<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พงศธร พงษ์พิพัฒน์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/pongtorn-pongpipat/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 22 Oct 2021 08:00:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Ting Chu สตูดิโอเซรามิกของ ‘ถิง ชู’ ศิลปินที่อยากให้ทุกคนที่มาเป็นตัวเองเต็มที่ในบ้านของเธอ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/tingchustudio/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Jun 2021 13:49:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Studio Visit]]></category>
		<category><![CDATA[เซรามิก]]></category>
		<category><![CDATA[ting chu studio]]></category>
		<category><![CDATA[studiovisit]]></category>
		<category><![CDATA[สอนปั้นเซรามิก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=135739</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาจเพราะเรานัดกันช่วงบ่ายกลางสัปดาห์ บรรยากาศโดยรอบบ้านของ ถิง ชู จึงเงียบสงบเป็นพิเศษ&#160; ศิลปินที่รับบทครูสอนศิลปะอย่างเธอง่วนเก็บอุปกรณ์ปั้นจากคลาสเรียนก่อนหน้าให้โต๊ะที่ชานหลังบ้านกลับมาสะอาดเรียบร้อยอีกครั้ง ปล่อยให้เราเดินชมบ้านตามสบาย โดยมีสุนัขแสนซนของเธอทั้งสองตัวคอยนำทาง&#160; ในบ้านไม้หลังนี้ นอกจากห้องที่ถูกจัดแบ่งเป็นพื้นที่ทำงานศิลปะ ส่วนจัดแสดงผลงาน และชิ้นงานปั้นที่ตั้งโชว์เป็นแนวยาวบอกให้รู้ว่าเจ้าของบ้านทำอาชีพและมีความชอบความสนใจในอะไร ก็แทบจะไร้ของตกแต่งอื่นๆ เธอคือศิลปินที่แม้จะไม่ได้เรียนศิลปะมาโดยตรงแต่ก็ฝึกฝนทำงานศิลปะต่างๆ ด้วยตัวเองมาตั้งแต่เด็ก ก่อนความพยายามที่ว่าจะเริ่มออกผล ได้เริ่มต้นเส้นทางศิลปะอย่างจริงจังด้วยการเป็นนักวาดภาพประกอบให้กับหนังสือของอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ และค่อยๆ เก็บประสบการณ์จนไปเรียนรู้เทคนิคการปั้นจากเพื่อนอย่าง เจิน–กฤชนันท์ ศรีระกิจ ด้วยการดูแลสตูดิโอเซรามิก Slow Hands ด้วยกัน หลังอยู่เชียงใหม่จนเคยชิน การเดินทางครั้งใหม่ของเธอเริ่มต้นอีกครั้งด้วยการเปิดสตูดิโอปั้นเซรามิกใจกลางชุมชนย่านบางขุนนนท์ ที่เธอให้เหตุผลการย้ายที่อยู่ครั้งนี้เอาไว้ว่า ‘ถึงเวลาเป็นผู้ใหญ่’ และเรากำลังอยู่ในบ้านและสตูดิโอของศิลปินที่บอกเราว่าทั้งชีวิตนี้ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งกับที่ไหนเลย 1. ถิง ชู เป็นคนไต้หวัน พ่อและแม่ของเธอย้ายมาทำงานที่ประเทศไทยตั้งแต่ตอนเธอยังเด็ก เรื่องราวเท่าที่จำความได้ทั้งหมดจึงเริ่มต้นที่ประเทศไทย&#160; หนึ่งในความทรงจำเหล่านั้น เธอจำได้ดีมาตลอดว่าศิลปะคือความชอบที่แยกออกจากกันไม่ขาด ในช่วงวัยที่อยากหากิจกรรมทำร่วมกับพี่สาว การวาดภาพคือกิจกรรมไม่กี่อย่างที่พี่สาวซึ่งโตกว่าจะลงมาร่วมเล่นด้วย หรือในคราวที่ต้องย้ายโรงเรียนบ่อยครั้งจนทำให้รู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่งกับสภาพแวดล้อมและเพื่อนฝูง เธอก็ผ่านพ้นมาได้โดยใช้การวาดรูปเป็นเครื่องมือหลบหนีจากความเปลี่ยวเหงา&#160; แม้เครื่องมือที่ว่านี้จะถูกคนเป็นพ่อแม่กีดกันแค่ไหนก็ตาม แต่เธอก็ยังลักลอบคบค้ากับความชอบที่ชื่อศิลปะอยู่เสมอ “พ่อแม่เห็นศิลปะและการวาดรูปเป็นกิจกรรมที่ไร้สาระ เขาไม่ได้คิดอย่างคนยุคนี้ที่คิดว่ามันเป็นอาชีพได้ ไม่ได้มองในเชิงจิตวิทยาว่ามันจะส่งเสริมด้านต่างๆ เขาไม่มีกระบวนทัศน์นั้น ไม่ให้คุณค่า หลายครั้งเขาเอารูปวาดของเราไปเผาด้วยซ้ำ” ถิงอธิบายความคิดของพ่อแม่ในตอนนั้น แม้วิธีปฏิบัติอาจฟังดูรุนแรงแต่เธอไม่ได้เก็บมาท้อหรือน้อยใจนัก ตรงกันข้าม เธอกลับยิ่งอยากเอาชนะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tingchustudio/">Ting Chu สตูดิโอเซรามิกของ ‘ถิง ชู’ ศิลปินที่อยากให้ทุกคนที่มาเป็นตัวเองเต็มที่ในบ้านของเธอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อาจเพราะเรานัดกันช่วงบ่ายกลางสัปดาห์ บรรยากาศโดยรอบบ้านของ ถิง ชู จึงเงียบสงบเป็นพิเศษ&nbsp;</p>



<p>ศิลปินที่รับบทครูสอนศิลปะอย่างเธอง่วนเก็บอุปกรณ์ปั้นจากคลาสเรียนก่อนหน้าให้โต๊ะที่ชานหลังบ้านกลับมาสะอาดเรียบร้อยอีกครั้ง ปล่อยให้เราเดินชมบ้านตามสบาย โดยมีสุนัขแสนซนของเธอทั้งสองตัวคอยนำทาง&nbsp;</p>



<p>ในบ้านไม้หลังนี้ นอกจากห้องที่ถูกจัดแบ่งเป็นพื้นที่ทำงานศิลปะ ส่วนจัดแสดงผลงาน และชิ้นงานปั้นที่ตั้งโชว์เป็นแนวยาวบอกให้รู้ว่าเจ้าของบ้านทำอาชีพและมีความชอบความสนใจในอะไร ก็แทบจะไร้ของตกแต่งอื่นๆ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_54-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-135811" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_54-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_54-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_54-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_54-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_54-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_54-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_54-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_54.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_17-1024x683.jpg" alt="ting chu" class="wp-image-135774" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_17.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เธอคือศิลปินที่แม้จะไม่ได้เรียนศิลปะมาโดยตรงแต่ก็ฝึกฝนทำงานศิลปะต่างๆ ด้วยตัวเองมาตั้งแต่เด็ก ก่อนความพยายามที่ว่าจะเริ่มออกผล ได้เริ่มต้นเส้นทางศิลปะอย่างจริงจังด้วยการเป็นนักวาดภาพประกอบให้กับหนังสือของอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ และค่อยๆ เก็บประสบการณ์จนไปเรียนรู้เทคนิคการปั้นจากเพื่อนอย่าง เจิน–กฤชนันท์ ศรีระกิจ ด้วยการดูแลสตูดิโอเซรามิก Slow Hands ด้วยกัน</p>



<p>หลังอยู่เชียงใหม่จนเคยชิน การเดินทางครั้งใหม่ของเธอเริ่มต้นอีกครั้งด้วยการเปิดสตูดิโอปั้นเซรามิกใจกลางชุมชนย่านบางขุนนนท์ ที่เธอให้เหตุผลการย้ายที่อยู่ครั้งนี้เอาไว้ว่า ‘ถึงเวลาเป็นผู้ใหญ่’</p>



<p>และเรากำลังอยู่ในบ้านและสตูดิโอของศิลปินที่บอกเราว่าทั้งชีวิตนี้ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งกับที่ไหนเลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_51-1024x683.jpg" alt="ting chu" class="wp-image-135808" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_51-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_51-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_51-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_51-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_51-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_51-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_51-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_51.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1.</strong></h3>



<p><a href="https://www.facebook.com/ChuBingTing">ถิง ชู</a> เป็นคนไต้หวัน</p>



<p>พ่อและแม่ของเธอย้ายมาทำงานที่ประเทศไทยตั้งแต่ตอนเธอยังเด็ก เรื่องราวเท่าที่จำความได้ทั้งหมดจึงเริ่มต้นที่ประเทศไทย&nbsp;</p>



<p>หนึ่งในความทรงจำเหล่านั้น เธอจำได้ดีมาตลอดว่าศิลปะคือความชอบที่แยกออกจากกันไม่ขาด ในช่วงวัยที่อยากหากิจกรรมทำร่วมกับพี่สาว การวาดภาพคือกิจกรรมไม่กี่อย่างที่พี่สาวซึ่งโตกว่าจะลงมาร่วมเล่นด้วย หรือในคราวที่ต้องย้ายโรงเรียนบ่อยครั้งจนทำให้รู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่งกับสภาพแวดล้อมและเพื่อนฝูง เธอก็ผ่านพ้นมาได้โดยใช้การวาดรูปเป็นเครื่องมือหลบหนีจากความเปลี่ยวเหงา&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_43-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-135800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_43-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_43-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_43-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_43-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_43-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_43-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_43-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_43.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แม้เครื่องมือที่ว่านี้จะถูกคนเป็นพ่อแม่กีดกันแค่ไหนก็ตาม แต่เธอก็ยังลักลอบคบค้ากับความชอบที่ชื่อ<a href="https://adaymagazine.com/thasnai/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ศิลปะ</a>อยู่เสมอ</p>



<p>“พ่อแม่เห็นศิลปะและการวาดรูปเป็นกิจกรรมที่ไร้สาระ เขาไม่ได้คิดอย่างคนยุคนี้ที่คิดว่ามันเป็นอาชีพได้ ไม่ได้มองในเชิงจิตวิทยาว่ามันจะส่งเสริมด้านต่างๆ เขาไม่มีกระบวนทัศน์นั้น ไม่ให้คุณค่า หลายครั้งเขาเอารูปวาดของเราไปเผาด้วยซ้ำ” ถิงอธิบายความคิดของพ่อแม่ในตอนนั้น</p>



<p>แม้วิธีปฏิบัติอาจฟังดูรุนแรงแต่เธอไม่ได้เก็บมาท้อหรือน้อยใจนัก ตรงกันข้าม เธอกลับยิ่งอยากเอาชนะ อยากวาดภาพให้เยอะขึ้นไปอีก</p>



<p>“เรารับรู้ว่าเขาคงไม่ส่งเสริม ยิ่งเขาห้ามเรายิ่งทำ ยิ่งเราทำเราก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองฝีมือดีขึ้นเรื่อยๆ การที่เขาห้ามเรามาตลอดและยิ่งห้ามหนักขึ้นในช่วงเลือกเรียนมหาวิทยาลัยมันเลยยิ่งตอกย้ำให้เรารู้ตัวเองชัดเจนว่าเราชอบศิลปะ เราจะไปทางนี้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_47-1024x683.jpg" alt="ting chu" class="wp-image-135804" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_47-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_47-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_47-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_47-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_47-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_47-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_47-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_47.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_46-1024x683.jpg" alt="ting chu" class="wp-image-135803" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_46-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_46-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_46-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_46-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_46-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_46-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_46-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_46.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2.</strong></h3>



<p>แม้สุดท้ายจะไม่ได้เรียนในคณะเกี่ยวกับศิลปะอย่างที่ตั้งใจ แต่เธอก็พาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางศิลปะหลากหลายอย่าง พยายามฝึกฝีมือวาดภาพอยู่ไม่ขาด จนในที่สุดก็ได้แสดงฝีมือในหนังสือของอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ และวาดภาพประกอบให้หนังสืออื่นๆ อยู่หลายเล่ม และได้ทำงานกับอาจารย์คามิน เลิศชัยประเสริฐ ในโปรเจกต์ 31st Century Museum of Contemporary Spirit</p>



<p>นอกจากนี้เธอยังได้เป็นหนึ่งในอาจารย์สอนปั้นร่วมกับเจินที่สตูดิโอ Slow Hands หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่หล่อหลอมให้เธอกลายเป็นศิลปินเซรามิกอย่างในทุกวันนี้ ก่อนจะพาตัวเองมาตั้งรกรากและเริ่มต้นชีวิตการเป็นศิลปินที่จริงจังขึ้นที่ย่านบางขุนนนท์อย่างปัจจุบัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_40-1024x683.jpg" alt="ting chu" class="wp-image-135797" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_40-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_40-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_40-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_40-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_40-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_40-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_40-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_40.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ถิงบอกว่าสาเหตุที่เธอต้องย้ายออกจากเชียงใหม่มาไกลถึงที่นี่เพราะคิดว่าถึงเวลาที่ต้องออกจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเองได้แล้ว&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_38-1024x683.jpg" alt="ting chu" class="wp-image-135795" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_38-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_38-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_38-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_38-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_38-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_38-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_38-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_38.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“มันเกิดจากคำว่า ‘วินัย’ คำเดียวเลย เราคิดว่าถ้าจะใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือเลี้ยงชีพจริงๆ เราต้องฝึกตัวเองให้จริงจังขึ้นกว่านี้</p>



<p>“ต้องเลิกหลอกตัวเองว่าตอนนี้เราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ดีแล้ว แต่พอลงมือทำจริงๆ กลับยังทำไม่ได้ อ่อนด๋อย แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง สร้างพื้นที่ให้ตัวเองได้ฝึกฝนในทุกๆ วัน ทำข้อตกลงกับตัวเองว่าจะเหนื่อยจะอึดอัดแค่ไหนก็ต้องฝึกฝน เพราะถ้าไม่มีวินัยก็ไม่รู้จะหารายได้จากไหนมาจุนเจือตัวเอง”&nbsp;</p>



<p>นั่นเองเป็นเหตุผลที่เมื่อเพื่อนศิลปินอย่าง ตั้ม–วิจักขณ์ พานิช แนะนำให้รู้จักกับบ้านหลังนี้ เธอจึงตัดสินใจทิ้งชีวิตที่เชียงใหม่มาเผชิญหน้ากับความอึดอัดและความลำบากในการฝึกตัวเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_34-1024x683.jpg" alt="ting chu" class="wp-image-135791" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_34-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_34-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_34-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_34-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_34-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_34-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_34-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_34.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ที่ผ่านมาถิงฝึกฝนศิลปะด้วยการลงมือทำ เธอเชื่อในการฝึกทำบ่อยๆ จนกระทั่งกล้ามเนื้อของร่างกายจำได้ เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่เก่งเรื่องอนาโตมีก็หาหนังสืออนาโตมีมาลอกตาม เมื่อเห็นว่าเรื่องการใช้สีน่าสนใจก็หัดเรียนรู้ดูบ้าง เช่นเดียวกับการปั้น กว่าเธอจะได้เริ่มเรียนรู้ทักษะการปั้นอื่นๆ เธอก็ช่วยเจินปั้นช้อนมาเกือบปีจนร่างกายจับจังหวะได้&nbsp;</p>



<p>“เรามีประสบการณ์ตรงที่ว่าถ้าไม่ได้ทำอย่างต่อเนื่องมากพอ ร่างกายเราจะจำวิธีไม่ได้ พอจำไม่ได้ก็ทำงานออกมาไม่ได้สักที เราเลยรู้ว่าถ้าเราฝึกฝนไปอย่างหลวมๆ เราจะเสียเวลา เราเลยต้องยอมจ่ายอะไรบางอย่างไปกับมัน อาจต้องผ่านความอึดอัดสักหน่อย แต่เมื่อผ่านกระบวนการฝึกฝนจนทำได้ มันก็จะเป็นประโยชน์กับเราเองในสักวัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_30-1024x683.jpg" alt="ถิงชู" class="wp-image-135787" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_30-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_30-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_30-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_30-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_30-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_30-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_30.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_32-1024x683.jpg" alt="ting chu สตู" class="wp-image-135789" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_32-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_32-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_32-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_32-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_32-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_32-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_32.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“อีกอย่างคือเรารู้สึกว่าก่อนหน้านี้เรามัวแต่เล่นสนุกทุกวัน ทำตัวเป็นเด็กมหาวิทยาลัยตลอดเวลา จนตอนนี้มันพ้นช่วงวัยที่เราจะเล่นสนุกแล้ว เราถึงวัยที่เพื่อนๆ ครองเรือน วัยที่ควรต้องลงหลักปักฐาน หรือวัยที่ควรต้องทำอะไรบางอย่างคืนสู่สังคมสักที</p>



<p>“เลยคิดว่าถ้าอยากสร้างพื้นที่ที่ทำให้คนรู้สึกเป็นมิตรกับศิลปะ อยากกระจายความเข้าใจเกี่ยวกับศิลปะให้กว้างขวางขึ้น งั้นเราก็ทำเลยสิ เปิดสตูดิโอ จะได้มีปฏิสัมพันธ์กับคน ได้มีพื้นที่ย่อยความรู้หรือกระบวนการในศาสตร์ที่เราสนใจ ถ่ายทอดออกไปให้ทุกคนเข้าใจได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_37-1024x683.jpg" alt="ting chu" class="wp-image-135794" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_37-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_37-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_37-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_37-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_37-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_37-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_37.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3.</strong></h3>



<p>นอกจากจะใช้พื้นที่บ้านหลังนี้เป็นที่อยู่ ที่ทำงาน ถิงยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเปิดเป็นสตูดิโอสอนปั้นและที่จัดแสดงงานศิลปะอย่างที่เห็น</p>



<p>เป็นสตูดิโอสอนปั้นที่ไม่เน้นทฤษฎี หากแต่เปิดเป็นพื้นที่ที่คนจะได้เข้ามาพักใจ</p>



<p>“สำหรับเรางานปั้นต่างจากการวาดภาพตรงที่มันทำงานกับร่างกายเยอะ เราไม่ใช่คนที่มีทักษะสูงมากในเรื่องของการปั้นเพราะเพิ่งเริ่มได้ไม่นานเมื่อเทียบกับหลายๆ คน เพราะฉะนั้นเวลาเราทำงานปั้น เราจะมีท่าทีที่อ่อนน้อมกับตัวเองกว่าการทำงานศิลปะอื่นๆ ที่เราฝึกฝนจนชำนาญ มันเลยทำงานกับระดับภายในได้มากกว่า เพราะเราไม่มีกรอบหรืออีโก้มาบีบตัวเอง”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_21-1024x683.jpg" alt="ting chu ถิง ชู" class="wp-image-135778" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_21-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_21-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_21-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_21-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_21-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_21-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_21.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_26-1024x683.jpg" alt="ting chu" class="wp-image-135783" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_26-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_26-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_26-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_26-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_26-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_26-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_26.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เธอบอกว่างานปั้นมีเมจิกบางอย่าง ตลอดเวลาที่เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของดิน เมื่อดินค่อยๆ แห้ง แตกรอยร้าว เธออาศัยรอยกดรอยนวดเพื่อสมานให้เป็นทรง กระบวนการเหล่านี้ก่อให้คนทำเกิดบทสนทนากับตัวเองภายใน อีกทั้งผลลัพธ์ของงานปั้นก็ออกมาเป็นรูปธรรมมากกว่า ต่างจากงานวาดที่นักวาดมือใหม่ส่วนใหญ่มักตีกรอบตัวเองเอาไว้ด้วยคำว่าไม่เก่งศิลปะ วาดไม่เป็น หรือวาดไม่สวย</p>



<p>“คำพูดนี้มักมาด้วยกัน ทั้งที่จริงๆ แล้วการวาดรูปไม่ได้ทรงหรือไม่ได้ฟอร์มนั้นเป็นเพราะกล้ามเนื้อเรายังไม่ถูกฝึก มันเลยทำให้คนเสียเซลฟ์ได้ง่าย แถมยังอายไม่กล้าโชว์งาน แต่กับงานปั้น แม้ว่ากล้ามเนื้อจะยังไม่ได้ถูกฝึก แต่ยังไงเมื่อทำเสร็จคุณก็จะได้แก้วใบหนึ่งกลับบ้านไป พอเขาทำได้เราก็ยิ่งเพิ่มความมั่นใจและความชอบธรรมให้เขาว่ามันสวย มันดี เขาก็จะยิ่งมีความภูมิใจ มันไม่ต้องใช้เวลาเยอะในการพิสูจน์ฝีมือ เขาเห็นด้วยตาตัวเองว่าเขาได้แก้วที่สามารถเอาไปใช้เอาไปดื่มได้จริงๆ&nbsp;</p>



<p>“งานปั้นจึงเป็นมิตรมากกว่า กับคนที่เชื่อไปแล้วว่าตัวเองไม่มีความสามารถด้านศิลปะเลย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_10-1024x683.jpg" alt="ting chu ถิง ชู" class="wp-image-135767" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4.</strong></h3>



<p>การสอนของถิงไม่ได้เน้นว่าคนที่มาเรียนจะต้องตั้งหน้าตั้งตาปั้นให้ครบชั่วโมงเพื่อที่จบแล้วจะได้รับทักษะการปั้นกลับไปอย่างครบถ้วน หากแต่เธออยากให้สตูดิโอแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่คนจะได้มีเวลาและตระหนักรู้ถึงความรู้สึกของตัวเอง</p>



<p>“เราอยากให้บ้านเราเป็นที่ที่เขามาแล้วสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ วันนี้มีความรู้สึกยังไงก็ยอมรับมัน เพราะเรารู้สึกว่าสังคมปัจจุบันมนุษย์มีความชอบธรรมที่จะอยู่กับตัวเองและยอมรับความรู้สึกของตัวเองน้อยลงทุกวัน มันแทบไม่มีพื้นที่นั้นให้แต่ละคนเลย สมมติวันนี้นั่งอยู่ที่บ้านเฉยๆ ไม่ทำงานก็จะเริ่มรู้สึกแล้วว่าไม่โปรดักทีฟแล้วพานไปต่อว่าตัวเองอีก</p>



<p>“เราเลยอยากให้ที่นี่เป็นที่ที่ทุกคนยอมรับตัวเอง อย่างน้อยตอนปั้นดินเขาจะไม่รู้สึกว่าตัวเองต้องทำงาน ต้องโปรดักทีฟ มาแล้วจะไม่ทำอะไรเลยก็ได้ ไม่เป็นไร หรือถ้าทำแล้วไม่สวยก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องทำให้สวยก็ได้ แค่ได้อยู่กับตัวเองโดยไม่ต้องขอความชอบธรรมจากใคร ไม่ต้องรู้สึกว่าวันนี้ฉันเศร้าแต่ต้องปิดบังไว้แล้วบอกตัวเองว่าต้องทำงานก่อน ห้ามเศร้า ให้งานเสร็จก่อน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_62-683x1024.jpg" alt="ting chu" class="wp-image-135819" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_62-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_62-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_62-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_62-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_62-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_62.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>ความตั้งใจนี้สะท้อนออกมาผ่านทั้งวิธีการสอนไปจนถึงการออกแบบพื้นที่บ้านของเธอ เพื่อสร้างบรรยากาศที่สบายและเรียบง่ายที่สุด ดังนั้นไม่ว่าใครที่ก้าวเข้ามาในอาณาบริเวณของบ้านหลังนี้ก็จะไม่รู้สึกถูกกดดันหรือถูกตัดสินจากใคร ซึ่งเธอเล่าว่าความตั้งใจนี้อาจมาจากพื้นเพของตัวเอง</p>



<p>“เรารู้สึกว่าตัวเองไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งกับทั้งความเป็นไทย ความเป็นจีน หรือความเป็นอะไรสักอย่างเลย มันมีแหละคนที่สบายๆ อยู่ได้ ไปได้ทุกที่ ประหนึ่งที่เหล่านั้นเป็นบ้านของเขาเอง แต่มันก็มีคนอย่างเราอยู่ คนที่รู้สึกว่าไม่เป็นส่วนหนึ่งกับที่ไหนเลย บางสถานที่เข้าไปแล้วเหมือนต้องหดตัวตลอดเวลา หรือสัมผัสได้ถึงความกระจ้อยร่อยของตัวเอง เราจึงอยากสร้างพื้นที่ที่เป็นมิตร พื้นที่ที่เรายังสามารถเป็นตัวเองเมื่ออยู่กับนักเรียนหรือคนที่แวะมาชมงานได้ และพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องเป็นอะไรมากไปกว่าเป็นตัวของตัวเอง”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_29-1024x683.jpg" alt="ting chu จาน" class="wp-image-135786" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_29-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_29-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_29-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_29-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_29-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_29-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_29.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ส่วนหนึ่งที่เธอออกแบบพื้นที่มาแบบนี้ก็เพื่อตัวเอง&nbsp;</p>



<p>เธอบอกว่าเมื่อเห็นนักเรียนนั่งทำงาน มันทำให้เธอรู้สึกกระตือรือร้นอยากจะทำงานบ้าง อยากมีส่วนร่วมกับความรู้สึกสบายใจที่ได้ปั้นได้นวดดินเหมือนกันกับนักเรียน ที่ตรงนี้ยิ่งช่วยเสริมให้เธอเกิดแรงบันดาลใจ มีเรี่ยวแรงที่จะสร้างงานหรือทำนู่นทำนี่ต่อไปได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_3-683x1024.jpg" alt="ถิงชู Ting Chu Studio" class="wp-image-135760" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_3-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_3-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_3-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_3.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5.</strong></h3>



<p>แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยความที่เธออาศัยอยู่ที่เชียงใหม่มาเป็นหลัก 20 ปีตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัย เธอจึงยอมรับว่าการย้ายถิ่นฐานมากรุงเทพฯ ในช่วงกลางปีที่แล้ว นอกจากความตื่นเต้นที่จะได้ทำอะไรใหม่ๆ ก็ยังมีความกังวลเข้ามาผสมอยู่สูง</p>



<p>“เราไม่เคยอยู่กรุงเทพฯ มาก่อน ไม่รู้ว่ากลุ่มคนที่เป็นเป้าหมายที่นี่เขาเป็นยังไง ความต้องการเป็นแบบไหน แล้วดันย้ายมาช่วงโควิด-19 อีก เหมือนมีแต่เจ๊งกับเจ๊ง” ถิงหัวเราะแล้วเล่าต่อว่าตอนนั้นคิดแค่ว่าขอลองไปตายเอาดาบหน้า ถ้าไม่เวิร์กจริงๆ ก็ค่อยถอยกลับไปอยู่เชียงใหม่เหมือนเดิม</p>



<p>“อย่างน้อยเราก็ได้ลอง ได้บอกกับตัวเองว่าครั้งหนึ่งเราเคยลองแล้ว”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-135763" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ดีที่พอย้ายมาแล้วทั้งเพื่อนและชุมชนรอบข้างช่วยเหลือเราไว้เยอะมาก เราตกหลุมรักสองข้างทางที่เราเดินมาก่อนถึงบ้าน รู้สึกว่าชุมชนตรงนี้น่าอยู่ ตลอดทางมีร้านอาหาร ร้านตัดผม ไปรษณีย์ สวนสาธารณะ เราไม่มีทางอยู่ที่นี่ได้หากไร้ชุมชนโดยรอบรองรับ ทั้งชุมชนที่อยู่อาศัย สังคมรอบตัว และคนที่มาเรียน ซึ่งเขาพร้อมแชร์พร้อมพูดว่าเขาต้องการอะไร ทุกคนมีส่วนสำคัญ”</p>



<p>เธอย้อนเล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนที่เธอจะเริ่มทำสตูดิโอกับเจิน เธอเคยคิดว่าสตูดิโอศิลปะแห่งหนึ่งจะสามารถอยู่รอดได้ด้วยชื่อเสียงและความโด่งดัง เหมือนกับที่คนจะแห่ไปกินร้านอาหารดังๆ โดยไม่ได้มีระยะทางมาเป็นตัวตัดสิน แต่พอได้มีส่วนร่วมดูแล Slow Hands เธอจึงคิดได้ว่าชุมชนโดยรอบสำคัญกับการมีอยู่ของสตูดิโอมาก</p>



<p>“ถ้าตอนนั้นไม่มีร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยที่ชื่อเส้น sitive คนที่มาเรียนในสตูดิโอก็คงจะหาข้าวกินยาก หรือถ้าไม่มีพี่ที่ร้านคอยบอกลูกค้าของเขาว่ามีสตูดิโอเราอยู่นะ เราก็คงอยู่ยาก การที่พวกเราช่วยสนับสนุนกันและกันจนบ้านข้างวัดค่อยๆ บูม นิเวศมันเลยค่อยๆ เติบโต เหมือนสวนผักเล็กๆ ที่มีต้นไม้ใบหญ้าช่วยกันโอบอุ้มให้กลายเป็นพื้นที่ที่มันอยู่ได้</p>



<p>“สิ่งนี้ทำให้เราเห็นชัดมากว่าทุกอย่างสัมพันธ์กัน ถ้าเราจะไปได้ดีเราก็ต้องอาศัยผู้อื่น และถ้าหากเขาจะไปได้ดีเขาก็ต้องอาศัยเราด้วย เราเลยต้องทำหน้าที่ของเราให้ดี ทำให้พื้นที่น่าอยู่ ดูแลหน้าบ้านของเราให้ดูดีเหมือนเป็นการเรียกแขก เพราะถ้าไม่มีกระบวนการนี้ก็ไม่มีใครรอด”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_41-1024x683.jpg" alt="ถิง ชู ting chu studio" class="wp-image-135798" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_41-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_41-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_41-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_41-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_41-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_41-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_41-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_41.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_45-1024x683.jpg" alt="ถิง ชู " class="wp-image-135802" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_45-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_45-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_45-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_45-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_45-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_45-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_45-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Ting-Chu-Studio_45.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ความรู้สึกแปลกแยกจากที่ต่างๆ มันยังคงอยู่นั่นแหละ เมื่อก่อนมันเคยเป็นปัญหาสำหรับเรา แต่เดี๋ยวนี้เราไม่มองมันเป็นปัญหาแล้ว ไม่ belong ก็ไม่ belong เรารู้แค่ว่าถ้าเราอยู่ที่นี่เราจะทำอะไรให้กับชุมชน คนอื่น หรือแม้แต่ตัวเองได้บ้าง แม้แค่นิดๆ หน่อยๆ ก็นับ”</p>



<p>เธอจึงหวังว่าบ้านใหม่ที่ย้ายมาอยู่จะสามารถเป็นพื้นที่ที่ก่อให้เกิดความสบายใจกับทั้งตัวเองและคนที่มาเยือนได้ สร้างพื้นที่ที่คนในชุมชนจะสามารถเข้าถึงศิลปะและร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้โดยไม่มีการแบ่งเขาแบ่งเรา และหากเป็นไปได้ เธอหวังว่าสตูดิโอแห่งนี้จะสามารถสร้างความชอบธรรมให้คนที่มารู้สึกมั่นใจที่จะเป็นตัวเองได้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tingchustudio/">Ting Chu สตูดิโอเซรามิกของ ‘ถิง ชู’ ศิลปินที่อยากให้ทุกคนที่มาเป็นตัวเองเต็มที่ในบ้านของเธอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HATCH goodies แบรนด์ข้าวท้องถิ่นที่อยากรักษาภูมิปัญญาข้าวร้อยปีด้วยวิถีออร์แกนิกยั่งยืน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/hatch-goodies/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 May 2021 09:23:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ออร์แกนิก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=132274</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก่อนจะเริ่มต้น เราอยากชวนให้คุณลองเดาในใจเล่นๆ ว่าในอดีตก่อนที่ระบบทุนนิยมจะแทรกซึมเข้ามาเป็นฟันเฟืองหลักของประเทศ ไทยมีพันธุ์ข้าวท้องถิ่นทั้งหมดกี่สายพันธุ์ หลักสิบเหรอ ไม่ใช่ หลักร้อย ก็ไม่ใช่ หลักพัน&#8230;นั่นก็ยังไม่ใช่ เพราะก่อนที่จักรกลอุตสาหกรรมจะหมุนฟันเฟือง ข้าวท้องถิ่นกว่าหมื่นสายพันธุ์ทอดกายอยู่บนผืนนาของประเทศไทยแล้ว น่าเสียดายที่ปัจจุบันพันธุ์ข้าวเหล่านั้นกลับเป็นเพียงภาพอดีต HATCH goodies คือแบรนด์ที่มีสินค้าหลักเป็นข้าวพื้นเมืองที่ปลูกด้วยวิถีออร์แกนิก ฌา–ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ คือผู้ที่คอยขับเคลื่อนแบรนด์ข้าวนี้ เธอลงพื้นที่และหยิบจับข้าวออร์แกนิกพันธุ์ท้องถิ่นมาห่อหุ้มและส่งต่อให้ผู้บริโภคผ่านแพ็กเกจจิ้งแสนใส่ใจผู้บริโภค บนห่อเขียนบรรยายไว้อย่างละเอียดด้วยลายมือว่าข้าวในถุงคือข้าวพันธุ์อะไร มีแหล่งปลูกอยู่ที่ไหน และมีรสสัมผัสยังไง ในแง่ธุรกิจ–นี่คืองานที่ตรงกับแพสชั่นของเธอ แม้ธุรกิจจะไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดดแต่การค่อยๆ เดินไปช้าๆ ก็ตอบโจทย์ชีวิต เพราะในแง่จิตใจ–เธอตอบตัวเองได้ว่าแบรนด์นี้เป็นเหมือนจิ๊กซอว์เล็กๆ ที่จะทำให้พันธุ์ข้าวไทยอันแสนหลากหลายยังคงอยู่ แม้ตัวเลขจะไม่ใช่หลักหมื่นแล้ว แต่อย่างน้อยถ้าไม่ลดลงอีกก็ยังดี ความมุ่งมั่นเรื่องพันธุ์ข้าวของเธอนี่เองที่ทำให้เรานัดสนทนากับฌาในบ่ายวันหนึ่งระหว่างฤดูพักทำนา อะไรที่ทำให้อดีตพนักงานตำแหน่ง brand consultant อย่างเธอเลือกเปลี่ยนมาทำงานนี้ ข้าวมีดีอะไรที่ทำให้เธอหลงใหล และอะไรคือใจความสำคัญของงานที่เธอทำอยู่ ถ้าเปรียบปัจจุบันว่าแบรนด์ของเธอเหมือนข้าวที่กำลังออกรวงสวย&#160; การจะตอบคำถามเหล่านี้ได้เราคงต้องเริ่มจากการกลับไปมองที่ขั้นเตรียมตัวก่อนลงปลูก เตรียมดิน เกษตรกรไม่สามารถปลูกข้าวได้หากปราศจากการเตรียมดินที่ดีบนผืนนา เช่นเดียวกับธุรกิจ ฌาเองก็คงเริ่มต้น HATCH goodies ไม่ได้หากที่ผ่านมาเธอปราศจากสิ่งแวดล้อมที่ฟูมฟัก “เราชอบกินข้าวค่ะ” ฌาเริ่มต้นอธิบาย “จำได้ว่าตอนเด็กๆ เรามีความสุขมากเวลาได้กลิ่นข้าวหอมๆ ตอนหุงเสร็จใหม่ๆ ยิ่งถ้าได้ไข่เจียวร้อนๆ กับน้ำพริกปลาร้าจะยิ่งดีมาก แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้มองว่าจะยึดเป็นอาชีพหรืออะไร เราแค่มีความสุขกับการกิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hatch-goodies/">HATCH goodies แบรนด์ข้าวท้องถิ่นที่อยากรักษาภูมิปัญญาข้าวร้อยปีด้วยวิถีออร์แกนิกยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong></strong>ก่อนจะเริ่มต้น เราอยากชวนให้คุณลองเดาในใจเล่นๆ ว่าในอดีตก่อนที่ระบบทุนนิยมจะแทรกซึมเข้ามาเป็นฟันเฟืองหลักของประเทศ ไทยมีพันธุ์ข้าวท้องถิ่นทั้งหมดกี่สายพันธุ์</p>



