครับ ทุกอย่างเป็นดนตรีไปหมดเลย”&nbsp;&nbsp;</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-13-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181992" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-13.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เมื่อเรื่องของโอ๊ตจบลง ก็มีเรื่องใหม่ของภูมิเข้ามา เขาว่าอีโกคืออุปสรรคกีดขวาง <strong>“ผมเริ่มไม่ขอเงินพ่อแม่ใช้ ซื้อมอเตอร์ไซค์เองได้เลยนะ คือคิดว่าเลี้ยงตัวเองได้แล้ว มันเป็นอีโกของผม จนมาทำวง DOOR PLANT ที่เข้าช่วงโควิดเหมือนกัน คิดเลยว่าฉิบหายแล้ว ไม่มีเงินจะทำอย่างไร แต่ผมอาจจะโชคดีหน่อยที่พ่อแม่เขายื่นมือมาช่วยในจังหวะนี้ ไม่ค่อยรวยหรอก แต่สุดท้ายก็ยังได้ทำดนตรีกับเพื่อน มีตังค์ติดตัวพันห้าได้ไปทัวร์ต่างประเทศ ได้อยู่กับคนที่ทำงานใส่สูท ตอนนั้นแหละที่รู้ว่าก็ไม่ต้องเงินเยอะก็ได้นี่ แค่ได้ทำตามความฝันก็เป็นอะไรที่สุดๆ แล้ว”&nbsp;</strong></p>



<p><strong></strong>ซันยกมือต่อเป็นอันถึงตาของเขา <strong>“ความคิดผมเองนี่แหละที่เป็นอุปสรรค พอเราตั้งเป้าหมายจะไปเล่นในเอเชียก็ต้องใช้พลังเยอะ ผมนั่งคิดกับตัวเองว่าจะสุดได้ขนาดไหน สิ่งที่ทำให้ยอมแลกคือความสุข เงินเป็นรางวัลของการเล่นดนตรี พยายามสร้างมูลค่าของวงดนตรีให้มากกว่าเงินก้อน”&nbsp;</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>You’re my favourite song that I listened to every day&nbsp;</strong></h2>



<p><strong></strong>โดนระเบิดซัดกันไปถึงสองลูกติด อาจยังไม่มากพอจะทำให้พวกเขาเจอหลุมหลบภัยที่แท้จริง ระเบิดลูกที่สามจึงถูกโยนลงมาอีกครั้ง ด้วยเพราะเด็กจบใหม่ทั้ง 4 ยอมรับว่าไม่ค่อยมีประสบการณ์ด้านการบริหาร และซัพพอร์ตกันเองได้ไม่ทั่วถึงเท่าไหร่นัก ทำให้ต้องลบความคิดอยากล่องลอยเป็นอิสระไร้สังกัด</p>



<p><strong>มาลงตัวที่ค่าย </strong><strong>Sony Music Thailand ได้อย่างไร</strong></p>



<p><strong>“</strong><strong>ตอนนั้นเราใช้วิธีการเอารูปวงตัวเองไปแปะทาบกับแต่ละค่ายในไทย ไหนเอาไปแปะดูซิ ค่ายไหนที่รูปเราไปอยู่บนนั้นแล้วจะเท่ที่สุด </strong><strong>&nbsp;Sony Music Thailand </strong><strong>เราคิดว่าจะไม่ติดต่อไปก่อนหรอก บุกไปเลยแล้วกัน บุกไปแบบที่ไม่บอกใคร โผล่ไปให้ยามจับหน้าประตู เขาจะได้จำได้ แต่พอผู้จัดการวงรู้ก็ดักเราไว้ก่อน บอกเดี๋ยวนัดให้ แล้วเราก็ได้เซ็นสัญญาหลังจากนั้นภายในหนึ่งเดือน”</strong> ภูมิเล่าออกไม้ออกมือเหมือนเคย&nbsp;</p>



<p>ท้ายที่สุด ลายเซ็นของ DOOR PLANT ก็ถูกประทับลงเป็นหนึ่งในวงดนตรีค่าย <strong>&nbsp;Sony Music Thailand </strong>เรียบร้อย พวกเขาท่าจะเจอหลุมที่ปลอดภัยที่สุดแล้วล่ะ&nbsp;</p>



<p>อาจยังมีบ้างที่เมื่อค้นหาชื่อวงนี้บนอากู๋แล้วจะมึนงง ด้วยเพราะวงดนตรีนอกกระแสนี้ถูกนิยามแนวไม่เหมือนกันเลยสักครั้ง บ้างว่าเป็น Alternative-Indie Pop บ้างว่าเป็น Dream Pop หรือ Dive อะไรก็ตาม มีแต่พวกเขาเท่านั้นที่รู้กัน และตอบได้แจ่มชัดที่สุด</p>



<p><strong>คิดว่าความยูนีกของ DOOR PLANT คืออะไร</strong></p>



<p>คราวนี้ซันชิงตอบ <strong>“เราเป็นวงที่มีมือกีตาร์ 3 คน วิธีการเล่าเรื่องในเพลง เราจะไม่ได้พูดแค่เรื่องความรัก ความสุข แต่ส่วนใหญ่จะเป็นส่วนประกอบของชีวิตทั้งหลาย”&nbsp;</strong></p>



<p><strong></strong>ตามด้วยภูมิ <strong>“ช่วงแรกเราทำเรื่องไม่ได้นอน เพราะตอนนั้นทำโปรเจกต์มหาลัย เรื่องไม่ซักผ้าก็มีนะ เป็นการแชร์คัลเจอร์ของพวกเราแหละ เหมือนหนังที่ต้องเดาว่าซีนนี้จะพีกมากหรือพีกน้อย”</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“พวกผมเล่นโซโลกันหมดเลย” </strong>อีกหนึ่งเสียงจากโอ๊ต&nbsp;</p>



<p><strong>“เราไม่มีนักร้องนำหรอก เป็นวงบอยแบนด์” </strong>และเสียงจากภูมิที่ตอบคอมเมนต์หนึ่งจากโลกออนไลน์ได้ดี ใจความนั้นว่า “ดนตรีมันดังกว่าเสียงคนร้องนิดหนึ่ง หรือว่าตั้งใจให้เป็นแบบนี้นะ แต่เพราะดีนะคะ” คงทำให้พอคลายสงสัยกันลงได้</p>



<p><strong>มีนิยามให้วงตัวเองไหม&nbsp;</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“ความสว่าง!” </strong>ซันพูดขึ้นทันที “<strong>เพลงของพวกเราให้ความรู้สึกบวกมากกว่าหม่น ตามมาด้วยความสนุก ความมัน และความซุกซน”</strong></p>



<p><strong>“เป็นพลังวัยรุ่นครับ”</strong> โอ๊ตหัวเราะ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/05-9-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-181994" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/05-9-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/05-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/05-9-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/05-9-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/05-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/05-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/05-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/05-9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong><strong>ตกลงแล้วเป็นวงดนตรีแนวไหน</strong></p>



<p>ภูมิสูดหายใจลึก <strong>“เป็นคำถามที่พวกเราไม่เคยตอบได้เลยตั้งแต่วันแรกที่ทำวง”&nbsp;</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“ไม่อยากให้ตีกรอบว่าเป็นวงอินดีหรือแมส ดนตรีคือดนตรี ในวิธีคิดเพลงของพวกเราก็จะไม่เปลี่ยนแปลง เรายึดถือหลักปรัชญาเดิมของพวกเราว่าจะทำเพลงในแบบที่พวกเราชอบ” </strong>ซันเสริม</p>



<p><strong></strong><strong>“ใช่ พวกผมก็คือพวกผมแหละ”</strong> ภูมิว่ามาอย่างนี้&nbsp;</p>



<p>เราปิดท้ายถามถึงความฝันต่อไปของพวกเขา ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย เมื่อภูมิหนักแน่นว่ายังอยากไประดับโลกให้ได้แบบที่ตั้งใจไว้ ทั้งจะกลับไปติ๊กทีละข้อเสมอว่าเพราะอะไรถึงยังไปไม่ได้&nbsp;&nbsp;</p>



<p>แต่เชื่อเลยว่าแม้จะมีความทรหดไหนเข้ามาทดสอบ หรือถูกระเบิดอีกไม่รู้กี่ลูกโถมใส่ เสียงดนตรีจากภายในที่คอยร้องหา และความเป็นเพื่อนซี้วัยมหาวิทยาลัยที่ผ่านร้อนหนาวด้วยกันมา จะทำให้ทั้งสี่ผ่านมันไปได้เหมือนทุกครั้ง&nbsp;ก๋วยเตี๋ยวเจ้าที่อร่อยที่สุดสำหรับพวกเขา ก็คงจะเป็น <strong>DOOR PLANT</strong> จริงๆ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/door-plant-band/">สี่เพื่อนซี้วัยมหาลัยสู่วัยไล่คว้าฝัน “DOOR PLANT” วงดนตรีนี้ไม่มีนักร้องนำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โลกมันโหดก็แค่หัดมีความสุขไอสัตว์! ปรัชญาปลากระเบนวิถี ‘Srirajah Rockers’ </title>
		<link>https://adaymagazine.com/srirajah-rockers/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 19 Jul 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[Srirajah Rockers]]></category>
		<category><![CDATA[artist talk]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=181811</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลางทุ่งเวิ้งว้าง หญ้าสูงชูชันแวดล้อม บึงเล็กๆ ขุดขึ้นเป็นวงกว้าง เก้าอี้หินอ่อนปักหลักตั้งอยู่ริมฝั่ง แห่งนี้เป็นสถานที่นัดพบกันระหว่างเราและวงดนตรีเคล้ากลิ่นอายทะเลลอยฟุ้งขึ้นจมูก ท่วงทำนองเหมือนจังหวะคลื่นกระทบทราย บางครั้งโหวกเหวกรุนแรง บางครั้งก็ช่างเงียบสงบ แซมไว้ด้วยความหอมสุดจะเขียวขจีบนฝั่งบก&#160; หากถามว่าทำไมต้องลงหมุดไว้ในสถานที่เช่นนี้ “รำพึงรำพัน พันลำอย่างลำพัง ใจพัลวัน ในเมืองช่างมันเสียงดัง” ก็เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นพวกเขา ความเป็น ‘ศรีราชาร็อกเกอร์’ เราจะพาหลบหนีจากเมืองใหญ่ชั่วขณะ ล้วงลึกความลับของวงดนตรีที่มีสมาชิกมากถึง 12 คน! ดูจะเป็นไปไม่ได้ แต่มันเป็นไปแล้ว คำว่ายิ่งมากคนยิ่งมากความคงต้องขอโบกธงขาว พ่ายแพ้ให้แก่วงดนตรีที่รวมตัวกันกลั่นเนื้อชีวิตออกมาได้อย่างปะฉะดะ เหมือนกระชากวิญญาณเราออกมาฟาดว่าเฮ้ย! อย่าล้มนาน มึงลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปตากแดดเลย&#160; “สวัสดีครับ พวกเราศรีราชาร็อกเกอร์ Gen 4.5 ครับ” ทิ้งด้วยเสียงหัวเราะร่วน ผู้ที่พูดเปิดประเดิมประโยคแรกไม่ใช่ใครที่ไหน ‘วิน &#8211; วิน ชูจิตารมย์’ นักร้องนำบ้าพลังที่เมื่อขึ้นเวทีเมื่อไหร่ พื้นจะเป็นอันสั่นไหวด้วยแรงกระทืบของเขา&#160; สีชาดิวะ เป็นอันต้องหยิบยืมแฮชแท็กเดือดประจำวงมาใช้ตั้งหัวบท ย้ำชื่อกันให้ขึ้นใจเสียหน่อย รุ่นแรกของศรีราชาร็อกเกอร์กำเนิดขึ้นในอำเภอศรีราชา สมัยที่วินยังเรียนไปขับร้องเล่นไป ถึงจะมีคำว่าร็อก แต่ก็ไม่ใช่วงร็อกที่ผงกหัวขึ้นลง ว้ากสุดเส้นเสียง เขาแค่นำความชอบในหนังที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้อย่าง&#160; Rockers it’s dangerous มาผสมเข้าด้วยกัน&#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/srirajah-rockers/">โลกมันโหดก็แค่หัดมีความสุขไอสัตว์! ปรัชญาปลากระเบนวิถี ‘Srirajah Rockers’ </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>กลางทุ่งเวิ้งว้าง หญ้าสูงชูชันแวดล้อม บึงเล็กๆ ขุดขึ้นเป็นวงกว้าง เก้าอี้หินอ่อนปักหลักตั้งอยู่ริมฝั่ง แห่งนี้เป็นสถานที่นัดพบกันระหว่างเราและวงดนตรีเคล้ากลิ่นอายทะเลลอยฟุ้งขึ้นจมูก ท่วงทำนองเหมือนจังหวะคลื่นกระทบทราย บางครั้งโหวกเหวกรุนแรง บางครั้งก็ช่างเงียบสงบ แซมไว้ด้วยความหอมสุดจะเขียวขจีบนฝั่งบก&nbsp;</p>



<p>หากถามว่าทำไมต้องลงหมุดไว้ในสถานที่เช่นนี้</p>



<p><strong>“รำพึงรำพัน พันลำอย่างลำพัง ใจพัลวัน ในเมืองช่างมันเสียงดัง”</strong> ก็เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นพวกเขา ความเป็น <strong>‘ศรีราชาร็อกเกอร์’</strong></p>



<p>เราจะพาหลบหนีจากเมืองใหญ่ชั่วขณะ ล้วงลึกความลับของวงดนตรีที่มีสมาชิกมากถึง 12 คน! ดูจะเป็นไปไม่ได้ แต่มันเป็นไปแล้ว คำว่ายิ่งมากคนยิ่งมากความคงต้องขอโบกธงขาว พ่ายแพ้ให้แก่วงดนตรีที่รวมตัวกันกลั่นเนื้อชีวิตออกมาได้อย่างปะฉะดะ เหมือนกระชากวิญญาณเราออกมาฟาดว่าเฮ้ย! อย่าล้มนาน มึงลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปตากแดดเลย&nbsp;</p>



<p><strong>“สวัสดีครับ พวกเราศรีราชาร็อกเกอร์ Gen 4.5 ครับ”</strong> ทิ้งด้วยเสียงหัวเราะร่วน ผู้ที่พูดเปิดประเดิมประโยคแรกไม่ใช่ใครที่ไหน <strong>‘วิน &#8211; วิน ชูจิตารมย์’ </strong>นักร้องนำบ้าพลังที่เมื่อขึ้นเวทีเมื่อไหร่ พื้นจะเป็นอันสั่นไหวด้วยแรงกระทืบของเขา&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181823" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>สีชาดิวะ</strong></h2>



<p><strong></strong>เป็นอันต้องหยิบยืมแฮชแท็กเดือดประจำวงมาใช้ตั้งหัวบท ย้ำชื่อกันให้ขึ้นใจเสียหน่อย รุ่นแรกของศรีราชาร็อกเกอร์กำเนิดขึ้นในอำเภอศรีราชา สมัยที่วินยังเรียนไปขับร้องเล่นไป ถึงจะมีคำว่าร็อก แต่ก็ไม่ใช่วงร็อกที่ผงกหัวขึ้นลง ว้ากสุดเส้นเสียง เขาแค่นำความชอบในหนังที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้อย่าง&nbsp; Rockers it’s dangerous มาผสมเข้าด้วยกัน&nbsp;</p>



<p>และตอนนี้ตรงหน้าเรามีดวงตาจ้องอยู่ถึง 9 คู่ ถึงจะขาดไปอีก 3 คู่ เท่านี้ก็เกร็งจะแย่แล้วล่ะ ว่าแต่วงโคจรเหล่านี้มาบรรจบกันได้อย่างไร บทสนทนาจะเริ่มนับจากบรรทัดนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-10-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-181824" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-10-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-10.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>คัดเลือกสมาชิกวงดนตรีจากอะไร</strong></p>



<p><strong>“ธรรมชาติครับ พวกเราเป็นคนใกล้ๆ ตัวกันอยู่แล้ว”</strong> มือเป่าทรอมโบนประจำวงพูดขึ้นก่อนใคร เขาคือ <strong>อุ้ย &#8211; พัทธดนย์ เจษฎารมย์</strong></p>



<p><strong>“ใช่ ไม่ได้มีการคัดเลือก หรือทดสอบอะไรเลย เนี่ย! อย่างไอ้โตนไง ไหนมึงเล่าซิ”</strong> วินยื่นไมค์ให้ <strong>สโตน &#8211; โชติพัฒน์ โพธิ์เผือก</strong> นักตีกลองมือฉมังตอบ <strong>“ผมเคยส่งวิดีโอตีกลองไปให้พี่ๆ เขาคอมเมนต์กลับมาตอน ม.4 แต่ก็หายกันไปนาน จนได้เจอกันอีกครั้งที่งาน Backyard พี่วินก็ชวนมาทำงานด้วยครับ”&nbsp;</strong></p>



<p>วินเสริมต่ออีกครั้ง “<strong>ตอนเจอเขาผมไม่รู้นะว่าใครเป็นคนตีกลองในงานนั้น ลูกรับลูกส่งแม่งเหมือนกูตีเองเลย ผมเลยชวนเขามาลองซ้อม แล้วก็เริ่มได้อัดในสตูดิโอ สมาชิกวงส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพื่อนๆ กัน รุ่นพี่รุ่นน้องกัน เห็นกันมาตั้งแต่เด็กก็มี เป็นคนในวงการเรกเกที่เห็นกันหมด อยู่ในโลกแคบๆ ของพวกเรา อย่างน้องเบลที่เพิ่งเข้ามาก็เล่นกับวง Rootsman Creation มาก่อน”</strong></p>



<p><strong>เสียงร้องนำของวินหาคอรัสลงตัวยากหรือเปล่า</strong></p>



<p>จู่ๆ วินก็หัวเราะนำ <strong>“ฮึๆ! รัดคอมากกว่าครับ คือมันจับพลัดจับผลูกันมาโดยไม่ได้ตั้งใจเลย” </strong></p>



