<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุธาสินี สุทธะโส, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/peanutbutter-get/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/peanutbutter-get/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 21 Apr 2026 10:10:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>‘​​หลอดไฟ-นวินดา ปัจฉิมสวัสดิ์’ ผู้บริหารรุ่นสองของสถาบันการเต้น Bangkok Dance Academy จากนักเรียนบัลเลต์สู่การผลักดัน Contemporary Dance</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bangkok-dance-academy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุธาสินี สุทธะโส]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Sep 2024 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[dance]]></category>
		<category><![CDATA[บัลเลต์]]></category>
		<category><![CDATA[การเต้น]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะการเต้น]]></category>
		<category><![CDATA[Contemporary Dance]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Dance Academy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=177138</guid>

					<description><![CDATA[<p>บัลเลต์เป็นศิลปะตะวันตก เป็นที่นิยมในชนชั้นสูงเท่านั้น&#160; ถ้าเป็นเมื่อ 30 ปีก่อนก็คงจะเป็นแบบนั้น และสำหรับในเมืองไทยเอง การเต้นรำสุดคลาสสิกแขนงนี้คงเป็นเรื่องที่ไม่คุ้นเคยกันเท่าไหร่ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ ‘บัลเลต์’ กลายเรื่องที่ใครๆ ก็พูดถึง ไปจนถึงหาชมได้ง่ายขึ้นในบ้านเรา เกิดจากความรักของ ‘ครูต้อย-วัลลภา ปัจฉิมสวัสดิ์’ ที่เลือกเปิด Bangkok Dance Academy สถาบันสอนเต้นบัลเลต์แห่งแรกของเมืองไทยเมื่อปี พ.ศ. 2533 ด้วยการเปิดในห้างสรรพสินค้าจึงทำให้ดึงกลุ่มคนทุกระดับชั้นให้เข้าถึงบัลเลต์ได้อย่างกว้างขวาง &#160;ไม่ใช่แค่เพียงผู้บุกเบิก แต่เธอยังเป็นคนแรกที่นำหลักสูตร Commonwealth Society of Teachers of Dancing (C.S.T.D) ที่มุ่งให้ความสำคัญกับเทคนิคการเต้น จากประเทศออสเตรเลีย เข้ามาสอนในสถาบันบางกอกแดนซ์ ยาวนานกว่า 20 ปี เพื่อผลิตนักเต้นมืออาชีพในวงการเต้นไทย ทั้งยังจัดการแข่งขันเพื่อส่งนักเรียนไทยเข้าประกวดในเวทีระดับโลกอย่าง Asia Pacific Dance Competition มานานกว่า 20 ปี&#160; ด้วยหัวใจที่เชื่อว่าการเต้นช่วยให้ผู้เรียนเกิดความมั่นใจและรู้จักตนเอง กลายเป็นแนวคิดที่ฝังรากลึกระดับ DNA ของสถาบันตกทอดมาถึงรุ่นลูกของเธอ &#8216;หลอดไฟ-นวินดา ปัจฉิมสวัสดิ์&#8217; ที่เดินตามรอยเข้าสู่ถนนสายบัลเลต์ก่อนจะเบนเข็มไปเอาดีด้านการเต้นร่วมสมัย (Contemporary [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bangkok-dance-academy/">‘​​หลอดไฟ-นวินดา ปัจฉิมสวัสดิ์’ ผู้บริหารรุ่นสองของสถาบันการเต้น Bangkok Dance Academy จากนักเรียนบัลเลต์สู่การผลักดัน Contemporary Dance</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>บัลเลต์เป็นศิลปะตะวันตก เป็นที่นิยมในชนชั้นสูงเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>ถ้าเป็นเมื่อ 30 ปีก่อนก็คงจะเป็นแบบนั้น และสำหรับในเมืองไทยเอง การเต้นรำสุดคลาสสิกแขนงนี้คงเป็นเรื่องที่ไม่คุ้นเคยกันเท่าไหร่</p>



<p>สิ่งหนึ่งที่ทำให้ ‘บัลเลต์’ กลายเรื่องที่ใครๆ ก็พูดถึง ไปจนถึงหาชมได้ง่ายขึ้นในบ้านเรา เกิดจากความรักของ ‘ครูต้อย-วัลลภา ปัจฉิมสวัสดิ์’ ที่เลือกเปิด Bangkok Dance Academy สถาบันสอนเต้นบัลเลต์แห่งแรกของเมืองไทยเมื่อปี พ.ศ. 2533 ด้วยการเปิดในห้างสรรพสินค้าจึงทำให้ดึงกลุ่มคนทุกระดับชั้นให้เข้าถึงบัลเลต์ได้อย่างกว้างขวาง</p>



<p>&nbsp;ไม่ใช่แค่เพียงผู้บุกเบิก แต่เธอยังเป็นคนแรกที่นำหลักสูตร Commonwealth Society of Teachers of Dancing (C.S.T.D) ที่มุ่งให้ความสำคัญกับเทคนิคการเต้น จากประเทศออสเตรเลีย เข้ามาสอนในสถาบันบางกอกแดนซ์ ยาวนานกว่า 20 ปี เพื่อผลิตนักเต้นมืออาชีพในวงการเต้นไทย ทั้งยังจัดการแข่งขันเพื่อส่งนักเรียนไทยเข้าประกวดในเวทีระดับโลกอย่าง Asia Pacific Dance Competition มานานกว่า 20 ปี&nbsp;</p>



<p>ด้วยหัวใจที่เชื่อว่าการเต้นช่วยให้ผู้เรียนเกิดความมั่นใจและรู้จักตนเอง กลายเป็นแนวคิดที่ฝังรากลึกระดับ DNA ของสถาบันตกทอดมาถึงรุ่นลูกของเธอ &#8216;หลอดไฟ-นวินดา ปัจฉิมสวัสดิ์&#8217; ที่เดินตามรอยเข้าสู่ถนนสายบัลเลต์ก่อนจะเบนเข็มไปเอาดีด้านการเต้นร่วมสมัย (Contemporary Dance) จนกลายเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัล Aggregate Cup จากการแข่งขัน Asia Pacific Dance Competition ครั้งที่ 11 ด้วย </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-177139" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ผลงานของหลอดไฟ เชื่อว่าคนไทยหลายล้านคนเคยรับชมมาแล้วกับการออกแบบท่าเต้นให้นักเรียนในสถาบันบางกอกแดนซ์ที่เข้าร่วมประกวดการแข่งขัน ภายใต้ทีม ‘Tip Toes’ ในรายการ ‘Thailand got Thailand’ เมื่อปี 2018 ทั้งการแสดง ‘สมัน‘  ในรอบ Semi Final และการแสดง ‘สังคมก้มหน้า’ ในรอบ Final ที่มียอดการเข้าชมในยูทูปกว่า 3.9 ล้านวิว และล่าสุดกับการออกแบบท่าเต้นให้กับการแสดง One day in Bangkok เล่าถึงการขับเคลื่อนวัฒนธรรมของไทย เธอก็คว้ารางวัลใหญ่ การออกแบบท่าเต้นที่โดดเด่นที่สุดในเอเชียแปซิฟิก (Unique Choreography) จาก Asia Pacific Dance Competition ครั้งที่ 26 ซึ่งเมืองไทยได้เป็นเจ้าภาพด้วย </p>



<p>&nbsp;“แม่หลอดไฟนำการเต้นบัลเลต์เข้ามาให้ทุกคนได้รู้จัก สิ่งที่หลอดไฟอยากทำเหมือนแม่ คือ ผลักดันการเต้นคอนเทมโพรารี่ให้เข้ามาเฟื่องฟูในบ้านเรา เพราะมันสอนให้คิดออกจากกรอบ ต่อยอดให้ผู้เรียนนำสิ่งนี้ไปลองกับอะไรหลายอย่างในชีวิตประวันจนเขาเกิดความมั่นใจ กล้าที่จะแสดง สังคมก็จะเกิดความหลากหลายที่ทำให้ประเทศนี้ดูน่าสนใจมากขึ้น” และนี่คือหนึ่งในจุดยืนที่เธอพูดในฐานะที่เข้ามารับช่วงบริหารต่อจากแม่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/2-1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-177140" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/2-1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/2-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/2-1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/2-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/2-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/2-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/2-1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/2-1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ด้วยความที่เราชอบดูบัลเลต์แม้จะยังอยู่ในระดับมือสมัครเล่น ทำให้วันนี้ค่อนข้างตื่นเต้นเป็นพิเศษที่จะได้พูดคุยกับหลอดไฟ ทั้งการฝ่าฟันชีวิตการเป็นนักเรียนเต้น สู่การค้นหาเอกลักษณ์การสร้างงาน ไปจนถึงการหยิบมุมมองที่ตกผลึกในประสบการณ์มาปรับใช้ในฐานะครูฝึกสอนและการเป็นผู้บริหาร บอกเลยว่าบทความนี้คุณจะสัมผัสความตั้งใจของหลอดไฟจนถึงบรรทัดสุดท้ายแน่นอน<br></p>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เด็กบัลเลต์ที่ทลายอีโก้ด้วย Contemporary Dance </strong></h4>



<p>ถ้าถามว่าการเต้นบัลเลต์นั้นยากแค่ไหน ลองยกขาหลัง 1 ข้างแล้วตัวหมุนสัก 2 รอบ แล้วลองดูว่าการหมุนในแต่ละรอบ คุณยกขาองศาเท่ากันหรือเปล่า และทรงตัวหมุนเหมือนกันหรือเปล่า ถ้าไม่เหมือนและไม่เท่า ฝึกใหม่เดี๋ยวนี้!</p>



<p>“การที่คุณต้องยกขาหลังแล้วหมุนรอบหนึ่ง แสดงว่าคุณต้องเฟอร์เฟกต์ตั้งแต่ยกขาหลังแล้วก่อนจะหมุดตัว หมุนเสร็จคุณต้องก้าวเท้าต่ออีก 2 ก้าว นี่คือ 1 ท่าใน 2 จังหวะ” หลอดไฟพยายามอธิบายให้เราเห็นภาพความยากของการเรียนเทคนิคที่อาศัยเวลาอย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป ถึงจะได้ซึมซับคุณค่าของบัลเลต์ ทั้งในแง่ความอดทนต่อการฝืนธรรมชาติร่างกาย และการมีท่วงท่าที่อ่อนช้อย สง่างามจากการฝึกฝนเยี่ยงนักกีฬา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/3-1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-177141" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/3-1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/3-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/3-1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/3-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/3-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/3-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/3-1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/3-1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>และด้วยเหตุผลนี้ทำให้หลอดไฟไม่เคยถูกแม่บังคับเรียนตั้งแต่แรก เธอมาหัดเรียนจริงๆ จังๆ ก็ตอนช่วง 10 ขวบก่อนจะเข้าร่วมโครงการพิเศษ&nbsp; ‘Soloist’ ของสถาบันบางกอกแดนซ์ที่เพิ่มชั่วโมงเรียนเทคนิคบัลเลต์ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ กลายเป็นประตูที่เปิดทางให้เธอเข้าสู่การประกวดแข่งเต้นบัลเลต์ที่ต่างประเทศ&nbsp;</p>



<p>“ช่วงวัยรุ่นไฟเราเยอะมาก&nbsp; และในทุกๆ ปีแม่จะส่งนักเรียนปีละ 4 คนไปเข้าร่วมโครงการในเมืองแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งปัจจุบันก็ยังทำมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อฝึกการคิดออกแบบการแสดงร่วมกับครูสาย Contemporary เป็นเวลา 1 เดือน โดยทางบางกอกแดนซ์จะเป็นคนออกทุนให้เด็ก 4 คนนี้ทั้งหมด”</p>



<p>“ด้วยความที่เป็นเด็กฝึกเทคนิคมา พอเราไปถึงก็ตกใจเลยว่า อ๋อ การเต้นแบบนี้ที่คิดท่าใหม่ๆ ที่มันลึกซึ้งได้ขนาดนี้เลยหรอวะ เราสามารถนำตัวเราไปใส่ในงานได้ขนาดนี้เชียวหรอ มันทำให้เรารู้จักคอนเทมโพรารีแดนซ์เป็นครั้งแรก พอกลับมา ด้วยความที่ไปแข่งที่ไหนก็ชนะทุกอย่างมาตลอดจนมีความมั่นใจในตัวเองค่อนข้างสูง บวกกับตอนนั้นคนไทยเกือบ 99% ไม่ได้เต้นบัลเลต์เป็น ดังนั้นเราคือของพิเศษ”หลอดไฟหัวเราะก่อนจะยอมรับออกมาด้วยว่า เธอค่อนข้างที่จะมีอีโก้สูงมากในตอนนั้น “เพราะเราเก่งไปหมด เด่นไปหมด จนคิดว่า ถ้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยต่อทางด้านนี้ต้องทำได้ดีแน่นอน หลอดไฟเลยออดิชันเรียนคอนเทมโพรารีแดนซ์ที่ Victorian College of the Arts and Melbourne Conservatorium of Music, The University of Melbourne&nbsp; ประเทศออสเตรเลีย พอเรียนจริงๆ คราวนี้แหละความฉิบหายก็เกิดขึ้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/4-1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-177142" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/4-1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/4-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/4-1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/4-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/4-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/4-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/4-1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/4-1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“มหาลัยที่เราเรียนไม่ได้ผลิตเราเพื่อเป็นนักเต้นแบบฟูลไทม์ แต่เขาสอนให้เราเป็นนักเต้นกึ่งนักออกแบบท่าเต้น (Choreographer) และนักคิดซึ่งเมืองไทยตอนนั้นไม่มีสอนเรื่องนีัอย่างจริงจัง ไม่มีสอนว่าเราจะพัฒนาเรื่องการคิดต่อยอดการเต้นในแง่ของอาร์ต โครีโอกราฟี การหาสเปซ การรีเสิร์ชงานอย่างไร ซึ่งที่เราเรียน มันพูดถึงเรื่องคอนเซปต์กันแล้วไม่ได้พูดถึงเรื่องเทคนิคแล้ว”</p>



<p>“หลอดไฟต้องตัดอีโก้ออกแล้วเริ่มนับศูนย์ใหม่ทั้งหมด ก็เลยทำให้เราเห็นว่าวงการศิลปะเขาให้เกียรติกันอย่างไร เวลาสร้างงานหรือทำอะไรที่เกี่ยวกับอาร์ต คุณต้องมีต้นตอที่ลึกซึ้งกว่านั้นและต้องเข้าใจตัวเองมากกว่านั้น”</p>



<p>“การเต้นมันคืออีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยสื่อสาร ตัวเราในตอนนั้นมีเรื่องของอารมณ์อยู่ในหัวมากมาย ทั้งความกลัว ความรัก ความอึดอัด เราก็เพิ่งรู้ว่าสิ่งเหล่านี้นำมาสร้างงานผ่านการเต้นคอนเทมโพรารีที่สร้างอิมแพ็กได้จริง เราเลยคลิกกับด้านนี้มากกว่าในแง่ของการเป็นนักออกแบบท่าเต้น”&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/5-1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-177143" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/5-1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/5-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/5-1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/5-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/5-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/5-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/5-1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/5-1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/6-1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-177144" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/6-1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/6-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/6-1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/6-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/6-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/6-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/6-1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/6-1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<div class="wp-block-group"><div class="wp-block-group__inner-container is-layout-constrained wp-block-group-is-layout-constrained">
<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ความกดดันจากสิ่งที่แม่บุกเบิก</strong></h4>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>สู่การหลุดพ้นการวิ่งตามวัฒนธรรมคนขาว</strong></h4>



<p>วงที่หลอดไฟเรียนจบใหม่ๆ เป็นช่วงที่เมืองไทยแทบจะมีศิลปินสายคอนเทมโพรารีแดนซ์อยู่น้อยมาก ทำให้ศิลปินไฟแรงวัย 22 อย่างเธอเกิดแรงฮึกเหิมอยากจะนำศาสตร์ที่เรียนเข้ามาให้เป็นที่รู้จักในบ้านเรา แต่เพราะยังเป็นเรื่องสดใหม่ก็คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำให้คนในวงการเต้นนั้นเข้าใจ&nbsp;</p>



<p>“เราเริ่มรู้สึกกดดันโดยไม่รู้ตัว เพราะอิมแพ็กที่แม่สร้างไว้ค่อนข้างที่จะบุกเบิกและยิ่งใหญ่มากๆ ตอนนั้นเราก็คิด อายุแค่นี้เราคิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรขนาดนั้นวะ ขนาดแม่เป็นคนในวงการเต้น เคยตามดูการแสดงเราที่เมลเบิร์น แม้เขาจะเปิดใจขึ้น แต่เราก็ยังรู้สึกว่า แม่ยังไม่ได้เข้าใจขนาดนั้น ส่วนพ่อเราที่ไม่ได้เข้าใจอาร์ตเลย เราก็ยิ่งรู้สึกไม่ได้รับการยอมรับ จากที่เราเต้นทุกวัน จู่ๆ เราก็นอนอยู่บ้านจนเกิดอาการซึมเศร้าไปเลย”&nbsp;</p>



<p>“แต่พอร้องไห้ครั้งใหญ่ไปรอบหนึ่ง หลอดไฟก็สมัครเข้า ‘Soft Landing’ โครงการพิเศษที่เตรียมความพร้อมทางด้านจิตใจให้กับผู้ที่เรียนจบเต้น เพื่อที่จะก้าวเข้าสู่วงการเต้นในโลกความจริง ก็คือแม้คุณจะจบศิลปะมามันไม่ได้หมายความว่าคุณจะเข้าไปอยู่ในวงการศิลปะได้ทันที เราก็ไปบำบัด 1 เดือน ในคอร์สมีผู้เข้าร่วม 10 คน ทุกคนร้องไห้กันทั้งเดือน เพราะแต่ละคนต่างก็มีปัญหาตอนเรียนจบเต้น เราเลยได้ปลดล็อกหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องครอบครัว”</p>



<p>“ดังนั้นในคอร์ส เขามีให้แสดงแบบอิมโพรไวซ์ที่ต้องเวิร์กกับทุกคนด้วยกัน เราก็ขึ้นไปร้องไห้บนเวทีเลยแล้วพูดภาษาไทยกับพ่อแม่ แต่ว่าพ่อแม่ไม่ได้มานะ (หัวเราะ) แล้วคนดูที่เป็นฝรั่งก็ร้องไห้ตาม ตอนนั้นล่ะเราคลิกขึ้นมาเลยว่า ถ้าเราจะเป็นศิลปินที่ดี เราต้องจริงใจมากๆ เพราะเขาไม่รู้เลยว่าเราพูดอะไร แต่เขารู้สึกไปกับเราได้จริงๆ นะ”</p>



<p>“หลอดไฟเจอลู่ทางการเป็นศิลปินแล้ว ก็เลยฮึบลุกขึ้นมาเขียนความ Struggle ของตัวเองไปเลย 1 หน้ากระดาษ ว่าเราเป็นคนนี้ๆ อยู่ในประเทศนี้ เราเรียนเต้นและมีความต้องการแบบนี้แต่ยังทำไม่ได้เพราะอะไรบ้าง เพื่อขอทุน Dance WED ของ Vienna International Dance Festival ในปี 2014” </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/7-1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-177145" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/7-1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/7-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/7-1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/7-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/7-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/7-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/7-1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/7-1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div></div></div>



<p>เธอก็คือคนไทยคนเดียวที่ได้รับทุนให้เข้าร่วมเทศกาลศิลปะการเต้นที่ใหญ่ที่สุดในโลกในครั้งนั้น และก็เป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่ทำให้หลอดไฟเพิ่งมารู้ตัวว่า ที่ผ่านมาเธอเต้นตามวัฒนธรรมคนขาวโดยไม่รู้ตัว&nbsp;</p>



<p>“หลอดเต้นตามเขา เขาแก้ผ้าแสดง เราก็ทำตาม สักพักเริ่มรู้สึกว่าอันนี้ไม่ใช่เรา คือเราโตกับความ คอนเซอร์เวทีฟในไทยที่ไม่ได้ฝึกให้คุณต้องแสดงออกเบอร์นั้น ดังนั้นเราก็ควรจะจริงใจกับตัวเองให้มากกว่านี้ ตั้งแต่ที่เริ่มเรียนบัลเลต์ หลอดไฟทำตามที่คนขาวบอกมาตลอดจนรู้สึกว่าเราไม่ดีพอหรอวะ นี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเลย เราควรจะหาเวย์โดยอย่าวิ่งตามเทรนด์คนขาวสิ เราเป็นคนเอเชีย เราคือคนส่วนน้อยแต่เราพิเศษ แล้วคนไทยที่เรียนเต้นไม่มีใครกลับมาเลย แล้วประเทศนี้มันทำไรวะ เราคิดไปถึงขั้นนั้นก็เลยตัดสินใจกลับไทย ด้วยจิตใจที่พร้อมสู้แล้ว”</p>



<p>กลับมาครั้งนี้ ศิลปินสายสู้ได้ทำการแสดงร่วมกับผลงานสถาปัตยกรรมของสถาปนิก เนื้องานพูดถึงการเป็นชนกลุ่มน้อยที่ต้องหาวิธีรับมือในระบบสังคมใหญ่ แม้จะเป็นการสร้างงานเพื่อบำบัดจิตใจตัวเองส่วนหนึ่ง แต่โดยภาพรวม หลอดไฟต้องการพิสูจน์ตัวเองและพิสูจน์ให้คนในวงการเต้นและสังคมได้เห็นศักยภาพของเธอในฐานะ ศิลปินนักเต้นด้วยเช่นกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/8-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-177146" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/8-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/8-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/8-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/8-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/8-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/8-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/8-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/8-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>กลัวว่าจะสร้างงานดูไม่อาร์ต จนเผลอแอ็กต์อาร์ตไม่รู้ตัว</strong></h4>



<p>จู่ๆ เราก็นึกสงสัยขึ้นมาว่า ถ้าหลอดไฟจะเอาดีด้านคอนเทมโพรารี เธอจะทิ้งการเต้นเทคนิคไปเลยหรือเปล่า และถ้าจะสร้างงาน เธอต่อยอดเครื่องมือที่มีและจะชั่งนำหนักให้กับการเต้นทั้ง 2 แบบนี้อย่างไร ถามออกไปเจ้าตัวก็พูดขึ้นทันทีว่า จุดนี้แหละที่ยากที่สุด&nbsp;</p>



<p>“ช่วงแรกๆ ที่สร้างงาน อีโก้มันเริ่มกลับมาล่ะ เราคิดแค่ว่าต้องใส่เทคนิคน้อยๆ ให้มันดูอาร์ตๆ คือตอนอยู่ที่ยุโรป เรารู้ตัวว่ากำลังทำตามคนขาว แต่พอกลับไทย เราห้ามตัวเองไม่ได้ เราลืม เราก็เลยแอ็กต์อาร์ตไปช่วงหนึ่ง จนแม่ก็เตือนว่ามันไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก มีครูที่เราเคารพเขามากว่า 20 ปี เขารับงานอีเวนต์ งานมอเตอร์โชว์ ซึ่งเราไม่รับเลยนะงานแบบนี้ แล้วดูถูกคนที่ทำแบบนั้นด้วย”</p>



<p>ระหว่างนั้นหลอดไฟแบ่งตัวเองเป็น 2 พาร์ต พาร์ตหนึ่งเป็นศิลปินที่อยากจะสร้างงานแอ็กต์อาร์ต ส่วนอีกพาร์ตทำหน้าที่เป็นนักออกแบบท่าเต้นและกำกับการแสดงให้นักเรียนในสถาบันบางกอกแดนซ์ เพื่อส่งเข้าแข่งขันในต่างประเทศที่เธอแอบบอกว่า แอ็กต์อาร์ตไม่ได้ แต่นั้นล่ะเป็นผลพวงที่ช่วยฝึกเธอค้นหาเอกลักษณ์ที่ใช่ไปโดยไม่รู้ตัว&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/9-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-177147" style="width:840px;height:auto" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/9-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/9-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/9-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/9-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/9-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/9-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/9-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/9-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>จู่ๆ เราก็นึกสงสัยขึ้นมาว่า ถ้าหลอดไฟจะเอาดีด้านคอนเทมโพรารี เธอจะทิ้งการเต้นเทคนิคไปเลยหรือเปล่า และถ้าจะสร้างงาน เธอต่อยอดเครื่องมือที่มีและจะชั่งนำหนักให้กับการเต้นทั้ง 2 แบบนี้อย่างไร ถามออกไปเจ้าตัวก็พูดขึ้นทันทีว่า จุดนี้แหละที่ยากที่สุด&nbsp;</p>



<p>“ช่วงแรกๆ ที่สร้างงาน อีโก้มันเริ่มกลับมาล่ะ เราคิดแค่ว่าต้องใส่เทคนิคน้อยๆ ให้มันดูอาร์ตๆ คือตอนอยู่ที่ยุโรป เรารู้ตัวว่ากำลังทำตามคนขาว แต่พอกลับไทย เราห้ามตัวเองไม่ได้ เราลืม เราก็เลยแอ็กต์อาร์ตไปช่วงหนึ่ง จนแม่ก็เตือนว่ามันไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก มีครูที่เราเคารพเขามากว่า 20 ปี เขารับงานอีเวนต์ งานมอเตอร์โชว์ ซึ่งเราไม่รับเลยนะงานแบบนี้ แล้วดูถูกคนที่ทำแบบนั้นด้วย”</p>



<p>ระหว่างนั้นหลอดไฟแบ่งตัวเองเป็น 2 พาร์ต พาร์ตหนึ่งเป็นศิลปินที่อยากจะสร้างงานแอ็กต์อาร์ต ส่วนอีกพาร์ตทำหน้าที่เป็นนักออกแบบท่าเต้นและกำกับการแสดงให้นักเรียนในสถาบันบางกอกแดนซ์ เพื่อส่งเข้าแข่งขันในต่างประเทศที่เธอแอบบอกว่า แอ็กต์อาร์ตไม่ได้ แต่นั้นล่ะเป็นผลพวงที่ช่วยฝึกเธอค้นหาเอกลักษณ์ที่ใช่ไปโดยไม่รู้ตัว&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" data-id="177148" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/10-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-177148" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/10-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/10-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/10-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/10-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/10-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/10.jpg 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</figure>



<div class="wp-block-group"><div class="wp-block-group__inner-container is-layout-constrained wp-block-group-is-layout-constrained">
<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>บางกอกแดนซ์ในยุคของหลอดไฟ&nbsp;</strong></h4>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เปิดพื้นที่ให้กล้าแสดงออก เพื่อผลักดันความหลากหลายทางสังคม</strong></h4>
</div></div>



<p>Bangkok Dance Academy เริ่มต้นด้วยการเปิดสอนเทคนิคบัลเลต์ที่เฟื่องฟูมากๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง ทำให้ผู้สมัครเข้ามางานต้องรอคิวนานถึง 2 ปี ส่งผลให้ต่อมาสถาบันเพิ่มสาขากระจายทั่วกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัด และเปิดสอนการเต้นในสไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น แจซแดนซ์ แท็ปแดนซ์ สตรีทแดนซ์ ไปจนถึง เคพ็อป เรียกความสนใจให้เด็กรุ่นใหม่หรือผู้ใหญ่ที่ต้องการใช้เวลาว่างนอกเหนือจากภาระงานต่างก็พากันเข้าเรียน ซึ่งนั่นคือข้อดีในแง่ของการมีทางเลือกให้ผู้คนได้มีพื้นที่ปลดปล่อยตัวเอง&nbsp;&nbsp;</p>