<p>หลักสิบเหรอ ไม่ใช่</p>



<p>หลักร้อย ก็ไม่ใช่</p>



<p>หลักพัน&#8230;นั่นก็ยังไม่ใช่</p>



<p>เพราะก่อนที่จักรกลอุตสาหกรรมจะหมุนฟันเฟือง ข้าวท้องถิ่นกว่าหมื่นสายพันธุ์ทอดกายอยู่บนผืนนาของประเทศไทยแล้ว</p>



<p>น่าเสียดายที่ปัจจุบันพันธุ์ข้าวเหล่านั้นกลับเป็นเพียงภาพอดีต</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_29-1024x683.jpg" alt="HATCH goodies" class="wp-image-132280" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_29-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_29-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_29-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_29-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_29-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_29-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_29.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>HATCH goodies</strong> คือแบรนด์ที่มีสินค้าหลักเป็นข้าวพื้นเมืองที่ปลูกด้วยวิถีออร์แกนิก</p>



<p><strong>ฌา–ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์</strong> คือ<a href="https://adaymagazine.com/category/life/work/founder/">ผู้ที่คอยขับเคลื่อนแบรนด์</a>ข้าวนี้ เธอลงพื้นที่และหยิบจับข้าวออร์แกนิกพันธุ์ท้องถิ่นมาห่อหุ้มและส่งต่อให้ผู้บริโภคผ่านแพ็กเกจจิ้งแสนใส่ใจผู้บริโภค บนห่อเขียนบรรยายไว้อย่างละเอียดด้วยลายมือว่าข้าวในถุงคือข้าวพันธุ์อะไร มีแหล่งปลูกอยู่ที่ไหน และมีรสสัมผัสยังไง</p>



<p>ในแง่ธุรกิจ–นี่คืองานที่ตรงกับแพสชั่นของเธอ แม้ธุรกิจจะไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดดแต่การค่อยๆ เดินไปช้าๆ ก็ตอบโจทย์ชีวิต</p>



<p>เพราะในแง่จิตใจ–เธอตอบตัวเองได้ว่าแบรนด์นี้เป็นเหมือนจิ๊กซอว์เล็กๆ ที่จะทำให้พันธุ์ข้าวไทยอันแสนหลากหลายยังคงอยู่ แม้ตัวเลขจะไม่ใช่หลักหมื่นแล้ว แต่อย่างน้อยถ้าไม่ลดลงอีกก็ยังดี</p>



<p>ความมุ่งมั่นเรื่องพันธุ์ข้าวของเธอนี่เองที่ทำให้เรานัดสนทนากับฌาในบ่ายวันหนึ่งระหว่างฤดูพักทำนา</p>



<p>อะไรที่ทำให้อดีตพนักงานตำแหน่ง brand consultant อย่างเธอเลือกเปลี่ยนมาทำงานนี้ ข้าวมีดีอะไรที่ทำให้เธอหลงใหล และอะไรคือใจความสำคัญของงานที่เธอทำอยู่</p>



<p>ถ้าเปรียบปัจจุบันว่าแบรนด์ของเธอเหมือนข้าวที่กำลังออกรวงสวย&nbsp;</p>



<p>การจะตอบคำถามเหล่านี้ได้เราคงต้องเริ่มจากการกลับไปมองที่ขั้นเตรียมตัวก่อนลงปลูก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_7-1024x683.jpg" alt="HATCH goodies" class="wp-image-132281" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>เตรียมดิน</strong></h2>



<p><strong></strong>เกษตรกรไม่สามารถปลูกข้าวได้หากปราศจากการเตรียมดินที่ดีบนผืนนา</p>



<p>เช่นเดียวกับธุรกิจ ฌาเองก็คงเริ่มต้น HATCH goodies ไม่ได้หากที่ผ่านมาเธอปราศจากสิ่งแวดล้อมที่ฟูมฟัก</p>



<p>“เราชอบกินข้าวค่ะ” ฌาเริ่มต้นอธิบาย</p>



<p>“จำได้ว่าตอนเด็กๆ เรามีความสุขมากเวลาได้กลิ่นข้าวหอมๆ ตอนหุงเสร็จใหม่ๆ ยิ่งถ้าได้ไข่เจียวร้อนๆ กับน้ำพริกปลาร้าจะยิ่งดีมาก แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้มองว่าจะยึดเป็นอาชีพหรืออะไร เราแค่มีความสุขกับการกิน ก็แค่นั้น”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_5-683x1024.jpg" alt="HATCH goodies" class="wp-image-132282" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_5-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_5-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_5-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_5-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_5-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_5.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>ว่ากันตามจริง ความชอบของฌาไม่ต่างอะไรจากคนทั่วไปที่มีเมนูโปรดของตัวเอง เพียงแต่เธอชอบกิน ‘ข้าว’ มากกว่า ‘กับข้าว’ เวลากินร้านข้าวแกงแล้วเจอข้าวไม่อร่อย เธอถึงกับคิดบ้างว่า ‘หรือจะเปิดร้านข้าวแกงดี’ แต่สุดท้ายความรู้สึกนั้นก็เป็นแค่ความคิดชั่ววูบที่มักหายไปทันทีเมื่อท้องอิ่ม</p>



<p>กระทั่งวันหนึ่ง ฌาก็ได้เจอกับอีก 2 สิ่งสำคัญ</p>



<p>“เราเรียนบัญชีมาแต่จับพลัดจับผลูได้ทำงานที่บริษัท brand consulting ที่ทำเรื่อง brand strategy โดยเฉพาะ พออยู่ตรงนี้นานๆ แน่นอนว่าความรู้สึกอยากลองทำธุรกิจหรือแบรนด์ของตัวเองก็เกิดขึ้นมา เราเลยเอาความอยากนี้ไปจับกับอีกหนึ่งความชอบ</p>



<p>“ตั้งแต่เด็กแล้วที่เราชอบความเป็นท้องถิ่น เรารู้สึกว่ามันมีเสน่ห์และเป็นเอกลักษณ์ อย่างเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดเราก็ชอบดูพวกผ้าหรืองานศิลปะประจำท้องถิ่นนั้นๆ แต่เมื่อโตขึ้นเราก็ได้พบว่าแท้จริงแล้วคนไทยรู้จักเรื่องเหล่านี้น้อยมากๆ ในแรกเริ่มเราเลยอยากทำแบรนด์ที่ดึงเอาเสน่ห์ออกมาจากหลังม่าน สร้างให้ลูกค้าเกิด demand เพื่อสร้าง supply ให้เกิดขึ้นกับทางฝั่งผู้ผลิต”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_32-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132286" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_32-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_32-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_32-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_32-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_32-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_32-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_32-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_32-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>จากความตั้งใจแบบนี้ ตอนแรกฌาไม่ได้มองว่าจะเอาข้าวมาทำเป็นโปรดักต์ด้วยซ้ำ มันเป็นแค่ความชอบเล็กๆ เธอคิด แต่ในฐานะของแบรนด์เธออยากโฟกัสไปที่ผ้ามากกว่า</p>



<p>แต่แล้วในขั้นตอนของการหาข้อมูล ความเป็นท้องถิ่นก็เรียกร้องให้เธอต้องลงพื้นที่ และนั่นเองที่ทำให้เธอได้เจอกับชุดความรู้ที่เปลี่ยนความตั้งใจของเธอไปอีกทาง</p>



<p>“ตอนลงพื้นที่หาข้อมูลเรื่องผ้า เราได้เจอกับพี่เกษตรกรท่านหนึ่ง เขาเล่าให้เราฟังว่าตอนนี้เขากำลังพัฒนาพันธุ์ข้าวให้เหมาะกับพื้นที่ปลูกของเขา ซึ่งพอได้ฟังพี่เขาอธิบายมันจุดประกายเรามาก ว่าข้าวก็มีแง่มุมภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เราชอบ มีความเป็นออร์แกนิก ยิ่งพอได้ไปหาข้อมูลเพิ่มและได้เจอว่าที่จริงเมืองไทยเคยมีพันธุ์ข้าวกว่าหมื่นพันธุ์ที่ตอนนี้หายไปเพราะระบบทุนซึ่งทำให้คนกินข้าวอยู่ไม่กี่พันธุ์ เราเลยเริ่มหันเหธุรกิจ จากที่โฟกัสเรื่องผ้ามาเป็นเรื่องข้าวแทน</p>



<p>“เรื่องสายพันธ์ุข้าวทำให้เรานึกย้อนถึงความรู้สึกเวลาไปเที่ยวแล้วได้เจอของพื้นเมืองที่เราคิดว่าคนทั่วไปรู้จักน้อย ข้าวก็เป็นแบบนั้น ณ ตอนนั้นเราคิดว่าเราน่าจะสามารถทำให้คนรู้ข้อมูลเรื่องข้าวได้ เราอยากสื่อสารเรื่องนี้ซึ่งไม่ใช่แค่การเล่าแล้วจบ แต่มันรวมถึงหน้าตา การขาย หรือแพ็กเกจจิ้ง ดังนั้นถ้าอยากให้คนรู้ข้อมูลแบบนี้เราเลยทำเป็นแบรนด์ออกมา</p>



<p>“ไอเดียของ HATCH goodies จึงเกิดขึ้น”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_36-1024x683.jpg" alt="HATCH goodies" class="wp-image-132297" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_36-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_36-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_36-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_36-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_36-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_36-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_36-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_36.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ปักดำ</strong></h2>



<p>เมื่อได้พื้นที่ปลูกที่เหมาะสมแล้ว ขั้นตอนต่อไปของการทำนาคือการนำกล้าข้าวมาปักดำเพื่อรอวันงอกงาม</p>



<p>คล้ายกันกับ HATCH goodies เมื่อมีความตั้งใจเป็นพื้นฐาน ฌาก็ต้องเริ่มกระบวนการลงพื้นที่ให้มากที่สุดเพื่อหาข้าวที่เหมาะสมมาส่งต่อให้ผู้บริโภค</p>



<p>“เรื่องสินค้า เราไม่ได้เริ่มโดยมีพันธุ์ข้าวเป็นตัวตั้ง” เธอค่อยๆ อธิบายขั้นตอนกว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์ให้เราฟัง</p>



<p>“เราตั้งต้นจากกลุ่มเกษตรกรท้องถิ่นที่ปลูกข้าวแบบออร์แกนิกที่เชื่อใจได้ เพราะด้วยบริบทของแบรนด์ ยังไงเราก็ไม่ว่างไปคุมนาตลอดเวลาแน่ๆ การเลือกกลุ่มที่ไว้ใจกันจึงสำคัญ วิธีการคือเราลงพื้นที่ไปใช้ชีวิตอยู่กับเขา การอยู่ด้วยกันและการพูดคุยกันจะทำให้เราเข้าใจลึกลงไปว่าทำไมเกษตรกรถึงเลือกปลูกข้าวด้วยวิธีนี้</p>



<p>“เราอยากรู้มายเซตข้างใน ถ้าได้เข้าใจถึงระดับนั้นว่าเขาคิดถึงคนกิน คิดถึงธรรมชาติและระบบนิเวศจริงๆ ไม่ใช่แค่ปลูกเพราะได้ราคา เราจะแน่ใจได้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นคุณจะไม่เปลี่ยนไปใช้เคมีแน่ๆ รวมถึงถ้าตลาดขยายคุณก็พร้อมที่จะส่งต่อภูมิปัญญาเพื่อให้เพื่อนเกษตรกรได้ทำตามวิถีของคุณอย่างยั่งยืนด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_2-1024x683.jpg" alt="HATCH goodies" class="wp-image-132289" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“พอได้เกษตรกร ขั้นตอนต่อไปคือการมองคาแร็กเตอร์ข้าว แน่นอนว่าสิ่งที่จำเป็นต้องมีคือความอร่อย แต่เมื่อความอร่อยในโลกนี้เป็นเรื่องปัจเจก สิ่งที่เราพอทำได้มากที่สุดคือการมองให้ออกว่าความอร่อยแบบไหนที่เหมาะกับลูกค้าทั่วไปโดยที่ตัวข้าวก็ไม่ทิ้งความเป็นเอกลักษณ์ วิธีการที่เราใช้ไม่มีอะไรซับซ้อนมากกว่าการทดลองหุงกินเอง&nbsp;</p>



<p>“เวลาลงพื้นที่ เราจะมีหม้อหุงข้าว 3 หม้อ นั่งหุงทั้งวันเพื่อหาสูตรที่หุงแล้วเหมาะกับข้าวพันธุ์นั้นที่สุด รวมถึงลองหุงแล้วกินกับกับข้าวอื่นๆ เพื่อหาพันธุ์ข้าวที่จะช่วยเสริมความอร่อยด้วย มันเป็นความตื่นเต้นทุกครั้งเวลาลองหุงข้าวใหม่ๆ ว่าเราจะพบความอร่อยแบบไหนที่ซ่อนอยู่</p>



<p>“และเมื่อได้พันธุ์ข้าวที่คิดว่าน่าจะถูกใจผู้บริโภค ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของเราแล้วในการหยิบไปส่งต่อ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_37-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132305" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_37-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_37-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_37-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_37-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_37-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_37-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_37.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แน่นอนว่านอกจากเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ฌาพิถีพิถัน แพ็กเกจจิ้งก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เธอใส่ใจ</p>



<p>ปัจจุบัน&nbsp;HATCH goodies มีแพ็กเกจ 2 แบบ คือแบบกระปุกที่เก็บข้าวได้ระยะยาว สำหรับคนที่นานๆ จะหุงข้าวกินเองสักที กับแบบถุงสุญญากาศสำหรับลูกค้าที่หุงข้าวทานเองบ่อยๆ แต่ไม่ว่าจะซื้อแบบไหน สิ่งที่หีบห่อทั้งสองแบบมีเหมือนกันคือข้อมูลบนแพ็กเกจจิ้งและโบรชัวร์ที่ระบุข้อมูลของข้าวในถุงอย่างละเอียดแบบที่ไม่เคยมีแบรนด์ข้าวไหนทำมาก่อน เพราะความตั้งใจตั้งต้นที่อยากสื่อสารเรื่องความหลากหลายของข้าวให้คนทั่วไปได้รู้</p>



<p>ยกตัวอย่างเช่น บนถุงข้าวพันธุ์ปะกาอำปึล มีคำอธิบายเพิ่มเติมว่านี่เป็นข้าวที่ปลูกที่จังหวัดสุรินทร์ มีคาแร็กเตอร์ ‘กรอบนอกนุ่มในแบบพอดี หอมอร่อยคล้ายข้าวโพดต้ม’ รวมถึงมีโบรชัวร์อธิบายความรู้เกี่ยวกับข้าวและวิธีการหุงข้าวอย่างละเอียดแนบไปให้ ผู้บริโภคจะได้ได้ทั้งความรู้และหุงข้าวได้อร่อยที่สุด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_41-1024x683.jpg" alt="HATCH goodies" class="wp-image-132298" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_41-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_41-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_41-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_41-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_41-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_41-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_41-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_41.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการเอาลูกค้าเป็นตัวตั้ง ลองนึกภาพซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีข้าวให้เลือกเยอะมากๆ ถ้าเราทำแพ็กเกจจิ้งเหมือนคนอื่นเราก็จะกลายเป็นข้าวหนึ่งในอีกหลายกอง ยิ่งเรามีชื่อพันธุ์ข้าวที่คนทั่วไปไม่คุ้น คนก็ยิ่งไม่แน่ใจว่าจะซื้อดีไหม ดังนั้นข้าวของเราจึงต้องถูกห่อหุ้มด้วยคาแร็กเตอร์ และเราก็หวังว่าอย่างน้อยถ้ามันผ่านหูผ่านตาพวกเขา เขาจะได้รู้จักข้าวที่กินอยู่ทุกวันมากขึ้นบ้าง”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_17-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132300" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_17-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_17-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_17-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_17-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_17-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_17-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_17-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_17-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>รักษาระดับน้ำ กำจัดวัชพืช</strong></h2>



<p>“ความยากของการทำแบรนด์นี้คืออะไร” หลังจากที่ฟังฌาเล่าเรื่องความเป็นมาจนจบโดยแทบไม่มีอุปสรรค เราก็หย่อนคำถามให้เธอลองทบทวน</p>



<p>“ยากตั้งแต่ความเป็นข้าวแล้วค่ะ” ฌาตอบไวโดยแทบไม่ต้องคิด</p>



<p>“ด้วยความที่ข้าวเป็นอาหารจานหลัก คนทั่วไปจึงมองข้าวเป็นเรื่องธรรมดา แน่นอนว่าหลายคนก็ตั้งคำถามว่าทำไมต้องซื้อข้าวพันธุ์แปลกๆ ข้าวพื้นเมืองคืออะไร แค่นี้ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าข้าวของเราเรียกร้องความเข้าใจจากคนกินเยอะ ยิ่งเราไม่ใช่แบรนด์ใหญ่ที่มีพลังในการสื่อสาร ความท้าทายหลักจึงเป็นการอธิบายให้คนฟัง</p>



<p>“ส่วนเรื่องราคา คนไทยเราอยู่กับข้าวราคาไม่แพงมา 50-60 ปี อย่างตอนนี้ผู้บริโภคสามารถซื้อข้าวได้ในราคากิโลกรัมละ 40-50 บาท มันเป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝังไปแล้ว ดังนั้นการที่เขาต้องมาซื้อข้าวกิโลกรัมละร้อยกว่าบาทของเรา​ ไม่แปลกที่หลายคนจะไม่คุ้นเคยและรู้สึกว่ามันแพง ซึ่งมันก็ย้อนกลับไปที่เรื่องเดิมว่าเราต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_8-683x1024.jpg" alt="HATCH goodies" class="wp-image-132302" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_8-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_8-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_8-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_8-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_8-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_8.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>คืนวันก่อนที่ข้าวจะออกรวงสวย แทนที่จะใช้ทางลัดอย่างยาฆ่าหญ้าที่ง่ายและเร็วแต่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและอาจตกค้างสู่คนกิน เหล่าเกษตรกรวิถีออร์แกนิกต้องใช้วิธีทางเลือกอย่างการหมั่นดูแลระดับน้ำและลงแรงถอนวัชพืช&nbsp;</p>



<p>ไม่ต่างกับในสถานการณ์นี้ ที่ฌาไม่นำตัวเองลงไปสู้ในสงครามราคา แต่ใช้วิธีทางเลือก (ที่ยากกว่า) คือการค่อยๆ สื่อสารกับลูกค้า เพราะเธอเชื่อว่าสุดท้ายแล้วผลที่ได้มาคือคุณค่าที่เธอยึดถือ</p>



<p>“สมมติคุณซื้อข้าวสารราคา 40 บาท ถ้าตีเป็นราคาข้าวเปลือกจะเท่ากับ 20 บาท เพราะข้าวสาร 1 กิโลกรัมมาจากข้าวเปลือก 2 กิโลกรัม ถ้าหักค่าแพ็กเกจจิ้ง ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เกษตรกรจะได้เงินน้อยมาก แต่นั่นต่างกับกลุ่มเกษตรกรออร์แกนิกที่เราซื้อข้าวอยู่ซึ่งมีราคากลางที่กำหนดไว้แล้วว่าต้องขายเท่าไหร่ถึงจะคุ้มทุนที่เขาลงแรงไปเพื่อรักษาคุณภาพ ดังนั้นเราก็ต้องให้เขา และขายในราคาสูงกว่าตลาด เพื่อให้ระบบเป็น fairtrade นั่นคือเกษตรกรอยู่ได้ ธุรกิจเองก็อยู่ได้ด้วย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_16-683x1024.jpg" alt="HATCH goodies" class="wp-image-132322" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_16-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_16-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_16-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_16-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_16-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_16.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>“ดูเป็นโจทย์ใหญ่อยู่เหมือนกัน อะไรทำให้คุณยังคงทำต่อแม้ยากขนาดนี้” เราถาม</p>



<p>“พอเป็นแบบนี้ แน่นอนว่ามันมีวันที่เหนื่อยอยู่แล้ว หรือหนักเข้าวันที่อยากเลิกทำก็มี” ฌาเว้นนิ่งคิดไปห้วงหนึ่งก่อนเล่าต่อ “แต่เราก็บอกตัวเองว่าค่อยๆ ทำไป ทำเท่าที่ไหว ในเมื่อเราเองก็ไม่ได้ต้องการเงินปรนเปรอมากมายและธุรกิจมันก็พอมีกำไรให้ไปต่อ ดังนั้นก็ทำต่อ เพราะเรามองว่าสิ่งที่ตัวเองทำสามารถเป็นกระบอกเสียงที่บอกให้เกษตรกรยังคงเชื่อในพันธุ์ข้าวท้องถิ่นและวิถีออร์แกนิกต่อไปได้</p>



<p>“ในเมื่อเขาทำมาดีแล้ว มันก็เป็นหน้าที่เราไม่ใช่เหรอที่ต้องรับผิดชอบหน้าที่บอกต่อ ถ้าเราไม่ทำ demand ก็ไม่มี และ supply ก็จะไม่เกิด สุดท้ายพันธุ์ข้าวที่เป็นดั่งภูมิปัญญาก็จะหายไปอีก”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_11-2-1024x683.jpg" alt="HATCH goodies" class="wp-image-132304" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_11-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_11-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_11-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_11-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_11-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_11-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_11-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_11-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>เก็บเกี่ยว</strong></h2>



<p>ปัจจุบัน HATCH goodies ขยายไปไกลกว่าก้าวแรกที่เริ่มต้นด้วยข้าว 3 สายพันธุ์มาก</p>



<p>เพราะด้วยงานที่ต้องลงพื้นที่ ตอนนี้พวกเขาจึงต่อยอดผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นของตัวเองโดยมีทั้งกระเทียม เกลือ ไปจนถึงผ้า ส่วนในแง่ของข้าว ฌายังคงเน้นความเป็นออร์แกนิกและนำเสนอข้าวพื้นเมืองอยู่เหมือนเดิม โดยมีข้าว 5 สายพันธุ์ให้ผู้บริโภคเลือก</p>



<p>พันธุ์ปะกาอำปึลจากสุรินทร์ที่เธอยกตัวอย่างไปตั้งแต่ต้น</p>



<p>พันธุ์เวสสันตระ–เนื้อแน่น หอมมันอร่อย รสชาติกลมกล่อมกำลังดี</p>



<p>พันธุ์ขาวยาว–ร่วนนิดๆ อร่อยแบบไม่ทิ้งความนุ่มและเคี้ยวมัน</p>



<p>พันธุ์ก่ำน้อย–อร่อยแบบหนึบหนับ กรุบกรับ ให้กลิ่นหอมละมุนอ่อนๆ</p>



<p>และพันธุ์หอมดิมเค็ม–นุ่ม เหนียวอร่อย หวาน หอมดอกไม้อ่อนๆ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_30-2-1024x683.jpg" alt="HATCH goodies" class="wp-image-132307" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_30-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_30-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_30-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_30-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_30-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_30-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_30-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/HATCH_30-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>การเดินทางเพื่อให้พันธุ์ข้าวชื่อแปลกเหล่านี้เข้าไปอยู่ในครัวของคนทั่วไปที่ซื้อข้าวจากซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทำไมเธอถึงยังเดินหน้าทำให้คนไทยรู้จักพันธุ์ข้าวอันหลากหลายบนแผ่นดินที่อาศัยอยู่</p>



<p>“ถ้าว่ากันตามจริง การไม่รู้จักพันธุ์ข้าวไม่ใช่ปัญหาอะไร คุณก็ยังกินข้าวได้เหมือนเดิม แต่เราอยากใช้คำว่าน่าเสียดายมากกว่า</p>



<p>“นี่คือความรู้และภูมิปัญญาที่เราว่าเป็นเสน่ห์ ที่สำคัญคือภูมิปัญญาพวกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อวาน แต่มันเกิดขึ้นมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว การที่ข้าวสามารถปลูกได้ในแทบจะทุกระบบนิเวศนั่นก็เพราะเขาผ่านร้อนผ่านหนาว ปรับตัวจนแข็งแรงจนทำให้ข้าวสามารถทนน้ำท่วมได้ ทนความแล้งได้ ปลูกบนภูเขาสูงได้ ปลูกข้างน้ำทะเลก็ได้ หรือบนเดินเค็มก็ได้ เขาสร้างตัวเองมาขนาดนี้ ดังนั้นถ้าวันหนึ่งมันหายไป เราว่ามันน่าเสียดาย&nbsp;</p>



<p>“ถ้าคิดต่อไป การหายไปของพันธุ์ข้าวอาจจะส่งผลไปไกลกว่านั้น เช่น เราจะขาดความแข็งแรงทางสายพันธุ์ที่ส่งผลต่อระบบนิเวศ เราจะขาดความหลากหลายทางชีวภาพจนอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่อย่างเรื่องความมั่นคงทางอาหารตามมา หรือแม้แต่วิถีชีวิตเกษตรกรก็อาจต้องเปลี่ยนแปลง เขาอาจไม่ทำเกษตรแบบยั่งยืนแล้วในเมื่อมันไม่ได้ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต ก็ข้าวเขาไม่มีใครกิน เขาก็ต้องกลับไปใช้เคมีตามเดิม</p>



<p>“ดังนั้นในฐานะคนกิน เราช่วยเรื่องนี้ได้แค่รู้จักและกินข้าวที่หลากหลายนั่นเอง ส่วนหน้าที่ของเราก็คือการส่งต่อเรื่องราวและข้าวเหล่านี้ให้คนกินต่อไป&nbsp;</p>



<p>“ตราบเท่าที่ยังไหวและยังตอบคุณค่าชีวิต”</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก <a href="https://www.facebook.com/hatchgoodies">HATCH goodies</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hatch-goodies/">HATCH goodies แบรนด์ข้าวท้องถิ่นที่อยากรักษาภูมิปัญญาข้าวร้อยปีด้วยวิถีออร์แกนิกยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Curse of the Naga : เมื่อ 2 ผู้กำกับหนังผีไทยไปออกแบบบ้านผีสิงที่สิงคโปร์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/curse-of-the-naga/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[น้ำปาย ไชยฤทธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Oct 2019 14:45:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Draft Till Done]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ]]></category>
		<category><![CDATA[จีดีเอช]]></category>
		<category><![CDATA[จีทีเอช]]></category>
		<category><![CDATA[GDH 559]]></category>
		<category><![CDATA[บอดี้..ศพ#19]]></category>
		<category><![CDATA[gdh]]></category>
		<category><![CDATA[Curse of the Naga]]></category>
		<category><![CDATA[GTH]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านผีสิง]]></category>
		<category><![CDATA[โอ๋ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[กอล์ฟ กัญจน์ ภูริจิตปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[Halloween Horror Nights 2019]]></category>
		<category><![CDATA[Universal Singapore]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=74250</guid>

					<description><![CDATA[<p>ต่อให้ไม่ใช่คนชอบดูหนังผี เราก็เชื่อว่าคุณต้องรู้จักหนังผีไทยของค่าย GTH และ GDH แน่ๆๆ่นนแ่แ่แ น ๆน สาปนาคา ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ, แฝด, บอดี้..ศพ#19, สี่แพร่ง, ห้าแพร่ง และ พี่มาก..พระโขนง คือตัวอย่างเพียงจำนวนหนึ่งของหนังเหล่านั้น นอกจากความหลอนระดับต้องนอนเปิดไฟไปหลายวัน หนังผีจากค่ายนี้ยังมีดีที่พล็อตแปลกใหม่ เนื้อเรื่องน่าติดตาม แถมบางเรื่องยังแฝงประเด็นทางสังคมไว้ให้ขบคิดจนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์อยู่หลายครั้ง หลายเรื่องทำรายได้ทะลุร้อยล้านบาทและประสบความสำเร็จไปถึงต่างประเทศ ทำให้หนังผีไทยเป็นที่ยอมรับไปทั่วเอเชีย เพราะอย่างนี้ เมื่อรู้ว่าสองผู้กำกับหนังผีค่าย GDH อย่าง โอ๋–ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ และ กอล์ฟ–กัญจน์ ภูริจิตปัญญา จับมือกันทำบ้านผีสิง ‘Curse of the Naga’ หรือ ‘สาปนาคา’ สุดอลังการในเทศกาล ‘Halloween Horror Nights ครั้งที่ 9’ ของ Universal Studios Singapore เราจึงไม่รอช้านัดพวกเขามาคุยกันอย่างรวดเร็ว ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ผลงานกำกับของทั้งคู่ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับผีทั้งสิ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/curse-of-the-naga/">Curse of the Naga : เมื่อ 2 ผู้กำกับหนังผีไทยไปออกแบบบ้านผีสิงที่สิงคโปร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อให้ไม่ใช่คนชอบดูหนังผี เราก็เชื่อว่าคุณต้องรู้จักหนังผีไทยของค่าย GTH และ GDH แน่ๆ</span><span style="display: none;">ๆ่นนแ่แ่แ น ๆน สาปนาคา</span></p>