<p><strong>เบล &#8211; ธิดารัตน์ สิงห์สุวรรณ </strong>และ<strong>แตงโม &#8211; รัตนากร อ่อนแก้ว</strong> คือสองสาวคอรัสที่แม้จะเสียงหวานละมุนตรงข้ามกับความโหวกเหวกของวิน แต่พวกเขากลับผนวกเข้ามาเป็นความกลมกล่อมได้ดี แตงโมเองเป็นแฟนเพลงของสีชามาก่อน และค่อยๆ ขยับขึ้นมาเป็นหนึ่งในสมาชิกวง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-9-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-181825" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-9-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-9.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong><strong>พวกคุณมีความชอบอะไรที่เหมือนกันบ้าง</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“น่าจะเป็นดนตรีเรกเกที่แหละที่เป็นจุดศูนย์กลาง” </strong>อุ้ยตอบ&nbsp;</p>



<p>ตามด้วยเสียงของ <strong>มิ้นต์ &#8211; จิรวุฒิ คุณะดิลก</strong> มือกีตาร์แทรกขึ้น <strong>“ใช่ครับ เหมือนกันครับ”</strong></p>



<p>สโตนพูดขยายต่อจากอุ้ย<strong> “เพราะความรักในเสียงดนตรีเป็นหลักเลยครับที่ทำให้อยู่ด้วยกันได้”</strong></p>



<p><strong>“ไม่มีใครจำเป็นต้องแสดงตัวว่าเป็นเรกเก ทุกคนเป็นตัวเองได้อย่างธรรมชาติ”</strong> คราวนี้เราเพิ่งจะได้ยินเสียงจาก <strong>ปิ้ก &#8211; พีรเดช เทพบุตร </strong>นักเล่นเบสที่นั่งขรึมอยู่นานเป็นครั้งแรก เขาสวมเสื้อยีนส์ กางเกงยีนส์เข้ารูป และรองเท้าหนัง แน่นอนล่ะว่านอกจากคำตอบของเขา ก็น่าจะเป็นการแต่งตัวที่ชี้ชัดได้ดีถึงความเป็นตัวเองในแบบที่ไม่ใช่เรกเกตะโกน&nbsp;</p>



<p><strong>“คือมั่วซั่วตั้วเหลงอะ” </strong>วินพูดทั้งหัวเราะ</p>



<p>และอีกสองหนุ่มภายใต้แว่นกันแดดที่เรารอให้เขาเอ่ยปากอยู่ คือ<strong>บอล &#8211; ชนัฏ อิศรางกูร ณ อยุธยา </strong>มือคีย์บอร์ด รวมถึง<strong>กอล์ฟ &#8211; ธนพงศ์ ท้าวเมือง</strong> นักตีเครื่องกระทบประจำวงที่วันนี้มาในชุดแต่งกายยุค 90 สีแดงฉูดฉาด</p>



<p>กลั้นหายใจอีกไม่นาน คุณคงได้ยินเสียงพวกเขาในประโยคใดประโยคหนึ่ง</p>



<p><strong>วันธรรมดาของเหล่าศรีราชาร็อกเกอร์เป็นอย่างไรบ้าง</strong></p>



<p>นักร้องนำขาประจำบทสนทนาครั้งนี้ตอบ <strong>“เวลามีเล่นทีหนึ่ง พวกเราก็จะมารวมตัวซ้อมเพลงกัน แล้วก็แยกย้ายไปใช้ชีวิตของตัวเอง ต่างคนต่างก็มีเรื่องของตัวเอง แต่ถ้าได้เจอกันนะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบนี้แหละ ซ้อมดนตรี เติม! เหมือนพวกนายที่เจอกันแล้วแฮงก์เอาต์กัน คุยเรื่องไร้สาระ”&nbsp;</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>กระตุก สะดุด อย่าไปหวั่นไหว</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ก็เสือกเกิดมาเป็นคนใช่ไหม</strong></h2>



<p><strong></strong>ความลงตัวของพวกเขาเกิดจากการจับพลัดจับผลูก็จริง แต่หากทุกคนไม่ได้มีแก่นกลางหัวใจราวสลักคำว่าศรีราชาร็อกเกอร์ไว้ ก็อาจไม่ได้เห็นร่างของพวกเขาปรากฏอยู่ตรงนี้ วินว่าแม้ตอนนี้จะเป็นรุ่น 4.5 สำหรับเขากลับไม่ใช่การเปลี่ยนผ่าน แต่คือการออกเดินทางไปตามลม ถึงไม่รู้ว่าวันต่อไปจะเป็นอย่างไร ไม่เคยคาดหวังว่าจะต้องไปถึงจุดไหน เขาปล่อยให้ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างธรรมชาติ แล้วประสบการณ์ก็คงจะสั่งสอนให้ฉกาจขึ้นเอง แต่เราเองก็อยากรู้ว่าเจตจำนงของรุ่นแรกยังถูกสานต่อมาถึงรุ่นนี้หรือเปล่า</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-9-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-181826" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-9-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-9.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong><strong>ดนตรีแบบศรีราชาร็อกเกอร์ต้องเป็นอย่างไร</strong></p>



<p><strong>“ด้วยตัวเพลงของศรีราชา ถ้าเราฟังจากซีดีอย่างเดียวก็คงรับรู้ได้ถึงความหมายเพลงที่จะสื่อ แต่พอไปฟังสด เอเนอร์จีวงเราเยอะมาก เวลาอยู่บนเวทีทุกคนส่งพลังของตัวเองมาได้ ผมอยู่ตรงนั้นยังรู้สึกเลย คิดว่าน่าจะส่งพลังไปถึงคนดูได้” </strong>อุ้ยตอบ</p>



<p>ปิ้กเติมกลิ่นอาย <strong>“พอพูดถึงวงเรกเก คนคงจะชอบนึกภาพน้าผมยาวถัดเดรดล็อก”&nbsp;</strong></p>



<p><strong></strong>วินพูดต่ออีกครั้ง <strong>“ผมว่าคนน่าจะคิดถึงภาพแบบจิ๊กโก๋ หรือนักเลงแหละ แต่พวกคุณต้องมาดูเวลาศรีราชาขึ้นเล่นนะ แล้วจะเก็ตเลยว่ามันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น”&nbsp;</strong></p>



<p>ตามด้วยสาวคลอเสียงคอรัส <strong>“สำหรับเบลดนตรีแบบศรีราชาคือพลัง ไม่ว่าจะเพลงช้า เพลงเร็วก็ตาม แต่เราจะรู้สึกได้ถึงพลังจริงๆ”&nbsp;</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/05-6-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-181827" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/05-6-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/05-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/05-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/05-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/05-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/05-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/05-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/05-6.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong><strong>“พวกเราเป็นวงเรกเกที่ขี้ดื้อตั้งแต่แรกจนถึงวันนี้ ยังเชื่อในสิ่งที่ทำมาตั้งแต่แรก ความฝันเคยเป็นอย่างไรก็ยังเป็นอย่างนั้น เราซื่อสัตย์ จริงใจกับตัวเอง ไม่มีตื้น ลึก หนา บาง ไม่มีความต้องการนอกเหนือจากได้ทำเพลงไปเรื่อยๆ คลอดเพลงต่อไป เราอยากให้มากกว่าความบันเทิง ได้พลังชีวิต ได้ความคิด ให้เพลงทำหน้าที่เป็นเพื่อน คอยเตือนสติเล็กๆ น้อยๆ ได้ก็ยังดี ตอนนี้คนอาจจะไม่ได้ฟังธรรมนะผมว่า เพลงเลยกลายเป็นเหมือนทางเลือกหนึ่งในศาสนา เราเป็นวง Alternative อาจจะไม่ใช่วงเรกเกจ๋าๆ แต่เราเลือกที่จะใช้เปลือกเรกเกในการขับความขบถนั้นออกไป” </strong>วินทิ้งท้ายคำตอบ</p>



<p><strong>ดื้อขนาดไหน</strong></p>



<p>วินเงยหน้าคิด <strong>“ใช้คำว่าถ้าไม่ดื้อก็อาจจะเปลี่ยนไปอีกแบบที่ไม่ใช่ในทุกวันนี้ พวกเราดื้อกับระบบ พยายามสร้างระบบด้วยตัวเอง ไม่พึ่งพาใครเลย พยายามพึ่งพาสิ่งที่เรามีด้วยตัวเอง มีค่ายยื่นข้อเสนอมา เราก็เลือกที่จะปฏิเสธ เพราะเราอยากเป็นตัวเองมากๆ ไม่อยากขึ้นตรงต่อใคร ไม่อยากให้ใครขึ้นตรงต่อเรา เราดื้อแต่เราสุภาพนะ ไม่หัวแข็งด้วย ถ้าไปอยู่ในที่ที่มีระบบของเขาก็อาจจะไม่แฮปปี้ เราพอใจกับระบบที่เราสร้างขึ้นมาตลอด 20 ปี มันแข็งแรงแล้ว ความสำเร็จคือได้เป็นตัวเองต่อไปเรื่อยๆ”</strong></p>



<p><strong>ตั้งแต่ทำวงดนตรีมา มีอะไรที่เป็นอุปสรรคที่ยากที่สุดหรือเปล่า</strong></p>



<p>จำได้ว่าเมื่อเข้าคำถามนี้ ทั้งวงเงียบงันยกเว้นเสียงเดียวของนักร้องนำ “<strong>ถ้าฐานะที่ผมเป็นลีดเดอร์ เวลารู้สึกแย่ หรือเกิดความคิดที่ไม่ดีก็จะส่งผลกับคนรอบๆ ให้เขาไม่สบายใจไปด้วย ถ้าผมจิตตกก็จะหายไปเลย ทุกวงคงต้องผ่านเหตุการณ์สะเทือนกันมาบ้างแหละ เรื่องการขัดแย้งในแนวคิดของกัน ตอนนั้นที่มันเกิดปัญหาก็ต่างคนก็ต่างเครียด เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราเป็นทุกข์สัตว์ๆ อะ จากที่เคยมีความสุขมาด้วยกัน มีปัญหาตลอดเวลากับวงที่พยายามจะสร้างระบบด้วยตัวเอง อืม แค่ต้องแก้มันไปเรื่อยๆ”</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Roots rock reggae music never stop</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Roots rock reggae music From The Top</strong></h2>



<p><strong></strong>เสียงที่คุณรอคอยมาแล้ว! เมื่อเราถามเพลงโปรด กอล์ฟชิงตอบว่าเขาชอบเพลง From the Top มากที่สุด ด้วยเหตุผลหนึ่งที่ฟังแล้วกระแทกใจ <strong>“ต่อให้วันข้างหน้าวงศรีราชาร็อกเกอร์จะสลายไป แต่อย่างไรเสีย เรกเกก็ยังคง Never Stop และหากมีรุ่นใหม่กำเนิดขึ้น พวกเขาก็คงจะ Never Stop เช่นกัน”&nbsp;</strong></p>



<p>ในกระบวนการสร้างดนตรีฉบับศรีราชาร็อกเกอร์ ตัวปูทางคือวิน ผู้ที่เก็บงำชุดความคิดของตัวเองไว้ ระหว่างนอนไกวเปลเล่นกีตาร์อะคูสติกบนเกาะอย่างเบาสบาย ก่อนจะนำความคิดที่มีมาระเบิดใส่คนในวง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/06-5-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-181828" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/06-5-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/06-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/06-5-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/06-5-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/06-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/06-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/06-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/06-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>“บางเพลงพอได้ฟังแล้วก็ซ้อมกันวันรุ่งขึ้นเลยนะ”</strong> วินเปิดประเดิมขั้นตอน</p>



<p>สโตนว่าตาม <strong>“หลังจากนั้นพวกเราก็จะทำการบ้านกันมา แต่ละคนก็จะซ้อมไปเรื่อยๆ อัดใส่โทรศัพท์เป็นเดโมของตัวเอง ถ้าพี่วินฟังแล้วให้ผ่านก็โอเคแล้ว”&nbsp;</strong></p>



<p>วินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถอวดไฟล์เดโมนับไม่ถ้วน ทั้งชื่อเขาและสมาชิกในวงปะปนกันเกือบร้อยไฟล์ วินยังไม่เคยลบไฟล์แรกทิ้งไปเลยด้วยซ้ำ เราเชื่อว่าต่อให้ความจำเครื่องเต็ม นี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดจะลบออกเป็นแน่</p>



<p>และอีกหนึ่งเสียงที่คุณรอคอยจากบอล <strong>“บางทีมันไม่รู้สึกตรงห้องซ้อมร้อยเปอร์เซนต์หรอก ต้องอัดแล้วกลับมาฟังซ้ำหลายๆ รอบ บางทีก็อยากเปลี่ยนคีย์มัน ขยายท่อนนี้ หดท่อนนั้น”</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“เราคิดอะไรออก ถึงจะเป็นวลีสั้นๆ ก็จะอัดเอาไว้ ก่อนส่งให้ทุกคนฟัง ค่อยๆ ซึมซับกันไปจนเข้าใจว่าต้องเล่นอะไร กระบวนการทำเพลงของเรามีหลายอารมณ์มาก ไม่ได้แฮปปี้เอนดิงหรือชิลๆ แบบที่เห็นนะ ผมแม่งยังมีน้ำตาซึมใส่คนในวงเลย ขัดแย้งกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง แม่งมากกว่าเพลงอะ” </strong>วินพูดต่อท่อนด้วยสีหน้าที่โคตรจะอีโม</p>



<p><strong></strong><strong>แล้วหาจุดลงตัวในการทำเพลงด้วยกันได้อย่างไร</strong></p>



<p>อุ้ยว่า <strong>“เล่นสดพร้อมกันไปเลย เราจะไม่จ่อกันอยู่หน้าคอม เริ่มจากทุกคนมีเครื่องดนตรีอยู่ในมือ จดจำท่อนของตัวเองไว้ว่าจะต้องทำแบบนี้”</strong></p>



<p><strong>“บางเพลงเราเล่นกันเป็นปีแบบไม่เร็กคอร์ดเลยด้วยซ้ำ เล่นจนคุ้นมือ ทุกเพลงมันมีชีวิตได้ก็เพราะเคลื่อนที่ไปอยู่เรื่อยๆ พวกเราอยากให้เพลงสดใหม่เสมอ ไม่อยากเห็นมันซ้ำไปซ้ำมา”</strong> วินขยายความ เขาทิ้งลมหายใจก่อนจะอวดขึ้นเสียงดัง <strong>“เนี่ย! เรามีไปทัวร์ที่ญี่ปุ่นด้วยนะ แผ่นเสียงของศรีราชาร็อกเกอร์ ถ้าขายดีรองจากประเทศไทยก็คือญี่ปุ่น สิ่งที่เราไม่คาดหวังแม่งเดินทางไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ มันมีคนเห็นคุณค่าเราอยู่ ผมคิดว่านั่นคือรางวัล”</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181829" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong><strong>คิดว่าความเป็นเราไปโดนเส้นคนญี่ปุ่นเข้าตรงไหน</strong></p>



<p>วินเงยหน้าคิดคำตอบ<strong> “เท่าที่ผมวิเคราะห์นะ คือเขาคงรู้สึกว่าเราเป็นตัวของตัวเองมาก เขาฟังแล้วมีความหวัง รู้สึกถึงอิสรภาพอะไรบางอย่างในดินแดนนี้ ลม แสงแดด ทะเล ที่ทำให้ได้ปลดปล่อย พวกเขามองเห็นพวกเราไปถึงข้างใน”&nbsp;</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ใช่มีเพียงความหอมจากดอกใบ</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>แต่คุณค่าแท้จริงจากเนื้อใน</strong></h2>



<p>หลายคนที่เข้าสู่วังวนดนตรีเรกเกก็อาจจะรู้จักพืชชนิดนี้ หรือหากไม่รู้จักก็ไม่ผิดอะไร หนึ่งในวงที่หยิบยกแก่นของการใช้ใบเขียวอื๋อนี้ขึ้นมาประพันธ์เพลง ก็คือศรีราชาร็อกเกอร์ ขอบอกเลยว่าฟังแล้วอาจจะล่องลอยเหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่ควัน หลับตาพริ้มอิ่มความสุข เป็นอันต้องถามว่าดวงตา 9 คู่ตรงหน้าเราคาบเกี่ยวกับมันอย่างไรบ้าง</p>



<p><strong></strong><strong>มีความหลงใหลในกัญชาเหมือนกันทุกคนเลยหรือเปล่า</strong></p>



<p><strong>“ไม่หรอก ผมมีปมกับกัญชาก็กลายเป็นเบียร์บอยไปเลยนะ”</strong> ปิ้กยิ้มอ่อน&nbsp;</p>



<p>วินพูดแหย่ทำหน้าทะเล้น <strong>“แล้วเมื่อไหร่มึงจะมีปมกับเบียร์ครับ”</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“ผมสูบบ้างนานๆ ที แต่ที่ชอบมากกว่าคือบรรยากาศที่ได้อยู่กับวง ผมว่าความชอบของแต่ละบุคคลทำให้เกิดเพลงขึ้นนะ” </strong>กอล์ฟทำเสียงสดใส</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/08-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181830" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/08-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/08-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/08-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/08-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/08-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/08-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/08-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/08-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong>อีกเสียงหนึ่งที่สดใสยิ่งกว่าจากนักร้องนำ เขากำลังนั่งขยี้เท้าตัวเองเล่นกับรองเท้าแตะช้างดาว <strong>“ผม Work hard, Smoke hard (หัวเราะ) แต่ว่าใช้โดยที่ไม่ได้ถูกกัญชาใช้นะ พวกเราก็ทำงานดูแลครอบครัวปกติ ไม่มีผลต่อการใช้ชีวิตหรอก เพราะเราบาลันซ์มันได้ดี ทั้งหมดที่เราเล่าไปในเพลง พอรวมกันแล้วภาพทั้งหมดคือชีวิตพวกเราที่คลุกคลีกับกัญชา ดนตรี การเมืองที่แม่งขึ้นๆ ลงๆ หรือธรรมชาติ แบ่งกันไปอย่างละ 20 เปอร์เซนต์ ความรักผสมด้วยนิดๆ”</strong></p>



