<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ณัฐวุฒิ เตจา, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/natthawut-teja/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 25 Jun 2021 11:24:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>คุยกับ COPTER ศิลปินหนุ่มขี้อายผู้ใช้เพลงเศร้าแบบมูฟออนไม่ไหวมาขโมยหัวใจคนฟัง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/copter/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Your Favorite Writer's Favorite Writer]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Jun 2021 13:01:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Coptersmurf]]></category>
		<category><![CDATA[Boxx Music]]></category>
		<category><![CDATA[แล้วไง]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[คอปเตอร์-วิศรุต เล้าเจริญชัย]]></category>
		<category><![CDATA[interview]]></category>
		<category><![CDATA[เธอบอกว่าฉันไม่ดี]]></category>
		<category><![CDATA[q & a day]]></category>
		<category><![CDATA[กลับมาทำไมหา]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นได้แค่เพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[Tilly Birds]]></category>
		<category><![CDATA[เดี๋ยวเธอกับเขาก็คืนดีกัน]]></category>
		<category><![CDATA[Copter]]></category>
		<category><![CDATA[จำได้ไหม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=137210</guid>

					<description><![CDATA[<p>กาต้มน้ำกำลังเดือด ถ้วยบะหมี่สำเร็จรูปปิดฝาไว้คล้ายรอให้เส้นสุก มือข้างหนึ่งควงปากกาอยู่หน้าสมุดจด และหน้าจอคอมพิวเตอร์กำลังเปิดรูปมีมแมวชื่อดัง&#160; COPTER ภาพเหตุการณ์ที่ว่ามาทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านลายเส้นสุดคิวต์ที่ถูกวาดขึ้นประกอบเพลง เธอบอกว่าฉันไม่ดี ของ COPTER ศิลปินปริศนาผู้ไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็นในเอ็มวีเลยสักวินาทีเดียว แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าถึงจะไม่เปิดตัว ยอดวิวของเพลงเพลงนี้ก็พุ่งแตะล้านวิวได้ในเวลาแค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้น ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย แต่เป็นคอนเซปต์ที่ คอปเตอร์–วิศรุต เล้าเจริญชัย ศิลปินหนุ่มวัย 21 ปีวางแผนมาเป็นอย่างดี ด้วยความตั้งใจที่อยากให้คนฟังได้ ‘ฟัง’ เพลงจริงๆ และชอบหรือไม่ชอบมันอย่างที่มันเป็น คอปเตอร์เกิดที่ขอนแก่น เติบโตมากับครอบครัวที่เสพติดการร้องคาราโอเกะเป็นประจำ เมโลดี้ของดนตรีจึงเปรียบเสมือนปัจจัยที่ 5 ในชีวิต คอปเตอร์ฝันอยากทำเพลงมาตั้งแต่เด็ก เขาเปิดช่องยูทูบคัฟเวอร์กีตาร์ตั้งแต่อยู่ ป.5 ฝึกฝนความเชี่ยวชาญจนสามารถแต่งเพลงของตัวเองและส่งเดโมไปตามค่ายเพลงต่างๆ ด้วยความหวังอยากเป็นศิลปิน ใครจะรู้ว่างานของเขาไปเตะตา (หรือหู) BOXX Music ค่ายสุดท้ายที่เขายื่นส่งไปโดยไม่หวังผลอะไร หลังจากเดบิวต์ในฐานะศิลปินได้ไม่นาน เขาก็ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยหลังเข้าเรียนได้เพียง 3 เดือนเพื่อออกมาทำงานเพลงอย่างจริงจัง ตั้งแต่ปล่อย เธอบอกว่าฉันไม่ดี เมื่อปี 2562 คอปเตอร์ก็ตัดสินใจเปิดเผยตัวตนในเพลงต่อมาเพื่อให้คนฟังได้รู้จักเขาอย่างแท้จริง สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือในเพลงแต่ละเพลง คอปเตอร์จะอยู่ร่วมในทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกเพลงนั้นคงเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นบีตป๊อปๆ ที่ต้องมีท่อนโซโล่กีตาร์ในแทบทุกเพลง เนื้อร้องเชิงประชดประชันแต่ไม่ก้าวร้าว หรือท่อนจบที่กระแทกใจคนมูฟออนไม่ได้เป็นพิเศษ จนหลายคนยกให้เขาเป็นศิลปินเจ้าประจำแห่งวงการเพลงอกหักคนใหม่&#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/copter/">คุยกับ COPTER ศิลปินหนุ่มขี้อายผู้ใช้เพลงเศร้าแบบมูฟออนไม่ไหวมาขโมยหัวใจคนฟัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>กาต้มน้ำกำลังเดือด ถ้วยบะหมี่สำเร็จรูปปิดฝาไว้คล้ายรอให้เส้นสุก มือข้างหนึ่งควงปากกาอยู่หน้าสมุดจด และหน้าจอคอมพิวเตอร์กำลังเปิดรูปมีมแมวชื่อดัง&nbsp;<span style="display:none;"> COPTER </span></p>



<p>ภาพเหตุการณ์ที่ว่ามาทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านลายเส้นสุดคิวต์ที่ถูกวาดขึ้นประกอบเพลง <em>เธอบอกว่าฉันไม่ดี</em> ของ COPTER ศิลปินปริศนาผู้ไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็นในเอ็มวีเลยสักวินาทีเดียว</p>



<p>แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าถึงจะไม่เปิดตัว ยอดวิวของเพลงเพลงนี้ก็พุ่งแตะล้านวิวได้ในเวลาแค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้น</p>



<p>ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย แต่เป็นคอนเซปต์ที่ <strong>คอปเตอร์–วิศรุต เล้าเจริญชัย </strong>ศิลปินหนุ่มวัย 21 ปีวางแผนมาเป็นอย่างดี ด้วยความตั้งใจที่อยากให้คนฟังได้ ‘ฟัง’ เพลงจริงๆ และชอบหรือไม่ชอบมันอย่างที่มันเป็น</p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="เธอบอกว่าฉันไม่ดี - COPTER [ Official ]" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/_HqnNDVNDdM?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>คอปเตอร์เกิดที่ขอนแก่น เติบโตมากับครอบครัวที่เสพติดการร้องคาราโอเกะเป็นประจำ เมโลดี้ของดนตรีจึงเปรียบเสมือนปัจจัยที่ 5 ในชีวิต คอปเตอร์ฝันอยากทำเพลงมาตั้งแต่เด็ก เขาเปิดช่องยูทูบคัฟเวอร์กีตาร์ตั้งแต่อยู่ ป.5 ฝึกฝนความเชี่ยวชาญจนสามารถแต่งเพลงของตัวเองและส่งเดโมไปตามค่ายเพลงต่างๆ ด้วยความหวังอยากเป็นศิลปิน</p>



<p>ใครจะรู้ว่างานของเขาไปเตะตา (หรือหู) BOXX Music ค่ายสุดท้ายที่เขายื่นส่งไปโดยไม่หวังผลอะไร หลังจากเดบิวต์ในฐานะศิลปินได้ไม่นาน เขาก็ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยหลังเข้าเรียนได้เพียง 3 เดือนเพื่อออกมาทำงานเพลงอย่างจริงจัง</p>



<p>ตั้งแต่ปล่อย <em>เธอบอกว่าฉันไม่ดี</em> เมื่อปี 2562 คอปเตอร์ก็ตัดสินใจเปิดเผยตัวตนในเพลงต่อมาเพื่อให้คนฟังได้รู้จักเขาอย่างแท้จริง สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือในเพลงแต่ละเพลง คอปเตอร์จะอยู่ร่วมในทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกเพลงนั้นคงเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นบีตป๊อปๆ ที่ต้องมีท่อนโซโล่กีตาร์ในแทบทุกเพลง เนื้อร้องเชิงประชดประชันแต่ไม่ก้าวร้าว หรือท่อนจบที่กระแทกใจคนมูฟออนไม่ได้เป็นพิเศษ จนหลายคนยกให้เขาเป็นศิลปินเจ้าประจำแห่งวงการเพลงอกหักคนใหม่&nbsp;</p>



<p>ล่าสุดเขาปล่อยซิงเกิล <em>เดี๋ยวเธอกับเขาก็คืนดีกัน</em> ที่ชวนเติร์ดจากวง Tilly Birds มาร่วมฟีเจอริงความเศร้าด้วยกัน ซึ่งจับใจคนอยู่ในเฟรนด์โซนได้อย่างไม่ต้องสงสัย </p>