<p>และเพราะศิลปะการเต้นช่วยชีวิตทั้งแม่และหลอดไฟ โดยเฉพาะ ‘การคิดนอกกรอบ’ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ได้จากการเรียนคอนเทมโพรารีแดนซ์ ช่วยให้คนๆ หนึ่งเป็นตัวของตัวเองในสังคมนั้นๆ ได้ เธอจึงเปิดคลาสเรียน Creative Movement และ Contemporary Dance ในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา เพื่อผลักดันเรื่องนี้</p>



<p>“เราอยากให้เด็กที่เรียนเต้นแต่เทคนิคได้เห็นวิธีการคิดงานแบบคอนเทมโพรารีแดนซ์ ด้วยการค่อยๆ เข้าไปเปลี่ยนกรอบที่เขาสร้างขึ้นมาจากการเรียนเต้นเทคนิค อย่างการพาเด็กไปซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อหยิบของในห้างมาสร้างงานประติมากรรมด้วยกันแล้วเต้นเกี่ยวกับมัน เพื่อทำให้เขาได้รู้ว่า โอ้ มีเครื่องมือรอบตัวอีกเยอะที่เราสามารถหยิบมาเล่นได้นะ เรื่องพวกนี้ทำให้เด็กๆ มีไอเดียที่สามารถต่อยอดไปเป็นอะไรก็ได้หมด แล้วพอเขารู้ เขาก็จะมั่นใจ และกล้าที่จะลองทำอะไรหลายๆ อย่างในชีวิตประจำวันที่ไม่จำเป็นว่าจะต้องเกี่ยวกับการเต้นอย่างเดียว”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/11-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-177149" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/11-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/11-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/11-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/11-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/11-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/11-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/11.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>และแม้วันนี้เธอจะขึ้นแท่นผู้บริหารต่อจากแม่ ก็ยังคงให้ความสำคัญกับแนวคิดดังกล่าวนี้ เพราะการกล้าแสดงออกในมุมมองที่แตกต่างกันจะขับเคลื่อนให้สังคมเกิดความหลากหลายทางด้านความคิดและทางวัฒนธรรม และจะเป็นจุดเด่นที่ทำให้ประเทศเกิดความน่าสนใจ</p>



<p>“เราจำเป็นต้องสร้างจุดนี้ให้มันแข็งแรง เพราะในบ้านเราแค่คุณยกมือถามคำถามในห้องเรียนคุณก็ยังดูเป็นเด็กไม่ดี แต่สมัยนี้พ่อแม่เริ่มเปิดกว้างมากขึ้น แต่ถ้ารัฐและการศึกษายังเหมือนเดิมมันก็จะเหมือนติดกับดัก เราเลยยิ่งต้องทำให้บางกอกแดนซ์เป็นพื้นที่ที่ผู้เรียนสามารถมาปลดปล่อยตัวเองได้ ด้วยการสอนเรื่องสุนทรีภาพของอาร์ตเข้าไป อย่างน้อยให้เขาได้มาเต้น ได้มาทำอะไรบางอย่างที่นี่แล้วมีความสุขไปกับมัน เด็กๆ จะได้มีสังคมใหม่ เข้าใจตัวเองและเห็นคุณค่าในตัวเอง จนสามารถสร้างความมั่นใจในแบบของเขา อย่างที่รั้วโรงเรียนไม่สามารถสร้างให้เขาได้ นี่คือสิ่งที่เราคาดหวังกับเด็กที่มาเรียนในบางกอกแดนซ์”</p>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ยกระดับวงการเต้นที่พยายามให้ภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วม</strong></h4>



<p>ส่วนหนึ่งที่ทำให้การเต้นในปัจจุบันเป็นที่นิยมขึ้น หลอดไฟมองว่า Pop Culture ต่างๆ โดยเฉพาะความนิยมของวงการ K-pop และ T-pop มีส่วนช่วยเปลี่ยนมุมมองศิลปะการเต้น จากเดิมเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วแทบจะเป็นเรื่องไกลตัว ถูกมองเป็นเรื่องเต้นกินรำกิน แต่ปัจจุบันเกิดการยอมรับในฐานะอาชีพ และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่ใครๆ ก็อยากเต้นตามกันได้เลย&nbsp;</p>



<p>แต่ถ้าเทียบกับความนิยมในศิลปะด้านอื่นๆ การเต้นก็ยังถือว่าอยู่กันเฉพาะในกลุ่มเล็กๆ ในฐานะผู้บริหารจึงพยายามที่จะยกระดับวัฒนธรรมการเต้นให้เท่าเทียมกับศิลปะแขนงอื่นๆ ในบ้านเรา ด้วยการสานต่อการจัดการแข่งขันตามอย่างที่แม่ของเธอเคยทำ เพื่อชู ‘เวที’ ให้เป็นพื้นที่พบปะ แลกเปลี่ยนของคนในแวดวง</p>



<p>แต่สถาบันจะขับเคลื่อนอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้ ภาครัฐจะต้องมองภาพให้เห็นและต้องเข้ามามีบทบาทต่อการผลักดันวงการเต้นนี้ให้มากกว่านี้ “ที่ผ่านมาเราให้ทุนนักเรียนของเราเองทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์โดยที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเลย&nbsp;</p>



<p>“สมัยที่หลอดไฟขอทุนไปเวียนนา ซึ่งเขาจะมีทุน 3 ส่วน 2 ส่วนเทศกาลออกให้ แต่อีกส่วนเขาบังคับให้ศิลปินในแต่ละประเทศต้องไปขอทุนจากการรัฐเองเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับภาครัฐ นั่นคือครั้งแรกที่เราเดินเข้าไปที่ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อพูดกับเขาว่า โครงการที่เราสมัครไปมีศิลปินสมัครเข้าร่วมเป็นพันๆ คน แต่รับแค่ 30 คนจาก 76 ประเทศทั่วโลก เราคือคนไทยคนเดียวที่ติด สิ่งที่เราทำมันยิ่งใหญ่มากนะคะคุณจะไม่ใ่ห้เราไปหรอ ขณะเดียวกันเราไปขอทุนที่สถาบันเกอเธ่ (Goethe Institute Bangkok) ซึ่งขอได้ง่ายอยู่แล้วเพราะเขาเข้าใจในสิ่งที่เราทำดี”</p>



<p>“แม่เราพยายามกับตรงนี้มามากว่า 20 ปีจนถอดใจไปแล้ว เราเลยต้องบอกแม่ว่าให้กลับมาสู้ใหม่ การแข่งขันที่เราจัดกันมาหลาย 10 ปี เขียนให้เป็นภาพกว้างมากขึ้นว่าเราทำเพื่ออะไรอยู่ หลอดไฟพยายามจะให้กระทรวงวัฒนธรรมสนับสนุนเราทุกๆ ปี ให้อยู่ในไฟแนนซ์โชว์แพลนของเขาในทุกๆ ปี ล่าสุดที่เพิ่งทำไปคือชื่อ ‘One day In Bangkok’ เล่าเกี่ยวกับ Soft pฃPower ของไทย ใน Asia Pacific Dance Competition ครั้งที่ 26 เราก็ต้องเอาโชว์นี้ไปขอทุนรัฐให้ได้ด้วย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/12-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-177150" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/12.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“เราเคยมองแค่คนกลุ่มเล็ก ตอนนี้เราต้องมองกลุ่มคนให้ใหญ่ขึ้น เราต้องเปลี่ยนวิธีการนำเสนองานของเรา เพราะเรารู้แล้วว่าทำแบบนี้มันได้แค่รางวัลชนะ แต่ก็แค่เฉพาะกลุ่มเต้นในระดับนึงเท่านั้น แต่เราอยากไปให้ถึงในระดับประเทศจริงๆ เราก็ต้องทำตามนโยบายรัฐ เพราะเราจะได้ทำงานร่วมกันได้ ยังมีที่อื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการทำเรื่อง เพื่อปูทางให้วงการเต้นของเราต่อยอดไปอีกระดับ ไม่อย่างนั้นวงการเต้นเราก็จะทำกันงกๆ กันเองแค่นี้จริงๆ” </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/13-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-177151" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/13.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bangkok-dance-academy/">‘​​หลอดไฟ-นวินดา ปัจฉิมสวัสดิ์’ ผู้บริหารรุ่นสองของสถาบันการเต้น Bangkok Dance Academy จากนักเรียนบัลเลต์สู่การผลักดัน Contemporary Dance</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นี่หรือคือฮ่องกง’ กับ 6 Unseen in Hong Kong ในมุมโลคอลที่ไม่เคยเห็น อันล็อกชีวิตเหี่ยวเฉาเพื่อขอปลุกไฟสู้อีกครั้ง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/six-unseen-in-hong-kong/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุธาสินี สุทธะโส]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Aug 2024 10:37:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[UnseeninHongKong]]></category>
		<category><![CDATA[aday]]></category>
		<category><![CDATA[hongkong]]></category>
		<category><![CDATA[DiscoverHongKong]]></category>
		<category><![CDATA[HongKongsHiddenGems]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=176959</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราคือเฟิร์สจ็อบเบอร์ที่คลั่งไคล้การออกไปพบสิ่งใหม่ แต่ขณะนี้ค่อนข้างโรยรา เพราะงานและชีวิตสังคมเมืองเริ่มกัดเซาะพื้นที่ส่วนตัวจนเผลอหลงลืมการเป็นตัวเอง&#160;&#160;&#160; ‘ขอได้ไหม ขอไปนั่งโง่ๆ นั่งชิลๆ ที่ไหนสักที่เป็นการพักใจก็คงจะดี’&#160; บ่นในใจไม่ทันขาดคำ รอง บ.ก. ก็สานฝันด้วยการรีบเดินมาชวนเราไปทริปเที่ยวฮ่องกงของการท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board : HKTB) เขาเปิดตัวแคมเปญ ‘Hong Kong’s Hidden Gems’ เปิดประตูสู่ 12 แหล่งอัญมณีล้ำค่าสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนฮ่องกงแบบค้างคืน เน้นพบปะใกล้ชิดฮ่องกงผ่าน หมู่บ้าน ทะเล ธรรชาติ อาหาร ที่บอกเล่าวัฒนธรรมความเป็นฮ่องกงแบบตีสนิทสุดๆ&#160;&#160; นอกจากฮ่องกงจะเป็นเขตบริหารพิเศษฮ่องกงที่มีเกาะเล็กๆ เชื่อมต่อกันถึง 263 เกาะ ฮ่องกงที่เราเคยเห็นผ่านตาตามสื่อ เลยหนีไม่พ้น กลิ่นอายวัฒนธรรมตะวันออกผสมเข้ากับตะวันตกที่มองเห็นได้ผ่านป้ายไฟสีแดง เขียว ม่วง น้ำเงินและร้านอาหาร ร้านค้า มีวัด ศาลเจ้ามากมายที่คนสายมูชื่นชอบ มีตึกสูงระฟ้าบอกความเป็นเมืองธุรกิจ และมีผู้คนแต่งตัวสไตล์เก๋ไก๋ เดินสวนกันไปมายิ่งทำให้ฮ่องกงกลายเป็นเกาะที่ไม่เคยหลับใหล และมีความเหงาจากที่นี่ในหนังของหว่อง กาไว ให้เราได้ดู แต่การเที่ยวทริปนี้ตลอด 5 วัน เรียกว่า เปิดการรับรู้มุมมองใหม่ที่มีต่อฮ่องกงได้ดีมากๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/six-unseen-in-hong-kong/">นี่หรือคือฮ่องกง’ กับ 6 Unseen in Hong Kong ในมุมโลคอลที่ไม่เคยเห็น อันล็อกชีวิตเหี่ยวเฉาเพื่อขอปลุกไฟสู้อีกครั้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เราคือเฟิร์สจ็อบเบอร์ที่คลั่งไคล้การออกไปพบสิ่งใหม่ แต่ขณะนี้ค่อนข้างโรยรา เพราะงานและชีวิตสังคมเมืองเริ่มกัดเซาะพื้นที่ส่วนตัวจนเผลอหลงลืมการเป็นตัวเอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>‘ขอได้ไหม ขอไปนั่งโง่ๆ นั่งชิลๆ ที่ไหนสักที่เป็นการพักใจก็คงจะดี’&nbsp;</p>



<p>บ่นในใจไม่ทันขาดคำ รอง บ.ก. ก็สานฝันด้วยการรีบเดินมาชวนเราไปทริปเที่ยวฮ่องกงของการท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board : HKTB) เขาเปิดตัวแคมเปญ ‘Hong Kong’s Hidden Gems’ เปิดประตูสู่ 12 แหล่งอัญมณีล้ำค่าสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนฮ่องกงแบบค้างคืน เน้นพบปะใกล้ชิดฮ่องกงผ่าน หมู่บ้าน ทะเล ธรรชาติ อาหาร ที่บอกเล่าวัฒนธรรมความเป็นฮ่องกงแบบตีสนิทสุดๆ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>นอกจากฮ่องกงจะเป็นเขตบริหารพิเศษฮ่องกงที่มีเกาะเล็กๆ เชื่อมต่อกันถึง 263 เกาะ ฮ่องกงที่เราเคยเห็นผ่านตาตามสื่อ เลยหนีไม่พ้น กลิ่นอายวัฒนธรรมตะวันออกผสมเข้ากับตะวันตกที่มองเห็นได้ผ่านป้ายไฟสีแดง เขียว ม่วง น้ำเงินและร้านอาหาร ร้านค้า มีวัด ศาลเจ้ามากมายที่คนสายมูชื่นชอบ มีตึกสูงระฟ้าบอกความเป็นเมืองธุรกิจ และมีผู้คนแต่งตัวสไตล์เก๋ไก๋ เดินสวนกันไปมายิ่งทำให้ฮ่องกงกลายเป็นเกาะที่ไม่เคยหลับใหล และมีความเหงาจากที่นี่ในหนังของหว่อง กาไว ให้เราได้ดู</p>



<p>แต่การเที่ยวทริปนี้ตลอด 5 วัน เรียกว่า เปิดการรับรู้มุมมองใหม่ที่มีต่อฮ่องกงได้ดีมากๆ เราเลยขอคัด 6 สถานที่ที่ชอบ ที่ใครอยากหลบความวุ่นวายมาสัมผัสชีวิตเรียบง่ายเพื่อปลุกพลังชีวิต และเน้นมาถึงสุดมุมเกาะฮ่องกงสุดๆ ก็บอกเลยว่า รีบแพ็คกระเป๋าแล้วตามเรามาเลย!&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>1</strong></h4>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Tsz Shan Monastery&nbsp;</strong></h4>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ฝึกจิตทั้งที ขอเจอเจ้าแม่กวนอิมหน่อย&nbsp;&nbsp;</strong></h4>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176974" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ก่อนไปเที่ยว ขอมาเคลียร์ใจให้สงบสักหน่อย หมุดหมายแรกเลยมาทดสอบจิตใจ ทำสมาธิที่ ‘Tsz Shan Monastery’ หรือ อารามชีซ่านขนาดใหญ่ที่เป็นดั่งโอเอซิสแห่งจิตวิญญาณใจกลางฮ่องกง ตั้งอยู่ในย่านไท่โป (Tai Po) เขตดินแดนใหม่ (New Territories) ไฮไลต์สำคัญคือรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ตั้งอยู่บนฐานหินแกรนิต รวมความสูงทั้งหมด 76 เมตร และมีความใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก&nbsp;</p>



<p>ก่อนใจเราจะรีบบุกไปหาท่าน ไกด์ก็รีบเบรกเราด้วยการเล่าถึงเบื้องหลังความมโหฬารของที่นี่ว่า ‘ลี กาชิง’ (Li Ka Shing) อภิมหาเศรษฐีชาวฮ่องกงคนนี้บริจาคทุนทรัพย์กว่าหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสร้างอารามแห่งนี้ให้เป็นสถานปฏิบัติธรรมและสถาบันสำหรับเรียนรู้ทางพุทธศาสนา โดยยึดสถาปัตยกรรมสไตล์ราชวงศ์ถัง&nbsp;</p>



<p>ยังไม่พอนะ ภายใต้รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมถูกออกแบบให้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของฮ่องกงที่จัดแสดงเกี่ยวกับพุทธศิลป์และพระธาตุโดยเฉพาะด้วย ส่วนตำแหน่งที่ตั้งอารามตั้งตามฮวงจุ้ย ให้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ด้านหน้ามองเห็นทะเล ส่วนด้านหลังมองเห็นภูเขา และคลุมโทนสีอาคารวัดด้วยสีเขียว สีเทา สีน้ำตาลให้กลมกลืนไปกับทิวทัศน์โดยรอบมากที่สุด ‘เสียงลมธรรมชาติและความร่มเย็น’ จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยขีดเส้นกั้นระหว่างผู้คนภายในอาราม ให้ตัดขาดจากโลกวุ่นวายภายนอก ที่นี่จึงเรียกว่าเหมาะแก่การเสาะหาความสงบที่สุด</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-4-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-176975" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-4-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-4-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-4-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-4-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-4-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-4.jpg 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>และแล้วก็ถึงเวลาที่รอคอย เพื่อนร่วมทริปเล่าให้ฟังว่า การจะเข้าไปสักการะเจ้าแม่กวนอิมได้นั้น จะต้องพิสูจน์ให้ท่านเห็นซะก่อนว่า เราใจนิ่งมากแค่ไหน โดยเครื่องวัดความท้าทายนี้ก็คือ ‘น้ำ’ ที่เราต้องตักใส่ขันแล้วค่อยๆ เดินประคองไปรินที่โอ่งตรงหน้าท่าน โดยห้ามทำน้ำหกจากขันเด็ดขาด และไม่ทันขาดคำเราก็ทำน้ำกระเด็นจากขันจนได้ แต่เอาเถอะนี่เป็นครั้งแรกเจ้าแม่กวนอิมจะต้องเข้าใจ เพราะยังไงเราก็เดินมาพบท่านแล้ว</p>



<p>วิธีการเดินทาง : รถบัส หรือ รถมินิบัสจากสถานี MTR Tai Po Market หรือแท็กซี่ อารามชีซ่านรองรับผู้เยี่ยมชมได้ถึง 400 คนต่อวัน ใครที่จะเข้ามาเยี่ยมชมก็ต้องกดจองรอบล่วงหน้า 1 เดือนได้ทางเว็บไซต์วัดชีซ่าน <a href="https://www.tszshan.org/home/new/en/visit.php">https://www.tszshan.org/home/new/en/visit.php</a>&nbsp;&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>2</strong></h4>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Peng Chau</strong></h4>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ขอติดเกาะ slowlife เผื่อได้พักใจเรียกไฟกลับมา</strong></h4>



<p>ตั้งแต่นั่งเรือเฟอร์รีข้ามจากท่าเรือเซ็นทรัลหมายเลข 6 จากเกาะฮ่องกงมาถึงเกาะเผิงเชา (Peng Chau)&nbsp; แวบหนึ่งรู้สึกเหมือนอยู่ในมัลติเวิร์สหนังมาเวล เพราะไม่ถึงชั่วโมงก่อนหน้านี้ เรายังผจญเสียงโหวกเหวกของคนเมืองอยู่เลย แต่พอทิ้งห่างไม่ถึง 40 นาที เราก็มาสะดุดตาเข้ากับกองทัพจักรยานที่จอดเทียบท่าเรือกว่าร้อยคันบนเกาะเผิงเชา เราเห็นผู้คนปั่นจักรยาน วิ่งเล่น จูงน้องหมาเดินบนทางเดินถนนชิคๆ คูลๆ เคียงคู่ไปกับต้นไม้ใหญ่ใบเขียว ท่ามกลางอากาศช่วง 10 โมงที่คุณพระอาทิตย์ติดเครื่องทำงานแล้ว แต่ทุกการทำกิจกรรมของคนบนเกาะนี้แทบจะตรงข้ามกับคำว่า ‘รีบเร่ง’ ไปเลย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176976" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176978" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>วิถี Slow Life ของเกาะนี้ที่คนเมืองกรุงอย่างเราเฝ้าฝันอยู่ ในอดีตเกาะพื้นที่แค่ 1 ตารางเมตรเคยเป็นที่รู้จักในเรื่องของการทำอุตสาหกรรมที่มีโรงงานมากกว่า 100 แห่ง หนึ่งในโรงงานที่เคยรุ่งเรืองมากๆ ก็คือ&nbsp; ‘Fook Yuen’ โรงงานเครื่องหนังเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1930 และเคยเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องหนังจนกระทั่งความต้องการของเครื่องหนังลดลง ทำให้ที่นี่ปิดตัวลง นานวันเข้าก็เหลือทิ้งไว้แค่ซากโรงงานเก่าไร้ชีวิต ซึ่งชะตากรรมนี้ยังส่งผลกับโรงงานแห่งอื่นบนเกาะด้วย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176979" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แต่ในความมืดมิดยังมีแสงสว่าง เพราะในปี 2010 มีการฟื้นฟูโรงงานฟุกหยวนแล้วตั้งชื่อใหม่ว่า ‘My Secret Graden’ อาร์ตสเปซในสวนลับ โดยคนบนเกาะที่มีใจรักในศิลปะพากันรวบรวมเศษขยะและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เก่าๆ ทั้งหมดบนเกาะ มาสร้างเป็นชิ้นงานศิลปะจัดวางสีสันสดใส ช่วยเชื่อมโยงชีวิตคนเผิงเชาในอดีตและปัจจุบันได้ดี แถมยังมีกราฟิกตี้ตามตรอกและกำแพงที่นอกจากจะเรียกนักท่องเที่ยวมาเดินเที่ยวกันแบบฟรีๆ แล้ว ก็ยังชนะใจภาพยนตร์ Under Parallel Skies ของ วิน เมธวิน ที่เล่นคู่กับ จาเนลลา ซัลวาดอร์ นักแสดงชาวฟิลิปปินส์ ที่ถึงกลับต้องยกกองมาถ่ายทำที่นี่อีกด้วย ใครเป็นเอฟซีต้องมาตามล่าซีนหนังแล้ว&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176980" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ไม่ไกลเท่าไหร่มีหาดทุงวัน (Tung Wan Beach) หาดอันซีนที่เป็นฉากหลังให้พระนางเรื่องนี้นั่งสวีทหวานแข่งกับวิวได้สวยมากๆ ถ้าคนมีใจชวนคนนั้นมาเดตก็ขอแนะนำ ส่วนเราแม้จะนั่งคนเดียว หัวใจก็หวั่นไหวได้เหมือนกัน</p>



<p>วินาทีที่ต้องจากลาเกาะเผิงเชิงเผลอทำเราเศร้าใจ เพราะที่นี่มีครบทุกอย่าง ทั้งรวงร้านอาหารโลคอล คาเฟ่ ศาลเจ้า ทิวทัศน์จากชายฝั่งทะเลและบนยอดเขา ยังมีตึก อาคารแบบเก่าและใหม่อยู่ปะปนกัน สะท้อนความเรียบง่ายที่ทำให้เรานึกอิจฉาชุมชนบนเกาะเผิงเชาสุดๆ ไปเลย</p>



<p>วิธีการเดินทาง : วิธีการเดินทาง: ขึ้นเรือเฟอร์รีจากท่าเรือเซ็นทรัลหมายเลข 6&nbsp; โดยสามารถเดินทางไปยังท่าเรือได้จากสถานี MTR Hong Kong&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>3</strong></h4>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Aberdeen</strong></h4>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ขอได้ไหม มีเรือบ้านสักครั้งในชีวิต&nbsp;&nbsp;</strong></h4>



<p>ณ อ่าวอเบอร์ดีน ชาวประมงที่นี่เป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมของฮ่องกง ซึ่งในอดีตไม่ได้มีบ้านบนบก แต่มีเรือเป็นบ้านและอยู่กันเป็นหมู่บ้านลอยน้ำกว่าหลายพันครอบครัวเลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176981" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/8-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176982" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/8-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/8-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/8-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/8-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/8-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/8-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/8-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/8-8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ได้ยินแบบนี้ แม้เราจะกลัวน้ำแต่ก็อยากจะมีเรือบ้านบ้าง เลยขอประโดดลงเรือไปทัวร์อ่าว ‘อเบอร์ดีน’ สักหน่อย ระหว่างนั่งเรือทัวร์ไกด์ก็ (ตะโกน) เล่าแข่งกับเสียงเครื่องจักรของเรือให้ฟังว่า อ่าวแห่งนี้ทั้งเคยเป็นฐานที่ตั้งสำคัญของประเทศอังกฤษในยุคอาณานิคม มีเรือไทปัก (Tai Pak Floating Restaurant) ภัตตคารอาหารลอยน้ำแห่งแรกของฮ่องกง ซึ่งควีนอลิซาเบธที่ 2 ของอังกฤษเคยเสด็จมาเยือนด้วย กระทั่งการส่งฮ่องกงกลับคืนสู่จีน ไปจนถึงการย้ายถิ่นฐานของชาวประมงขึ้นมาอาศัยบนบก อเบอร์ดีนก็ยังคงฉายภาพวิถีชาวประมงดั้งเดิมอยู่เสมอ</p>



<p>เราจะเห็นภาพชีวิตพวกเขาอย่างชัดเจนเลยถ้ามาที่เฮาส์โบ๊ต (Houseboat) หรือพิพิธภัณฑ์เชิงวัฒนธรรมขนาดเล็กที่ท่าเรือ ซึ่งจำลองเรือนแพของจริงตั้งแต่ ห้องทำงาน ห้องนอนซึ่งเน้นพื้นที่แคบ ครัวทำอาหาร ภาพถ่ายบอกเล่าประวัติศาสตร์ชุมชนเรือในอเบอร์ดีน อุปกรณ์การหาปลาทะเล และน้ำเต้า ที่ต้องมีติดเรือบ้านทุกหลัง เพื่อช่วยพยุงเด็กจากการจมน้ำนั่นเอง&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="228" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/9-10-1024x228.jpg" alt="" class="wp-image-176983" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/9-10-1024x228.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/9-10-300x67.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/9-10-768x171.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/9-10-1536x341.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/9-10-2048x455.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/9-10-600x133.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ปัจจุบันอ่าวอเบอร์ดีนกลายมาเป็นที่จอดเรือยอร์ชจำนวนมาก และยังคงเป็นแหล่งตลาดค้าส่งอาหารทะเลและปลาในท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกงมาตั้งแต่ปี 1950 ที่หากเข้าร้านอาหารร้านไหนในฮ่องกง ก็ขอให้มั่นใจไว้เลยว่า อาหารทะเลที่กินอยู่ 90% มาจากอ่าวอเบอร์ดีนแน่นอน อย่างไรก็ตามแม้เราจะไม่มีเรือบ้าน แต่การมาที่นี่ก็ทำให้เห็นว่า ไม่ว่าฮ่องกงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ไปในทิศทางไหน อเบอร์ดีนก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่พร้อมจะรักษารากฐานทางวัฒนธรรมเพื่อบอกความเป็นของฮ่องกงต่อไป</p>