<p><i><span style="font-weight: 400;">ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ, แฝด, บอดี้..ศพ#19, สี่แพร่ง, ห้าแพร่ง </span></i><span style="font-weight: 400;">และ </span><i><span style="font-weight: 400;">พี่มาก..พระโขนง</span></i><span style="font-weight: 400;"> คือตัวอย่างเพียงจำนวนหนึ่งของหนังเหล่านั้น</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากความหลอนระดับต้องนอนเปิดไฟไปหลายวัน หนังผีจากค่ายนี้ยังมีดีที่พล็อตแปลกใหม่ เนื้อเรื่องน่าติดตาม แถมบางเรื่องยังแฝงประเด็นทางสังคมไว้ให้ขบคิดจนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์อยู่หลายครั้ง หลายเรื่องทำรายได้ทะลุร้อยล้านบาทและประสบความสำเร็จไปถึงต่างประเทศ ทำให้หนังผีไทยเป็นที่ยอมรับไปทั่วเอเชีย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เพราะอย่างนี้ เมื่อรู้ว่าสองผู้กำกับหนังผีค่าย GDH อย่าง </span><b>โอ๋–ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>กอล์ฟ–กัญจน์ ภูริจิตปัญญา </b><span style="font-weight: 400;">จับมือกันทำ<a href="https://adaymagazine.com/the-hardest-brief-ep-04/" target="_blank" rel="noopener">บ้านผีสิง</a> ‘Curse of the Naga’ หรือ ‘สาปนาคา’ สุดอลังการในเทศกาล ‘Halloween Horror Nights ครั้งที่ 9’ ของ Universal Studios Singapore เราจึงไม่รอช้านัดพวกเขามาคุยกันอย่างรวดเร็ว</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="450" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-p-5.jpg" alt="สาปนาคา" class="wp-image-74256" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-p-5.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-p-5-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ผลงานกำกับของทั้งคู่ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับผีทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น </span><i><span style="font-weight: 400;">ชัตเตอร์ฯ</span></i><span style="font-weight: 400;"> และ </span><i><span style="font-weight: 400;">แฝด</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของโอ๋ และ </span><i><span style="font-weight: 400;">บอดี้..ศพ#19</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของกอล์ฟ รวมไปถึง </span><i><span style="font-weight: 400;">สี่แพร่ง</span></i><span style="font-weight: 400;"> และ </span><i><span style="font-weight: 400;">ห้าแพร่ง</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่ทั้งคู่ลงมือกำกับกันคนละตอน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">แต่ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้คือ นอกจากหนัง ทั้งคู่ยังเชี่ยวชาญเรื่องบ้านผีสิงด้วย เริ่มจากการช่วยกันดัดแปลง </span><i><span style="font-weight: 400;">ชัตเตอร์ฯ</span></i><span style="font-weight: 400;"> ให้เป็นบ้านผีสิงในงาน Grammy Wonderland เมื่อ 7 ปีก่อน, นำหนังผีไทยของ GTH ไปทำบ้านผีสิงที่เกาะเซนโตซา ประเทศสิงคโปร์ หรือครั้งที่กอล์ฟนำหนังเรื่อง </span><i><span style="font-weight: 400;">ชัตเตอร์ฯ, พี่มาก..พระโขนง</span></i><span style="font-weight: 400;"> และ </span><i><span style="font-weight: 400;">Countdown</span></i><span style="font-weight: 400;"> ไปทำบ้านผีสิงสุดหลอนที่เซี่ยงไฮ้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ถึงจะมีประสบการณ์กับผีมาอย่างโชกโชน แต่โอ๋และกอล์ฟออกปากว่า Curse of the Naga คือบ้านผีสิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พวกเขาเคยสร้าง ตั้งแต่ดีกรีการเป็นบ้านผีสิงหลังใหญ่ที่สุดในเทศกาลปีนี้ การต้องคิดเรื่องราวขึ้นมาใหม่แทนการใช้พลอตหนังผีที่มีอยู่แล้ว ไหนจะได้ร่วมงานกับบริษัทที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่าง Universal Studios อีก</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ใครกลัวผี เราขอสปอยล์ไว้ตรงนี้ว่าไม่ต้องหวาดหวั่นไป เพราะเรื่องราวการสร้างบ้านผีสิงแห่งนี้ไม่ได้ขนหัวลุก แต่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เรื่องสนุกๆ และความฝันของโอ๋และกอล์ฟที่บ่มเพาะมาเกือบสิบปี</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าพร้อมแล้ว เชิญก้าวเข้ามาในบ้านผีสิงของพวกเขาไปพร้อมๆ กัน</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-1.jpg" alt="สาปนาคา" class="wp-image-74260" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เปิดประตูบ้านผีสิง (คโปร์)</strong></h3>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> จริงๆ แล้ว นี่ไม่ใช่โปรเจกต์บ้านผีสิงที่สิงคโปร์ครั้งแรกของเรา เพราะ 6-7 ปีก่อน เราเคยไปทำบ้านผีสิง Spooktacular ที่เกาะเซนโตซา ประเทศสิงคโปร์ โดยแปลงจากหนัง GTH (เช่น <i>เด็กหอ</i>, </span><i><span style="font-weight: 400;">ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ, บอดี้..ศพ#19 </span></i><span style="font-weight: 400;">ฯลฯ) ทำกับเขาอยู่ประมาณ 2-3 ปี&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงนั้น ผมได้รู้จัก Halloween Horror Nights ของสวนสนุก Universal Studios Singapore ซึ่งเขาแปลงสวนสนุกให้กลายเป็นบ้านผีสิงทั้งสวนเลย ไปแล้วผมประทับใจมากเพราะได้เล่นเครื่องเล่นด้วย ได้เล่นบ้านผีสิงด้วย ระหว่างทางในสวนสนุกก็มีของตกแต่งที่ทำให้เรากลัวและตกใจได้ตลอดทาง เช่น เดินๆ อยู่แล้วก็มีผีโผล่มาในความมืด ซึ่งเขาทำสำเร็จ คือเราเป็นผู้กำกับหนังผี เราจะด้านชา ไม่กลัวอะไรง่ายๆ (หัวเราะ) แต่ว่าด้วยจังหวะ ด้วยความตั้งใจของนักแสดง ผมเผลอร้องออกมาเสียงดังหลายหนมาก จนรู้สึกว่างานนี้เป็นต้นแบบของบ้านผีสิง เราเคยคุยกันเล่นๆ เหมือนกันนะว่าอยากทำบ้านผีสิงกับที่นี่ แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-10.jpg" alt="สาปนาคา" class="wp-image-74259" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-12.jpg" alt="สาปนาคา" class="wp-image-74258" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> พอโอ๋มาเล่าให้ฟังว่ามันสนุกมาก หลังจากนั้นเราก็ไปงานนี้ทุกปี บินไปคืนหนึ่งแล้วก็กลับ ซึ่งนอกจากความสนุก สิ่งที่เราชอบคืองานโปรดักชั่น คือเข้าไปแล้วรู้สึกว่าบ้านผีสิงเปิดให้เล่นแค่เดือนเดียว เขาทำกันขนาดนี้เลยเหรอวะ เช่น ปีแรกที่เราไปกับโอ๋ มีบ้านผีสิงชื่อ Adrift ที่มีคอนเซปต์เป็นเรือไททานิกใต้ทะเล เดินเข้าไปห้องแรกก็เข่าอ่อนแล้วว่าเขาทำขนาดนี้เลยเหรอ (หัวเราะ) มันเหมือนเราอยู่ในเรือไททานิกจริงๆ เลย มีหน้าปัด มีเข็มไฮโดรลิก มีน้ำยิงปุ้งปั้งๆ ชาวบ้านเขาจะเดินหลบๆ กลัวๆ กัน พวกผมจะเดินไปเคาะผนังแล้วคุยกันว่า โห เขาทำผนังดีว่ะ (หัวเราะ)</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละปีบ้านผีสิงเขาก็ต่างกันออกไป มีผีอินโดนีเซีย ผีมาเลเซีย เดี๋ยวก็มีผีญี่ปุ่น เราก็คุยกันว่าทำไมไม่มีผีไทยบ้างนะ หนังผีไทยก็ดังในสิงคโปร์ด้วย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">แต่อยู่ดีๆ เมื่อต้นปี Universal Studios Singapore ก็ติดต่อผ่าน GDH มาว่าอยากให้เราไปทำบ้านผีสิง ตอนแรกเขาอยากให้โต้ง (บรรจง ปิสัญธนะกูล) ทำกับโอ๋ เพราะสองคนนี้กำกับ </span><i><span style="font-weight: 400;">ชัตเตอร์ฯ </span></i><span style="font-weight: 400;">ด้วยกัน แล้วพอดีโต้งไม่ว่างก็เลยออกมาเป็นเรากับโอ๋</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> จริงๆ ผมว่าเราก็เป็นคู่ที่ถูกต้องนะ เพราะว่าเราทำบ้านผีสิงด้วยกันมา เริ่มต้นกันมาสองคน ทุกงานที่เกี่ยวกับประสบการณ์ผีๆ เราก็ทำด้วยกันมาตลอด</span></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><b><strong>ออกแบบแปลนบ้านด้วยเรื่องราว</strong></b></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้คู่หูที่ลงตัว โอ๋และกอล์ฟจึงเริ่มลงมือสร้างบ้าน ด้วยกระบวนการที่พวกเขาบอกว่าไม่ต่างอะไรกับการทำหนังใหม่สักเรื่อง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> จริงๆ กระบวนการคิดบ้านผีสิง Curse of the Naga มันยากเหมือนกันนะ เพราะที่ผ่านมาเราทำบ้านผีสิงจากคอนเทนต์คือหนัง คนที่มาเล่นบ้านผีสิงเหล่านั้นเขารู้เรื่องราวเบื้องหลังอยู่แล้ว แต่งานนี้เราต้องสร้างเรื่องราวใหม่ นั่นแปลว่ามันยากกว่าเดิมเยอะ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายมันก็มาจบที่แนวคิดว่าเราทำบ้านผีสิงเหมือนการทำหนังดีกว่า คือทำสคริปต์ วางโครงเรื่องที่น่าสนใจขึ้นมา เพราะจากที่ทำบ้านผีสิงและเล่นบ้านผีสิงมา เราค้นพบว่าบ้านไหนมีธีม มีเรื่องราว เราจะสนุกกับมัน ส่วนบ้านไหนมีแต่ห้องและผีโผล่มาหลอกๆ มันจะได้แค่ความตกใจ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> ตอนแรกเราแยกกันไปคิด เราก็พยายามคิดว่าอะไรคือสถานที่ที่จะรวมความเป็นไทยไว้ได้เยอะๆ ก็เลยคิดถึงพิพิธภัณฑ์ของโบราณ พอเอามาบอกกอล์ฟ กอล์ฟบอกว่า ‘ไม่น่าดีนะ’ (หัวเราะ) ผมเข้าใจเขานะ เพราะความเป็นมิวเซียมมันซับซ้อน แต่บ้านผีสิงมันควรเป็นอะไรที่เรียบง่าย คนเข้าไปแล้วรู้เรื่องได้เลย ก็มาสรุปว่าเรื่องราวจะเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองไทย ซึ่งเป็นเรื่องสากลที่สุดแล้ว</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-7.jpg" alt="สาปนาคา" class="wp-image-74262" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-3.jpg" alt="Curse of the Naga" class="wp-image-74261" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> พอได้เรื่อง เราก็คิดถึงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวว่ามาถึงเมืองไทยแล้วเขาต้องไปที่ไหนกัน เราก็คิดถึงถนนข้าวสาร คิดถึงเรื่องสตรีทฟู้ด เรารู้สึกว่า เฮ้ย เรื่องนี้กำลังมาเลย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> ตอนนั้น เราไปเสิร์ชเจอว่าคนต่างชาติชอบทำอะไรที่ exotic แปลกๆ ประหลาดๆ เช่น กินยาดอง กินเลือดงู มาเมืองไทยแล้วต้องลองของ เรารู้สึกว่าสิ่งนี้มันเจ๋งดีนะ มันเป็นเรื่องที่ที่อื่นไม่ค่อยมี</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> เราทำงานเหมือนเขียนบทภาพยนตร์ คือใส่เรื่องว่าคนเดินเข้าไปแล้วเขาจะรับรู้อะไร แล้วค่อยๆ ไล่กราฟอารมณ์ขึ้นไป อย่างเรื่องนี้เราตีความว่างูที่ถูกจับเอามากรีดเลือดเป็นงูต้องคำสาป พอนักท่องเที่ยวดื่มเลือดงูเข้าไปก็เกิดอาการมึนเมา สลบ ตื่นมาอีกทีไปอยู่ในหมู่บ้านลับแลกลางป่า และต้องผจญภัยในนั้น</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิงงง-4.jpg" alt="Curse of the Naga" class="wp-image-74272" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิงงง-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิงงง-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิงงง-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตกแต่งภายในด้วยรูป รส กลิ่น เสียง และเครื่องเล่นพิเศษ</strong></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้เรื่องราวแล้ว (ซึ่งขออุบไว้เป็นความลับ) สองผู้กำกับจึงส่งพล็อตทั้งหมดให้ทาง Universal ซึ่งเปิดไฟเขียวอย่างรวดเร็ว ขั้นต่อมา พวกเขาจึงบินไปประชุมใหญ่ถึงสิงคโปร์เพื่อตีความตัวอักษรบนหน้ากระดาษให้ออกมาเป็นองค์ประกอบในโลกแห่งความเป็นจริง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> สิ่งที่การทำบ้านผีสิงไม่เหมือนการทำหนังคือการตีความเรื่องออกมาเป็นประสบการณ์จริงๆ อย่างบ้าน Curse of the Naga หรือ สาปนาคา เวลาเดินเข้าไป เราก็ออกแบบให้มีพิธีกรรมดื่มเลือดงูก่อน เป็นน้ำที่มีสีเพื่อให้คนอินจริงๆ หรือที่ในบทเขียนว่านักท่องเที่ยวมึนงงและสลบไป เราก็ต้องออกแบบว่าเครื่องเล่นที่จะทำให้คนรู้สึกมึนงงจะเป็นเครื่องเล่นอะไร ซึ่งเราก็ใช้ประสบการณ์จากที่เคยทำบ้านผีสิงมานั่นแหละเลือกเครื่องเล่นและเอฟเฟกต์ต่างๆ แต่บางอย่าง Universal ก็เสนอกลับมา เช่น เทคนิคโปรเจกชั่นแมปปิ้ง เผอิญเขาไปเห็นผมทำ KAAN Show ที่พัทยาแล้วใช้เทคนิคนั้น เขาก็บอกว่าไอเห็นของยูทำ เอาอันนี้มาได้ไหม เราก็บอกว่าเอาเลยๆ</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิงงง-7.jpg" alt="สาปนาคา" class="wp-image-74274" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิงงง-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิงงง-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิงงง-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> สิ่งที่เราชอบเวลาทำงานคือเขาไม่เคยปฏิเสธเราเวลาเอาไอเดียไปขาย พอเขาคิดหรือดีไซน์อะไรกลับมามันต่อยอดงานออกไปเยอะมาก เหมือนทำงานภาษาเดียวกันแล้วเราต่อยอดกันได้ ก็เลยทำให้การทำงานยิ่งสนุกมาก ที่ผ่านมาบ้านผีสิงที่เราทำเองมันจะมีความ DIY ดิบๆ บ้านๆ นิดหนึ่ง (หัวเราะ) เราต้องเข้าไปทำเอง ลงมือเอง สาดสีเอง ทำฉากเอง แต่พอมีคนระดับมืออาชีพมาซัพพอร์ตมันต่อยอดไปได้ดีขึ้น</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เขาถามถึงขั้นว่างูต้องเป็นประเภทไหน ชนิดไหน หน้าตาเป็นยังไง เขาจะได้ไปเลือกชนิดของผ้า ชนิดของผนัง ว่าหนังงูจะต้องเป็นแบบนี้นะ จับแล้วจะต้องรู้สึกว่าเป็นเกล็ดงู เขาเอามาให้ลองหมดเลย ไม่ทิ้งดีเทลเล็กๆ น้อยๆ</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-27.jpg" alt="" class="wp-image-74267" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-31.jpg" alt="" class="wp-image-74266" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-31.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-31-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> นอกจากเซตติ้ง เราต้องออกแบบอย่างอื่นด้วย ทั้งจุดที่ผีจะโผล่ออกมา ทางเดินหลังบ้านที่เป็นทางเชื่อมให้ผีวิ่งได้ ออกแบบซาวนด์ ซึ่งสำคัญไม่แพ้เซตเลยเพราะบรรยากาศรอบข้างคือสิ่งที่ทำให้คนจินตนาการว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลองคิดว่าเดินเข้าไปแล้วไม่มีเสียง หรือเปิดเพลงจัสติน บีเบอร์ มันก็ไม่ได้ (หัวเราะ)&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> การทำบ้านผีสิงมีความเป็น 3 มิติมากกว่าการทำหนัง เช่น ในโรงหนังไม่มีกลิ่น แต่ในบ้านผีสิงมีกลิ่นธูป มีประสบการณ์เหมือนเราเข้าไปในสถานที่นั้นจริงๆ ซึ่งหนังทำแบบนี้ไม่ได้ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เช่น ผนังจับไปเป็นงู มีกลิ่นธูป มีนักแสดงที่โผล่มาใกล้เราจริงๆ เป็นสิ่งที่ภาพยนตร์ให้เราไม่ได้ขนาดนั้น</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> กลิ่นก็เป็นเรื่องสำคัญ สมัยก่อนเวลาทำบ้านผีสิง กลิ่นยอดฮิตเลยคือพวกกลิ่นแอลกอฮอล์ กลิ่นไฮเตอร์​ สำหรับพวกโรงพยาบาลผี ส่วนตอนออกแบบงานนี้ เขาจะคิดมาว่าห้องนี้กลิ่นจะเป็นแบบนี้นะ เช่น กลิ่นไม้หอม บางทีเราก็จะบอกว่าตรงนี้มีศาลพระภูมิ แน่นอนว่าต้องมีกลิ่นธูป</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าไม่นับเรื่องการดีไซน์ สิ่งที่เราต้องออกแบบยังมีเรื่องความปลอดภัยด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก วัสดุที่เราใช้ แสงเงาที่เราดีไซน์ มันต้องมืดแต่คนเดินต้องมองเห็น อุปกรณ์ก็ห้ามบาดคนนะ ระบบอากาศด้านในต้องทำให้หายใจสะดวก เหมือนการออกแบบบ้านที่เราอยู่ต้องมีการดีไซน์ฟังก์ชั่น บ้านผีสิงก็เหมือนกัน</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-10.jpg" alt="" class="wp-image-74263" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><b>ความเป็นไทยคือหัวใจของบ้าน</b></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่โลดแล่นในวงการบ้านผีสิงมานานอย่างโอ๋และกอล์ฟ และมีเป้าหมายคือการได้ออกแบบบ้านผีสิงให้ Univeresal Studios Singapore การได้โอกาสทำงานครั้งนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากการติดทีมชาติ ที่ต้องพาความเป็นไทยและผีแบบไทยๆ ไปเฉิดฉายในเวทีโลกให้สมศักดิ์ศรี</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> ผมว่าอันนี้มันเป็นงานระดับชาติ (หัวเราะ) เพราะงานมีสเกลใหญ่กว่าบ้านผีสิงทุกๆ บ้านที่เราเคยทำมา การดีไซน์ยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่เราเคยดีไซน์มา ถ้าเป็นฟุตบอลก็เป็นเหมือนทีมชาติไทยที่ได้เข้ามาทำงานที่ Universal</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> เพราะเป็นบ้านผีสิงของไทย มันเหมือนเรายกประเทศไทยย่อมๆ ไปไว้ตรงนั้นเลย ตั้งแต่สตรีทฟู้ด ตลาด เลือดงู ในป่าเราก็ดีไซน์ให้มีหมู่บ้านแบบไทยๆ มีศาลพระภูมิ มีอะไรที่ exotic ที่ฝรั่งเห็นแล้วรู้ว่านี่คือประเทศไทย แต่ก็ปรับบางอย่างให้ดูน่ากลัวขึ้น</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-13.jpg" alt="สาปนาคา" class="wp-image-74269" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-11.jpg" alt="" class="wp-image-74270" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> เราทำการบ้าน จับเกร็ดความน่ากลัวแบบไทยๆ จากหนังมาใช้เหมือนกันนะ เช่น ซาวนด์เอฟเฟกต์ เสียงไม้เดินเอี๊ยดอ๊าดในหนังผีไทย มันไม่มีในบ้านผีที่อื่นเพราะมันเป็นปูนหมด แต่บ้านผีไทยมันเป็นไม้ เสียงหมาหอนแบบไทยๆ เสียงจิ้งหรีด อะไรที่มันเป็นไทย เสียงแวดล้อมแบบไทยๆ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เพลงประกอบก็จะเป็นของไทยล้วนๆ เลย เราแต่งขึ้นมาใหม่หมด บางเพลงก็ดัดแปลงมาจากเพลงสวดโบราณ อย่างเช่นการสวดภาณยักษ์ เราไปนั่งฟังแล้วรู้สึกว่ามันน่ากลัวเหมือนกันนะ เราก็ดัดแปลงฟีลลิ่งของการสวดภาณยักษ์เอามาใช้ในบ้านผีด้วย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ทีม Universal เขาก็จริงจังมากกับการสร้างความเป็นไทย เขามีทริปมาหาพร็อพในเมืองไทยด้วยนะ มาซื้อผ้าแดง ผ้าเขียว กระถางธูป องค์ประกอบไทยๆ ซื้อแล้วเขาก็จะส่งมาเช็กว่าถูกต้องไหม สิ่งนี้คนไทยกลัวหรือเปล่า หรือคนไทยนับถือหรือลบหลู่ไหม เพื่อความถูกต้อง ไม่ให้เกิดความขัดแย้งในแง่วัฒนธรรม และทำให้คนที่เข้าไปรู้สึกว่าเป็นบ้านผีสิงไทยจริงๆ เป็นคนไทยทำ ไม่ใช่คนชาติอื่นทำ ทั้งฉาก เสียง เพลง ทุกอย่างมันไทยจริงๆ เพราะมันมาจากคนไทยคือพวกเรา</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-17.jpg" alt="" class="wp-image-74275" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> ที่สำคัญบางอย่างที่เป็นความเชื่อหรือเราอาจจะไปลบหลู่เราก็ต้องระวังและเอาแค่รากเหง้าความเป็นไทยมาบิดเป็นอย่างอื่น เช่น ชุดนางรำ บางคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นของมีครู เราก็เอาแค่ฟอร์มโจงกระเบนมาดัดแปลง ต่อยอดจากรากเหง้า เพราะถ้าเอาออริจินอลมา เรามั่นใจว่าจะมีบางคนที่ซีเรียส</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> แต่ผมว่าบิดแล้วมันยิ่งกลายเป็นดีนะ เหมือนเราได้คิดของใหม่ คิดสิ่งที่น่าสนใจกว่า ดีกว่าเราไปก๊อปของไทยแบบเป๊ะๆ เพราะเวลาเราทำหนังผี เราจะอิงกับตรรกะ อิงความเป็นไปได้ ความน่ากลัว แต่พอไปอยู่ใน Universal มันเป็นสวนสนุก เราค้นพบว่ามันมีความแฟนตาซี ความเวอร์วังอะไรบางอย่างอยู่ที่ต้องเพิ่มเข้าไป เพราะถ้ามันสมจริงเสียเกินไปผมว่ามันก็อาจจะไม่สนุก มันน่าจะมีอะไรที่เวอร์ๆ หน่อย</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-30.jpg" alt="" class="wp-image-74257" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-30.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-30-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><b>บ้านผีสิงไทยที่ต้อนรับคนทั้งโลก</b></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">ถึงจะเป็นบ้านผีสิงไทย แต่เมื่อไปปรากฏที่ Universal Studios Singapore พวกเขาต้องออกแบบให้คนต่างชาติต่างภาษาเข้าถึงความน่ากลัวแบบไทยๆ ได้ ซึ่งทั้งคู่บอกว่าไม่ใช่เรื่องยาก โดยเฉพาะเมื่อผีไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอยู่แล้ว</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> เวลาเราไปเทศกาลหนังต่างประเทศ เราจะเช็กฟีดแบ็กจากคนดูว่าทำไมเขาถึงรู้สึกเชื่อมโยงกับหนังของเรา ส่วนใหญ่เขาจะบอกว่าความน่ากลัวของผีไทยคือประเทศเราเชื่อเรื่องเวรกรรม ถ้าทำผิดคือเวรกรรมตามมาแน่นอน ถ้าเป็นในมุมเรื่องผี เวลาคุณทำผิดแล้วไม่มีใครรู้ แต่วิญญาณรู้ อย่างวิญญาณผีเมืองนอกมันเป็นซาตาน เป็นเรื่องการบูชายัญ มันไม่ใช่เรื่องมนุษย์ แต่ผีไทยมันคือความเป็นมนุษย์จริงๆ เหมือนเราทำอะไรไม่ดีเราก็ไม่สบายใจกับตัวเองแล้ว ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับคนทั้งโลก</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-14.jpg" alt="" class="wp-image-74493" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-14-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> ผมว่าความน่ากลัวของผีไทยเป็นที่เลื่องลือของคนในภูมิภาคอยู่แล้ว ในเมื่อเราเอาความเป็นผีไทยมาใช้ขนาดนี้คนน่าจะเข้าถึงได้</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> อีกอย่าง บ้านผีสิงหลายที่มันน่ากลัวเกินไป เช่น พวกที่เขาเอาบ้านร้าง หรือโรงพยาบาลร้างมาทำ แต่กับงานนี้ หลังจากที่โอ๋พาไปปีแรกผมก็ไปงานนี้ทุกปี เพราะเรารู้สึกว่ามันพิเศษ หาไม่ได้จากที่ไหน และการเล่นบ้านผีสิงแบบนี้มันต่างจากการเล่นที่อื่น เพราะเราเข้าไปกับเพื่อน เราไปเสพอาร์ต เสพโปรดักชั่นสนุกสนาน และทุกครั้งที่ผีออกมาหลอกเรา หลังการหลอกเราจะหัวเราะทันที เพราะเรารู้ว่าคนที่ออกมาหลอกเรามันก็คนนั่นแหละ พอเราตกใจเราก็จะหัวเราะ นั่นก็แปลว่าถ้าไปกับเพื่อน กับแฟน มันก็สนุกแน่นอน มันจะเป็น scary fun วิ่งออกมาจากบ้านผีแล้วจะหัวเราะแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="450" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-6.jpg" alt="" class="wp-image-74276" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-6.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-6-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></figure></div>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><i>Halloween Horror Nights ครั้งที่ 9 จัดขึ้นที่ Universal Studios Singapore ระหว่างวันที่ 27 กันยายน &#8211; 31 ตุลาคม 2562 (16 คืนเท่านั้น)</i></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/curse-of-the-naga/">Curse of the Naga : เมื่อ 2 ผู้กำกับหนังผีไทยไปออกแบบบ้านผีสิงที่สิงคโปร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Grey Shade แบรนด์ของแต่งบ้านจากคู่เพื่อนซี้ ที่ทรีตลูกค้าเหมือนเป็นเพื่อนสนิท</title>
		<link>https://adaymagazine.com/grey-shade/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Sep 2019 12:10:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[Interior Design]]></category>
		<category><![CDATA[ของตกแต่งบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[grey shade]]></category>
		<category><![CDATA[กระถางต้นไม้]]></category>
		<category><![CDATA[คอนกรีต]]></category>
		<category><![CDATA[มัชฌกานต์ ชุมยวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[กานต์ชนิศ ฤกษ์ชะนะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=73867</guid>