<p>คำถามคือภายใต้เสียงเหงาๆ และเมโลดี้ติดหูเหล่านี้มีที่มาที่ไปยังไง นั่นคือเหตุผลที่เรามานั่งคุยกับเขาในวันนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-11-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137231" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-11-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-11-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-11-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-11-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-11-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-11-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-11.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ตอนเด็กๆ คอปเตอร์เป็นเด็กแบบไหน</h4>



<p>เป็นเด็กทั่วไปนั่นแหละครับ เคยคิดว่าตัวเองขี้อาย ไม่ค่อยกล้าแสดงออก แต่พอกลับไปดูภาพที่เคยถ่ายไว้ตอนเด็กก็มักจะมีภาพในอัลบั้มที่ไปเต้นหน้าชั้นเรียนเสมอ (หัวเราะ) แต่เอาจริงๆ เรามองว่าเราไม่ได้มีความมั่นใจในตัวเองขนาดนั้น เราชอบเขิน เวลาคนมองเราเยอะๆ แล้วจะทำตัวไม่ถูก จริงๆ ทุกวันนี้ก็ยังเป็นถ้าต้องขึ้นเวทีไปเล่นต่อหน้าคนเยอะๆ ยังจัดการกับความคิดและร่างกายตัวเองไม่ได้ เป็นคนไม่ค่อยมั่นใจ อีกอย่างคือถ้าไม่ได้อยู่กับเพื่อนก็จะพูดน้อย ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ที่เขาบอกว่าคนขี้อายมักจะกล้าแสดงออกในด้านอื่นๆ มากกว่าคำพูด สำหรับคุณมันคือการทำเพลงหรือเปล่า</h4>



<p>เป็นเหตุผลหนึ่งเลย เพลงแรกๆ ที่ปล่อยออกมาอย่าง <em>เธอบอกว่าฉันไม่ดี</em> เราก็ไม่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในเอ็มวีแล้วใช้เป็นภาพการ์ตูนแทน เพราะตอนนั้นเราเพิ่งเข้ามาอยู่ที่ BOXX ใหม่ๆ แล้วยังไว้ผมยาว รู้สึกยังไม่ค่อยมั่นใจในลุคตัวเองเท่าไหร่ คือพอใจนะ แต่จะเอาลุคนั้นไปออกเพลงป๊อปก็อาจจะยังไม่ใช่&nbsp;</p>



<p>ประกอบกับตอนนั้นเราคุยคอนเซปต์กับพี่ครีเอทีฟของค่ายว่า ถ้าปล่อยเพลงแรกเราอยากพรีเซนต์ตัวเพลงก่อน เพราะยังไม่มั่นใจว่าจะมาแนวเพลงนี้ดีไหม ไม่แน่ใจว่าคนจะเก็ตซาวนด์และเนื้อเพลงแบบนี้ไหม พี่ครีเอทีฟก็เสนอไอเดียว่างั้นก็ใช้การ์ตูนแอนิเมชั่นในเอ็มวี แล้วให้เราถ่ายบรรยากาศห้องทำงานและสัตว์เลี้ยงของตัวเองมาให้คนวาดดราฟต์ ซึ่งมันก็พรีเซนต์ตัวเราในอีกแบบหนึ่งเหมือนกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-01-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-137249" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-01-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-01-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-01-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-01-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-01-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-01.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">พอปล่อยเอ็มวี <em>เธอบอกว่าฉันไม่ดี</em> ออกไป ยอดวิวก็แตะถึงล้านในสัปดาห์เดียวเลย เคยคิดไหมว่ากระแสจะดีขนาดนี้</h4>



<p>ไม่คิดเลย เพราะว่า ณ วันที่ปล่อยเพลงเราปล่อยให้ฐานะ newcomer เป็นน้องใหม่ ไม่ได้มีฐานแฟนคลับ ไม่ได้เป็นนักร้องจากการประกวด เราหน้าใหม่มากๆ เลย วันนั้นเราเลยไม่ได้มีความคาดหวัง คือใช้คำว่าแอบเสียวด้วยซ้ำว่าจะแป้กหรือเปล่านะ (หัวเราะ) แต่พอสุดท้ายฟีดแบกดีก็เลยรู้ว่าเรามาถูกทางแล้ว เหมือนเราเจอหมุดแล้ว&nbsp;</p>



<p>แล้วพอหลายคนรู้จักเราจากเพลงนี้แต่ไม่รู้ว่าหน้าตาคนร้องเป็นยังไง เวลาไปเล่นคอนเสิร์ตแล้วมีคนถ่ายคลิปแฟนแคมตอนเล่นเพลง <em>เธอบอกว่าฉันไม่ดี</em> ในคลิปก็จะมีเสียงพูดเข้ามาในกล้องเลยว่า เฮ้ย คนนี้ร้องเพลงนี้เหรอ คนนี้เป็นเจ้าของเพลงนี้เหรอ (หัวเราะ)</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ความสำเร็จนี้ทำให้คุณกดดันกับการทำเพลงต่อไปบ้างไหม</h4>



<p>ไม่กดดันเพราะว่าไม่คาดหวังเลย ทุกวันนี้ที่ทำเพลงเราก็ตั้งธงไว้ว่าต้องทำงานให้ดีที่สุด ในขณะเดียวกันก็ต้องแฮปปี้ด้วย เรารู้สึกว่าถ้าเราแฮปปี้ คนฟังแฮปปี้ นั่นคือ success แล้ว เหมือนอย่างเพลง <em>เธอบอกว่าฉันไม่ดี</em> ต่อให้มันไม่ได้ล้านวิวตั้งแต่สัปดาห์แรก แต่ถ้าสมมติว่ามี 20 คอมเมนต์แล้วเขาบอกว่าชอบหมดเลย แค่นั้นเราก็รู้สึกว่าสำเร็จแล้ว เรามองแค่นั้นเลย&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-17-1024x683.jpg" alt="COPTER" class="wp-image-137233" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-17.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วทำไมถึงตัดสินใจเปิดหน้าให้คนฟังเพลงได้เห็น</h4>



<p>หลังจากเพลง <em>เธอบอกว่าฉันไม่ดี</em> เราปล่อยเพลง <em>แล้วไง</em> ซึ่งเอ็มวีก็ยังเป็นแอนิเมชั่นอยู่ พอเพลงต่อมาอย่าง <em>จำได้ไหม</em> ก็เหมือนได้ปรึกษากับพี่ๆ ในค่าย เราไม่ได้เสนอด้วยว่าจะออกกล้อง แต่พี่ๆ เขาคงเห็นอะไรบางอย่าง อาจด้วยลุคที่รู้สึกว่าพร้อมมากขึ้นด้วย เขาเลยบอกว่าเพลงนี้พี่ให้เตอร์เล่นเอ็มวีนะ เราก็งงว่าจริงเหรอ</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">กระแสตอบรับหลังจากเปิดตัวเป็นยังไงบ้าง</h4>



<p>(หัวเราะ) ถ้าเอาตรงๆ ก็ดีขึ้นนะ ต้องยอมรับว่าพอเราเปิดหน้าก็มีคนสนใจมากขึ้น จริงๆ คนเริ่มสนใจมากขึ้นตั้งแต่เปิดหน้าให้สัมภาษณ์ตอนโปรโมตเพลง<em> แล้วไง</em> ตอนนั้นมีคนแชร์รูปเยอะมากทั้งๆ ที่เราลงรูปปกติ&nbsp;</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">พอกระแสดีแบบนี้รู้สึกไหมว่า เฮ้ย เราก็หล่อนี่หว่า น่าจะเปิดหน้ามาตั้งนานแล้ว</h4>



<p>ไม่ๆ ไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย (หัวเราะ) แต่พอกระแสดีมันเหมือนกลับมากดดันตัวเองนิดหนึ่งด้วยซ้ำ เรากลัวคนจะมองว่าเรามาอยู่ตรงนี้ได้เพราะเรื่องหน้าตาหรือเปล่า แอบคิดนิดหนึ่ง แต่สุดท้ายก็เหมือนทิ้งชุดความคิดนี้ไปและเน้นพิสูจน์ตัวเองให้คนเห็นมากกว่าว่าเราก็มีความสามารถนะ อย่างตอนเล่นคอนเสิร์ตเราจะดีไซน์โชว์ว่าต้องมีซีนโซโล่กีต้าร์ของตัวเองให้คนรู้ว่าเราเล่นได้จริงๆ นะ เหมือนเอาความสามารถตัวเองออกมาให้ทุกคนได้เห็น</p>