<p><strong></strong><strong>แต่ละเพลงมักบ่งบอกถึงสัจธรรมชีวิต ตอนนี้มีสัจธรรมไหนที่ยึดถือใช้กันอยู่บ้าง</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“อย่าทำใครเดือดร้อนครับ ทำดีได้ดีทำชั่วก็ได้ชั่วแลกกัน”</strong> ปิ้กพูดทั้งแตงโมที่นั่งข้างๆ ก็พยักหน้ารับเห็นด้วย</p>



<p>บอลว่าตามอย่างฉับพลัน <strong>“ไม่ประมาท ตั้งสติก่อนสตาร์ต”</strong></p>



<p>ตามด้วยกอล์ฟ<strong> “วันนี้อยากทำอะไรทำครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตายแล้วไม่ได้ทำ”</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน”</strong> เบลตอบกระชับ&nbsp;</p>



<p><strong></strong><strong>“ไม่มีอะไรแน่นอน แต่กูเนี่ยนอนแน่” </strong>เอาอีกแล้ว นักร้องนำเสียงหัวเราะอีกแล้ว<strong> “ผมว่าความคิดมาก ความตึงเครียดเป็นเรื่องปกติของชีวิต เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เบิกบานเข้าไว้”</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/09-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181831" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/09-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/09-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/09-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/09-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/09-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/09-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/09-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/09-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong><strong>เราจะเป็นคนเบิกบานกับชีวิตได้อย่างไร&nbsp;</strong></p>



<p>วินขยายความ<strong> “สำหรับผม ถ้าจะเบิกบานได้คงต้องพยายามไม่จมกับตัวเอง ออกไปนอกห้องบ้าง ความสงบแม่งคือความเบิกบานข้างในที่ไม่ร้อนรนอะไรจนเกินไป ไม่ใช่ว่าต้องมีความสุขยิ้มแฉ่งตลอดเวลา จริงๆ เราอาจจะหน้านิ่งอยู่ แต่แค่เป็นสุขข้างในก็พอแล้ว”</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ลูกจงเบิกบาน&nbsp;</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>จงเบิกบานทุกวินาที</strong></h2>



<p>ใช่ว่าเสียงเพลงของศรีราชาร็อกเกอร์จะส่งมอบแต่ความสนุก ใช่ว่าจะมีเพียงเสียงแคนบรรเลงอย่างร่าเริงให้ร่างกายพุ่งขึ้นสูง แต่เนื้อหาที่พาเราปลิวว่อนไปก็ด้วยเช่นกัน และอาจว่อนไปจนหลงทางได้หากเผลอปล่อยให้สติไหลไปตามอารมณ์</p>



<p>วินพูดว่าเขาภูมิใจกับทุกเพลง หากมันทำให้คนฟังฉุดตัวเองกลับมาได้อีกครั้ง แต่แล้วก็กลับมีสีหน้าเศร้าสร้อย เมื่อต้องพูดถึงหนึ่งในเพลงที่มีเรื่องเข้าออกสับเปลี่ยนอยู่เสมออย่าง <strong>‘ธุลีดิน’&nbsp;</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“ผมมีรุ่นน้องที่ฟังแล้วดิ่งจนเขาหายไป บางคนฟังแล้วกระโดดขึ้นไปได้สูง มันวนเวียนจนรู้ว่าเพลงๆ หนึ่ง คนแต่ละคนทำให้เกิดคุณค่าเป็นของตัวเองได้ไม่เหมือนกัน ถ้าไม่รู้เรื่องการมีสติหรือดึงตัวเองกลับมาจะเสียโอกาสที่จะมีความสุข เราจะปล่อยให้ความคิดฝ่ายชั่วครอบงำ พาเราไปทำเรื่องงี่เง่า แต่ถ้ายังมีสติอยู่ อีกคนก็จะเฮ้ย! กลับมาๆ อย่าเพิ่งไปไหนไกล ผมไม่ได้มองว่านั่งสมาธิแล้วจะบรรลุ ผม Fuck that shit แล้ว ไม่ต้องทำให้ถึงขั้นมีสติหุ้มเป็นเปลือกนอกไปเลย ผมว่ามันอยู่ข้างใน ความสงบที่ไม่ทุกข์ไม่สุขเกิน แค่ควบคุมชีวิตให้ยังคงไปเรื่อยๆ จนถึงวันสุดท้าย ผมว่าแม่งสำคัญสัตว์ๆ เลย”</strong> วินร่ายถึงความมีสติอยู่กับตัว และแล้วมวลก้อนความโศกเศร้าก็ค่อยๆ ถูกเป่าให้หายไป เมื่อเราถามคำถามนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181832" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong><strong>สำหรับคนทำดนตรีที่ใช้อารมณ์ล่องลอยสูง มีวิธีดึงสติมาอยู่กับตัวเองอย่างไร</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“อานาปานสโตรก! โช้กเอาครับ” </strong>คำตอบของวินทำลายบรรยากาศอึมครึม เสียงขำลั่นขึ้นอีกครั้ง <strong>“ออกไปวิ่ง เล่นสเกตบอร์ด ขี่จักรยาน ไม่รู้ดิ ทุกคนต้องมีสตินะ ไม่งั้นก็หัวทิ่มสิ เมื่อก่อนผมก็นั่งสมาธิ กรรมฐาน เอาหมดเลย แต่มันไม่ใช่ตัวกูอะ ส่วนตัวผมไม่ดื่ม เพราะเวลาดื่มแล้วไม่มีสติ ผมไม่ได้พยายามจะยัดเยียดให้กลับมาอยู่กับตัวเอง แต่แค่รู้ตัวอยู่เรื่อยๆ ว่ากำลังคิดอะไร จังหวะที่วิ่งแล้วแม่งเหนื่อยคงไม่คิดอะไร เพราะอยู่แต่กับลมหายใจ แต่ละคนก็มีทางออกของตัวเอง อย่างเบลจะเล่นโยคะ แตงโมก็วาดรูปทั้งวันทั้งคืน”&nbsp;</strong></p>



<p><strong>ท้ายที่สุดแล้ว อยากบอกอะไรกับคนที่เห็นวงศรีราชาร็อกเกอร์เป็นแบบอย่างบ้าง</strong></p>



<p>วินทิ้งคำตอบถึงศิลปินหน้าใหม่ที่อยากเดินตามรอยพวกเขา <strong>“ระบบวงแบบพวกผมมันไม่เหมือนออฟฟิศนะ อย่างแรกเลยคุณต้องเป็นตัวของตัวเอง ให้สภาพแวดล้อมหรือผู้จัดการเกื้อหนุนเราด้วย ให้เขาเข้าใจในสิ่งที่เราเป็นจริงๆ แล้วพอผ่านเวลามันจะค่อยๆ แข็งแรงขึ้น ระบบที่เราเป็นกันอยู่ก็ลองผิดลองถูกมาเยอะกว่าจะแข็งแรง”&nbsp;</strong></p>



<p>และเครื่องยืนยันได้ดีถึงความแข็งแรงของศรีราชาร็อกเกอร์ คือจดหมายฉบับหนึ่งที่ดูตั้งใจฝึกมือเขียนภาษาไทยเหลือเกิน กระดาษตีเส้นบรรทัดถูกส่งมาจากแฟนเพลง ระหว่างที่วงขึ้นเล่นคอนเสิร์ตในประเทศญี่ปุ่น ด้วยใจความที่เราตัดมาให้อ่านเล็กน้อย</p>



<p>“<strong>ฉันเป็นคนญี่ปุ่นที่รักในเสียงดนตรีเรกเกที่พวกคุณเล่นขึ้นมากๆ เสียงดนตรีของพวกคุณ คือการหลอมรวมจิตวิญญาณอันภาคภูมิของชาวไทย คำสอนของพระพุทธเจ้า และจิตวิญญาณแห่งราสตาฟารี โดยเฉพาะเสียงแคนที่พี่วินเล่น และพลังเสียงของ Sound System สำหรับฉันมันคือกุศลที่นำฉันไปสู่หนทางที่ดี ขอบคุณสำหรับการพบเจอในครั้งนี้” </strong>จากอากาเนะ ยามากุจิ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/11-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181833" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/11-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/11-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/11-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/11-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/11-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/11-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/11-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/11-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เราคิดว่าศรีราชาร็อกเกอร์กำลังทำให้เรกเกทะยาน From the Top อย่าง Never Stop แล้วจริงๆ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/srirajah-rockers/">โลกมันโหดก็แค่หัดมีความสุขไอสัตว์! ปรัชญาปลากระเบนวิถี ‘Srirajah Rockers’ </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คลี่เวที The Face Thailand กับ ‘เต้ ปิยะรัฐ’ ผู้กุมเบื้องหลังกันตนาด้วยคำว่า I was born into it.</title>
		<link>https://adaymagazine.com/the-face-with-tae-kantan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Jul 2025 07:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Draft Till Done]]></category>
		<category><![CDATA[draft till done]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[tae kantana]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=181740</guid>

					<description><![CDATA[<p>แสงบนรันเวย์สาดส่อง เครื่องแต่งกายครบชุด แต่ส้นสูงกลับบิ่นจนเกือบหักแม้ออกเดินอย่างมั่นใจ ขนาดว่าฝึกปรือมาอย่างดี ด้วยเสียงที่ตะโกนอยู่ล่างเวทีไม่ได้มีแค่คำชม ต้องคอยรับแรงกระแทกที่อาจทำให้หมดสภาพ ถูกเมนเทอร์บังเหียนจนมีแผล อาจถอดใจอยากเหวี่ยงความฝันทิ้งไป ทว่านี่เป็นสิ่งที่ต้องเผชิญ เมื่อคิดก้าวขาขึ้นสู่เวที ‘The Face Thailand’ สนามที่สะท้อนโลกทั้งใบของสื่อบันเทิง&#160; และในขณะนี้ เรากำลังยืนอยู่ที่ด่านสุดท้าย ตาจ้องตากับผู้คุมหลังฉากที่สวมรองเท้าสีแดงแจ๋ตัดกับชุดดำ ดูลึกลับอย่างที่ไม่อาจมองออกว่าร่างกายเธอจะขยับไปทางไหนต่อ ทว่ากลับมีเสน่ห์ดึงดูดให้ค้นหา หากนี่เป็นเกมหมากรุก ‘เต้ &#8211; ปิยะรัฐ กัลป์จาฤกษ์’ ท่าจะเป็นขุนที่จ้องรุกฆาต ทันทีที่เผลอเดินเบี้ยผิด เป็นตอนที่มันมาก ใครพลาดนี่เศร้าเลย หากพูดถึงรายการโทรทัศน์ในประเทศไทยที่ทำให้ผู้ชมอินจนถอนตัวไม่ขึ้น เฝ้ารอตอนถัดไปมาถึง เราเชื่อว่าใครหลายคนคงพ็อปอัปชื่อ ‘The Face Thailand’ ขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ อยู่ในหัว ด้วยเพราะเป็นปรากฏการณ์รายการทีวีที่กระชากคำว่าดรามาขึ้นไปได้จนถึงจุดเดือดสูงสุด ภาพเมนเทอร์ถลึงตาใส่ลูกทีม ใช้พลังความเป็นแม่ฟาดฟันกันไปมา ทั้งหมดนี้มีแหล่งกำเนิด ถอดแบบมาจากรายการต่างประเทศ และเต้เองที่เป็นคนดึงมันเข้ามา เปิดตาที่สามให้คนไทยได้เห็นความแปลกใหม่ ทำไมถึงนำรายการ The Face มาสร้างในเวอร์ชันไทย ก็ชอบ เต้มั่นใจว่าจะทำมันออกมาได้ดี เนื่องจากมาทางละครสูง ด้วยการเอาผู้เข้าแข่งขันผู้หญิงมารวมกัน ยังไงก็ต้องเกิดดรามาแน่นอนอยู่แล้ว สถานการณ์การแข่งขันก็กดดัน ถ้าถามว่าทำไมต้องเป็น The [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-face-with-tae-kantan/">คลี่เวที The Face Thailand กับ ‘เต้ ปิยะรัฐ’ ผู้กุมเบื้องหลังกันตนาด้วยคำว่า I was born into it.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>แสงบนรันเวย์สาดส่อง เครื่องแต่งกายครบชุด แต่ส้นสูงกลับบิ่นจนเกือบหักแม้ออกเดินอย่างมั่นใจ ขนาดว่าฝึกปรือมาอย่างดี ด้วยเสียงที่ตะโกนอยู่ล่างเวทีไม่ได้มีแค่คำชม ต้องคอยรับแรงกระแทกที่อาจทำให้หมดสภาพ ถูกเมนเทอร์บังเหียนจนมีแผล อาจถอดใจอยากเหวี่ยงความฝันทิ้งไป ทว่านี่เป็นสิ่งที่ต้องเผชิญ เมื่อคิดก้าวขาขึ้นสู่เวที ‘<strong>The Face Thailand’ </strong>สนามที่สะท้อนโลกทั้งใบของสื่อบันเทิง&nbsp;</p>



<p>และในขณะนี้ เรากำลังยืนอยู่ที่ด่านสุดท้าย ตาจ้องตากับผู้คุมหลังฉากที่สวมรองเท้าสีแดงแจ๋ตัดกับชุดดำ ดูลึกลับอย่างที่ไม่อาจมองออกว่าร่างกายเธอจะขยับไปทางไหนต่อ ทว่ากลับมีเสน่ห์ดึงดูดให้ค้นหา หากนี่เป็นเกมหมากรุก <strong>‘เต้ &#8211; ปิยะรัฐ กัลป์จาฤกษ์’ </strong>ท่าจะเป็นขุนที่จ้องรุกฆาต ทันทีที่เผลอเดินเบี้ยผิด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/1-14-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181745" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/1-14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/1-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/1-14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/1-14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/1-14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/1-14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/1-14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/1-14.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เป็นตอนที่มันมาก ใครพลาดนี่เศร้าเลย</strong></h3>



<p>หากพูดถึงรายการโทรทัศน์ในประเทศไทยที่ทำให้ผู้ชมอินจนถอนตัวไม่ขึ้น เฝ้ารอตอนถัดไปมาถึง เราเชื่อว่าใครหลายคนคงพ็อปอัปชื่อ <strong>‘The Face Thailand’ </strong>ขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ อยู่ในหัว ด้วยเพราะเป็นปรากฏการณ์รายการทีวีที่กระชากคำว่าดรามาขึ้นไปได้จนถึงจุดเดือดสูงสุด ภาพเมนเทอร์ถลึงตาใส่ลูกทีม ใช้พลังความเป็นแม่ฟาดฟันกันไปมา ทั้งหมดนี้มีแหล่งกำเนิด ถอดแบบมาจากรายการต่างประเทศ และเต้เองที่เป็นคนดึงมันเข้ามา เปิดตาที่สามให้คนไทยได้เห็นความแปลกใหม่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/2-14-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181749" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/2-14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/2-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/2-14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/2-14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/2-14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/2-14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/2-14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/2-14.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ทำไมถึงนำรายการ The Face มาสร้างในเวอร์ชันไทย</strong></p>



<p>ก็ชอบ เต้มั่นใจว่าจะทำมันออกมาได้ดี เนื่องจากมาทางละครสูง ด้วยการเอาผู้เข้าแข่งขันผู้หญิงมารวมกัน ยังไงก็ต้องเกิดดรามาแน่นอนอยู่แล้ว สถานการณ์การแข่งขันก็กดดัน ถ้าถามว่าทำไมต้องเป็น The Face เพราะตอนนั้นมีอยู่ 2 แฟรนไชส์ที่เป็นรายการเกี่ยวกับโมเดลิงก็คือ America’s Next Top Model กับ The Face พอไปคุยกับค่าย The Face เรารู้สึกว่าทำงานได้ง่ายกว่า แปลกใหม่กว่า สดกว่าด้วย ถึงแม้เวอร์ชันอเมริกาเขาจะมีปัญหาในการทำ แล้วโดนแคนเซิลออกอากาศไป แต่เราว่านั่นไม่ใช่ปัญหาของเราแน่ๆ เราทำได้ในเวอร์ชันเอเชียที่คนดูน่าจะชอบ</p>



<p><strong>แล้วเราไม่กลัวถูกแคนเซิลเหรอ</strong></p>



<p>ไม่กลัว จริงๆ ก่อนหน้าที่ของอเมริกาจะโดนแคนเซิล เขาก็ประสบความสำเร็จกันมาพอสมควร ได้ทำในประเทศใหญ่ๆ เช่น อังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย แต่เราก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถูกแคนเซิลไปนะ</p>



<p><strong>ปกติดูรายการประเภทนี้อยู่แล้วไหม</strong></p>



<p>ดูนะ เพราะเป็นหน้าที่ของเต้ที่ต้องไปซื้อขายฟอร์แมตในตลาดโลก คนมักจะเข้าใจว่ามี The Cannes Film Festival อย่างเดียวที่เป็นการซื้อขายหนัง แต่มันก็ยังมีแยกออกไปอย่าง MIP TV Festival และ TV Festival สำหรับซื้อขายทีวีอีก หรือซื้อขายแต่โฆษณาก็มี เหมือนตลาดสดเลย ไม่สวยงามขนาดนั้น แต่พอพูดว่าเป็น The Cannes Film Festival แล้วก็จะสวยขึ้นมาหน่อย เพราะเป็นการเดินพรมแดง</p>



<p><strong>เหมือนตลาดสดอย่างไร</strong></p>



<p>ข้อที่หนึ่งเขาจะให้เราเรียนรู้ว่าในตลาดนี้มีคอนเทนต์อะไรทั่วโลกที่น่าสนใจบ้าง เราชอปปิงอะไรได้บ้าง ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้เราด้วยว่าทำไมพวกเขาถึงประสบความสำเร็จในโชว์เหล่านั้นได้ เอาเอเจนซีต่างๆ มานั่งคุยกันเลย เราได้รู้เรื่องราวมากมาย เทรนด์ของทีวี เทรนด์ของคอนเทนต์ในปีนี้และปีต่อไป&nbsp;</p>