<p>วิธีเดินทาง : รถบัสหรือรถมินิบัส จากสถานี MTR Tai Po Market หรือเท็กซี่&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>4</strong></h4>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Lai Chi Wo&nbsp;</strong></h4>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>&nbsp;ขอรีเฟรชชีวิตด้วยไอติมดอกไม้ชาวฮักกา&nbsp;&nbsp;</strong></h4>



<p><strong></strong>สัมผัสชีวิตชาวประมงบนเรือมาแล้วก็ขอมาตามหาความเป็นฮ่องกงกันต่อที่ Lai Chi Wo หมู่บ้านลี่ชือวอเก่าแก่ของชาวจีนฮักกา หรือ ชาวจีนแคะ ซึ่งอยู่มาตั้งแต่ปี 1670 ตั้งอยู่ระหว่างพื้นที่ป่า ‘Fung Shui’ และป่าชายเลน ใกล้กับชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของเขตดินแดนใหม่ (New Territories)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="341" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-5-1024x341.jpg" alt="" class="wp-image-176984" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-5-1024x341.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-5-300x100.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-5-768x256.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-5-1536x512.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-5-2048x683.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-5-600x200.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ดังนั้นเราจะสัมผัสความเขียวขจีที่รอบล้อมหมู่บ้านบนเนินเขากว่า 200 หลังนี้กันตั้งแต่ทางเดินเข้าหมู่บ้านเลย บวกกับการจัดวางบ้านเรียงบนไหล่เขาเป็นแถวอย่างสวยงามตามหลักฮวงจุ้ยและยังคงรักษาความเป็นชุมชนเก่าแก่จนได้รับรางวัล ‘Special Recognition for Sustainable Development Award อันทรงเกียรติประจำปี 2020 จาก UNESCO ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไปครอบครองด้วย ใครสายอินธรรมชาติ ที่นี่จัดว่ามีจุดเช็กอินให้เซลฟีเพียบ!  </p>



<p>ส่วนสายเนิร์ดประวัติศาสตร์ถูกใจแน่นอน เราจะได้สัมผัสอีกหนึ่งวิถีชีวิตพื้นบ้านของคนฮ่องกงด้วย เพราะหนึ่งในอาชีพหลักของฮ่องกงไม่ได้มีแค่ประมงเท่านั้น&nbsp; แต่ยังมีชาวสวน ชาวนาซึ่งชาวฮักกามักประกอบอาชีพนี้เป็นส่วนใหญ่ ที่นี่เลยเต็มไปด้วยพื้นที่เพาะปลูกและพื้นที่เลี้ยงสัตว์ ทุกวันหยุดคนในหมู่บ้านจะตั้งแผงขายผัก วัตถุดิบต่างๆ และอาหารท้องถิ่นเสิร์ฟให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองกันด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="341" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/11-3-1024x341.jpg" alt="" class="wp-image-176985" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/11-3-1024x341.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/11-3-300x100.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/11-3-768x256.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/11-3-1536x512.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/11-3-2048x683.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/11-3-600x200.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>&nbsp;เราเดินผ่านพิพิธภัณฑ์ของหมู่บ้านมาเจอบ้านพ่อค้าขายไอศกรีมดอกไม้ พอถามว่ามีรสอะไรบ้าง พ่อค้าก็ดีใจรีบเดินไปหยิบไอติมทุกรสมาให้ลองชิม (หรือเอาจริงๆ ตั้งใจจะให้เรากินจนอ้วนกันไปข้างแน่ๆ เลย) แม้รสชาติจะไม่ได้เข้มข้นมาก แต่สัมผัสได้ถึงความเฟรช รสชาตินี้แหละเรียกว่า มาถึงแล้วนะ หมู่บ้านลี่ซือวอ!</p>



<p>วิธีการเดินทาง : ขึ้นรถบัสสาย 272K จากรถไฟฟ้า MTR สถานีมหาวิทยาลัย ทางออก B ลงป้ายแรกที่ท่าเรือหม่าหลิวจุ้ย (Ma Liu Shui) จากนั้นเดิน 100 เมตรไปยังท่าเรือหม่าหลิวจุ้ยหมายเลข 3 เพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี Kaito ไปยัง Lai Chi Wo หรือ ขึ้นเรือเฟอร์รี Kaito จากท่าเรือ Sha Tau Kok ไปยัง Lai Chi Wo ผู้โดยสารจะต้องได้รับใบอนุญาตเข้าพื้นที่ปิด Sha Tau Kok ที่ถูกต้องจึงจะเข้าถึงท่าเรือได้</p>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>5</strong></h4>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>&nbsp;‘Sham Shui Po’</strong></h4>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ขอกินของโลคอล เพื่อตีซี้อาม่าในย่านเก่าแก่</strong></h4>



<p>ถ้าอยากรู้ว่าวิถีชีวิตของคนฮ่องกงแท้ๆ เป็นอย่างไร ต้องมาย่านเก่าแก่ซึ่งอยู่ทางฝั่งเกาลูน อย่าง ‘ซัมซุยโป’ (Sham Shui Po) ประโยคนี้ยืนยันแล้วจากไกด์ฮ่องกง พอมาถึงถิ่นเราจะได้จ๊ะเอ๋ร่องรอยอดีตกันตั้งแต่อาคารที่เผยสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก ตึกราม บ้านเรือนเรียงชิดเป็นแถวแบบจีนดั้งเดิม ซึ่งเขาเริ่มก่อสร้างกันตั้งแต่ปี 1950 ให้เป็นย่านศูนย์กลางโรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอผ้าของชาวฮ่องกงท้องถิ่นในช่วงยุค 1950 &#8211; 1960</p>



<p>ส่วนตอนนี้ซัมซุยโปเป็นอย่างไรน่ะหรอ ขอให้นึกถึงไวบ์สำเพ็ง ประตูน้ำ และตลาดคลองถมบ้านเรา หากเทียบ 3 แห่งนี้เป็นย่านที่สะท้อนวิถีชีวิตคนไทยขนานใด ซัมซุยโปก็เป็นย่านที่สืบทอดความเป็นฮ่องกงขนานนั้น เราได้เดินบนถนนอัพหลิว (Apliu Street) ซึ่งเต็มไปด้วยพ่อค้า แม่ค้า อาม่า อาแปะตั้งแผงขายอะไหล่เก่า-ใหม่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาถูกเต็มถนนเลย&nbsp; ส่วนชาวฮ่องกงที่นี่เน้นแต่งตัวธรรมดาทั่วไปเดินขวักไขว่จับจ่ายสินค้า สะท้อนวิถีชีวิตบ้านๆ ที่เข้าถึงง่ายดี&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="341" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/12-4-1024x341.jpg" alt="" class="wp-image-176986" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/12-4-1024x341.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/12-4-300x100.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/12-4-768x256.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/12-4-1536x512.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/12-4-2048x683.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/12-4-600x200.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ย่านนี้ยังคงมีแหล่งเสื้อผ้าแฟชั่นโนแบรนด์ราคาย่อมเยาว์ เครื่องประดับ อุปกรณ์ตัดเย็บที่เรียกว่าช่างฝีมือ ดีไซเนอร์มองหากระดุมเม็ดไหน ก็รับประกันเลยว่าที่นี่มีของแน่นอนด้วย ส่วนใครมีลูกมีหลาน มีน้องหรือเป็นผู้ใหญ่หัวใจเด็กลองมาเดินถนนฟุกวิง (Fuk Wing Street) หรือถนนของเล่นกันดูนะ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยร้านขายของเล่นเด็กมากมาย สวรรค์ของเด็กชัดๆ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>กลิ่นอายวิถีชีวิตของผู้คนซัมซุยโปยังสะท้อนผ่านรวงร้านอาหารท้องถิ่นที่ถ้าคุณมาถึงทีนี่แล้ว ก็ต้องไปกินให้ถึงถิ่น ประเดิมร้านแรก โรงงานเต้าหู้ก๊งหว่อ (Kung Wo Beancurd Factory) เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 1960 หน้าร้านขายผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบเน้นถั่วเหลืองหลายชนิด แต่ถ้าจะนั่งกินก็เข้ามานั่งในร้านเลย เมนูยอดฮิตคือ ‘พุดดิ้งฟองเต้าหู้’ ใช้ถั่วเหลืองสดใหม่ล้วนๆ มาบดให้ได้เนื้อเนียนนุ่น สาวกคนชอบกินน้ำเต้าหู้อย่างเราตักน้องเข้าปากก็ได้แต่ฟินไปกับรสเข้มข้นของถั่ว แอบใส่น้ำตาลทรายแดงหน่อยเพิ่มความหอมๆ นัวๆ ไปอีก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="341" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/13-4-1024x341.jpg" alt="" class="wp-image-176987" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/13-4-1024x341.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/13-4-300x100.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/13-4-768x256.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/13-4-1536x512.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/13-4-2048x683.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/13-4-600x200.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ไปต่อกับอีกร้านที่มีดีกรีระดับมิชลินแต่มาในแบบสตรีทฟู้ดข้างทาง ‘Hop Yik Tai’ ร้านก๋วยเตี๋ยวหลอดในตำนานของฮ่องกงซึ่งแปลกตามากสำหรับเรา เพราะตัวเส้นไม่มีเครื่องอย่างที่คุ้นตา แต่เป็นเส้นเหนียวนุ่นเพียวๆ ราดด้วยซอสหวานสูตรลับสูตรเด็ด รสชาติหวานๆ เค็มๆ กินแล้วดันติดใจจนต้องแย่งเพื่อนร่วมทริปกิน (เขากินไม่หมด เราเสียดาย)&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/14-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176988" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/14-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/14-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/14-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/14-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/14-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/14-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/14-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/14-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>อิ่มท้องแล้ว ไกด์ชวนมาอิ่มใจปิดท้ายย่านนี้กันที่วัดสองแห่งในที่เดียว เริ่มจากวัดซ่านไทชี (Sam Tai Tsz) หรือ วัดของเทพเจ้านาจา สร้างขึ้นในปี 1989 เพื่อช่วยปกปักษ์รักษาบ้านเมือง และปัดเป่าโรคระบาดที่แพร่เข้ามาในซัมซุยโปทั่วทั้งเมืองในช่วงนั้น นอกจากนี้ภายในวัดมีเทพเจ้านาจาเป็นเด็กที่มีความฉลาดหลักแหลม ทำให้ชาวอ่องกงที่กำลังริเริ่มธุรกิจกิจการ หรืออยากเรียนเก่งๆ ก็จะพากันมาไหว้ขอพรกับท่าน ที่นี่ยังมีเทพเจ้าหลายองค์ ถ้าใครอยากได้ลูก หรืออยากรวยก็ต้องมาที่นี่เลย ข้างๆ กันคือวัดปักไต (Pak Tai) ของเทพเจ้าดาวเหนือ สร้างขึ้นเมื่อปี 1920 ใครที่กำลังหลงทางกลับบ้านหรือหลงทางทางใจ ท่านสามารถปักหมุดเข็มทิศนำทางให้ชีวิตเรากลับมาคงเส้นคงวาได้&nbsp;</p>



<p>วิธีการเดินทาง : รถไฟใต้ดิน MTRลงทสถานีซัมซุยโป</p>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center">6</h4>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Cheung Chau&nbsp;</strong></h4>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ขอปีนเก็บซาลาเปาแล้วเอาไปกินที่โรงละครเก่าเฉิ่งเจ้า&nbsp;</strong></h4>



<p>ถ้าพูดถึงเฉิ่งเจ้า เราก็จะนึกถึงเกาะที่ชอบจัดการแข่งขันปีนซาลาเปาใน ‘Cheung Chau Bun Festival’&nbsp; เทศกาลท้องถิ่นประจำทุกต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี แต่ถ้าเพื่อนๆ ยังไม่คุ้นที่มา เราจะเล่าให้ฟังเอง&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="278" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/15-5-1024x278.jpg" alt="" class="wp-image-176990" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/15-5-1024x278.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/15-5-300x82.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/15-5-768x209.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/15-5-1536x418.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/15-5-2048x557.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/15-5-600x163.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เกาะขนาดเกือบ 3 ตารางกิโลเมตรนี้ ในสมัยก่อนเคยประสบทั้งการแพร่ระบาดของโรคร้าย ทั้งเผชิญกับการรุกรานของโจรสลัด บวกความเชื่อเรื่องผีสางทำให้ชาวบ้านทำซาลาเปานำโชค ปั๊มด้วยตัวอักษรจีนสีแดง อ่านว่า Ping On แปลว่า ความปลอดภัย มาถวายเทพเจ้าปักไท ที่ช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายและอาการป่วยไข้ที่เกิดขึ้นกับชาวบ้าน รวมไปถึงเซ็นไหว้ผีสางด้วย หลังจากนั้นชาวบ้านจะนำซาลาเปานำโชคมากองเป็นภูเขาสูงเพื่อให้ผู้คนปีนขึ้นไปแย่งเก็บมากินกับคนในครอบครัว เพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรงและเพื่อความเป็นสิริมงคล&nbsp;</p>



<p>ปัจจุบันการนำซาลาเปานับหมื่นลูกมาแขวนบนโครงไม้ไผ่สูงไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อกิน แต่เพื่อแข่งเก็บซะมากกว่า ยิ่งเก็บลูกที่อยู่สูงยิ่งได้แต้มเยอะ กลายเป็นจุดเรียกนักท่องเที่ยวให้แห่มาจนเกือบล้นเกาะเลยล่ะ&nbsp;</p>



<p>เดินตามไกด์จนมาหยุดที่หน้าร้าน ‘ก๊อกกั๋มเก๋’ (Kwok Kam Kee) ร้านเบเกอร์รีอายุกว่า 40 ปี และเป็นเจ้าแรกที่ทำซาลาเปานำโชคนับหมื่นลูกให้กับเทศกาลนี้ มาถึงทั้งทีขอซื้อเจ้าก้อนซาลาเปาสีขาวนวลนิ่มไส้ลูกบัวจากคุณตาเจ้าของร้านมาชิมสักหน่อยละกัน&nbsp;</p>



<p>แต่…ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่เทศกาลปีนซาลาเปาน่ะสิ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="387" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/16-5-1024x387.jpg" alt="" class="wp-image-176991" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/16-5-1024x387.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/16-5-300x113.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/16-5-768x290.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/16-5-1536x580.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/16-5-2048x774.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/16-5-600x227.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ห่างจากร้านก๊อกกั๋มเก๋สัก 300 เมตรจะพบกับ ‘สวนความหลากหลายทางวัฒนธรรมแห่งโรงภาพยนตร์เฉิ่งเจ้า’ (Cheung Chau Cinema Multicultural Park หรือ C.C.C. Multicultural Park) ตัวชูโรงสำคัญคือ ซากโรงละครเฉิ่งเจ้าที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1930 ต้องขอเล่าอีกนิดว่าเฉิ่งเจ้าอาจไม่ได้โดดเด่นหรือเกี่ยวพันกับภาพยนตร์มากเท่าไหร่ แต่การหลงเหลือเศษซากโรงละครเก่าแก่ก่อนสงครามโลกเพียงที่เดียวบนเกาะนี้ก็ทำให้ทางรัฐบาลฮ่องกงและบริษัทเอกชนเห็นพ้องกันว่าควรค่าแก่การอนุรักษ์สถานที่ทางประวัติศาสตร์นี้ไว้</p>



<p>แม้ว่าวันนี้ยังอยู่ในช่วงของการบูรณะเป็นพิพิธภัณฑ์ แต่เราก็มีโอกาสเดินเข้าไปข้างใน เห็นกองเก้าอี้สภาพเก่า สำรวจดูโครงสร้างตึกสภาพพุพังที่ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ไวบ์เก่าๆ ของที่นี่เลือนหายไปเลย หันไปอีกฝั่งก็เห็นจัตุรัส C.C.C. พื้นที่ฉายหนังกลางแจ้งให้ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสวันวานสมัยโรงภาพยนตร์เฉิ่งเจ้ายังมีชีวิต&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="341" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/17-2-1024x341.jpg" alt="" class="wp-image-176992" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/17-2-1024x341.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/17-2-300x100.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/17-2-768x256.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/17-2-1536x512.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/17-2-2048x683.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/17-2-600x200.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>จู่ๆ ก็หัวใจเต้นขึ้นมาซะงั้น อาจเพราะเราหลงใหลโลกภาพยนตร์มากๆ ซึ่งก็ดูเหมือนจะมาถูกจังหวะเพราะข้างๆ มีสตูดิโอ 1931 Studio ที่จำลองฉากจากหนังดังฮ่องกง เช่น Tang Bohu, Qiuxiang และ Legal Situation ให้เราได้ลองแต่งตัว สวมบทบาทเป็นตัวละครในฉากนั้นๆ พร้อมอุปกรณ์จำลองการถ่ายทำหนังให้เราได้ลองเป็นผู้กำกับด้วย คนรักภาพยนตร์และอยากลองทำหนังถูกใจสิ่งนี้แน่นอน</p>



<p>และด้วยพื้นที่บริเวณนี้มีมากกว่า 38,000 ตารางฟุต เขาก็ตั้งใจจะเนรมิตให้เป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์สะท้อนวิถีชีวิตของคนเฉิ่งเจ้าที่มีพื้นเพมาจากการทำประมง&nbsp; ซึ่งนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ จะสัมผัสได้ผ่านการทำเวิร์กชอป เข้าชมพิพิธภัณฑ์ หรือขึ้นไปยังชั้นบนสุดของตึก 1931 Studio ที่ออกแบบดาดฟ้าให้เป็นเรือสำเภาไม้ที่สามารถชมทิวทัศน์ของชุมชนเฉิ่งเจ้าแบบ 360 องศากันไปเลย&nbsp;</p>



<p>วิธีการเดินทาง : ขึ้นเรือเฟอร์รีจากท่าเรือเซ็นทรัลหมายเลข 5 จากเกาะฮ่องกง&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>7 </strong></h4>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ยังอยู่ที่เฉิ่งเชา</strong></h4>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ขอให้ธรรมชาติที่นี่เยียวยาใจและพาฉันบอกลาฮ่องกง</strong></h4>



<p>เรายังอยู่กันที่เกาะเฉิ่งเชา และตอนนี้เป็นเวลา 6 โมงเย็นที่พระอาทิตย์กำลังเคลื่อนตัวสู่พื้นดิน บรรยากาศเงียบๆ สงบๆ ตรงนี้จึงยิ่งสวยงามกว่าเดิม “แต่ถ้าอยากเห็นเฉิ่นเจ้าในมุมที่สวยกว่านี้ ก็ต้องลองปีนเขาไปจุดชมวิวของเกาะนี้นะ” ไกด์บอกกับเราแบบนั้น ด้วยความที่ยังไม่เคยปีนเขาเลยสักครั้ง ตอนนี้มีโอกาสทั้งนี้ใครล่ะจะปฏิเสธ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/18-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176993" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/18-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/18-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/18-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/18-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/18-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/18-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/18-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/18-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ไกด์พาเราเดินจากวัดปักไท เดินลัดเลาะผ่านหมู่บ้าน ป่าไม้เพื่อไปยังยอดเขาทางด้านเหนือของเกาะ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาทีนิดๆ กระทั่งเดินมาถึงศาลาชมวิวทิศเหนือ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเกาะ&nbsp; และจุดนี้เองที่เราสามารถดื่มด่ำวิวธรรมชาติได้แบบ 360 องศาเลย เราชอบเมฆที่นี่มากๆ เพราะมาทันช่วงพระอาทิตย์กำลังตกดิน กลายเป็นว่าทิวทัศน์ตรงหน้าสวยมากราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดเลย&nbsp;&nbsp;</p>



<p>&nbsp;ไม่น่าเชื่อว่าการทุ่มแรงกาย (แทบตาย) เพื่อมาพบปะวิวธรรมชาติอย่างใกล้ชิด จะทำให้เราลืมเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ความรู้สึกภูมิใจอยู่เล็กๆ จนเผลอกางแขนโอบรับลมธรรมชาติด้วยรอยยิ้มไปเลย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="341" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/19-1-1024x341.jpg" alt="" class="wp-image-176994" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/19-1-1024x341.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/19-1-300x100.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/19-1-768x256.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/19-1-1536x512.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/19-1-2048x683.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/19-1-600x200.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>&nbsp;เราอยากขอบคุณการท่องเที่ยวฮ่องกงที่ให้โอกาส&nbsp; และอยากขอบคุณตัวเองที่ตอบตกลงมาทริปเที่ยวในแคมเปญ ‘Hong Kong’s Hidden Gems’ ครั้งนี้ เพราะตลอด 5 วัน การได้พบปะเรื่องราวใหม่ๆ ผู้คนใหม่ๆ ได้ใกล้ชิดธรรมชาติตลอดทริปที่ชวนเติมเต็มพลังชีวิต และนอกจากทริปนี้จะทำให้เราใกล้ชิดความเป็นฮ่องกงแล้ว เรายังได้กลับมาใกล้ชิดกับตัวเอมมากขึ้นด้วย&nbsp;</p>



<p>นี่สินะ ที่เขาเรียกว่า การใช้ชีวิต เราต้องออกการเดินมองหาสิ่งใหม่&nbsp; <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>



<p>พิเศษมากๆ สำหรับใครที่อยากมาทริปนี้ที่เที่ยวฮ่องกง เพราะตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม &#8211; 15 กันยายน 2567 ทางการท่องเที่ยวฮ่องกงจะแจกเวาเชอร์ ‘Summer Triple Rewards’&nbsp; จำนวน 500,000 ชุด ภายใต้แคมเปญ ‘Summer Chill Hong Kong’&nbsp; ให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางแบบค้างคืนฟรี (โดยต้องแสดงเอกสารการเดินทางตัวจริงที่มีประวัติการจองที่พักในฮ่องกง 1 คืนขึ้นไป หรือ ประวัติการจองตั๋วขากลับสำหรับเครื่องบิน รถไฟ รถบัส หรือเรือเฟอร์รี จึงจะสามารถรับสิทธิ์ได้)&nbsp;</p>



<p>เวาเชอร์แต่ละชุดประกอบไปด้วยคูปองใช้จ่ายใช้กับ การเดินทาง/การเที่ยวชม ร้านอาหาร และช็อปปิง อย่างละหนึ่งใบ พร้อมส่วนลดรวมมูลค่ากว่า 500 ดอลลาร์ฮ่องกง นักท่องเที่ยวสามารถรับเวาเชอร์ Summer Triple Rewards ได้ฟรีเมื่อเช็กอินกับโรงแรมที่ร่วมรายการกว่า 200 แห่ง หรือที่เคาน์เตอร์ HKTB ที่กำหนด โดยจะได้รับเวาเชอร์หนึ่งใบต่อนักท่องเที่ยวหนึ่งคนเท่านั้น โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : <a href="https://www.discoverhongkong.com/eng/what-s-new/events/summer-chill.html">https://www.discoverhongkong.com/eng/what-s-new/events/summer-chill.html</a>&nbsp;</p>



<p>เครดิตรูปภาพบางส่วนจาก การท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board : HKTB)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/six-unseen-in-hong-kong/">นี่หรือคือฮ่องกง’ กับ 6 Unseen in Hong Kong ในมุมโลคอลที่ไม่เคยเห็น อันล็อกชีวิตเหี่ยวเฉาเพื่อขอปลุกไฟสู้อีกครั้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทรงศีล ทิวสมบุญ นั่งรถไฟ 6 ขบวนชีวิตเพื่อเดินทางสู่ ‘ความไม่รู้’ ไปพร้อมกับหัวไฟและถั่วงอก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/on-that-day-song-sin/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุธาสินี สุทธะโส]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jul 2024 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[On That Day]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ทรงศีล ทิวสมบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[หัวไฟและถั่วงอก]]></category>
		<category><![CDATA[illustrator]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=175627</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชีวิตในตอนนั้นเหมือนกำลังนั่งรถไฟเหาะที่เราไม่มีความรู้สึก และที่ผ่านมาสิ่งที่เรายึดใช้กับการทำงานศิลปะมาตลอดนั่นก็คือ ความไม่รู้” </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/on-that-day-song-sin/">ทรงศีล ทิวสมบุญ นั่งรถไฟ 6 ขบวนชีวิตเพื่อเดินทางสู่ ‘ความไม่รู้’ ไปพร้อมกับหัวไฟและถั่วงอก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เผื่อว่าใครยังไม่รู้จัก ‘ถั่วงอกและหัวไฟ’ นิยายภาพของทรงศีล ทิวสมบุญ เราจะเล่าให้ฟังคร่าวๆ&nbsp;</p>



<p>เรื่องราวเริ่มจาก ‘ถั่วงอก’ เด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งอยู่บนกองขยะ ลืมตาขึ้นมาพบกับ ‘หัวไฟ’ เด็กเร่ร่อนที่มีความฝันอยากยึดครองโลก และ ‘บุบบิบ’ ไม่ใช่น้องหมาแต่คือเพื่อน ทั้งคู่กำลังเดินทางไปสร้างงานศิลปะบนกำแพงเพื่อถ่ายทอดแนวคิดสุดโต่งของหัวไฟตามเมืองต่างๆ ถั่วงอกจึงขอร่วมเดินทางไปด้วยโดยจะรับหน้าที่เป็นลิ่วล่อให้บุบบิบตามคำสัญญา&nbsp;</p>



<p>และต่อจากนี้คือการเดินทางของเหล่าเด็กชายขอบที่โหยหาความรัก ความฝัน และการฝ่าฟันสังคมอันมืดหม่นที่มีเหล่าคนชุดดำจ้องจะทำร้ายพวกเขา ที่นักวาดคนนี้หยิบยกชีวิตจริงของเขามาผสมโลกจินตนาการสุดดาร์ก ถ่ายทอดผ่านนิยายภาพทั้ง 10 เล่ม&nbsp;</p>



<p>เล่มแรกออกเมื่อปี 2548 และจนถึงวันนี้เขาก็ยังไม่เฉลยสักทีว่า หัวไฟได้ครองโลกตามที่ตั้งใจไว้ไหม แต่เราในฐานะแฟนหนังสือที่มองเห็นชีวิตของเขาผ่านตัวละครและเรื่องแต่งมาตลอดกลับสนใจต่อว่า ทรงศีลจะไปสุดและหยุดที่ตรงไหนกันนะ</p>



<p>เพราะตั้งแต่เริ่มอาชีพนักวาดภาพประกอบในคอลัมน์ให้กับ a day สมัยที่ยังเป็นนิตยสาร เขาก็ใช้แรงปรารถนาปลุกสร้างเหล่าตัวละครและจับมือพวกเขาทำตามความฝันมากว่า 20 ปี</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-175633" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1-1024x683.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>จากหนังสือ กระโดดโลดแล่นสู่ FIREHEAD : Soul Liberate นิทรรศการเดี่ยว ‘ถั่วงอกและหัวไฟ’ ที่เคยจัดไปเมื่อปี 2566 ทรงศีลเล่าให้ฟังอย่างยิ้มๆ ว่า เขาอยู่กับตัวละครมานานจนพวกเขามีชีวิตจริงๆ และเพราะได้ยินเสียงจากตัวละครว่าไม่อยากอยู่แค่ในหนังสือ เขาในฐานะเพื่อนร่วมทางเลยจับมือหัวไฟและถั่วงอกท่องสู่โลกความจริง </p>