<p>อาจเพราะตอนเด็กๆ เราเสพเพลงของวงร็อกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งพี่ๆ เขาจะดิบๆ ไม่ได้เน้นภาพลักษณ์เท่าไหร่ เราก็จะเสพดนตรีและความสามารถของเขามากกว่า เราคิดว่าภาพลักษณ์และลุคมันสำคัญนะ แต่คุณภาพงานก็สำคัญไม่แพ้กัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-23-683x1024.jpg" alt="COPTER" class="wp-image-137237" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-23-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-23-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-23-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-23-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-23-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-23.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">การออกจากมหา&#8217;ลัยมาทำงานในวัยนี้ทำให้เราต้องพยายามมากกว่าคนอื่นไหม</h4>



<p>เอาจริงๆ เหมือนแข่งกับตัวเองมากกว่า ถ้าไม่เรียนก็ต้องทำงาน ต้องหาเงินเลี้ยงตัวเองและที่บ้านด้วย&nbsp;</p>



<p>เราตัดสินใจออกมาเพราะรู้สึกว่าเราไม่จำเป็นต้องรู้สิ่งที่มหา’ลัยสอนก็ได้ รู้เท่าที่เราอยากจะรู้ บางทีสำหรับเรามันอาจจะเสียเวลาชีวิตไปเพราะเราอาจจะไม่ได้รู้จักตัวเอง ไม่ได้ค้นหาตัวเองด้วยซ้ำ เหมือนเราทำตามระบบ คือจบ ม.6 ปุ๊บต้องเข้ามหา’ลัย โดยที่ตอนเข้ามหา’ลัยเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองชอบเรียนดนตรีจริงไหม หรือแค่ชอบเล่น ชอบฟัง พอเข้าไปแล้วเรารู้ว่า เฮ้ย จริงๆ เราอยากทำงานนี่ งั้นตัดสินใจออกมาละกัน เพื่อให้หนึ่ง–ได้ค้นหาตัวเอง และสอง–ได้ทำสิ่งที่ตัวเองคิดว่ามีความสุข</p>



<p>แต่จริงๆ ทุกวันนี้ก็ไม่ได้มองว่าจะต้องไปแข่งกับใครหรือกดดันตัวเองให้เหนือกว่าคนอื่น เรามีความสุขกับการทำงานตรงนี้ และรู้สึกว่ามันได้มีเวลาชีวิตเยอะมากๆ ให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น พอเราอยู่คนเดียวก็ได้คิดทบทวนหลายๆ อย่าง และได้รับผิดชอบตัวเองมากขึ้น</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">เพลงส่วนมากของคุณเป็นเพลงอกหักทั้งนั้นเลย มันมีเสน่ห์ยังไง ทำไมถึงชอบเขียนเพลงอกหักนัก</h4>



<p>จริงๆ อยากให้ตัวเองเขียนเพลงได้ทุกแนวเลย แต่เราแค่รู้สึกว่าเพลงอกหักหรือเพลงเศร้า ไม่ว่าจะมูฟออนได้หรือไม่ได้ มันน่าจะสามารถเข้าถึงทุกคนได้ง่ายกว่า ซึ่งอาจไม่ได้เศร้าหรืออกหักแต่ก็อินได้ อีกเหตุผลหนึ่งคือเราเจอมากับตัวเองด้วย เราเองก็เข้าใจ&nbsp;</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">อย่างซิงเกิลล่าสุด <em>เดี๋ยวเธอกับเขาก็คืนดีกัน</em> คุณไปร่วมงานกับเติร์ด <a href="https://adaymagazine.com/tilly-birds/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Tilly Birds</a> ได้ยังไง แรงบันดาลใจของเพลงนี้มาจากไหน</h4>



<p>มันไม่ได้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของเราเอง แต่เป็นเรื่องของเพื่อนที่ชอบมีเพื่อนอีกคนมาปรึกษาเวลาทะเลาะกับแฟน เวลาเพื่อนคนนั้นเริ่มระหองระแหงเขาก็ชอบบอกว่าจะเลิกแล้ว เพื่อนเราก็ให้คำแนะนำว่าถ้าไม่ไหวก็ถอยออกมาดีกว่า แต่พอผ่านไปไม่นานเพื่อนก็เห็นเขากลับไปคืนดีกัน ก็เอ้า ยังไงล่ะทีนี้&nbsp;</p>



<p>พอเราได้ฟังที่เพื่อนมาบ่นกับเรา อยู่ดีๆ คำว่า ‘เดี๋ยวเธอกับเขาก็คืนดีกัน’ ก็แวบขึ้นมา เราก็จดไว้และคิดว่ามันน่าจะต่อยอดได้&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-22-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137236" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-22-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-22-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-22-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-22-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-22-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-22-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-22.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-20-1024x683.jpg" alt="COPTER" class="wp-image-137235" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-20-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-20-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-20-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-20-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-20-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-20-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-20.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถฟังเรื่องคนอื่นแล้วมาเขียนเพลงได้ ตอนฟังเรื่องนั้นๆ คุณรู้ได้ยังไงว่ามันจะกลายเป็นเพลงที่ดี</h4>



<p>เอาจริงๆ เราก็ไม่รู้หรอก แต่เรารู้สึกว่าไอเดียในการเขียนเพลงมันเกิดขึ้นได้รอบตัวเลย มันอาจจะเป็นแค่ความสนใจของเราเองที่รู้สึกว่าคำคำนี้มันน่าจะเอามาเขียนเป็นเพลงต่อได้ ไม่รู้ว่ามันจะจบยังไง แต่พอเราเขียนไปมันเหมือนเราได้ผจญภัยไปกับเนื้อเพลง และคิดไว้ว่าต้องกำหนดจุดไคลแมกซ์ให้มัน ซึ่งเพลงเพลงนี้มันคือคำว่าเฟรนด์โซน ไม่รู้หรอกว่ามันจะโดนหรือเปล่า แต่แค่รู้สึกว่าทำเองแล้วชอบ คนอื่นก็น่าจะชอบเหมือนที่เราชอบ&nbsp;</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ตัวเอกในเพลงนี้ดูเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง เขาเหมือนหรือต่างจากตัวคุณแค่ไหน</h4>



<p>(นิ่งคิด) จะบอกว่าพระเอกในเพลงแทบจะเหมือนเราร้อยเปอร์เซ็นต์เรื่องความไม่มั่นใจ อย่างเราก็เคยแอบชอบเพื่อนคนหนึ่งแล้วก็ไม่กล้าบอกเขา คือไม่รู้หรอกว่าบอกไปแล้วเขาจะชอบเราเหมือนกันไหม แต่ถ้าบอกไปแล้วเขาไม่ชอบล่ะ ถ้าเขาอยากเป็นแค่เพื่อนมันก็คงเสียเขาไปเลย จนทุกวันนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่โดยที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราเคยชอบ</p>



<p>พอทำเพลงนี้เราก็ดึงความรู้สึกนั้นมาเขียนให้ตัวละครไม่มั่นใจในตัวเอง มีความเป็นลูเซอร์ในเรื่องความรัก ไม่กล้าพูดเพราะกลัวจะเสียเขาไป ไม่รู้สิ เราว่าเสียเพื่อนมันน่าเสียใจยิ่งกว่าเลิกกับแฟนอีก</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วคุณอยากจะหลุดออกจากสถานะลูเซอร์บ้างไหม</h4>



<p>เอาจริงๆ มันก็เป็นธรรมชาติของแต่ละคน ซึ่งธรรมชาติของเราก็อาจจะไม่กล้าพูด เวลาชอบใครก็ไม่กล้าบอกเขา แต่ถามว่ามันแฮปปี้ไหมกับตัวเองที่เป็นอย่างนี้ เอาจริงๆ ก็ไม่ได้ถึงกับแย่นะ เพราะถ้าไม่แฮปปี้เราคงพยายามดิ้นออกไป แต่บางทีมันก็อาจจะยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม ยังไม่เจอคนที่ใช่ และจริงๆ ก็ไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นลูเซอร์อะไรขนาดนั้น เราแค่แฮปปี้ดีกับการอยู่คนเดียว (ยิ้ม)</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-03-1024x683.jpg" alt="COPTER" class="wp-image-137228" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">พอได้เขียนเพลงรักหรือเพลงอกหัก งานนี้มันส่งผลกับมุมมองความรักของคุณยังไงบ้าง</h4>