					<description><![CDATA[<p>รูปทรงของกระถางปูนที่มีบันไดจิ๋วให้เดินลงไปนั้นดูสะดุดตาจนเราอดไม่ได้ที่จะเข้าไปสอดส่องอินสตาแกรมที่ชื่อว่า greyshade.th ให้มากขึ้น ก่อนพบว่านี่คือแบรนด์ของตกแต่งบ้านที่ผลิตสินค้าทุกอย่างออกมาด้วยวัสดุประเภท ‘คอนกรีต’ ทั้งกระถางต้นไม้ ที่รองแก้ว เทียน ไปจนถึงแท่นวางสินค้าในร้านชื่อดังอีกหลายแห่ง เพื่อรู้จักกันมากกว่านี้ เราไม่รอช้าแอดไลน์ของร้าน นัดเจ้าของร้านทั้งสองออกมาพูดคุยกันถึงความเป็นมาเป็นไปของแบรนด์นี้ ขอเตือนไว้ก่อนว่าระวังจะตกหลุมรักงานซีเมนต์เหมือนกันกับพวกเขา และแอบอมยิ้มให้กับแพสชั่นอันล้นปรี่ของทั้งคู่เหมือนกับเรา แต่ถ้าแน่ใจแล้วว่ารับมือไหวก็ไม่ต้องทักอินบอกซ์ไปหาใคร ตามไปฟังเขาและเธอเล่าเรื่องราวได้เลย “Grey Shade เกิดจากความชอบของมดแดง” ไอซ์–กานต์ชนิศ ฤกษ์ชะนะ ตอบพร้อมปรายตาไปยัง มดแดง–มัชฌกานต์ ชุมยวงศ์ หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกัน เมื่อเราถามหาจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่คนทั้งคู่ร่วมกันสร้างขึ้น ทั้งคู่เป็นเพื่อนต่างชั้นที่มาผูกพันกันได้ด้วยสายสัมพันธ์ในรั้วมหาวิทยาลัย จากที่เคยร่วมมือช่วยเหลือในการทำงานบ่อยครั้งด้วยแนวทางความชอบที่คล้ายคลึงกัน หลังจากเรียนจบ ผู้เป็นพี่รหัสอย่างมดแดงจึงชักชวนน้องรหัสอย่างไอซ์มาทำงานร่วมกันแบบจริงจังขึ้น นั่นคือการผลิตของตกแต่งบ้านจาก material ที่พวกเขาทั้งสองชื่นชอบอย่างคอนกรีต ภายใต้แบรนด์ที่ชื่อ Grey Shade “จริงๆ เราเริ่มทำ Grey Shade มาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว “เราเป็นคนชอบ material มาก หลงใหลความเป็นธรรมชาติของหิน ดิน ทราย ปูน ถ้าได้เห็นตามผนังจะต้องเข้าไปลูบ เข้าไปคลำ อยากเอามันกลับมาอยู่ที่บ้านด้วย แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะติดข้อจำกัดที่ว่าตอนนั้นอาศัยอยู่ที่หอ เราคงไม่สามารถเอาปูนมาฉาบหรือเทพื้นใหม่ได้ สิ่งที่ทำได้เลยเป็นการหาของชิ้นเล็กๆ มาสะสม มาวางไว้ใกล้ตัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/grey-shade/">Grey Shade แบรนด์ของแต่งบ้านจากคู่เพื่อนซี้ ที่ทรีตลูกค้าเหมือนเป็นเพื่อนสนิท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">รูปทรงของกระถางปูนที่มีบันไดจิ๋วให้เดินลงไปนั้นดูสะดุดตาจนเราอดไม่ได้ที่จะเข้าไปสอดส่องอินสตาแกรมที่ชื่อว่า <a href="https://www.instagram.com/greyshade.th/?hl=th">greyshade.th</a> ให้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนพบว่านี่คือแบรนด์ของตกแต่งบ้านที่ผลิตสินค้าทุกอย่างออกมาด้วยวัสดุประเภท ‘คอนกรีต’ </span><span style="font-weight: 400;">ทั้งกระถางต้นไม้ ที่รองแก้ว เทียน ไปจนถึงแท่นวางสินค้าในร้านชื่อดังอีกหลายแห่ง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-73902 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-25.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-25.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-25-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-25-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อรู้จักกันมากกว่านี้ เราไม่รอช้าแอดไลน์ของร้าน นัดเจ้าของร้านทั้งสองออกมาพูดคุยกันถึงความเป็นมาเป็นไปของแบรนด์นี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขอเตือนไว้ก่อนว่าระวังจะตกหลุมรักงานซีเมนต์เหมือนกันกับพวกเขา และแอบอมยิ้มให้กับแพสชั่นอันล้นปรี่ของทั้งคู่เหมือนกับเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าแน่ใจแล้วว่ารับมือไหวก็ไม่ต้องทักอินบอกซ์ไปหาใคร ตามไปฟังเขาและเธอเล่าเรื่องราวได้เลย</span></p>
<p><b><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-73895 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-18.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-18.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-18-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-73881 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“Grey Shade เกิดจากความชอบของมดแดง” <strong>ไอซ์–กานต์ชนิศ ฤกษ์ชะนะ</strong> ตอบพร้อมปรายตาไปยัง <strong>มดแดง–มัชฌกานต์ ชุมยวงศ์</strong> หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกัน เมื่อเราถามหาจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่คนทั้งคู่ร่วมกันสร้างขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งคู่เป็นเพื่อนต่างชั้นที่มาผูกพันกันได้ด้วยสายสัมพันธ์ในรั้วมหาวิทยาลัย จากที่เคยร่วมมือช่วยเหลือในการทำงานบ่อยครั้งด้วยแนวทางความชอบที่คล้ายคลึงกัน หลังจากเรียนจบ ผู้เป็นพี่รหัสอย่างมดแดงจึงชักชวนน้องรหัสอย่างไอซ์มาทำงานร่วมกันแบบจริงจังขึ้น นั่นคือการผลิตของตกแต่งบ้านจาก material ที่พวกเขาทั้งสองชื่นชอบอย่างคอนกรีต ภายใต้แบรนด์ที่ชื่อ Grey Shade</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-73897 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-20.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-20.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-20-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ เราเริ่มทำ Grey Shade มาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเป็นคนชอบ material มาก หลงใหลความเป็นธรรมชาติของหิน ดิน ทราย ปูน ถ้าได้เห็นตามผนังจะต้องเข้าไปลูบ เข้าไปคลำ อยากเอามันกลับมาอยู่ที่บ้านด้วย แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะติดข้อจำกัดที่ว่าตอนนั้นอาศัยอยู่ที่หอ เราคงไม่สามารถเอาปูนมาฉาบหรือเทพื้นใหม่ได้ สิ่งที่ทำได้เลยเป็นการหาของชิ้นเล็กๆ มาสะสม มาวางไว้ใกล้ตัว ซึ่งสิ่งที่หาไม่ได้เลยคืออะไรที่เกี่ยวกับปูน ขนาดกระถางปูนสำหรับใส่ต้นไม้ซึ่งเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดเท่าที่เราจะคิดได้มันยังไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการเลย มาตรฐานเราสูงมาก อยากให้มันเนี้ยบกว่านี้ พรุนกว่านี้ สัมผัสแล้วได้อารมณ์มากกว่านี้ แต่เราหาไม่ได้ ตอนนั้นก็เลยชวนไอซ์มาลองทำกันขึ้นมาเอง” มดแดงเป็นฝ่ายชี้แจงให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นโดยละเอียด ก่อนพาเราย้อนกลับไปในวันที่เขาทั้งสองคนช่วยกันแบกถุงปูนหนักกว่า 50 กิโลกรัมขึ้นบันได แอบแม่บ้านขึ้นไปทำที่ระเบียงหอพัก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากจะเปรียบที่นั่นเป็นสตูดิโอแห่งแรกของ Grey Shade ก็คงไม่ใช่เรื่องที่เกินไปนัก แม้ความพร้อมด้านอุปกรณ์และความรู้บางอย่างไม่เอื้ออำนวย แต่เขาทั้งคู่ก็ไม่ละความพยายามที่จะสร้างสรรค์ของใช้ที่ตอบโจทย์ความชอบ ความต้องการ ของตัวเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนอยู่แล้ว อย่างเทปกาวและกระดาษ จึงถูกปรับมาต่อเป็นรูปทรงต่างๆ เพื่อทำเป็นโมล กำหนดรูปทรงของกระถาง ก่อนจะเริ่มลองผิดลองถูก ผสมปูนและทดลองทำตามความรู้พื้นฐานที่พอมีติดตัว ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็เกินคาดคิด เพราะนอกจากจะเป็นกระถางต้นไม้ได้จริงแล้ว พวกเขายังลงความเห็นว่ากระถางที่ได้นั้นดูดีกว่าที่วางขายกันทั่วไปด้วยซ้ำ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-73918 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-41.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-41.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-41-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-41-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-73898 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-21.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-21-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทดลองทำไปประมาณ 6 เดือน เราก็ไปได้ที่ในจตุจักร ขนาดเล็กมากเลยนะ แค่ประมาณ 50&#215;50 เซนติเมตรเอง พอขายของหมด จากตอนแรกที่ทำไปโดยไม่ได้คาดหวังอะไร เราเลยรู้สึกว่า เออ มันมีคนที่ตามหาสิ่งนี้อยู่เหมือนเราเลย เขาแค่รอให้เราทำออกมาแค่นั้นเอง ก็เลยเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากทำสิ่งนี้ออกมาเรื่อยๆ จนตัดสินใจออกจากงานประจำ ชวนไอซ์มาเป็นพาร์ตเนอร์กัน” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Grey Shade จึงฟอร์มทีมอย่างเข้มแข็ง พร้อมเข้าสู่ช่วงถัดไป อย่างการขยายไลน์สินค้าและพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยมีไอซ์เป็นคนลงแรงและมีมดแดงเป็นคนคิดฟังก์ชั่นที่ต้องการ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-73909 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-32.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-32.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-32-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนจะเอาไปวางขายจริงมันซีเรียสกว่าเดิมเยอะมาก เพราะเราไม่ได้ใช้เองคนเดียวแล้ว เราต้องเพิ่มคุณภาพ คอยศึกษาว่าควรใช้ปูนแบบไหน ปูนเทพื้น ปูนเทคาน หรือปูนฉาบ ซึ่งสิ่งพวกนี้ในวิชาอินทีเรียร์ที่เราเรียนมา เขาไม่ได้สอนว่าเทปูนแบบไหนจะได้เทกซ์เจอร์ยังไง ทุกอย่างคือการศึกษาเพิ่มเอาเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ดีที่ช่วง 6 เดือนก่อนวางขายจริงเราก็ได้ศึกษามาบ้างแล้ว พอวางขายจริงๆ ก็เหมือนได้ศึกษาต่อจากลูกค้าอีกทีด้วย คอยฟังฟีดแบ็กจากเขา แล้วเอากลับมาคิดว่าทำไมงานของเรามันถึงยังร้าว เพราะมันบางเกินไป รูปทรงมันหนา มันหนักเกินไป มันมีปัญหาอะไร เราผสมไม่ถูกต้องตรงไหนไหม ลองใช้ส่วนผสมอื่น ลองมิกซ์ตัวนู้นตัวนี้เพิ่มเข้ามา เหมือนเป็นการศึกษา พัฒนาตัวเอง คิดค้น แล้วก็ทำออกมาเรื่อยๆ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากที่มีแค่กระถางต้นไม้ ทั้งคู่จึงค่อยๆ ออกแบบและผลิตสิ่งของขึ้นตามความสนใจ จนทุกวันนี้สินค้าของ Grey Shade สามารถแบ่งได้เป็น 3 หมวดใหญ่คือ กระถางต้นไม้ ของใช้ และของตกแต่งบ้าน เช่น เทียนหอม แท่นสำหรับวางของ นาฬิกา ไปจนถึงงานศิลปะเพื่อแขวนตกแต่งห้อง </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-73896 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-19.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-19-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-73890 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากสินค้าหลากหลายประเภทที่ว่าไปแล้ว ผลลัพธ์ของการฝึกฝนยังเห็นได้ชัดเจนจากสีสันที่เริ่มมีเยอะขึ้นมากกว่าสีเทาธรรมชาติของปูน ทั้ง terrazzo ลายหินขัด ลายหินอ่อน ที่เห็นในชิ้นงาน ก็ล้วนเกิดจากวัสดุประเภทคอนกรีตเช่นเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งไอซ์บอกถึงสาเหตุที่ทำของเหล่านี้ขึ้นมาด้วยเหตุผลง่ายๆ ที่ว่า “เพราะอยากมี”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-73916 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-39.jpg" alt="" width="675" height="442" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-39.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-39-300x196.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-39-600x393.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-73913 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-36.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-36.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-36-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-36-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเริ่มรู้สึกว่าการแต่งบ้านของเราไม่ได้มีแค่ต้นไม้อย่างเดียว เราอยากได้สิ่งอื่นด้วย อยากได้โต๊ะ เฟอร์นิเจอร์ แต่เราก็ตัวเล็กๆ ยังทำเองไม่ได้ เลยเริ่มต้นจากของกระจุกกระจิกบนโต๊ะทำงาน อย่างที่ใส่ปากกา มันเป็นฟอร์มง่ายๆ เหมือนกระถางต้นไม้นั่นแหละ แต่เพิ่มฟังก์ชั่นให้มัน เป็นที่ใส่ปากกา ดินสอ เป็นถาดเล็กๆ ไว้วางตัวทับกระดาษ บวกฟังก์ชั่นขึ้นมาเรื่อยๆ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เพราะเราไม่ได้จำกัดสิ่งที่กำลังทำอยู่ด้วย อย่าง phone stand เราก็ถอดแบบมาจากแลนด์สเกป เป็นบ้าน เป็นบันได เพื่อให้เวลาที่เราไม่ได้ใช้งาน ไม่ได้วางโทรศัพท์ มันยังคงเป็นประติมากรรมเล็กๆ อยู่บนโต๊ะ เหมือนได้ตกแต่งบ้านไปด้วยในตัว”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจหลักๆ ในการออกแบบงานของมดแดงและไอซ์จึงเป็นการออกแบบสินค้าให้สามารถนำไปวางในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แล้วทำให้ที่ตรงนั้นคอมพลีตขึ้นมาได้ หรือสามารถใช้ Grey Shade เป็นตัวแทนในการบอกเล่าหรือแสดงความเป็นตัวตนของตัวเองออกมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบปูน แต่เราคิดว่าคนที่เลือกปูนแปลว่านั่นคือความชอบของเขา เราก็อยากทำให้พื้นที่ของเขาโดดเด่น” ไอซ์ว่าไว้อย่างนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-73917 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-40.jpg" alt="" width="675" height="442" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-40.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-40-300x196.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-40-600x393.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากสินค้าหลากประเภทที่พวกเขาต้องศึกษาค้นคว้าวิธีทำกันอยู่บ่อยๆ สินค้าของพวกเขายังกระจายออกไปยังห้างดังหลากหลายห้าง รวมแล้วกว่า 20 แห่งในเวลาเพียงปีครึ่ง จนอดไม่ได้ที่จะถามไถ่ถึงหลักการทำตลาดในรูปแบบของทั้งคู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พวกเราโชคดีด้วยมั้ง” ไอซ์หัวเราะอยู่นานก่อนตอบ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราตื่นเต้นทุกงานนะ ไม่ว่าจะได้วางขายที่ไหน เพราะมันเหมือนได้พัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ และเป็นแรงผลักดันให้เราต้องทำให้คุณภาพมันสูงขึ้น เวลาไปขายที่ไหนก็จะวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของแต่ละที่ก่อนว่ากลุ่มนั้นเขาเน้นเป้าหมายแบบไหน เราควรทำสินค้าอะไรนอกเหนือจากที่มีอยู่แล้วไปวางด้วยไหม เช่น ร้าน Flower Pavilion Sooksiam ที่ไอคอนสยาม เป็นร้านที่ขายของเกี่ยวกับดอกไม้ ต้นไม้ ทั้งหมด เราก็เลือกขายต้นไม้ลงไปพร้อมกับสินค้าด้วย เป็นที่เดียวเลยที่ทำแบบนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนมดแดงก็จะ QC คุณภาพสินค้าหนักมาก ดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ไม่ให้ผ่านสายตาเลย ตอนที่พวกเราทำเลยเหมือนแอบคิดไว้ในใจนั่นแหละว่า ถ้าคุณภาพงานเป็นแบบนี้ เราต้องไปได้ไกล พอมีห้างเข้ามาติดต่อเราจริงๆ ก็รู้สึกว่านี่แหละคือผลสำเร็จที่เราทำ คือการที่เขาเชื่อในสินค้าของเรา” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-73885 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พวกเราใช้ความเฟรนด์ลี่ด้วย พยายามขายเอง พูดคุยเองให้มากที่สุด” หญิงสาวที่นั่งฟังอยู่นานแย้มยิ้ม พยักหน้าเห็นด้วยกับไอซ์ แล้วกล่าวเสริม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นแม่ค้า แต่เราเป็นเพื่อนกับพวกเขา เราเต็มใจที่จะบอก เต็มใจตอบคำถามที่พวกเขาสงสัย จริงๆ ตั้งใจทำเวิร์กช็อปสอนวิธีการทำด้วยซ้ำ แต่ยังไม่สะดวกเรื่องสถานที่ คงเป็นความชอบของเราด้วยมั้งที่อยากแชร์สิ่งที่เราชอบให้คนอื่นรู้จักด้วย เราเลยไม่รู้สึกว่าจะต้องกั๊กอะไร เราขายของไปด้วยความรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำสิ่งนี้ออกมาให้คนได้รู้จักสิ่งที่เราชอบในรูปแบบใหม่ๆ เหมือนเรากำลังพรีเซนต์สิ่งประดิษฐ์บางอย่างที่เราทำขึ้นมาใหม่” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-73888 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/greyshade-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ใช่ มันเป็นเรื่องแปลกเหมือนกันนะ” ไอซ์แทรกขึ้นพร้อมน้ำเสียงตื่นเต้น “งานของเรามันก็มีเท่านี้ แต่สามารถพูดเรื่องเดิมให้ลูกค้าแต่ละคนฟังได้โดยไม่รู้สึกเบื่อเลย เราจะตื่นเต้นกันมาก พอคิดว่าคนนี้เขารู้จักสินค้าเราแล้ว หรือคนนั้นสนใจสินค้าชิ้นนี้ เราภูมิใจทุกครั้งที่ได้บอกเล่าถึงวิธีการทำงานในแต่ละชิ้น หรือแค่ได้ตอบคำถามสั้นๆ อย่างชิ้นนี้ใช้งานยังไง เราก็รู้สึกดีใจที่เขาสนใจสินค้าเราแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ปูนเหมือนเป็นตัวเราไปแล้ว การที่ทุกคนเห็นปูน ก็เหมือนทุกคนได้เห็นเรา เสิร์ชคำว่า Grey Shade เจอตรงไหนก็ยังตื่นเต้นตลอด เวลาเสิร์ชในกูเกิลก็ยังตกใจที่มีโลโก้เรา มีงานของเราขึ้นมา มันว้าวทุกครั้งที่ได้เห็น เหมือนเราเป็นแฟนคลับของ Grey Shade เอง”</span></p>
<p><div id="erdyt-6a2a843e38985" data-id="EkNWc5YjZK4" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-EkNWc5YjZK4-6a2a843e38985" data-vid="EkNWc5YjZK4" data-src="https://www.youtube.com/embed/EkNWc5YjZK4?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/EkNWc5YjZK4/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/grey-shade/">Grey Shade แบรนด์ของแต่งบ้านจากคู่เพื่อนซี้ ที่ทรีตลูกค้าเหมือนเป็นเพื่อนสนิท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Save The Planet Associate : กลุ่มอาสาสมัครที่ขอพิทักษ์ผืนน้ำด้วยการดำน้ำเก็บขยะและตัดอวนใต้ทะเล</title>
		<link>https://adaymagazine.com/save-the-planet-associate/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Sep 2019 08:59:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ดำน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[อาสาสมัคร]]></category>
		<category><![CDATA[Save The Planet Associate]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บขยะและตัดอวน]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บขยะในทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ดำน้ำลึก]]></category>
		<category><![CDATA[SPA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=70278</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข่าวพะยูนมาเรียมที่ตายเพราะมีเศษพลาสติกอุดตันทางเดินอาหาร ภาพเต่าที่ทรมานจากหลอดน้ำติดจมูก คลิปปลาว่ายวนเวียนอยู่ในถุงพลาสติกบนพื้นทะเล และการรายงานสถานการณ์ขยะตามแหล่งน้ำทั่วโลกในระดับที่น่าเป็นห่วง ทั้งหมดนี้คือหลักฐานชั้นดีราวกับกระจกที่สะท้อนถึงความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ ไม่ว่าจะพฤติกรรมทิ้งขยะไม่เป็นที่ ระบบการจัดการขยะที่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการใช้วัสดุย่อยสลายยากในการผลิตสินค้าของทางผู้ประกอบการ แน่นอนว่าทุกภาคส่วนล้วนออกมารณรงค์กันอย่างจริงจังทั้งภาครัฐและเอกชน ทว่าตั้งแต่ฉันเล็กจนโต ขยะก็ไม่มีท่าทีลดลง แถมยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเทรนด์บริโภคนิยมทั้งของใช้ในชีวิตประจำวัน ขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือขยะอาหาร ฯลฯ และที่น่าตกใจคือ ต่อให้คุณทิ้งขยะในบ้านเรือน ไม่กี่เดือนต่อมามันอาจไปโผล่ในอ่าวไทยหรืออันดามันก็เป็นได้ Save The Planet Associate (SPA) คือกลุ่มคนที่มีความสามารถในการดำน้ำลึก และตระหนักถึงความเลวร้ายในท้องทะเลที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ในปีหนึ่งๆ พวกเขาจะรวมตัวกันเพื่อไปดำน้ำตามแหล่งน้ำจังหวัดต่างๆ เพื่อเก็บขยะและตัดอวนจากเรือประมงผิดกฎหมายที่ปกคลุมกอปะการัง ปีนี้นับเป็นปีที่ 9 แล้วที่กลุ่มอนุรักษ์กลุ่มนี้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงที่สังคมยังไม่มีกระแสตื่นตัวเรื่องขยะในทะเลจนกระทั่งตอนนี้ที่กลายเป็นวาระระดับโลก เหน่ง–สมบัติ ปัญจทรัพย์สิน หนึ่งในสมาชิกผู้อยู่กับ SPA มาตั้งแต่ช่วงก่อตั้งบอกกับฉันว่า “ถ้าเขาไม่ทำ ก็ไม่รู้ใครจะทำ” แล้วทำไมเขาต้องทำ ทำไมยอมเสียเงินหลักหมื่นหลักแสนเพื่อไปดำน้ำทำงานแสนเหน็ดเหนื่อย แทนที่จะเอาเวลานั้นไปดำน้ำชมความสวยงามของท้องทะเล ฉันอยากชวนทุกคนมาหาคำตอบและรับรู้ถึงปัญหาใต้ท้องทะเลไปพร้อมๆ กัน &#160; ใช้ความสามารถพิเศษเพื่อทำสิ่งพิเศษ ย้อนไปเมื่อปี 2010 SPA เคยอยู่กับกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง ก่อนแยกตัวมาตั้งกลุ่มของตัวเองโดยมุ่งเน้นการดูแลอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใต้น้ำเป็นหลัก ซึ่งการแยกย่อยเป็นหลายกลุ่มนี้ก็ถือเป็นการกระจายพลังในการอนุรักษ์ให้มีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ไม่ใช่แค่การเก็บขยะบนบก ปลูกป่าบนบก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/save-the-planet-associate/">Save The Planet Associate : กลุ่มอาสาสมัครที่ขอพิทักษ์ผืนน้ำด้วยการดำน้ำเก็บขยะและตัดอวนใต้ทะเล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ข่าวพะยูนมาเรียมที่ตายเพราะมีเศษพลาสติกอุดตันทางเดินอาหาร ภาพเต่าที่ทรมานจากหลอดน้ำติดจมูก คลิปปลาว่ายวนเวียนอยู่ในถุงพลาสติกบนพื้นทะเล และการรายงานสถานการณ์ขยะตามแหล่งน้ำทั่วโลกในระดับที่น่าเป็นห่วง</p>
<p>ทั้งหมดนี้คือหลักฐานชั้นดีราวกับกระจกที่สะท้อนถึงความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ ไม่ว่าจะพฤติกรรมทิ้งขยะไม่เป็นที่ ระบบการจัดการขยะที่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการใช้วัสดุย่อยสลายยากในการผลิตสินค้าของทางผู้ประกอบการ</p>
<p>แน่นอนว่าทุกภาคส่วนล้วนออกมารณรงค์กันอย่างจริงจังทั้งภาครัฐและเอกชน ทว่าตั้งแต่ฉันเล็กจนโต ขยะก็ไม่มีท่าทีลดลง แถมยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเทรนด์บริโภคนิยมทั้งของใช้ในชีวิตประจำวัน ขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือขยะอาหาร ฯลฯ และที่น่าตกใจคือ ต่อให้คุณทิ้งขยะในบ้านเรือน ไม่กี่เดือนต่อมามันอาจไปโผล่ในอ่าวไทยหรืออันดามันก็เป็นได้</p>
<p>Save The Planet Associate (SPA) คือกลุ่มคนที่มีความสามารถในการดำน้ำลึก และตระหนักถึงความเลวร้ายในท้องทะเลที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ในปีหนึ่งๆ พวกเขาจะรวมตัวกันเพื่อไปดำน้ำตามแหล่งน้ำจังหวัดต่างๆ เพื่อเก็บขยะและตัดอวนจากเรือประมงผิดกฎหมายที่ปกคลุมกอปะการัง</p>
<p>ปีนี้นับเป็นปีที่ 9 แล้วที่กลุ่มอนุรักษ์กลุ่มนี้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงที่สังคมยังไม่มีกระแสตื่นตัวเรื่องขยะในทะเลจนกระทั่งตอนนี้ที่กลายเป็นวาระระดับโลก</p>
<p><strong>เหน่ง–สมบัติ ปัญจทรัพย์สิน</strong> หนึ่งในสมาชิกผู้อยู่กับ SPA มาตั้งแต่ช่วงก่อตั้งบอกกับฉันว่า “ถ้าเขาไม่ทำ ก็ไม่รู้ใครจะทำ”</p>
<p>แล้วทำไมเขาต้องทำ ทำไมยอมเสียเงินหลักหมื่นหลักแสนเพื่อไปดำน้ำทำงานแสนเหน็ดเหนื่อย แทนที่จะเอาเวลานั้นไปดำน้ำชมความสวยงามของท้องทะเล</p>
<p>ฉันอยากชวนทุกคนมาหาคำตอบและรับรู้ถึงปัญหาใต้ท้องทะเลไปพร้อมๆ กัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-72652 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/save-the-planet-10-1.jpg" alt="" width="675" height="424" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/save-the-planet-10-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/save-the-planet-10-1-300x188.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/save-the-planet-10-1-600x377.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3></h3>
<h3>ใช้ความสามารถพิเศษเพื่อทำสิ่งพิเศษ</h3>
<p>ย้อนไปเมื่อปี 2010 SPA เคยอยู่กับกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง ก่อนแยกตัวมาตั้งกลุ่มของตัวเองโดยมุ่งเน้นการดูแลอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใต้น้ำเป็นหลัก ซึ่งการแยกย่อยเป็นหลายกลุ่มนี้ก็ถือเป็นการกระจายพลังในการอนุรักษ์ให้มีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ไม่ใช่แค่การเก็บขยะบนบก ปลูกป่าบนบก ชายทะเล หรือป่าชายเลน</p>
<p>“เราเป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการดำน้ำลึก ก็ใช้ทักษะที่มีอยู่ทำกิจกรรมใต้ท้องทะเล เพราะถ้าคิดเป็นสัดส่วนคนไทยที่ดำน้ำได้ระดับ Open Water ขึ้นไปในประเทศไม่น่าถึง 50,000 คนด้วยซ้ำ เพราะเป็นกิจกรรมที่ค่าใช้จ่ายสูงพอสมควร เราเลยรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมเก็บขยะและตัดอวนใต้ท้องทะเล หรือถ้ามีเหตุการณ์ที่ต้องใช้ทักษะดำน้ำ เราจะไปช่วยเสมอ ไม่ว่าจะผูกซัง (บ้านปลา) ผูกทุ่นให้เรือเกาะ จะได้ไม่ต้องทิ้งสมอไปโดนปะการังพัง”</p>
<p>ปกติแล้ว SPA จะทำกิจกรรมเก็บขยะและตัดอวนปีละ 2-3 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นทะเลฝั่งอันดามันและอ่าวไทย รวมถึงแถวจังหวัดระยองที่กลุ่มอาสาสมัครมักไปกันบ่อยๆ ซึ่งการออกทริปแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Day Trip ที่เป็นการออกไปทำกิจกรรมในทะเลและกลับมาพักบนฝั่ง ใช้เวลา 1-2 วัน ซึ่งตรงนี้มีข้อจำกัดด้านเวลา ส่วน Live Abroad คือการทำกิจกรรมที่ไปต่อได้เรื่อยๆ เพราะอาศัยกินนอนเสร็จสรรพบนเรือ ทำให้ได้ระยะดำน้ำที่ไกลกว่า ใช้เวลา 3-4 วัน แต่ราคาก็สูงกว่าประเภทแรกมาก รวมค่าใช้จ่ายแล้วประมาณ 300,000-400,000 บาทต่อทริป ดังนั้น SPA จึงใช้วิธีหารค่าใช้จ่ายเท่าๆ กันเป็นจำนวน 26 คนตามลิมิตสูงสุดที่เรือประเภทนี้รับได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-72629 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/578983_383741031668969_1730915026_n.jpg" alt="" width="675" height="451" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/578983_383741031668969_1730915026_n.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/578983_383741031668969_1730915026_n-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/578983_383741031668969_1730915026_n-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-72637 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/IMG_5248.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/IMG_5248.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/IMG_5248-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/IMG_5248-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>และด้วยค่าใช้จ่ายที่แม้หารแล้วยังตกหลักหมื่นต่อคน ทำให้ SPA เปิดรับสปอนเซอร์เพื่อเข้ามาทุ่นปัญหาส่วนนี้ โดยเป็นวิธีการแลกเปลี่ยนพื้นที่บุคลากรดำน้ำในเรือกับเงินสนับสนุนจากบริษัทที่สนใจภายใต้เงื่อนไขที่กลุ่มกำหนด นี่จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขายังดำเนินงานมาได้ยาวนานเกือบสิบปี</p>
<p>ตอนนี้อาสาสมัครใน SPA เพิ่มจำนวนขึ้นจากเมื่อ 9 ปีที่แล้วหลายเท่าตัว เฉพาะในเครือข่ายที่สนิทกันก็นับได้เกือบร้อยคน และเมื่อก่อนกลุ่มจะรับเฉพาะคนที่ดำน้ำได้ระดับ Advanced เท่านั้น แต่เนื่องจากในปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่ที่ดำน้ำได้ระดับ Open Water ขอเข้าร่วมกิจกรรมด้วยหลายคน ทำให้ SPA ตัดสินใจเปิดรับนักดำน้ำระดับนี้ เพื่อเพิ่มจำนวนบุคลากรที่มีความสามารถในการออกทริปแต่ละครั้ง</p>
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-72630 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/save-the-planet-13.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/save-the-planet-13.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/save-the-planet-13-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></h3>
<h3>ดำน้ำเพื่อจัดการสิ่งแปลกปลอมในท้องทะเล</h3>
<p>หน้าที่หลักของกลุ่มอาสาสมัคร SPA เวลาดำน้ำคือการสอดส่ายสายตามองหาขยะชิ้นน้อยใหญ่และอวนที่ปกคลุมปะการัง เพื่อจัดการตัดแล้วเก็บใส่ถุงตาข่าย นำไปทิ้งบนบกให้เป็นที่เป็นทางต่อไป</p>
<p>ส่วนใหญ่คนทั่วไปมักเห็นความเลวร้ายของปัญหาท้องทะเลในรูปแบบขยะ ขวดแก้ว และเศษพลาสติก แต่ที่จริงแล้วเหน่งบอกว่าสิ่งที่ทำลายระบบนิเวศทะเลระดับร้ายแรงชนิดที่เราคาดไม่ถึงคือ อวนจากเรือประมงผิดกฎหมาย</p>
<p>“ปะการังมีประโยชน์คือเป็นที่หลบของปลาเล็ก คุณเคยได้ยินสุภาษิตที่ว่าปลาใหญ่กินปลาเล็กไหม ถ้าปลาเล็กไม่มีที่หลบ มันก็โดนปลาใหญ่กิน ดังนั้นวัฏจักรห่วงโซ่อาหารจะหายไป เพราะปลาเล็กหายไปจากการโดนปลาใหญ่กิน แล้วมันจะเพาะพันธุ์ได้ทันเหรอ ปะการังคือแหล่งอนุบาลปลา เหมือนป่าโกงกางที่ปลาหรือสัตว์ทะเลบางชนิดมักหลบเข้าไปอยู่ในนั้น พอโตแล้วค่อยออกมา ป่าโกงกางเป็นระบบนิเวศที่คุณไปทำลายเมื่อไหร่ก็เหมือนคุณตัดวงจรชีวิตของสัตว์ทะเลออกเลย ฉันใดฉันนั้นถ้าคุณไปทำร้ายปะการัง วงจรชีวิตสัตว์น้ำก็หายไปเช่นเดียวกัน”</p>
<p>“ตามกฎหมายกำหนดว่าอวนต้องมีตาหรือช่องว่างของอวนไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร แต่ที่เราไปเจอคือ 1&#215;1 เซนติเมตร ปลาเล็กคุณก็จับ แล้วการใช้อวนลากมันลากตั้งแต่พื้นทะเล กวาดทุกอย่างไป ซึ่งสัตว์ทะเลมีตั้งแต่หากินบนผิวพื้นทะเล ขยับขึ้นมาตามชั้นน้ำจนถึงผิวน้ำ เวลาอวนลากมันลากไปหมดเลย พื้นทะเลพังพินาศมาก ทีนี้พออวนติดกอปะการังหรือหินเขาก็ยอมตัด อวนปากหนึ่งราคาเป็นหมื่นเป็นแสนนะ แต่เวลาเขาได้มาครั้งหนึ่งก็คุ้ม เพราะจำนวนสัตว์ที่จับได้มันเยอะ ได้มาหลายๆ สิบตัน เขาก็ยอมเสี่ยง แต่มันทำลายสิ่งแวดล้อม พอติดกอปะการังเอาขึ้นไม่ได้ เขาก็ต้องตัดเชือกที่ผูกอวนจากบนเรือ อวนก็ตกลงคลุมกอปะการัง”</p>
<p>และด้วยความที่ตาอวนเล็กมากนี่เอง สารแขวนลอยที่มีมากอยู่แล้วในน้ำทะเลจึงไปเกาะตามเส้นอวนและพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ จนบดบังไม่ให้แสงอาทิตย์ทะลุไปถึงตัวปะการังข้างใต้ กลายเป็นภาวะฟอกขาว นานไปก็ตายและพังถล่ม ไม่สามารถเป็นที่พักพิงให้ปลาเล็กปลาน้อยได้ นับเป็นผลพวงจากการทำประมงแบบล้างผลาญที่ทำลายระบบนิเวศทะเลอย่างรุนแรง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-72634 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/10576931_769208459788889_4134902471546332514_n.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/10576931_769208459788889_4134902471546332514_n.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/10576931_769208459788889_4134902471546332514_n-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/10576931_769208459788889_4134902471546332514_n-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“อย่างราชการจะมีฤดูปิดอ่าวกอไก่หรือที่เราเรียกกันว่าอ่าวไทย เขากำหนดห้ามทำประมงเด็ดขาดในฤดูปลาวางไข่ แต่ก็มีพวกเห็นแก่ตัวลักลอบทำ เพราะท้องทะเลมันกว้าง หน่วยงานราชการดูแลไม่ทั่วถึง แต่คนทำประมงควรมีสามัญสำนึกว่าประมงแบบนี้มันทำลายประมงพื้นบ้าน เพราะประมงพื้นบ้านใช้เครื่องมือเล็กๆ น้อยๆ จับปลา เป็นเรือกอและหรืออวนเล็กๆ ขึงแหไว้ ซึ่งเขาก็จับได้ประมาณหนึ่ง แต่ไอ้อวนลากนี่ใหญ่มาก แล้วลากทีเป็น 100-200 เมตร มันถึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมการประมงถึงมีปัญหา” เหน่งอธิบายด้วยท่าทีจริงจัง</p>
<p>ทว่าหลังจากที่มีการจัดการกฎหมายด้านการประมงอย่างเข้มงวดขึ้น เรือประมงแบบผิดกฎหมายถูกห้ามออกจากฝั่งหลายพันลำ แนวโน้มของอวนใต้ทะเลก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากที่เขากับทีมเคยตัดอวนเก็บขึ้นมาได้หลายตันต่อปี ปัจจุบันเหลือไม่ถึงร้อยกิโลกรัม ปะการังก็ไม่ถูกทำลาย ส่งผลให้ปลาหรือฝูงปลามีจำนวนมากขึ้น</p>
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-72633 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/IMG_7676.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/IMG_7676.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/IMG_7676-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/IMG_7676-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></h3>
<h3>ถึงเหนื่อยและเสียเงินเยอะก็ยังอยากทำ</h3>
<p>“มีนักดำน้ำหลายคนที่คิดว่าจะทำไปทำไม เสียเงิน 20,000-30,000 ไม่ได้เที่ยวแถมยังเหนื่อยอีก แต่ก็มีกลุ่มหนึ่งที่คิดเหมือนเรา คืออยากอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทะเล จริงๆ แล้วการดำน้ำเก็บขยะตัดอวนนี่เหนื่อยนะ เหนื่อยกว่าดำน้ำท่องเที่ยว คุณต้องไปทำงาน เจอฝุ่นเจอตะกอนต่างๆ ขึ้นมาทีบางครั้งต้องทายา คนที่ไม่อยากไปเขามองว่าฉันเสียเงินแล้วต้องสบายสิ ก็คิดไม่เหมือนกัน เหมือนเหรียญที่มีสองด้าน เขาตั้งคำถามว่าทำทำไม เงินก็เสียแล้วไปทำปลายเหตุ ทำไมไม่รณรงค์เรื่องก่อนทิ้งแทน ก็นี่ไงเห็นรณรงค์อยู่ไม่ใช่เหรอ ทั้งราชการทั้งเอกชน แม่ก็สอนลูกว่าอย่าทิ้งขยะ ขยะก็ยังมีเต็มไปหมด เห็นไหมล่ะ มาเรียมก็ตาย เต่าก็ตาย” น้ำเสียงเขาแสดงความอัดอั้นตันใจ ซึ่งขยะ 70-80% ที่เขากับทีมพบในทะเลไม่ได้มาจากเรือ แต่มาจากบนบก พอสัตว์น้ำมาเจอก็คิดว่ากินได้</p>
<p>“เหมือนขยะมันไม่ลดลงเลยใช่ไหม” เราตั้งคำถามด้วยความรู้สึกหดหู่</p>
<p>“คุณไม่เห็นข่าวที่คลองลาดพร้าวเหรอ เจ้าหน้าที่บอกว่าวันนี้เขาเก็บขยะเกลี้ยงแล้วรุ่งเช้าจะมีมาใหม่ เขาเก็บแบบนี้ทุกวัน บางทีเจอฟูกผืนใหญ่ๆ ถ้ามีจิตสำนึกกัน ขยะที่เขาเก็บต้องลดลงทุกวัน แต่นี่ยังมีเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม ทีนี้พอขยะหลุดออกไปถ้าเขาไม่เก็บขึ้นก่อนลงแม่น้ำ หรือถ้าลงแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วไม่มีตัวกรองมันก็จะหลุดง่ายๆ ไหลลงปากอ่าวไปเลย หรือไม่ต้องแม่น้ำเจ้าพระยาก็ได้ แค่จังหวัดที่ติดทะเล มีคลองเชื่อมกับทะเลและไม่มีระบบป้องกันที่ดี ขยะก็ไหลออกหมด ต่างกับอวนที่มาจากการประมง”</p>
<p>เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่เก็บขยะที่คลองลาดพร้าว เหน่งและอาสาสมัครคนอื่นๆ ดำน้ำเก็บขยะและตัดอวนมา 9 ปีแล้ว ยังไม่มีสักครั้งที่ดำน้ำแล้วไม่เจอขยะสักชิ้น แต่พวกเขาก็ไม่เคยคิดเลิกทำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-72636 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/IMG_7675.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/IMG_7675.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/IMG_7675-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/IMG_7675-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“ไอ้ความท้อหรือไม่อยากทำก็มีแวบๆ มาในความคิด แต่ถ้าไม่ทำก็มีความคิดกลับมาอีกว่ามันคงพอกพูนสะสม คือยังไงก็ต้องทำ ตราบใดที่คนไทยบางคนยังไม่มีจิตสำนึกมากพอที่จะไม่ทิ้งขยะและไม่ทำประมงแบบล้างผลาญ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ปัญหาเหล่านี้คลี่คลาย ทุกคนมีจิตสำนึก กิจกรรมพวกนี้อาจน้อยลง จากทำปีละสามครั้งอาจเหลือครั้งเดียว หรืออาจจะเปลี่ยนจากการเก็บขยะตัดอวนมาเป็นการสร้างบ้านปลา ไปทำกิจกรรมอย่างอื่นที่เป็นการช่วยเพิ่มเติมแทน”</p>
<p>ในกลุ่มอาสาสมัครของ SPA ตอนนี้มีตั้งแต่คนอายุ 20 ต้นๆ จนไปถึงคนอายุ 60 กว่าๆ ผสมผสานไปด้วยคนหลากหลายอาชีพและความเชื่อ แต่หนึ่งอย่างที่พวกเขาเชื่อร่วมกันคือ ความคิดที่อยากดูแลรักษาและอนุรักษ์โลกใต้ทะเล บางคนหลังจากมาออกทริปกับที่นี่ก็พกถุงตาข่ายเก็บขยะและกรรไกรติดตัวเวลาไปดำน้ำที่ไหนก็ตาม กลายเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกที่ไม่ใช่แค่การไม่ทำลายแต่ยังช่วยทำให้ดีขึ้น</p>
<p>แต่ต่อให้คุณไม่มีทักษะการดำน้ำ หรือเราที่กำลังเขียนบทความชิ้นนี้อยู่ ก็สามารถร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมได้ง่ายๆ เริ่มต้นด้วยการไม่ทิ้งขยะเรี่ยราด จัดการขยะเท่าที่ทำได้ หรือถ้ามีเวลากับทุนทรัพย์หน่อย จะไปปลูกป่า เก็บขยะตามชายหาด อนุรักษ์พันธุ์ช้างก็สามารถทำได้</p>
<p>เพราะต่อให้คุณยังไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงโดยตรง แต่สัตว์และธรรมชาติกำลังได้รับผลจากการกระทำของพวกเรา</p>
<p>และไม่ว่าคน สัตว์ หรือต้นไม้สักต้นก็ล้วนแต่เป็นประชากรของโลกใบนี้ โลกที่ทุกคนควรมีส่วนร่วมดูแลเท่าๆ กัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-72635 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/save-the-planet-9.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/save-the-planet-9.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/save-the-planet-9-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<hr />
<p>ดูรายเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่เฟซบุ๊ก <a href="https://www.facebook.com/SaveThePlanetAssociate/" target="_blank" rel="noopener">Save The Planet Associate</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/save-the-planet-associate/">Save The Planet Associate : กลุ่มอาสาสมัครที่ขอพิทักษ์ผืนน้ำด้วยการดำน้ำเก็บขยะและตัดอวนใต้ทะเล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;นี่เป็นยุคของพวกน้องแล้วนะ&#8221; Yokee Playboy กับ 23 ปีแห่งการบำเพ็ญตบะทางดนตรีอย่างไม่ลดละ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/yokee-playboy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ธีรภัทร์ เจนใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Sep 2019 08:59:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[โป้-Yokee Playboy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=71139</guid>