<p>แม้วันนี้เขาจะไม่ได้วาดภาพให้ a day แล้ว แต่การกลับมาที่นี่กลับทำเขาพยักหน้าบอกเราว่า บรรยากาศและไฟของคนที่นี่ยังคงเหมือนเดิม ส่วนตัวเขาแม้ห่างเหินจากนิตยสาร a day เล่ม 91 ไปนานถึง 16 ปี กลับมีเรื่องราวมากมายที่คาดว่า น่าจะยังไม่เคยเล่าให้ใครฟัง </p>



<p>ทรงศีลหยิบนิตยสารที่มีหน้าปกเป็นลายเส้นของเขาขึ้นมา มองแค่พริบตาก็พูดออกมาอย่างเบาๆ ว่า “ชีวิตในตอนนั้นเหมือนกำลังนั่งรถไฟเหาะที่เราไม่มีความรู้สึก และที่ผ่านมา สิ่งที่เรายึดใช้กับการทำงานศิลปะมาตลอดนั่นก็คือ ความไม่รู้” </p>



<p>ถ้างั้นขอพาทุกคนกระโดดขึ้นรถไฟทั้ง 6 ขบวนไปดูชีวิตและความไม่รู้ของเขากัน</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ขบวนที่ 1</strong></h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>สิ้นสุดความฝันนักดนตรี แต่ ‘ที่ว่าไม่ดี มันอาจจะดี’</strong></h4>



<p>“ตอนนั้นหน้าตาเราเป็นตัวละครที่อยู่บนปกนี้เลย (หัวเราะ) เราอายุ 27 ปี ซึ่งยังจำได้ดีเลยว่าชีวิตมันค่อนข้างเข้มข้นมาก ทุกอย่างมันให้ความรู้สึกราวกับนั่งรถไฟเหาะแต่เราไม่ค่อยมีความรู้สึกกับสิ่งรอบตัวเลยว่ามันสำคัญขนาดไหน เราไม่รู้ตัวจริงๆ ซึ่งเราก็คิดนะว่า อยากรู้สึกตัวกับชีวิตให้มากกว่านี้นิดหนึ่งด้วยซ้ำ</p>



<p>คือก่อนหน้านี้ ตอนอายุ 25 ปี เป็นชีวิตขาลงสุดสำหรับวัยรุ่นคนหนึ่งเลย เพราะเราตกงาน เลิกกับแฟน เรายังจัดการกับความรู้สึกไม่เป็นในบางเรื่อง ก็เลยส่งผลต่อชีวิตค่อนข้างมาก และทำให้เกิดเป็นรูกลวงในตัวเราขึ้นมาด้วย อย่างเช่น เราเคยมีความฝันอยากเป็นนักดนตรี และเรามีวงดนตรีที่เรารักมากๆ แต่วงกลับแตกและหายไปเลย คือมันเป็นเรื่องอุปนิสัยของเรา เราเริ่มสร้างปัญหาให้กับวงจากการที่เราไม่ชอบนอนดึก ไม่ชอบทำอะไรซ้ำๆ อันนี้คือปัญหาหลักของเรา เพราะวงต้องเล่นดนตรีกลางคืน ซึ่งแม้จะเป็นวงดังหรือไม่ดังก็ต้องเล่นเพลงซ้ำๆ ซึ่งเราทนกับเรื่องนี้ไม่ได้ กลายเป็นว่า เราชอบที่จะอยู่ในห้องอัด ชอบสร้างสรรค์มากกว่าที่จะชอบออกไปเผชิญหน้า </p>



<p>พอไม่ได้เป็นนักดนตรีแล้ว มีช่วงหนึ่งเราเอาแต่นั่งวาดรูปแล้วก็รู้สึกว่า ดีเว้ย ไม่ต้องเอาตัวออกไปไหนนานๆ มันสบาย ไม่ต้องมีใครมายุ่งกับเรา เราเลยค่อยๆ เรียนรู้ว่า ตัวเราอาจไม่ได้เหมาะกับความอยากนั้นๆ เราอาจจะอยากเพราะได้รับแรงกระตุ้นจากการไปเห็น Rock Star หรืออะไรต่อมิอะไร แต่พอกลับมาใช้เวลากับตัวเองแล้วเราไม่ได้เหมาะจะเป็นสิ่งนั้น ไอที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ มันเหมาะกับความเป็นตัวเรามากกว่าเยอะ</p>



<p>เราเลยชอบพูดคำหนึ่งมากๆ ได้ยินครั้งแรกตอนอายุ 15 ว่า “ที่ว่าไม่ดี มันอาจดีก็ได้” ตอนแรกไม่ค่อยเชื่อนะ แต่ว่าชีวิตช่วง 25 ปี ดำเนินมาถึง 27 ปี ทำให้เราเข้าใจประโยคนี้อย่างถ่องแท้เลยว่า ในช่วงที่แย่มันอาจจะมีอะไรที่ดี จะดีขนาดไหนหรือจะดีกับเรื่องอะไร เราก็แค่ยังไม่รู้ตัว </p>



<p>ถ้าถามว่าเราออกแบบปกนี้ยังไง คำตอบอาจจะไม่ค่อยว้าวนะ ก็คือ เราแทบไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรอยู่ช่วงนั้น เรารู้แค่ว่าเราจะได้ทำปก a day และมีเรื่องราวชีวิตตัวเองเป็น Main Course เราก็นึกถึงแต่สิ่งที่เราอยากใส่ลงไปและใช้สัญชาตญาณอย่างเดียวเลย ไม่มีกระบวนการ ไม่มีแบบแผน แค่อะไรที่จะทำให้ตัวเรารู้สึกสนุกที่สุด สนุกจนถึงขั้นทำเสร็จแล้วอยากอวดให้โลกเห็นจะแย่ว่า เราภูมิใจมาก แต่เราไม่มีจุดมุ่งหมายอะไรเลยว่าเล่มนี้จะต้องขายดี เราแค่อยากจับมันโยนออกไปหมดเลย นั่นคือใจความของชีวิตช่วงนั้นของเราเลย สิ่งที่เราจำได้มีเพียงแค่ เรารักตัวละครของเราทุกตัวมากๆ&nbsp;</p>



<p>ดูเหมือนชีวิตวัยรุ่นของเราอาจไม่สมหวังนะ แต่ถ้าย้อนกลับไปได้ เราก็จะไม่เปลี่ยนตัวเอง เราชอบเราคนนั้น เพราะเขามีความสดในแบบของเขา ช่วงชีวิตวัยรุ่นมันต้องไม่รู้เรื่องมันถึงจะสนุก รู้ไปหมดจะสนุกได้ไง ไปโดนผู้หญิงหลอก ฟูมฟายมา เขียนเพลง แต่งหนังสือนั่นน่ะดี (หัวเราะ) เราว่ามันดีแล้วที่เราอดทนจนเราได้กลายเป็นเราในทุกวันนี้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-175634" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-1024x683.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ขบวนที่ 2</strong></h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>เปิดโต๊ะนักวาดและหนังสือภาพเล่มแรกของทรงศีล</strong></h4>



<p>“เราสร้างตัวละครโดยที่เราเองก็ไม่รู้ว่า ตัวเองกำลังทำอะไร แล้วทำไมเราถึงสร้างถั่วงอกและหัวไฟให้เป็นเด็กเร่ร่อน พอเราโตขึ้นก็มองย้อนกลับไป เออกูป่วยอะไรวะ (หัวเราะ) แต่เรามาคลี่คลายมันทีหลัง เราว่า เรารู้สึกเป็นคนนอกของสังคม มันเป็นความรู้สึกที่มีมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วแม้แต่กับครอบครัว โรงเรียนก็เคยรู้สึก สิ่งนี้ก็อาจจะสะท้อนออกไปผ่านตัวละครทุกตัวเหมือนตัวแทนของเราในมุมต่างๆ สิ่งที่เขาพูดก็มาจากความคิด ความรู้สึกของเราในหลายๆ บุคคลิก หัวไฟมีความฝันอยากครองโลก มีความทะเยอทะยานซึ่งเรามีมาตั้งแต่วัยรุ่นแล้ว และเราต่างก็ชอบดนตรีร็อกเหมือนกัน เขารักหมามากๆ ผมก็รักมาจนไม่กล้าเลี้ยง ส่วนถั่วงอกมีความเปราะบางมีความเห็นอกเห็นใจ มีสายตาที่ละเอียดอ่อน ซึ่งเราก็มี</p>



<p>การที่ตัวละครเป็นเด็กเร่ร่อน ไม่มีครอบครัว อย่างถั่วงอกที่เคยพูดว่า เหมือนตัวเองเป็นจิ๊กซอว์ที่หาไม่เจอว่าควรจะไปต่อยังไงดี ในแง่หนึ่งมันก็เหมือนเป็นพรวิเศษนะ เพราะอย่างน้อยถึงจะเข้ากับคนอื่นได้ไม่ดี แต่เราก็ยังรู้ตัวว่าเราชอบอะไร มีความสุขกับอะไรโดยไม่สับสนหรือลังเลกับการตั้งคำถามถึงสิ่งนี้เลย เราค่อนข้างที่จะสนิทกับตัวเองพอสมควร&nbsp;</p>



<p>ตอนที่เราทำงานเป็นนักวาดภาพประกอบคอลัมน์ให้ a day มันเหมือนเป็นการค่อยๆ สะสมประสบการณ์และหาสิ่งที่ชอบให้ตัวเอง จนกระทั่งเราจะทำหนังสือเล่มแรก เราไม่มีประสบการณ์ด้านนี้แม้จะผ่านการทำคอลัมน์มามันก็ยังให้ความรู้สึกยากเป็นพันเท่า&nbsp;</p>



<p>แต่เรามองว่า แค่มีแรงปรารถนาเยอะมากๆ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วนะ เดี๋ยวมันจะหาทางทำจนได้เองต่อให้มันต้องถลอกปอกเปิกแค่ไหนเดี๋ยวมันก็จะเจอจนได้แหละ&nbsp;</p>



<p>ดังนั้นหนังสือภาพถั่วงอกและหัวไฟเล่มแรกจึงนับว่าเป็นอะไรที่บริสุทธิ์สุดแล้ว เราสร้างงานด้วยการอยู่คนเดียว อยากทำอะไรก็ใส่ลงไปโดยไม่ได้นึกถึงคนอ่าน และไม่รู้ว่าโลกภายนอกคืออะไร เราจะต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่พอหนังสือถูกพิมพ์ออกสู่สังคม ซึ่งตีพิมพ์มากกว่าที่เราคิดอีกนะ เรียกว่าเสียงจากโลกภายนอกรั่วไหลเข้ามารวดเร็วมาก อย่างเราเพิ่งมารู้ว่าลายเส้นของเราไม่ค่อยเหมือนคนอื่นหรือมันผิดแผก คือเราไม่รู้เลยว่าลายเส้นของเรามันเป็นยังไง </p>



<p>แต่สิ่งนี้ก็ทำให้เราค้นพบตัวเองตรงที่ว่า ช่วงเวลาที่นั่งทำงานเราไม่ค่อยจะสนใจโลกภายนอกเท่าไหร่ เราเขียนเล่ม 1 หรือเล่มต่อๆ ไป ขายไปเยอะมาก มันไม่ได้รู้สึกว่ามีคนชอบหรือไม่ชอบ แต่เรากลับไปโฟกัสกับความรู้สึกที่ว่า เล่มนี้ของเราก็ดีนะ แต่เรายังมีทีเด็ดที่ดีกว่านั้นอีก ซึ่งยังไม่รู้หรอกแต่เดี๋ยวจะทำให้ดู&nbsp;</p>



<p>คือเราชอบท้าทายตัวเองไปเรื่อยๆ กับงานชิ้นต่อๆ ไปมากกว่า ส่วนเสียงจากโลกภายนอกที่ไหลเข้ามาก็เป็นสารที่ดีกับตัวเรา เพราะมันกระตุ้นให้เราอยากจะพูดอะไรบางอย่างต่อโลกใบนี้ จากเล่มแรกที่อยู่กับตัวเอง เล่มต่อไปจะเริ่มกว้างขึ้น ไปวิพากษ์สังคมมากขึ้น เพราะเราเริ่มเผชิญกับโลกและเจอผู้คนมากขึ้นไปด้วย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/7-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-175635" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/7-683x1024.jpeg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/7-200x300.jpeg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/7-768x1152.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/7-600x900.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/7-210x315.jpeg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/7.jpeg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ขบวนที่ 3</strong></h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ในวันที่ถั่วงอก หัวไฟกระโดดออกจากหนังสือ โลดแล่นบนโลกความจริง</strong></h4>



<p>“เราไม่ได้มองว่านิยายเป็นเรื่องแต่ง แต่เรามองว่าเป็นความจริงอีกแบบหนึ่ง ตัวละครเราก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นแค่ตัวละคร เรามองหน้ามันก็รู้สึกว่ามันปฏิเสธเราได้ หัวไฟเขาก็มีเรื่องที่เขาปฏิเสธ​ เขาบอกไม่ทำ ไม่ยอมเต้นแต่ดูดบุหรี่แทน เราบังคับไม่ได้ก็ต้องเขียนแบบนั้น ทุกตัวจะเป็นแบบนี้ เราสร้างเขาขึ้นมาแล้ว เขาก็จะมีชีวิตที่เป็นของตัวเองในระดับที่เราต้องเรียนรู้เขาเหมือนเป็นเพื่อน ที่เห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง&nbsp;</p>



<p>พอดีกับเราเป็นคนที่อยากนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ ตอนที่ทำหนังสือเล่มแรก เราไม่อยากเขียนทั้งเล่มเพราะมันไม่สนุก หรือถ้าจะตีช่องวาดเหมือนการ์ตูนก็ไม่ค่อยชอบไม้บรรทัด การทำหนังสือมันจะเป็นแค่กระดาษที่เย็บเข้าด้วยกันเป็นปึกๆ แค่นั้นจริงหรอ กฎเกณฑ์ต่างๆ มันเกิดขึ้นเพื่อจุดมุ่งหมายของมัน แต่มันอาจไม่ตรงกับเรา ดังนั้นเราเลยไม่ค่อยเชื่อในกฎเกณฑ์&nbsp;</p>



<p>ความคิดแรกที่เข้ามามันคือคำว่า Speaker of This Generation เรามองว่าทุกอย่างเป็นมากกว่าตัวมันเองได้หมด ขึ้นอยู่กับว่ามันจะทำปฎิกิริยายังไงกับผู้คนและสังคม เราว่าสิ่งนี้สำคัญ ดังนั้นเราอยากพาตัวละครของเราไปที่อื่นๆ เพื่อสื่อสารกับผู้คนที่เราไม่เคยเจอมาก่อน เพราะเราอยากรู้ว่าเขาจะรู้สึกยังไงที่พบเจอตัวละครของเรา เราก็เลยจัดแสดงผลงานภาพวาดเป็นนิทรรศการของตัวเองขึ้นมา เพื่อชวนผู้คนมาอยู่ในบรรยากาศนี้ด้วยกันที่ไม่ใช่อยู่แต่ในหน้าหนังสือ&nbsp;</p>



<p>แต่พอทำนิทรรศการและงานอื่นๆ จนไม่ได้เขียนหนังสือมา 2 ปี ก็มีเถียงกับตัวเองนะว่า ทำไมไม่เขียนอะ แต่พอมองหน้าตัวละครพวกนี้ ก็จะมีเสียงหัวไฟถามเราพร้อมดูดบุหรี่ไปด้วยว่า ‘เหรอ บอกตอนไหนว่าอยากอยู่แค่ในหนังสืออะ’ ถ้าเป็นความคิดของถั่วงอก เขาคงจะกลัวๆ แบบ ‘เราจะไปทางนั้นกันเหรอ’ อาจจะมีเหงื่อหยด เขาก็คงอึดอัด แต่ก็ไปก็ได้ แล้วก็หิ้วกระเป๋าไป”</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ขบวนที่ 4</strong></h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>เพราะความฝันคือการครองโลก หัวไฟจึงออกเดินทางสร้างงานศิลปะรอบโลก</strong></h4>



<p>“หัวไฟก็ยังเดินอยู่ในความฝันของตัวเองนั่นแหละ แต่ว่าจะครองโลกได้หรือเปล่า ในนิยายก็ไม่ได้ตอบ บางทีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น เราก็สงสัยนะว่าเขาอยากครองโลกจริงๆ หรือมีตรงนั้นไว้เพื่อให้เขาไฟลุกโชน เพื่อเดินต่อไปหน้าข้างได้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งจริงๆ เราว่าหัวไฟคงไม่ได้อยากครองโลกจริงๆ หรอก คือเขาผ่านอะไรมาเยอะแต่ บุคลิกเขาไม่น่าจะเป็นคนแบบนั้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-175636" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-683x1024.jpeg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-200x300.jpeg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-768x1152.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-600x900.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-210x315.jpeg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8.jpeg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>เราเองก็เหมือนกัน ความฝันตอนวัยรุ่นกับตอนนี้มันเปลี่ยนไปเยอะ ตอนนั้นเราเคยบอกว่าอยากจะทิ้งอะไรไว้หลังจากที่เราตายไปแล้ว ให้มันเป็นสมบัติต่อโลกใบนี้ คือแบบคิดอะไรอยู่วะ ตายไปมึงก็ไม่รู้แล้วว่าโลกจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เผลอๆ โดนดาวเสาร์พุ่งชนโลกไม่มีใครเห็นงานอีกต่อไปเลยก็ได้ (หัวเราะ) ตอนนี้เราสนใจแค่เวลาปัจจุบันและอนาคตระยะใกล้ แค่อยากมีไฟ มีความเร้าใจ มีเรื่องราวใหม่ๆให้ชีวิตได้ตื่นเต้นอยู่เสมอ จริงๆ เราก็แค่อยากทำงานไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าเป็นความสุขที่แท้จริงสำหรับเราเลย เหมือนกันกับที่หัวไฟเล่นกับบุบบิบ หรือนั่งคุยกับถั่วงอกมันก็คือความสุขที่เขาต้องการจริงๆ ก็ได้</p>



<p>เราไม่ใช่คนที่ดีนะ แต่เราเป็นห่วงโลก เรารักผู้คนมากๆ อยากให้โลกมันดีขึ้นกว่านี้ อย่างน้อยๆ ก็แถวรอบๆ ตัวตรงที่เราอยู่ก็ได้ เรามองว่าอะไรที่ยังขาดอยู่เราก็จะลองนำเสนอผ่านการทำงานศิลปะ เพราะเราเชื่อว่ามันสร้างแรงกระเพื่อมและความรู้สึกให้กับผู้คนหรือสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในสังคมได้”</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ขบวนที่ 5</strong></h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>การเดินทางด้วยความไม่รู้</strong></h4>



<p>“บางครั้งการเป็นตัวของตัวเองมันไม่ได้เกิดจากการรักสิ่งต่างๆ เยอะๆ แล้วก็มาตกตะกอนเพียงอย่างเดียว แต่เราว่ามันเกิดจากความไม่รู้ก็มี เราอยากจะบอกว่างานศิลปะ หนังสือ หรือสิ่งที่เราสื่อสารกับผู้คนในทุกๆ จังหวะชีวิตเนี่ย เคล็ดลับเราไม่มีนะ สิ่งที่เราใช้มาตลอดก็คือ ‘การด้นสด’ ให้เกิดความเป็นไปไม่ได้ที่ตัวเราเองก็คาดไม่ถึง มันทำให้ทั้งชีวิตและงานน่าติดตาม&nbsp;</p>



<p>คำว่า ‘ไม่รู้’ มันมีมิติของมัน และเราสนับสนุนความไม่รู้ในการทำงานศิลปะ เพราะมันนำมาซึ่ง ความบริสุทธิ์และความจริงใจในการทำงาน วิธีนี้มันมีอยู่ในการทำงานศิลปะของเราเลยนะ เช่น ถ้าถามเราว่า ทำไมตัวละครหัวไฟถึงมีหัวเป็นไฟ เราก็จะตอบจริงๆ ว่า ‘ไม่รู้’ มันเกิดขึ้นเอง แต่หากมองในรายละเอียดของชีวิตตอนนั้น เราชอบแฟรงเกนสไตน์ ชอบฝีแปรงของแวน โกะห์ ด้วยนิดหนึ่ง แล้วก็ความร้อนต่างๆ มันก็อาจมีอยู่ในตัวเรา มันก็เลยสื่อสารออกมาอย่างนั้นในแบบที่เราไม่รู้ตัวหรือเปล่า เราจะได้ต้นแบบจากตัวเราที่ไม่ได้รู้ตัวเลยมาเป็นต้นทางในการทำงาน ซึ่งจริงๆ วิธีแบบนี้มันเหมือนจะสูญหายไปกับหลายๆ บทบาทของการทำงานในโลกยุคปัจจุบันไปแล้วเลย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/9-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-175637" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/9-683x1024.jpeg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/9-200x300.jpeg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/9-768x1152.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/9-600x900.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/9-210x315.jpeg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/9.jpeg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ขบวนที่ 6</strong></h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>จากทรงศีล ถึง ทรงศีล และผู้คนที่ฝ่าฟันความฝันบนโลกความจริง</strong></h4>



<p>“ตอนนี้อายุ 43 พยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆ ให้เหมือนเด็กคนนึงก็พอ ความฝันกับความจริงมันอยู่ห่างกันนิดเดียว อยู่ที่ความรู้สึกและมุมมองของเราเลยจริงๆ เราคิดว่า ความฝันกับความจริงจะต้องเจอกันและคุยกันบ่อยๆ ความฝันอันแรงกล้า บางครั้งก็อาจจะไม่สู้เรื่องเรียบง่ายที่มีความสุข มันไม่ได้หมายความว่า คนมีความฝันจะงดงามกว่า และก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีแล้วจะงดงามกว่า อยู่ที่ความคิดที่จะเปลี่ยนกันได้แค่เสี้ยววินาทีแค่นั้นเอง&nbsp;</p>



<p>ถ้าเกิดว่ามีความฝันอยู่ มันก็เป็นเรื่องที่ดีตรงที่เราได้เห็นแสงสว่าง มีพลังที่ทำให้รู้สึกอยากลงมือทำ แต่ในขณะเดียวกันมีชีวิตที่ดีโดยที่ไม่มีความฝัน มันก็มีแสงสว่างและมีความสุขได้เหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>บางทีการแค่อยากจะตื่นมาให้อาหารแมวอาจจะยิ่งใหญ่เท่ากับคนที่อยากเป็นร็อกสตาร์ก็ได้นะ&nbsp;</p>



<p>สำหรับเราในวัยนี้รู้สึกแบบนี้เลยเรายังเป็นคนที่ไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ ก็ยังพยายามจะบาลานซ์ตัวเองอยู่นะ ยังมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้มหาศาลเลย การเดินทางมาถึงจุดนี้บางเรื่องในชีวิตเราก็พึ่งรู้ว่า เราแทบไม่รู้อะไรเลยถึงขนาดนี้เชียวหรอเนี่ย แต่ก็ดีรู้ว่าไม่รู้ มันสนุกดีนะ ชีวิตมันจะได้มีเรื่องให้นำเสนออีกเยอะ ไม่ต่างไปจากตอนเราอายุ&nbsp; 27 ที่เขียน a day เล่มนั้นก็ได้ ช่วงวัยที่ต่างกันแต่สิ่งที่ยังมีให้ตามหาก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากันเลยสำหรับเรา”&nbsp;</p>



<p>สุดท้ายนี้ ‘ขอให้โลกรักคุณ’&nbsp;</p>



<p>เช่นเดียวกันกับที่ทรงศีลในวันนั้นบอกลาทุกคนด้วยความรักและหวังว่าเราจะพบกันอีกครั้งในการเติบโตครั้งหน้า&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/on-that-day-song-sin/">ทรงศีล ทิวสมบุญ นั่งรถไฟ 6 ขบวนชีวิตเพื่อเดินทางสู่ ‘ความไม่รู้’ ไปพร้อมกับหัวไฟและถั่วงอก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลีกหนีความเจ็บปวดสู่การผจญภัยโลกแฟนตาซีผ่านคาแรกเตอร์เด็กผู้หญิง ‘Khajon’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/khajon/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุธาสินี สุทธะโส]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Jul 2024 11:13:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[ขจร]]></category>
		<category><![CDATA[Khajon]]></category>
		<category><![CDATA[น้องขจร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=175447</guid>

					<description><![CDATA[<p>คาแรกเตอร์เด็กผู้หญิงชื่อ ‘ขจร’ (Khajon) กับการผจญภัยในโลกเหนือจินตนาการเพื่อวิ่งไล่คว้าดวงดาวไปตามเส้นทาง แม้จะดูเป็นเส้นเรื่องที่กะทัดรัด แต่เรื่องราวเหล่านั้นกลับอิงประสบการณ์จริง ที่ศิลปินต้องฝ่าฟันมาตั้งแต่เด็ก</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/khajon/">หลีกหนีความเจ็บปวดสู่การผจญภัยโลกแฟนตาซีผ่านคาแรกเตอร์เด็กผู้หญิง ‘Khajon’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ศิลปะ Surrealism นอกจากจะตัดความสมจริงออกไปแล้ว ก็ยังเปิดโอกาสให้เราได้สำรวจสภาวะจิตใจและความคิดของศิลปินผ่านผลงานสร้างสรรค์ ที่มักหยิบเอาองค์ประกอบซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกันนำมาผสมผสาน จัดวางบนภาพทำให้ ความเหนือจริงเหล่านั้นเข้าไปทำงานกับจิตใจผู้ชมได้ดี ขณะเดียวกัน ก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นอิสระที่ทำให้ศิลปินสามารถปลดปล่อยจินตนาการได้อย่างไร้ขีดจำกัด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="765" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W10-1-765x1024.jpg" alt="" class="wp-image-175463" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W10-1-765x1024.jpg 765w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W10-1-224x300.jpg 224w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W10-1-768x1028.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W10-1-600x803.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W10-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 765px) 100vw, 765px" /></figure></div>



<p>ด้วยเหตุผลนี้ ‘มะตูม-เยาวลักษณ์ กันอูป’ ศิลปินนักวาดภาพประกอบที่ชื่นชอบเรื่องตำนาน เทพปกรณัม ความเชื่อเกี่ยวกับพระเจ้าและภาพยนตร์ตะวันตกยุคเก่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยหยิบสิ่งเหล่านี้มาเป็นแรงบันดาลใจต่อการวาดภาพสีน้ำมันสไตล์ Pop Surrealism ในไวบ์เวทมนตร์ แฟนตาซีชวนฝันเพื่อนำเสนอเรื่องราวในแบบฉบับของเธอ</p>