<p>ส่งผลนะ ตัวเราเองตอนเขียนไปมันจะไม่ค่อยคิดอะไรเยอะ ปล่อยไหลไปตามจินตนาการ แต่พอเขียนเสร็จแล้วกลับมานั่งอ่าน เราจะรู้สึกว่า เฮ้ย นี่เราเป็นคนมองความรักแบบนี้นี่หว่า เหมือนเนื้อเพลงมันส่งกลับมาที่ความคิดเรา หรือบางทีก็ส่งผลกลับมาให้เรารู้ตัวเองว่า อ๋อ เราเป็นคนพูดจาแบบนี้ ทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น และเราเข้าใจความรักมากขึ้นด้วย</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วตอนนี้มุมมองความรักของคุณเป็นยังไง</h4>



<p>ในมุมเรา<strong> </strong>ความรักเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งสำคัญที่มนุษย์ควรจะมีนะ มันไม่ใช่แค่เรื่องของแฟนกันแต่หมายถึงความรักแบบอื่นๆ เช่น รักตัวเอง รักคนในครอบครัว และรักเพื่อนด้วย มันน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจความรู้สึกคนอื่นและแคร์คนอื่นมากขึ้น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-12-1024x683.jpg" alt="COPTER" class="wp-image-137232" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/photo_Q_A_copter-12.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ในวัยนี้ คุณกำลังวิ่งเข้าหาอะไรอยู่</h4>



<p>ถ้าจะบอกว่าไม่คาดหวังเลยกับการเป็นศิลปินก็ไม่ถูก เราก็คาดหวังแหละว่าอยากประสบความสำเร็จในเรื่องการเป็นศิลปิน ไม่รู้ว่ามันจะใช้เวลาอีกนานแค่ไหน อาจจะ 26-27 ถึงจะประสบความสำเร็จหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แต่หลักๆ เราก็วิ่งหาความสำเร็จในเส้นทางนี้&nbsp;</p>



<p>ยังไม่ได้คิดเหมือนกันว่าถ้าวันหนึ่งไม่ดังเราจะไปทำอะไร เลยรู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งเดียว ก็ต้องทำจนกว่ามันจะสำเร็จ แต่ก็ไม่ได้กดดันตัวเองมากขนาดนั้น ไปเรื่อยๆ ตามสเต็ป ถ้าจะโตแบบก้าวกระโดดเลยก็อาจจะดีในอีกแบบหนึ่ง แต่เรามองว่ามันควรโตแบบไม่ต้องรีบ เหมือนผ่านความลำบากจนกว่าจะไปถึงจุดนั้น อีกธงหนึ่งที่ตั้งไว้ในใจคืออยากให้ตัวเองมีความสุขในทุกๆ วัน</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ความสุขของคอปเตอร์ในตอนนี้คืออะไร</h4>



<p>ง่ายๆ เลย คือการได้อยู่กับครอบครัว มีคุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย และน้องแมว และเรื่องดนตรีนั่นแหละ ความสุขของเรามีแค่นี้ ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งประสบความสำเร็จก็อยากจะซื้อบ้านแล้วก็อยู่กันทั้งครอบครัว แค่นี้ก็น่าจะแฮปปี้มากๆ แล้ว</p>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<p>ติดตามคอปเตอร์ได้ทางเพจ <a href="https://web.facebook.com/BoxxmusicOfficial" target="_blank" rel="noreferrer noopener">BOXX Music</a> และอินสตาแกรม <a href="https://www.instagram.com/coptersmurf/?hl=en" target="_blank" rel="noreferrer noopener">coptersmurf</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/copter/">คุยกับ COPTER ศิลปินหนุ่มขี้อายผู้ใช้เพลงเศร้าแบบมูฟออนไม่ไหวมาขโมยหัวใจคนฟัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความรักในของเก่าและความประสงค์ครั้งใหม่ของ เอนก นาวิกมูล ชายผู้อุทิศหัวใจให้การสะสม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/anake-nawigamune/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Your Favorite Writer's Favorite Writer]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Feb 2021 11:32:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[yesterday with a view]]></category>
		<category><![CDATA[เอนก นาวิกมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ของสะสม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=124081</guid>

					<description><![CDATA[<p>คงเป็นไปได้ยากหากจะให้นิยามว่า ‘เอนก นาวิกมูล’ เป็นใครในประโยคเดียว ในบทบาทหนึ่ง เขาคือนักเขียนสารคดีชั้นครู ความสนใจเรื่องเพลงพื้นบ้าน สิ่งของ ภาพถ่าย และประวัติศาสตร์บ้านเมืองในยุคเก่าพาเขาไปศึกษาค้นคว้า เก็บข้อมูลภาคสนาม และสร้างสรรค์งานสารคดีให้นิตยสารหลายฉบับในอดีต งานของเขาถูกยกย่องว่าสามารถถ่ายทอดได้อย่างประณีตและหมดจด รางวัลสารคดีเกียรติยศ ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2553 คือเครื่องการันตีชั้นดีว่าเขาคือปูชนียบุคคลของแวดวงสารคดีไทย เอนกยังเป็นนักวิชาการ นักสะสมของเก่า นักจัดรายการวิทยุ ช่างภาพ และหากใครได้รู้จักเขาอย่างใกล้ชิดจะรู้ว่า เขาเป็นคนใต้ที่ไม่กินแกงใต้ เป็นคนกินยากแต่อยู่ง่าย เป็นคนประหยัดมัธยัสถ์ และเป็นพ่อของลูกสาวที่น่ารักทั้งสองคน แต่สำหรับคนที่ไม่ได้สนิทสนมและเพิ่งจะได้พบกับเอนกอย่างเรา จากการสนทนากันเราพอจะสรุปได้ว่าเขาคือคนที่สนุกกับทุกสิ่งที่ทำ ในขณะเดียวกันก็จริงจังกับมันอย่างยิ่ง แม้ในวันที่เอนกอายุร่วม 66 ปีและผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน เขาเขียนหนังสือกว่าสองร้อยเล่ม เคยเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อตามหาพ่อเพลงและแม่เพลงผู้อนุรักษ์เพลงท้องถิ่น เป็นผู้ก่อตั้ง ‘บ้านพิพิธภัณฑ์’ สถานที่เก็บของเก่าซึ่งรับบริจาคของจากคนทั่วไปมาจัดแสดงเพื่อให้สิ่งเหล่านี้ไม่สูญหายไปตามกาลเวลา เราสงสัยว่าหลังจากงานทั้งหมดที่เขาทำมา ยังมีสิ่งอื่นที่เอนกประสงค์จะทำอีกหรือไม่ “มี” คำตอบจากเขาทำให้เราประหลาดใจ บทสนทนาหลังจากนั้นบอกเราว่าเขากำลังจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ถามว่ายิ่งใหญ่แค่ไหน อาจยิ่งใหญ่เท่าบ้านหนึ่งหลัง 1 เอนก นาวิกมูล เรามาถึงหน้าบ้านพิพิธภัณฑ์แต่เช้าตรู่ หากตัดสินด้วยสายตา ที่นี่ดูเหมือนบ้าน 3 ชั้นธรรมดาของผู้อยู่อาศัย ย่านปริมณฑล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/anake-nawigamune/">ความรักในของเก่าและความประสงค์ครั้งใหม่ของ เอนก นาวิกมูล ชายผู้อุทิศหัวใจให้การสะสม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>คงเป็นไปได้ยากหากจะให้นิยามว่า ‘เอนก นาวิกมูล’ เป็นใครในประโยคเดียว</p>



<p>ในบทบาทหนึ่ง เขาคือนักเขียนสารคดีชั้นครู ความสนใจเรื่องเพลงพื้นบ้าน สิ่งของ ภาพถ่าย และประวัติศาสตร์บ้านเมืองในยุคเก่าพาเขาไปศึกษาค้นคว้า เก็บข้อมูลภาคสนาม และสร้างสรรค์งานสารคดีให้นิตยสารหลายฉบับในอดีต งานของเขาถูกยกย่องว่าสามารถถ่ายทอดได้อย่างประณีตและหมดจด</p>



<p>รางวัลสารคดีเกียรติยศ ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2553 คือเครื่องการันตีชั้นดีว่าเขาคือปูชนียบุคคลของแวดวงสารคดีไทย</p>