					<description><![CDATA[<p>ระหว่างเดินทางกลับจากการพูดคุยกับ โป้–ปิยะ ศาสตรวาหา หรือที่ทุกคนรู้จักในนาม ‘โป้ Yokee Playboy’ ในวาระครบ 23 ปีของการหมั่นเพียรทำดนตรีในสไตล์เฉพาะตัว นับจากวันที่เปิดตัวอัลบั้มแรกเมื่อปี 2539 เราคิดอยากฟังเพลงฮิตของเขาในวันวาน จึงลองค้นหาดูในแอพพลิเคชั่นสตรีมมิ่ง แล้วก็เจอเพลงเก่าๆ สมัยฟังผ่านซีดีและวิทยุ ไล่เรียงมาจนถึงเพลงสดใหม่ใน WE อัลบั้ม EP ทั้งสามชุดที่ว่าไปเป็นผลงานในวันที่เขาเติบโตเป็นศิลปินขี้เล่นอารมณ์ดีอายุขึ้นเลขสี่ มีครอบครัว และลูกสาววัย 7 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่แวดล้อมวงการดนตรีและการฟังเพลงไม่เหมือนเดิม ความรุ่งโรจน์ทางดนตรีของเขาก็ผ่านไปแล้วหลายสิบปี ต้องทำเพลงและจัดการทุกอย่างเองในฐานะศิลปินอิสระ ไร้สังกัด โดยที่ยอดขายเทปหรือซีดีไม่อาจเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จหรือแปรเปลี่ยนกลายเป็นเงินใช้เลี้ยงชีพได้เพียงพอ ช่วงเวลาที่ศิลปินรุ่นราวคราวเดียวกันส่วนใหญ่เลือกก้าวลงจากเวที และแยกย้ายกันไปในเส้นทางอื่น–แต่เขายังอยู่ที่เดิม  มากไปกว่านั้น เขากลับมุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักด้วยความพยายามที่มากขึ้นกว่าเก่า ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน คือการใช้เสียงดนตรีและเนื้อเพลงส่งเสริมให้สังคมดีขึ้นไม่มากก็น้อย ราวกับว่าเขาเป็นโยคีที่มองเห็นทางออกของชีวิตรออยู่ข้างหน้า จึงมุ่งบำเพ็ญตบะให้แก่กล้าโดยไม่สนแรงเสียดทานใดๆ  แม้ว่าสุ้มเสียงของเขาจะไม่เปลี่ยนไปมากนัก แต่เรื่องราวต่อไปนี้ ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่เขาค้นพบและเรียนรู้จากการบำเพ็ญตบะ ก็อาจทำให้คุณฟังเพลงรสชาติดีของ Yokee Playboy ด้วยความรู้สึกที่ต่างไป &#160; มีคนเคยพูดกันว่า เพลงที่ชอบหรือเพลงประจำชีวิต จะหยุดอยู่แค่ช่วงที่เราอายุยี่สิบ ไม่เพิ่มไปมากกว่านั้น ในฐานะคนทำดนตรีคุณเห็นด้วยไหม เราว่ามันเหมือนหนังสือ ถ้าเราเจอสิ่งดีๆ ก็แค่จับเข้าคลังของเรา อย่าเพิ่งไปตั้งแง่ว่ามันจะไม่เพราะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/yokee-playboy/">&#8220;นี่เป็นยุคของพวกน้องแล้วนะ&#8221; Yokee Playboy กับ 23 ปีแห่งการบำเพ็ญตบะทางดนตรีอย่างไม่ลดละ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ระหว่างเดินทางกลับจากการพูดคุยกับ <strong>โป้–ปิยะ ศาสตรวาหา</strong> หรือที่ทุกคนรู้จักในนาม ‘โป้ Yokee Playboy’ ในวาระครบ 23 ปีของการหมั่นเพียรทำดนตรีในสไตล์เฉพาะตัว นับจากวันที่เปิดตัวอัลบั้มแรกเมื่อปี 2539 เราคิดอยากฟังเพลงฮิตของเขาในวันวาน จึงลองค้นหาดูในแอพพลิเคชั่นสตรีมมิ่ง แล้วก็เจอเพลงเก่าๆ สมัยฟังผ่านซีดีและวิทยุ ไล่เรียงมาจนถึงเพลงสดใหม่ใน </span><i><span style="font-weight: 400;">WE</span></i><span style="font-weight: 400;"> อัลบั้ม EP</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งสามชุดที่ว่าไปเป็นผลงานในวันที่เขาเติบโตเป็นศิลปินขี้เล่นอารมณ์ดีอายุขึ้นเลขสี่ มีครอบครัว และลูกสาววัย 7 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่แวดล้อมวงการดนตรีและการฟังเพลงไม่เหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความรุ่งโรจน์ทางดนตรีของเขาก็ผ่านไปแล้วหลายสิบปี ต้องทำเพลงและจัดการทุกอย่างเองในฐานะศิลปินอิสระ ไร้สังกัด โดยที่ยอดขายเทปหรือซีดีไม่อาจเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จหรือแปรเปลี่ยนกลายเป็นเงินใช้เลี้ยงชีพได้เพียงพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงเวลาที่ศิลปินรุ่นราวคราวเดียวกันส่วนใหญ่เลือกก้าวลงจากเวที และแยกย้ายกันไปในเส้นทางอื่น–แต่เขายังอยู่ที่เดิม </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71965 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-7.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-7.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-7-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มากไปกว่านั้น เขากลับมุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักด้วยความพยายามที่มากขึ้นกว่าเก่า ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน คือการใช้เสียงดนตรีและเนื้อเพลงส่งเสริมให้สังคมดีขึ้นไม่มากก็น้อย ราวกับว่าเขาเป็นโยคีที่มองเห็นทางออกของชีวิตรออยู่ข้างหน้า จึงมุ่งบำเพ็ญตบะให้แก่กล้าโดยไม่สนแรงเสียดทานใดๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าสุ้มเสียงของเขาจะไม่เปลี่ยนไปมากนัก แต่เรื่องราวต่อไปนี้ ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่เขาค้นพบและเรียนรู้จากการบำเพ็ญตบะ ก็อาจทำให้คุณฟังเพลงรสชาติดีของ Yokee Playboy ด้วยความรู้สึกที่ต่างไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีคนเคยพูดกันว่า เพลงที่ชอบหรือเพลงประจำชีวิต จะหยุดอยู่แค่ช่วงที่เราอายุยี่สิบ ไม่เพิ่มไปมากกว่านั้น ในฐานะคนทำดนตรีคุณเห็นด้วยไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่ามันเหมือนหนังสือ ถ้าเราเจอสิ่งดีๆ ก็แค่จับเข้าคลังของเรา อย่าเพิ่งไปตั้งแง่ว่ามันจะไม่เพราะ หรือเพราะมันไม่ใช่เพลงที่คุณคุ้นเคย เราเชื่อว่ายังมีเพลงรอประกอบเป็นซาวนด์แทร็กให้กับชีวิตคุณอีกหลายเพลงเลย ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ แต่ก็เข้าใจได้นะว่าพอคนเราโตขึ้น มีภาระรับผิดชอบเยอะขึ้น อาจจะไม่ได้สนใจฟังเพลงเอาเป็นเอาตายเหมือนตอนวัยรุ่น มันไม่ผิดเลยที่เราจะรับเพลงเข้าคลังได้น้อยลงถ้าเทียบกับตอนวัยรุ่น แต่อย่าเพิ่งปฏิเสธแล้วกันถ้าจะมีเพลงใหม่ๆ ผ่านเข้ามา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71966 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-11.jpg" alt="" width="482" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-11.jpg 482w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-11-214x300.jpg 214w" sizes="(max-width: 482px) 100vw, 482px" /></p>
<p><b>แสดงว่าคุณยังคงได้ฟังผลงานของศิลปินรุ่นใหม่ๆ อยู่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอน เราชอบหลายวงเลย สมเกียรติ, Whal &amp; Dolph, Safeplanet ผมก็ฟัง จริงๆ มีอีกเยอะเลย และอยากส่งข้อความไปถึงน้องๆ ทุกวงด้วยว่าเราเชียร์อยู่ นี่เป็นยุคของพวกน้องแล้วนะ ช่วยทำให้วงการของพวกเรามีเกียรติ ทำงานอย่างเต็มความสามารถ ในแง่ตัวเงินคุณอาจทำได้ไม่มากในยุคนี้ และไม่มีหน่วยงานอะไรในประเทศนี้มารองรับดูแลคุณเลย แต่สิ่งที่อยากให้น้องที่ทำเพลงทุกคนรู้ไว้ก็คือ สิ่งที่คุณทำอยู่นั้นมันสร้างแรงบันดาลใจและความสุขให้คนอื่น อันนี้ได้บุญครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เท่าที่ฟังผลงานของคุณยุคหลังๆ พบว่ามันยังเป็นเพลงที่เข้ากับยุคสมัยไม่ต่างจากที่คุณเคยทำได้เมื่อตอนวัยรุ่น อะไรคือสิ่งที่ทำให้คนอายุสี่สิบกว่ายังสามารถทำเพลงที่วัยรุ่นสนใจได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องเล่าก่อนว่าเพลงเราในชุดใหม่ เราจะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกคืองานทดลอง อะไรที่ไม่เคยทำ แนวไหนแบบไหนที่เราอยากทำก่อนตายก็ทำเลย ซึ่งคนฟังบางคนอาจจะเหวอกับสิ่งที่ได้ยิน อาจไม่สะดุดหู แต่ไม่เป็นไร เราแค่อยากทดลอง กับอีกส่วนหนึ่งคืองานที่เราไม่ได้อยากทดลองอะไร แค่อยากถ่ายทอดความรู้สึกออกไปตรงๆ ซึ่งเราเข้าใจว่าหลายๆ คนรู้จักเราจากเพลงในสไตล์แบบนั้น เขาก็คงคาดหวังว่าจะได้ฟังเพลงลักษณะนี้จาก Yokee Playboy อีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนน้องๆ วัยรุ่นยุคใหม่ก็เช่นกัน คงเคยได้ยินเพลงแบบนั้นของเราบ้าง แต่เพลงใหม่ๆ ที่เราทำ เราพยายามใส่พลังงานดีเข้าไปด้วยนะ หวังว่ามันจะมีผลต่อสังคมบ้างไม่มากก็น้อย อย่างเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">รอจนกว่าฝนซา </span></i><span style="font-weight: 400;">ก็จะพูดว่าอย่าเพิ่งคุยกันตอนที่เรากำลังมีอารมณ์หรือทะเลาะกัน เพราะคุณจะไม่ใช้เหตุผลหรอก เพลงนี้เกิดจากเราเห็นข่าวบ่อยๆ ว่าคนเลิกกัน หรือแค่ไม่ถูกกันก็ฆ่ากันตายแล้ว ชีวิตทุกชีวิตมีค่า ทุกคนเกิดมามีสิทธิเลือกใช้ชีวิต แล้วเราก็อยากมีส่วนช่วยเหลือสังคม </span><span style="font-weight: 400;">ถ้ามีคนฟังเพลงของเราแล้วคิดตามเราไปด้วย เขาก็อาจจะคิดได้ว่า จริงๆ เราไม่เห็นจะต้องเอาอารมณ์มาประหัตประหารกันเลย </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71955 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-1.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-1.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-1-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ทำไมต้องทดลองทำเพลงที่ไม่เคยทำ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยากสัมผัสประสบการณ์ทุกๆ แบบ เราอาจไม่ใช่คนแนวดนตรีนั้นๆ หรอก แต่ก็อยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไง ขอทำตัวเป็นนักท่องเที่ยว เข้าไปสำรวจ ซึมซับอะไรบางอย่าง แล้วค่อยกลับมาเป็นตัวเอง บางเพลงปล่อยไปแล้วก็หายไปเลย ซึ่งเรารับได้ เพราะเราอยากทำ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้าไม่ได้หวังผลตอบรับที่ดี จะรู้ได้อย่างไรว่าเพลงทดลองที่ทำไปนี้ดีแล้ว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คือแค่ทำเสร็จเราก็มีความสุขแล้ว แต่เรื่องวัดผลความสำเร็จ เราขอบอกว่ายุคนี้เป็นยุคที่วัดความสำเร็จได้ยากมาก คุณไม่มียอดขายเทปซีดีเป็นตัวชี้วัดแล้ว ความนิยมบนคลื่นวิทยุก็วัดได้แค่ระดับหนึ่ง เพราะทุกคนก็หันไปใช้ช่องทางอื่นๆ ในการฟังเพลง เดี๋ยวนี้คนก็จะวัดจากยอดวิวบนยูทูบ กับจำนวนครั้งที่ฟังบนแอพพลิเคชั่นต่างๆ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจะใช้สิ่งนี้วัดความสำเร็จได้จริงๆ หรือเปล่า ก็คงได้ระดับหนึ่ง เราเองก็กำลังค้นคว้าอยู่เหมือนกันว่าอะไรพอจะเป็นบรรทัดฐาน หรือตัวชี้วัดความสำเร็จให้เราได้ ยังค้นหาอยู่&#8230;</span><span style="font-weight: 400;">อ้อ ถ้าเพลงนั้นมันพอจะส่งผลต่อชีวิตใครบ้าง เราถือว่าเพลงนั้นโอเคแล้ว เพราะไม่เพราะ ดังไม่ดังไม่เป็นไรเลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71961 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-7.jpg" alt="" width="675" height="474" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-7-300x211.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-7-600x421.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><b>เท่าที่ฟังเหมือนคุณตั้งใจจะทำเพลงเพื่อสื่อสารมากกว่าทำให้คนชอบ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ครับ ถูกต้องครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คิดอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก็ตอนโตหน่อยแล้ว เมื่อก่อนไม่ได้คิดอะไรพวกนี้หรอกครับ (หัวเราะ) </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้าย้อนกลับไปตอนทำเพลงแรกๆ ตอนนั้นชีวิตเป็นยังไง คิดอะไรอยู่ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ได้คิดอะไร เพราะชีวิตของเรามันเหมือนถูกจับมาวางไว้ ตอนนั้นเรารู้จักกับคุณโต้ง–มณเฑียร แก้วกำเนิด มือกีตาร์ของ P.O.P เรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน ตอนนั้นก็เรียนโดยที่ไม่รู้หรอกนะว่าชอบหรือเปล่า แต่กิจกรรมหนึ่งที่เราพบว่าอยู่กับเราตลอดเวลาคือการเล่นดนตรี ตอนเรียนก็มีออกไปหาร้านเล่นดนตรีตอนกลางคืนบ้าง อยู่ดีๆ วันหนึ่งโต้งโทรมาหา ชวนผมไปเล่นให้กับอรอรีย์ แล้วงานแรกของผมคือการไปเล่นโชว์ต่อหน้าคนห้าพันคนที่สนาม ทบ. ผมไม่รู้ด้วยว่าจะต้องเจออะไรแบบนั้น ก็หลับตาลุยๆ กันไป แล้วก็มีโอกาสเข้ามาอยู่ในค่าย Bakery Music หลังจากนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงที่ผมอายุสามสิบกว่า ผมเคยคิดจะเดินออกมาจากการทำดนตรี เพราะหมดสัญญากับ Bakery Music แล้วก็อยากลองหางานที่มั่นคงทำดูบ้าง จะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง ที่ผ่านมาทำแต่ดนตรีมาตลอด มันหลอมรวมอยู่ในตัวเราจนเรากลัว เราไม่เคยออกไปจับงานอย่างอื่นเลย ก็เลยลองทำงานประจำดู</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ผลการทดลองเป็นยังไงบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ค้นพบว่ามันไม่ใช่ตัวเรา เราก็เลยหันกลับมาหาดนตรีอีกครั้ง ซึ่งการกลับมาครั้งนี้เรากลับมาด้วยไฟที่แรงกว่าเก่า เหมือนรู้แล้วว่าจะอยู่กับดนตรีไปจนถึงวาระสุดท้าย รู้แล้วว่าชีวิตเราถูกจับวางมาแบบนั้น ก็เลยไปลงเรียนร้องเพลงเพิ่มเติม พยายามมากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71960 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-6.jpg" alt="" width="675" height="458" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-6-300x204.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-6-600x407.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>คุณน่ะเหรอเรียนร้องเพลง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ เรียนทักษะดนตรีอย่างอื่นด้วย เริ่มจากเมื่อ 3-4 ปีก่อน ทุกวันอาทิตย์จะพาลูกสาวไปเรียนเปียโน แล้วเขาจะให้ผู้ปกครองเข้าไปนั่งดูแลลูกด้วย แต่วันหนึ่งครูเดินมาพูดว่า ครูว่าคุณพ่อตั้งใจเรียนมากกว่าลูกเยอะเลย งั้นครูจะสอนให้คุณพ่อด้วย ซึ่งมันดีอย่างตรงที่มันเป็นคอร์สสำหรับเด็กอนุบาล มันจะไปช้าๆ ง่ายๆ เหมาะกับเรามากๆ เพราะเราไม่เคยรู้ทฤษฎีดนตรีมาก่อนเลย แต่ก่อนเราทำเพลงไปด้วยความชอบ อาศัยการทำซ้ำๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาเราได้รับเชิญไปแข่งรายการ </span><i><span style="font-weight: 400;">The Mask Singer</span></i><span style="font-weight: 400;"> เขาอยากให้ร้องเพลงที่ไม่ใช่ตัวเรา ซึ่งพอดีว่าถัดจากบ้านเราไปสักหนึ่งกิโลเมตร คือบ้านของคุณสนุ๊ก–กรวีร์ สุนทรวิภาต ซึ่งเรียนจบการร้องโอเปร่าจากอิตาลี แล้วมาเปิดคอร์สสอนที่ไทย สอนเด็กๆ เรารู้จักเขาผ่านเพื่อนคือ คุณเดียร์ (นักรบ แนวณรงค์) วง Acappella 7 ก็เลยไปขอให้เขาสอนร้องโอเปร่าเพื่อจะไปออกรายการ ได้เรียนอยู่แค่สองสามหนก็ต้องใช้เลย จริงๆ ก็กังวลนะ เพราะไม่เคยร้องสูงขนาดนั้น สนุ๊กบอกเราว่า พี่ทำได้ พี่ต้องจินตนาการว่าเสียงมันโปรเจกต์ไปแบบนี้นะ ผมก็เอาแล้ว เหนือธรรมชาติแล้ว (หัวเราะ) แต่พอไปร้องจริงๆ มันทำได้ว่ะ เราเป็นคนขี้อวด เวลาที่คนเชื่อว่าเราทำได้ก็จะทำได้ วันนั้นก็คงเป็นเพราะเขาเชื่อในตัวเรา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พอได้เรียนรู้ศาสตร์เหล่านี้แล้วมีผลอย่างไรต่อการทำเพลงบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รู้จักเพลงของตัวเองมากขึ้น มองเห็นว่าเพลงแต่ก่อนของเราจะหม่นๆ เทาๆ ส่วนใหญ่เป็นโทน Minor ไม่สว่างโร่ พอเราเข้าใจก็เริ่มอยากลองเอาไปเดินตากแดดบ้าง ทำเพลงใช้คอร์ด Major บ้าง อีกอย่างที่ได้คือความมั่นใจ คือเราเป็นคนที่ชอบจับเครื่องดนตรีแล้วก็เล่นไปเรื่อย แต่ตอนนี้เราสามารถแต่งเพลงโดยรู้หลักการบ้างแล้ว ก็เลยลองแต่งเพลงกับเปียโนดู เพลงในอัลบั้ม </span><i><span style="font-weight: 400;">WE</span></i><span style="font-weight: 400;"> ทั้งหมดก็มาจากจุดนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71957 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ทั้งที่ช่วงอายุเท่านั้น สำหรับคนทั่วไปก็น่าจะเป็นช่วงที่ลงหลักปักฐาน ได้เลื่อนขั้นไปสู่ตำแหน่งสูงๆ แต่คุณกลับเริ่มนับหนึ่งใหม่กับการเป็นศิลปินอิสระ ไม่เคว้งคว้างเหรอ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หดหู่มาก เริ่มกลับมามองสิ่งที่ตัวเองเคยภูมิใจ เริ่มสงสัยว่าถ้าเรายังทำดนตรีต่อไปชีวิตข้างหน้าจะเป็นยังไง เราจะเป็นตำแหน่งอะไรวะ มันไม่เหมือนงานอื่นๆ ที่มียศ มีตำแหน่ง เราทำงานนี้มาจะครึ่งชีวิตแล้ว เราได้อะไร ตอนนั้นมีแต่คำถามเต็มไปหมด คนอายุสามสิบกว่าแล้วยังทำดนตรีอยู่นับคนได้เลยนะ แล้วพออายุสี่สิบก็ยิ่งเหลือน้อยเข้าไปอีก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สุดท้ายเราหนีดนตรีไม่พ้น ช่วงนั้นทำให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าอยากทำอะไร ชอบอะไร เห็นส่วนดีและไม่ดีของตัวเอง เริ่มพยายามนำส่วนที่ดีมาทำให้เกิดประโยชน์ คือไม่รู้หรอกว่าเข้าใจชีวิตถูกหรือยัง อาจจะผิดก็ได้ แต่เอาเป็นว่าตอนนี้มีความสุข ทุกวันนี้ก็เลยต้องกลับมาฟิตซ้อมแข่งกับน้องๆ (หัวเราะ)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ต้องปรับตัวปรับวิธีคิดยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปรับทุกอย่าง ทุกสิ่งอย่างเปลี่ยนไปหมด นี่ก็สู้เองมาสัก 2-3 ปีแล้ว หลังจากที่เรียนเพิ่มเติมเราก็สร้างห้องเก็บเสียงที่บ้าน เป็นห้องบันทึกเสียงด้วย เป็นสตูดิโอไว้ฝึกหูตัวเองด้วย จริงๆ เข้ายิมเพื่อลดน้ำหนักด้วยอีกอย่าง แต่อันนี้ไม่สำเร็จ ก็เลยใช้วิธีล้างสมองคนฟัง เวลาออกไปโชว์ก็จะพูดอยู่เสมอว่าผมเชื่อว่าตัวเองคือคนที่หุ่นดี (หัวเราะ) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่าความสำเร็จก็เหมือนลมหายใจ มันผ่านไปแล้ว บางคนที่ยังยึดติดก็จะทุกข์มาก แต่เราโชคดีที่พบว่าความสุขของเราไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่อยู่ที่การก้าวข้ามภูเขาแห่งความท้าทายไปเรื่อยๆ พอเราผ่านไปได้เราก็รู้ของเราเอง ส่วนเรื่องอื่นๆ เป็นแค่ส่วนประกอบ แล้วตอนนี้มันก็เป็นช่วงเวลาของน้องๆ ศิลปิน เราเชื่อว่าคนทุกยุคก็ย่อมอยากฟังเพลงจากเสียงของศิลปินยุคนั้น เราเข้าใจและยอมรับมันได้ เพราะตอนยุคเรามันก็เป็นอย่างนี้ ก็เลยคิดแค่อยากทำเพลงที่เราชอบ เพลงที่เพราะที่สุด ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังตามหาเพลงเพลงนั้นอยู่ เรามองว่าตัวเองคือเกษตรกร คือคนที่ไม่อยากรับสารพิษจากวัตถุดิบต่างๆ คุณก็เลยปลูกเอง ปรุงเองอย่างที่ชอบ แล้วก็กินเอง ที่เหลือก็ค่อยส่งแบ่งขาย อาจจะพอเรียกได้ว่าเป็นเกษตรกรดนตรี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71959 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-5.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-5.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-5-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>แล้วในแง่ของการจัดการงานเพลงหรืองานโชว์ล่ะ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภรรยาครับ คุณหนูเล็ก เราโชคดีที่ภรรยาเข้าใจในอาชีพของเรา ให้เกียรติในอาชีพของเรา ซึ่งน้อยคนมากที่จะเข้าใจสิ่งเหล่านี้ เท่านี้ก็ถือว่าแบ่งเบาความหนักอึ้งจากผมไปได้เยอะแล้ว แต่เขาดันช่วยงานเราได้ด้วย ช่วยประสานงาน ช่วยติดต่อทุกอย่าง ความสำเร็จของผมเกิดจากเขา 60-70% ด้วยซ้ำ นอกจากดูแลตรงนี้ให้เราแล้วยังดูแลลูกอีกด้วย มันเป็นงานที่หนักมาก </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>อุทิศชีวิตให้กับดนตรีมาโดยตลอด แล้วเรื่องครอบครัวเข้ามาในความคิดคุณเมื่อไหร่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก็ช่วงที่หดหู่นั่นแหละ มันเริ่มมองหาว่าอะไรที่หายไป ลึกๆ แล้วเราเป็นคนที่เชื่อเรื่องครอบครัวมาก ก่อนหน้านั้นมีความสุขก็ขึ้นไม่สุด มีความทุกข์ก็ไม่มีแรงจูงใจจะผลักตัวเองขึ้นมาสักที จนเริ่มมีความคิดว่าตอนแก่ตัวไปเราจะเป็นยังไง ถ้าเราอยู่ตัวคนเดียวไปเรื่อยๆ เละแน่ เราไม่อยากเป็นแบบนั้นตอนแก่ แล้วก็เป็นที่มาของความคิดที่อยากจะมีลูกสาว คำแรกที่คิดคือลูกสาวเลย นึกถึงความเทคแคร์เอาใจใส่พ่อแม่ของลูกสาว คือเราอาจจะคิดผิดก็ได้นะ แต่สุดท้ายความคิดนี้มันก็เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ช่วงนั้นเวลาขึ้นคอนเสิร์ต เราจะชอบตะโกนว่า “ผมอยากได้ลูกสาวครับ!” คนดูก็จะงงๆ หน่อย ตะโกนไปเรื่อย จนได้ลูกสาวจริงๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขนาดตอนเจอคุณหนูเล็ก เรายังบ้าขนาดที่เดินไปบอกเขาว่าเรากำลังหาแม่พันธุ์อยู่ ถ้าคุณไม่ได้คิดไกลขนาดนั้นก็ไม่เป็นไรนะ จะได้ไม่เสียเวลากัน นี่มันคนบ้าชัดๆ (หัวเราะ) แต่ตอนนี้เขาก็เปลี่ยนไปเยอะแล้วครับ เขาคนนั้นเข้าใจผู้หญิงมากขึ้นแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71964 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-9.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-9.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-9-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>คุณเป็นคุณพ่อแบบไหน </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้รู้สึกได้ว่ามีความเป็นอาเจ้มากขึ้น ฮอร์โมนผู้หญิงน่าจะเพิ่มขึ้นเยอะ เพราะเราต้องเข้าหาลูกสาว เห็นเขาเล่นตุ๊กตา คุยกับตุ๊กตา เราก็ต้องทำตัวเป็นตุ๊กตา ดัดเสียงแล้วพากย์ เพื่อถามว่าเขาเป็นอะไร ทำไมหน้ามุ่ย ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมาก ไอ้คนป่าคนนั้นหายไปแล้ว เราเลี้ยงเขาโดยการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน เพราะสิ่งที่เขากำลังเจอกับสิ่งที่เราเคยเจอมาตอนเด็กไม่เหมือนกัน แต่เราอยู่ยุคของเขานี่ เราเองนั่นแหละที่ต้องเรียนรู้ไปกับเขา แล้วทุกคนในบ้านต้องอารมณ์ดี ผมเชื่อว่าอารมณ์ดีแล้วอะไรดีๆ ก็จะตามมา ซึ่งก็เป็นอย่างนั้น และบ้านนี้พ่อแม่ขอโทษลูกได้ครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คนยุคนี้เวลาจะมีลูกค่อนข้างเครียดกับการวางแผนต่างๆ คุณเป็นอย่างนั้นไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อยากมีก็มีเลย รู้สึกว่าต้องมี เราแค่รู้สึกว่าเราคิดดี คือตอนที่อยู่กันสองคนเราก็ยังมองความสุขผ่านชีวิตตัวเองอยู่ ยังเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง แต่พอมีลูก ตัวตนของเราจะเบา ทุกอย่างอยู่ที่ลูก แล้วความสุขจะเกิดง่ายขึ้น ก่อนหน้านั้นเคยทะเลาะกันเรื่องหยุมหยิม พอมีลูกปั๊บหายเรียบ ต่างคนต่างทุ่มให้ลูก </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>การมีลูกให้อะไรกับชีวิตคุณบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีความสุข เราบอกลูกทุกวันว่าตั้งแต่ลูกเกิดมาพ่อมีความสุขทุกวัน ภรรยาเราก็งงนะ เพราะปัญหาการงานมันก็ยังมีอยู่ ไม่ใช่ว่ามีลูกแล้วปัญหามันหายไปนะ แต่เพราะเรามีศูนย์รวมความดีงาม ความหวัง ความสุขอยู่ตรงนี้แล้ว ที่เหลือก็เลยเละๆ แบบนี้ครับ (หัวเราะ) </span></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a2a843e3b846" data-id="TQqudmxecgU" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-TQqudmxecgU-6a2a843e3b846" data-vid="TQqudmxecgU" data-src="https://www.youtube.com/embed/TQqudmxecgU?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/TQqudmxecgU/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><b>มองภาพชีวิตในอนาคตไว้อย่างไรบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเป็นเรื่องงานดนตรี แพลนต่อไปของเราก็คือทำครบ 3 EP แล้วเดี๋ยวจะเอามารวมกัน บวกเพลงใหม่เพิ่มเข้าไป ทำเป็นซีดีอัลบั้มเต็ม ทีนี้เรามองว่าคนไม่ซื้อซีดีกันแล้ว ถ้าซื้อก็เป็นในเชิงสะสมมากกว่า เพราะฉะนั้นเราก็ต้องจัดกิจกรรมที่จะรวบรวมคนที่ชอบเพลงเราเข้าไว้ด้วยกันแล้วขายทีเดียว ซึ่งก็คงจะเป็นงานคอนเสิร์ตใหญ่ของ Yokee Playboy ที่เราเคยสัญญากับแฟนเพลงไว้นานมากแล้ว พยายามจะจัดหลายทีแล้วแต่ก็มีอุปสรรคมาโดยตลอด ก็อยากบอกแฟนเพลงไว้ตรงนี้ด้วยว่า ที่เคยสัญญาไว้ เราพยายามทำมาโดยตลอด และคิดว่าใกล้เป็นจริงในเร็ววันนี้แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนเรื่องชีวิตก็มองหาความมั่นคง ตอนนี้เรามีความสุขอยู่แล้ว แต่จะทำยังไงให้ความสุขนี้มันอยู่ต่อไปได้นานๆ เราก็ต้องหารายได้เพิ่มขึ้น ทุกวันนี้นอกจากทำเพลงแล้วก็มี ‘ปรุง’ ร้านอาหารที่เรานั่งกันอยู่ตอนนี้ เปิดมาสักห้าปีได้แล้ว ก็ทำแบบสบายๆ เหมือนห้องรับแขก แต่เป็นห้องรับแขกที่สร้างเงินได้ด้วย ในยุคที่เศรษฐกิจเป็นแบบนี้ก็ต้องคิดแบบนี้แหละจะได้สบายใจ แล้วก็มีอีกธุรกิจหนึ่งคือรีสอร์ตที่จันทบุรี </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71963 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-17.jpg" alt="" width="675" height="423" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-17-300x188.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-17-600x376.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>แปลว่าศิลปินอาจไม่เหมาะกับการเป็นอาชีพที่ทำระยะยาวแล้วหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่าต่อให้เป็นพี่ตูน Bodyslam ก็ต้องมีการวางแผนจัดการเงินที่ดี ใครที่เคยมองว่าศิลปินใช้เงินฟู่ฟ่า ไม่มีจริงหรอกครับ คุณไม่มีหน่วยงานอะไรมารองรับตอนเกษียณ เอาเข้าจริงก็ไม่รู้ว่าอาชีพนี้เกษียณตอนไหนด้วยซ้ำ คุณต้องจัดการตัวเองและเก็บเงินให้พอใช้ในวันที่ทำงานตรงนี้ไม่ไหวแล้ว ยิ่งถ้าคุณอยากมีลูก คุณก็ต้องคิดแบบนี้แหละ อันนี้ผมฝากบอกไปถึงไอ้บ้าคนนั้นด้วยนะ (หัวเราะ)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณมีอะไรอยากจะแนะนำศิลปินรุ่นใหม่ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนแต่งเพลง นักดนตรี หรือนักดนตรีเล่นตามร้านตอนกลางคืน จงรักและภูมิใจ อย่าทำลายมัน นักดนตรีส่วนใหญ่จะละเอียดอ่อนกับการปฏิสัมพันธ์กับคน ฉะนั้นต้องเป็นคนดีด้วย ส่วนศิลปินยุคผมมันไร้ค่าแล้ว คุณค่าและความหวังมันอยู่ที่คนรุ่นใหม่แล้ว </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้าบอกว่าไร้ค่าแล้วทำไมถึงยังทำเพลง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันรักที่จะทำ เอาจริงเราก็ตอบไม่ได้ มันหลอมรวมกับชีวิตไปแล้ว ต่อให้เราไปเป็นนายกฯ เราก็คงใช้เวลาวันๆ ไปกับการแต่งเพลง โดนคนด่าว่าเอาแต่ทำอะไรวะ แต่เราก็จะน้อมรับ แล้วสุดท้ายก็คงลาออกและกลับมาทำเพลงอยู่ดี </span></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a2a843e3b86c" data-id="Dn7kBS-EsKw" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-Dn7kBS-EsKw-6a2a843e3b86c" data-vid="Dn7kBS-EsKw" data-src="https://www.youtube.com/embed/Dn7kBS-EsKw?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/Dn7kBS-EsKw/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/yokee-playboy/">&#8220;นี่เป็นยุคของพวกน้องแล้วนะ&#8221; Yokee Playboy กับ 23 ปีแห่งการบำเพ็ญตบะทางดนตรีอย่างไม่ลดละ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบื้องหลัง ‘บาบีคิ้วพาซ่า’ ป้ายร้านใหม่ของ Bar B Q Plaza ที่อยากสื่อสารปัญหาการศึกษาเด็กไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bbqplaza-limitededucation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Sep 2019 11:06:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Draft Till Done]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[บาบีก้อน]]></category>
		<category><![CDATA[บาบีคิ้วพาซ่า]]></category>
		<category><![CDATA[Limited Education]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเพื่อการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Bar B Q Plaza]]></category>
		<category><![CDATA[Limited Education 2019]]></category>
		<category><![CDATA[บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=71642</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าคุณเป็นตัวจริงเรื่องปิ้งย่างที่อาศัยอยู่ย่านพระราม 9 หรือมีโอกาสผ่านไปผ่านมาแถวชั้น 6 เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นมา คุณน่าจะสังเกตเห็นป้ายไฟร้าน Bar B Q Plaza ที่เปลี่ยนไป หรือต่อให้ไม่ได้ผ่านไปแถวนั้น คุณก็น่าจะได้เห็นข่าวป้าย ‘บาบีคิ้วพาซ่า’ ตามโซเชียลมีเดียบ้างแน่ๆ แม้จะดูน่ารักชวนยิ้ม และจุดประเด็นเรื่องการสะกดคำผิดจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันพอสมควร แต่แท้จริงแล้วแนวคิดเบื้องหลังป้ายนี้มาจากการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์กับโครงการ Limited Education ที่มีจุดมุ่งหมายในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กไทย นอกจากการเล่นใหญ่เปลี่ยนป้ายร้านและจับพี่ก้อนมาสวมเสื้อนักเรียนแล้ว แบรนด์อาหารเจ้านี้ยังมอบเมนูของหวานที่ประกอบไปด้วยไอศครีมบัวลอยไข่เค็ม ชาเย็นโฟลต และเยลลีกาแฟ ให้แก่โครงการ ผ่านการบริจาคเงินหลังหักค่าใช้จ่าย ทั้งยังมีกระเป๋าพี่ก้อนสุดน่ารักที่ช่วยสมทบทุนเพิ่มอีกแรง ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเปลี่ยนป้ายร้านครั้งนี้ได้ผลทั้งด้านการตลาดและทำให้สังคมสนใจ ทว่าเบื้องหลังความตั้งใจที่อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาการศึกษานั้นก็เป็นจุดที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน ซึ่งจากที่เราเคยคุยกับทีมงาน Limited Education  ทราบว่าปีนี้โครงการให้อิสระแบรนด์ทำงานได้อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงชวน บุ๋ม–บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารแบรนด์ Bar B Q Plaza บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด มาพูดคุยกันถึงแนวคิดการทำงานและการออกแบบโปรดักต์อย่างเจาะลึก รวมถึงเหตุผลว่าทำไม Bar B [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bbqplaza-limitededucation/">เบื้องหลัง ‘บาบีคิ้วพาซ่า’ ป้ายร้านใหม่ของ Bar B Q Plaza ที่อยากสื่อสารปัญหาการศึกษาเด็กไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าคุณเป็นตัวจริงเรื่องปิ้งย่างที่อาศัยอยู่ย่านพระราม 9 หรือมีโอกาสผ่านไปผ่านมาแถวชั้น 6 เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นมา คุณน่าจะสังเกตเห็นป้ายไฟร้าน Bar B Q Plaza ที่เปลี่ยนไป</p>
<p>หรือต่อให้ไม่ได้ผ่านไปแถวนั้น คุณก็น่าจะได้เห็นข่าวป้าย ‘บาบีคิ้วพาซ่า’ ตามโซเชียลมีเดียบ้างแน่ๆ แม้จะดูน่ารักชวนยิ้ม และจุดประเด็นเรื่องการสะกดคำผิดจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันพอสมควร แต่แท้จริงแล้วแนวคิดเบื้องหลังป้ายนี้มาจากการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์กับโครงการ Limited Education ที่มีจุดมุ่งหมายในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กไทย</p>
<p>นอกจากการเล่นใหญ่เปลี่ยนป้ายร้านและจับพี่ก้อนมาสวมเสื้อนักเรียนแล้ว แบรนด์อาหารเจ้านี้ยังมอบเมนูของหวานที่ประกอบไปด้วยไอศครีมบัวลอยไข่เค็ม ชาเย็นโฟลต และเยลลีกาแฟ ให้แก่โครงการ ผ่านการบริจาคเงินหลังหักค่าใช้จ่าย ทั้งยังมีกระเป๋าพี่ก้อนสุดน่ารักที่ช่วยสมทบทุนเพิ่มอีกแรง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71762 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-23.jpg" alt="" width="675" height="482" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-23.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-23-300x214.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-23-600x428.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเปลี่ยนป้ายร้านครั้งนี้ได้ผลทั้งด้านการตลาดและทำให้สังคมสนใจ ทว่าเบื้องหลังความตั้งใจที่อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาการศึกษานั้นก็เป็นจุดที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน ซึ่งจากที่เราเคยคุยกับทีมงาน <a href="https://adaymagazine.com/limited-education-project/" target="_blank" rel="noopener">Limited Education</a>  ทราบว่าปีนี้โครงการให้อิสระแบรนด์ทำงานได้อย่างเต็มที่</p>
<p>ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงชวน <strong>บุ๋ม–</strong><strong>บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์</strong> รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารแบรนด์ Bar B Q Plaza บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด มาพูดคุยกันถึงแนวคิดการทำงานและการออกแบบโปรดักต์อย่างเจาะลึก รวมถึงเหตุผลว่าทำไม Bar B Q Plaza จึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้ และอะไรที่ทำให้ตัดสินใจเล่นใหญ่เปลี่ยนป้ายร้านจนเป็นกระแสฮือฮา</p>
<p>ว่าแล้วก็เดินเข้าร้านบาบีคิ้วพาซ่าไปพร้อมๆ กันเถอะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71725 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-14.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-14-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>จากลูกค้าจนมาร่วมเป็นหนึ่งในโครงการ</h3>
<p>ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปีที่ 2 ของโครงการ Limited Education แบรนด์ Bar B Q Plaza เกือบได้เป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญปีนั้นแล้ว แต่ติดตรงข้อจำกัดด้านเวลาที่กระชั้นชิดเกินไป จนกระทั่งทีมงานได้กลับมาคุยถึงการร่วมมือกันในปีนี้</p>
<p>“เบื้องต้นตอนเราไม่รู้ว่านี่คืออะไร เราชอบโครงการนี้ตั้งแต่ตอนทำกับ Greyhound แล้ว ตอนนั้นเราก็เป็นลูกค้าคนหนึ่งที่ไปกรอกชื่อในเว็บ เพราะอยากได้เสื้อที่เขียนด้วยลายมือเด็ก แล้วปีนั้นเราก็ไปเป็นคณะกรรมการ Adman Awards พอดี ก็ยิ่งเชียร์ออกนอกหน้ามาก จนมาเจอพิ (พิริยะ กุลกาญจนาชีวิน) และได้คุยกัน เราก็คิดว่ามันเจ๋งดีว่ะ เลยไม่รั้งรอที่จะจอย แต่ตอนนั้นที่ลังเลเพราะเราชอบทำอะไรที่เป็น first mover ซึ่งอันนี้ค่อนข้างผิดแนวพวกเรา ปกติถ้ามีคนทำมาก่อน เราจะไม่ทำ แล้วยิ่งมีแบรนด์ประเภทเดียวกันทำมาก่อน เรายิ่งไม่ทำเลย ก็กลายเป็นโจทย์ว่าเขาทำมาเป็นปีที่ 3 แล้วเราจะทำยังไงให้แคมเปญนี้มันสดใหม่และถูกพูดถึงมากขึ้น ทำยังไงที่จะโอนความเป็น Limited Education มาที่เราได้”</p>
<p>ด้วยความที่ทีมงานทั้งสองฝ่ายรู้จักมักคุ้นกันอยู่แล้วและทางแบรนด์เองก็สนใจโครงการเป็นทุนเดิม การทำงานร่วมกันจึงราบรื่นมาก ขนาดที่นัดประชุมเจอหน้ากันแค่ครั้งเดียว หลังจากนั้นเป็นการทำงานผ่านออนไลน์ทั้งหมด ไม่ว่าจะการขายไอเดีย อัพเดตข้อมูล หรือแม้แต่ในวันที่เปิดแคมเปญอย่างเป็นทางการ</p>
<p>โปรดักต์ทั้งหมดที่ทุกคนเห็นใช้เวลาทำงานประมาณ 5 เดือน นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กันยายนที่เป็นเดือนแห่งวันการเรียนรู้หนังสือสากล ซึ่งนับว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสมกับแบรนด์พอดี เพราะเดือนนี้ก็มีความพิเศษที่เป็นเดือนเกิดพี่ก้อนเหมือนกัน แคมเปญ Limited Education จึงถือเป็นการทำอะไรดีๆ เพื่อสังคมเนื่องในเดือนเกิดเจ้ามังกรเขียวตัวนี้ไปด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71727 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-4.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-4.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h3>ตีโจทย์ผ่านลายมือเด็กที่สะกดคำผิด</h3>
<p>สำหรับการร่วมมือกันทำงานในแคมเปญนี้ Limited Education ค่อนข้างให้อิสระแบรนด์ในการคิดและทำโปรดักต์อย่างเต็มที่ ภายใต้โจทย์เพียงข้อเดียวคือ ต้องมี CI ลายมือเด็กเป็นส่วนหนึ่งด้วย</p>
<p>แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ข้อจำกัดหรือความยากสำหรับทีมงานพี่ก้อนเลย</p>
<p>“ข้อหนึ่งที่เราสนใจและชอบโครงการนี้คือความครีเอทีฟ มันเป็นโครงการที่พูดเรื่องการศึกษาไทยได้ไม่น่าเบื่อ มี memorable shot เป็นตัวอักษรที่มีความน่ารัก แต่มันจริงและกระแทกใจคน พอเริ่มตกลงทำก็คิดแล้วว่าจะทำยังไง กว่าจะออกมาเป็นแบบนี้ได้ก็มีโมเมนต์คิดไม่ออกว่าจะทำอะไรหรือทำยังไงเพื่อสื่อสารดี ตอนแรกเขาก็เสนอว่าให้ทำสินค้าอะไรบางอย่างขึ้นมาไหม ทีแรกเสนอทำเสื้อขาย แต่เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่แนวพวกเรา”</p>
<p>หลังจากนั้น บุ๋มนำเรื่องนี้ไปปรึกษาหลายๆ ฝ่ายในทีมจนได้ไอเดียมามากมาย เช่น น้ำหอมดับกลิ่นที่อยากให้เป็น limited item คู่ไปกับชื่อโครงการ Limited Education หรือแม้แต่ตุ๊กตาพี่ก้อนคอลเลกชั่นสวมเสื้อนักเรียน</p>
<p>แต่ด้วยความที่เป็นแบรนด์อาหาร บุ๋มจึงคิดถึงการเลือกเมนูซิกเนเจอร์มาร่วมเป็นไอเทมในโครงการ จนสุดท้ายมาตกลงกันที่เมนูของหวาน ประกอบไปด้วยไอศครีมบัวลอยไข่เค็ม ชาเย็นโฟลต และเยลลีกาแฟ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71729 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-21.jpg" alt="" width="675" height="441" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-21-300x196.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-21-600x392.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“ทำไมต้องเป็นของหวาน เพราะเราคิดว่าการร่วมบริจาคมันไม่จำเป็นต้องเรื่องเยอะ ไม่จำเป็นต้องกินครบหมื่น ครบห้าพัน แล้วถึงทำได้ คุณก็กินเหมือนเดิมแล้วสั่งของหวานหลักไม่กี่สิบบาทที่ร้านเราเพื่อช่วยสมทบทุนตรงนี้ ใช้แนวคิดว่าไม่ต้องเอาของที่ใหญ่หรือแพงมากเพื่อให้ลูกค้าสามารถมีส่วนร่วมตรงนี้ได้” เธออธิบายพลางชี้ชวนให้ดูสมุดเมนูสีเขียวที่ทำขึ้นใหม่</p>
<p>วิธีการทำให้ลูกค้ารู้ว่าเมนูของหวานคือส่วนหนึ่งของการร่วมมือกับโครงการ Limited Education ก็คือการทำสมุดเมนูรูปแบบใหม่ที่เน้นเฉพาะของหวาน 3 อย่างนี้ขึ้นมา โดยได้ไอเดียจากสมุดลายไทยและใช้ภาพเมนูอาหารเป็นลายเส้นภาพประกอบกับตัวอักษรลายมือเด็ก เพื่อสื่อสารถึงตัวโครงการได้อย่างชัดเจนขึ้น ซึ่งผลตอบรับก็ดีเกินที่เธอคาดไว้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71730 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ส่วนอีกไอเทมที่แบรนด์ทำออกมาคือ &#8216;กาเป๋าพี่ก้อน&#8217; ที่เคยพรีเซลมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งรอบนี้จะมีการเพิ่มสตอรี่เรื่องปัญหาการศึกษาของเด็กไทยเข้าไปในรูปแบบป้ายคาดบรรจุเรื่องราวของเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งจะบริจาคให้มูลนิธิต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71731 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-35.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-35.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-35-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h3>ขั้นกว่าของการทำโปรดักต์คือการสร้างประสบการณ์</h3>
<p>การซื้อโปรดักต์อาจเป็นด่านที่ลึกไปเสียหน่อยหากต้องการสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในวงกว้าง ดังนั้นจะเรียกว่า ‘เล่นใหญ่’ ก็ได้ที่แบรนด์ถึงขนาดลุกขึ้นมาเปลี่ยนป้ายชื่อร้านจากชื่อภาษาอังกฤษที่เราคุ้นเคยกันมาเป็นฟอนต์ลายมือเด็กที่สะกดผิดเป็น ‘บาบีคิ้วพาซ่า’</p>
<p>“ตอนร่วมมือกับโครงการก็พยายามคิดถึงวิธีการสื่อสาร แต่มันไม่ใช่การคิดปุ๊บแล้วได้เลย ตอนนั้นมีไอเทมของหวาน และก็เอากระเป๋ามาทำแพ็กเกจให้เป็น storytelling เรื่องเดียวกัน ปรากฏว่าหนึ่งในทีมพีอาร์ของเราก็เสนอไอเดียให้เปลี่ยนป้ายชื่อร้านเป็นแบบสะกดผิด เราก็เอาเลย ทำเลย ซึ่งเราว่าอันนี้เป็นคีย์ที่ทำให้แคมเปญประสบความสำเร็จ มันคือการที่เรานำเสนออะไรที่บางแบรนด์ บางองค์กร คิดว่ามันแตะต้องไม่ได้ เป็นเรื่องวัฒนธรรมขององค์กร การทำงานแบบไม่มีกรอบ ทุกคนมีสิทธิเสนอ”</p>
<p>แต่ด้วยเวลาที่จำกัดมากเพราะทีมเสนอเรื่องนี้ในช่วงกลางเดือนที่แล้ว ทุกฝ่ายจึงต้องร่วมมือกันอย่างแข็งขัน ทางทีมดีไซเนอร์ก็ออกแบบให้รูปแบบป้ายล้อไปกับโปสเตอร์ที่เป็นตัวอักษรลายมือเด็กบนหน้ากระดาษสมุดเขียน ซึ่งบุ๋มมองว่าหน้าที่ของป้ายนี้ไม่ใช่การทำให้เป็นโปสเตอร์อีกแผ่นโดยใช้สติกเกอร์แปะทับ แต่ต้องเป็นอะไรที่จริงที่สุด</p>
<p>“ต้องไปทำให้เป็นป้ายไฟแบบป้ายร้านจริงๆ และพอตัดสินใจว่าจะเป็นป้ายไฟจริงๆ เรื่องก็ยาว เพราะเวลาเปลี่ยนป้ายชื่อร้านจะมีเรื่องกฎหมายและการจดทะเบียนร้านค้ามาเกี่ยวข้อง ก็ต้องส่งแก๊งพีอาร์ไปคุยกับกองบริหารการคลังและรายได้ เนื่องจากร้านเราจดทะเบียนชื่อร้านว่า Bar B Q Plaza เป็นภาษาอังกฤษ แล้วอยู่ดีๆ เราจะมาเปลี่ยนเป็นอะไรแบบนี้ไม่ได้ ต้องทำจดหมายแจ้งเขาว่าจะขอทำแบบนี้เพื่อสนับสนุนเรื่องการศึกษาเด็ก เบื้องหลังกว่าจะมาเป็นป้ายนี้มีรายละเอียดเยอะมาก จนสุดท้ายก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมา”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71733 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Store-Light-Box-Draft-1-2-3.jpg" alt="" width="305" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Store-Light-Box-Draft-1-2-3.jpg 305w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Store-Light-Box-Draft-1-2-3-136x300.jpg 136w" sizes="(max-width: 305px) 100vw, 305px" /></p>
<p>“แล้วทำไมต้องบาบีคิ้วพาซ่า” บุ๋มหัวเราะก่อนไขข้อสงสัย</p>
<p>“มันมาจากตัวแบรนด์ที่สะท้อนออกมา คนจะมองว่าเราเป็นแบรนด์ขี้เล่น อารมณ์ดี น่ารัก และกวนประสาทนิดๆ ทีมก็ไปคิดกันมา สุดท้ายก็มาเป็น &#8216;บาบีคิ้ว&#8217; เพราะมี double meaning ส่วนคำว่า &#8216;พาซ่า&#8217; ก็ทำให้แบรนด์เราดูสนุกสนาน เป็นการสื่อสารในแง่ที่เอื้อกับแบรนด์ และอีกทางหนึ่งคือมันตอบจุดประสงค์ของ Limited Education ว่ายังมีเด็กจำนวนมากที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ตอนนั้นพวกเราเชื่อว่าการที่แบรนด์กล้าลุกขึ้นมาเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนป้าย ก็คงมีคนพูดถึงแหละ แต่อันหนึ่งที่มันไปไกลกว่าที่เราคิดคือกระแสจุดติดเร็วมาก โดยที่เราเพิ่งขึ้นป้ายเมื่อคืน วันต่อมามันถูกคนพูดถึงแล้ว”</p>
<p>เธอเลือกร้านสาขาเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 เป็นตัวชูโรง เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสื่อสารคือ คนวัยทำงาน นักเรียน นักศึกษา และคนรุ่นใหม่ แถมโลเคชั่นหน้าร้านก็กว้างขวาง คนผ่านเยอะ เอื้อให้เห็นป้ายร้านได้เป็นอย่างดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71734 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-29-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-29-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-29-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-29-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ส่วนการแต่งตัวให้พี่ก้อนก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประสบการณ์เพื่อสื่อสารประเด็นการศึกษาของแคมเปญนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งตอนแรกแบรนด์คิดขนาดจะทำเสื้อแคมเปญให้พนักงานทุกคน ทุกสาขา ใส่ แต่ด้วยระยะเวลา 1 เดือนที่ร่วมโครงการอาจเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินไป จึงลดสเกลมาเป็นแค่พี่ก้อนสวมเสื้อนักเรียนทุกสาขาแทน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71735 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/T-shirt-Staff.jpg" alt="" width="675" height="463" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/T-shirt-Staff.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/T-shirt-Staff-300x206.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/T-shirt-Staff-600x412.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71737 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/T-Shirt-BBGON-Fiber.jpg" alt="" width="675" height="401" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/T-Shirt-BBGON-Fiber.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/T-Shirt-BBGON-Fiber-300x178.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/T-Shirt-BBGON-Fiber-600x356.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>เรียนรู้จากการคาดไม่ถึง</h3>
<p>นอกจากกระแสที่แบรนด์ได้รับการพูดถึงในวงกว้างและทำให้คนรู้จักโครงการ Limited Education เพิ่มขึ้นแล้ว บุ๋มและทีมได้เรียนรู้ถึงการรับมือกับผลลบที่อาจเกิดขึ้นตามมา เธอยอมรับว่าตอนที่ประชุมคิดเรื่องป้ายร้านใหม่ ไม่มีใครสะดุดใจนึกถึงแง่ที่อาจทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่าแบรนด์ชวนคนสะกดคำผิดเลยสักนิด</p>
<p>แต่ขณะเดียวกันเธอก็เข้าใจและเปิดรับทุกความคิดเห็น ซึ่งจริงๆ แล้วทางแบรนด์มีการวางแผนการใช้ป้าย ‘บาบีคิ้วพาซ่า’ มาแล้ว และไม่ได้ทำไปด้วยเจตนาที่ไม่ดี</p>
<p>“เราออกแบบแคมเปญมาแล้วว่าป้ายนี้จะขึ้นวันที่ 1-8 กันยายน แล้วจะเอาลง เพราะวันที่ 8 เป็นวันเรียนรู้หนังสือสากลของ UNESCO หลังจากนั้นจะกลับมาเป็นป้ายปกติ และเป็นช่วงเฉลยว่าทำไมเราถึงเขียนผิด รวมถึงรณรงค์ชวนลูกค้ามาช่วยน้องๆ ให้สะกดคำกันให้ถูกไปจนจบเดือนนี้”</p>
<p>บุ๋มมองว่าจากการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์กับ Limited Education นี้นี่เองที่ทำให้แคมเปญนี้ทรงพลังขึ้น และในฐานะที่แคมเปญนี้ดำเนินมาถึงปีที่ 3 และกลายเป็นที่พูดถึงมากขึ้นในสังคมก็เป็นผลดีที่ทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาไทยได้รับการหันมาเหลียวมองอีกครั้ง</p>
<p>“ในฐานะที่เราเป็นผู้บริหารองค์กรไทย เราจะทำยังไงให้แบรนด์ที่เราดูแลอยู่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนให้ประเทศดีขึ้นได้ เราก็คงไปบังคับให้คนอื่นช่วยเหลือประเทศไม่ได้ แต่วันนี้สิ่งที่เราทำอยู่ Bar B Q Plaza ทำอะไรได้บ้าง นั่นแหละที่เป็นสิ่งที่เราตั้งใจจะทำ อีกอันก็คือภาพใหญ่ของแบรนด์ คนจะเห็นว่ากลยุทธ์ในการทำแบรนด์เราจะโฟกัสคนรุ่นใหม่ นี่ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะเข้าถึงใจคนกลุ่มนั้นได้ แล้วเดี๋ยวมาดูกันต่อว่าในอนาคตจะมีอะไรสนุกๆ เกี่ยวข้องกับการศึกษาที่เราจะทำออกมาอีก”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71741 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-26.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-26.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/BBQ-PLAZA-x-LE-26-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<hr />
<p><em>ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการ Limited Education ได้ที่ Bar B Q Plaza ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ &#8211; 30 กันยายน 2562</em></p>
<p><em>ติดตามโครงการ Limited Education ได้ที่เพจ <a href="https://www.facebook.com/LimitedEducationThailand/" target="_blank" rel="noopener">Limited Education</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bbqplaza-limitededucation/">เบื้องหลัง ‘บาบีคิ้วพาซ่า’ ป้ายร้านใหม่ของ Bar B Q Plaza ที่อยากสื่อสารปัญหาการศึกษาเด็กไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากอดีตเด็กขี้อายสู่เวทีนางงาม Valentina Ploy ศิลปินสาวที่น่ากรี๊ดที่สุด ณ จุดจุดนี้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/valentina-ploy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ธีรภัทร์ เจนใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Sep 2019 10:10:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[What The Duck]]></category>
		<category><![CDATA[Jam Fest]]></category>
		<category><![CDATA[Valentina Ploy]]></category>
		<category><![CDATA[แจ่มเฟส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=71137</guid>