<p>ผลงานของมะตูมเล่าผ่านคาแรกเตอร์เด็กผู้หญิงชื่อ ‘ขจร’ (Khajon) กับการผจญภัยในโลกเหนือจินตนาการเพื่อวิ่งไล่คว้าดวงดาวไปตามเส้นทาง แม้จะดูเป็นเส้นเรื่องที่กะทัดรัด แต่เรื่องราวเหล่านั้นกลับอิงประสบการณ์จริง ที่ศิลปินต้องฝ่าฟันมาตั้งแต่เด็ก เพราะแต่ไหนแต่ไร ศิลปะของมะตูมมักมีการผสมผสานความเหนือจินตนาการอยู่เสมอ เช่น การวาดภาพครึ่งคนครึ่งสัตว์ การวาดสัดส่วนของสิ่งต่างๆ ที่ไม่สมจริง แต่เพราะผลงานของเธอมักถูกคนรอบข้างมองว่าแปลก เธอเคยตัดสินใจเดินหนีสิ่งที่ชอบเพื่อหันมาวาดภาพในแบบที่พวกเขายอมรับ ความสับสนและการไม่กล้าเป็นตัวเองทำให้มะตูมรู้สึกแปลกแยกและโดดเดี่ยว</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-3 is-cropped wp-block-gallery-2 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W04-1024x1024.jpg" alt="" data-id="175454" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=175454" class="wp-image-175454" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W04-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W04-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W04-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W04-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W04-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W04-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W04-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W04-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W04.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W05-1024x1024.jpg" alt="" data-id="175455" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=175455" class="wp-image-175455" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W05-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W05-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W05-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W05-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W05-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W05-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W05-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W05-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W05.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W01-2-1024x1024.jpg" alt="" data-id="175462" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=175462" class="wp-image-175462" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W01-2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W01-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W01-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W01-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W01-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W01-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W01-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W01-2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W01-2.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W03-1-683x1024.jpg" alt="" data-id="175461" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=175461" class="wp-image-175461" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W03-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W03-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W03-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W03-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W03-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W03-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="765" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W09-1-765x1024.jpg" alt="" data-id="175464" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=175464" class="wp-image-175464" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W09-1-765x1024.jpg 765w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W09-1-224x300.jpg 224w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W09-1-768x1028.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W09-1-600x803.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W09-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 765px) 100vw, 765px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="880" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W08-1-880x1024.jpg" alt="" data-id="175465" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W08-1.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=175465" class="wp-image-175465" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W08-1-880x1024.jpg 880w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W08-1-258x300.jpg 258w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W08-1-768x894.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W08-1-1320x1536.jpg 1320w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W08-1-600x698.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W08-1.jpg 1760w" sizes="(max-width: 880px) 100vw, 880px" /></figure></li></ul></figure>



<p>“แต่เรายังเชื่อในตัวเอง และเชื่อว่าสไตล์งานของเราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน หลังเรียนจบเราเลยเริ่มสร้างโลกเล็กๆ ขึ้นมาเพื่อหลีกหนีความเจ็บปวด หรือก็คือการวาดรูปในแบบของตัวเองอย่างจริงจังเพื่อที่เมื่อย้อนกลับมาดู เราจะภูมิใจและมีความสุขไปกับมัน การทำงานศิลปะนับตั้งแต่นั้นช่วยบำบัดจิตใจเราให้ดีขึ้น เรายังได้มุมมองใหม่ๆ ทั้งกับคนอื่น และที่สำคัญเลยคือกับตัวเองด้วย นั่นก็คือ ความล้มเหลวและความผิดพลาดที่พบเจอระหว่างวาดภาพ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ปกติและมันจะเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จเสมอ มันเลยทำให้เรา พยายามที่จะไม่กดดันตัวเอง”</p>



<p>ดวงดาวที่เธอวาดจึงเปรียบเสมือนแสงสว่างแห่งความเชื่อ ความหวัง และความสุข ที่น้องขจร จะพบเจอได้เรื่อยๆ ในระหว่างการเดินทาง “มันก็จะเป็นเหมือนสิ่งที่เราจะคว้าได้ง่ายๆ จากเรื่องเล็กๆ รอบตัว อย่างการได้กินอาหารที่ชอบ ทำสิ่งที่รัก มันก็จะให้ความสุข ให้ความหวัง และความเชื่อกับเราไปด้วย ดังนั้น ไม่ว่าใครที่กำลังอยู่ในเส้นทางไหน ในระหว่างทางคงไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด แต่เราจะยอมรับมันได้แล้วพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้งเอง”</p>



<p>“ผลงานแต่ละชิ้นมันก็คือแพชชันที่จะสะท้อนตัวตนที่เราอยากจะรักตัวเองให้มากๆ แล้วก็อยากส่งต่อความรักนั้นให้คนอื่นด้วย” นอกจากนี้ศิลปินก็ยังหยิบวรรณคดีไทยมาตีความเล่าใหม่ผ่านภาพสีน้ำมันแบบเซอร์เรียลด้วยนะ ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ติดตามผลงานของมะตูมได้ทาง Instagram: <a href="https://www.instagram.com/khajon.mty21?utm_source=ig_web_button_share_sheet&amp;igsh=ZDNlZDc0MzIxNw==">Khajon.mty21</a></p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W06-3-1024x1024.jpg" alt="" data-id="175468" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W06-3.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=175468" class="wp-image-175468" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W06-3-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W06-3-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W06-3-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W06-3-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W06-3-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W06-3-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W06-3-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W06-3-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W06-3.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W07-1-1024x1024.jpg" alt="" data-id="175469" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W07-1.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=175469" class="wp-image-175469" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W07-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W07-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W07-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W07-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W07-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W07-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W07-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W07-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/W07-1.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li></ul></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/khajon/">หลีกหนีความเจ็บปวดสู่การผจญภัยโลกแฟนตาซีผ่านคาแรกเตอร์เด็กผู้หญิง ‘Khajon’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘บอย โกสิยพงษ์’ ในวัย 57 กับการทำเพลงที่เป็นมากกว่าการทำงานและการเปิดหัวใจ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/boy-kosiyapong/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุธาสินี สุทธะโส]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 May 2024 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[On That Day]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[บอย โกสิยพงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[LOVEiS Entertainment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=174819</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากเปรียบชีวิตของคนเป็นดั่งฤดู ชีวิตกว่า 30 ปี ของ ‘บอย โกสิยพงษ์’ กับการเป็นนักแต่งเพลงที่ใช้ความรัก ความเชื่อ และความหวัง ขีดเขียนออกมาเป็นเนื้อร้องผสมท่วงทำนองอันหวานซึ้ง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/boy-kosiyapong/">‘บอย โกสิยพงษ์’ ในวัย 57 กับการทำเพลงที่เป็นมากกว่าการทำงานและการเปิดหัวใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากเปรียบชีวิตของคนเป็นดั่งฤดู ชีวิตกว่า 30 ปี ของ ‘บอย โกสิยพงษ์’ กับการเป็นนักแต่งเพลงที่ใช้ความรัก ความเชื่อ และความหวัง ขีดเขียนออกมาเป็นเนื้อร้องผสมท่วงทำนองอันหวานซึ้ง จนเข้าไปอยู่ในใจของเราในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง มันก็คงเปรียบได้กับฤดูที่แสนสดใส เพราะเส้นทางนี้ล้วนเกิดจาก ‘การเลือกทำสิ่งที่รัก’ คำสั้นๆ จากพ่อ แม่ และพระเจ้าของเขา กลายมาเป็นเสาหลักนำทางชีวิตที่ทำให้บอยซึ่งกำลังก้าวสู่วัย 57 บอกกับเราวันนี้ว่า</p>



<p>&nbsp;“ความรัก ความเชื่อและความหวัง ยังคงเป็นแก่นสำคัญของชีวิตที่ขาดไม่ได้เพราะถ้าไม่มี 3 สิ่งนี้ โลกนี้ก็ไม่เหลืออะไรให้เรามีจุดหมายเลย”</p>



<p>เขายังคงตอบเหมือนเดิม อย่างที่เคยพูดไว้ในนิตยสาร a day เล่ม 221 ปี 2019 เล่มที่มีชีวิตของบอย นับตั้งแต่ความฝันในวัยเด็ก ความรักของครอบครัว การทำงานเพลงในฐานะนักแต่งเพลงและเจ้าของค่ายเพลง Bakery Music และ LOVEiS มาเป็น Main Course หลักของเล่มด้วย&nbsp;</p>



<p>ช่วงเวลาระหว่าง 5 ปี นับจากปีที่ได้ขึ้นปก ชีวิตของเจ้าพ่อเพลงรักคนนี้มีหลายเรื่องเลยที่เปลี่ยนไป หนึ่งในนั้นคือการเปลี่ยนใจจะไม่รีไทร์ตอนอายุ 60 เพราะเขาได้พบเจอแพชชันของผู้คนใหม่ ๆ ที่จุดไฟจนไม่อยากเลิกทำงาน&nbsp;</p>



<p>แน่นอนว่าระหว่างทางนั้นคงไม่ได้โปรยด้วยฤดูที่สดใส เผลอๆ อาจจะต้องพบกับลมมรสุมบ้างเป็นครั้งคราว แต่การตามหาน่านน้ำใหม่ กลับพลิกมุมมอง ‘ความสุขจากการทำสิ่งที่รัก’ ต่างไปจากเดิม สุดท้ายนี้ ฤดูที่แตกต่าง จะทำให้เขามองภาพชีวิตตัวเองในวันนี้เป็นอย่างไร เราชวนมาหาคำตอบนั้นด้วยกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/09-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-174823" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/09-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/09-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/09-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/09-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/09-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/09-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/09-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/09.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ฉายา ‘เจ้าพ่อเพลงรัก’ กับบทเพลงที่ได้รับจากพระเจ้า</strong></h4>



<p>“คนรอบข้างเรียกเราว่า ‘เจ้าพ่อเพลงรัก’ จริงๆ ก็เขินนะ </p>



<p>เพราะเรารู้ว่าเราไม่ได้เป็นแบบนั้น”</p>



<p>“เราเชื่อโดยดุษณีเลยว่า เพลงมันไม่ได้มาจากเราแต่มาจากพระเจ้า เพราะตั้งแต่ช่วงปี 2002 เป็นปีที่เราได้พบกับพระเจ้า เหมือนกับได้ต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตแล้วได้คุย ได้รับรู้ถึงความมีอยู่ของพระเจ้าในทุกๆ วัน แม้แต่ในเรื่องของการทำเพลง เมื่อไหร่ที่เราจะเริ่มแต่งเพลง เราไม่รู้หรอกว่าเรากำลังจะเล่าอะไร พอทำไป มันจะมีความคิดบางอย่างแวบเข้ามาหา ซึ่งเราเชื่อว่า นั่นคือสิ่งที่พระเจ้ามอบให้ เราก็จะเอาตรงนั้นมาทำต่อ แม้กระทั่งวิธีการทำให้มันไหลลื่น ก็ไหลลื่นในแบบที่พระเจ้าให้มาอยู่ดี&nbsp;</p>



<p>ทั้งหมดที่นำมาซึ่งความสำเร็จในทางที่ทุกคนมองว่า เรามีชื่อเสียง มีคนยอมรับ มันไม่ได้เกิดจากฝีมือเราแน่ๆ เพราะเราเป็นแค่โนบิตะที่ไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไร เรารู้อยู่แก่ใจและมั่นใจเลยว่า เพลงเหล่านี้เป็นฝีมือของพระเจ้า ส่วนเราก็เป็นผู้ที่รับเอกสารมาแล้วส่งต่อให้ผู้รับปลายทาง ดังนั้นเราจะมาเคลมตัวเองว่า เป็นคนเขียนเอกสารเหล่านั้นไม่ได้หรอก แต่เขาเรียกแบบนี้ก็ถือว่าเป็นการให้เกียรติเหมือนเรียกเราว่าพี่ ที่ก็ดีกว่าเรียกเราว่า ‘ไอ้’ (หัวเราะ)</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>บทเพลงรักสไตล์บอยที่เชื่อว่าคงมีคนที่ชอบฟังเหมือนกันกับเรา&nbsp;</strong></h4>



<p>“เป้าหมายการทำเพลงเรายังคงทำเพลงในแบบของเราเหมือนเดิมนะ ถ้าให้พูดถึงสไตล์ก็คือเป็นเพลงป็อป ฟังง่ายสบายๆ มีกลิ่นอาย Soul Funk R&amp;B&nbsp; หรือ สิ่งที่จะชอบใส่ลงไปในเพลง พอเราได้เรียนจากคนรุ่นใหม่หรือจากใน YouTube มากขึ้น ก็ทำให้เราได้เพิ่มสิ่งที่เราชื่นชอบลงไปเพิ่มขึ้น ทำให้เพลงของเราฟังแล้วมีมิติและรู้สึกเข้มข้นขึ้นอีกด้วย บางทีความถี่บางความถี่ ฟังเผินๆอาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่เมื่อประกอบกันกับหลายๆ Elements ที่มีในเพลง มันสามารถทำให้ฟังดูมีความรู้สึกมากกว่าเดิม&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เรายังมีจุดยืนเดิมที่จะแต่งเพลงที่รู้สึกว่า มันจรรโลงใจด้วยวิธีการของเรา&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-174824" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/06.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เมื่อก่อนไม่ค่อยเห็นอัลบั้มเพลงที่ออกโดยชื่อของคนที่อยู่เบื้องหลังการทำดนตรี ซึ่งถ้าถามเราว่า ทำไมเราที่เป็นนักแต่งเพลงถึงมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง ก็ต้องย้อนกลับไปอีกว่า&nbsp; ตอนนั้นเมืองไทยเรามีคุณสมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ ที่เป็นทั้งนักทำเพลง รีมิกซ์เซอร์ โปรดิวเซอร์ ซึ่งเขาก็มีอัลบั้มเป็นของตัวเอง เราก็อยากจะเจริญรอยตามเขา ทีนี้พอเราเป็นเจ้าของค่ายเพลงร่วม&nbsp; เราจะทำอะไรก็ได้สิ แต่ตอนนั้นเรายังไม่มีชื่อเสียงอะไรนะ ก็เลือกออกอัลบั้มที่เป็นชื่อเราแล้วให้ศิลปินมาร้องเพลงให้ คือทำออกไปดื้อๆ เลย เพราะเรามีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า ถ้าเราชอบเพลงของเรามันก็น่าจะมีคนอื่นที่ชอบเพลงของเราเหมือนๆ กันบ้างแหละ แต่ไม่ได้คิดว่าจะมากหรือน้อยนะ”&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทำเพลงฟังเองกลายเป็นความสุขที่คว้าได้ทุกวัน</strong></h4>



<p>เราจะแต่งเพลงเพื่อมีความสุข เพราะเราไม่ได้แต่งเพื่อให้มันเสร็จหรือเพื่อความสำเร็จแล้ว นึกออกไหม&nbsp;</p>



<p>การแต่งเพลงเพื่อความสำเร็จกับแต่งเพลงเพื่อความสุขมันคนละแบบกันเลยนะ ตอนนี้ความกดดันมันไม่มีแล้ว เพราะเราไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องให้คนได้ยินด้วยซ้ำ แน่นอนว่าเราก็ยังอยากให้คนได้ฟังเพลงเรา ยังอยากได้ฟีดแบคว่าชอบหรือไม่ชอบ คือถ้าส่งได้ถึงก็ดี แต่ถ้าส่งไม่ถึงก็ไม่เป็นไร&nbsp; เพราะมันก็เคยได้เป็นเป้าหมายแรกๆ เหมือนแต่ก่อนนี้ล่ะ</p>



<p>แต่วันนี้เราเดินมาถึงจุดที่ บางที ถ้าการที่จะต้องทำเพื่อให้ทุกคนได้ยินมันยากและเหนื่อยเกินไป เราก็เลือกแค่ว่าทำเพลงให้เสร็จแล้วเอามาฟังเองก็เป็น achivement ที่เป็นความสุขส่วนตัวประจำวันแล้วกัน</p>



<p>อย่างเช่น เราทำเพลงเสร็จแล้ววันนี้ บางทียังไม่ได้มิกซ์เป็นแค่เดโม เรานั่งฟังทั้งคืนแล้วก็ โอ้โห เพราะจัง! แค่นี้ก็ถือเป็นความสำเร็จเล็กๆ ที่สุขใจสำหรับเราแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในตอนนี้ก็คือ</p>



<p>&nbsp;การตั้งเป้าหมายที่เล็กลงเรื่อยๆ ทำให้เราก้าวไปหยิบความสุขได้แทบทุกวัน</p>



<p><em>&nbsp;</em>เราไม่ต้องมารอว่าคนนั้นคนนี้ชอบเพลงเราถึงจะมีความสุข มีแค่ใจเราและเอาแค่ทำเพลงแล้วเราชอบ เราก็มีความสุขร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว เลยเป็นเหตุผลที่ว่า เราทำเพลงเก็บไว้เยอะมากเป็นร้อยๆเพลง แล้วขอให้คนที่สนิทด้วยอย่างนภ ป๊อดมาร้องให้ โดยที่ไม่ได้จำเป็นว่าต้องทำออกไปให้ใครฟัง เพราะเรามีความสุขแล้ว แล้วถ้าเพลงไหนได้ส่งออกไปให้ผู้ฟังแล้วเขาชอบ ก็ถือว่าเป็นโบนัสละกัน</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>‘ทำสิ่งที่รัก’ คำสอนจากพ่อแม่และจะเป็นเสาหลักให้ครอบครัวภูมิใจ</strong></h4>



<p>“สิ่งที่เราเล่าไป มันก็วนกลับมาที่คำสอนของพ่อแม่ที่เคยสอนเรามาตั้งแต่เด็กเลยที่ว่า ให้ทำในสิ่งที่รักแล้วมีความสุขไปกับมัน แค่นั้นก็ถือว่าเพียงพอแล้ว เรารู้สึกขอบคุณพระเจ้ามากๆ ที่ได้เกิดมาเป็นลูกพ่อกับแม่</p>



<p>จริงๆ ต้องย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน ถ้าเทียบเรากับลูกคนอื่นๆ เราถือว่าเป็นลูกที่เลี้ยงยากมาก เราเป็นคนที่ผิดแผกไปจากคนอื่น และไม่ได้เป็นคนที่เรียนเก่งอะไรเลย บริบทสังคมตอนนั้นก็มองเรื่องการเรียน เป็นเรื่องที่มองแค่ด้านซ้ายและด้านขวาอยู่ แต่เรารักและอยากที่จะเป็นนักแต่งเพลง ซึ่งเมื่อสัก 40 กว่าปีที่แล้วนี้ อาชีพนี้มันจะเลี้ยงชีพยังไงเราและทุกคนในครอบครัวก็ยังมองไม่ออกเลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-174825" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/10-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-174835" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/10-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/10-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/10-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/10-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/10-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/10-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/10-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/10-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แต่พ่อกับแม่กลับมีความเชื่อว่า การทำงานด้วยความรักอย่างน้อยก็เป็น Achivement หรือความสำเร็จที่อยู่ในใจของลูก เราอาจจะมีชีวิตที่ลำบากหรืออาจจะไม่มีเงินเลี้ยงครอบครัว อันนั้นก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องพยายามไปไขว่คว้าต่อสู้เอาเพื่อให้เราได้ทำในสิ่งที่เรารัก เขามักจะพูดว่า เดี๋ยวเราก็ดิ้นรนหารายได้จากทางต่างๆ มาได้เองแหละ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เพราะพ่อแม่เรามีความเชื่อ ว่าถ้าเราทำในสิ่งที่เรารักเดี๋ยวความรักในผลงานเหล่านั้นมันจะพาทุกอย่างมาเอง เพราะฉะนั้น พ่อ แม่และคุณยาย คือต้นกำเนิดทางความคิดที่เรายึดเป็นหลักในการดำเนินชีวิตมาจนถึงปัจจุบันนี้เลย อย่างในเนื้อหาของเพลงส่วนใหญ่ก็มาจากคำสอนจากครอบครัวเรา เช่น เพลง Seasons Change ก็เป็นคำสอนของแม่ เพลง Live and Learn ก็เป็นคำสอนของพ่อ&nbsp;</p>



<p>ถ้าพูดถึงเสาแห่งชีวิต รู้จักต้นองุ่นที่มันเป็นเถา ต้องเลื้อยบนไม้เป็นโครงสร้างต่างๆ ไหม ในไบเบิลเขาเปรียบว่า มนุษย์เราเหมือนเถาองุ่น ถ้าไม่มีค้างไม้มาคอยให้เลื้อยมันก็จะเลื้อยลงดิน พอลงดินก็จะไม่เกิดผล แต่ถ้าองุ่นเลื้อยไปตามค้างไม้ องุ่นก็จะเกิดผล ดังนั้นทุกวันนี้ด้วยธรรมชาติของมนุษย์อย่างผมก็พร้อมที่จะเลื้อยลงดิน ก็เลยเหมือนกับที่ผมจะต้องคอยเกาะเสา เกาะราวไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ชีวิตเลื้อยลงดินจนไม่เกิดผล ส่วนวิธีการเกาะค้างไม้ของผมก็คือการอ่านไบเบิลเป็นประจำ &nbsp; เพื่อคอยเตือนตัวเองไม่ให้พลาดไหลลงไปในที่ๆ ไม่ดี</p>



<p>เราเป็นลูกที่ไม่ได้เรื่องอยู่แล้วและเคยกลัวจะทำให้พ่อแม่เสียใจ เพราะพวกเขาคือคนที่เราอยากทำอะไรให้เพื่อทดแทน ซึ่งตอนที่พวกเขายังมีชีวิตเราก็ตั้งใจที่จะทำดีกับพวกเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้&nbsp; เมื่อเขาจากไปแล้วเราจะได้ไม่คาใจ&nbsp;</p>



<p>แต่สิ่งที่เราคิดว่าสำคัญมากๆ ก็คือการทำหน้าที่ของสามีและพ่อของลูกๆให้ดี</p>



<p>เพราะฉะนั้นเป้าหมายของเราก็เลยยังเหมือนเดิมไม่ต่างไปจากที่เคยให้สัมภาษณ์ในเล่ม a day ว่า ในวันที่ตายไป ในพิธีศพของเรา เราอยากให้ลูกกับภรรยาของเราขึ้นมาพูดถึงเราด้วยความภาคภูมิใจ เพราะงั้นเราก็ต้องตั้งใจฮึดให้ไม่ทำสิ่งไม่ดีเพื่อที่จะให้ได้รับรางวัลนั้นมา เหมือนที่พ่อแม่ได้รับความรัก ความเทิดทูน และการสรรเสริญจากลูกๆทุกคนและจากเราเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-174827" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>จะรีไทร์ตอน 60 แต่เอาเข้าจริงยังมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ&nbsp;</strong></h4>



<p>“ตอนเด็กๆ เราเคยนึกภาพว่าช่วงวัย 50 ขึ้นไปจะต้องดูแก๊แก่ แต่ตอนนี้อีก 3 ปีเราก็จะ 60 แล้ว เออ ไม่เห็นจะแก่ตรงไหนเลย (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>เราเคยคิดว่าจะรีไทร์ตอนอายุ 60 แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว&nbsp;</p>



<p>เพราะการได้เจอคนรุ่นใหม่ หรือคนรุ่นอื่นๆ ที่เก่งๆ ยิ่งในวงการเพลงตอนนี้ เด็กๆ น้องๆ ศิลปินเก่งมาก ทำดนตรีเอง แต่งเพลงเอง เล่นเองหมดเลย หรืออย่างล่าสุดเราเพิ่งไปเจอเพื่อนของหลานเรา เขาทำงานเป็น Sound&nbsp; Engineer หรือไปเจอน้องๆ นักดนตรีรุ่นใหม่ๆที่พอฟังแล้วแบบว่าทึ่งจนไม่รู้จะทึ่งยังไงเลย เฮ้ย นี่เขาแจ๋ว เขาเก่งกันขนาดนี้เลยหรอ มันเลยทำให้เราในวัยนี้รู้สึกยังอยากพัฒนาการทำงาน อยากพัฒนาการทำในสิ่งที่ชอบ&nbsp; อยากทำนั้นทำนี่เต็มไปหมด</p>



<p>&nbsp;เดี๋ยวนี้พอได้ไปฟังหรือไปดูอะไรที่มันกว้างกว่าที่เราเคยเจอมา มันทำให้ใจเรารู้สึกว่ายังมีเรื่องราวอีกมากมายให้เราได้เรียนรู้และนำมาปรับใช้กับสิ่งที่เรามีอยู่&nbsp;</p>



<p>&nbsp;แล้วพอรู้อะไรใหม่ๆ มันเหมือนเจอไอเท็มให้เราได้ลองดึงเอามาใช้ เลยกลายมาเป็นความสนุกของเราในตอนนี้เลย ดังนั้นเราเลยเปลี่ยความคิดว่า จะมารีไทร์ตอนนี้ไม่ได้นะ&nbsp;</p>



<p>เราก็เลยคิดว่าจะต้องหาทางร่วมงานกับทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นโตกว่าเรา รวมไปถึงฟังความคิดเห็นของคนที่อยู่นอกเหนือสายงานของเราด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องเพลงนะฮะ เรื่องอะไรก็ตามแต่ เพราะเราเชื่อว่าทุกอย่างสามารถเอามาเชื่อมกันได้ และเชื่อว่าการได้ซึมซับวิธีการทำงานใหม่ๆ ที่เราไม่เคยพบเจอมาก่อน เราก็อาจจะได้วิธีการส่งเอกสารที่หลากหลายมากขึ้น มากกว่าแค่ขี่มอเตอร์ไซค์มาส่ง เราอาจจะตีลังกามาส่งเลยก็ได้ เลยคิดว่ายิ่งอายุมากขึ้นยิ่งต้องเปิดใจรับความคิดจากคนอื่นให้มากขึ้นไปด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/07-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-174828" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/07-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/07-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/07-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/07.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>‘หากเปรียบชีวิตของคนกับฤดู ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงเวลาของการสะสมพลังงาน พลังชีวิตและพลังกล้ามเนื้อเพื่อให้เราแข็งแกร่งขึ้น ชีวิตของเราในตอนนี้ก็คงอยู่ในช่วงหลังฝน เพราะเราเห็นโอกาสที่จะได้ทำอะไรสนุกๆ อีกเยอะ และร่างกายเราก็พร้อมที่จะออกไปทำส่ิงใหม่ๆ ที่เป็นความสำเร็จแค่ในใจเราก็พอแล้ว’</p><cite>บอย โกสิยพงษ์, 2024</cite></blockquote>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/boy-kosiyapong/">‘บอย โกสิยพงษ์’ ในวัย 57 กับการทำเพลงที่เป็นมากกว่าการทำงานและการเปิดหัวใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก้อย อรัชพร บทบาทใน บางกอกคณิกา สู่คำตอบ ‘โสเภณีกับศีลธรรมเป็นคนละเรื่องกัน’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/goy-arachaporn/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุธาสินี สุทธะโส]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 May 2024 10:45:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[โสเภณี]]></category>
		<category><![CDATA[ก้อย อรัชพร โภคินภากร]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอกคณิกา]]></category>
		<category><![CDATA[oneD ORIGINAL]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องวัน31]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=174517</guid>

					<description><![CDATA[<p> ‘บางกอกคณิกา’  ซีรีส์จากโปรเจกต์ oneD ORIGINAL ของซ่อง one 31 (ที่ทางช่องถึงกับเล่นคำเพื่อการนี้) คงเป็นมวลสารสำคัญของเรื่องที่จะเล่าผ่าน 3 เพื่อนหญิงโสเภณี ที่มีความฝันจะเป็นอิสระจากหอบุปผชาติ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/goy-arachaporn/">ก้อย อรัชพร บทบาทใน บางกอกคณิกา สู่คำตอบ ‘โสเภณีกับศีลธรรมเป็นคนละเรื่องกัน’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><em>‘กะหรี่ โสเภณี ผู้ค้าบริการทางเพศ Sex Worker’</em></p>