<p>เอนกยังเป็นนักวิชาการ <a href="https://adaymagazine.com/category/style/lifestyle-product/the-collector/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">นักสะสม</a>ของเก่า นักจัดรายการวิทยุ ช่างภาพ และหากใครได้รู้จักเขาอย่างใกล้ชิดจะรู้ว่า เขาเป็นคนใต้ที่ไม่กินแกงใต้ เป็นคนกินยากแต่อยู่ง่าย เป็นคนประหยัดมัธยัสถ์ และเป็นพ่อของลูกสาวที่น่ารักทั้งสองคน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/8-1-1024x683.jpg" alt="เอนก นาวิกมูล" class="wp-image-124125" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/8-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/8-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/8-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/8-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/8-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/8-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/8-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/8-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แต่สำหรับคนที่ไม่ได้สนิทสนมและเพิ่งจะได้พบกับเอนกอย่างเรา จากการสนทนากันเราพอจะสรุปได้ว่าเขาคือคนที่สนุกกับทุกสิ่งที่ทำ ในขณะเดียวกันก็จริงจังกับมันอย่างยิ่ง แม้ในวันที่เอนกอายุร่วม 66 ปีและผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน</p>



<p>เขาเขียนหนังสือกว่าสองร้อยเล่ม เคยเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อตามหาพ่อเพลงและแม่เพลงผู้อนุรักษ์เพลงท้องถิ่น เป็นผู้ก่อตั้ง ‘บ้านพิพิธภัณฑ์’ สถานที่เก็บของเก่าซึ่งรับบริจาคของจากคนทั่วไปมาจัดแสดงเพื่อให้สิ่งเหล่านี้ไม่สูญหายไปตามกาลเวลา</p>



<p>เราสงสัยว่าหลังจากงานทั้งหมดที่เขาทำมา ยังมีสิ่งอื่นที่เอนกประสงค์จะทำอีกหรือไม่</p>



<p>“มี” คำตอบจากเขาทำให้เราประหลาดใจ</p>



<p>บทสนทนาหลังจากนั้นบอกเราว่าเขากำลังจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่</p>



<p>ถามว่ายิ่งใหญ่แค่ไหน อาจยิ่งใหญ่เท่าบ้านหนึ่งหลัง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-124126" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 style="text-align:center !important;" class="has-text-align-center wp-block-heading">1<span style="display:none;"> เอนก นาวิกมูล </span></h2>



<p>เรามาถึงหน้าบ้านพิพิธภัณฑ์แต่เช้าตรู่</p>



<p>หากตัดสินด้วยสายตา ที่นี่ดูเหมือนบ้าน 3 ชั้นธรรมดาของผู้อยู่อาศัย ย่านปริมณฑล เพราะยังไม่ถึงเวลาเปิดบ้าน เราจึงเห็นเพียงประตูเหล็กดัดบานเลื่อนที่ปิดสนิท ผนังไม้ที่ผ่านวันเวลามาจนเก่า ถ้าไม่มีป้ายบอกก็คงเดาไม่ออกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์</p>



<p>อันที่จริงเราไม่จำเป็นต้องเดาด้วยซ้ำ เพราะจุดประสงค์ของที่นี่คือการขมวดรวมคำว่าบ้านและพิพิธภัณฑ์เข้าด้วยกัน &nbsp;</p>



<p>ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ซึ่งด้านในจัดแสดงของเก่าอย่างเป็นสัดเป็นส่วน คล้ายตลาดขนาดย่อมที่มีร้านขายแบบเรียน ร้านขายน้ำ ร้านตัดผม และอีกสารพัดร้านที่จำลองวิถีชีวิตในช่วงปี 2500 ราวกับยกสังคมสมัยคุณพ่อ คุณแม่ยังเด็กมาตั้งไว้ในบ้าน&nbsp;</p>



<p>ที่นี่เปิดให้คนได้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ มีการเก็บค่าบัตรเป็นค่าบำรุงและค่าน้ำค่าไฟ เจ้าหน้าที่ทุกคนที่มาทำงานให้นั้นเป็นอาสาสมัคร พูดได้ว่ามาด้วยใจล้วนๆ</p>



<p>สำหรับบางคน ที่ที่เราอยู่ด้วยใจ อาจเป็นความหมายของคำว่าบ้าน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/17-1024x683.jpg" alt="เอนก นาวิกมูล" class="wp-image-124134" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/17.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>คงไม่มีใครที่เข้าใจคำนั้นได้เท่าชายผู้ดูแลที่แห่งนี้ แม้เอนกจะไม่เคยเรียกตัวเองว่าเจ้าของบ้าน แต่การคลุกคลีอยู่กับบ้านพิพิธภัณฑ์มายาวนานกว่า 18 ปีตอบคำถามได้ดีว่าเขาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร</p>



<p>“ผมนอนที่นี่” เอนกพูดในช่วงแรกเริ่มสนทนา</p>



<p>“ช่วงนี้วุ่นๆ นั่งประชุมมาเป็นเดือน เตรียมของอะไรอุตลุด” เขาอธิบาย ถึงสาเหตุของอาการเหนื่อยล้าในแววตา ด้วยเพราะกำลังเตรียมงานนิทรรศการ ‘บ้านพิพิธภัณฑ์: บ้านไร่ ใกล้ตลาด’ ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อระดมทุนสร้างบ้านพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่&nbsp;</p>



<p>ใช่ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้กำลังจะย้ายบ้าน</p>



<p>ตำบลงิ้วราย อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม คือที่ตั้งของบ้านหลังใหม่</p>



<p>“เนื่องจากที่ตรงนี้มันคับแคบ รกขึ้น พอรกแล้วไม่น่าดู ผมก็อยากจะขยับขยายจึงไปซื้อที่ดินแถวงิ้วรายตั้งแต่ปี 2551”</p>



<p>“ทำไมต้องงิ้วราย”</p>



<p>“คงเป็นวาสนาที่ต้องไปเปิดตรงนั้น เราเห็นงิ้วรายมาตั้งนานแล้ว แหล่งท่องเที่ยวเยอะ แล้วมันก็สำคัญมากในช่วง 60 ปีก่อน เพราะตอนนั้นการเดินทางทางถนนยังไม่สะดวก เวลาคนจากสุพรรณบุรีจะมาทำธุระที่กรุงเทพฯ เขาจะนั่งเรือสองชั้นล่องมาทางแม่น้ำนครชัยศรี และมาขึ้นที่งิ้วราย มันเคยคึกคักมากในอดีต</p>



<p>“แล้วบ้านพิพิธภัณฑ์ตรงนี้มันหลังเล็ก เหมือนเอาตลาดมายัดใส่อาคาร แต่ถ้าไปงิ้วรายจะแผ่ออกกลางแจ้ง เดินเข้าไปก็เห็นร้านรวงเลย เหมือนเราสร้างตลาดที่ให้ความรู้และให้ความเพลิดเพลินเจริญใจ”</p>



<p>ด้วยเติบโตมากับลำคลองตั้งแต่เด็ก ความคิดแรกเริ่มของเอนกจึงตั้งใจอยากให้บ้านพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่มีรูปแบบคล้ายตลาดน้ำ แต่หลังจากปรึกษากับนักออกแบบเรื่องพื้นที่และงบประมาณที่จำกัด เอนกจึงเปลี่ยนใจ ให้บ้านหลังใหม่นั้นมีบรรยากาศท้องไร่ มีแปลงเกษตรอินทรีย์ตั้งใกล้กับส่วนจัดแสดงของเก่า ซึ่งถูกออกแบบให้คล้ายห้องแถวในตลาด โดยมีจุดประสงค์เพิ่มเติมนอกจากให้ความรู้คือการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของคนและธรรมชาติ</p>



<p>นั่นคือที่มาของ ‘บ้านไร่ ใกล้ตลาด’ บ้านพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ที่งิ้วราย&nbsp;</p>



<p>แม้จะมีการวางแผนชัดเจน แต่สิ่งที่เอนกมีอยู่ในมือคือพื้นที่รกร้างว่างเปล่าจำนวน 4 ไร่เท่านั้น ทว่าเหมือนสวรรค์ได้ยินเสียงในใจของเขา เมื่อต้นปี 2560 เอนกได้รับบริจาคตู้คอนเทนเนอร์จากมิตรสหายคนหนึ่งแบบฟรีๆ มาถึง 15 ตู้</p>