<p>แม้ว่ารายการ The Face Thailand ที่เต้นำเข้ามา จะเป็นอะไรที่ใหม่มากพอสมควร สำหรับยุคที่คนยังติดละครโทรทัศน์กันอยู่งอมแงม น้อยนักจะได้เห็นสื่อประเภทนี้ แต่บริษัทกันตนาได้สร้างความมั่นใจให้กับแวดวงสื่อมาแล้ว ด้วยรายการเรียลลิตี <strong>Big Brother Thailand (2005) </strong>ที่เปิดบ้านให้คนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ด้วยกัน ติดกล้องให้ดูชีวิตทุกขณะแบบเรียลไทม์ หรืออย่าง <strong>Family Secret ไขความลับทายาทธุรกิจ (2014) </strong>ที่เรียกยอดดูได้จำนวนไม่น้อย ทำให้ <strong>The Face Thailand Season 1</strong> ถูกก่อร่างขึ้นใต้ความไว้วางใจที่ผ่านมาเช่นกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>น้องจะประกาศศึกกับพี่เหรอจ๊ะ</strong></h3>



<p>เต้เคยหนีวงการบันเทิงไปเรียนไกลถึงต่างประเทศ ทว่าโชคชะตาไม่อาจฝืนกันได้ เธอกลับมาอีกครั้ง พลิกจากบทบาทเด็กนอกกลายเป็นทายาทสืบต่อเจตนารมณ์ของกันตนา แรกๆ ทางเดินอาจจะขลุกขลักไปเสียหน่อย หลายเสียงว่าช่องกันตนาไม่อาจทำรายการประเภทแฟชันได้แน่ แต่เต้พิสูจน์ให้เห็นด้วยความตั้งใจที่ทุ่มจิตวิญญาณลงไป เธอลบคำสบประมาทออกหมดเกลี้ยง กระทั่งภาพจำเดิมของช่องกันตนาค่อยๆ เลือนราง ถูกแทนที่ด้วยสื่อในยุคสมัยใหม่ คนรุ่นใหม่ที่ไฉไลไม่แพ้เดิม แต่ยังคงกลิ่นอายกันตนาไว้ได้อย่างแจ่มชัด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/3-13-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181750" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/3-13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/3-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/3-13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/3-13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/3-13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/3-13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/3-13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/3-13.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>คาดหวังผลตอบรับไหม</strong></p>



<p>มันต้องให้เขาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเราจะสื่อสารอะไร ตอนนั้นเราเคยโดนกระแสว่ากันตนาจะทำได้เหรอ มาจากเรื่องจริงผ่านจอ คดีเด็ด ละครหลังข่าว แล้วถ้ามาทำแฟชันบิวตี ไลฟ์สไตล์จะทำออกมาเป็นอย่างไร พอรายการออกไปสักสองสามตอนคนก็เริ่มเข้าใจนะ มีซีซันสองแล้วคนก็ตอบสนองกันดีขึ้น เหมือนเขาปลดล็อกแล้วว่ากันตนาไม่ใช่ภาพเดิมที่ทำได้อย่างเดียว เราก็ดีใจ</p>



<p><strong>พอรู้แล้วว่าจะทำ The Face ขั้นแรกที่เริ่มคืออะไร</strong></p>



<p>หาแคสติงก่อน เพราะแคสติงเป็นหัวใจสำคัญ อย่างแรกที่คิดขึ้นมาได้คือถ้าเราได้รายการนี้ขึ้นมาจริง คนที่จะเป็นเนโอมี แคมป์เบลล์ คือ <strong>ลูกเกด &#8211; เมทินี กิ่งโพยม</strong> นี่คือสารตั้งต้น เพราะเขาเป็นซูเปอร์สตาร์ เป็นซูเปอร์โมเดลตั้งแต่ยุค 90 ที่เป็นยุคกำเนิดของซูเปอร์โมเดลเลย และเราต้องการความหลากหลายมากกว่านั้น มาคิดว่าใครนะที่เป็นเจ้าแม่พรีเซนเตอร์ เจ้าแม่นางเอก สวมมาหมดแล้วทุกบทบาท อยู่มาแล้วทุกยุค นั่นคือ <strong>พลอย &#8211; เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ </strong>อีกคนเป็นนักร้อง นักแสดง และนางแบบ <strong>หญิง &#8211; รฐา โพธิ์งาม </strong>ถ้าคิดถึงแบ็กกราวนด์ของเธอตั้งแต่ครอบครัวเลย คุณพ่อคุณแม่ก็เป็นนางแบบ นักร้อง ไปแสดงระดับโลก เล่นหนังฮอลลีวูดมาแล้วด้วย นี่แหละความแตกต่างของ The Face Thailand  </p>



<p>เวอร์ชันเดิมเขาหานางแบบอย่างเดียว ซึ่งในประเทศไทย นางแบบอย่างเดียวไม่รอด ต้องทำให้ได้ครบเครื่อง ทำได้ทุกอย่าง นางแบบก็เป็นได้ ถ่าย Editorial ได้ ถ่าย Commercial Shoot, Beauty Campaign เป็นพรีเซนเตอร์ได้ แล้วก็สามารถแสดงภาพยนตร์ หรือซีรีส์ได้ อันนี้คือสิ่งที่แตกต่างจากออริจินัล&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/4-15-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181751" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/4-15-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/4-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/4-15-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/4-15-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/4-15-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/4-15-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/4-15-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/4-15.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>หนึ่งซีซันใช้ทีมงานกี่คน&nbsp;</strong></p>



<p>มากกว่า 100 คน เราถ่ายทำ 3 วัน ฟุตเทจเป็นร้อยเลย แต่ต้องนั่งตัดต่อให้เหลือชั่วโมงครึ่ง บริษัทกันตนาลงทุนเอง ใช้งบเยอะมาก เรามี Post-Production, Sound Lab เครื่องมือที่อุดมสมบูรณ์พร้อมที่จะทำ สิ่งสำคัญคือเราต้อง Pay Attention ทุกดีเทล พื้นที่เปื้อนก็ต้องถูตลอดเวลา จัดไฟอย่างไรให้ทุกคนดูดีตลอดเวลา แล้วต้องดูดีขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p><strong></strong><strong>แต่ละแคมเปญมีการครีเอตขึ้นมาใหม่จากออริจินัลไหม</strong></p>



<p>ครีเอตขึ้นมาใหม่ทุกครั้งเลย เพราะลูกค้าที่เข้ารายการมีความต้องการไม่เหมือนกัน รายการ The Face น่าจะเป็นรายการเดียวด้วยที่ Collaborate กับลูกค้า เขาสามารถร่วมดีไซน์ในมาสเตอร์คลาส หรือแคมเปญเราได้ว่าจะขายอะไร บางตอนอาจจะฮาร์ดเซลล์มากหน่อย แต่ไม่ใช่แบบ TV Direct นะ&nbsp;</p>



<p><strong>ขั้นตอนไหนของการทำ The Face ยากที่สุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p>



<p><em></em>แคสติงยาก หาผู้ประกวดเข้ามาก็ยาก หมายถึงคนที่เข้ามาประกวดเยอะ แต่เราต้องคัดคนที่เราใช้ได้เลยไม่มากก็น้อย ทุกยุคก็เปลี่ยนไป เราต้องก้าวตามให้ทัน พวกเขาเป็นคนที่มาเติมไฟช่วยเรา เมนเทอร์ก็จะช่วยบาลันซ์อีกครึ่งหนึ่งให้ ในทุกแคมเปญก็ยากหมด ถ้ายิ่งกับสำหรับผู้เข้าแข่งขันด้วย เพราะเราต้องการทดสอบว่าในการทำงานกับโพรเฟสชันนัลจริงๆ พวกเขาจะรับมือได้ไหม เวลาที่จำกัดให้แข่งขันภายใน 15 &#8211; 20 นาทีจะเอาตัวรอดได้ไหม เราสอนในมาสเตอร์คลาสแล้ว เขาจำอะไรที่เราสอนได้บ้าง นี่คือโลกแห่งความช่วยเหลือแล้วนะ โลกของความเป็นจริงโหดร้ายกว่านี้อีก</p>



<p>เราทำงานผสมผสานระหว่างคนรุ่นใหม่และรุ่นเก่า บางทีเด็กก็ไม่เคยทำ ไม่มีประสบการณ์ ผู้ใหญ่ก็ทำมาเยอะ แต่ไม่มีมุมมองของเด็ก แต่เราต้องเอามารวมกันก็เลยยาก&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/5-9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181752" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/5-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/5-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/5-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/5-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/5-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/5-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/5-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/5-9.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>การแสดงถ้ามันเฟก มันดูออก</strong></h3>



<p>เมื่อรายการ The Face Thailand ออกอากาศไป ใช่ว่าคนจะตะลึงกับแคมเปญมหาโหดอย่างเดียว แต่การเชือดเฉือนกันด้วยคำพูดของเหล่าเมนเทอร์ หรือผู้เข้าแข่งขันก็ได้กลายเป็นกระแสไวรัลในโลกออนไลน์ ถูกนำไปหยอกล้อเป็นมีมไว้ส่งแหย่กัน ถึงขั้นมีกระทู้ตั้งคำถาม “วลีไหนใน The Face ที่เพื่อนๆ ชอบที่สุด” หรือไม่ก็ “ใครควรเข้าห้องดำมากที่สุด”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>หลายต่อหลายความคิดเห็นไหลต่อเนื่อง ติดเทรนด์แอปนกฟ้าทุกสัปดาห์ที่ปล่อยตอนใหม่ เป็นที่กระจ่างว่ารายการนี้ทำถึง เพราะผู้ชมอินจนทะลุเข้าไปในจอแก้วกันแล้ว เชื่อว่าอาจมีคนเกาหัวสงสัยกันอยู่บ้างว่าที่มันเด็ด เผ็ด ร้อนแรงได้ขนาดนี้ เป็นเพราะมีสกริปต์หรือเปล่า และนี่คือคำตอบจากปากผู้อยู่เบื้องหลัง</p>



<p><strong>การฟาดฟันกันในรายการเป็นธรรมชาติหรือสร้างขึ้นมา</strong></p>



<p>เป็นธรรมชาติของเมนเทอร์ที่เขาเป็นอย่างนั้น เหมือนแข่งขันกีฬาก็ต้องมีอารมณ์ ความเป็นแม่ที่อยากให้ลูกทีมชนะ เขาทำงานกันมาเป็นสิบๆ ปีก็คงไม่ยอมเสียศักดิ์ศรีหรอก จะยอมได้อย่างไร ต้องทำทุกอย่างให้ไม่แพ้ หรือไม่ก็ทำให้มันดีที่สุด อีกอย่างถ้าไม่เป็นธรรมชาติ ไม่มีตัวตนเราก็ไม่ชวนมา เขาคงไม่สามารถถ่ายทอดออกมากันได้ดีขนาดนี้ เรามีสกริปต์ให้ไม่กี่หน้า ที่เหลือต้องไปเล่นกันเอาเอง หัวใจสำคัญอีกอย่างคือลูกค้า เขาเป็นคนตัดสินนะว่าชอบใคร ไม่ใช่พวกเรา เมนเทอร์ต้องทำทุกอย่างให้ลูกค้าชอบ</p>



<p>เสน่ห์ของรายการนี้ คือคนดู ไม่ควรแยกออกว่าเพื่อความบันเทิง หรือนี่เป็นเรื่องจริง ปราณีแล้วนะที่ตัดออกให้เหลือชั่วโมงครึ่ง เพราะมันมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย แข่งขันกันก็มีอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้บ้าง สภาพจิตใจพังก็มี แต่เราต้องมูฟออน ต้องเข้าใจว่าเวลาเป็นเงินเป็นทอง ถ้าอยากชนะก็ต้องปรับอารมณ์ตัวเองเพื่อวันต่อไปที่จะคว้าชัยชนะในแคมเปญ ต่อให้จะแพ้มาแล้วก็ตาม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/6-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181753" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/6-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/6-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/6-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/6-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/6-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/6-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/6-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/6-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ขึ้นชื่อว่าเป็นเวทีประกวดความงาม ย่อมเป็นอะไรที่น่าถามเหลือเกินว่าเต้เฟ้นหาคนแบบไหน ใครกันที่จะถูกมงกุฎ The Face สวมลงบนหัวได้ ยิ่งในสังคมไทยที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรายังคงถกเถียงถึงมาตรฐานความสวยกันอยู่ แต่เต้ค่อยๆ กะเทาะกรอบเหล่านั้นออก เผยให้เห็นว่าเธอไม่ได้สนใจค่านิยมสักเท่าไหร่&nbsp;</p>



<p><strong>แต่ละซีซันมีบิวตีสแตนดาร์ดไหม</strong></p>



<p>มี เต้พูดได้เต็มที่เลยว่าไม่ได้สนใจบิวตีสแตนดาร์ดแบบพิมพ์นิยม นางแบบเรามีความพิเศษ ไม่ใช่ดูแล้วสวยอย่างเดียว แต่ต้องมีความเป็นตัวตนมากด้วย พูดได้ สื่อสารได้ ต้องทำทุกแคมเปญได้ กระทั่งการแอกติง ถ้าพูดถึงคำว่าบิวตีสแตนดาร์ดคำเดียว คนไทยก็จะนึกถึงความผอม สูง อะไรแบบนั้น ซึ่งรายการ The Face ไม่เน้นสิ่งนั้น คุณจะรูปร่างหน้าตาอย่างไรก็ได้ แต่คุณต้องถ่ายทอดความเป็นตัวตนของตัวเองออกมาได้ Add On ให้รายการได้ ทั้งเอเนอร์จีดี แอตติจูดดี อยากทำงานจริงๆ&nbsp;</p>



<p>ในซีซัน 1 เราทำเฉยก่อน ทำให้เป็นนางแบบที่ทุกคนชอบก่อน ซีซัน 2 ก็มีติช่าที่เป็นผู้ชนะ นางแบบที่ไม่ตัวยาวมากก็ชนะได้ ซีซัน 3 เราเปิดทรานส์เจนเดอร์เลย มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายว่าพวกเขาก็มีเวทีของตัวเอง แต่เราก็ทำให้เห็นว่านี่ไง ก็ทำให้พวกเขาเท่ากันสิ พอมาซีซัน 5 เราก็รวมผู้ชายผู้หญิงเลย เวทีที่ LGBTQ+ ชนะ เต้ถือว่านี่เป็นแลนด์มาร์กหนึ่งที่เต้ภูมิใจ เป็นความเท่าเทียมของจริง ไม่แบ่งแยกใคร</p>



<p><strong></strong><strong>แล้วคำว่าสวยของเต้เป็นอย่างไร</strong></p>



<p>ก็สวยแบบนี้อะค่ะ (เต้สะบัดผมพลางยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเอี่ยมอ่อง) นิยามคำว่าสวยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ในแต่ละยุคก็ไม่เหมือนกัน ในยุคนี้คือความสวยที่แตกต่างออกไป ตอนนี้พลัสไซส์มีผล Real Life Size ก็มีผล และเราจะเห็นใน The Face Thailand Season 6 ว่า Real Life Size รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/7-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181754" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/7-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/7-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/7-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/7-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/7-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/7-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/7-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/7-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เวที The Face Thailand ดูจะเป็นเวทีที่ใครก็สวมมงกุฎได้ไม่เกินจริง เช่น <strong>ติช่า &#8211; กันติชา ชุมมา</strong> สาวน้อยที่บินไกลมาจากสวีเดน ร่อนลงที่เวทีนี้ด้วยแพสชันเต็มเปี่ยม เธอไม่ใช่คนผิวขาวสว่าง แขนขายาวได้สัดส่วน แต่ผู้ชมทุกคนต่างเห็นความเป็นไฟเตอร์ที่เธองัดออกมาสู้ ด้วยประโยคกินใจเมนเทอร์<strong>บี &#8211; น้ำทิพย์ จงรัตชวิบูลย์ </strong>ใน The Face Thailand Season 2&nbsp;</p>



<p><strong>“ถ้าพี่บีบอกให้ช่ากระโดด ช่าก็จะถามว่ากระโดดสูงแค่ไหน ถ้าพี่บีบอกให้ดำน้ำ ช่าก็จะถามว่าให้ดำลึกแค่ไหน”&nbsp;</strong></p>



<p>ไม่หรอก ไม่ใช่ข้อความกินใจที่ทำให้เธอฟูลเทิร์นเป็นผู้ชนะ หากแต่เพราะผลงานที่ผ่านมา ติช่าเป็นติช่า เป็นคนในอุดมคติที่เวทีนี้เรียกหา แต่วงเล็บว่าต้องเจอศึกหนักขั้นว่าตายกันไปข้างก่อนนะ</p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ถ้าครั้งนี้พี่ไม่ชนะ พี่จะเอาปี๊บมาคลุมหัว</strong></h3>



<p><strong>เวที The Face สะท้อนวงการบันเทิงไทยได้มากขนาดไหน</strong></p>



<p>มากทีเดียว อย่างเราเองก็ต้องการเด็กที่มีของและมีคุณภาพ บางคนที่คิดว่ารายการนี้มันง่าย หาความดังง่าย มาทีหนึ่งหัวเราะทีหนึ่งให้ได้คอนเทนต์กลับไป มันดังแล้วก็วูบไปนะ แต่เรากำลังสร้างตำนาน สร้างให้พวกเขาเป็นรุ่นพี่เพื่อจะสอนรุ่นน้อง เพราะทุกคนที่ล้อมรอบตัวเขาอยู่คือบุคคลมืออาชีพที่อยู่ในวงการทั้งนั้นเลย ลูกค้าที่มานั่งอยู่กองถ่ายก็เป็นโอกาสให้พวกเขา คุณต้องรู้คุณค่าของสื่อ รู้หรือเปล่าว่านอกจากการมาอยู่ในนี้จะเพิ่มมูลค่าให้ตัวเอง จะต่อยอดอะไรให้ได้บ้าง บางคนจบจากนี่ไปแล้วไม่นึกถึงเราอีกก็มี แต่มันเป็นธรรมชาติของชีวิต</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/8-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181755" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/8-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/8-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/8-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/8-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/8-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/8-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/8-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/8-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>The Face Thailand Season 6 ต่างจากซีซันก่อนอย่างไรบ้าง</strong></p>