<p>แม้จะเป็นอาชีพที่เคยถูกต้องตามกฎหมายในยุคสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ทุกคำที่กล่าวมาคงสร้างความกระอักกระอ่วนในสายตาของสังคม เพราะแม้จะก่อให้เกิดเป็นธุรกิจค้าประเวณีที่รุ่งเรืองของยุค แต่การทำงานให้บริการแลกเงินด้วย ‘ร่างกาย’ โดยเฉพาะ ‘เพศหญิง’ ดันผิดหลักคำสอนค่านิยมส่วนใหญ่ที่ควรจะรักนวลสงวนตัว ขัดต่อหลักศีลธรรมไทยเมืองพุทธ สุดท้ายก็ต้องหลุดออกจากกรอบของสังคม</p>



<p>เป็นกะหรี่ หญิงชั่วก็แล้ว ยังถูกปฏิบัติเยี่ยงทาส เปิดทางให้ผู้ซื้อที่บ้ากามเกินจำเป็นเข้ามากระทำย่ำยีทั้งร่างกายและจิตใจได้ตามอำเภอใจ โดยที่พวกเธอไม่มีสิทธิ์แม้กระทั่งเลือกแขกด้วยตัวเอง</p>



<p>“ข้าจะทำในสิ่งที่คนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้เจ้าค่ะ”&nbsp;</p>



<p>คำพูดในตัวอย่าง ‘บางกอกคณิกา’&nbsp; ซีรีส์จากโปรเจกต์ oneD ORIGINAL ของซ่อง one 31 (ที่ทางช่องถึงกับเล่นคำเพื่อการนี้) คงเป็นมวลสารสำคัญของเรื่องที่จะเล่าผ่าน 3 เพื่อนหญิงโสเภณี ที่มีความฝันจะเป็นอิสระจากหอบุปผชาติ ได้แก่ กุหลาบ (รับบทโดย อิงฟ้า วราหะ) โบตั๋น (รับบทโดย ก้อย-อรัชพร โภคินภากร) และเทียนหยด (รับบทโดย ชาร์เลท-วาศิตา แฮเมเนา) กับการลุกขึ้นสู้เพื่อนกอบกู้ศักดิ์ศรีความเป็นคนและการกำหนดชีวิตของตนเอง&nbsp;</p>



<p>ซึ่งเราก็หวังว่าเนื้อหาที่ว่านี้น่าจะเป็นอีกแรงกระเพื่อมให้เกิดการแก้ฎหมายไทยที่ระบุใช้กันตั้งแต่ปี 2539 ว่า ‘โสเภณีมีโทษทางอาญา’&nbsp;</p>



<p>เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ ก้อย อรัชพร ซึ่งครั้งนี้ได้สลัดภาพจำจากบทบาทนักเรียนมัธยมปลายมารับบท ‘โบตั๋น’ โสเภณีที่สู้ทุกหนทางเพื่อแลกมากับความฝันของการได้เป็นผู้หญิงธรรมดาที่ได้อยู่กับคนรักสักคน&nbsp;</p>



<p>บทสนทนาแรกเริ่มก้อยเล่าถึงการฝึกกล้ามเนื้อเพื่อ ร้อง เต้น โชว์ ภายใต้เซ็ตอัปเอาต์ดอร์ที่ต้องฝ่าฟันทุกสภาพอากาศ แต่ก้อยบอกด้วยรอยยิ้มว่า “เป็นการมากองที่เหนื่อยมาก แต่สนุกสะใจจนอยากตื่นมาลุยงานในทุกๆ วัน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-11-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-174528" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-11-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-11-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-11-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-11-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-11-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-11-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-11.jpg 1365w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>แม้พูดปนขำว่าที่เล่นเป็นกะหรี่เพราะคงไม่มีโอกาสจะได้รับบทนี้บ่อยๆ แต่น้ำหนักสำคัญของเหตุผลที่รับก็เพราะ ประเด็นโสเภณีไม่เคยถูกพูดถึงอย่างจริงจังบนโลกละคร นี่จึงถือเป็นครั้งแรกในวงการซีรีส์ไทยเลยก็ว่าได้</p>



<p>“โสเภณีกับเรื่องศีลธรรมเป็นเรื่องที่ต้องแยกเพราะมันคนละประเด็นกัน” เป็นคำตอบที่ฉะฉาน ชัดเจนด้วยน้ำเสียงจริงจัง ชวนกระตุ้นต่อมให้เราอยากรู้ต่อแล้วว่า การสวมตัวละครโบตั๋นให้มุมมองอะไรกับนักแสดงช่างวิเคราะห์คนนี้บ้าง&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ได้ร่วมงานกับคุณอ้อม คุณนก คุณอิงฟ้า คุณชาร์เลทเป็นครั้งแรกรู้สึกยังไงบ้าง&nbsp;</strong></h4>



<p><strong></strong><strong>“</strong>ถ้าในพาร์ตการแสดงก็เป็นครั้งแรกเลย เราโตมากับการดูละครของพี่อ้อม (พิยดา จุฑารัตนกุล รับบทเป็น ราตรี แม่เล้าผู้คุมชะตาสามสาวคณิกาแห่งหอบุปผชาติ) และพี่นก (ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบทเป็น พระยาจรัล ผู้มีอำนาจในเมือง และเป็นแขกประจำในหอบุปผชาติ) เห็นพี่เขามาเยอะ แต่พอมาเห็นพี่เขาเล่นจริง รู้เลยว่าทำไมเส้นทางการเป็นนักแสดงของเขาถึงได้ยาวนานขนาดนี้ เพราะพอนับ 5 4 3 2 Action&nbsp; ทุกคนเป็นตัวละครนั้นๆ ได้ดีมาก ก้อยรู้สึกได้รับเกียรติที่เราได้มาอยู่ตรงนั้น ได้เป็นนักแสดงอีกคนนึงที่ได้มาร่วมงานกับพี่เขา&nbsp;</p>



<p>ส่วนอิงฟ้าที่เคยเจอแล้ว และชาร์เลทเป็นเจนฯ ใหม่ที่มีความปังมาก อิงฟ้าบอกไม่เคยเล่นซีรีส์เต็มเรื่องมาก่อน แต่ฟ้าแชลเลนจ์มาก ก้อยรู้สึกว่าก้อยผ่านอาชีพนี้มาสักพักแล้วและก็เป็นคนเซนส์ซิทีฟ ด้วยความที่เราต้องเล่นเป็นเพื่อนรักกัน เราเลยรู้สึกซิงค์กับบทนี้ได้ไม่ยากเลย&nbsp;</p>



<p>ขณะเดียวกันชาร์เลท เราชื่นชอบและเห็นผลงานน้องมาตั้งแต่เด็กๆ น้องเป็นคนที่เล่นเป็นตัวละครนั้นได้เลย คือเห็นเลยว่าน้องโตมากับกองถ่ายจริงๆ คือก้อยต้องทำสมาธิยิ่งซีนดรามาต้องมีสมาธิ แต่กับชาร์เลทพอสั่ง 5 4 3 2 1 <span class="has-inline-color has-black-color">สายตาน้อง</span><strong>เ</strong>ข้าตัวละครเลย เวอร์เกิน เก่งเกินแม่ ก้อยเลยชอบทำงานกับคนมีความสามารถ”&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>สัมผัสได้เลยว่าก้อยสนุกกับการทำงานทุกคนในทีมมาก เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากกองถ่ายนี้ไหม</strong></h4>



<p>“ก้อยรู้สึกว่า Generation Gap มันไม่ได้ส่งผลต่อการทำงานเลย ก้อยอยากมากองเพราะรับรู้ว่า ทุกๆ คนรักในอาชีพของตัวเองไม่ใช่แค่นักแสดง แต่ในทุกๆ พาร์ต แล้วไม่ว่าคุณจะเป็นเจนฯ ไหน คุณรู้ว่าคุณแค่ต้องการทำงานให้ออกมาดี มันเลยรู้สึกว่าทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน และสามารถเปิดใจคุยกันได้ เช่น ช่วงแรกที่มิติของบทอาจจะยังไม่กลมมาก เราทำการบ้านตัวละครของเรามา บางซีนเราก็พูดบิดไปนิดหนึ่ง เพราะรู้สึกเป็นตัวละครมากกว่า ทุกคนเปิดรับ เลยรู้สึกว่าเป็นกองที่ Sharing ได้ไม่มีปัญหาอะไรเพราะเราต่างก็เชื่อในสิ่งเดียวกัน และทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักแสดง ตากล้อง ทีมเสื้อผ้าหรือผู้กำกับ ทุกคนทำงานในพาร์ตของตัวเองด้วยแพชชันมากๆ กองนี้ก็เลยมันมาก”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¹a¸§a¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡a¹a¸a¸´a¸¡-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-174564" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¹a¸§a¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡a¹a¸a¸´a¸¡-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¹a¸§a¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡a¹a¸a¸´a¸¡-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¹a¸§a¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡a¹a¸a¸´a¸¡-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¹a¸§a¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡a¹a¸a¸´a¸¡-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¹a¸§a¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡a¹a¸a¸´a¸¡-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¹a¸§a¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡a¹a¸a¸´a¸¡-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¹a¸§a¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡a¹a¸a¸´a¸¡-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¹a¸§a¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡a¹a¸a¸´a¸¡.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เล่าคาแรกเตอร์ของก้อยให้เราฟังหน่อย&nbsp;</strong></h4>



<p>“ในกลุ่มเพื่อนทั้ง 3 คน มี กุหลาบ โบตั๋น เทียนหยด ซึ่งจะมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันออกไป เทียนหยดจะไปทางปัญญา กุหลาบจะเป็นสายกล้าหาญ ก้อยรับบทเป็นโบตั๋น เป็นตัวละครสายบู๊ที่ใช้สัญชาตญาณนำ เจออะไรก็มาดิ สู้หมดแต่ถ้าถามในเชิงเส้นเรื่องตัวละครทั้ง 3 คน มีความฝัน ความฝันของโบตั๋นมัน Simple มาก คืออยากมีความรัก มีลูก มีครอบครัว แต่มันเป็นเรื่องยากมากกับการที่เรามีอาชีพเป็นโสเภณี อาชีพนี้ในยุค ร.5 เป็นเหมือนชนชั้นที่อยู่ล่างสุด การที่เราจะมีใครสักคนที่รักเราจริงแล้วเราก็รักเขาจริงมันยาก แล้วสมมติเจอคนที่รัก สังคมที่ล้อมรอบ จะยอมรับในความรักของเราได้ไหม สิ่งที่โบตั๋นทำก็คือ การสู้เพื่อความฝันของตัวเองที่จะมีสิ่งนี้ แล้วก็สู้ไปพร้อมกับเพื่อนๆ เพื่อศักดิ์ศรีของผู้หญิง”</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ก้อยมีวิธีทำการบ้านกับบทโบตั๋นยังไงบ้าง&nbsp;</strong></h4>



<p>“ปกติเวลาก้อยทำการบ้านตัวละคร ก้อยจะ Map ไปก่อนว่า อะไรปูมาทำให้เขากลายเป็นเขาในทุกวันนี้ จะพยายามหาสิ่งที่เรียกว่า Child Need หรือความต้องการวัยเด็ก อะไรที่มึงต้องการ มึงโตมาแบบไหนวะ มันสำคัญนะ แล้วก็จะมีเรื่อง Physical ที่พยายามเปรียบเทียบกับสัตว์ ก้อยมองว่าโบตั๋นเหมือนหมาขี้เรื้อน หมาข้างถนน คือหมามันต้องการความรัก ต้องการเจ้าของ แต่เพราะมันอยู่ข้างนอกแล้วไม่ได้รับความรัก เวลาโดนโจมตีก็เหมือนคนที่พร้อมจะกัด อย่างที่บอกว่าสัญชาตญาณจะสูงมาก เราก็เลยมองว่ามันน่าจะเป็นคาแรกเตอร์แบบนี้</p>



<p>แล้วก็มีเวิร์กช็อปเรื่องความสัมพันธ์กับบทของอิงฟ้าและชาร์เลท โบตั๋น กุหลาบ เทียนหยดโตมายังไง เราผ่านอะไรมากันมาบ้างถึงได้กลายมาเป็นเพื่อนที่รักกันขนาดนี้ อีกอันที่รู้สึกว่าเวิร์กมากคือความฝันของโบตั๋น เราสู้เพื่อคนรัก ก็ต้องมาดูกันว่าเราจะรักผู้ชายคนนี้มากขนาดไหน เราสู้เพื่อเขาได้ขนาดไหน ก้อยว่าน่าจะเป็น 4 ส่วนประกอบที่เราเวิร์กกันบ่อยๆ”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-copy-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-174539" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-copy-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-copy-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-copy-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-copy-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-copy-1366x2048.jpg 1366w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-copy-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-copy-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-copy.jpg 1667w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ในเรื่องต้องเล่นเป็นโสเภณี ทำความเข้าใจกับบทบาทนี้ยังไง</strong></h4>



<p>“ก้อยได้ลงพื้นที่ไปเดินแยกคปอ. และวงเวียน 22 ซึ่งจริงๆ เราอยากไปซึมซับบรรยากาศเพื่อให้เห็นภาพการที่เราจะเข้าไปอยู่ในไวบ์นั้น ด้วยเอเนอร์จีนั้นจริงๆ ก้อยก็ใส่หมวกใส่แมสไป สิ่งนึงที่เรารู้สึกแตกต่างคือ ปกติเวลาเห็นโสเภณีก้อยจะรู้สึกว่าทุกคนต้องดูยุ่งมากๆ แต่พอไปยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ มันไม่ใช่เลยว่ะ ทุกคนแค่ทำหน้าที่ของเขา มันก็เป็นแค่อาชีพหนึ่งเหมือนเราขายของ ก็เท่าเทียมกับอาชีพอื่นที่ได้เงินมาแค่นั้นเลย&nbsp;</p>



<p>บวกกับแต่ละที่ก็จะมีทัศนคติที่ต่างกัน อย่างแยกคปอ. มันจะมีความคึกคัก มีความเป็นฝรั่ง มันก็จะเอเนอร์จี ‘Hey You!’ เป็นไทป์คาแรกเตอร์หนึ่ง แต่สมมติว่าถ้าไปแถวสวนหลวง แล้วไปเจอคนที่มีอายุหน่อยเขาจะมีความระทมมาก หรือขับรถผ่านเห็นเขานั่งตามต้นไม้หรือในที่มืดๆ เขาจะไม่มีทางมา ‘ไฮ’ อะไรขนาดนั้น เพราะเขาไม่ได้มีทางเลือกมาก บางทีก็ต้องนั่งคนเดียวเงียบๆ เพื่อรอให้รถขับผ่านมาคุยกับเขา มันก็จะเป็นความรู้สึกแบบ วันนี้เราจะมีแขกไหมนะ&nbsp;</p>



<p>ก้อยก็ต้องดูว่า Based Character ของก้อยมันไปในเส้นทางไหน แล้วเราก็แค่ดึงมา เหมือนกับการพยายามลองหาเฉด หาเอเนอร์จีและวิธีการเข้าสังคมของตัวละคร ซึ่งสำหรับก้อย โบตั๋นคือดอกไม้งามของหอบุปผชาติ เขารู้ว่าเขามีดีอะไร เขาไม่ชอบอะไรแต่เขา Cover มาละว่าโอเค มึงมองกูก็มองไปสิ เอาจริงๆ โบตั๋นไม่ได้อยากทำอาชีพนี้เป็นพื้นฐานหรอก แต่เพราะอยู่กับมันมาจนรู้สึกว่าต้องทำอาชีพนี้ให้มันได้ดีและได้เงินมากที่สุดเพราะกูมีความรัก กูจะไปเปย์ผู้ชาย มันก็จะมีความกูไม่ต้องสนใจอะไรมาก”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡3-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-174540" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡3-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡3-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡3-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡3.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แสดงว่าบทโบตั๋นต้องให้มุมมองใหม่ๆ กับก้อยด้วยแน่ๆ&nbsp;</strong></h4>



<p>“ใช่ หลักๆ เลยคนเรามันก็ไม่ได้มีทางเลือกอะไรมากมาย มันทำให้เราเห็นว่าชอยส์คือสิ่งสำคัญ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในชนชั้นไหนและเป็นคนแบบไหน ยิ่งในสมัยนั้นโสเภณีคือชนชั้นล่างสุดเลย ทุกคนจะตีตรากันว่าชีวิตมึง มึงทำได้แค่นี้ แต่ในซีรีส์เรื่องนี้จะทำให้เห็นว่า ไม่ว่าโลกจะมองกูยังไง กูก็จะเป็นสิ่งนั้นเพราะกูเลือกได้&nbsp;</p>



<p>แม้ว่าก้อยจะมีทัศนคติแบบนั้นประมาณหนึ่ง แต่ในโลกของเรามันไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้นหรอก เผลอๆ ที่โบตั๋น Struggle มันอาจทำให้สิ่งนั้นแข็งแรงมากขึ้นไปอีก และในแง่ของความรัก โบตั๋นจะมีความ ‘ฉันรักเธอ ฉันอยากมีครอบครัวมีลูก’ ทำให้เรารู้สึกว่า จริงๆ ความฝันบางคนก็อาจไม่ได้ดูยิ่งใหญ่ในสายตาคนอื่น แต่มันเติมเต็มในความเป็นมนุษย์คนหนึ่ง”</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ความฝันของโบตั๋นดูเรียบง่ายมาก แต่กว่าจะไต่ไปได้นี่ไม่ง่ายเลยนะ ประโยคที่ว่า ‘เป็นผู้หญิงนี่ยากจัง’ ดูจะรีเลตกับผู้หญิงทุกยุคเลย สำหรับก้อยแล้วรู้สึกยังไง&nbsp;</strong></h4>



<p>“มันรีเลตมาตลอด ทุกเพศมันมีความ Struggle ในรูปแบบของตัวเอง แต่ถ้าพูดในเชิงเพศตัวเองก็ต้องยอมรับว่า เอาแค่เราเกิดมา เรี่ยวแรงก็น้อยกว่าคนอื่น เราเป็นประจำเดือน ยังต้องท้องอีก แค่ทางร่างกายก็ไม่เท่าเทียมบางอย่างแล้ว ในเชิงทัศนคติที่มีต่อเพศสภาพ สมัยนี้ก็ต้องยอมรับว่ามันดีขึ้น แต่เมื่อก่อน มันจะมีตอนอ่านบท ชาร์เลทก็พูด เป็นผู้หญิงต้องเจอหนักขนาดนี้เลยหรอ ซึ่งพอเราเข้าไปอยู่ในเซ็ตอัป เราก็รู้สึกแล้วว่า ‘เชี่ย เพศมันโดนกดทับหนักมากๆ มันถูกมองเป็นวัตถุทางเพศ ถูกมองว่ามึงไม่ฉลาด ผู้หญิงทำได้แค่นี้’ ยอมรับว่ามันมีคนที่มองแบบนั้น แต่ถ้าถามว่าเรามีทัศนคติยังไง เราไม่เชื่อในสิ่งนั้น นี่ไม่ใช่หนทางที่ก้อยจะคิดแบบนั้นแน่นอน เราเชื่อว่าเราเท่าเทียม”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-174541" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡-1366x2048.jpg 1366w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¸¹a¸a¹a¸a¸´a¹a¸¡.jpg 1667w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>งั้นแสดงว่าการมารับบทโบตั๋น ก้อยก็มีเรื่องที่อยากจะสื่อสารออกไปด้วยใช่ไหม</strong></h4>



<p><strong>“</strong>ก้อยว่าในตัวโบตั๋นเอง มันคือการที่คุณไม่ยอมแพ้ในโชคชะตา ต้องยอมรับว่าในบทบาทนี้ ตามคอนเซปต์คนดูรู้อยู่แล้วว่ามนุษย์เลือกเกิดไม่ได้ แต่คนเราเลือกเป็นได้ แต่พอมันถูกประกอบกับอาชีพโสเภณีซึ่งในปัจจุบันก็มี มันเคยมีข่าวออกที่ว่า ประเทศเราไม่มีโสเภณีนะ ก้อยรู้สึกว่าเรื่องนี้คงไม่ใช่การพูดถึงแค่ในยุค ร.5 และเรื่องความเท่าเทียมเท่านั้น แต่ยังตีแผ่ไปยังสังคมปัจจุบันด้วยว่า อาชีพนี้เขาทำเงินให้ประเทศเราเยอะมากนะ เขาเสียภาษีตั้งเท่าไหร่ อาชีพนี้ทำอะไรได้บ้าง มันมีวิธียังไงให้เราอยู่ร่วมกันได้บ้าง&nbsp;</p>



<p>ตอนนี้มันมีความหลับหูหลับตาในหลายๆ อย่างอยู่ ทำเป็นไม่เห็น ไม่รู้ แบบเมืองพุทธ เมืองศีลธรรม การดูเรื่องนี้มันเหมือนให้เราลองตั้งคำถามดูละกันว่า เอ๊ะ อะไรที่มันเกิดขึ้น แก้ไขยังไง สิ่งที่เกิดขึ้นมันมีจริงหรือไม่มีจริง และอาจจะต้องตอบให้ได้ก่อนด้วยว่า มีจริงหรือไม่มีจริง&nbsp; ตอบข้อนี้ได้แล้วค่อยแก้ต่อไป”&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แล้วสำหรับก้อยมองอาชีพโสเภณี หรือ Sex Worker ในปัจจุบันเป็นอย่างไร</strong></h4>



<p>“ขอพูดในมุมมองของก้อยแล้วกัน ถ้าพูดในฐานะตัวละคร มันจะมีซีนนึงที่โบตั๋นโดนยกขึ้นแล้วก็มีผู้ชาย 5-6 คนเข้ามารุม ตอนเห็นซีนเราก็รู้สึกประมาณหนึ่ง แต่พอคนมายกเราขึ้นจริงๆ แล้วเราไม่มีทางสู้อะ มันเป็นความรู้สึกที่โหดมากเลยนะ (ถอนหายใจ)</p>



<p>&nbsp;มันเป็นความ Trauma บางอย่างที่ถ้าคนไม่ได้อยากประกอบอาชีพนี้แล้วเขาต้องมาสู้กับภาวะนี้ กับความเจ็บปวดนี้เพื่อแลกมาเพื่อการอยู่รอดของเขา แม่งน่าสงสารนะเว้ย แล้วคุณยังไปตีตราเขาอีกว่า ไม่สมควร ทั้งๆ ที่เขาแค่ดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตที่บ้านอยู่รอด ทุกอาชีพมันมีความ Struggle ในแบบของตัวเองและนี่ก็คือความ Struggle ในแบบของเขา ในซีนนั้นก้อยเจอก้อยตัวสั่นเลย แล้วนี่คือสิ่งที่คนๆ หนึ่งต้องมาเจอ เขาเลือกแขก เลือกลูกค้าไม่ได้ แล้วแขกบางคนแบบซาดิสม์ก็มี คนก็ยังมองว่าแย่อีก&nbsp;</p>



<p>ยิ่งสมัยยุค ร.5 โสเภณีได้เงินมาก็ต้องเสียภาษีเยอะมากเหมือนกันแล้วมีสิทธิ์อะไร ทำไมมันถึงผิดนักหนา ที่กูจะเป็นอาชีพนี้ เพียงเพราะแค่กูอยากอยู่รอด อยากเลี้ยงครอบครัว คำว่าชอยส์หรือทางเลือกมันมีวิธีมองอีกมาก มันไม่ควรจะมาแปะป้ายว่า ‘หืม มึงทำอาชีพนี้มึงต่ำกว่ากูว่ะ’ มันไม่ใช่ ทุกคนมีทางเลือกถ้าคุณไม่ชอบก็ไม่ต้องเป็น แล้วก็อย่าไปแปะป้ายอย่าไปดูแคลนทางเลือกของคนอื่น มันไม่ใช่เรื่องของคุณที่จะไปยุ่งกับเรื่องของเขา นั่นคือพอยต์สำคัญ อันนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพาร์ตศีลธรรมนะ มันคนละประเด็น”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-20-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-174532" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-20-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-20-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-20-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-20-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-20-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-20-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-20-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-20-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-17-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-174533" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-17-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-17-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web-17-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แต่อาชีพนี้ถูกเอามาพูดโดยอ้างเรื่องศีลธรรมมาโดยตลอด ถ้าก้อยมองว่าเป็นคนละประเด็นกัน ช่วยขยายความให้ฟังได้ไหม</strong></h4>



<p>“มันคนละประเด็นกันนะ คนเราเกิดมาเราคือสัตว์ชนิดหนึ่ง เราเติบโตมากับ Sexual Needs ทั้งชายและหญิง แต่ในเพศสภาพของผู้ชายมันมี Need นั้น มากกว่าผู้หญิง ดังนั้นทุกอาชีพมันเกิดขึ้นมาได้เพื่อสนองความต้องการบางอย่างของมนุษย์ เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วแปลว่า อาชีพนี้มันอยู่มาตั้งแต่ ร.5 หรืออยู่มาก่อนหน้านั้นจนถึงทุกวันนี้&nbsp;</p>



<p>คุณต้องตั้งคำถามแล้วว่ามันอยู่มาได้เพราะอะไร จริงๆ แล้วคุณต้องยอมรับความเป็นมนุษย์ก่อนว่า มันเป็นอาชีพที่ตอบโจทย์ความต้องการของมนุษย์อย่างแท้จริง ตราบใดที่ความต้องการนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อครอบครัว มันเป็นความต้องการทั่วไปของเขา คุณก็ไม่มีสิทธิ์ตีตราเขา มันคือ Consent ร่วมกัน มันคือผู้ขายกับผู้ซื้อ แต่แค่เขาแลกกันด้วยโปรดักต์ที่มันเป็นโปรดักต์นี้</p>



<p>&nbsp;ก้อยทำงานเป็นนักแสดง โปรดักต์ที่เราขายก็คืออาชีพการแสดง การเข้าไปสู่ตัวละคร มันต่างกันยังไงล่ะ ถ้ามันไม่ได้กระทบศีลธรรมที่ว่า มึงไปผิดลูกผิดเมียคนอื่น หรืออะไรก็ตาม มันต้องแยกให้ออก ระหว่างศาสตร์อาชีพกับฝั่งศีลธรรม มันเป็นมุมหนึ่งอะ มันเป็นจิตสำนึกผู้ชายเปล่า มึงควรคิดให้ได้ว่ามึงควรทำหรือไม่ควรทำแบบไหน มันไม่ใช่ฝั่งผู้หญิงสิ เขาแค่ทำอาชีพของเขา นี่กูด่าไปเยอะปะเนี่ย (หัวเราะ) </p>



<p>มันจะมีคนพูดกันว่า<em> ‘เนี่ย ทำอาชีพนี้เดี๋ยวเด็กแม่งก็อยากเป็นโสเภณีกันหรอก’</em> เฮ้ย มึงฟังก่อน คือเรื่องแบบนี้หรือแม้กระทั่งเรื่องการทำแท้ง ที่พอเราบอกว่ามันคือสิ่งที่ถูกต้อง แล้วคนก็พูด<em> ‘อย่างงี้เดี๋ยวคนก็ไปทำแท้งกันหมดสิ’</em> คือมันจะมีผู้หญิงคนไหนวะจะชอบที่ตัวเองเลือกไม่ได้อะ ในมุมมองก้อย เราไม่ได้อยากให้ร่างกายของเรา จิตใจของเราไปให้ใครมากระทำย่ำยีเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว&nbsp;</p>