					<description><![CDATA[<p>“จุดร่วมของสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ก็คือการแชร์สิ่งดีๆ ให้คนอื่น&#8230;แค่นั้นเลย” เจ้าของประโยคข้างต้นและรอยยิ้มที่สดใสหลังจากพูดจบ คือ พลอย–วาเลนติน่า จาร์ดุลโล ศิลปินสาวลูกครึ่งไทย-อิตาลี ที่เก็บซ่อนเสียงสำเนียงการร้องป๊อป-โฟล์กที่เธอมีตั้งแต่เด็กเป็นความลับ แล้วเปิดเผยครั้งแรกกับครอบครัวผ่านรายการประกวดร้องเพลงชื่อดัง The X Factor ที่บ้านเกิด ก่อนเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาปักหลักที่ไทย หลังจากเข้าร่วมประกวดร้องเพลงอีกครั้งในรายการ The Voice Thailand Season 6 ซึ่งเสียงของเธอก็เรียกร้องให้เก้าอี้ของโค้ชโจอี้บอยหันกลับมารับเธอเข้าทีม แม้ว่าทั้งสองเวทีเธอจะไม่ได้ขับร้องหรือแชร์สิ่งดีๆ อย่างที่เธอตั้งใจจนถึงรอบสุดท้าย แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดยั้งให้เธอล้มเลิกการก้าวขึ้นเวที ทว่าเวทีถัดมานั้นแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เวทีที่ว่าคือ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 และในขณะเดียวกัน เวทีนั้นก็พาให้เธอได้กลับมาแชร์เสียงร้องได้เต็มที่และเต็มตัวในฐานะศิลปินของค่าย What The Duck ผ่านสองซิงเกิลสดใหม่ชื่อ See you in life และ Wire  ซึ่งหลังจากที่ปล่อย Wire เพียงหนึ่งสัปดาห์ มิวสิกสตรีมมิ่งเจ้าดังอย่าง Spotify เลือกหยิบเพลงเพราะๆ ของเธอเข้าไปอยู่ในเพลย์ลิสต์เพลงฮิตทั่วโลกอย่าง &#8216;It’s a Hit!&#8217; ร่วมกับบทเพลงอื่นๆ จากศิลปินระดับโลก เช่น Taylor Swift, Ed Sheeran, Ariana Grande, Shawn Mendes และ The Chainsmokers เราเชื่อว่าเจ้าตัวคงดีใจไม่ใช่เล่น แต่เรื่องราวเหล่านั้นก็ยังไม่ได้ทำให้เราแปลกใจเท่ากับที่เธอบอกเราว่า เธอเป็นคนขี้อายมาก มากในระดับที่เคยไม่กล้าร้องเพลงให้ใครฟังด้วยซ้ำ และนั่นยิ่งทำให้เราสนใจและอยากชวนทุกคนทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้นอีกหน่อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/valentina-ploy/">จากอดีตเด็กขี้อายสู่เวทีนางงาม Valentina Ploy ศิลปินสาวที่น่ากรี๊ดที่สุด ณ จุดจุดนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">“จุดร่วมของสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ก็คือการแชร์สิ่งดีๆ ให้คนอื่น&#8230;แค่นั้นเลย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71688" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-25.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-25.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-25-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เจ้าของประโยคข้างต้นและรอยยิ้มที่สดใสหลังจากพูดจบ คือ </span><strong>พลอย–วาเลนติน่า</strong><span style="font-weight: 400;"><strong> จาร์ดุลโล</strong> ศิลปินสาวลูกครึ่งไทย-อิตาลี ที่เก็บซ่อนเสียงสำเนียงการร้องป๊อป-โฟล์กที่เธอมีตั้งแต่เด็กเป็นความลับ แล้วเปิดเผยครั้งแรกกับครอบครัวผ่านรายการประกวดร้องเพลงชื่อดัง The </span><i><span style="font-weight: 400;">X Factor</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่บ้านเกิด ก่อนเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาปักหลักที่ไทย หลังจากเข้าร่วมประกวดร้องเพลงอีกครั้งในรายการ </span><i><span style="font-weight: 400;">The Voice Thailand Season 6</span></i><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเสียงของเธอก็เรียกร้องให้เก้าอี้ของโค้ชโจอี้บอยหันกลับมารับเธอเข้าทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าทั้งสองเวทีเธอจะไม่ได้ขับร้องหรือแชร์สิ่งดีๆ อย่างที่เธอตั้งใจจนถึงรอบสุดท้าย แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดยั้งให้เธอล้มเลิกการก้าวขึ้นเวที ทว่าเวทีถัดมานั้นแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เวทีที่ว่าคือ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 และในขณะเดียวกัน เวทีนั้นก็พาให้เธอได้กลับมาแชร์เสียงร้องได้เต็มที่และเต็มตัวในฐานะศิลปินของค่าย What The Duck ผ่านสองซิงเกิลสดใหม่ชื่อ </span><i><span style="font-weight: 400;">See you in life</span></i><span style="font-weight: 400;"> และ </span><i><span style="font-weight: 400;">Wire </span></i></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a2a843e3e49c" data-id="_07x9k9mdpY" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-_07x9k9mdpY-6a2a843e3e49c" data-vid="_07x9k9mdpY" data-src="https://www.youtube.com/embed/_07x9k9mdpY?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/_07x9k9mdpY/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>ซึ่งหลังจากที่ปล่อย <i>Wire </i><span lang="TH">เพียงหนึ่งสัปดาห์ มิวสิกสตรีมมิ่งเจ้าดังอย่าง Spotify เลือกหยิบเพลงเพราะๆ ของเธอเข้าไปอยู่ในเพลย์ลิสต์</span><span lang="TH">เพลงฮิตทั่วโลกอย่าง &#8216;</span>It’s a Hit!&#8217;<span lang="TH"> </span><span lang="TH">ร่วมกับบทเพลงอื่นๆ จากศิลปินระดับโลก เช่น </span>Taylor Swift, Ed Sheeran, Ariana Grande, Shawn Mendes <span lang="TH">และ </span>The Chainsmokers เราเชื่อว่าเจ้าตัวคงดีใจไม่ใช่เล่น</p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เรื่องราวเหล่านั้นก็ยังไม่ได้ทำให้เราแปลกใจเท่ากับที่เธอบอกเราว่า เธอเป็นคนขี้อายมาก มากในระดับที่เคยไม่กล้าร้องเพลงให้ใครฟังด้วยซ้ำ และนั่นยิ่งทำให้เราสนใจและอยากชวนทุกคนทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้นอีกหน่อย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71685" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-32.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-32.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-32-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>คงไม่มีใครเชื่อว่าคุณขี้อาย ถ้ารู้ว่าก่อนหน้านี้คุณทำอะไรมาบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ๆ เราเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าจะมีวันนี้ แต่เป็นเรื่องจริงที่เราขี้อาย เป็นมาตั้งแต่เด็ก อาจเป็นเพราะตอนนั้นเราโดนแกล้งบ่อย โดนล้อด้วย พอเครียด เราก็เลือกที่จะนั่งฟังเพลงกับเขียนบันทึกความรู้สึกเก็บไว้ สองสิ่งนี้ช่วยทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมาก พอชอบเขียนก็เลยเริ่มแต่งเพลงตั้งแต่เด็กเลย</span></p>
<p><b>ที่ว่าแต่งเพลงตั้งแต่เด็กคืออายุเท่าไหร่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น่าจะตั้งแต่จำความได้เลย แต่ตอนเด็กเล่นไวโอลิน ยังไม่ได้เล่นกีตาร์เหมือนทุกวันนี้ ตอนนั้นก็เลยเป็นแค่เนื้อเพลง จนโตขึ้นก็รู้สึกว่าต้องเล่นกีตาร์แล้วจะได้แต่งเพลงง่ายขึ้น ทุกคนที่บ้านชอบดนตรี คือทั้งบ้านไม่มีใครร้องเสียงเพี้ยนเลย พ่อกับแม่อาจไม่ได้ร้องเก่งกาจ แต่เสียงไม่เพี้ยน</span></p>
<p><b>จำได้ไหมว่าเพลงที่แต่งตอนนั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงแรกเลยพูดถึงเรื่องหมา (หัวเราะ) เป็นหมาของเพื่อนสนิท ชื่อว่าลัคกี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71695" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-1.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-1.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-1-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>แต่ถ้าคุณขี้อาย แล้วคนที่บ้านไม่ตกใจหรือตอนที่รู้ว่าคุณไปประกวด The </b><b><i>X Factor</i></b><b>?</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอาจริงๆ คือพ่อกับแม่ไม่รู้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราร้องเพลงเป็น เราดูรายการนี้แล้วชอบ คิดว่าอยากไปยืนอยู่ตรงนั้นบ้าง แต่ก็ไม่อยากเชื่อตัวเองเหมือนกันว่าอยู่ดีๆ วันหนึ่งก็ตื่นขึ้นมาแล้วบอกกับตัวเองว่า ฉันจะไป The </span><i><span style="font-weight: 400;">X Factor</span></i><span style="font-weight: 400;"> เราเดินทางไปสมัครและออดิชั่นเอง ไม่บอกใครเลย จนกระทั่งทั้งคู่เห็นเราในรายการ เขาก็ช็อก แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไร พ่อกับแม่ให้อิสระมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว แต่ขอให้เรื่องเรียนมาก่อน เราต้องพิสูจน์ตัวเองอยู่สักพักเขาถึงเชื่อว่าเราจะร้องเพลงจริงจังได้</span></p>
<p><b>แล้วคุณก็เดินทางมาประกวดที่ไทยอีกสองเวที เป็นความตั้งใจหรือว่าบังเอิญ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปกติที่บ้านจะมาเที่ยวไทยทุกปี พอดีว่าปีนั้นมาเที่ยวแล้วเห็นรายการ </span><i><span style="font-weight: 400;">The Voice Thailand</span></i><span style="font-weight: 400;"> กำลังเปิดรับสมัคร ก็ลองดู เราเข้าไปถึงรอบแบตเทิลแล้วก็ตกรอบ ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ได้จากรายการคือเรารู้แล้วว่าเราไม่อยากเป็นคนขี้อายอีกแล้ว ถ้าย้อนกลับไปดูคลิปรอบออดิชั่นจะเห็นเลยว่าเรามือสั่นตัวสั่นหนักมาก (หัวเราะ) เราก็เลยไปเข้าเรียนคลาสการแสดง ซึ่งก็ช่วยได้เยอะ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71690" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-14.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-14.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-14-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ต่อให้หายเขินแล้วก็ตาม แต่เวทีมิสยูนิเวิร์สฯ มันดูแตกต่างจากเวทีประกวดร้องเพลงมากๆ ทำไมถึงตัดสินใจไปเวทีนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการร้องเพลงแล้ว เราเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคน เราทำงานอาสาสมัครมาตั้งแต่เด็ก เคยไปเป็นอาสาสมัครที่เนปาลด้วย บวกกับตอนมาอยู่เมืองไทยก็มีหลายคนชอบพูดกับเราว่า ทำไมไม่ลองไปประกวดดูล่ะ ซึ่งเราก็คิดว่ามันน่าสนใจ แม้ว่าแม่พยายามอธิบายว่าการประกวดนางงามที่เมืองไทยมันไม่ใช่อย่างที่เราคิด มันต้องมีสปอนเซอร์ มีโค้ช มีผู้จัดการ แต่เราก็หัวรั้น ทำไมต้องมีล่ะ เรามีความเชื่อว่าเราจะไปเวทีนั้นเพื่อแชร์สิ่งดีๆ ทัศนคติดีๆ คล้ายกับการร้องเพลง เราตั้งใจจะมอบสิ่งดีๆ ให้คนอื่น That’s why i’m singing ไม่อย่างนั้นเราก็คงร้องเพลงแล้วฟังคนเดียว เราไปประกวดโดยไม่ได้หวังว่าจะชนะเลย ยกเว้นตอนที่เข้ารอบลึกๆ เหลือ 5 คนสุดท้ายก็มีตื่นเต้นนิดนึง (หัวเราะ)</span></p>
<p><b>แปลว่าไปถึงรอบตอบคำถามเลย ยังจำคำถามได้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จำได้ เราโดนถามว่า มีวิธีสร้างกำลังใจให้ตัวเองยังไงเวลาขาดกำลังใจ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71693" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-4.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-4.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>แล้วตอบไปว่ายังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ตั้งใจจะตอบคือ มันก็คงเป็นวิธีเดียวกับที่เราพูดให้กำลังใจคนอื่นหรือคนที่เรารัก คำพูดมันมีพลังมากๆ เราก็ใช้คำพูดแบบนั้นแหละพูดกับตัวเอง แต่ความเป็นจริงบนเวทีคือสติแตกไปแล้ว ร้องไห้นำไปก่อนเลย พูดไม่ค่อยออก ถ้ามีสติอีกหน่อยก็คงพูดถึงเรื่องดนตรีด้วย เพราะทุกครั้งที่ใส่หูฟังแล้วเปิดเพลงที่ชอบ โลกของเราจะสวยขึ้นมาทันที </span></p>
<p><b>เวทีมิสยูนิเวิร์สฯ เปลี่ยนชีวิตไปอย่างไรบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันเป็นวงการที่เราไม่รู้อะไรเลย บรรยากาศก็ไม่เหมือนกับที่เคยเจอในการประกวดร้องเพลง ต้องคุมลุค เสื้อผ้าหน้าผมต้องเป๊ะ ตอนนั้นเราก็เลือกที่จะเป็นตัวเองนะ หัวยุ่งก็หัวยุ่งไป ดราม่ากับตัวเองนิดนึง เพราะมันก็ถือเป็นเรื่องยากสำหรับเรา แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ได้เพื่อนใหม่ ได้รู้จักพี่ๆ อีกหลายคน แล้วก็ทำให้ได้รู้จักกับ พี่ออน–ชิชญาสุ์ กรรณสูต ซึ่งเป็นผู้จัดการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สฯ และเป็นหนึ่งในผู้บริหารค่าย What The Duck พี่เขารู้แล้วว่าเราชอบร้องเพลง ก็เลยชวนว่าทำไมไม่ลองส่งเดโมมาล่ะ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71687" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-24.jpg" alt="" width="675" height="445" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-24.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-24-300x198.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-24-600x396.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>กว่าจะมาเป็นเพลง </b><b><i>See you in life</i></b><b> ซิงเกิลแรกของคุณ เส้นทางเป็นอย่างไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามีเพลงที่แต่งเองและอัดเก็บไว้เยอะมาก เราคิดว่าเราควรจะเอาชนะใจพวกพี่ๆ เขาหน่อย เพราะเราก็เข้าใจว่าเรามาจากเวทีนางงาม เขาอาจจะยังไม่เชื่อในความสามารถเราก็ได้ ก็เลยส่งไปทั้งหมดที่มี จนได้ไปประชุมกับพี่ออน ซึ่งพี่เขาก็เชียร์เราเต็มที่มาก พี่มอย–สามขวัญ ตันสมพงษ์ และพี่บอล–ต่อพงศ์ จันทบุบผา (Scrubb) พี่บอลเป็นคนที่ซื้อใจยากที่สุด เหมือนวันนั้นเขายังไม่ค่อยซื้อเท่าไหร่ แบบ อืมๆ ก็ดีนะ ก่อนกลับเขาให้การบ้านให้เราไปแต่งเพลงมาส่งเพิ่ม เราก็ส่งเพลงไปเรื่อยๆ ให้เขาเห็นความพยายาม จนเรากลับไปอิตาลี แล้วก็แต่งเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">See you in life</span></i><span style="font-weight: 400;"> ส่งกลับมา ปรากฏว่าพี่ๆ ชอบมาก พี่บอลบอกว่าชอบทำนอง ติดหูมาก แล้วพวกเขาก็ตัดสินใจให้ทำเพลงนี้เลย กลายเป็นซิงเกิลแรกของเรา</span></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a2a843e3e4cb" data-id="wPAf3scMI5A" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-wPAf3scMI5A-6a2a843e3e4cb" data-vid="wPAf3scMI5A" data-src="https://www.youtube.com/embed/wPAf3scMI5A?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/wPAf3scMI5A/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><b>ไปเจออะไรที่อิตาลีถึงทำให้เกิดเพลงนี้ขึ้นมา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ออกไปเที่ยวกับเพื่อน แล้วเผอิญว่าเราไปเจอคนคนหนึ่ง (หัวเราะเขินๆ) มันเป็นความรู้สึกที่แปลกมาก เราเลิกกันไปตั้งนานแล้ว ใช้ชีวิตคนละฟากของโลก แต่พอกลับมาเจอกันก็ยังรู้สึกว่ารักกัน เป็นความรักแบบเพื่อน เพลงนี้ก็เลยพูดถึงความรู้สึกในวันนั้น การเจอกันทำให้เราลืมความรู้สึกไม่ดีในอดีต ลืมภาพที่เคยทะเลาะกัน เป็นเพลงที่ใช้เวลาแต่งแป๊บเดียว ร้องไห้ตอนแต่งด้วย (หัวเราะ) แต่ที่เพลงมันดูไม่ได้เศร้ามาก เพราะจริงๆ มันเป็นความรู้สึกที่ดี</span></p>
<p><b>เป็นยังไงบ้างกับการได้สองพี่น้อง ปกป้อง-ต้องตา จิตดี (Plastic Plastic) มาช่วยทำดนตรี</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สนุกมาก ดีมาก เพราะมันยากมากที่จะมีใครสักคนเก็ตเสียงหรือดนตรีที่เราคิดในหัว ตอนเราอัดเพลงเก็บไว้ มันก็ยังมีแค่เสียงร้องกับกีตาร์ ซึ่งจากตรงนั้นมันสามารถพัฒนาเป็นเพลงได้หลายแบบมาก แต่พี่ปกป้องเข้าใจว่าเราอยากได้ดนตรีแบบไหน ทั้งที่เราก็อธิบายมั่วมาก เราไม่รู้ศัพท์เทคนิคอะไรเลย ได้แค่พยายามหา reference ให้เขาฟัง หรือบางรายละเอียดก็เป็นแค่คำบอกจากเรา ไม่รู้จะหาตัวอย่างจากไหนมาอธิบาย แต่พี่เขาก็ยังทำให้เราได้ เขาอัจฉริยะมาก พอเพลงเสร็จ เราแทบร้องไห้ เหมือนเห็นลูกตัวเองประสบความสำเร็จเลย ตื่นเต้นมาก อย่างท่อนหนึ่งที่ร้องว่า “Oh with your jade eyes” เพราะว่าตาของเขาคนนั้นสีเขียวมรกต แล้วพี่ปกป้องก็ใส่เสียง </span><i><span style="font-weight: 400;">กิ๊ง</span></i><span style="font-weight: 400;"> ตรงท่อนนั้น มันเลยเหมือนตาปิ๊งๆ เป็นอะไรเล็กๆ น้อยๆ แต่เราชอบมาก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-35.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-35.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-35-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ผลตอบรับเป็นอย่างไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราดีใจมาก แปลกใจเหมือนกันว่าเพลงของเราใน Spotify มีคนฟังเกือบ 4 ล้านครั้งแล้ว ไม่คิดเลยว่าเพลงของเราจะถูกฟังเกินล้านครั้ง ไม่เคยคิดว่าใน Spotify ที่เราใช้ทุกวัน วันหนึ่งจะมีเพลงของเรา อาจจะเป็นเพราะเราได้คนฟังและแฟนคลับต่างชาติจากตอนประกวดนางงามด้วย</span></p>
<p><b>เคยกังวลไหมว่าทำเพลงสากลในประเทศไทยแล้วคนฟังจะน้อย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิดหน่อย เข้าใจได้ว่าถ้าคนฟังเข้าใจเนื้อเพลงมันก็จะอินกว่าอยู่แล้ว แต่ในทางกลับกัน เราก็คิดว่าดนตรีมันก็ดีตรงที่ว่าเราไม่ต้องเข้าใจความหมายเลยก็ได้ เราเคยฟังเพลงจากสวีเดน จากเดนมาร์ก ฟังไม่ออกเลย แต่มันโดนใจเรา ดนตรีมันสื่อสารกับเราได้แบบนั้น ก็เลยคิดว่า โอเค ช่างมัน อะไรจะเกิดก็เกิด เพราะเราแค่อยากแชร์ อยากช่วยคน และเราก็คิดว่าดนตรีช่วยคนได้ อยากให้เพลงของเราช่วยคนอื่นได้ ให้คนที่ฟังรู้ว่าเราก็รู้สึกแบบเขา ตอนไปประกวดมิสยูนิเวิร์สฯ ก็คิดแบบนี้ เราพยายามพูดอะไรก็ตามที่จะทำให้คนฟังรู้สึกดี</span></p>
<p><b>แล้วเพลงไทยล่ะ คิดว่าจะลองทำดูบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ แต่งไว้แล้ว เดี๋ยวได้จังหวะก็คงจะปล่อยตามมา คือตั้งแต่จบรายการ The Voice พี่โจอี้บอยก็บอกเราว่าทำไมไม่ลองแต่งเพลงไทยด้วย เราก็สนใจ คิดว่าจะลองดูบ้าง ตอนนั้นอยู่ที่โคราชบ้านยาย คิดเพลงออกในห้องน้ำ ก็เลยออกมาหยิบกีตาร์ใกล้พังตัวหนึ่ง ลองๆ แล้วก็ได้มาหนึ่งเพลง แต่ก็ยากนิดหนึ่ง เพราะภาษาไทยเราจะออกเสียงตามใจก็ไม่ได้ ภาษาอังกฤษเรายังออกเสียงได้อิสระ แต่ภาษาไทยเปลี่ยนเสียงก็ผิดความหมายเลย</span></p>
<p><b>เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าควรจะถามตั้งแต่แรก ทำไมคุณถึงพูดไทยได้ชัดและคล่องขนาดนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะแม่ แม่ทำงานอาสาสมัครที่ Thai Women Network in Europe แม่จะช่วยเหลือเรื่องต่างๆ แก่ผู้หญิงไทยที่ยุโรป แล้วแม่ก็เป็นตัวตั้งตัวตีรณรงค์ให้เด็กลูกครึ่งไทยพูดภาษาไทยได้ แม่เน้นมากๆ ตอนเด็กๆ ถ้าเราไม่ตอบภาษาไทย แม่จะไม่คุยด้วย แม่เคยพูดว่าสมบัติเดียวที่แม่จะให้ได้และมีประโยชน์มากที่สุดก็คือภาษา ซึ่งจริงมากๆ เพราะถ้าพูดภาษาไทยไม่ได้ก็คงไม่มีวันนี้ มันเป็นประตูที่เปิดโอกาสหลายๆ อย่างให้เรา เราเลยชอบเรียนภาษา ชอบการเดินทาง ชอบสงสัยว่าคนที่อื่นเขาอยู่กันยังไง อยากรู้อยากเห็น ตอนนี้เลยพูดได้ 5 ภาษา อิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษ สเปน และไทย พอพูดภาษาเขาได้ เราก็เข้าใจเขามากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71689" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-18.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-18.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-18-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>คุณถือว่าเป็นวัยรุ่นที่ผ่านเวที ผ่านการประกวดมาเยอะ มีอะไรอยากแชร์ให้คนรุ่นๆ เดียวกันที่ตอนนี้ต่างก็พยายามประกวดหรือพิสูจน์ตัวเองอยู่บ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องชนะหรือไม่ชนะสำหรับเราไม่ใช่เรื่องสำคัญ ความดังก็ไม่ใช่เรื่องที่เราใส่ใจ เพราะเราเชื่อว่าการจัดการชีวิต ทำชีวิตเราให้สงบสุขที่สุดนั้นยากและสำคัญที่สุด คนที่รวยที่สุด ดังที่สุด ถ้าจัดการชีวิตและจิตใจไม่ได้ก็เท่านั้น อีกอย่างที่สำคัญคือ การทำอย่างต่อเนื่อง ทำไปเถอะ มันไม่เสียเปล่าหรอก ขนาดเด็กขี้อายอย่างเรายังออกไปทำอะไรได้ตั้งเยอะแยะ แค่อย่าลืมว่าจุดเริ่มต้นของเราคืออะไร จุดเริ่มต้นที่ทำให้เราทำสิ่งนี้คืออะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โซเชียลมีเดียอาจทำให้เราเปรียบเทียบกับชีวิตคนอื่นตลอดเวลา คนนั้นได้ไปที่นั่นสวยจังเลย คนนี้น่ารักจังเลย แต่ทุกคนลืมไปว่าตัวเองก็มีด้านที่สวยงาม เข้าใจว่ามันยากที่จะไม่เปรียบเทียบกับใครเลย สำหรับเราเองก็ยังเป็นเรื่องที่ยากอยู่เหมือนกัน แล้วก็ดูเหมือนจะเป็นคัลเจอร์ของยุคนี้ไปแล้ว แต่มันก็ถือเป็นงานที่เราทุกคนต้องพยายามทำและผ่านไปให้ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71691" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-8.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-8.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-8-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างตอนเราประกวดมิสยูนิเวิร์สก็โดนคอมเมนต์เยอะมาก หน้าย่น คอใหญ่ พาน้องเขาไปฉีดโบทอกซ์หน่อยสิ ซึ่งเราไม่ชินกับการวัดค่าอะไรแบบนี้เลย และเราก็ไม่เคยคิดว่าจะศัลยกรรมหรือเปลี่ยนแปลงร่างกายด้วย เราเกิดมาครบ 32 เราก็พอใจกับสิ่งนี้ ถึงต่อให้เราขี้เหร่ยังไง แต่พวกคุณเป็นใครถึงจะมาบอกว่าใครสวยไม่สวย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่ว่าเรามั่นใจว่าตัวเองสวยที่สุดในโลก แต่เราคิดมาตลอดว่า การยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการพยายามสวยในแบบที่คนอื่นอยากจะเห็นจากเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายถ้าคนเขาจะว่าเรา เขาก็จะหาเรื่องว่า หาจุดบกพร่องของเราจนได้ เอาเวลามาทำในสิ่งที่อยากทำดีกว่า</span></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a2a843e3e4df" data-id="Styc620JKgU" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-Styc620JKgU-6a2a843e3e4df" data-vid="Styc620JKgU" data-src="https://www.youtube.com/embed/Styc620JKgU?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/Styc620JKgU/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a2a843e3e4ec" data-id="Ek5G3OvYRQY" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-Ek5G3OvYRQY-6a2a843e3e4ec" data-vid="Ek5G3OvYRQY" data-src="https://www.youtube.com/embed/Ek5G3OvYRQY?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/Ek5G3OvYRQY/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a2a843e3e4f7" data-id="S82TpbTJtoM" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-S82TpbTJtoM-6a2a843e3e4f7" data-vid="S82TpbTJtoM" data-src="https://www.youtube.com/embed/S82TpbTJtoM?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/S82TpbTJtoM/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/valentina-ploy/">จากอดีตเด็กขี้อายสู่เวทีนางงาม Valentina Ploy ศิลปินสาวที่น่ากรี๊ดที่สุด ณ จุดจุดนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Limited Education: การกลับมาของแคมเปญเพื่อการศึกษาที่เล่าปัญหาความเหลื่อมล้ำผ่านการชิม ช้อป ชิลล์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/limited-education-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Aug 2019 08:49:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐชยา จรรยาพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[Glow Story]]></category>
		<category><![CDATA[พิริยะ กุลกาญจนาชีวิน]]></category>
		<category><![CDATA[นภัส มุทุตานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[Limited Education2019]]></category>
		<category><![CDATA[Limited Education]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเพื่อการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[After You]]></category>
		<category><![CDATA[Bar B Q Plaza]]></category>
		<category><![CDATA[Grey Ray]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=70084</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อปีที่แล้ว ต่อให้คุณไม่ได้เป็นสายของหวานนั่งคาเฟ่ก็น่าจะเคยเห็นโปรดักต์หนึ่งของ After You ที่ป้ายคาดกล่องเขียนด้วยลายมือเด็กๆ ตัวโย้เย้ว่า ‘ขนมปังเนยโสด’ หลายคนอาจไม่รู้ มองว่านั่นเป็นการตลาดแบบใหม่ที่ทำให้โดนใจลูกค้ามากขึ้น จนยอดขายถล่มทลายทำขายแทบไม่ทัน แต่หากศึกษาเพิ่มอีกนิด อ่านแนวคิดเบื้องหลังฟอนต์ลายมือเด็กและคำผิดที่ดูน่ารักเพิ่มสักหน่อย คุณจะรู้ว่าขนมสุดฮิตชิ้นนั้นทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Limited Education ที่มีเป้าหมายช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาของประเทศไทย ปัญหาเรื้อรังที่เราต่างพูด ได้ยิน หรืออาจประสบด้วยตัวเองกันมาเนิ่นนาน นอกจาก After You แล้ว ยังมีแบรนด์อื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการนี้ ไม่ว่าจะเป็น Greyhound, Club21, B2S, LOVEiS และอีกมากมาย Limited Education คือโครงการที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2017 ด้วยเป้าหมายที่อยากสร้างการตระหนักรู้ถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เกิดขึ้นกับเด็กไทย ไปพร้อมๆ กับเป้าหมายในการเปลี่ยนวิธีการช่วยเหลือของคนทั่วไปให้น่าสนใจมากกว่าเพียงการบริจาคเงิน ภายใต้แนวคิด เปลี่ยนการศึกษาไทย ให้เป็นของ (ไม่) ลิมิเต็ด โครงการปีแรกเริ่มจากการร่วมมือกับแบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติไทยอย่าง Greyhound ที่ออกแบบเสื้อยืดคอลเลกชั่นพิเศษด้วยตัวอักษรจากลายมือจริงของเด็กๆ ผู้เผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ กลายมาเป็นเสื้อยืดคําผิดที่มีชื่อเขียนผิดของผู้ร่วมบริจาค จนระดมทุนไปได้ถึง 2 ล้านบาท ก่อนชวนแบรนด์อื่นๆ มาร่วมโครงการได้มากขึ้นในปีที่ 2 ซึ่งหนึ่งในผลิตผลครั้งนั้นก็คือขนมปังเนยโสดนี่แหละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/limited-education-project/">Limited Education: การกลับมาของแคมเปญเพื่อการศึกษาที่เล่าปัญหาความเหลื่อมล้ำผ่านการชิม ช้อป ชิลล์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อปีที่แล้ว ต่อให้คุณไม่ได้เป็นสายของหวานนั่งคาเฟ่ก็น่าจะเคยเห็นโปรดักต์หนึ่งของ After You ที่ป้ายคาดกล่องเขียนด้วยลายมือเด็กๆ ตัวโย้เย้ว่า ‘ขนมปังเนยโสด’</p>
<p>หลายคนอาจไม่รู้ มองว่านั่นเป็นการตลาดแบบใหม่ที่ทำให้โดนใจลูกค้ามากขึ้น จนยอดขายถล่มทลายทำขายแทบไม่ทัน แต่หากศึกษาเพิ่มอีกนิด อ่านแนวคิดเบื้องหลังฟอนต์ลายมือเด็กและคำผิดที่ดูน่ารักเพิ่มสักหน่อย คุณจะรู้ว่าขนมสุดฮิตชิ้นนั้นทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Limited Education ที่มีเป้าหมายช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาของประเทศไทย ปัญหาเรื้อรังที่เราต่างพูด ได้ยิน หรืออาจประสบด้วยตัวเองกันมาเนิ่นนาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-70493 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/AfterYou.jpg" alt="" width="800" height="461" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/AfterYou.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/AfterYou-300x173.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/AfterYou-768x443.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/AfterYou-600x346.jpg 600w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>นอกจาก After You แล้ว ยังมีแบรนด์อื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการนี้ ไม่ว่าจะเป็น Greyhound, Club21, B2S, LOVEiS และอีกมากมาย</p>