<p>คนจะชอบบอกว่าทำไมไม่มีเมนเทอร์เก่า คือเจตนารมณ์อย่างหนึ่งที่อยากให้ทุกคนเข้าใจกัน เราไม่อยากให้ยึดติด มูฟออนไปข้างหน้ากันก่อน แล้วค่อยไปเติมตัวละครทีหลังก็ได้ นี่เป็นซีซันผู้ดีมีการศึกษานะ ฟาดฟันกันด้วยสติปัญญา เราเลือกเมนเทอร์<strong>แอนโทเนีย โพซิ้ว</strong>มาจากซีซัน 1 ที่ถูกคัดออกไป แต่วันนี้ชีไปชนะมาทั่วโลกแล้ว ชีต้องกลับมาสอนน้องๆ<strong> </strong>หรือ<strong>มารีญา พูลเลิศลาภ</strong>ก็เป็นตัวแทนการเรียกร้องสิ่งแวดล้อม ความเป็นผู้หญิงได้ดี <strong>แพนเค้ก &#8211; เขมนิจ จามิกรณ์ </strong>เรารู้จักกันมานานมากแล้ว เรียกหาตลอดทุกซีซันเลย เราเลือกจากคนที่เรารู้ว่าจะปั้นเขาได้อย่างไร รู้ว่าคุยแล้วจะได้อะไรจากเขา</p>



<p><strong></strong><strong>บทเรียนที่ได้รับในฐานะผู้ผลิตรายการสำหรับเต้คืออะไร</strong></p>



<p>การให้ใจกับมนุษย์เกินไป เราพยายามให้ใจทุกคน ใครไม่มีงานเราก็ช่วยเขา บางทีก็เสียใจที่เขาไม่ได้ทำให้เราชื่นใจ แต่อย่างไรเราก็จะต้องสร้างงานสร้างอาชีพต่อไป บุคลากรจะเป็นอย่างไรก็ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ และต้องหัดปล่อยวางบ้างให้ชีวิตเราเองดีขึ้น</p>



<p><em></em><strong>ดูเป็นคนชอบสร้างคนนะ</strong></p>



<p>มาก ตั้งแต่รุ่นคุณปู่แล้วล่ะที่เขาสร้างคนมา ป้อนคนเข้าไปในอุตสาหกรรมสื่อ ให้คนที่ทำงานในอาชีพนี้มีคุณภาพ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/9-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181756" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/9-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/9-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/9-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/9-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/9-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/9-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/9-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/9-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ทำไมเต้ถึงยังชอบวงการบันเทิงอยู่ทั้งที่มันซับซ้อน</strong></p>



<p>เต้เกิดมากับสิ่งนี้ ทำอย่างอื่นไม่เป็นแล้วล่ะ เป็นสิ่งหนึ่งที่เราเอนจอย พอได้เห็นคนอื่นเขามีความสุข เราก็มีความสุข แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องถ่ายทอดจินตนาการที่อยู่ในหัวเช่นเดียวกับโปรดิวเซอร์ ให้ภาพ แสง เสียงออกมาเป็นภาพเดียวกัน เป็นคอนเทนต์หนึ่ง ถ้าเราโทรจิตหากันได้แล้วเข้าใจเลย มันก็คงจะดีมาก แต่ไม่เป็นแบบนั้นหรอก การมีหรือไม่มีวจนภาษามันทำให้การสื่อสารคลาดเคลื่อนได้เลย ตอนนี้ได้สักครึ่งหนึ่งที่เราต้องการก็พอใจแล้ว ค่อยไปดูหน้างานว่าจะปรับอะไรกันได้บ้าง</p>



<p>สัญชาตญาณเป็นสิ่งสำคัญที่สุดนะ เพราะสามารถบอกเราได้ว่าสิ่งนี้ควรจะเป็นแบบไหน มีคนเคยถามว่าดังเพราะอะไร เราก็ตอบเลยว่าสัญชาตญาณล้วนๆ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมี ต้องสั่งสมกันไป แต่เต้เกิดมากับสิ่งนี้ เกิดมาเพื่อเป็นสิ่งนี้ คือ I was born into this entertainment industry and I was born into it. เรามีความเข้าใจบางอย่างที่ดารา นักแสดงใหม่ๆ ในวงการยังไม่เข้าใจ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ดังแล้วดับ และถ้าคุณเป็นคนมีคุณภาพ คุณจะส่งต่อคุณภาพนี้ให้พวกเขาได้อย่างไร</p>



<p><em></em><strong>ตอนนี้มีอะไรที่กำลังขับเคลื่อนในวงการบันเทิงอยู่หรือเปล่า</strong></p>



<p>จริงๆ เราเป็นคนขบถ จะไม่เอาสิ่งนี้ จะทำแบบนี้ การเอาฟอร์แมตจากต่างประเทศเข้ามาก็ช่วยให้เห็นว่าสแตนดาร์ดมันควรจะเป็นแบบไหน หรือทำอย่างไรให้ไม่น้อยไปกว่าเขา คนดูก็เป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนไฟเรา เรารู้ว่าเขาเบื่อที่ต้องนั่งดูอะไรซ้ำๆ ถ้าคนดูอยากดูอะไร แล้วเราทำให้เขาได้ดู ขณะเดียวกันก็เยียวยาเขาไปด้วยได้ ตอนนี้เป็นยุคที่อะไรสั้นๆ อิ่มตัวแล้ว เอเจนซีเริ่มมองหาคอนเทนต์ดีๆ ที่ทำน้อยแต่ได้มาก อยู่ได้นาน</p>



<p>เต้พยายามขับเคลื่อนกันตนาว่าเราจะไม่หยุด จะสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ได้บ้าง และต้องเป็นที่ยอมรับของโลกนี้ด้วย ตอนแรกจะเกษียณตัวเองตอน 45 แต่ไม่ทันแล้ว อาจจะต้อง 50 แล้วล่ะ (หัวเราะ)&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181757" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>สิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจจนติดเป็นภาพในหัวเราคือแววตาของเต้ สองคู่นั้นล้นไปด้วยไฟฝันของวัยกลางคนที่อยากจะสร้างคน น้ำเสียงเย็นเยียบพูดอย่างเนิบๆ แต่กลับมีพลังอยู่ข้างในเต็มไปหมดอย่างบอกไม่ถูก&nbsp;และเมื่อแสงไฟส่องลงที่ใบหน้า แววตาของเธอก็เปลี่ยนไปอัตโนมัติ มูฟเมนต์แขนขาที่ขยับเคลื่อนไหวราวคนสนิทกับร่างกายตัวเองเป็นที่สุด ชัตเตอร์ที่รัวใส่ไม่ได้ทำให้เธอประหม่าเลยสักนิด ถึงแม้ในห้องจะมีเพียงโซฟาว่างเปล่าให้โพสต์ท่าก็ตาม เป็นอันประจักษ์ว่าเธอเกิดมาเพื่อสื่อบันเทิง และเพื่อเป็น <strong>‘เต้ กันตนา’ </strong>อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-face-with-tae-kantan/">คลี่เวที The Face Thailand กับ ‘เต้ ปิยะรัฐ’ ผู้กุมเบื้องหลังกันตนาด้วยคำว่า I was born into it.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดหม้อปรุงสมุนไพร สวมรอยเป็นแม่มดน้อยใน ‘The Green Witch Workshop’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/green-witch-workshop/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Jul 2025 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ตามไปดู]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[Green Witch]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=181592</guid>

					<description><![CDATA[<p>“จับไพ่ด้วยมือซ้ายก่อนค่ะ” ไพ่ออราเคิลแผ่เรียงรายล้อมรอบเทียนอุ่นผสมกลิ่นสมุนไพรอบอวล ไม่ต้องฟุดฟิดหาที่มา เพราะเห็นตำตาจากขวดโหลนับสิบที่วางอยู่บนโต๊ะ ไพ่ป้ายด้วยสีรุ้งหงายออก “The universe works fast when I’m having fun.” หญิงรวบผมยืนยิ้มเป็นมิตร เธอว่านี่คือการสำรวจคลื่นพลังงานตอนนี้ของตัวเอง &#160;โลกภายนอกยามบ่ายสองโมงกำลังพลุกพล่าน แต่บนตึกแถวเล็กๆ ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองนักกลับช่างสงบเงียบ เท้าของเรากำลังเหยียบอยู่ในโลกของ Green Witch แม่มดศาสตร์สมุนไพร&#160; พวกเขาไม่มีไม้กวาดไว้ขี่บินรอบท้องฟ้า ไม่มีเครื่องรางลูกประคำ จะมีก็แต่หม้อปรุงใบไม้ดอกไม้ และวาจาศักดิ์สิทธิ์หล่นจากปาก สาวน้อยทั้งสองที่เชื่อในพลังงานจักรวาลสวมรอยเป็น Green Witch ปะปนกับผู้คน ‘ปิน &#8211; วรลาภา โลจายะ’ และ ‘จ๋า &#8211; จารุวรรณ คงบรรทัด’ ผู้ที่จะทำให้เราหลงใหลการปรุงสมุนไพร และได้ลองเป็นแม่มดน้อยบ้างสักครั้ง ใน ‘The Green Witch Workshop’ โหลแก้ว ที่คีบไม้สีอ่อน ขวดดรอปเปอร์ ดอกไม้ในถ้วย เหล่านี้เป็นวัตถุดิบอุปกรณ์ที่เราได้มา ปินประเดิมเล่าตำนาน Green Witch เหมือนเราจะได้ยินคำว่ากาลครั้งหนึ่งขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/green-witch-workshop/">เปิดหม้อปรุงสมุนไพร สวมรอยเป็นแม่มดน้อยใน ‘The Green Witch Workshop’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>“จับไพ่ด้วยมือซ้ายก่อนค่ะ”</strong> ไพ่ออราเคิลแผ่เรียงรายล้อมรอบเทียนอุ่นผสมกลิ่นสมุนไพรอบอวล ไม่ต้องฟุดฟิดหาที่มา เพราะเห็นตำตาจากขวดโหลนับสิบที่วางอยู่บนโต๊ะ ไพ่ป้ายด้วยสีรุ้งหงายออก <strong>“The universe works fast when I’m having fun.” </strong>หญิงรวบผมยืนยิ้มเป็นมิตร เธอว่านี่คือการสำรวจคลื่นพลังงานตอนนี้ของตัวเอง</p>



<p>&nbsp;โลกภายนอกยามบ่ายสองโมงกำลังพลุกพล่าน แต่บนตึกแถวเล็กๆ ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองนักกลับช่างสงบเงียบ เท้าของเรากำลังเหยียบอยู่ในโลกของ <strong>Green Witch </strong>แม่มดศาสตร์สมุนไพร&nbsp;</p>



<p>พวกเขาไม่มีไม้กวาดไว้ขี่บินรอบท้องฟ้า ไม่มีเครื่องรางลูกประคำ จะมีก็แต่หม้อปรุงใบไม้ดอกไม้ และวาจาศักดิ์สิทธิ์หล่นจากปาก สาวน้อยทั้งสองที่เชื่อในพลังงานจักรวาลสวมรอยเป็น Green Witch ปะปนกับผู้คน <strong>‘ปิน &#8211; วรลาภา โลจายะ’ </strong>และ <strong>‘จ๋า &#8211; จารุวรรณ คงบรรทัด’</strong> ผู้ที่จะทำให้เราหลงใหลการปรุงสมุนไพร และได้ลองเป็นแม่มดน้อยบ้างสักครั้ง ใน <strong>‘</strong><strong>The Green Witch Workshop’</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181598" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>โหลแก้ว ที่คีบไม้สีอ่อน ขวดดรอปเปอร์ ดอกไม้ในถ้วย เหล่านี้เป็นวัตถุดิบอุปกรณ์ที่เราได้มา ปินประเดิมเล่าตำนาน Green Witch เหมือนเราจะได้ยินคำว่ากาลครั้งหนึ่งขึ้น แม้ว่าเธอจะไม่ได้พูดก็ตาม แม่มดในป่าใหญ่รักการปลูกเป็นที่สุด พวกเธอเชื่อว่าพลังของเราอยู่ในดินและเสียงใบไม้ไหว เพียงเด็ดนู่นผสมนี่ก่อนจะคนให้เข้ากันตามตำราก็จะช่วยบรรเทาจุดที่ปวด ทั้งยังทำให้ออราเปล่งปลั่งทะลุร่างกาย </p>



<p>จ๋าพูดประโยคหนึ่งขึ้นด้วยความเชื่อ และปินเองก็พยักหน้ารับ <strong>“ไม่ว่าใครก็เป็นแม่มดได้”</strong></p>



<p>เช่นเมืองหนึ่งในประเทศอังกฤษเต็มไปด้วยพ่อมดแม่มด พวกเขาเคารพบูชาพระแม่ไกอา เมืองนั้นคือ ‘Glastonbury’ ไฟในตัวปินถูกจุด หลังเธอได้ค้นพบที่แห่งนี้กระทั่งหันมาทำงานด้านศาสตร์พลังงานเต็มตัว เธอว่าแม่มดไม่ใช่เรื่องของคุณไสยที่น่ากลัว หรือลัทธิน่าขนลุก มันเป็นวิถีชีวิตของผู้คนต่างหาก</p>



<p>แน่นอนว่าเวิร์กชอปในวันนี้เธอหอบความรู้มาเต็มกระเป๋า ทั้งการนับธาตุตัวเองตามกรุปเลือดไล่เรียงกันไป <strong>เอเป็นธาตุดิน โอเป็นธาตุไฟ เอบีเป็นธาตุน้ำ และบีเป็นธาตุลม </strong>และหากได้รู้ว่าจุดกำเนิดของตัวเองเป็นพลังงานแบบไหนก็จะทำให้การเลือกใช้สมุนไพรตามธาตุง่ายยิ่งขึ้น&nbsp;</p>



<p>เอาล่ะ! เราจะเริ่มปรุงยาแล้วนะ เปิดหัวด้วย<strong> Juniper Berry หรือลูกสน</strong> ผลกลมเล็กสีม่วงเข้มจากไม้พุ่ม รสเปรี้ยวหวานไม่เข็ดฟัน เหมาะกับผู้ที่มีแก๊สในกระเพาะเยอะเป็นพิเศษ เหล่าแม่มดเชื่อว่าถ้าเผาก้านจูนิเปอร์จะทำให้ฝนหยุดตก เทียบได้กับการปักตะไคร้บ้านเราทีเดียว&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181599" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>คีบ <strong>Calendula หรือดาวเรือง</strong> ใส่ลงไปสักสองสามดอก หน้าตามันเหมือนดอกทานตะวันย่อส่วน เจ้านี่จะช่วยฟื้นฟูอาการเมื่อเราเหนื่อยล้า ทำให้สมองปลอดโปร่งมีพื้นที่สร้างสรรค์ ความจริงแล้วสเปียร์มินต์ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดี ใบเขียวอื๋อแต่ให้รสหวาน ดมแล้วจมูกโล่ง ช่วยระงับความโกรธอีกต่างหาก ทว่าโดยปกติแล้วผู้เขียนไม่ได้โกรธใครง่ายเท่าไหร่นัก&nbsp;</p>



<p>อย่างนั้นจับแท่ง <strong>Cinnamon </strong>อบเชยกลิ่นหอมฉุยค่อยๆ เสียบลงไปดีกว่า น้องมีฉายาเปรียบเป็นเครื่องเทศในคราบความอบอุ่นเลยนะ เมื่อเราได้รสอบเชย ร่างกายก็จะค่อยๆ อบอุ่นขึ้น ก่อนจะร้อนผ่าวไต่ระดับกลายเป็นไฟลุกโชน ทำให้รู้สึกพร้อมรบกับโลกขึ้นมา</p>



<p>และที่ขาดไม่ได้ เพราะเป็นพืชโปรด <strong>Dandelion Root หรือรากแดนดิไลออน </strong>เราเคยศึกษามาอยู่บ้างว่าแดนดิไลออนเป็นพืชดอกที่ภายนอกดูอ่อนแอ เมื่อกลีบบานออกจะสะพรั่งกลายเป็นละอองกลมๆ เกาะตัวกัน ไม่ว่าใครก็ตามที่เป่าละอองนั้นพลางอธิษฐาน คำขอพรจะกลายเป็นจริง แต่แดนดิไลออนก็ไม่ได้อ่อนแออย่างที่เห็น ละอองทั้งหมดที่ปลิวล่องไป เมื่อตกลงที่ไหนก็จะเติบโตขึ้นได้อีกครั้ง</p>



<p>ในศาสตร์ของสมุนไพร รากแดนดิไลออนยังเป็นยาที่ช่วยให้ตับดี ผิวพรรณประกายขึ้น หากใครเป็นแม่หมอแล้วพกรากนี้ติดตัวก็จะช่วยให้เซนส์ดี แม่นอย่างกับตาเห็นจะเป็นคำหนาหูเลยล่ะ ณ จุดนี้ต้องใช้คำว่าโกยใส่ขวดโหล&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181600" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ตามด้วยเปลือกไม้หั่นบาง<strong> Licorice Root </strong>ชะเอมเทศรสหวานนิดๆ เขาว่าแม่มดจะเคี้ยวมันก่อนท่องคาถาให้คนรักคนหลงด้วยนะ และบรรณาธิการประจำ a day ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็กำลังเคี้ยวมันหนุบหนับด้วยหน้าตาปริ่มเปรมเป็นที่สุด</p>



<p>ถ้วยดอกไม้อื่นๆ ต่างก็มีผู้เข้าร่วมเวิร์กชอปหยิบจองกันไป <strong>ลาเวนเดอร์</strong>หายเกลี้ยงเห็นได้ชัด สัญญาณชัดว่าหลายคนน่าจะนอนไม่ค่อยหลับเป็นแน่</p>



<p>อย่าง <strong>Blue Lotus</strong> หรืออีกชื่อเรียกหนึ่งว่า <strong>Water Lily </strong>ก็ช่วยให้นอนหลับสนิทได้ ออกฤทธิ์คล้ายลาเวนเดอร์เช่นกัน ใครที่อารมณ์ตึงก็จะผ่อนคลายลง กระซิบว่าบรรดาแม่มดจะสูบมันเพื่อความ High เคลิบเคลิ้มล่องลอยราวกำลังฝัน&nbsp;</p>