<p>แต่สิ่งเหล่านี้มันคือพื้นฐานของมนุษย์ทั่วไป มันคือทางเลือกเว้ย แทนที่คุณห้ามหรือพยายามบอกว่ามันไม่มี คุณไป Encourage ในมุมอื่นที่แบบว่าโอเค คุณค่ามันไปได้หลายรูปแบบนะ ถ้าคุณเลือกแบบนี้คุณก็มีคุณค่าในรูปแบบไหน ทำให้มันเป็น Positive Way ที่จะสามารถทำให้อยู่ร่วมกันได้อะ นั่นมันสมควรจะเป็นคำถามมากกว่าที่จะมาบอกว่า ไม่มี ไม่ควร มันแย่”</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าก้อยมีโอกาสเข้าไปในบางกอกคณิกา อยากบอกอะไรกับโบตั๋น</strong></h4>



<p>(นั่งคิด) “มึงเก่งมากที่ไม่ว่าจะเชี่ยอะไรเข้ามามึงสามารถสู้ได้ ขอบคุณที่มึงไม่ยอมแพ้และก็ไม่อายชาติกำเนิด มึงเกิดมาเท่านี้มึงก็ทำดีที่สุดเท่าที่มึงจะทำได้ภายใต้ Condition ที่มันบีบมึง คือโบตั๋นเข้มแข็งมากที่สามารถก้าวข้าม Chain ที่ไม่ใช่ของตัวเอง Chain ที่เกิดขึ้นกับสังคมและ Chain ของอะไรก็ตามที่พยายามกดโบตั๋นให้ลง แต่มึงก็อยู่รอดได้ เชี่ย เพื่อความอยู่รอดสำหรับผู้หญิงคนนี้มันไม่ง่ายนะ นี่มันคือชีวิตของนักสู้คนนึงที่อย่างน้อย ฟ้าก็ไม่ได้โหดร้ายจนเกินไปอะ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web_Web-inside-3-copy-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-174534" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web_Web-inside-3-copy-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web_Web-inside-3-copy-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web_Web-inside-3-copy-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web_Web-inside-3-copy-1-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web_Web-inside-3-copy-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web_Web-inside-3-copy-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web_Web-inside-3-copy-1.jpg 1365w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ก้อยมีอะไรอยากจะบอกเพื่อนหญิงหรือเพศสภาพหญิงด้วยกันไหม&nbsp;</strong></h4>



<p>“คำแม่งเชย คือเราต้องรักตัวเองและต้องรู้จักตัวเองให้มากพอ ถามว่าเริ่มต้นด้วยอะไร ก็เริ่มด้วยการตั้งคำถามกับตัวเอง คุยกับตัวเองให้ชัดว่า ชีวิตฉันตอนนั้นรู้สึกอะไร ไม่ต้องรีบเพื่อให้ได้คำตอบ การที่ใครใช้ชีวิตโดยที่ได้คำตอบในทุกๆ อย่างมันแปลกมาก เพราะคนเราเปลี่ยนแปลงทุกวัน เอาเป็นว่าแค่คุณเริ่มตั้งคำถามนะ แม่งนำพาไปสู่อะไรไม่รู้เต็มไปหมด ถ้าคิดว่ารู้ทุกเรื่องแล้วแปลว่าคุณยึดติดกับอดีต เพราะปัจจุบันมันเปลี่ยนตลอดเวลา การที่ไม่ได้คำตอบก็น่าจะเป็นอะไรที่อะเมซิงกับตัวเองที่แบบ เออ ยังมีหลายเรื่องที่เราสงสัย&nbsp; ยังมีอะไรที่น่าค้นหา ก้อยแค่อยากให้คุยกับตัวเอง เชื่อในตัวเอง&nbsp;</p>



<p>และก้อยก็ไม่ได้อยากพูดแค่กับผู้หญิง ถึงแม้ว่าบางกอกคณิกาจะเป็นซีรีส์ที่นำเสนอผู้หญิง แต่ในเรื่องก็จะมีประเด็นผู้ชายที่อยู่คนละชนชั้นกับผู้ชายทุกคนที่โดนกด มีประเด็น LGBTQIA+ ที่สมัยนั้นจะเรียกพวกเขาว่า บัณเฑาะก์ เรารู้สึกว่าเพศสภาพเหล่านี้มีมานานแล้วแต่ถูกกดทับไว้ ความน่าแปลกใจก็คือ เขาบอกมันจะมีคนอยู่ 33 ประเภทมั้ง ที่ไม่สามารถให้การกับศาลได้ เพราะเหมือนเป็นคนชนชั้นล่าง ซึ่งประกอบไปด้วย โสเภณี บัณเฑาะก์ คนพิการ หญิงชั่ว สมัยก่อนพวกเขาถูกตีตราว่าคือชนชั้นที่ไม่มีสิทธิ์ มีเสียง คนดูก็จะได้เห็นประเด็นเหล่านี้ในเรื่อง”</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ดูเหมือนจะครอบคลุมประเด็นชายขอบทั้งหมดเลย งั้นให้ก้อยฝากซีรีส์เรื่องนี้ปิดท้ายดีกว่า</strong></h4>



<p>“ฝากซีรีส์บางกอกคณิกาด้วย แม้จะมีแค่ 8 ตอน แต่ก็เข้มข้นและเป็นประเด็นที่ประเทศเรายังไม่เคยตีแผ่ขนาดนั้น อีกทั้งยังมีความเป็นมิติใหม่ของซีรีส์ไทยด้วย เรื่องนี้ถือว่าเป็นจริตคนไทยเลย ก้อยรู้สึกว่า นี่เป็นการนำคอนเทนต์ที่มันเป็นรสชาติไทยมาสู่สังคมของแท้ในเซนส์ที่ว่า ปกติเราก็จะรู้สึกเหมือนทำยังไงให้ World Class แต่ความที่มันแบกความที่สุดของไทยมากๆ นั้นคือสิ่งที่สามารถนำพาไปสู่ World Class ได้เหมือนกัน เรื่องนี้เรารู้สึกถึงสิ่งนั้นเลยแบบ เชี่ย เพลงในแบบไทย แต่งตัวในแบบไทย&nbsp; อาหารไทย กลิ่นไทย&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web_Web-inside-3-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-174535" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web_Web-inside-3-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web_Web-inside-3-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web_Web-inside-3-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web_Web-inside-3-2-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web_Web-inside-3-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web_Web-inside-3-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/a¸a¹a¸­a¸¢Web_Web-inside-3-2.jpg 1365w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>การเสพสื่อแบบไทยนี่มันจัดจ้านนะเว้ย มันจะมีความละครนิดนึง แต่มันคือรสของไทยเหมือนเป็น Genre หนึ่ง ซึ่งเราก็เคารพทุก Genre ถ้าเราจะสู้กับต่างประเทศ เราอาจจะตีให้มันมีความ International หรือวิธีคิดแบบตะวันตก แต่จริงๆ แล้วก้อยว่า วิธีคิดแบบโคตรไทย ก็ลากเราไปถึงได้ สิ่งเหล่านี้มันน่าสนใจ Genre เราสู้ World Class ได้นะ เราชอบ มันสนุก” (หัวเราะ)&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/goy-arachaporn/">ก้อย อรัชพร บทบาทใน บางกอกคณิกา สู่คำตอบ ‘โสเภณีกับศีลธรรมเป็นคนละเรื่องกัน’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘เปอร์-สุวิกรม อัมระนันทน์’ จากวัยว้าวุ่นคลั่งรักสู่วัยแตกฉานความสุขที่ ‘ไม่มีอะไรถาวร’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/per-on-that-day/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุธาสินี สุทธะโส]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Apr 2024 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[On That Day]]></category>
		<category><![CDATA[OnThatDay]]></category>
		<category><![CDATA[OnThatDayTheSeries]]></category>
		<category><![CDATA[Final Score]]></category>
		<category><![CDATA[เปอร์ สุวิกรม อัมระนันทน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=174127</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘เปอร์-สุวิกรม อัมระนันทน์’ ถ้าพูดชื่อนี้ เมื่อ 17 ปีก่อน เขาก็คือพ่อหนุ่มตัวจี๊ดท่ามกลางวัยรุ่น เด็กเกรียน จากการถูกตามติดชีวิตการเป็นเด็ก ม.6 สุดซ่าที่ว้าวุ่นเรื่องเพื่อน แฟน และการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยในระบบแอดมิชชันที่มีความฝันและความหวังของครอบครัวเป็นจุดเดิมพัน (แต่ไม่ใช่กับเปอร์)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/per-on-that-day/">‘เปอร์-สุวิกรม อัมระนันทน์’ จากวัยว้าวุ่นคลั่งรักสู่วัยแตกฉานความสุขที่ ‘ไม่มีอะไรถาวร’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>‘เปอร์-สุวิกรม อัมระนันทน์’ ถ้าพูดชื่อนี้ เมื่อ 17 ปีก่อน เขาก็คือพ่อหนุ่มตัวจี๊ดท่ามกลางวัยรุ่น เด็กเกรียน จากการถูกตามติดชีวิตการเป็นเด็ก ม.6 สุดซ่าที่ว้าวุ่นเรื่องเพื่อน แฟน และการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยในระบบแอดมิชชันที่มีความฝันและความหวังของครอบครัวเป็นจุดเดิมพัน (แต่ไม่ใช่กับเปอร์) ร่วมกับเพื่อนๆ&nbsp; 3 คน ได้แก่ ลุง-วรภัทร จิตต์แก้ว, โบ๊ท-สราวุฒิ ปัญญาธีระ และ บิ๊กโชว์-กิตติพงศ์ วิจิตรจรัสสกุล โดยผู้กำกับ โสรยา นาคะสุวรรณ ถ่ายทอดภาพยนตร์สารดคีเรื่อง ‘Final Score 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์’ ของค่ายหนัง GTH ออกฉายทั่วประเทศในปี 2007&nbsp;</p>



<p>มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เปอร์ถูกพูดถึงเป็นอันดับต้นๆ ก็คือการเป็นเด็ก ‘ช่างกล้า’ จะทิ้งอนาคตว่าที่นักศึกษาวิศกรรมโยธา เพราะคลั่งรักมากจึงอกหัก และช่างกล้าถามเพื่อนๆ ว่า ‘ถ้าโตขึ้นเราทำงานต่างหน้าที่กัน กูเป็นยาม มึงเป็นนายก มึงยังจะกล้าคุย กล้ากินเหล้ากับกูอยู่หรือเปล่าวะ’ ก่อนที่ชีวิตนักเรียน ม.6 จะปิดจบด้วยคำพูดน่าจดจำของเปอร์ทิ้งท้ายว่า ‘เราจะไม่มีวันลืมเพื่อน’&nbsp;</p>



<p>ความเป็นเพื่อนถูกพูดย้ำอีกในนิตยสาร a day ธีม High School Friendship ฉบับที่ 78 ปี 2007 เปอร์และเพื่อนร่วมแก๊งอีก 3 คน กลับมาสวมชุดนักเรียนสวนกุหลาบถ่ายปกร่วมกันอีกครั้ง&nbsp;</p>



<p>จากวันนั้นผ่านไป 17 ปี ‘ไม่มีอะไรถาวร’ คือวิชาชีวิตที่เปอร์ตกผลึกได้ในวัย 35 ปี ปัจจุบันเขาคือพิธีกรมากประสบการณ์ เจ้าของรายการ Perspective (เปอร์ &#8211; สเปกทีฟ) และรายการ ‘ยินดีที่ได้รู้จัก’ ในวันนี้ที่เราได้พบกับเขาก็เลยลองเอาคำตอบที่เปอร์เคยให้สัมภาษณ์ในวันนั้นมาถามเขาอีกรอบ เปอร์ในวันนี้ยังเป็นคนซ่าที่คลั่งรักและรักเพื่อนเหมือนเดิมหรือเปล่า</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-12-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-174187" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-12-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-12-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-12-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-12-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-12-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-12.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>เปอร์ในวันนั้น</strong> </h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>คลั่งรักเป็นหลัก รักเพื่อนเป็นรอง</strong></h4>



<blockquote class="wp-block-quote has-text-align-left is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p><em>&#8230;รักเพื่อนมากๆ ม.6 มันคือปีสุดท้ายแล้วที่เราจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนๆ ที่อยู่กันมาหลายปี ให้พูดยังไงก็ไม่ได้เต็มร้อย เพราะมันเป็นความรู้สึกอยู่ข้างในที่อธิบายไม่ได้จริงๆ</em></p><cite><em>เปอร์-สุวิกรม อัมระนันทน์ a day ฉบับที่ 78 (2007)</em></cite></blockquote>



<p>&#8220;ตอนที่ถ่ายปกครั้งนั้น ค่ายหนัง GTH ฉายหนังสารคดี ‘Final Score 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ (2007)’ ไปแล้ว a day ก็เลยทำเล่มเพื่อพูดสิ่งที่เกิดขึ้นในโรงเรียนมัธยมว่า มันเป็นยังไงบ้าง เรากับเพื่อนแก๊ง Final Score ก็เลยได้ไปถ่ายปกนี้ด้วยกัน (ชี้ไปที่นิตยสาร) เสื้อนักเรียนที่ใส่ตอนถ่ายก็เป็นเสื้อเราที่เพื่อนๆ ในโรงเรียนเซ็นชื่อให้ตอนจบจริงๆ</p>



<p>ม.6 เป็นช่วงที่รู้สึกอาลัยอาวรณ์ที่จะต้องแยกย้ายกับเพื่อนในชั้นเรียนไปในทิศทางที่แตกต่างกัน รู้สึกกังวลว่าจะสอบเอนท์ฯ ติดไหม แต่ถ้าถามว่าเราให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ไหนมากที่สุดก็คงเป็นเรื่องความรักครับ คือในเล่ม a day เราพูดถึงมิตรภาพ ความสัมพันธ์เพื่อน แต่จริงๆ เราในตอนนั้นวุ่นวายอยู่แต่กับเรื่องความรักเป็นหลักเลย (หัวเราะ) โอเค ต้องเล่าก่อนว่าเราชอบอยู่กับเพื่อน ติดเพื่อน มีกลุ่มเพื่อนเยอะทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน อย่างแค่ในสวนกุหลาบเองรุ่นนึงมี 700 คน เรารู้จักเกิน 95% ของทั้งรุ่น แต่เราโตมากับเพื่อนกลุ่มผู้ชายโหดๆ เกเร กินเหล้า และไม่ได้จริงจังเรื่องความรัก แต่อยากมีแฟนแค่เอาไว้อวดเพื่อน ซึ่งมันอาจจะเป็นเรื่องของวัยและฮอร์โมนด้วยที่ทำให้เพื่อนรอบตัวมองความรักเป็นแค่เรื่องความต้องการทางเพศ เราอยู่ในค่านิยมแบบนั้นเลยมีทัศนคติว่า เราอยากมีแฟนเพราะอยากรู้อยากลองมาตั้งแต่ ม.1-ม.2</p>



<p>แต่จุดที่ทำให้กลายมาเป็นคนที่เชื่อมั่นในความรักมากๆ คือคลั่งรักเลย น่าจะเริ่มประมาณ ม.3-ม.4 เราชวนเด็กโรงเรียนเซนต์ดอมินิก มาเที่ยว กินเหล้า สูบบุหรี่กันที่บ้าน ทุกคนดูเป็นเด็กเกเรต่างโรงเรียนที่เหมือนเราหมด แล้วมันมีเพื่อนคนนึงที่ไม่จอย มันเคยเป็นเด็กเซนต์ดอฯ ที่ย้ายตามแฟนไปเรียนเตรียมอุดมฯ ย้ายไปแล้วแฟนดันบอกเลิก มันก็เลยเฮิร์ตมาก เพราะมันไม่ได้อยากมาอยู่โรงเรียนนี้ มันอยากกลับโรงเรียนเดิมเพื่อไปอยู่กับแก๊งเพื่อนของมัน</p>



<p>แต่เราดันเกิดคำถามว่า เฮ้ย อะไรที่ทำให้เด็กที่ดูเกเรเหมือนกันกับเรา แต่มันจริงจังกับความรักได้ขนาดนี้วะ ก็เลยเกิดเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เราบอกกับตัวเองว่า เราจะต้องเก็บความบริสุทธิ์ของเราให้กับคนที่เรารักเขามากๆ แล้วเขาก็รักเราเหมือนกัน โห ชีวิตตอนนั้นโฟกัสแต่เรื่องนี้เลย เรากลายเป็นคนเชื่อในความรัก เชื่อเรื่องเนื้อคู่ มองความรักเป็นสิ่งสวยงามไม่ใช่ของเล่น ไม่ใช่เรื่องที่จะมาทำร้ายจิตใจใครได้ เราจินตนาการภาพความรักไว้เลยว่า ชีวิตเราจะต้องอยู่กับผู้หญิงคนนี้ เราจะมีความรัก มีลูก และรักกันจนกว่าชีวิตจะหาไม่&nbsp;</p>



<p>ถ้าไปดู Final Score จะเห็นเลยว่าเราเป็นผู้ชายที่เฮิร์ตเรื่องความรักหนักมาก อกหักทียอมไม่เข้าสอบเอนท์ฯ ยอมทิ้งอนาคตตัวเองเพราะไม่รู้ว่าจะมีอนาคตไปทำไมถ้าไม่มีคนที่รักรอเราแล้ว คือคิดโง่ๆ ไม่ได้คิดถึงพ่อแม่หรือตัวเองเลย (หัวเราะ)”</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>เปอร์ที่เปลี่ยนไป</strong> </h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>แม้ไม่รักกัน เราก็จะมีความสุข&nbsp;</strong></h4>



<p>“วัยนั้นเรายอมทำทุกอย่างเพื่อความรัก จนกระทั่งเรามีโอกาสได้สัมภาษณ์พระอาจารย์ชยสาโร ในรายการ Perspective (เปอร์ &#8211; สเปกทิฟ) เมื่อ 6 ปีก่อน เราถามท่านว่า ความสุขที่แท้จริงคืออะไร ท่านบอกว่า ความสุขที่แท้จริงต้องไม่ขึ้นอยู่กับสิ่งใด เราเก็ตเลย พอย้อนกลับมามองตัวเอง ทุกครั้งที่ความรักของเราล้มเหลว เราเป็นทุกข์มากๆ เพราะชีวิตมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคาดหวังไง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-12-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-174188" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-12-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-12-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-12-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-12-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-12-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-12.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>ดังนั้นเราก็เลยพยายามเปลี่ยน พยายามขยายกฎเกณฑ์ของตัวเองว่า ชีวิตจะเป็นอย่างที่เราหวังหรือไม่นั้น ไม่เป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะทำให้เรามีความสุขหรือมีความทุกข์&nbsp; แปลว่าเขาจะคบกับเราหรือไม่คบ เราก็จะมีความสุขเพราะเราไม่ได้เอาความสุขไปแขวนว่า ถ้าเขาคบด้วยเราจะมีความสุข เราแบ่งปันสิ่งนี้ให้กับน้องยี่หวาด้วยว่า ยังไงวันนึงก็ต้องจากลา ขอได้ไหม วันที่จากกันขอมีความสุขแบบนี้ได้ไหม เขาก็เข้าใจแล้วต่างคนต่างก็ฝึกสิ่งนี้</p>



<p>เราในวันนั้นกับเราในวันนี้ต่างกันแค่เรื่องนี้เลย วันนั้นเราจมปักกับความทุกข์ คาดหวังกับผลลัพธ์ในเรื่องความรัก แต่ตอนนี้ทำอะไรก็แล้วแต่ พยายามทำให้ดีที่สุด แม้เราจะจินตนาการว่ามันจะเป็นยังไง แต่ผลลัพธ์ออกมาเป็นยังไงก็ช่างแม่งเลย ชีวิตจะเป็นแบบไหนก็ได้กูมีความสุขก็พอแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพี่น้อง เพื่อน ครอบครัว แฟน เราคิดแบบนี้หมด&nbsp;</p>



<p>แต่ช่างแม่งในความหมายของเราไม่ได้หมายถึงว่าเราไม่ใส่ใจนะ คือเราแคร์แต่เราไม่ได้สนใจว่ามึงจะรู้ไหมว่ากูแคร์ เราทำเพื่อพอใจเราไม่ได้พอใจคนอื่น เช่น เห็นคุณหิว เรายื่นขนมให้ ถามว่าคุณกินไหม นี่คือหน้าที่เรา แต่คุณจะกินไม่กินก็เรื่องของคุณ เราจะไม่เก็บเอาไปคิดว่า โห ทำยังไงดีนะ เพราะทุกข์ก็เกิดจากการคาดหวังว่ามันจะต้องเป็นไปอย่างที่มันเป็น เราทำหน้าที่ของเราแล้ว ถ้ามันไม่เป็นอย่างที่เป็นก็ไม่เป็นไร”</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>เปอร์ที่เหมือนเดิม</strong> </h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ยังเป็นคนซ่าที่รักเพื่อน…</strong></h4>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p><em>หลายๆ อย่างมันทำให้สวนกุหลาบมีความเป็นตัวเองสูง เราจะรักโรงเรียน รักเพื่อน ต่อให้อีก 30 ปี เราก็ยังรักพวกพ้องของเรา…กุหลาบเปลี่ยนกระถาง ไม่จางสีครับ</em></p><cite><em>เปอร์ &#8211; สุวิกรม อัมระนันทน์&nbsp; a day ฉบับที่ 78 (2007)</em></cite></blockquote>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/3-11-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-174189" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/3-11-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/3-11-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/3-11-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/3-11-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/3-11-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/3-11.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>“เด็กสวนกุหลาบวิทยาลัยจะถูกหล่อหลอมมาว่า เราทุกคนต้องดูแลน้องในสถาบันเดียวกันและรักครูทุกคน เราจะจัดงานมุทิตาจิตให้ครูยิ่งใหญ่มาก แล้วจะพาครูไปเที่ยว ดูแลครูอย่างดี เพราะเชื่อว่า ไม่มีครูก็ไม่มีเรา แล้วจะไม่ทำอะไรให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของโรงเรียน แต่ตอบแทนโรงเรียนด้วยการเป็นพลเมืองที่ดี สร้างสิ่งดีๆ ให้กับประเทศชาติ&nbsp;</p>



<p>เด็กสวนจะภูมิใจในเรื่องนี้มาก แต่ละคนที่จบไปก็มีชื่อเสียงอยู่ในทุกสาขาอาชีพ เราเข้าไปก็อยากจะเก่งให้ได้เหมือนรุ่นพี่เรา รุ่นพี่ทุกคนก็ดูแลเราดีมากจริง อย่างตอนที่ Final Score ได้ฉายออกไปแล้ว งานแรกที่เราทำคือขอไปเป็นดีเจที่ Fat Radio ตอนนั้นพี่ยุทธนา บุญอ้อม (อดีตผู้ก่อตั้งรายการวิทยุ Fat Radio) เขาดูสารคดีเราก็บอก ‘ไอ้เปอร์หรอ มันเป็นเด็กสวนกุหลาบ มาเลยๆ’ ความสัมพันธ์ของเด็กสวนกุหลาบมันจะรักกันแบบที่คนภายนอกก็ไม่มีวันเข้าใจ ฟังดูแล้วน่าหมั่นไส้นะ แต่โรงเรียนเราปลูกฝังกันมาแบบนี้จริง</p>



<p>ทุกวันนี้เราก็ยังให้ความสำคัญกับเพื่อนเหมือนเดิม มีรุ่นพี่อายุ 70, 80 ปีที่ยังติดต่อกันเหมือนเดิม เด็กคนนั้นที่ใช้เวลา 6 ปีเติบโตในโรงเรียน มีเพื่อนสามคนที่เห็นบนปก a day (บิ๊กโชว์ ลุง โบ๊ท) และมีเพื่อนอีกนับเจ็ดร้อยคนที่ไม่ได้อยู่บนปก ซึ่งในวันนี้แต่ละคนก็มีชีวิตที่ก้าวไปอีกขั้น&nbsp;</p>



<p>อย่างเพื่อน 2 คน คือบิ๊กโชว์​กับโบ๊ทก็มีลูกและภรรยาแล้ว และเราเองก็เป็นพิธีกรแต่งงานให้กับทั้งสองคนเลย ก็มีเรื่องใหม่ให้เขาได้เรียนรู้ ฟังดูเหมือนเขาเป็นผู้ใหญ่โตแล้ว แต่เขาก็คือเด็กอ่อนหัดของการที่เป็นพ่อแม่มือใหม่ แต่เขาก็มีวิธีของเขา เราเองยังไม่มีซึ่งก็ถือว่าเด็กมากกว่าพวกเขาอีกในการที่จะมีประสบการณ์เรื่องพวกนี้”</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>a day สำหรับเปอร์</strong> </h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>หัวหอกนิตยสารวัยรุ่นและเพื่อนบ้านที่มอบโอกาส</strong></h4>



<p>“a day เป็นเสมือนเพื่อนบ้านเรา เพราะสมัยนั้นออฟฟิศทำงานเขาตั้งอยู่หน้าปากซอยบ้านเรา&nbsp; เราจะมีความสนิทชิดเชื้อกับพี่กล้อง-ทรงกลด บางยี่ขัน พี่เป้ง-ทรงพล จั่นลา เขาคือคนทำงานยุคแรกๆ ใน a day และด้วยความไปมาหาสู่พี่ๆ กันบ่อยๆ ก่อนหน้านี้&nbsp; a day เคยมีรายการทีวีเพื่อวัยรุ่นชื่อ Knock Knock! TV มาแล้ว แต่วันหนึ่งเขาอยากจะทำรายการทีวีที่แสดงความเป็น a day ขึ้นมา ชื่อรายการว่า หนึ่งวันเดียวกัน เขาหาคนรุ่นใหม่ที่สามารถเป็นพิธีกรได้ก็นึกถึงเรากับซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ พวกเราก็เลยได้เป็นพิธีกรคู่กัน ซึ่งนี่ไม่ใช่รายการแรกในชีวิตของพี่ เพราะพี่เคยทำรายการอื่นมาแล้ว&nbsp;</p>



<p>เราตัดสินใจทำเพราะเรารู้สึกว่า พอพูดชื่อพี่ดู๋-สัญญา คุณากร ใครๆ ก็จะนึกว่าเป็นเจ้าของรายการเจาะใจ หรือพี่นีโน่-เมทนี บุรณศิริ ก็จะนึกถึงรายการมาสเตอร์คีย์ เขาอยู่จนคนดูรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของรายการ a day ยังไม่มีภาพนั้น เราก็เลยอยากมาบุกเบิกเป็นพิธีกรที่นี่ แม้ว่าก่อนหน้านี้เราจะเคยทำพิธีกรที่แกรมมี่แล้วก็เถอะ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>พอเราทำรายการหนึ่งวันเดียวกันไปได้สักพัก ก็เจอกับพี่ปิงปอง-นิติพัฒน์ สุขสวย และพี่โหน่ง- วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ (อดีตผู้ก่อตั้งนิตยสาร a day ร่วมด้วย เอก ภาสกร ประมูลวงศ์ในตอนนั้น) ซึ่งก็น่ารักมากโดยเฉพาะพี่ปิงปองที่จับเรามาเป็นพิธีกรรายการ The Idol คนบันดาลใจ ของ a day ต่อ</p>