<p>เหตุการณ์นั้นเหมือนสัญญาณบอกว่าเขาควรเดินเครื่องโปรเจกต์บ้านพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ได้แล้ว&nbsp; &nbsp; &nbsp;</p>



<p>“บางทีชีวิตก็คล้ายกับการผจญภัยเหมือนกันนะ เดินมาเจอคนนั้นคนนี้ เจอคนดีๆ เขาก็ชักนำไปในทางที่ดี”</p>



<p>กระนั้นการสร้างพิพิธภัณฑ์ในฝันย่อมมีค่าใช้จ่าย&nbsp;</p>



<p>และ 18 ล้านบาทคือมูลค่าของความฝันครั้งนี้</p>



<p>ลำพังตัวเอนกเองคงไม่อาจหาเงินเยอะขนาดนั้นได้ในเวลาสั้นๆ เป็นเหตุผลให้เขาต้องจัดนิทรรศการเพื่อระดมทุนจากประชาชน&nbsp;</p>



<p>“พิพิธภัณฑ์นี้ไม่ใช่ของนายเอนก นาวิกมูล หรือใครทั้งสิ้น ไม่ใช่ของสมาคมกิจวัฒนธรรมโดยตรงหรอก เราเป็นเหมือนกระบอกเสียงที่หาทางทำให้เกิดพิพิธภัณฑ์นี้ขึ้นมา เพื่อประชาชน ของประชาชน โดยประชาชน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/12-683x1024.jpg" alt="เอนก นาวิกมูล" class="wp-image-124129" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/12-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/12-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/12-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/12-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/12-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/12.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h2 style="text-align:center !important;" class="has-text-align-center wp-block-heading">2<span style="display:none;"> เอนก นาวิกมูล </span></h2>



<p>ภายในบ้านพิพิธภัณฑ์ มีมุมหนึ่งรวบรวมหนังสือที่เอนกเขียน ตั้งอยู่ท่ามกลางของเก่าเก็บจากอดีตที่ถูกแบ่งเป็นคูหาตามประเภทการใช้สอย</p>



<p>“ผมชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก” เขาเล่าขณะพาเราชมชั้นวางที่มีหนังสือหลักร้อยเล่มจัดวางอยู่ กลิ่นความเก่าลอยฟุ้งในอากาศชวนให้นึกย้อนกลับไป “ในบ้านมีหนังสือเยอะ ทั้งเก่าทั้งใหม่ พ่อซื้อมาขายและเก็บ แกเป็นนักบันทึก เราเลยชอบบันทึกเหมือนแก มันอยู่ในสายเลือด”</p>



<p>เอนกเป็นลูกคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 7 คน เขาเติบโตมากับร้านขายแบบเรียนของครอบครัว การเห็นปกหนังสือแบบเรียนสีสันสดใสของนักวาดฝีมือดีจุดประกายให้อยากขีดเขียน กอปรกับการได้อ่านงานอย่าง <em>ภาษาภิรมย</em>์ ของเปลื้อง ณ นคร และการเห็นรูปวาดของครูเหม เวชกร ในหนังสือหลายปก</p>



<p>ความประทับใจนี้ถูกเก็บเกี่ยวตั้งแต่ชั้นประถม ริมหน้าต่างห้องนอนคือมุมที่เอนกโปรดปรานที่สุดในบ้าน เพราะจินตนาการและการเขียนนิทาน เริ่มต้นจากตรงนั้น</p>



<p>ส่วนวัตถุดิบชั้นดีในการเขียน เอนกบอกว่าได้มาจากนอกบ้านเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะการเดินสำรวจแม่น้ำลำคลองที่เขาชื่นชอบเป็นชีวิตจิตใจ</p>



<p>“บ้านผมอยู่ใกล้คลองระโนด (อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา) ผมชอบพายเรือเล่นตอนน้ำท่วม เพราะสมัยก่อนน้ำท่วมไม่ใช่ภัยธรรมชาติ และเวลาหน้าน้ำเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนมันสวยมาก ผมชอบออกไปพายเรือ เที่ยวทุ่ง”</p>



<p><em>เที่ยวทุ่งเมื่อหน้าน้ำ</em> คือหนึ่งในหนังสือที่เอนกได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์วัยเด็กของเขา ความประทับใจเรื่องธรรมชาติ วิถีชีวิต เพลง สิ่งของ โฆษณา และภาพวาด ในยุคนั้นตราตรึงจิตใจ และค่อยๆ หล่อหลอมตัวตนจนกลายเป็นเอนกในทุกวันนี้</p>



<p>“ศิลปะมีส่วนเยอะมากในการขัดเกลามนุษย์ ลองคิดดูว่าถ้ามนุษย์ไม่มีเพลง ไม่มีภาพวาด ไม่มีของสวยๆ ให้ดู ไม่มีเสียงนกร้องเพลง มันน่าจะเหงา&nbsp;</p>



<p>“ผมโตมากับการได้ยินเสียงใบไม้ ได้กลิ่นข้าวที่มันหอม เวลาข้าวมันตั้งท้อง กลิ่นมันจะหอมระรวยเลย ตอนกลางคืนมีดอกซ่อนกลิ่น ตอนเช้ามืดมีดอกมะลิบานที่แม่ปลูกไว้ในสวนหลังบ้าน มันหอมจริงๆ นะ แล้วพอเดือนหงาย แม่ไปนั่งที่สะพานข้ามบ่อน้ำเล็กๆ ที่ขุดกันหลังบ้าน แล้วลูกๆ ก็ไปนอนหนุนตักแม่ดูพระจันทร์ มันคลาสสิกมาก”</p>



<p>ได้ฟังดังนั้น ความสงสัยว่าทำไมเขาถึงผูกพันกับอดีตนักพลันหายไป</p>



<p>“การเติบโตมากับสิ่งนี้ ผมว่ามันทำให้จิตใจเราไม่แข็งกระด้าง”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/20-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-124137" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/20-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/20-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/20-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/20-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/20-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/20-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/20-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/20-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 style="text-align:center !important;" class="has-text-align-center wp-block-heading">3<span style="display:none;"> เอนก นาวิกมูล </span></h2>



<p>“เพราะผูกพันกับอดีตมาก คุณจึงชอบเก็บสะสมหรือเปล่า” เราถามชายวัย 66 ปี</p>



<p>“มีส่วน แต่ความจริงผมชอบสะสมตั้งแต่ ป.3-4 จำได้ว่าของสะสม ชิ้นแรกๆ ของผมคือเรือขนาดเท่านิ้วก้อย เป็นของแถมจากผงซักฟอกยี่ห้อหนึ่งที่เปิด 1 กล่องจะได้เรือ 1 ลำ มันประหลาดที่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังสืบไม่ได้ ว่ามันคือผงซักฟอกยี่ห้ออะไร&nbsp;</p>



<p>“แล้วก็มีตุ๊กตาลายทหาร มีรูปลอกที่แปะบนแขนและสมุด มีสมุดระบายสีแบบสมัยก่อนที่ใส่สีไว้ในตัวสมุด พอนำพู่กันชุบน้ำไปแตะก็เกิดสีขึ้นมา”</p>



<p>“คุณได้รับอิทธิพลเรื่องการสะสมมาจากใคร”</p>



<p>“ผมติดมาจากพ่อมั้ง พ่อเขาชอบเก็บ เก็บรูปยาซิกาแรตที่แถมในซองบุหรี่ เก็บรูปวาด หนังสือ ของจุกจิกต่างๆ เขาชอบการประดิษฐ์ ชอบการเก็บบันทึก ชอบฟังเพลง ผมก็ได้มาหมด”</p>



<p>ระหว่างที่คุยกัน เราเดินผ่านโซนของเล่นเด็กพอดี ของเล่นพลาสติกรุ่นเก่าที่เราไม่คุ้นตาจัดเรียงอยู่ในตู้กระจกและโถใส เอนกเดินไปหยิบเครื่องบิน 2 ลำขึ้นมาแล้วยื่นให้ ภาพนี้ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึง เอนกในวัยเด็กที่กำลังเล่นสิ่งนี้เป็นภาพซ้อนทับขึ้นมา&nbsp;</p>



<p>“สำหรับคุณ ความสุขจากการสะสมเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน”&nbsp;</p>