<p>และเมื่อส่วนผสมสารพัดลงตัวแล้ว จ๋าก็ทำหน้าที่ที่เธอถนัด สาดใส่ความรู้ด้านการสกัด เธอว่าหากเทแอลกอฮอล์เป็นตัวหมักดองจะทำให้สมุนไพรทั้งหมดออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า ดอกไม้ รากไม้ ใดๆ ในขวดโหลค่อยๆ ลอยปริ่มตามปริมาณของเหลวข้นคลั่กที่เทลง แม่มดน้อยทั้งสองเริ่มกล่าวคำบอกลา ทิ้งไว้ด้วยรอยยิ้มอ่อนของแม่มดฝึกหัดในห้องนับสิบคน&nbsp;</p>



<p>เราคงยังไม่อาจงัดพลังวิเศษออกมาให้รู้กันได้ในตอนนี้ เพราะต้องใช้เวลาหมักราว 2-3 อาทิตย์ ก่อนจะเทลงดรอปเปอร์แก้ว และหยดใส่ใต้ลิ้นจากรสมือตัวเองให้ซาบซ่าน</p>



<p>แต่ในไม่ช้า น่าจะได้เห็นพลังวิเศษจากแม่มดฝึกหัดคนนี้นะ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/green-witch-workshop/">เปิดหม้อปรุงสมุนไพร สวมรอยเป็นแม่มดน้อยใน ‘The Green Witch Workshop’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘กัลป์ กัลย์จาฤก’ ผู้กำกับผู้พาซอมบี้ปะทะมวยไทยใน ‘ปากกัด ตีนถีบ’ ที่อยากให้ดูจบแล้วโคตรสะใจ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/ziam-netflix/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Jul 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[Netflix]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=181657</guid>

					<description><![CDATA[<p>จะเกิดอะไรขึ้นถ้าอยู่ๆ คนไข้ในโรงพยาบาลเริ่มกลายร่างเป็นซอมบี เพราะติดเชื้อไวรัส&#160; แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคนรักของคุณดันเป็นหมอในโรงพยาบาลนั้น สำหรับ ‘สิง’ นักมวยเก่าที่แขวนนวมไปรับจ้างต่อยตี ตัดสินใจบุกเดี่ยวเข้าไปงัดหน้าซอมบีด้วยมือเปล่า แบบที่บอสชาตรีเตรียมตบโบนัสให้งามๆ&#160; นั่นคือเรื่องย่อของ ‘ปากกัด ตีนถีบ’ (Ziam) ภาพยนตร์จาก Netflix เรื่องล่าสุดฝีมือการกำกับของกัลป์ กัลย์จาฤก กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กันตนา กรุ๊ป และกรรมการผู้จัดการบริษัท กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส จำกัด นำแสดงโดย หมาก ปริญ สุภารัตน์ รับบทเป็น สิง, ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบทเป็น ริน และเวลา วันเวลา บุญนิธิไพสิฐ รับบทเป็น บัดดี้ นับเป็นการพาผลงานออริจินัลของกันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส ไปฉายบน Netflix เป็นเรื่องที่ 2 ต่อจากการพาซีรีส์สืบสันดาน (Master of the House) ติด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ziam-netflix/">‘กัลป์ กัลย์จาฤก’ ผู้กำกับผู้พาซอมบี้ปะทะมวยไทยใน ‘ปากกัด ตีนถีบ’ ที่อยากให้ดูจบแล้วโคตรสะใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>จะเกิดอะไรขึ้นถ้าอยู่ๆ คนไข้ในโรงพยาบาลเริ่มกลายร่างเป็นซอมบี เพราะติดเชื้อไวรัส&nbsp;</p>



<p>แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคนรักของคุณดันเป็นหมอในโรงพยาบาลนั้น</p>



<p>สำหรับ ‘สิง’ นักมวยเก่าที่แขวนนวมไปรับจ้างต่อยตี ตัดสินใจบุกเดี่ยวเข้าไปงัดหน้าซอมบีด้วยมือเปล่า แบบที่บอสชาตรีเตรียมตบโบนัสให้งามๆ&nbsp;</p>



<p>นั่นคือเรื่องย่อของ ‘ปากกัด ตีนถีบ’ (Ziam) ภาพยนตร์จาก Netflix เรื่องล่าสุดฝีมือการกำกับของกัลป์ กัลย์จาฤก กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กันตนา กรุ๊ป และกรรมการผู้จัดการบริษัท กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส จำกัด นำแสดงโดย หมาก ปริญ สุภารัตน์ รับบทเป็น สิง, ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบทเป็น ริน และเวลา วันเวลา บุญนิธิไพสิฐ รับบทเป็น บัดดี้</p>



<p>นับเป็นการพาผลงานออริจินัลของกันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส ไปฉายบน Netflix เป็นเรื่องที่ 2 ต่อจากการพาซีรีส์สืบสันดาน (Master of the House) ติด Top 10 โลก ในฐานะ Executive Producer</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181660" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>กัลป์จบปริญญาโทด้าน Film Producing ที่ New York Film Academy ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนกลับมานั่งแท่นเป็นผู้กำกับครั้งแรกจาก ห้องหุ่น ภาพยนตร์หุ่นขี้ผึ้งสยองขวัญในปี 2557 ชิมลางด้านโปรดิวเซอร์จาก อวสานโลกสวย ภาพยนตร์ปั่นประสาทเน็ตไอดอลที่แหวกแนวสุดในปี 2559 มาจนถึง The Up Rank อาชญาเกม ผลงานกำกับซึ่งสะท้อนด้านมืดวงการเกมในปี 2565</p>



<p>เราจะเห็นความพยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่บางอย่าง จากผลงานตลอด 10 ปีของกัลป์ แม้หลายเรื่องไม่ประสบความสำเร็จในแง่รายได้ แต่ก็สร้างการถกเถียงจนเป็นที่ฮือฮาในสังคม และนับเป็นความกล้าหาญของค่ายใหญ่อย่างกันตนาที่มอบรสชาติใหม่ๆ ให้ผู้ชม</p>



<p>มากไปกว่านั้น มันพอจะยืนยันได้ว่าชายคนนี้ชื่นชอบหนังลุ้นระทึกเสียเหลือเกิน</p>



<p>คุยกันคราวนี้ กัลป์บอกเราว่าเขียนบทเรื่องปากกัดตีนถีบไว้ตั้งแต่ 10 ปีก่อน</p>



<p>ตั้งต้นด้วยคำถามง่ายๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้านักมวยไทยสู้กับซอมบีด้วยมือเปล่า</p>



<p>แม้เป็นการกำกับภาพยนตร์แอกชันครั้งแรกในชีวิต กัลป์บอกว่าเขางัดมาทุกแม่ไม้มวยไทย ประหนึ่งนายขนมต้มกลับชาติมาเกิด</p>



<p><strong>จากบทเมื่อ 10 ปีที่แล้วสู่ฝันที่กลายเป็นจริงของคนชอบหนังซอมบี</strong></p>



<p>&nbsp;หลังทำหนังเรื่องห้องหุ่นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ผมมีความฝันว่าอยากทําหนังซอมบี เคยเขียนบทหนังเรื่องนี้เป็น Pitch Package ไปที่เทศกาลภาพยนตร์เกาหลี เข้ารอบ 20 โพรเจกต์สุดท้าย แต่ไม่ได้สานต่อ แล้วก็คิดว่าถ้าเกิดเป็นตัวละครที่มีความสามารถในการต่อสู้แบบ Martial Arts หรือมวยไทย เราจะสู้ซอมบีได้หรือเปล่า&nbsp;</p>



<p>จนเมื่อปีที่แล้วมีโอกาสคุยกับ Netflix ผมขายเขาแบบ What If เนี่ยแหละว่าอยากเห็นภาพนักมวยต่อยกับซอมบีไหม เขาก็ตื่นเต้นว่าเฮ้ย มันจะเป็นยังไง อยากเห็นอะไรใหม่ๆ อยากทดลอง แล้วก็อยากพัฒนาวงการภาพยนตร์ของประเทศไทยไปด้วยกัน</p>



<p>ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษมาจาก Siam คือประเทศไทย แต่เราอยากเล่นคําเป็นตัว Z ของซอมบี เพราะนี่เป็นเหมือนดิสโทเปียของประเทศไทยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&nbsp;</p>



<p>ส่วนปากกัดตีนถีบมาจากโลกดิสโทเปียที่คนเราไม่มีจะกิน เกิดภาวะโลกร้อน อากาศร้อนขึ้น ต้นไม้ไม่มี อาหารหายาก ชีวิตคนในตอนนั้นต้องปากกัดตีนถีบอยู่แล้ว ยิ่งมีไวรัสเข้ามา ยิ่งตอบโจทย์คำว่าปากกัด ส่วนตีนถีบหมายถึงพระเอกที่ลุยเข้าไปช่วยชีวิตแฟนสาว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-7-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181661" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>การไปต่อจากความสำเร็จของสืบสันดาน ที่ใช้เวลาสร้างเพียง 6 เดือน</strong></p>



<p>ถามว่ากดดันมั้ยที่ไปต่อจากสืบสันดานที่ประสบความสำเร็จมาก เราก็กดดันทุกเรื่องที่ทํานะ แต่เราทําให้ดีที่สุด แล้วก็เชื่อว่างานของเรามันดี&nbsp;</p>



<p>เราใช้คนเขียนบท 5 คน ทํางานกันเป็นทีม เพราะฉะนั้นทุกคนจะมีส่วนร่วมในบทภาพยนตร์เรื่องนี้ ช่วยกันออกไอเดีย</p>



<p>สืบสันดานใช้เวลาทำ 2 &#8211; 3 ปี เรื่องนี้ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน&nbsp;</p>



<p>ข้อดีที่หนังเรื่องนี้ถ่ายทำเร็ว เพราะในระหว่างทาง 10 ปีมานี้ ผมได้พัฒนาความรู้เรื่องซอมบี้ต่างๆ อยู่บ้าง บทเลยมีการต่อยอดมากขึ้น ด้วยความที่เราดูหนังซอมบีมาเยอะ เราก็เอาหลายๆ อย่างมาพัฒนาร่วมกัน แม้กระทั่งหนังสือที่เกี่ยวกับซอมบีของฝรั่ง แม้จะไม่ใช่เรื่องจริง แต่เขาก็เขียนขึ้นมาเป็นเรื่องเป็นราวว่าทําไมถึงเกิดซอมบีขึ้น ต้องป้องกันตัวเองยังไง&nbsp;</p>



<p>แล้วจริงๆ ก็ได้แรงบันดาลใจจากหนังเรื่อง 28 days later นี่แหละครับ ส่วนตัวผมเป็นแฟนหนังของ Danny Boyle แล้วก็เป็นหนังในความทรงจําวัยรุ่นที่ชอบมากๆ&nbsp;</p>



<p>ตอนนี้หนังซอมบีก็กลายเป็นประเภทหนึ่งของหนัง ผมว่าทุกคนเข้าใจตรงกลางร่วมกันแล้วว่าซอมบีคืออะไร แต่ความช้าของหนังเรื่องนี้คือการดีไซน์โลกดิสโทเปียและตัวละครซอมบีขึ้นมา</p>



<p>ด้วยเชื้อไวรัสของเรามาจากปลา เราก็คิดว่ามีอะไรเป็นองค์ประกอบที่น่าสนใจบ้าง เราอยากได้ความเร็วของซอมบี อยากได้รูปร่างหน้าตาของซอมบี ผมวางไว้ว่ามี 4 สเตจด้วยกัน</p>



<p>หนึ่ง โดนกัดแล้วกําลังจะเป็นซอมบี้&nbsp;</p>



<p>สอง เป็นซอมบี้แล้ว พอฟื้นขึ้นมาแล้วดวงตาจะเปลี่ยนเป็นสีดํา เริ่มมีเส้นเลือดเพิ่มขึ้นตามร่างกาย&nbsp;</p>



<p>สาม เป็นซอมบี้มาสักพักแล้วมันเริ่มดุ เริ่มมีบาดแผล&nbsp;</p>



<p>สุดท้าย คือการกลายเป็นปลา</p>



<p><strong>นักแสดงตัวแบกที่แบกทั้งหนังและความหวังของมนุษย์</strong></p>



<p>หนึ่ง เราต้องหานักแสดงที่เล่นคิวแอกชันได้แน่น และจะดีมากถ้าเป็นนักกีฬาอยู่แล้ว จะช่วยส่งเสริมกันขึ้นไปอีก ที่สําคัญคือในแต่ละฉาก มันไม่ใช่แอกชัน ต่อยตีกันเพียวๆ แต่ต้องมีการแอกติงที่ดีด้วย เพราะเราถ่ายเป็นช็อตๆ เลยเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราถามหมากว่าสนใจรับบทสิงไหม แล้วก็ไม่ได้เห็นเขาเล่นหนังมานานแล้ว เราอยากลองเปลี่ยนลุคเขาดูด้วย เพราะเขาเป็นคนผิวดี หล่อ ใส แต่เราต้องการให้เขาเหมือนอยู่ในโลกยุคนั้น รวมถึงณิชาที่รับบท ริน เป็นคนผิวขาว มีออรานักแสดง&nbsp;</p>



<p>สิ่งที่ผมชอบที่สุด คือแววตาของณิชา มันมีความหวัง แต่ก็มีความกลัวอะไรสักอย่างอยู่ในตัวเองโดยธรรมชาติ ซึ่งเหมาะกับตัวละครนี้ที่มีหลายมิติในใจ</p>



<p>ส่วนตัวละครบัดดี้ เราแคสติงเด็กหลาย 10 คนกว่าจะได้น้องเวลามา ตอนแรกเรากังวลมาก ต้องเวิร์กชอปเพื่อทำความเข้าใจพอสมควร แต่น้องเป็นเด็กที่มีสมาธิมากๆ เล่นดรามาได้ พอสั่งแอกชันปั๊บเขาก็ทําได้ดีเสมอ ทั้งที่เป็นหนังเรื่องแรกของเขา&nbsp;</p>



<p>ตัวละครสมทบอย่างพี่เจสัน ยัง เราสนิทกับเขาอยู่แล้ว เป็นพี่เป็นน้องกันเลย ซึ่งเราอยากได้ตำรวจจริงๆ ที่เวลาจับปืน เวลาสั่ง เขารู้ดีว่าต้องทำอะไร ก็เลยขอเขาว่ามาช่วยแวบหนึ่งได้ไหมพี่ เขาก็ตอบรับเลยทันที&nbsp;</p>



<p>แล้วผมคิดว่าในหนังควรมีนักมวย เพราะอดีตของสิงเป็นนักมวยเก่า เราอยากให้สิงมีเพื่อนเป็นนักมวยที่ทำงานด้วยกัน สนิทกัน ก็เลยคิดถึงพี่แสนชัยขึ้นมา เขามีความเป็นธรรมชาติ มีสำเนียงเป็นเอกลักษณ์ พอคนดูเห็นพี่แสนชัยในหนังก็จะได้อีกอารมณ์หนึ่ง เพราะไม่คิดว่าจะได้เห็นเขา</p>



<p>เราทํางานร่วมกันกับนักแสดง บางทีเขาจะมีไอเดียเสนอว่าอยากลองแบบนี้ดูมั้ยพี่ เช่น ฉากสุดท้าย ไอเดียเรา คืออยากให้หมากวิ่งมาหา แต่พอมานั่งคุยกัน หมากบอกว่าเขาอยากเดินมากกว่า เราก็บอกว่าเอาดิ ถ้ายูคิดว่าเดินมาแล้วเจ็บกว่า อีโมชันนัลกว่า ก็ลองดู ขอแค่มาหยุดอยู่ตรงนี้ ด้วยอารมณ์แบบนี้ก็พอ เราไม่ติดเลย&nbsp;</p>



<p><strong>ถ่ายทอดผลลัพธ์ของการใช้พริวิเลจแบบผิดๆ ด้วยปลากลายพันธุ์</strong></p>



<p>หนึ่งในเหตุผลของโลกดิสโทเปียนี้ คือการเกิดภาวะโลกร้อน น้ำเอ่อขึ้นมาจากข้างล่าง มีสึนามิ มีแผ่นดินไหว พอน้ำเอ่อล้นขึ้นมา ไอ้เชื้อโรคต่างๆ ใต้ทะเลก็ลอยขึ้นมาพร้อมปลาที่ไม่ควรจะอยู่เหนือน้ำ&nbsp;</p>



<p>ข่าวทุกวันนี้ก็จะเห็นปลาติดเชื้อเยอะขึ้น แล้วสิ่งสําคัญ คือโลกในหนังไม่มีอาหาร มีแต่แมลง การได้ปลามาสักตัวหนึ่ง โดยการนําเข้ามาด้วยวิธีการผิดๆ ยิ่งส่งผลให้เชื้อกลายพันธุ์ไปอย่างรวดเร็ว&nbsp;</p>



<p>ซึ่งเราก็คิดเปรียบเทียบกับแมลงสาบ มันจะมีทฤษฎีว่าเมื่อเจอแมลงสาบ 1 ตัว เราจะเจอแหล่งของมันอีกไม่รู้เท่าไหร่ แต่ยังไงก็ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ เราเลยหยิบทฤษฎีนี้มาผสมผสานกับการแพร่กระจายเชื้อไวรัส</p>



<p>ในหนังซอมบี การแพร่เชื้อครั้งแรกมักสําคัญที่สุดเสมอ เพราะเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่อง เราเลือกให้คนดูเห็นภาพการติดเชื้อในโต๊ะการประชุมของผู้นําธุรกิจ เพราะจริงๆ แล้วพวกเขาไม่ควรจะนําปลาเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย เพียงเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง</p>



<p>เราตั้งใจให้คนกลุ่มนี้ติดเชื้อเป็นกลุ่มแรก เพราะคนอื่นทำตามกฎกันหมด มีแค่ไม่กี่คนในโลกที่มีพริวิเลจมากกว่าคนอื่น แต่เลือกใช้พริวิเลจในทางที่ผิด มันมักจะเกิดปัญหาตามมาเสมอ</p>