<p>ประเด็นก็คือตอนเด็กๆ อะไรที่เราไม่ชอบก็จะไม่ทำ เราจะทำเฉพาะสิ่งที่ชอบเรื่องเงินไม่เกี่ยว แต่ตัวตนของ a day ไปด้วยกันได้กับตัวตนที่คุยกับเรารู้เรื่อง เราชอบ ดังนั้นเลยต้องบอกว่า เราเข้าวงการได้เพราะ GTH เราไปเป็นดีเจได้ก็ที่ Fat Radio เราได้รับการอบรมสั่งสอนจาก JSL Global Media (บริษัทผู้ผลิตรายการโทรทัศน์)​ เราเป็นพิธีกรที่คนจดจำเราในฐานะตำแหน่งนี้ได้ก็เพราะ a day เราได้ทำงานในเชิงลึกมากขึ้น เรามีโอกาสสัมภาษณ์คนที่ประสบความสำเร็จในประเทศเยอะๆ ก็เพราะ a day มอบโอกาสให้เราในตอนนั้น แต่จริงๆ ก็ต้องยกเครดิตให้พี่ปิงปองและพี่เป้งด้วย เพราะตัวบุคคลเป็นตัวที่นึกถึงเรา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/8-4-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-174190" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/8-4-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/8-4-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/8-4-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/8-4-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/8-4-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/8-4.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>a day ทำให้เรื่องที่คนไม่ค่อยสนใจกลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และดึงดูดคนที่มีความสนใจหรือชอบอ่านอะไรที่แปลกๆ พิเศษๆ ก็จะเลือกอ่านอะเดย์ เพราะคอนเทนต์เป็นแบบนั้น คนที่ชอบอ่านส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนเก๋ๆ มีลักษณะเฉพาะตัว เลยทำให้คนกลุ่มหนึ่งซื้อ a day เพราะเหมือนเป็นแบรนด์ดิ้งที่ชัดเจนว่าเป็นเด็กเก่ง เด็กเท่ห์ เราก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ไม่ได้อ่านแต่กูอยากดูเป็นเด็กเก๋ๆ ก็เลยถือไปเที่ยว แต่ก็จะหยิบมาอ่านบ้างแล้วพออ่านก็ชอบด้วย เพราะฉะนั้นเราเองก็ผูกพันมากับ a day เพราะเราก็โตมากับการได้เห็นหนังสือ a day ที่เรียกว่าเป็นหัวหอกนิตยสารเพื่อวัยรุ่นมาตั้งแต่เล่มแรกแล้ว”</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>วิชาชีวิตในวันนี้</strong> </h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ไม่มีอะไรคงอยู่ถาวร…</strong></h4>



<p>“ตอนเด็กเราซ่ายังไง ตอนนี้ก็ยังซ่าเหมือนเดิมแต่อาจจะมีเปลี่ยนแปลงแต่ก็คล้ายเดิมอยู่ ก็คือยังเป็นคนที่ชอบเรียนรู้ อยากทำอะไรใหม่ๆ อยากเก่งขึ้น แต่คงไม่ขิงแล้ว คงลดตัวตน ลดอีโก้ลง แบบชีวิตจะเป็นแบบไหนก็ได้ แล้วก็จะใจเย็นลง มีเมตตากว่าเดิม มันสำคัญมากที่เราจะต้องฝึกฝนเพราะบางทีอะไรที่มันไม่ถูกใจเราก็จะเกิดอารมณ์โกธรไปเสียหมด เราเคยอยากให้ทุกอย่างเป็นดั่งที่ใจต้องการนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เราพยายามลดทุกอย่างแล้วบอกกับตัวเองตลอดว่า มันไม่มีอะไรเป็นไปอย่างที่ใจเราต้องการ เราก็ต้องยอมรับมันให้ได้​</p>



<p>แล้วตอนนี้เราให้ความสำคัญกับเรื่องครอบครัว เพราะระยะเวลาที่จะได้อยู่กับครอบครัวลดลงไปทุกที&nbsp; เราเสียคุณพ่อไปแล้ว ซึ่งก่อนคุณพ่อเสีย คุณย่าก็อยู่ไอซียู คุณพ่อกำลังเตรียมการจากไปของคุณย่า ทุกคนก็เตรียมใจ แต่ใครจะรู้ว่าในระหว่างทางคุณพ่อกลับกลายเป็นคนที่จากคุณย่าไปเสียก่อน แล้วหลังเสร็จพิธีงานศพคุณพ่อไปได้ 1 สัปดาห์ คุณย่าก็จากตามไป</p>



<p>&nbsp;มันเลยทำให้เราเรียนรู้หลายๆ อย่างว่า <strong>หนึ่ง</strong> เราไม่มีทางรู้หรอกว่าเราจะจากกันเมื่อไหร่&nbsp; ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตาย การที่เราเตรียมใจว่าจะต้องจากใครสักคนในความสัมพันธ์ หารู้ไม่ เราอาจจะเป็นคนที่จากเขาไปก็ได้ <strong>สอง</strong> เราไม่มีทางรู้ว่าเท่าไหร่ถึงจะพอ คือคุณพ่อพี่อายุ 72 ปี แล้วเพิ่งเสียชีวิตไปอย่างฉับพลัน เราจะพูดกับตัวเองว่าไม่น่าไปเร็วเลย ต่อให้เขาอายุ 80 หรือ 90 เราก็ไม่อยากให้พ่อไป มันไม่มีคำว่าพอเลย ไป 80 ไป 90 หรือไปตอนนี้ สุดท้ายแล้วก็เสียใจเหมือนกัน ไม่มีอะไรถาวร</p>



<p>ทุกอย่างมีลิมิตไม่ว่าจะเป็นเวลา ชีวิต ทรัพยากร วันหนึ่งเมื่อมันหมดก็คือหมด ทุกอย่างล้วนมีการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ว่าเป็นบริบทอายุที่มากขึ้นทำให้มีมุมมองที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา ร่างกายเปลี่ยน อากาศเปลี่ยน การโคจรของโลกก็เปลี่ยน เราห้ามการเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ การยึดติดอยากให้ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิมจะทำให้เป็นทุกข์ เราเข้าใจตรงนี้ก็เลยไม่ค่อยทุกข์เท่าไหร่ ตอนพ่อเสียเราก็ยังทำงานสัมภาษณ์อยู่ไม่กลับไปหาพ่อ เพราะรู้ว่ากลับไปพ่อก็ไม่ฟื้น&nbsp;</p>



<p>จะบอกว่าการอกหักนี่ดูเหมือนเป็นเรื่องทั่วไปนะ แต่ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นโอกาสให้เราได้ฝึกฝนสภาวะจิตใจเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันต่อการเตรียมพร้อมเผชิญปัญหาต่างๆ ในอีก 10 ปีให้หลัง โดยที่เราเข้าใจบริบททุกอย่างได้รวดเร็ว จึงไม่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับเราแล้ว&#8221;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/7-5-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-174191" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/7-5-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/7-5-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/7-5-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/7-5-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/7-5-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/7-5.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/per-on-that-day/">‘เปอร์-สุวิกรม อัมระนันทน์’ จากวัยว้าวุ่นคลั่งรักสู่วัยแตกฉานความสุขที่ ‘ไม่มีอะไรถาวร’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทลายเรื่องหนักหัวด้วยการขีดเขียนไดอารี เล่าความรู้สึกเพื่อเรียกตัวเองให้กลับมายิ้มอีกครั้ง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/diary-story/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุธาสินี สุทธะโส]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Apr 2024 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=174006</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยรู้สึกเหมือนกำลังแบกก้อนหินหนักๆ ไว้ในหัวไหม?<br />
ฉันนึกไปถึงวันแรกของการเริ่มทำงานในที่ใหม่ ซึ่งต้องรับมือกับการปรับตัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพื่อนร่วมงาน บรรยากาศการทำงานที่เปลี่ยนไป การสร้างความสัมพันธ์ในสังคมใหม่ที่เสมือนต้องเริ่มนับหนึ่งอีกครั้ง เป็นเพราะลึกๆ ฉันคาดหวังว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเริ่มต้นด้วยดี </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/diary-story/">ทลายเรื่องหนักหัวด้วยการขีดเขียนไดอารี เล่าความรู้สึกเพื่อเรียกตัวเองให้กลับมายิ้มอีกครั้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เคยรู้สึกเหมือนกำลังแบกก้อนหินหนักๆ ไว้ในหัวไหม?</p>



<p>ฉันนึกไปถึงวันแรกของการเริ่มทำงานในที่ใหม่ ซึ่งต้องรับมือกับการปรับตัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพื่อนร่วมงาน บรรยากาศการทำงานที่เปลี่ยนไป การสร้างความสัมพันธ์ในสังคมใหม่ที่เสมือนต้องเริ่มนับหนึ่งอีกครั้ง เป็นเพราะลึกๆ ฉันคาดหวังว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเริ่มต้นด้วยดี&nbsp;</p>



<p>ไม่ใช่แค่เรื่องนั้นที่สร้างความกังวล ปัญหาที่ติดพันมาด้วยทั้งเรื่องครอบครัว เรื่องเพื่อน ดราม่ารอบตัวก็พากันถาโถม ฉันหอบหิ้วทุกเรื่องสะสมมาเป็นความเครียดจนเริ่มฟุ้งซ่านเกินความจำเป็น ส่งผลให้เกิดความรู้สึกประหม่าที่จะก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลง และเผลอปิดรับสิ่งใหม่ๆ อย่างไม่รู้ตัว&nbsp;</p>



<p>เรื่องไม่สบายใจเหล่านี้อาจระบายให้ใครสักคนที่เป็นเซฟโซนของเราฟังได้ แต่กับบางเรื่องที่ไม่รู้จะเล่ายังไง การกลับมานั่งคุยกับตัวเองก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยสำรวจจิตใจได้ ทำให้นึกถึงการฮีลลิงใจง่ายๆ ทำได้ด้วยตนเองอย่างการเขียนบันทึกที่คล้ายไดอารี ในรูปแบบ ‘Free Writting’ หรือชื่อในภาษาไทยคือ ‘การเขียนแบบอิสระ’</p>



<p>เป็นการเขียนที่เน้นฟังเสียงหรือฟังความรู้สึกนึกคิดที่ผุดเข้ามาในหัว ณ ตอนนั้น (แม้จะเป็นความคิดที่เราอยากจะปฏิเสธมันก็ตาม) แล้วปลดปล่อยผ่านการเขียนมันออกมาโดยไม่หยุดมือ ไม่ต้องลบหรือย้อนกลับไปอ่านทวน ไม่ต้องคำนึงถึงความถูกต้องทางภาษา ไม่ต้องลำดับเนื้อเรื่องและบทสรุป ไม่ต้องใช้กระบวนการคิด และไม่ต้องกลัวว่าจะโดนตัดสินจากใคร</p>



<p>เราไม่ได้เขียนเพื่อให้คนอื่นมารับรู้เรื่องราวของเรา แต่เป็นการเขียนที่ให้พื้นที่กับความคิดเพื่อคลี่คลายปัญหาที่วนเวียนอยู่ในหัว เพื่อเยียวยาและโอบกอดตัวเราจากสิ่งที่เกิดขึ้น วิธีนี้พึ่งพาแค่เวลาสัก 10-15 นาทีของทุกๆ วัน มุมสงบที่เป็นส่วนตัว อุปกรณ์อย่างปากกาและสมุดสักเล่มที่พร้อมจะมาเป็นโถส้วมประจำตัวให้เราได้อ้วกสิ่งที่อยู่ในหัวออกไปแค่นั้นก็พอ</p>



<p><em>‘มาทำงานวันแรกก็รู้สึกแย่เลย เพราะไม่ได้ไปกินข้าวกับเพื่อน ฉันเป็นคนชวนคุยไม่เก่ง ยิ่งถ้าไม่สนิทกับใครก็จะชอบนั่งเงียบๆ&nbsp; กลัวทำบรรยากาศพังก็เลยไม่กล้าไป</em>’</p>



<p>‘<em>ระหว่างเดินทางกลับบ้าน เห็นน้องหมาอยู่ข้างถนนตัวผอมมาก ดูเหมือนจะหิว แต่ฉันเลือกเดินผ่าน ทำไมไม่ซื้ออะไรให้มันกินเลยนะ โห แต่ประชุมโปรเจกต์เมื่อวานมันเหนื่อยมากเลยว่ะ เพิ่งมาทำงานที่นี่เข้าวันที่สองแต่ยังงงๆ อยู่เลย แล้วเนื้องานก็ยากต้องมานั่งคิดไอเดียอีก เออ แล้วฉันก็เอาแต่คิดอยู่ตลอดเวลาจนเมินหมาอะ เนี่ยขนาดเพิ่งตื่นนอนเมื่อกี้ เรื่องแรกที่ผุดเข้ามาในหัวก็เป็นเรื่องงาน เรื่องเพื่อนร่วมงานที่เรายังไม่สนิทสักทีและไม่รู้จะคุยอะไรด้วย’</em></p>



<p>เมื่อเปิดโอกาสให้ความคิดได้โลดแล่น มือก็เขียนไปได้เรื่อยๆ อย่างไม่หยุดมือ ก็นับเป็นช่วงเวลาที่จะได้ดำดิ่ง ขุดค้นก้อนความรู้สึกลึกๆ ในใจไปสู่การมองเห็นตัวเองอีกมุมหนึ่ง ฉันรับรู้สาเหตุของความเครียดที่เกิดขึ้น มาจากความจริงว่าที่ ฉันกลัวจะทำงานไม่ดี และเข้ากับคนในออฟฟิศใหม่ไม่ได้ แม้ว่านี่จะเป็นการรับรู้ความรู้สึกเชิงลบของตนเอง แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือความหนักอึ้งที่เคยแบกไว้เริ่มทุเลาลง ความกังวลต่างๆ ลดน้อยลง ไม่จมอยู่กับความคิด และกลับมามีความรู้สึกเชิงบวกอีกครั้ง</p>



<p>ผลลัพธ์ที่ว่านี้สอดคล้องไปกับการศึกษาในปี 2014 ที่ได้ตีพิมพ์ใน Cognitive Therapy and Research อธิบายไว้ว่า การเขียนสิ่งกระทบกระเทือนจิตใจ ช่วยลดอาการวิตกกังวลและอาการซึมเศร้าได้ เพราะเราจะหันกลับมาสังเกตความคิด ความรู้สึก พฤติกรรม ส่งผลต่อการเปิดรับมุมมองใหม่ๆ ที่กว้างขึ้น ตระหนักรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า สิ่งใดควรแก้ไข สิ่งใดทำแล้วรู้สึกดี ช่วยให้เราเรียนรู้ที่จะเข้าใจในตนเองได้ดี</p>



<p>นอกจากนี้การเขียนติดต่อกันทุกๆ วันช่วยฝึกการจัดลำดับเรื่องราว ส่งผลดีกับคนที่พูดไม่เก่ง ไปจนถึงการจัดระเบียบอารมณ์และความคิด ที่ช่วยให้เราโฟกัสกับการใช้ชีวิตที่อยู่กับปัจจุบัน และไม่ไขว้เขวไปกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง แม้จะเป็นเรื่องที่ยากไปบ้างที่เราจะรักษาสิ่งที่เรียกว่า ‘สุขภาพจิตที่ดี’ ท่ามกลางสังคมที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่อย่างน้อยวิธีนี้ก็ทำให้เรารู้เท่าทันอารมณ์ตัวเองได้เร็วล่ะนะ</p>



<p>จากเดิมที่เดินเข้าออฟฟิศมาด้วยความงุ่มง่าม คิดมากว่าจะทักทายเพื่อนร่วมงานใหม่ยังไงดี&nbsp; ทุกๆ วันจะต้องมีสมุดเล่มสี่เหลี่ยมเล็กๆ ไว้พึ่งพาใจก่อนเริ่มวันใหม่ แต่ฉันในวันนี้กลับสามารถยิ้มทัก ชวนคุยและไปกินข้าวกลางวันกับพวกเขาได้อย่างสบายใจแล้ว ทั้งยังรู้สึกว่าในหัวจะเปิดโล่งรับแรงบันดาลใจใหม่ๆ ที่เก็บเกี่ยวได้ง่ายๆ จากสิ่งรอบตัวนี่เอง&nbsp;</p>



<p>ถ้าเป็นก่อนหน้านี้คงมองไม่เห็นไปแล้ว ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ&nbsp;</p>



<p>การเขียนเป็นอีกหนึ่งวิธีฮีลใจที่ช่วยเรียกตัวตนกลับมา ใครที่กำลังเครียด หรือกำลังแบกรับอะไรสักอย่างจนรู้สึกหลงทางและกำลังมองหาทางออก ลองถอยหลังหลบเข้ามุมสงบแล้วหยิบกระดาษปากกามาเขียนตามเสียงในหัวดูนะ แล้วเธอจะกลับมายิ้มให้ตัวเองได้อีกครั้งแน่นอน&nbsp;</p>



<p></p>



<p>ข้อมูลอ้างอิง: <a href="https://seattleanxiety.com/psychiatrist/2023/4/4/writing-to-heal#end1">https://seattleanxiety.com/psychiatrist/2023/4/4/writing-to-heal#end1</a></p>



<p><a href="https://exploringyourmind.com/writing-therapeutic-tool/">https://exploringyourmind.com/writing-therapeutic-tool/</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/diary-story/">ทลายเรื่องหนักหัวด้วยการขีดเขียนไดอารี เล่าความรู้สึกเพื่อเรียกตัวเองให้กลับมายิ้มอีกครั้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านจากจินตนาการที่ใส่ความเป็นเด็กของศิลปิน I Draw a House for My Friends</title>
		<link>https://adaymagazine.com/i-draw-a-house-for-my-friends/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุธาสินี สุทธะโส]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Mar 2024 10:12:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพวาด]]></category>
		<category><![CDATA[i draw a house for my friends]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=173671</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าให้จินตนาการถึงบ้านในฝัน คุณอยากได้บ้านแบบไหน…? ตามปกติแล้ว หน้าตาของบ้านก็น่าจะประกอบไปด้วยสามเหลี่ยมหน้าจั่ว สี่เหลี่ยมจตุรัส และสี่เหลี่ยมผืนผ้าใช่ไหมล่ะ แต่กับภาพวาดบ้านของ ‘I Draw a House for My Friends’ หรือ ‘มุก-มิรา สุรีรัตน์’ ศิลปินนักวาดภาพประกอบ กลับทำให้เรารู้สึกว่า จริงๆ แล้ว บ้านจะมีหน้าตาหรือมีรูปทรงแบบไหนก็ได้เหมือนกันนะ&#160; มุกเล่าว่า เธอชื่นชอบธรรมชาติและการไปเดินป่ากับครอบครัว บวกกับชอบเติมความแปลกประหลาดที่มาจากจินตนาการของเธอลงไปในสิ่งปกติธรรมดา เธอจึงเริ่มทักถามบ้านในฝันของเพื่อนๆ แล้ววาดออกมาเป็นบ้านที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ใบเขียว วาดไปได้สักพัก ก็เริ่มเปลี่ยนรูปทรงของบ้านให้มีความแปลกมากขึ้น เช่น&#160; ภาพวาดบ้านในทรงพระจันทร์ บ้านในรูปทรงสัตว์ หรือบ้านรูปทรงสุดเซอร์เรียล พร้อมแต้มสีสันให้ดูน่ารัก สดใส ไม่ทิ้งลายความชอบและหัวใจที่เป็นเด็กของมุก “เราชอบที่จะเอาตัวเองไปอยู่ตามธรรมชาติ และสถานที่ต่างๆ มันเลยสนุกที่จะวาดในสิ่งที่จินตนาการเข้าไป พอวาดยอดพระจันทร์ จะคิดแล้วว่า มันจะเป็นรูปร่างแบบไหน แล้วใต้พระจันทร์จะเป็นอะไร หรือถ้าเราไปอยู่มุมนี้ มันจะมีอะไรบ้าง ซึ่งภาพที่ออกมาไม่ว่าจะเป็นรูปทรงไหนก็เซอร์ไพรส์ดี เพราะมันคงไม่เกิดขึ้นจริงแน่ๆ มันก็สนุกอีกที่จะลองคิดว่า ถ้าเราไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ มันจะเป็นยังไง”&#160; และมุกก็อยากให้ภาพวาดของเธอ ทำงานแบบนั้นกับคนที่เข้ามาดูด้วยเช่นกัน&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; “สุดท้ายภาพวาดมันสะท้อนอารมณ์และประสบการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ ของเรา บางทีมันก็ดูอบอุ่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/i-draw-a-house-for-my-friends/">บ้านจากจินตนาการที่ใส่ความเป็นเด็กของศิลปิน I Draw a House for My Friends</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ถ้าให้จินตนาการถึงบ้านในฝัน คุณอยากได้บ้านแบบไหน…?</p>



<p>ตามปกติแล้ว หน้าตาของบ้านก็น่าจะประกอบไปด้วยสามเหลี่ยมหน้าจั่ว สี่เหลี่ยมจตุรัส และสี่เหลี่ยมผืนผ้าใช่ไหมล่ะ แต่กับภาพวาดบ้านของ ‘I Draw a House for My Friends’ หรือ ‘มุก-มิรา สุรีรัตน์’ ศิลปินนักวาดภาพประกอบ กลับทำให้เรารู้สึกว่า จริงๆ แล้ว บ้านจะมีหน้าตาหรือมีรูปทรงแบบไหนก็ได้เหมือนกันนะ&nbsp;</p>



<p>มุกเล่าว่า เธอชื่นชอบธรรมชาติและการไปเดินป่ากับครอบครัว บวกกับชอบเติมความแปลกประหลาดที่มาจากจินตนาการของเธอลงไปในสิ่งปกติธรรมดา เธอจึงเริ่มทักถามบ้านในฝันของเพื่อนๆ แล้ววาดออกมาเป็นบ้านที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ใบเขียว</p>



<p>วาดไปได้สักพัก ก็เริ่มเปลี่ยนรูปทรงของบ้านให้มีความแปลกมากขึ้น เช่น&nbsp; ภาพวาดบ้านในทรงพระจันทร์ บ้านในรูปทรงสัตว์ หรือบ้านรูปทรงสุดเซอร์เรียล พร้อมแต้มสีสันให้ดูน่ารัก สดใส ไม่ทิ้งลายความชอบและหัวใจที่เป็นเด็กของมุก</p>



<p>“เราชอบที่จะเอาตัวเองไปอยู่ตามธรรมชาติ และสถานที่ต่างๆ มันเลยสนุกที่จะวาดในสิ่งที่จินตนาการเข้าไป พอวาดยอดพระจันทร์ จะคิดแล้วว่า มันจะเป็นรูปร่างแบบไหน แล้วใต้พระจันทร์จะเป็นอะไร หรือถ้าเราไปอยู่มุมนี้ มันจะมีอะไรบ้าง ซึ่งภาพที่ออกมาไม่ว่าจะเป็นรูปทรงไหนก็เซอร์ไพรส์ดี เพราะมันคงไม่เกิดขึ้นจริงแน่ๆ มันก็สนุกอีกที่จะลองคิดว่า ถ้าเราไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ มันจะเป็นยังไง”&nbsp;</p>



<p>และมุกก็อยากให้ภาพวาดของเธอ ทำงานแบบนั้นกับคนที่เข้ามาดูด้วยเช่นกัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“สุดท้ายภาพวาดมันสะท้อนอารมณ์และประสบการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ ของเรา บางทีมันก็ดูอบอุ่น ดูเศร้าๆ หรือดูเป็นบ้านที่มีบรรยากาศรายล้อมไปด้วยความสุข แต่ยังไงก็ตาม เรารู้สึกว่า บ้านเป็นที่อยู่อาศัยที่มีโครงสร้างที่มั่นคง และสามารถบ่งบอกถึงตัวตนของผู้คนได้ แล้วบ้านที่เราวาด มันก็คือตัวตนของมุกทั้งหมด”</p>



<p>มาร่วมกันเดินเข้าไปสำรวจบ้านผ่านผลงานมุกได้ทาง Instagram : <a href="https://www.instagram.com/i.draw.a.house/">https://www.instagram.com/i.draw.a.house/</a></p>



<figure class="wp-block-gallery columns-3 is-cropped wp-block-gallery-4 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/13-1-1024x1024.jpg" alt="" data-id="173711" data-link="https://adaymagazine.com/i-draw-a-house-for-my-friends/13-1-11/" class="wp-image-173711" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/13-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/13-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/13-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/13-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/13-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/13-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/13-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/13-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/13-1.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/12-1024x1024.jpg" alt="" data-id="173712" data-link="https://adaymagazine.com/i-draw-a-house-for-my-friends/12-148/" class="wp-image-173712" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/12-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/12-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/12-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/12-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/12-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/12-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/12-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/12-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/12.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/11-1-1024x1024.jpg" alt="" data-id="173713" data-link="https://adaymagazine.com/i-draw-a-house-for-my-friends/11-1-12/" class="wp-image-173713" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/11-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/11-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/11-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/11-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/11-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/11-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/11-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/11-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/11-1.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/10-1024x1024.jpg" alt="" data-id="173714" data-link="https://adaymagazine.com/i-draw-a-house-for-my-friends/10-181/" class="wp-image-173714" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/10-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/10-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/10-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/10-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/10-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/10-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/10-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/10-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/10.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/9-2-1024x1024.jpg" alt="" data-id="173715" data-link="https://adaymagazine.com/i-draw-a-house-for-my-friends/9-2-7/" class="wp-image-173715" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/9-2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/9-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/9-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/9-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/9-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/9-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/9-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/9-2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/9-2.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/8-1024x1024.jpg" alt="" data-id="173716" data-link="https://adaymagazine.com/i-draw-a-house-for-my-friends/8-188/" class="wp-image-173716" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/8-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/8-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/8-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/8-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/8-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/8-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/8-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/8-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/8.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/7-683x1024.jpg" alt="" data-id="173717" data-link="https://adaymagazine.com/i-draw-a-house-for-my-friends/7-210/" class="wp-image-173717" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/7-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/7-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/7-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/7-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/7-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/7.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/6-1024x1024.jpg" alt="" data-id="173718" data-link="https://adaymagazine.com/i-draw-a-house-for-my-friends/6-212/" class="wp-image-173718" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/6-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/6-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/6-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/6-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/6-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/6-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/6-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/6-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/6.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/5-1024x1024.jpg" alt="" data-id="173719" data-link="https://adaymagazine.com/i-draw-a-house-for-my-friends/5-239/" class="wp-image-173719" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/5-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/5-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/5-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/5-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/5-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/5-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/5-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/5-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/5.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1080" height="1080" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/4-1024x1024.jpg" alt="" data-id="173720" data-link="https://adaymagazine.com/i-draw-a-house-for-my-friends/4-262/" class="wp-image-173720" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/4-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/4-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/4-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/4-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/4-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/4-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/4-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/4-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/4.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3-1024x1024.jpg" alt="" data-id="173721" data-link="https://adaymagazine.com/i-draw-a-house-for-my-friends/3-288/" class="wp-image-173721" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2-1024x1024.jpg" alt="" data-id="173722" data-link="https://adaymagazine.com/i-draw-a-house-for-my-friends/2-300/" class="wp-image-173722" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li></ul></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/i-draw-a-house-for-my-friends/">บ้านจากจินตนาการที่ใส่ความเป็นเด็กของศิลปิน I Draw a House for My Friends</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