<p>Limited Education คือโครงการที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2017 ด้วยเป้าหมายที่อยากสร้างการตระหนักรู้ถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เกิดขึ้นกับเด็กไทย ไปพร้อมๆ กับเป้าหมายในการเปลี่ยนวิธีการช่วยเหลือของคนทั่วไปให้น่าสนใจมากกว่าเพียงการบริจาคเงิน ภายใต้แนวคิด เปลี่ยนการศึกษาไทย ให้เป็นของ (ไม่) ลิมิเต็ด</p>
<p>โครงการปีแรกเริ่มจากการร่วมมือกับแบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติไทยอย่าง Greyhound ที่ออกแบบเสื้อยืดคอลเลกชั่นพิเศษด้วยตัวอักษรจากลายมือจริงของเด็กๆ ผู้เผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ กลายมาเป็นเสื้อยืดคําผิดที่มีชื่อเขียนผิดของผู้ร่วมบริจาค จนระดมทุนไปได้ถึง 2 ล้านบาท ก่อนชวนแบรนด์อื่นๆ มาร่วมโครงการได้มากขึ้นในปีที่ 2 ซึ่งหนึ่งในผลิตผลครั้งนั้นก็คือขนมปังเนยโสดนี่แหละ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-70494 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Influencers02.png" alt="" width="1366" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Influencers02.png 1366w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Influencers02-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Influencers02-768x432.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Influencers02-1024x576.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Influencers02-600x337.png 600w" sizes="(max-width: 1366px) 100vw, 1366px" /></p>
<p>มาปีนี้ Limited Education ชวนแบรนด์มาร่วมโครงการได้หลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Bar B Q Plaza, After You, อินทนิล, <span style="color: #000000;">ชาตรามือ</span>, SF, Grey Ray และร้านของฝากเจ๊เค็ง ที่มาร่วมออกแบบสินค้ารูปแบบพิเศษในจํานวนจํากัดเพื่อวางขายทั้งทางหน้าร้าน และทางแอพพลิเคชั่น Shopee ทั้งยังขยายประเด็นปัญหาการศึกษาให้ครอบคลุมขึ้นโดยจับคู่ปัญหากับแนวทางและวิธีการเล่าของแต่ละแบรนด์</p>
<p>ในฐานะที่เดือนกันยายนนี้เป็นจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ในขวบปีที่ 3 บวกกับ UNESCO กำหนดให้วันที่ 8 กันยายนเป็น International Literacy Day (วันการเรียนรู้หนังสือสากล) เราจึงชวนทีม Glow Story ได้แก่ <strong>พิ–พิริยะ กุลกาญจนาชีวิน</strong>, <strong>บี๋–นภัส มุทุตานนท์</strong> ผู้เป็นโต้โผแคมเปญ และ <strong>นัด–ณัฐชยา จรรยาพาณิชย์</strong> Visual Director ที่มาช่วยเสริมทัพโครงการ พูดคุยกันถึงบทเรียนที่ได้รับและคอนเซปต์ ‘ยิ่งช้อป ยิ่งได้ลด (ความเหลื่อมล้ำ)’ ในปีนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-70495 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-28.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ปีนี้แคมเปญครบรอบ 3  ปี พวกคุณได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการทำแคมเปญเพื่อการศึกษามา 2 ปี</strong></p>
<p><strong>บี๋ :</strong> ถ้าย้อนกลับไปปีแรกที่เราเป็นพาร์ตเนอร์กับ Greyhound บทเรียนที่ได้คือ เราสามารถเปลี่ยนประเด็นการศึกษาที่ดูน่าเบื่อเป็นเรื่องสนุกได้ ด้วยการเอาสตอรีไปจับหรือหยิบอินไซต์ของคนทั่วไป เช่น คนที่เดินในห้างอาจไม่ได้สนใจเรื่องการทำ CSR แต่เขาไปห้างเพื่อช้อปปิ้ง พอรู้ว่าเขาสนใจการช้อปปิ้ง เราก็ไปเจอจุดสำคัญที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างคนทั่วไปในสังคมกับประเด็นยากๆ ด้านการศึกษา นั่นคือพลังของแบรนด์และมีเดีย พอเราไปเจออินไซต์ตรงนี้ตั้งแต่ปีแรก และทำโครงการกับ Greyhound สำเร็จ เราก็พยายามขยายอิมแพกต์ไปเรื่อยๆ</p>
<p>ปีที่สองเราตั้งโจทย์ใหม่ว่าถ้าเราขยายเครือข่ายแบรนด์ล่ะ มีแบรนด์หลายๆ แบบมาร่วมกัน อาจไม่ใช่แค่แบรนด์แฟชั่น แต่เป็นแบรนด์ด้านอาหารหรือแบรนด์เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ ปีที่ 2 เราเลยไปหาแบรนด์ที่หลากหลายขึ้น พอปีที่ 3 เราก็เพิ่มแบรนด์ โดยเน้นแบรนด์ที่ใหญ่ขึ้น แบรนด์ที่มี brand love มากขึ้น</p>
<p><strong>นัด </strong><strong>: </strong>เหมือนพี่ๆ ปูทางมาตั้งแต่ปีแรก เราเข้ามาปีที่ 2 ก็ช่วยดูแลภาพรวม เป็นปีนี้มากกว่าที่กระโดดลงมาทำเต็มตัว รู้สึกว่าสิ่งที่เป็นบทเรียนจากปีก่อนน่าจะเป็นประเด็นที่อยากทำให้การบริจาคไม่ได้เป็นเรื่องน่าสงสาร ทำให้มันดูสนุกขึ้น คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เหมือนปีนี้เราดึงเรื่องการเป็นร้านค้า การเป็นช้อปปิ้งมอลล์ให้สุดทางมากขึ้น เปลี่ยนมู้ดจากการเข้าร่วมโครงการนี้โดยการบริจาคเป็นการทำให้คนตระหนักถึงปัญหาผ่านการที่เขาสนุกไปด้วย ของก็น่าสนใจ เงินที่จ่ายซื้อของก็เข้าน้องๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-70496 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>จากกระแสที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าโครงการประสบความสำเร็จมากทีเดียว</strong></p>
<p><strong>พิ :</strong> ปีแรกค่อนข้างประสบความสำเร็จมากทั้งรางวัลและตัวเงินที่ช่วยมูลนิธิระดมทุนได้ เราได้เรียนรู้เยอะมากว่าเราเล่าประเด็นการศึกษาในรูปแบบที่สนุกและป๊อปแบบนี้ก็ได้ เล่าผ่านป้ายเซล คนละเรื่องกันสุดๆ ไปเลย ตอนนั้นได้ <span style="color: #000000;">ADMAN Awards เยอะมาก เป็นสิบๆ รางวัล </span><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">โชคดีที่ทางพี่ๆ ชูใจ กะ กัลยาณมิตรชวนเราเข้าไปช่วยทำโครงการและต่อยอดจนส่งเข้าประกวด เลยได้เป็นส่วนหนึ่งของรางวัล ADMAN Awards กับพี่ๆ เขา</span> </span>แต่สิ่งที่เรารู้สึกคือ เราไม่ได้ทำงานเพื่อสิ่งนี้ ขึ้นไปรับรางวัลก็โหวงๆ โมเมนต์นั้นทำให้เราเห็นตัวเองชัดขึ้น เราไม่ได้อยากเป็นเอเจนซีที่ทำงานเพื่อรางวัล เราตั้งคำถามกับตัวเองว่าเรามาทำงานเพื่ออิมแพกต์หรือเปล่า เงิน 2 ล้านที่ระดมทุนได้ภายใน 2 อาทิตย์ดูเป็นตัวเลขที่เยอะมาก แต่มันช่วยได้แค่โรงเรียนเดียวต่อปีเพราะปัญหาการศึกษาเหมือนทะเล กว้างมาก คลื่นหนักมาก สิ่งที่เราเข้าไปทำมันดูยิ่งใหญ่ในเชิงมีเดีย สื่อ และการมีส่วนร่วม แต่ตัวเงินที่แก้ปัญหาเป็นเพียงแค่หยดน้ำเล็กๆ ของมหาสมุทรเท่านั้นเอง เราก็มาดูว่าโจทย์จริงๆ มันคือการระดมทุนให้ได้เยอะที่สุดหรือเปล่า มันคือการทำให้ได้ยอดเงินบริจาคมากที่สุดหรือเปล่า</p>
<p>เรารู้สึกว่าปัญหาการศึกษามันใหญ่มากเกินกว่าที่แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง มูลนิธิใดมูลนิธิหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่งจะแก้ได้ เราเชื่อว่ามันต้องทำแบบพี่ตูน คือการขอเงินร้อยล้านจากองค์กรใดองค์กรหนึ่งคงขอได้ แต่ทุกคนจะไม่รับรู้และมีส่วนร่วมกับเรื่องนี้เลย ดังนั้น 10 บาทจากทุกคนทั่วประเทศมีค่ามากกว่าร้อยล้านพันล้านจากคนใดคนหนึ่งอยู่แล้ว เราเลยคิดว่าสิ่งที่อยากให้โครงการนี้ที่มีความเป็นเหมือนลูกที่เราเลี้ยงมาตั้งแต่วันแรกให้มันโต ไม่ได้อยากให้เป็นแคมเปญที่เหมือนพลุ จุดแล้วหายไป แต่เป็นโมเดลที่ยั่งยืน สามารถเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างการมีส่วนร่วมของทั้งมูลนิธิและคนอื่นๆ</p>
<p>เราเลยโฟกัสเรื่องความยั่งยืนของโครงการ ต้องทำยังไงให้โมเดลวินกับทุกฝ่ายจริงๆ แบรนด์ก็แฮปปี้ ทางมูลนิธิเองก็ยังคงความเชื่อของตัวเองได้ ส่วนคนที่มีส่วนร่วมไม่ได้ให้เงินเพราะความสงสาร เรารู้สึกว่าไอ้ความสงสารนี้เหมือนจะดี แต่ในมุมหนึ่งมันก็ทำร้ายเหมือนกัน พอสงสารปุ๊บมันก็ไม่ได้เข้าใจปัญหาจริงๆ หรือรู้สึกว่าเรามีส่วนร่วมในการแก้สิ่งนั้นได้ยังไง และเรารู้สึกว่าการให้ในองศาของความสงสารคือผู้ให้ที่สูงกว่า ผู้รับที่ต่ำกว่า ผู้ให้จะรู้สึกดี แต่ผู้รับจะรู้สึกยังไง เราไม่อยากให้เป็นความรู้สึกแบบนั้น เรารู้ว่าคนเท่ากันนี่แหละ มันเป็นปัญหาที่ระบบ ซึ่งเราจะช่วยกันในความเป็นมนุษย์ที่เท่าๆ กันนี่แหละได้ยังไงบ้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-70497 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-23.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-23.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-23-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>มีคำวิจารณ์ไหนที่คิดว่าเป็นประโยชน์และนำมาต่อยอดได้</strong></p>
<p><strong>นัด :</strong> ปีที่แล้วมีคนทักเข้ามาเรื่องการขนส่ง สั่งของนานมากกว่าจะได้ เพราะเราต้องจัดการกันเองหมด ทางมูลนิธิต้องแพ็กของเองเลยใช้เวลานาน ปีนี้เราเลยพาร์ตเนอร์กับ Shopee ที่เป็น market place เขาก็ช่วยดูแลด้านการขนส่งสินค้าให้</p>
<p><strong>บี๋ :</strong> ปีก่อนๆ เรารู้สึกว่าสื่อสารปัญหาได้ไม่ดีพอ เหมือนเราหยิบประเด็นมาจับคู่กับสตอรีแล้วทำให้มันเซ็กซี่ อันนี้คือ check box ที่เราทำได้ แต่พาร์ตหนึ่งที่อยากทำมากกว่าในปีนี้คือ การสื่อสารถึงปัญหาที่ลึกซึ้งมากขึ้น เหมือนปีก่อนๆ เราทำแค่มีปัญหานี้จ้า หนึ่งพอยต์ เรามาช้อปปิ้งกัน แต่ปีนี้เราอยากประยุกต์ปัญหาอื่นๆ อย่างโภชนาการ การศึกษา การอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ให้อยู่ในวิธีการสื่อสารของเรา และวิธีการที่แบรนด์จะช่วยสื่อสาร เช่น การจับคู่ปัญหากับแบรนด์ต่างๆ เขาจะได้ช่วยสื่อสารประเด็นปัญหาด้านการศึกษาที่ไม่เหมือนกัน แล้วเราก็รู้สึกว่าพาร์ตที่สำคัญมากในการทำโมเดลแบบนี้ให้ยั่งยืนคือก้อนที่เป็นความโปร่งใส คนน่าจะอยากรู้และเข้าใจว่าเงินที่ให้ไปมันไปช่วยตรงไหนเหรอ เงินมันไปช่วยโรงเรียนจริงๆ หรือเปล่า โรงเรียนอะไรบ้าง เราเลยสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา เพื่อสื่อสารว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่เราสนใจ แล้วอิมแพกต์ของโครงการมีอะไร เช่น เงินแต่ละปีไปอยู่ที่ไหนบ้าง แต่ละแบรนด์ช่วยบริจาคมาคนละเท่าไหร่ มันจะได้มีความโปร่งใส และคนไม่กังวลว่าเรามาหลอกเขาหรือเป็นแค่วินของแบรนด์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-70500 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Campaign-Poster.jpg" alt="" width="2048" height="1075" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Campaign-Poster.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Campaign-Poster-300x157.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Campaign-Poster-768x403.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Campaign-Poster-1024x538.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Campaign-Poster-600x315.jpg 600w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p><strong>แล้วเงินบริจาคที่โครงการได้มันแปรไปเป็นอะไรบ้าง</strong></p>
<p><strong>พิ </strong><strong>: </strong>ส่วนหนึ่งที่เราแฮปปี้ในการทำงานกับเครือข่ายร้อยพลังการศึกษามากๆ คือ รู้สึกว่ารูปแบบในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของเขาไม่ใช่การโยนเงินตู้มแล้วคิดว่าเงินจะแก้ปัญหาทั้งหมด เพราะเขาเข้าไปดูว่าโรงเรียนต้องการอะไรจริงๆ และเริ่มจากโรงเรียนที่ขาดแคลนยากจนก่อน เขาก็ไปรีเสิร์ชมาว่าแต่ละโรงเรียนขาดอะไร บางโรงเรียนอาจขาดครูสอนภาษาอังกฤษ ไม่มีเงินจ้างครูต่างชาติ เราสามารถลดค่าใช้จ่ายแล้วใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้หรือเปล่า ก็มีฝั่ง Learn Education เข้าไป หรือบางโรงเรียนขาดครูแนะแนว ทาง a-chieve ก็เข้าไป</p>
<p>เราชอบที่เขามองว่าปัญหาการศึกษาไม่ได้โยนเงินไปแล้วจบ เขาเข้าไปดูว่ารากปัญหาเป็นยังไง แต่ละที่มีบริบทต่างกัน เขาก็ดูเครื่องมือที่ใช้ ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับโรงเรียนนั้นๆ โดยเฉพาะมันอาจไม่ใช่ว่าทำแคมเปญนี้แล้วเด็กเข้ามหาวิทยาลัยได้ 3,000 คน การศึกษาเป็นเรื่องระยะยาว ต้องใช้เวลา มันมีความคืบหน้า มีกระบวนการจากที่ค่อยๆ หย่อนเมล็ดแล้วลดช่องว่างระหว่างความเหลื่อมล้ำของเด็กในเมืองกับเด็กที่ขาดโอกาสไปเรื่อยๆ ผ่านเครื่องมือพวกนี้</p>
<p><strong>ปีนี้มีวิธีการยังไงในการคัดเลือกแบรนด์เพื่อร่วมโครงการ</strong></p>
<p><strong>บี๋ :</strong>  เราดูว่าคนไทยชอบทำอะไร ก็ชอบช้อป ชอบกิน ชอบดูหนัง พอตั้งต้นแบบนี้ก็มาเลือกแบรนด์ภายใต้แกนพวกนั้นว่ามีแบรนด์ไหนที่คนไทยหรือคนกรุงเทพฯ มองแล้วมี brand love มีทั้งเปิดรับสมัคร มองหาแบรนด์ที่สนใจ หรือแบรนด์อื่นๆ ที่เคยเห็นมาตั้งแต่สองปีแรก เขาก็ทักมาหาเราเหมือนกันว่าน่าสนใจจัง อยากเข้าร่วมโครงการ พอโครงการมันน่าสนุกและเล่าประเด็นการศึกษาในอีกมุมหนึ่ง แบรนด์ก็สนใจเข้ามาช่วยเต็มที่ เพราะของที่เราขอให้เขาทำเยอะกว่าปกติด้วยซ้ำ ปกติเขาให้เงินก็จบแล้ว</p>
<p>แต่อันนี้เราขอให้เขามาช่วยกันคิด มาครีเอทีฟด้วยกันว่าเขาจะออกโปรดักต์อะไรที่จะเป็นลิมิเต็ดเอดิชั่น โดยเป็นทั้งน้ำเสียงของเขาและเป็นของที่สื่อสารเรื่องการศึกษาด้วย ดีไซน์ด้วยการเอา CI ของเราไปประกบ เราเลยขอแรงจากแบรนด์ค่อนข้างเยอะ แต่แบรนด์ก็ให้เราเยอะมาก เหมือนตั้งใจทำไปด้วยกัน เพราะเราพยายามทำโมเดลที่วิน-วินกันทั้งสองฝ่าย ทางแบรนด์เองก็ได้ขายของ และสื่อสารว่าเขาเองก็เป็นแบรนด์ที่สนใจและอยากช่วยเหลือด้านการศึกษาด้วย ฝั่งเราเองก็ได้พลังจากแบรนด์ที่จะกระจายสารนี้ออกไปยังวงกว้างขึ้น และได้รับเงินบริจาคที่มาจากการซื้อของของคนด้วย เป็นโมเดลที่ช่วยกันทั้งสองฝั่ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-70499 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-70498 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ตอนนี้มีโปรดักต์ไหนที่น่าสนใจและใกล้เสร็จแล้วบ้าง</strong></p>
<p><strong>บี๋ :</strong>  Bar B Q Plaza จะมีเมนูที่มอบให้โครงการ เป็น 3 เมนู มีไอศครีมบัวลอยไข่เค็มที่อร่อยมาก ชาเย็นโฟลต และเยลลี่กาแฟ เป็นการบริจาคหลังหักค่าใช้จ่าย มีกระเป๋าพี่ก้อนที่เป็นอีกโปรดักต์ที่เขาอยากลองปล่อยออกมาด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-70501 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/01.jpg" alt="" width="960" height="960" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/01.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/01-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/01-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/01-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/01-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/01-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/01-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/01-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p><strong>พิ </strong><strong>: </strong>อย่าง Grey Ray ที่เราเห็นบ่อยๆ เป็นที่ต่อดินสอ โปรดักต์พระเอกของเขา ดินสอที่เขียนจนกุด เหลาไปเรื่อยๆ จุดหนึ่งจะเขียนต่อไม่ได้ แต่เขามีที่ต่อดินสอด้วยความเชื่อที่ไม่อยากเสียสิ่งเหล่านี้ไป น่าจะมีที่ต่อดินสอที่บอกเล่าถึงการต่อโอกาสทางการศึกษา เหมือนบางคนมองว่าเด็กไม่มีความรู้เขียนได้แค่นี้ทำอะไรไม่ได้หรอก เหมือนดินสอที่กุดแล้ว แต่ Grey Ray อยากบอกว่าทุกคนสามารถต่อโอกาสนั้นๆ ได้ถ้าเราแชร์และช่วยเหลือกัน หรือตัวสมุดที่เขาทำจากวัสดุรีไซเคิลจากกล่องนม ซึ่งนมเป็นสิ่งที่เด็กๆ ควรกิน แต่มีการโกงนมโรงเรียน มันสามารถเอา element เหล่านี้มาเล่าผ่านการดีไซน์ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-70502 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/02-03.jpg" alt="" width="2048" height="2048" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/02-03.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/02-03-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/02-03-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/02-03-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/02-03-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/02-03-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/02-03-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/02-03-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/02-03-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p><strong>บี๋ </strong><strong>: </strong>ส่วน SF Cinema จะเป็นบัตรสมาชิกดีไซน์พิเศษวางขายเฉพาะในช่วงนี้ ส่วน Club21 จะทำกระเป๋าแฟชั่น ร้านของฝากเจ๊เค็งทำกุนเชียงกับข้าวตังสูตรใหม่ที่เขาอยากลองปล่อย อินทนิลอยากทำเป็นแก้วเก็บความเย็นลายพิเศษ ส่วนชาตรามือจะเป็นการทำเมนูมอบให้ คือชาไทยที่ขายดีที่สุด เป็นชาไทยสำหรับการศึกษา ส่วน After You เป็นขนม เพราะปีนี้เขาอยากเปิดตัวเมนูของหวานอันใหม่เหมือนกัน อยู่ในกระบวนการเทสต์สูตร เลยใช้เวลานิดนึง ทั้งหมดจะมี Shopee เข้ามาดูแลการขนส่ง และเราเองก็ทำเสื้อเป็นลายมือน้องๆ และสติกเกอร์ไลน์เล่นต่อ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-70503 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/3-7.jpg" alt="" width="2048" height="2048" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/3-7.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/3-7-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/3-7-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/3-7-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/3-7-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/3-7-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/3-7-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/3-7-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/3-7-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p><strong>สุดท้ายแล้ว คิดว่าโครงการนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้จริงๆ ไหม</strong></p>
<p><strong>พิ :</strong> เราว่าแคมเปญนี้แคมเปญเดียวพลิกปัญหาการศึกษาของประเทศนี้ไม่ได้หรอก สิ่งที่ Limited Education หรือ Glow Story ในฐานะที่ร่วมมือกันทำสิ่งนี้กับเครือข่ายร้อยพลังการศึกษา มันน่าจะคล้ายๆ กับความเชื่อเรา เป็น change catalyst เรารู้ว่าหลายๆ คนหงุดหงิดกับปัญหาที่เจอ สังคมที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคนในภาคธุรกิจ เจ้าของแบรนด์ เอ็นจีโอ หรือคนทั่วๆ ไป แต่สิ่งที่บล็อกเราเอาไว้ทำให้ทุกคนไม่มีส่วนร่วมตอนนี้คือการที่คิดว่า เราตัวเล็กจะไปทำอะไรได้ เราเป็นพนักงานออฟฟิศ เราทำบริษัท เราไม่ได้เป็นรัฐมนตรีในกระทรวง เราไม่ได้เป็นครู ครูก็บอกว่าเป็นครูตัวเล็กๆ แก้ระบบไม่ได้หรอก คนที่อยู่ข้างบนในแวดวงการศึกษาออกนโยบายก็คิดว่าคนข้างล่างไม่เชื่อไม่เห็นตรงกันก็แก้ไม่ได้หรอก ทุกคนรู้สึกว่าทำอะไรไม่ได้ไปหมดเลย</p>
<p>แต่เราว่าโครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความเชื่อ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร คุณจะขายกาแฟ ขายเสื้อผ้า เปิดร้านขนมหวาน ขายกุนเชียง คุณก็สามารถมีส่วนแก้ปัญหาตรงนี้ได้ คุณจะเป็นสื่อแบบไหนก็ตาม รายการทีวี บล็อกเกอร์รีวิวอาหารรีวิวหนังอะไรก็แล้วแต่ คุณก็มีส่วนในการสร้างความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ แล้วคนที่เขาอยู่หน้างาน คนที่เป็นเอ็นจีโอ หรือครู ด้วยอาชีพเขาต้องเป็นคนเปลี่ยน เป็น change maker ที่พอเราไปคุยไปคลุกคลีก็รู้ว่าเขาท้อเหมือนกัน แล้ววันที่เขาเห็นว่ามีคนไม่น้อยร่วมมือกันลงขันลงแรงเพื่อช่วยกันสนับสนุน เพื่อบอกว่างานที่เขาทำมันสำคัญแค่ไหน เราว่านี่น่าจะเป็นเป้าหมายหลักๆ ของ Limited Education มากกว่า</p>
<p><strong>เหมือนสร้างแรงกระเพื่อมให้คนทั่วไปที่อาจไม่ได้อินเรื่องการศึกษาแต่อาจไปอินกับปัญหาอื่นๆ ด้วยก็ได้</strong></p>
<p><strong>พิ </strong><strong>:</strong> ถ้าโครงการนี้สามารถสร้างความเชื่อว่าทุกคนไม่ว่าจะใคร อยู่ตรงไหน มีเงินมีทรัพยากรมากน้อยแค่ไหนก็สามารถร่วมช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ ตรงนี้จะเป็นจุดที่ส่องประกายต่อไป เพราะแต่ละคนมีเรื่องที่หงุดหงิดและอินต่างกัน บางคนเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม บางคนเรื่องการเมือง บางคนอินเรื่องสิทธิมนุษยชน เขาอาจจะลองเอาสิ่งที่พวกเราได้ล้มได้พลาดกันไปเป็นบทเรียน ถ้าเขาอยากเล่าประเด็นปัญหาแบบนี้และสร้างการมีส่วนร่วม เขาสามารถทำยังไงได้บ้าง มันไม่ต้องเล่าแบบเดิมๆ ก็ได้นี่นา มันสามารถออกมาเป็นรูปแบบไหนได้บ้าง ก็อาจไปจุดประกายคนที่อยากเปลี่ยนเหล่านี้</p>
<p>และเราหวังว่าแคมเปญนี้จะเป็นตัวเร่งอย่างที่ Glow Story พยายามเป็นตัวเร่งให้ change maker ทำสิ่งที่ทำอยู่แล้วให้ดีมากขึ้น หรือคนที่ยังไม่ได้ทำก้าวขึ้นมาทำ ไม่ว่าจะแบรนด์หรือคนทั่วไป ก้าวขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-70504 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-32.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-32.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/limited-education-32-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<hr />
<p>ติดตามโครงการ Limited Education ได้ที่เพจ <a href="http://www.facebook.com/LimitedEducationThailand/" target="_blank" rel="noopener">LimitedEducationThailand</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/limited-education-project/">Limited Education: การกลับมาของแคมเปญเพื่อการศึกษาที่เล่าปัญหาความเหลื่อมล้ำผ่านการชิม ช้อป ชิลล์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Akira Sakano หญิงสาวผู้เปลี่ยนเมืองเล็กๆ ของญี่ปุ่นให้เป็นเมืองปลอดขยะเบอร์หนึ่งของโลก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/akira-sakano/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[น้ำปาย ไชยฤทธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 18 Aug 2019 12:45:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[Kamikatsu]]></category>
		<category><![CDATA[คามิคัตสึ]]></category>
		<category><![CDATA[zero waste academy]]></category>
		<category><![CDATA[ซีโร่ เวสต์]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ชูใจ กะ กัลยาณมิตร]]></category>
		<category><![CDATA[World Economic Forum]]></category>
		<category><![CDATA[Big Trees]]></category>
		<category><![CDATA[Set Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Japan Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[zero waste]]></category>
		<category><![CDATA[Akira Sakano]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=69723</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในแวดวงสิ่งแวดล้อมโลก ไม่มีใครไม่รู้จักเมืองเล็กๆ ของญี่ปุ่นนามว่า Kamikatsu Akira Sakano เมืองที่มีประชากรไม่ถึง 1,700 คนในจังหวัด&#160;Tokushima แห่งนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากความฝันอันยิ่งใหญ่ คือการทำให้เมืองของพวกเขาปลอดขยะร้อยเปอร์เซ็นต์ภายในปี 2020 อาจฟังดูเหมือนบ้า แต่วันนี้พวกเขาเดินหน้าจัดการรีไซเคิลขยะของเมืองได้แล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ทำให้คามิคัตสึอาจเป็นเมืองแรกบนโลกที่สามารถเปลี่ยนความฝันนี้ให้เป็นความจริง หญิงสาวร่างเล็กชาวญี่ปุ่นชื่อ Akira Sakano&#160;คือประธานของ Zero Waste Academy องค์กรที่ขับเคลื่อนเรื่องขยะในคามิคัตสึจนคนจากทั่วโลกเดินทางมาดูงานอย่างไม่ขาดสาย เธอคือหนึ่งในสมาชิก Global Shapers Community เครือข่ายคนรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนองค์กรเพื่อสังคมทั่วโลก ยังไม่พอ เมื่อต้นปีเธอยังเป็นผู้หญิงชาวเอเชียเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 7 ประธานร่วมของการประชุม World Economic Forum ประจำปี 2019 ที่เมือง Davos ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีผู้นำจากประเทศต่างๆ และผู้นำองค์กรระดับโลกมากมายเข้าร่วม กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ซากาโนะเดินทางมาเมืองไทยเพื่อเป็นสปีกเกอร์คนพิเศษในงาน Set Zero เวิร์กช็อปเรื่องการจัดการขยะโดยเครือข่าย Big Trees ครีเอทีฟเอเจนซี&#160;ชูใจ กะ กัลยาณมิตร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/akira-sakano/">Akira Sakano หญิงสาวผู้เปลี่ยนเมืองเล็กๆ ของญี่ปุ่นให้เป็นเมืองปลอดขยะเบอร์หนึ่งของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="font-weight: 400;">ในแวดวงสิ่งแวดล้อมโลก ไม่มีใครไม่รู้จักเมืองเล็กๆ ของญี่ปุ่นนามว่า Kamikatsu</span> <span style="display: none;">Akira Sakano</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เมืองที่มีประชากรไม่ถึง 1,700 คนในจังหวัด&nbsp;Tokushima แห่งนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากความฝันอันยิ่งใหญ่ คือการทำให้เมืองของพวกเขาปลอดขยะร้อยเปอร์เซ็นต์ภายในปี 2020</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">อาจฟังดูเหมือนบ้า แต่วันนี้พวกเขาเดินหน้าจัดการรีไซเคิลขยะของเมืองได้แล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ทำให้คามิคัตสึอาจเป็นเมืองแรกบนโลกที่สามารถเปลี่ยนความฝันนี้ให้เป็นความจริง</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="450" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/zero-waste-12.jpg" alt="Akira Sakano" class="wp-image-69762" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/zero-waste-12.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/zero-waste-12-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">หญิงสาวร่างเล็กชาวญี่ปุ่นชื่อ </span><b>Akira Sakano&nbsp;</b><span style="font-weight: 400;">คือประธานของ <a href="http://zwa.jp/en/" target="_blank" rel="noopener">Zero Waste Academy</a> องค์กรที่ขับเคลื่อนเรื่องขยะในคามิคัตสึจนคนจากทั่วโลกเดินทางมาดูงานอย่างไม่ขาดสาย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เธอคือหนึ่งในสมาชิก Global Shapers Community เครือข่ายคนรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนองค์กรเพื่อสังคมทั่วโลก</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ยังไม่พอ เมื่อต้นปีเธอยังเป็นผู้หญิงชาวเอเชียเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 7 ประธานร่วมของการประชุม World Economic Forum ประจำปี 2019 ที่เมือง Davos ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีผู้นำจากประเทศต่างๆ และผู้นำองค์กรระดับโลกมากมายเข้าร่วม</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ซากาโนะเดินทางมาเมืองไทยเพื่อเป็นสปีกเกอร์คนพิเศษในงาน Set Zero เวิร์กช็อปเรื่องการจัดการขยะโดยเครือข่าย <a href="https://adaymagazine.com/dialogue-9/" target="_blank" rel="noopener">Big Trees</a> ครีเอทีฟเอเจนซี&nbsp;<a href="https://adaymagazine.com/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83/" target="_blank" rel="noopener">ชูใจ กะ กัลยาณมิตร</a> และ Japan Foundation และเป็นโชคดีของเราที่มีโอกาสได้นั่งคุยกับหญิงสาวผู้สร้างแรงกระเพื่อมในระดับโลกแบบตัวจริงเสียงจริง</span></p>