<p><strong>ออกแบบโลกดิสโทเปียด้วยฝีมือมากกว่า CG</strong></p>



<p>ปัจจัย 4 ที่เหลืออยู่ในโลกตอนนั้น คือการแพทย์ โรงพยาบาลเป็นสิ่งจําเป็นมากในการดํารงชีวิต แล้วยิ่งโลกผิดเพี้ยน มีไวรัสเต็มไปหมด เราจะเห็นผู้คนไม่ปกติที่ร่างกายผอมกะหร่องเต็มไปหมด ผมก็คิดว่าโรงพยาบาลน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แล้วเราอยากเล่าในพื้นที่แคบๆ เหมือนเป็นหนังเอาชีวิตรอดในพื้นที่จํากัด เวลาจํากัด เพื่อเรื่องราวเข้มข้นมากๆ เรื่องทั้งหมดเลยอยู่แค่ในตัวตึก</p>



<p>เราถ่ายทั้งหมด 4 ที่ ลานข้างหน้า คือโรงแรมร้างที่ชลบุรี เราก็ไปเซตอัปให้เป็นโรงพยาบาล แล้วก็มีโรงพยาบาลจริงๆ แถวทองหล่อ แล้วก็สร้างเซตชั้น 10 ที่แอกชันทั้งหมด เพราะมันจะต้องเละเทะประมาณหนึ่ง คงไม่มีใครได้ใช้ (หัวเราะ) ส่วนดาดฟ้าเป็น CG ล้วนครับ</p>



<p>ผมพยายามทําซอมบี้ด้วยการแต่งหน้าเอฟเฟกต์ แล้วผสมผสาน CG เข้าไปให้น้อยที่สุด รู้สึกว่ามันเข้าถึงคนมากกว่า เรียลกว่า ดุดันกว่า ซึ่ง CG ทั้งหลายแหล่ใช้เพื่อเติมเต็มให้สมบูรณ์ ไม่ใช่ใช้เพื่อสร้างโลกใหม่ เพราะเราไม่ใช่หนัง Sci-Fi</p>



<p>Make Up Artist ทำงานหนักมาก แล้วก็เยอะมาก (เน้นเสียง) ซอมบีตัวหนึ่งแต่งหน้า 3 &#8211; 4 ชั่วโมง แล้ววันหนึ่งมี 50 &#8211; 60 ตัว ช่างแต่งหน้าเอฟเฟกต์มาเกือบทั้งประเทศ&nbsp;</p>



<p>เรามี Reference ให้ บอกว่าชอบแบบนี้ ลองไปออกแบบดู ถ้าจำไม่ผิดผมน่าจะใช้จมูกของโวลเดอมอร์เป็นตัวอย่าง บวกกับปลาที่เราใช้ เขาก็ไป Mix &amp; Match เองจนออกมาเป็นแบบนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181662" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>Magic Moment ของผู้กำกับนักฟังเสียง</strong></p>



<p>ปกติแล้วเวลาผมทำงาน ผมจะใช้เพลงทำงานด้วยเสมอ ถ้าเกิดดูสืบสันดาน หรืองานต่างๆ ของผม มักจะมีเพลย์ลิสต์ที่อยากใช้เป็นเครื่องมือผสมผสานให้สมบูรณ์ขึ้น แล้วก็จะคุยกับคนตัดต่อว่า “เฮ้ย เพลงนี้เหมาะไหม?” เขาก็จะบอกว่า “เฮ้ย หรือเพลงนี้ดี?” โยนกันไปโยนกันมา</p>



<p>บางทีเรามี Reference เป็นภาษาอังกฤษ จังหวะใช่ แต่เนื้อไม่ได้ เราอยากได้ภาษาไทย แล้วก็หาไปเรื่อยๆ จนอยู่ดีๆ ก็เจอเพลงฉากสุดท้ายที่เป็น Magic Moment เพราะหาอยู่นานมากกว่าจะเป็นเพลงอะไร แล้วคนตัดต่อก็เสนอเพลงนี้ เรานั่งฟังจนรู้สึกว่าเออ อันนี้แหละ มันอีโมชันนัลมาก</p>



<p><strong>หนังแอกชันเรื่องแรกของเจ้าพ่อหนังทริลเลอร์ที่ใส่เต็มสุดในชีวิต</strong></p>



<p>ปกติเราทำแต่หนังทริลเลอร์ พอไปทําอย่างอื่น ไม่ว่าจะหนังเรื่องไหน ก็จะวนกลับมาทริลเลอร์อยู่อย่างนี้ จะโรแมนติกคอเมดีก็ไม่มีใครให้ทํา กลายเป็นถนัดแนวนี้ไปเลย (หัวเราะ)</p>



<p>คอเมดีเป็นศาสตร์ที่ยากมาก คนเราตลกไม่เท่ากัน ซึ่งมุกที่คนทั้งโลกเห็นแล้วตลกคืออะไรวะ แต่หนังผี หนังทริลเลอร์มันเป็นความรู้สึก&nbsp;</p>



<p>ยุคเราเด็กๆ หนังประเภทนี้เยอะมาก เช่น Child’s Play, A Nightmare On Elm Street เป็นหนังที่เด็กไม่ควรดู แต่เด็กมันชอบ แล้วก็กลายเป็นหนังไอคอนิกมาถึงทุกวันนี้</p>



<p>แต่เราอยากทำหนังแอกชันมานานมาก เพราะเราก็ชอบดู แต่โอกาสทำหนังแอกชันในประเทศไทยมันน้อย พอได้ทำแล้วเราก็ใส่เต็มที่</p>



<p>Netflix ให้โอกาสคนอย่างพวกเราที่เป็น Filmmaker ได้ใช้ศักยภาพ ได้พัฒนาตัวเอง แล้วก็เชื่อว่าเรามีคุณภาพไม่ต่างจากต่างประเทศ ซึ่งผลงานที่ออกมาก็แสดงให้เห็นว่าทีมงานตั้งใจมาก แล้วก็หวังว่าในอนาคตมันจะเป็นบันไดหนึ่งที่ทําให้ Filmmaker ทุกคนได้มีโอกาสทําสิ่งเหล่านี้&nbsp;</p>



<p>ผมผ่านอะไรมาพอสมควร ทั้งดีและไม่ดี ภูมิคุ้มกันค่อนข้างเยอะแล้ว เราก็ทําเต็มที่ของเรา ไม่เสียใจในสิ่งที่ทํา ทีมงานทุกคน นักแสดงทุกคนเห็น หรือแม้กระทั่ง Netflix เองก็ตาม ซึ่งเราห้ามความคิดใครไม่ได้หรอก</p>



<p>ถ้าดูจบแล้วทุกคนบอกว่าสะใจมาก สำหรับผม มันจบแล้ว</p>



<p>ประเด็นต่างๆ ที่อยู่ข้างใน ใครดูแล้วได้อะไรก็หยิบไปนะ แค่ออกมาแล้วตื่นเต้น สนุก เร้าใจ มองสิงเป็นไอคอนิกฮีโร่ มองว่าแม่งเท่ พระเอกสุดๆ เราก็ดีใจแล้ว&nbsp;</p>



<p>ความตั้งใจของเราก็อยากให้มันเวอร์อยู่แล้วแหละ แต่ในความเวอร์ก็มีอะไรซ่อนอยู่เยอะเหมือนกัน</p>



<p>ผมว่าเรื่องนี้ ยังมีลายเซ็นบางอย่างของผม แต่จัดเต็มกว่า เรียกว่าใส่สุดที่สุดในชีวิต เหนื่อยที่สุดตั้งแต่ทำมา เพราะมันใช้เวลานาน ดีเทลเยอะ แล้วก็ได้ใช้เทคนิคใหม่ๆ หลายๆ อย่าง ซึ่งเราสนุกกับมันมาก พอใจกับสิ่งที่ออกมามาก ในอนาคตถ้ามีโอกาสก็อยากทําแอกชันที่ใหญ่ขึ้น มีไดนามิกมากขึ้น มีลูกเล่นมากขึ้น</p>



<p>แล้วถ้าโลกนี้มีวันสิ้นสุดมนุษยชาติจริง ผมก็คงอยู่กับครอบครัว 20 &#8211; 30 คนที่บ้าน แล้วก็นั่งดู Netflix ด้วยกัน เพราะถ้าเจอแบบในหนังน่าจะหมดแรงตั้งแต่ดอกแรกแล้วครับ (หัวเราะ)</p>



<p><strong>กันตนายุคใหม่ในมือผู้นำรุ่น 3 ที่คลาสสิกแต่มีสไตล์</strong></p>



<p>ถามว่าก้าวผ่านความคลาสสิกของกันตนาไหม เรียกว่าผมพามันไปอีกจุดหนึ่งได้แล้วกัน&nbsp;</p>



<p>ผมใช้ความรู้ ข้อคิด วิธีการต่างๆ จากสิ่งที่ว่ากันว่าคลาสสิก จากผู้ใหญ่ที่อยู่กันตนา มาผสมผสานกับวิธีการของผมให้ลงตัวที่สุด จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ แล้วก็คงมีอะไรใหม่ๆ ต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่ทิ้งกลิ่นอายของเรา</p>



<p>แน่นอน คุณภาพต้องถึง ที่สำคัญเรื่องเล่าของเราต้องโกลบัลมากขึ้น</p>



<p>ผมว่ามนุษย์มีรัก โลภ โกรธ หลงเป็นพื้นฐาน ตัวละคร หรือเรื่องราวก็ควรที่จะเข้าถึงคนกลุ่มคนทั่วไปได้ง่าย นี่น่าจะเป็นเรื่องหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้จากผู้ใหญ่ที่บ้าน ซึ่งผมก็เสริมเทคนิคกับเรื่องเล่าใหม่ๆ ให้ตรงกับยุคสมัยนี้ แม้กระทั่งกับสืบสันดานเองก็ตาม&nbsp;</p>



<p>ไม่ว่ามันจะถูกเรียกว่าละคร ไม่ว่ามันจะถูกเรียกว่าซีรีส์ มันก็เป็นรสชาติของคนไทย ซึ่งเป็นรสชาติที่คนต่างประเทศก็ชอบ ไม่ได้ไม่ชอบ แล้วเราก็ไม่ได้เป็นเหมือนซีรีส์เกาหลี ไม่ได้เป็นเหมือนซีรีส์ฝรั่ง เราเป็นของเราแบบนี้แหละ&nbsp;</p>



<p>บางทีเราพยายามจะหนีตัวเอง อยากจะนู่นอยากจะนี่ แต่บางอย่างก็ดีและตอบโจทย์อยู่แล้ว เราแค่ต้องจับนู่นมาผสมนี่เพื่อเพิ่มคุณภาพ คุยกับผู้กํากับที่เขามีวิสัยทัศน์ แล้วก็พัฒนามันออกมาให้ได้ตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181663" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ziam-netflix/">‘กัลป์ กัลย์จาฤก’ ผู้กำกับผู้พาซอมบี้ปะทะมวยไทยใน ‘ปากกัด ตีนถีบ’ ที่อยากให้ดูจบแล้วโคตรสะใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘Blueboo’ เด็กชายตัวฟ้าสีเศร้าในโลกสมมุติ เมื่อน้องแมวจากไป โลกทั้งใบจึงกลายเป็นงานศิลปะ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/blueboo-nicejoy-art/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปิยพัชร สาริบุตร]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 05 Jul 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[artist talk]]></category>
		<category><![CDATA[blueboo]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=181489</guid>

					<description><![CDATA[<p>เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยเห็นเด็กชายตัวสีฟ้า หน้าตาน่ารักแต่ภายในแสนเศร้าหมองนี้ในโลกออนไลน์ผ่านตากันมาบ้าง เด็กคนนี้มีชื่อคาแรกเตอร์ว่า ‘Blueboo’, ‘ไนซ์จอย’ หรือ ‘ไนซ์ ภัทรดนัย โมทิม’ เป็นศิลปินเจ้าของคาแรกเตอร์เด็กผู้ชายตัวสีฟ้าหน้าตาเศร้าซึม ศิลปินอิสระได้เรื่องราวผ่านเด็กตัวสีฟ้า การ์ตูนสีอะคริลิกบนผ้าใบแคนวาส นักวาดหนุ่มสวมแว่นตากรอบเข้ม ที่มักใส่เสื้อผ้าสีน้ำเงินสด มองไปคล้ายหนุ่มวัยรุ่นธรรมดาทั่วไป แต่เขามีแผลใจที่เจ็บปวดเขาจึงเรียนรู้ และเล่าเรื่องราวผ่านศิลปะ เปลี่ยนแผลให้กลายเป็นรอยยิ้ม ศิลปะ คือเครื่องมือเยียวยาหัวใจ แต่สำหรับศิลปินคนนี้ ศิลปะ คือ ‘เพื่อนคนหนึ่ง’ ที่ค่อยๆ พาเขากลับมายิ้มได้อีกครั้ง โดยไม่ลืมว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเสียใจแค่ไหน ครั้งนี้ a day ได้มีโอกาสพูดคุยกับศิลปินเจ้าของนิทรรศการ ‘Missing You, Less Blue’ ที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่นาน โดยในนิทรรศการเต็มไปด้วยความคิดถึงแบบไม่ทำร้ายใจ และตัวละครชื่อ ‘Blueboo’ ที่หลายคนเห็นแล้วอาจยิ้มออกแบบไม่รู้ตัว ทั้งที่เรื่องราวเบื้องหลังของมันเต็มไปด้วยน้ำตา บทสนทนาที่ว่าด้วยเรื่องความเจ็บปวด และความคิดถึงจะเป็นอย่างไร ชวนไปอ่านพร้อมกัน ศิลปะของผม เกิดจากความเงียบในบ้านขายของชำ อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้คุณชอบศิลปะ&#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/blueboo-nicejoy-art/">‘Blueboo’ เด็กชายตัวฟ้าสีเศร้าในโลกสมมุติ เมื่อน้องแมวจากไป โลกทั้งใบจึงกลายเป็นงานศิลปะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยเห็นเด็กชายตัวสีฟ้า หน้าตาน่ารักแต่ภายในแสนเศร้าหมองนี้ในโลกออนไลน์ผ่านตากันมาบ้าง เด็กคนนี้มีชื่อคาแรกเตอร์ว่า ‘Blueboo’, ‘ไนซ์จอย’ หรือ ‘ไนซ์ ภัทรดนัย โมทิม’ เป็นศิลปินเจ้าของคาแรกเตอร์เด็กผู้ชายตัวสีฟ้าหน้าตาเศร้าซึม ศิลปินอิสระได้เรื่องราวผ่านเด็กตัวสีฟ้า การ์ตูนสีอะคริลิกบนผ้าใบแคนวาส นักวาดหนุ่มสวมแว่นตากรอบเข้ม ที่มักใส่เสื้อผ้าสีน้ำเงินสด มองไปคล้ายหนุ่มวัยรุ่นธรรมดาทั่วไป แต่เขามีแผลใจที่เจ็บปวดเขาจึงเรียนรู้ และเล่าเรื่องราวผ่านศิลปะ เปลี่ยนแผลให้กลายเป็นรอยยิ้ม</p>



<p>ศิลปะ คือเครื่องมือเยียวยาหัวใจ แต่สำหรับศิลปินคนนี้ ศิลปะ คือ ‘เพื่อนคนหนึ่ง’ ที่ค่อยๆ พาเขากลับมายิ้มได้อีกครั้ง โดยไม่ลืมว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเสียใจแค่ไหน</p>



<p>ครั้งนี้ a day ได้มีโอกาสพูดคุยกับศิลปินเจ้าของนิทรรศการ ‘Missing You, Less Blue’ ที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่นาน โดยในนิทรรศการเต็มไปด้วยความคิดถึงแบบไม่ทำร้ายใจ และตัวละครชื่อ ‘Blueboo’ ที่หลายคนเห็นแล้วอาจยิ้มออกแบบไม่รู้ตัว ทั้งที่เรื่องราวเบื้องหลังของมันเต็มไปด้วยน้ำตา บทสนทนาที่ว่าด้วยเรื่องความเจ็บปวด และความคิดถึงจะเป็นอย่างไร ชวนไปอ่านพร้อมกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ศิลปะของผม</strong></h3>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เกิดจากความเงียบในบ้านขายของชำ</strong></h3>



<p><strong>อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้คุณชอบศิลปะ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong>ถ้าย้อนไปตอนเด็กๆ ผมว่าศิลปะของผมเริ่มจากดีวีดีการ์ตูนที่พ่อแม่ซื้อให้ดูครับ พ่อกับแม่ทำร้านขายของชำ ไม่มีเวลามาก เขาเลยให้ผมดูการ์ตูนอยู่บ้าน กลายเป็นว่าผมโตมากับภาพ เสียง การเล่าเรื่องของแอนิเมชัน จนผมเริ่มซึมซับศิลปะโดยไม่รู้ตัว</p>



<p>จุดที่ทำให้เริ่มกลับมาสนใจศิลปะจริงจัง คือช่วงโควิด-19 ตอนนั้นอยู่ในช่วงมหาลัยปี 2 ต้องกลับบ้านที่ชัยนาทไปเรียนออนไลน์ ทำให้มีเวลาว่างเยอะขึ้น มองย้อนกลับไปมีสองสิ่งที่ผมชอบทำ คือเล่นเกม และวาดรูป ผมเคยลองแคสต์เกม และวาดรูปลงใน TikTok แต่คนดูผมวาดรูปเยอะกว่า ผมเลยเลิกแข่งเกมมาวาดรูปจริงจัง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181497" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>สิ่งที่เรียนส่งผลต่อการเป็นศิลปินของคุณยังไง</strong></p>



<p>ผมเรียนสาขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา หลายคนอาจคิดว่าไม่เกี่ยวกับศิลปะเลย แต่จริงๆ ที่นี่สอนผมเรื่องกระบวนการคิดมากๆ ทุกสิ่งที่เราจะใส่เข้าไปในผลงานต้องมีเหตุผล ไม่ใช่แค่สวยเฉยๆ ผมเอาหลักคิดนี้มาใช้กับการวาดรูป</p>



<p>เขายังเล่าถึงอาจารย์คนหนึ่งที่มีอิทธิพลกับเขาอย่างมาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์นภดล สังวาลเพ็ชร หรืออาจารย์น็อต</p>