<p>“ตอนได้หยิบมาดูอีกครั้งหรือได้ใช้ประโยชน์จากของสะสมเหล่านั้น เช่นเอามาเขียนหนังสือ เอามาถ่ายทอดความรู้ให้คนอื่นได้รู้ บางเรื่องหายไปแล้วเราก็รื้อฟื้นให้เขาได้เห็น”</p>



<p>เขาอธิบายอย่างซื่อตรง ของที่เขาเก็บไว้ในวันนั้นส่งผลต่อวันนี้ยังไง ที่ที่เรายืนอยู่คือคำตอบชัดเจน</p>



<p>“ทำไมคนเราต้องเก็บสิ่งของด้วย แค่ชอบอย่างเดียวมันไม่พอหรือ” เราสงสัย</p>



<p>“สำหรับผม มนุษย์มีสิ่งที่ควรทำอยู่ 3 ขั้นคือ หนึ่ง เราทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเอง สอง เราเลี้ยงครอบครัว สาม ถ้ามีกำลังพอแล้วเราต้องเผื่อแผ่สังคม&nbsp;</p>



<p>“เรื่องของสะสม เราเก็บของเรา ความรู้ก็อยู่แค่ในตัวเรา แต่เราอยากเผื่อแผ่ให้ทุกคนได้ความรู้ด้วย เราจึงเขียน ไม่พอก็ทำพิพิธภัณฑ์ให้คนได้มาศึกษา เป็นเหมือนงานจิตอาสา ทำให้เกิดความรู้ เกิดพลัง เราชอบ ในสิ่งนี้แล้วก็อยากให้คนอื่นได้เห็น”</p>



<p>“คุณมีความทุกข์จากการทำสิ่งนี้บ้างไหม”</p>



<p>“ถ้าลำพังเก็บเล็กๆ น้อยๆ ส่วนตัวไม่เป็นไรหรอก แต่พอเก็บมากขึ้นเพื่อส่วนรวมก็ต้องหาที่เก็บ มันเหนื่อยตรงที่ไม่มีตังค์แล้วไปรนหาที่ทำ<br>ให้มันใหญ่ ที่จริงแล้วรัฐต้องทำแต่ไม่ทำแล้วเราทนไม่ได้”</p>



<p>“เป็นทุกข์อย่างนี้ แล้วอยากหยุดบ้างไหม”</p>



<p>“หยุดไม่ได้ มันเป็นความชอบ เราหวังดี ไม่ได้พูดให้ตัวเองดูดีนะแต่มันอยากให้มี แค่นั้น”</p>



<p>“แปลว่าทุกวันนี้ก็ไม่ได้เก็บเพื่อตัวเอง แต่เก็บเพื่อคนอื่นด้วย”</p>



<p>“ต่อไปเราก็ตาย ดีกว่าให้มันเป็นปุ๋ยไปหมดทุกอย่าง”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-4-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-124118" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-4-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-4-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-4-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-4-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-4-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-4.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>



<h2 style="text-align:center !important;" class="has-text-align-center wp-block-heading">4</h2>



<p>หลังจากเดินทัวร์ชั้นแรกของพิพิธภัณฑ์จนจุใจ เอนกก็พาเดินขึ้นชั้นสอง เราเจอร้านค้ามากมายซึ่งจำลองจากของจริง เช่น ร้านถ่ายรูป ร้านตัดผมสมัยเก่า และที่เราประทับใจที่สุดคือโรงภาพยนตร์ขนาดย่อมที่มีการฉายหนังจริงจากยุคที่ถ่ายด้วยฟิล์ม</p>



<p>เราเอนกายดูภาพฉายจากอดีต สายตาจดจ่อกับสิ่งตรงหน้า แต่ความ สนใจยังอยู่ที่ชายข้างกาย</p>



<p>“เข้าใจว่าชอบเก็บสะสมของจากอดีต แต่อะไรทำให้คุณตัดสินใจ</p>



<p>เปิดบ้านพิพิธภัณฑ์”</p>



<p>“เรารู้ว่าจุดอ่อนของบ้านเราคือเรื่องประวัติศาสตร์ เพราะไม่มีพิพิธภัณฑ์ไหนที่จัดแสดงอะไรแบบนี้ พิพิธภัณฑ์ทั่วไปก็แสดงแต่เทวรูป พระพุทธรูป แต่ที่จริงแล้วมันต้องเก็บทุกเรื่อง มันไม่ใช่แค่พระพุทธรูป ข้าวของในชีวิตชาวบ้าน ชาวตลาด ชาวเมืองก็สำคัญไม่แพ้กัน</p>



<p>“พิพิธภัณฑ์ไทยไม่มีของให้ศึกษา แถมไปแล้วยังห้ามถ่ายรูปอีก มันยากต่อการหาความรู้มากเลย หนังสือที่บันทึกเกี่ยวกับของเก่าที่เคยมีก็ไม่ได้อ้างอิงว่าข้อมูลมาจากไหน เมื่อมีปัญหาแบบนี้ก็เลยพยายามคิดว่าจะทำยังไงให้มีพิพิธภัณฑ์ของเก่าเกิดขึ้น</p>



<p>“ผมเคยไปพิพิธภัณฑ์ที่ต่างประเทศ อย่างที่ญี่ปุ่นมีพิพิธภัณฑ์หลายแบบมาก รถดับเพลิง ของเล่นเก่า มีอาสาสมัครสอนให้เล่น บางแห่งก็จัดย้อนยุคเหมือนตลาดสามชุก เดินเพลินมาก ทางฝั่งยุโรปก็มีหลากหลาย ทั้งของประณีตศิลป์ งานศิลปะ ภาพถ่ายเก่า เทวรูปเก่า จนถึงพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยี</p>



<p>“เราไป Museo Nazionale della Scienza e della Tecnologia ‘Leonardo da Vinci’ ที่มิลาน เขาจำลองทุกสิ่งที่ดา วินชี ประดิษฐ์ใน 500 ปีก่อนออกมาให้เห็นว่าเป็นยังไง เฮลิคอปเตอร์ รถจักรไอน้ำ มันสนุกดีเพราะเราไม่ต้องเสียเวลาจินตนาการ”</p>



<p>“จุดร่วมของพิพิธภัณฑ์ที่ดีในความคิดของคุณคืออะไร”</p>



<p>“เข้าไปแล้วไม่เบื่อ สนุก เดินเพลิน กระทบใจเรา ดูแล้วได้ความรู้ ถ้าคนกลับไปอีกถือว่าใช้ได้”</p>



<p>“แล้วจากการทำบ้านพิพิธภัณฑ์มา 18 ปี คุณได้เรียนรู้อะไรบ้าง”</p>



<p>“เรียนรู้ว่ารัฐบาลไม่ให้ค่ากับงานพิพิธภัณฑ์ เรียนรู้ว่าคนไทยยังนิยมทำบุญเพื่อเอาบุญไม่ได้สนใจเรื่องวิทยาทานนัก เรียนรู้ว่าคนไทยชอบเที่ยว ห้างสรรพสินค้ามากกว่าพิพิธภัณฑ์ แต่มีแนวโน้มว่าจะเริ่มเที่ยวพิพิธภัณฑ์ มากขึ้น และมีคนสนใจการเก็บสะสมมากขึ้น</p>



<p>“เพราะเขาเห็นว่าอันนี้ก็เก็บได้ อันนี้ก็แสดงได้ เราก็ดีใจ เพราะเราเป็นฝ่ายที่กระตุ้นทั้งเขียนหนังสือ ทั้งทำให้เขาเห็นจริงผ่านบ้านพิพิธภัณฑ์“</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-2-1024x683.jpg" alt="เอนก นาวิกมูล" class="wp-image-124133" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 style="text-align:center !important;" class="has-text-align-center wp-block-heading">5</h2>



<p>“อยู่กับของเก่ามาทั้งชีวิต คุณคิดว่าของสมัยนี้แตกต่างจากสมัยนั้นยังไง”</p>



<p>เราถามขณะมองใบปิดหนังไทยยุคเก่าที่หน้าห้องฉายหนัง</p>



<p>เอนกชี้ให้เราดูศิลปะบนโปสเตอร์ใบนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนตอบ</p>



<p>“ของยุคก่อนคืองานหัตถศิลป์ ใช้มือวาดเป็นหลัก ฉลากยา การ์ตูน ไม่มีคอมพิวเตอร์ช่วยเลย แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยวาดกันแล้ว เขาใช้ภาพถ่าย หรือไม่ก็ใช้เครื่องมือช่วยเยอะมาก ถ้าให้วัดฝีไม้ลายมือกัน ผมว่างานของคนยุคก่อนดูแล้วมีเสน่ห์ตรงเส้นสายลายมือ ลายมือคนแก่สวยจะตาย”</p>