<p>พลังงานแบบที่ทำให้เมืองเมืองหนึ่งแทบปลอดขยะเป็นยังไง</p>



<p>มากกว่าพูดให้ฟัง ซากาโนะทำให้เราดู</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/zero-waste-7.jpg" alt="Akira Sakano" class="wp-image-69741" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/zero-waste-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/zero-waste-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/zero-waste-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">&nbsp;</h3>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Small Town with a Big Dream</strong></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนทำความรู้จักซากาโนะ คุณอาจจะต้องเข้าใจความเจ๋งของเมืองคามิคัตสึก่อน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน ประเทศญี่ปุ่นยังจัดการขยะส่วนใหญ่ด้วยการเผาและฝัง กระทั่งวันหนึ่งรัฐบาลเห็นว่าวิธีจัดการขยะเช่นนี้ช่างไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเอาเสียเลย จึงสั่งแบนการเผาขยะในที่โล่งและอนุญาตให้เผาด้วยเตาเผาราคาแพงที่ปล่อยสารพิษน้อยลงเท่านั้น</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">แต่เมื่อเตาเผาราคาแผงที่เมืองคามิคัตสึลงทุนสร้างไม่ผ่านมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐบาล พวกเขาจึงต้องหาวิธีจัดการขยะแบบใหม่ที่ดีต่อโลกและกระเป๋าสตางค์ของเมือง ในปี 2003 พวกเขาจึงประกาศว่าภายในปี 2020 คามิคัตสึจะเป็นเมืองไร้ขยะ และในปี 2005 Zero Waste Academy ก็เกิดขึ้น</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">พวกเขาเดินหน้าสร้างโรงแยกขยะตรงบริเวณที่เคยเป็นจุดเผาขยะ และชวนให้ชาวเมืองเริ่มแยกขยะอย่างละเอียดยิบถึง 34 ประเภท ก่อนจะเพิ่มเป็น 45 ประเภทในเวลาต่อมา</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ขยะที่ถูกแยกอย่างละเอียดเหล่านี้บ้างถูกนำไปขายเพื่อนำเงินมาพัฒนาเมือง บางส่วนก็ส่งต่อไปยังผู้ผลิตที่จะรีไซเคิลวัสดุให้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/340552_155396437886385_1251051709_o.jpg" alt="คามิคัตสึ" class="wp-image-69745" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/340552_155396437886385_1251051709_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/340552_155396437886385_1251051709_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/340552_155396437886385_1251051709_o-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">ฟังดูเป็นสถานการณ์ในฝัน แต่เอาเข้าจริง ในตอนเริ่มต้นชาวเมืองบางคนกลับรู้สึกว่านี่คือฝันร้ายเสียมากกว่า</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ใครเคยแยกขยะจะรู้ว่านี่คือกิจกรรมที่เรียกร้องเวลาและความเอาใจใส่อย่างยิ่ง เช่น หลังกินนมสักกล่อง คุณจะต้องแยกกล่องกับหลอดออกจากกัน ล้างให้สะอาดและผึ่งให้แห้ง ก่อนนำขยะจากบ้านไปทิ้งให้ถูกหมวดหมู่ที่ศูนย์แยกขยะ ที่วัสดุแต่ละประเภทถูกแบ่งออกเป็นหมวดย่อยอย่างละเอียดยิบ&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงแรก งานหนักของทีมจึงเป็นการเดินสายไปยังชุมชนและสมาคมต่างๆ ภายในเมืองเพื่ออธิบายถึงความจำเป็นของการแยกขยะ กระทั่งปัจจุบัน เป็นเรื่องปกติที่แต่ละบ้านจะแยกขยะถึง 5-10 ชนิด ก่อนนำไปแยกอย่างละเอียดอีกทีที่ศูนย์แยกขยะของเมือง และกลายเป็นภาพต้นแบบให้หลายเมืองทั่วโลกฝันอยากเอาไปทำตาม</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="506" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/35896216_1742374362521910_7932630933004353536_n.jpg" alt="คามิคัตสึ" class="wp-image-69749" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/35896216_1742374362521910_7932630933004353536_n.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/35896216_1742374362521910_7932630933004353536_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/35896216_1742374362521910_7932630933004353536_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"> </h3>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Zero Waste Academy</strong></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">2015 คือปีที่ซากาโนะ บัณฑิตสาขานโยบายสิ่งแวดล้อมเข้ามาร่วมทีมกับ Zero Waste Academy ก่อนได้รับตำแหน่งประธานองค์กรคนที่ 4 ในเวลาต่อมา</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะเรียนมาทางด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง แต่หลังเรียนจบเธอเลือกเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานกับองค์กรนานาชาติก่อน นั่นคือเหตุผลที่เธอเข้าทำงานกับองค์กรอาสาสมัครเยาวชน AIESEC ในญี่ปุ่นและมองโกเลีย ย้ายไปทำงานกับบริษัท DHL Global Forwarding ที่ฟิลิปปินส์อยู่ 2 ปี ก่อนลาออกและเตรียมตัวไปเรียนต่อสาขาการสร้างสันติภาพผ่านนโยบายสิ่งแวดล้อม</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ที่จริงตอนนั้นฉันไม่ได้วางแผนว่าจะกลับมาญี่ปุ่นเลย” ซากาโนะพูดพร้อมรอยยิ้มเขิน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“หลังจากลาออกจาก DHL ฉันมีเวลาว่างถึงหกเดือนก่อนไปเรียนต่อ ฉันเลยตัดสินใจไปเยี่ยมเพื่อนร่วมเอกสมัยมหาวิทยาลัยที่เมืองคามิคัตสึ เหตุผลแรกคือฉันเคยไปเที่ยวที่นี่แล้วและรู้ว่าเมืองนี้มีโครงการ zero waste ที่ฉันสนใจ สอง คือช่วงนั้นเพื่อนของฉันตัดสินใจกลับบ้านเกิดไปเปิดคาเฟ่ของตัวเอง มันน่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการไปช่วยเธอ ในขณะเดียวกันมันก็เป็นช่วงที่ฉันก็สามารถพักผ่อนสบายๆ ได้ด้วย”</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="450" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/zero-waste-6.jpg" alt="Akira Sakano" class="wp-image-69746" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/zero-waste-6.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/zero-waste-6-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">จากที่กะไว้ว่าจะอยู่ที่นั่นเพียง 6 เดือน รู้ตัวอีกที ถึงวันนี้เธอก็อยู่ที่คามิคัตสึมา 4 ปีแล้ว</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยดีกรีเรื่องสิ่งแวดล้อม ระหว่างที่ซากาโนะใช้เวลาอยู่ในเมือง Zero Waste Academy ก็ติดต่อเพื่อนของเธอให้มาทำงานด้วยกัน แต่เพราะคาเฟ่เพิ่งเปิดได้ไม่ถึงปี เพื่อนผู้วุ่นวายกับธุรกิจของตัวเองจึงชวนซากาโนะเข้าไปทำงานด้วยอีกคน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนแรกเพื่อนของฉันบอกว่าเธอไม่สามารถทำงานกับ Zero Waste Academy ได้หรอกเพราะเธอต้องดูแลคาเฟ่ แต่พอคุยเรื่องนี้อยู่หลายรอบ เธอก็บอกว่าถึงเธอจะไม่สามารถทำงานนี้ได้คนเดียว แต่ถ้าฉันทำงานกับองค์กรนี้ด้วยกัน ไม่แน่ว่ามันอาจจะเวิร์กก็ได้นะ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“สำหรับเด็กที่เรียนด้านนโยบายสิ่งแวดล้อมมา พวกเราได้แต่ดีไซน์นโยบายในอุดมคติขึ้นมา แต่เราก็รู้ว่ามันยากเสมอที่จะนำนโยบายเหล่านั้นมาปฏิบัติจริง ตอนที่ฉันเข้าร่วมกับ Zero Waste Academy เมืองคามิคัตสึก็ได้ทดลองนโยบายเรื่องสิ่งแวดล้อมมาหลายอย่างแล้ว เช่น การตั้งศูนย์แยกขยะ สร้างระบบรีไซเคิล ระบบรียูสของในชุมชน ที่นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีของฉันในการเรียนรู้ว่าเราจะดีไซน์นโยบายและนำมาปฏิบัติจริงๆ ได้ยังไง โดยที่เราสามารถรับฟีดแบ็กจากชุมชนได้ด้วย นั่นคือเหตุผลที่ฉันคิดว่าปริญญาโทน่ะเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ แต่โอกาสที่ฉันจะได้เรียนรู้แบบนี้มันหาได้ยากมากๆ”</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/zero-waste-10.jpg" alt="Akira Sakano" class="wp-image-69747" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/zero-waste-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/zero-waste-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/zero-waste-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">&nbsp;</h3>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>The Missing R</strong></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">เราอดประทับใจไม่ได้เมื่อรู้ว่าหนึ่งในความรู้สามัญของเด็กญี่ปุ่นคือ หลักการจัดการขยะที่เรียกว่า ‘3R’ หรือ reduce (การลดขยะ) reuse (การใช้ซ้ำ) และ recycle (การแปรรูปใช้ใหม่)</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">นั่นเพราะ 3R คือนโยบายระดับชาติที่กระทรวงสิ่งแวดล้อมพยายามโปรโมต ทั้งผ่านการศึกษาและนโยบายที่ให้ทุกเมืองนำไปปรับใช้ แน่นอนว่าเมืองที่มีเป้าหมายเป็นการกำจัดขยะอย่างคามิคัตสึก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“3R นั้นเป็นแค่คอนเซปต์กว้างๆ จากรัฐบาล เช่น สมมติว่าเราพูดถึงการนำสิ่งของกลับมาใช้ใหม่ มันก็เป็นได้หลายอย่าง เช่น การชวนให้คนใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้นานๆ หรือจะสร้างศูนย์ซ่อมแซมผลิตภัณฑ์ขึ้นมาก็ได้ มันอยู่ที่คุณจะตีความคอนเซปต์นี้ออกมาเป็นทางเลือกต่างๆ ยังไง”</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">แม้ 3R จะเริ่มต้นจาก reduce-reuse-recycle แต่ที่นี่พวกเขาเริ่มต้นจากการรีไซเคิลก่อน ด้วยการตีโจทย์ออกมาเป็นโครงการโรงแยกขยะของเมืองที่แยกขยะอย่างจริงจัง มีการแบ่งประเภทอย่างละเอียดยิบ และมีสตาฟคอยช่วยดูแลให้คุณสามารถแยกโลหะ 5 ประเภท พลาสติก 6 ประเภท หรือกระดาษ 9 ประเภท! ได้อย่างง่ายดาย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนด้านการรียูส พวกเขามี ‘Kuru-Kuru Reuse Shop’ ร้านที่คนสามารถนำของที่ไม่ใช้แล้ว เช่น เสื้อผ้า มาแลกเปลี่ยนกันได้ และมี ‘Kuru-Kuru Upcycling Craft Center’ ศูนย์งานคราฟต์ที่ย่า ยาย และแม่ๆ ในชุมชนทำหน้าที่ดัดแปลงเสื้อผ้าเก่าให้เก๋และใช้ได้อีกครั้ง รวมทั้งยังมีแคมเปญรับซ่อมแซมเสื้อผ้าเพื่อให้ใส่ซ้ำได้นานๆ ด้วย</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/330321_155396874553008_1993235291_o.jpg" alt="Akira Sakano" class="wp-image-69750" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/330321_155396874553008_1993235291_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/330321_155396874553008_1993235291_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/330321_155396874553008_1993235291_o-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="506" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/12004035_901468266612528_990768484647016869_n.jpg" alt="" class="wp-image-69751" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/12004035_901468266612528_990768484647016869_n.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/12004035_901468266612528_990768484647016869_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/12004035_901468266612528_990768484647016869_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">เท่านี้คามิคัตสึก็เหมือนจะนำหน้าเมืองอื่นๆ อยู่ไกลโข แต่เป้าหมายของซากาโนะคือการพาพวกเขาไปให้ไกลกว่านั้นอีกด้วยอีกหนึ่ง R ที่หายไป</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ในปีแรกที่ฉันมาอยู่ที่คามิคัตสึ เรามีนโยบายเรื่องการรีไซเคิลและรียูสแล้ว แต่ฉันอยากจะจัดการอีกหนึ่งด้านที่เหลือซึ่งเป็นด้านที่ยากที่สุดคือการ reduce หรือลดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เกิดขยะให้ได้”</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">หญิงสาวอธิบายให้เราฟังง่ายๆ ว่าการลดขยะที่ง่ายที่สุดคือการนำกลับมาใช้ซ้ำ เพราะเราแทบจะไม่ต้องเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เลยด้วยซ้ำ ถัดมาคือการรีไซเคิลที่ต้องปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์นิดหน่อยและต้องสัมพันธ์กับภาคส่วนอื่นๆ เช่น ผู้ผลิตที่จะนำวัสดุไปรีไซเคิล ในขณะที่การลดการใช้ของที่ทำให้เกิดขยะนั้นยากเย็นที่สุดเพราะมากกว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง คือการที่ผู้ผลิตต้องเปลี่ยนระบบการผลิตใหม่ทั้งหมด เช่น ต้องทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถแยกส่วนเพื่อรีไซเคิลได้ หรือใช้พลาสติกย่อยสลายได้</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ของบางอย่างเราก็ไม่มีทางเลือกในการกำจัดมากนักนอกจากการเผา เช่น ทิชชู่ ผ้าอ้อม หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขอนามัยทั้งหลาย ดังนั้นถ้าเรารีไซเคิลหรือใช้ซ้ำไม่ได้ เราอาจจะต้องคิดถึงการไม่สร้างขยะตั้งแต่แรก นั่นคือเหตุผลที่เราปรึกษากับเทศบาลท้องถิ่นเพื่อทำแคมเปญผ้าอ้อมเด็กที่ใช้ซ้ำได้</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ปี 2016 เราเริ่มช่วงทดลองโดยให้ครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ ลองใช้ผ้าอ้อมที่ใช้ซ้ำได้และให้พวกเขาจดบันทึกไว้ว่าใช้แล้วเป็นอย่างไร ติดขัดตรงไหน ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมกี่ครั้งต่อวัน ด้วยความรู้ที่เราได้จากพวกเขา เราก็สร้างนโยบายใหม่ขึ้นมาร่วมกับเทศบาลท้องถิ่นว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีเด็กแรกเกิด ครอบครัวของเด็กจะได้รับชุดผ้าอ้อมใช้ซ้ำเป็นของขวัญจากเทศบาลเมือง ดังนั้นพวกเขาจะไม่ต้องซื้อผ้าอ้อมเหล่านี้ซึ่งมีราคาสูงกว่าผ้าอ้อมทั่วไป</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ขณะเดียวกัน เพราะผ้าอ้อมเหล่านี้ใช้ยากกว่าผ้าอ้อมใช้แล้วทิ้งนิดหน่อย เราก็มีระบบเรียกว่า zero waste supporters เป็นคนที่เทศบาลเมืองจ้างมาเพื่อทำกิจกรรมที่ซัพพอร์ต Zero Waste Academy เราชวนแม่ๆ ที่มีความรู้ในการใช้ผ้าอ้อมใช้ซ้ำได้มาเป็นผู้ช่วยครอบครัวที่มีลูกเกิดใหม่ เพื่อสอนพวกเขาว่าต้องใช้ผ้าอ้อมอย่างไร นี่คือหนึ่งในกลยุทธ์ของเรา”</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/12829115_981732495252771_1985376406331423381_o.jpg" alt="Akira Sakano" class="wp-image-69759" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/12829115_981732495252771_1985376406331423381_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/12829115_981732495252771_1985376406331423381_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/12829115_981732495252771_1985376406331423381_o-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"> </h3>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Know Your Waste</strong></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าคุณไม่รู้จักขยะของตัวเองคุณก็เริ่มต้นไม่ได้” ซากาโนะตอบอย่างรวดเร็วเมื่อเราถามว่าหากอยากเริ่มต้นจัดการขยะด้วยตัวเองจะต้องทำยังไง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ฉันมักจะพูดว่าหากคุณอยากลดขยะ คุณต้องรู้ว่าขยะของคุณคืออะไรบ้าง ตอนที่ฉันเริ่มทำงานกับ Zero Waste Academy คามิคัตสึสามารถรีไซเคิลขยะได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว เราจึงพยายามทำความรู้จักว่าขยะ 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือคืออะไร จัดหมวดหมู่ของผลิตภัณฑ์ที่เราไม่สามารถรีไซเคิลได้ จากนั้นเราก็ค้นคว้าว่าจะหาอะไรมาทดแทนแต่ละผลิตภัณฑ์ได้บ้าง มีเทคโนโลยีอะไรที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ไหม หรือเราจะเปลี่ยนจากการรีไซเคิลเป็นการรียูสหรือใช้ซ้ำได้ไหม”</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากลงมือทำความรู้จักขยะของเมืองอย่างละเอียด ซากาโนะก็พบว่าหนึ่งในขยะ 20 เปอร์เซ็นต์ที่เมืองของเธอยังไม่สามารถกำจัดได้คือผลิตภัณฑ์ใช้แล้วทิ้ง โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ของวัตถุดิบและอาหารต่างๆ ซึ่งแทบรีไซเคิลหรือใช้ซ้ำไม่ได้</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ข่าวร้ายคือบรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่เดินทางมาจากนอกเมือง การเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์เหล่านี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นได้เพียงดีดนิ้วสั่ง ถึงอย่างนั้นซากาโนะก็ยังไม่ยอมแพ้ เมื่อยังแก้ระบบนอกเมืองไม่ได้ตอนนี้ เธอก็จะทำระบบในเมืองของเธอให้สมบูรณ์ที่สุด</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="506" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/17192074_1284873881605296_3484214237992479279_o.jpg" alt="" class="wp-image-69755" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/17192074_1284873881605296_3484214237992479279_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/17192074_1284873881605296_3484214237992479279_o-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/17192074_1284873881605296_3484214237992479279_o-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="506" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/17038485_1284873878271963_3986019381022396671_o.jpg" alt="" class="wp-image-69754" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/17038485_1284873878271963_3986019381022396671_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/17038485_1284873878271963_3986019381022396671_o-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/17038485_1284873878271963_3986019381022396671_o-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">“นอกจากผลิตผลทางการเกษตรอย่างผักที่เราปลูกในชุมชน วัตถุดิบส่วนใหญ่ก็มาจากนอกเมืองซึ่งบรรจุในหีบห่อมาเรียบร้อยแล้ว ฉันจึงต้องมาคิดว่าจะลดการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้งหรือบรรจุภัณฑ์เหล่านี้ยังไง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“อย่างแรก ในปี 2017 เราร่วมกับเทศบาลท้องถิ่น ขอเงินสนับสนุนจากองค์กรส่วนภูมิภาค และร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ขององค์กรระดับภูมิภาคที่รับผิดชอบเรื่องการออกข้อบังคับเรื่องบรรจุภัณฑ์หรือควบคุมร้านค้าปลีก เราไปรีเสิร์ชกับซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่มีสาขาเยอะๆ และร้านค้าท้องถิ่นเล็กๆ เพื่อดูว่าปัญหาของพวกเขาในการขายสินค้าไร้บรรจุภัณฑ์คืออะไร และอะไรคือทางเลือกที่เป็นไปได้บ้าง เรายังทำแบบสอบถามเยอะมากกับชาวเมืองในภูมิภาคว่าอะไรคือข้อจำกัดของพวกเขาในการซื้อของไร้บรรจุภัณฑ์”</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ซากาโนะค้นพบตอนนั้นคือ ร้านค้าต่างก็กังวลเรื่องการปนเปื้อนและวันหมดอายุที่จะมาถึงเร็วขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ยังไม่นับว่าสินค้าอาจจะโดนขโมยง่ายกว่าเดิม ส่วนชาวเมืองก็รู้สึกว่าการพกบรรจุภัณฑ์ไปซื้อของทุกอย่างเป็นเรื่องยากเกินไปสำหรับพวกเขา</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">น่าแปลก เมื่อทางออกของเธอคือการใช้ร้านอาหารและคาเฟ่แก้ปัญหาแทน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“พอเราเข้าใจสถานการณ์แล้ว ปีถัดมาเราก็ลองโมเดลที่ต่างกันออกไป คือแทนที่จะโน้มน้าวให้ซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เปลี่ยนแปลง เราเลือกที่จะทำงานกับร้านอาหารหรือคาเฟ่ในคามิคัตสึแทน โดยขอให้พวกเขาแบ่งขายวัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารในร้านให้คนในเมืองด้วย เพราะปกติร้านอาหารต้องสั่งซื้อวัตถุดิบ เช่นน้ำมันหรือข้าว ในจำนวนมากอยู่แล้ว เมื่อทุกอย่างถูกบรรจุมาในบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่อันเดียวก็ทำให้ขยะจากบรรจุภัณฑ์ลดลง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ด้วยวิธีนี้ เราไม่จำเป็นต้องห่วงว่าวัตถุดิบเหลือๆ จะกลายเป็นขยะ เพราะร้านอาหารหรือคาเฟ่ก็ต้องเอามันไปประกอบอาหารอยู่ดี นอกจากนั้นร้านอาหารและคาเฟ่ยังได้โชว์ว่าพวกเขาใช้วัตถุดิบดีๆ อะไรบ้าง เช่น บางร้านก็ใช้เฉพาะของออร์แกนิกโดยเฉพาะ เหมือนเป็นการโปรโมตร้านไปในตัว”</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/12729012_967528980006456_5557891701533632587_n.jpg" alt="" class="wp-image-69756" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/12729012_967528980006456_5557891701533632587_n.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/12729012_967528980006456_5557891701533632587_n-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/12729012_967528980006456_5557891701533632587_n-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/12729012_967528980006456_5557891701533632587_n-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/12729012_967528980006456_5557891701533632587_n-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/12729012_967528980006456_5557891701533632587_n-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/12729012_967528980006456_5557891701533632587_n-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">&nbsp;</h3>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Everything is Interconnected</strong></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">อีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าปี 2020 ปีที่เมืองคามิคัตสึตั้งเป้าหมายว่าพวกเขาจะเป็นเมืองปลอดขยะร้อยเปอร์เซ็นต์เมืองแรกของโลก</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ไม่กี่นาทีก่อนจบบทสนทนาระหว่างเรา ซากาโนะออกปากว่าเป้าหมายนั้นคงไม่มาถึงง่ายๆ หากทั้งประเทศไม่ช่วยกัน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อมองดูขยะ 20 เปอร์เซ็นต์ที่เรายังกำจัดไม่ได้ เราพบว่ามันคือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตด้วยวัสดุที่รีไซเคิลไม่ได้ตั้งแต่ต้น หรือมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทำให้คุณไม่สามารถแยกวัสดุแต่ละชนิดออกจากกันได้ทำให้รีไซเคิลไม่ได้ ดังนั้นขยะ 20 เปอร์เซ็นต์มันจะยังเป็นขยะอยู่อย่างนั้นแหละจนกว่าระบบการผลิตจะเปลี่ยนแปลง&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“เราก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องยากใช่ไหม ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงคงไม่ได้มาถึงเร็วๆ นี้ และฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ แต่ฉันคิดว่ามันไม่เป็นไรนะ เพราะในทางหนึ่งเมืองของเราก็คือกรณีศึกษา ที่โชว์ว่าในฐานะชุมชน เราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้แค่ไหน ในขณะเดียวกันมันก็เป็นการโชว์ให้เห็นลิมิตของการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเองด้วย นี่จึงเป็นเหมือนสารถึงคนอื่นๆ อย่างคนออกนโยบายเรื่องสิ่งแวดล้อมหรือภาคธุรกิจว่า พวกคุณต้องทำงานได้แล้ว ไม่อย่างนั้นเราก็ไม่สามารถทำระบบของเราให้สมบูรณ์ได้</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“งานของฉันคือการให้คำแนะนำเรื่องขยะกับองค์กรต่างๆ บางครั้งฉันก็ร่างนโยบายหรือจัดเวิร์กช็อปกับองค์กรธุรกิจต่างๆ แต่นอกจากการรอให้พวกเขาเปลี่ยน ฉันอยากจะลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างด้วยการเริ่มต้นเซตระบบเล็กๆ ในชุมชน เช่น ระบบการแยกขยะหรือขายสินค้าไร้บรรจุภัณฑ์ในร้านอาหาร ซึ่งเป็นโมเดลที่ง่ายมากที่จะนำไปทำในที่อื่นๆ และเมื่อภาคธุรกิจเห็นว่าตลาดพร้อมแล้วพวกเขาก็อาจจะเริ่มเปลี่ยนแปลง”</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="396" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/service_01_mainimg.jpg" alt="Akira Sakano" class="wp-image-69757" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/service_01_mainimg.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/service_01_mainimg-300x176.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/service_01_mainimg-600x352.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">&nbsp;</h3>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>A System for Everyone</strong></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">ความจริงที่น่าตกใจข้อหนึ่งคือ ไม่ใช่ทุกคนในคามิคัตสึที่จะยินดีปรีดากับระบบการแยกขยะแสนละเอียด</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ซากาโนะบอกเราว่ามีชาวเมืองเพียง 10-20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่กระตือรือร้นที่จะแยกขยะ ขณะที่ชาวเมืองอีก 10-20 เปอร์เซ็นต์ต่อต้าน ส่วนอีก 60 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือไม่แคร์เรื่องสิ่งแวดล้อมเสียด้วยซ้ำ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ทำไมเมืองที่ประชากรเพียง 10-20 เปอร์เซ็นต์ยินดีที่จะแยกขยะถึงเป็นเมืองปลอดขยะอันดับหนึ่งของโลกได้</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งสำคัญคือเราต้องสร้างเป้าหมายหลายๆ แบบสำหรับคนทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่บอกพวกเขาว่าเราจะมาช่วยสิ่งแวดล้อมกัน เช่น สำหรับคนแก่ที่มักจะอยู่บ้านเฉยๆ เขาอาจจะไม่ได้สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมเท่ากับความรู้สึกว่า การไปศูนย์แยกขยะคือโอกาสที่จะได้เจอชาวเมืองคนอื่นๆ หรือเจ้าหน้าที่ พวกเขาจึงรู้สึกดีที่ได้ไปแยกขยะ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่ใช่แค่นี้ จากแบบสอบถามเราพบว่าชาวเมืองกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้สนใจสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ แต่เขาถือว่าการแยกขยะเป็นวิธีมีส่วนร่วมกับชุมชน พวกเขาอยากทำให้ชุมชนเป็นที่ที่ดีขึ้น พวกเขาจึงแยกขยะเพราะรู้สึกว่าได้ทำประโยชน์ให้ชุมชน เราจึงกระตุ้นความรู้สึกตรงนี้ด้วยการบอกพวกเขาว่าการแยกขยะและนำของกลับมาใช้ใหม่ช่วยเทศบาลประหยัดเงินไปได้เท่าไหร่ เราสามารถใช้เงินก้อนนี้ไปกับการศึกษาได้นะ และแน่นอนว่าการแยกขยะก็ดีกับสิ่งแวดล้อมด้วย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“เพื่อทำให้พวกเขาเห็นมากขึ้นว่าการแยกขยะช่วยเหลือชุมชนแค่ไหน เราจึงเริ่มต้นทำระบบให้คะแนนขึ้นมา เช่น ถ้าคุณนำขยะบางประเภทมาแยกที่ศูนย์ในสภาพที่ถูกต้อง เราจะให้คะแนนบนการ์ดของพวกเขา เราใช้ระบบนี้ที่ร้านค้าด้วย เช่น ถ้าพวกเขาไม่รับถุงพลาสติกก็จะได้คะแนนซึ่งนำไปแลกเป็นสินค้าได้ นั่นก็เป็นแรงจูงใจเหมือนกัน”</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="506" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/13906920_1088024981290188_29831514751833951_n.jpg" alt="" class="wp-image-69760" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/13906920_1088024981290188_29831514751833951_n.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/13906920_1088024981290188_29831514751833951_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/13906920_1088024981290188_29831514751833951_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="506" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/13920672_1088024977956855_6582375517754313823_n.jpg" alt="" class="wp-image-69761" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/13920672_1088024977956855_6582375517754313823_n.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/13920672_1088024977956855_6582375517754313823_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/13920672_1088024977956855_6582375517754313823_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนกำลังเล่นเกมเก็บคะแนนเลย เราออกปาก</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ใช่ค่ะ นั่นเป็นสิ่งที่ฉันพยายามทำเพราะไม่มีใครชอบโดนบังคับหรอก แต่คุณสามารถรวม 2 อย่างเข้าด้วยกันได้นะ เช่น บางครั้งคุณก็ต้องมีค่าปรับเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครทิ้งขยะเรี่ยราด แต่ถ้าจะให้ผู้คนทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างยั่งยืน มันดีกว่าที่เราจะกระตุ้นในเชิงบวก คนจะได้รู้สึกดีกับมันและทำไปเรื่อยๆ”</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">แล้วกับเมืองที่ใหญ่ขึ้นจนคนรู้สึกไม่ผูกพันกับชุมชนล่ะ เราควรจะเริ่มต้นจัดการปัญหาขยะยังไง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์หรือผู้ที่เกี่ยวข้องของแต่ละเมือง คุณสามารถเริ่มได้จากหลายทางนะ เช่น เปิดพื้นที่ให้คนนำของมาแลกกัน หรือแทนที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของคน มันอาจง่ายกว่าสำหรับเมืองใหญ่ๆ ที่จะเริ่มต้นจากภาคธุรกิจ เช่น เลิกขายของที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ถ้าคุณไปซื้อของและที่ร้านมีแต่ผลิตภัณฑ์ที่รียูสหรือย่อยสลายได้ คนก็จะยอมรับวิถีการลดขยะได้ด้วยตัวเอง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“อีกเรื่องคือการลดขยะอาจไม่ใช่ความสนใจของทุกคน แต่การได้รู้จักคนใหม่ๆ รู้จักเพื่อนบ้าน ก็อาจจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากกว่า ดังนั้นการคิดถึงเป้าหมายหลายๆ แบบสำหรับคนหลายๆ ประเภทก็สำคัญมาก คุณอาจจะสร้างศูนย์แยกขยะหรือระบบแยกขยะขึ้นมาเพื่อให้คนกระตือรือร้นที่จะได้เจอคนอื่น&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“คุณอาจจะต้องดีไซน์ระบบที่มีฟังก์ชั่น 2 อย่าง เพราะมันใช้เวลามากในการทำความเข้าใจเรื่องสิ่งแวดล้อม และคนบางกลุ่มก็ไม่มีวันเข้าใจ แต่อะไรคือสิ่งที่คนสนใจล่ะ คุณต้องหาสิ่งนั้นให้เจอแล้วรวมมันเข้ากับปัญหาที่อยากแก้ไข ฉันว่านั่นแหละคือสิ่งสำคัญ”</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ซากาโนะสรุปพร้อมรอยยิ้มกว้าง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนเรานั้นกลับบ้านพร้อมความหวังในการเปลี่ยนแปลงแบบเต็มกระเป๋า</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/zero-waste-15.jpg" alt="Akira Sakano" class="wp-image-69763" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/zero-waste-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/zero-waste-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/zero-waste-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><em>ขอบคุณภาพจาก&nbsp;</em><a href="https://www.facebook.com/pg/Zero.Waste.Academy.Japan/photos/?ref=page_internal" target="_blank" rel="noopener"><em>Zero Waste Academy</em></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/akira-sakano/">Akira Sakano หญิงสาวผู้เปลี่ยนเมืองเล็กๆ ของญี่ปุ่นให้เป็นเมืองปลอดขยะเบอร์หนึ่งของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