<p>อาจารย์ที่มีอิทธิพลกับผมอย่างมาก คือผู้ช่วยศาสตราจารย์นภดล สังวาลเพ็ชร หรืออาจารย์น็อต เขาจะสอนเรื่องวัสดุที่ใช้กับงานออกแบบได้ แต่สิ่งที่ผมได้จากอาจารย์มากกว่านั้น คือวิธีคิดแบบมีเหตุผลซึ่งมันกลายเป็นแนวคิดหลักในงานของผมทุกวันนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-181498" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-2.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>อย่างศิลปนิพนธ์ของผม คือการทำอาร์ตทอย ซึ่งเป็นการลงมือทำ 90% ตั้งแต่การทำแบบ แม่พิมพ์ และทำสีวัสดุ เป็นผลงานที่ผมภูมิใจมาก เพราะมันเกิดจากการนำศิลปะที่ผมทำมาต่อยอด และสร้างรายได้</p>



<p><strong>เคยสับสนไหมว่าเรากำลังทำอะไรอยู่</strong></p>



<p><strong>“เคยครับ และเป็นบ่อยด้วยตอนเรียน ผมรู้สึกว่าที่เรียนกับสิ่งที่ผมอยากเป็นมันไม่ตรงกัน เราต้องแยกเวลาให้ทั้งหน้าที่ และความชอบให้อยู่ร่วมกันให้ได้ โชคดีที่อาจารย์หลายท่านเข้าใจและสนับสนุนให้ผมได้ค้นหาตัวเอง”</strong></p>



<p>สิ่งที่ช่วยให้เขาผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ คือการทำไปเรื่อยๆ โดยไม่กดดันว่าต้องหาคำตอบให้เจอวันนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181499" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>“แค่เรายังเดินอยู่กับมัน ไม่ละทิ้งมัน เดี๋ยวมันจะพาเราไปเจอคำตอบเองครับ ช่วงแรกๆ ผมไม่ได้เข้าใจสี ทำให้รู้สึกเครียดกับงานมาก เลยเอาเฟรมผ้าใบขนาดเล็กมาระบายความเครียด เขาเรียกว่าเทคนิคสีชอล์กบนผ้าใบ ส่วนงานที่เหลือของผมจะเป็นอะคริลิกหมดเลย”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181501" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>รูปพวกนี้วาดมาจากอะไร</strong></p>



<p>บางชิ้นผมวาดไปเรื่อยๆ แล้วมันดูเหมือนผีเสื้อ ผมเลยตั้งชื่อว่า ‘Butterfly’ อีกอันสีเหมือนท้องฟ้าตอนเย็น เมฆสีชมพูที่ผมชอบ ก็เลยตั้งชื่อว่า ‘Vanilla Sky’ ที่ไม่ได้เห็นทุกวัน พอเห็นแล้วมันเติมพลังให้เราได้ครับ</p>



<p><strong>ใช้เวลานานมั้ยกว่าจะได้เป็นชิ้นงาน</strong></p>



<p>กว่าจะเป็นนิทรรศการนี้ ผมใช้เวลาลงสีก็เกือบ 5 เดือนเลยครับ บางชิ้นที่ผมระบายดินสอวันเดียวก็ได้ บางชิ้นทึบก็สองวัน ภาพใหญ่ก็ประมาณ 4 &#8211; 5 วัน ถือว่าเร็วกว่าช่วงแรกๆ เพราะผมต้องศึกษาเอง บางชิ้นใหญ่ๆ เมื่อก่อนผมทำเป็นเดือนเลย พอเข้าใจวิธีทำก็ลดเวลาไปเยอะ ส่วนนิทรรศการนี้ผมใช้เวลาคิดคอนเซปต์ประมาณสองเดือนครับ”</p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ผมสร้างตัวละครมาจากความรู้สึกและความชอบ</strong></h3>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ตัวละครของผมจึงเป็นสีฟ้า</strong></h3>



<p><strong>Blueboo คือใครกันแน่</strong></p>



<p><strong>ผมเริ่มจากอารมณ์ที่อยากจะวาดสิ่งนี้ ตอนแรกก็คิดแค่ว่าตัวเองชอบสีฟ้า พอศึกษาข้อมูลก็ได้รู้ว่ามันคือสีของความเศร้า ช่วงที่วาดรูป คือช่วงที่เราเสียแมวเราไปทำให้รู้สึกเศร้า ผมเลยระบายความเศร้าไปบนตัวละคร ถึงภาพในหัวจะไม่ได้ชัดมาก แต่พอเริ่มทำแล้วมันจะถูกเติมทีละนิดจากความทรงจำในวัยเด็กจนถึงปัจจุบัน เหมือนมีจิ๊กซอว์มาประกอบรวมกันเป็นภาพๆ หนึ่ง</strong></p>



<p>แต่ก่อนผมจะวาดให้คาแรกเตอร์ไม่มีเพศ แต่หลังๆ มาหน้าตามันก็คล้ายๆ ผมเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วมันก็คือตัวแทนของผมนี่แหละ ตอนนั้นผมไว้ผมทรงรากไทรด้วย ผมก็ใส่ความรู้สึกนั้นไว้ในตัว Blueboo แล้วให้เขาเล่าแทนผม</p>



<p>ถ้าจะให้วิเคราะห์ดีๆ สีฟ้ามันก็เหมือนโดราเอมอนที่ผมชอบดูตอนเด็กๆ&nbsp;</p>



<p>ก้อนเมฆที่หลายสี มันก็เหมือนเมฆดราก้อนบอล&nbsp;</p>



<p>ตอนที่ผมวาดก็ไม่ได้นึกถึงนะ แต่มันเหมือนเป็นเศษของความทรงจำ&nbsp;</p>



<p>ผมยอมรับว่าการ์ตูนที่ดูตอนเด็กมีอิทธิพลกับผมหมดเลยจริงๆ&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>การจากลาที่มาถึงทำหัวใจของผมหายไปกับเขาด้วย</strong></h3>



<p><strong>เหตุการณ์ตอนที่เสียน้องแมวเสียไปมันเกี่ยวกับรูปภาพของคุณยังไง</strong></p>



<p>จะเห็นได้ว่า Blueboo มีรอยแผลกลางหน้าอก เมื่อก่อนเนื้อหน้าอกของเขาจะแหว่งลงไปครับ ผมดีไซน์มาจากตอนที่แมวโดนรถชน มันกะทันหันมาก จนผมรู้สึกเหมือนผมกระเด็นไปกับเขาด้วย ส่วนหนึ่งของตัวผมเลยหายไป เพราะว่าเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181502" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/06.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ส่วนดอกไม้มาจาการที่ผมชอบวาดดอกไม้อยู่แล้ว อาจจะหน้าตาคล้ายลูกโป่ง หรือเยลลี่ ผมพยายามวาดให้ไม่เหมือนคนอื่น พอนึกย้อนกลับไปเวลาที่สัตว์เลี้ยงเราเสียไป ผมจะฝังเขากับดอกไม้ไปด้วย คิดว่าดอกไม้ที่เราฝังไป มันจะงอกขึ้นมาใหม่กลายเป็นจิตวิญญานของเขา พอเห็นดอกไม้แล้วเราก็จะคิดถึงเขา ผลงานของผมเลยจะมีดอกไม้อยู่เยอะ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-181504" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/07.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>พอมีโอกาสมาทำโซโลครั้งนี้เลยอยากเล่าช่วงแรกที่เราเสียเพื่อนไป ผมร้องไห้บ่อยมากเพราะคิดถึงเขา แต่พอเวลาผ่านไปก็นึกกลับไปคิดถึงเขา แต่มันกลับกลายเป็นความสุขในช่วงเวลาหนึ่ง เพราะรักษาตัวเองได้แล้ว กลายเป็นแผลเป็นที่แสดงให้เห็นว่าเวลาผ่านไปแล้วเราก็ดีขึ้นนะ</p>



<p>แต่ความรู้สึกมันก็ยังหลงเหลืออยู่บ้างนะ เวลาที่ผมฟังเพลงก็มีร้องไห้ แต่ไม่ได้ร้องไห้หนักเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ล่าสุดผมพึ่งไปดูสติทช์มาก็ร้องไห้จนเป็นบ้าเลย เอาจริงๆ เมื่อก่อนผมร้องไห้ตลอดเลย แต่ผมไม่อยากให้ตัวการ์ตูนของผมส่งความรู้สึกเศร้าไปให้กับคนที่เห็น อยากให้มันเป็นแค่คอนเซปต์เฉยๆ เวลาคนเห็นงานเราอยากให้คนรู้สึกดีมากกว่า ก็เลยทำให้มันดูน่ารัก น่าแกล้ง”</p>



<p><strong>สัตว์เหล่านี้มีที่มาจากไหนบ้าง</strong></p>



<p>ทุกตัวมาจากสัตว์เลี้ยงที่ผมเคยเลี้ยงกับพ่อแม่ที่ชัยนาทครับ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/08-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-181505" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/08-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/08-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/08-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/08-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/08.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>BIMBIM</strong> เป็นตัวแทนแมวนวดของผม เขาเป็นลูกแมวที่หลงเข้ามาในบ้าน พอผมเห็นว่าเขาหลงมาเลยเอาอาหารไปให้ น้องก็กล้าๆ กลัวๆ แต่พอจับตัวได้น้องก็เอาเท้ามานวดที่ขาของเรา คงหิวมากเลยอ้อนคนสุดๆ ด้วยวัยที่กำลังดื้อซน พลังเหลือล้น เขาวิ่งข้ามถนนจนโดนรถจักรยานยนต์ชนจากไปในทันที ตอนนั้นผมได้แต่กอดเขาไว้ แต่ในใจก็อยากได้เขาคืนกลับมา ผมเลยเอาลักษณะของน้องแมวนวดมาดีไซน์ครับ</p>



<p>ส่วน <strong>BOGBOG</strong> ดีไซน์มาจากหมาปั๊ก สุนัขพันธ์เล็กที่ผมเคยเลี้ยงสองตัว ตัวแรกโดนรถชน อีกสองก็ตามสภาพแก่ตามเวลา</p>



<p>ส่วนตัวสีส้มจะไม่มีชื่อ เหมือนแมวจร มาเล่นด้วยแล้วก็ไป ออกแบบไว้เผื่ออนาคตเผื่อได้ใช้อีก เปลี่ยนสีได้ เขามาเรื่อยๆ แล้วก็จากไปเป็นตัวละครเสริม</p>



<p><strong>งานชิ้นไหนที่เป็นงานชิ้นใหญ่ของคุณ &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ภาพนี้ชื่อว่า ‘My Memories’ เป็น 3 ชิ้นใหญ่ เป็นความทรงจำทั้งหมดตอนที่เราอยู่ด้วยกัน และจากกันโดยสมบูรณ์ ผมอยากให้ภาพมันสดใส แต่ก็ไม่อยากแต่งเติมอะไรเพิ่มอีกแล้ว ผมอยากลองทำภาพชิ้นใหญ่ๆ ดูเพราะผมไม่เคยกล้าทำเลย แต่ตอนนี้ก็สามารถทำได้แล้ว</p>



<p>ความทรงจำที่มีร่วมกันในทุกช่วงเวลา การย้อนกลับไปนึกถึง แม้ระยะแรกจะเจ็บปวด แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความคิดถึงไม่ได้ทำให้มีน้ำตาร่วงหล่นเหมือนที่เคย ความอบอุ่นเข้ามาแทนที่ความรู้สึกนั้นทำให้เรารู้ว่าเรารักกันมากแค่ไหน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/09-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-181506" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/09-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/09-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/09-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/09-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/09-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/09-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/09-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/09.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ผลงานไหนที่คุณชอบที่สุด</strong></p>



<p>ภาพที่ผมชอบที่สุดชื่อว่า ‘Into Trees’ เป็นภาพที่ถือถังสีส้มรดน้ำต้นไม้ เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นไอเดียที่เกิดจากความเศร้า แต่พยายามที่จะค้นหาความสุขอยู่เสมอ เป็นงานที่ผมเศร้าและอยู่กับมาค่อนข้างนาน</p>



<p>พวกเขาจากไปแต่ไม่นานก็งอกเงยเป็นต้นไม้ เปรียบเหมือนความเศร้าที่เกิดขึ้น เวลาจะช่วยเปลี่ยนความเศร้าเป็นความอบอุ่นเมื่อนึกถึง&nbsp;</p>



<p>พอนึกภาพนี้ออก ภาพอื่นๆ เกี่ยวกับพวกเขาและความทรงจำของผม เลยออกผลมาเป็นนิทรรศการนี้ครับ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-181507" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/10-1.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<div class="wp-block-group"><div class="wp-block-group__inner-container is-layout-constrained wp-block-group-is-layout-constrained">
<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ความคิดถึงไม่ได้มีแค่ด้านเศร้า</strong></h3>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>แต่พาเราไปด้านที่อบอุ่นได้ด้วยเหมือนกัน</strong></h3>
</div></div>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/11-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-181508" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/11-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/11-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/11-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/11-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/11-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/11-1.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p><strong>พูดถึงนิทรรศการ Missing You, Less Blue หน่อย</strong></p>



<p>‘Missing You, Less Blue’ ไม่ใช่นิทรรศการที่พูดเรื่องเศร้าเพื่อทำให้คนเศร้าหนักกว่าเดิม แต่มันพาเราไปเห็นอีกด้านหนึ่งของความคิดถึงที่อ่อนโยนขึ้น ถึงแม้นิทรรศการจะถูกจัดผ่านมาแล้ว ทุกงานที่ผมจัดก็อยากให้คนที่มาดูรู้สึกดี แม้จะกำลังนึกถึงใครบางคนที่เคยอยู่ แล้ววันนี้ไม่ได้อยู่แล้วก็ตามอย่างผมรู้สึกดีเวลาได้นึกถึงช่วงเวลาหนึ่งกับสัตว์เลี้ยง มันทำให้ผมนึกถึงสิ่งต่างๆ ที่เคยมีความสุขจากอดีต และหันกลับมาให้ความสำคัญกับช่วงเวลาปัจจุบัน&nbsp;</p>



<p>ความเศร้าในการจากลาระยะแรกมันเจ็บปวดเสมอ แต่เมื่อแผลนั้นได้รับการรักษาโดยระยะเวลา การกลับไปนึกถึงมันไม่ได้ทำให้เราร้องไห้เหมือนที่ผ่านมา แต่มันกลับกลายเป็นรอยยิ้มแทนที่ความรู้สึกนั้นไปแล้วเหมือนกับการอกหักครั้งแรกนั่นแหละ ถึงตอนนั้นผมจะเสียใจแค่ไหน พอเวลาผ่านไปตอนนี้อาจจะเป็นแค่เรื่องตลกก็ได้</p>



<p><strong>ศิลปะสำหรับคุณคือการปลดปล่อยใช่ไหม</strong></p>



<p>ใช่ครับ เวลาเราเจอเรื่องเสียใจมากๆ มันเหมือนเราเก็บมันไว้ในห้องๆ หนึ่งในหัวใจ ซึ่งแน่นอนว่าวันหนึ่งมันจะต้องเต็มแน่ๆ แต่การมีศิลปะมันเหมือนกับการเปิดประตูให้ความรู้สึกเศร้าเหล่านั้นได้ออกมา</p>



<p><strong>ถ้าเห็นใครสักคนร้องไห้หน้าภาพของคุณล่ะ</strong></p>



<p>ผมคงเดินไปบอกว่า&#8230;ดีแล้วครับที่คุณกล้าปล่อยความรู้สึกออกมา เป็นกำลังใจให้ผ่านไปด้วยดีนะ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/12-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-181509" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/12-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/12-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/12-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/12-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/12-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/12-1.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p><strong>สุดท้าย…อยากบอกอะไรกับคนที่ยังอยู่ในความเศร้าไหม</strong></p>



<p>ผมเชื่อว่าความรู้สึกทุกแบบอยู่ร่วมกันได้ในตัวคนๆ เดียว เราไม่ต้องเลือกจะสุข หรือเศร้าอย่างเดียว เพราะชีวิตจริงมันซับซ้อนกว่านั้น ความเจ็บปวดมันทำให้ผมเติบโตขึ้น และความคิดถึงมันจึงเป็นผลลัพธ์ของความเจ็บปวดมากกว่า</p>



<p>Blueboo ถึงจะเศร้า แต่เขาก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย และผมอยากให้คนที่ดูงานของผม…รู้สึกแบบเดียวกันนะ</p>



<p>สำหรับเรามองว่า Missing You, Less Blue ไม่ใช่นิทรรศการที่พูดเรื่องเศร้าเพื่อทำให้คนเศร้าหนักกว่าเดิม แต่มันพาเราไปเห็นอีกด้านหนึ่งของความคิดถึงที่อ่อนโยนขึ้น นิทรรศการนี้ต้องการสื่อว่าทุกคนมีวิธีกำจัดความเศร้าที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่สำคัญ คือ ‘ต้องใช้เวลา’</p>



<p>ศิลปินไม่ได้สร้างศิลปะเพื่อหนีจากความเจ็บปวด<br>แต่สร้างเพื่อ “อยู่กับมันให้ได้” โดยไม่เจ็บปวดเหมือนเดิมอีกต่อไป สำหรับเขาศิลปะไม่ได้พาเขา ‘ลืม’ ความเศร้า แต่ช่วยให้เขา ‘อยู่กับมัน’ อย่างเข้าใจมากขึ้น</p>



<p>หากคุณยังคิดถึงใครบางคนอยู่<br>หรือยังร้องไห้เงียบๆ เวลานึกถึงเขา<br>อย่าเพิ่งคิดว่ามันผิดปกติ</p>



<p>เพราะบางที&#8230;ความคิดถึงก็ไม่จำเป็นต้องหายไป<br>แค่มันอ่อนโยนลงเหมือนสีฟ้าของ <strong>Blueboo</strong> นั่นแหละ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/blueboo-nicejoy-art/">‘Blueboo’ เด็กชายตัวฟ้าสีเศร้าในโลกสมมุติ เมื่อน้องแมวจากไป โลกทั้งใบจึงกลายเป็นงานศิลปะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