<p>“กาลเวลาช่วยเพิ่มคุณค่าของสิ่งของจริงไหม”</p>



<p>“ช่วยแน่นอน อย่างตอนผมไปเที่ยวที่ไหน ผมจะอยากไปดูของเก่า สถานที่เก่า เพราะของเก่ามีลักษณะพิเศษที่แตกต่างกันในแต่ละถิ่น แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเก่าแล้วดีหมดทุกอย่าง เก่าแล้วไม่ดีก็คงมี เพราะฝีมือของคนไม่เท่ากัน มนุษย์มีภูมิปัญญาไม่เท่ากัน</p>



<p>“ของเก่าบางชิ้นก็ไม่ได้สวย อยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ของผู้สร้างด้วย บางเพลงก็เพราะกว่า แต่อีกเพลงไม่ติดหูเลย ฉะนั้นบางเพลงถึงเป็นเพลงอมตะได้ พอนานไปมันมีพลังมากขึ้น ถ้าคนแต่งเพลงออกแบบให้ดีมันก็มีค่า คุณคิดว่าคนร่วมยุคกับดา วินชี มีกี่คนล่ะ แต่ดา วินชี ดังมากเพราะเขาคิดอะไรพิเศษ คนอย่างไอน์สไตน์มีกี่คน ที่เขาเด่นขึ้นมาได้เพราะเขาคิดต่างจากคนอื่น”</p>



<p>“รู้สึกยังไงที่เห็นว่าของเก่ากำลังตายไปเรื่อยๆ ในยุคนี้”</p>



<p>“เสียดาย แต่ผมว่าของแต่ละยุคก็ดีในแบบของยุคนั้น แต่อาจไม่ถูกใจ คนอีกยุคหนึ่งก็ได้ ผมไม่ค่อยชอบเพลงยุคนี้ แต่คนยุคนี้อาจบอกว่า เฮ้ย มันเพราะ ทีนี้ก็ต้องไปเถียงกันอีก เขาว่าเพราะ แต่สำหรับผมเนี่ย อักขระต้องถูกต้องชัดเจน ไม่ใช่ร้องแล้วฟังไม่รู้เรื่องว่ากำลังร้องอะไร ภาษาอะไร”</p>



<p>“ดูคุณเป็นคนคลุกคลีกับของเก่ามาก แล้วคุณปฏิเสธเทคโนโลยีใหม่ๆ ในชีวิตประจำวันไหม”</p>



<p>แทนการตอบคำถาม เอนกดึงสมาร์ตโฟนออกมาให้ดู จนเราหัวเราะเสียงดัง</p>



<p>“ไม่ได้ใช้แต่ของเก่าหรอก ของใหม่ก็มีประโยชน์ เราไม่ใช่คนขวางโลก ขนาดนั้น&nbsp;</p>



<p>“เพราะเราเอามาใช้งาน ต้องใช้ดิจิทัลก็ต้องยอมปรับตัว ตั้งแต่พิมพ์ดีดมาพิมพ์ดีดไฟฟ้า จนมาพิมพ์ดีดคอมพิวเตอร์ คือตั้งแต่ปี 2532 ก็เปลี่ยนมาเรื่อยๆ เพราะโลกมันเปลี่ยนไป แต่เราต้องยึดหลักว่าอันไหนเราไม่ถนัด ไม่ชอบ เราก็ไม่ได้ตามไปทุกอย่าง”</p>



<p>“แสดงว่าของใหม่ก็มีข้อดีของมัน”</p>



<p>“ใช่ ไม่อย่างนี้โลกจะพัฒนาไปได้ยังไง ไม่อย่างนั้นก็เดินชนกันตายน่ะสิ จากสงขลามากรุงเทพฯ ก็ต้องเดินสิ” เอนกโพล่งหัวเราะ “หรือจะให้นุ่งผ้าขาวม้ามาเหรอ ร้อนตายเลย เพราะฉะนั้นมันก็เปลี่ยนได้ แต่เกณฑ์มันต้องมี คือเปลี่ยนแล้ว หนึ่ง ไม่ทำให้ทุกข์เกินไป สอง ต้องเป็นประโยชน์กับเรา สาม ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-124135" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-2.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h2 style="text-align:center !important;" class="has-text-align-center wp-block-heading">6</h2>



<p>สารภาพตามตรงว่าวิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาที่เราเคยตั้งคำถามว่าเรียนไปทำไมอยู่บ่อยครั้ง</p>



<p>ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย เราเรียนประวัติศาสตร์จากตัวหนังสือ บ้างเป็นรูปถ่าย บ้างเป็นภาพยนตร์ บ้างได้ไปทัศนศึกษาที่พิพิธภัณฑ์สำคัญ ในท้องถิ่น</p>



<p>สารภาพว่าตอนเดินพิพิธภัณฑ์เมื่อครั้งนั้น เราไม่ได้รู้สึกใฝ่เรียนเรื่องประวัติศาสตร์เท่าครั้งนี้</p>



<p>“ถึงตอนนี้แล้ว คุณค่าของพิพิธภัณฑ์ไทยอยู่ตรงไหน”</p>



<p>เอนกนิ่งคิดไปพักหนึ่ง แล้วตอบเราอย่างตรงไปตรงมาว่า&nbsp;</p>



<p>“เราไม่ได้สร้างวัฒนธรรมเพื่อการเก็บและการศึกษามันถึงได้ถูกทิ้งขว้างจนทุกวันนี้ ตอนนี้คนยังไม่เห็นคุณค่ามากพอ เรื่องการทำบุญอีก เราคิดว่าการสร้างวัดได้บุญกุศล แต่ไม่คิดเลยว่าการสร้างพิพิธภัณฑ์ เป็นการสร้างความรู้ ได้บุญได้กุศลเหมือนกัน งานพิพิธภัณฑ์ก็เลยถูกทิ้ง ไม่มีใครสนใจแม้แต่รัฐบาล”</p>



<p>“คุณเคยเจอคนเห็นต่างกับการสร้างบ้านพิพิธภัณฑ์บ้างไหม อย่างเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่เข้าใจสิ่งที่คุณทำ”</p>



<p>“บางคนเขาอาจมองว่าสร้างทำไม ไม่เข้าใจว่าจะต้องเก็บทำไม บางคนก็ว่างเปล่า เขาไม่ได้คิดอะไร มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ ไม่เห็นเดือดร้อนอะไรนี่ มันแล้วแต่คน&nbsp;</p>



<p>“สำหรับผม เราจำเป็นต้องมีแหล่งเก็บความรู้เพื่อให้เรานำไปต่อยอด เช่น เราจัดแสดงของในปี 2500 และช่วงใกล้เคียง ถ้ามีคนรุ่นใหม่จะทำหนังย้อนยุค แล้วไม่มีแหล่งจัดแสดงแบบนี้เขาจะเดาได้ยังไง ถ้าไม่มีพิพิธภัณฑ์เครื่องแต่งกาย มีแต่ภาพแบนๆ เขาจะเดาได้เหรอ&nbsp;</p>



<p>“พิพิธภัณฑ์เป็นตัวย่นย่อการหาความรู้ เอาความรู้จากแหล่งต่างๆ มาอยู่ในที่เล็กๆ ได้ อย่างน้อยก็ได้เห็นงานยุคเก่าที่มันประณีต คุณได้รับรู้สิ่งที่มันสวย อย่างน้อยก็ฝังอยู่ในใจคุณบ้างแหละ คุณมากับพ่อกับแม่อย่างน้อยก็ได้ความผูกพัน ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็เกิดขึ้น เหมือนสายใยบางๆ ที่ถักทอโดยอัตโนมัติ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/4-2-683x1024.jpg" alt="เอนก นาวิกมูล" class="wp-image-124121" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/4-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/4-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/4-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/4-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/4-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/4-2.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>“การส่งต่อความทรงจำสำคัญแค่ไหนในยุคนี้”</p>



<p>“มันเกี่ยวกับประเทศชาติ ความมั่นคงของชาติด้วยนะ ถ้าไม่มีประวัติศาสตร์ให้เขาศึกษาว่าคุณเคยเป็นยังไง คุณขายแผ่นดินกินได้นะเพราะคุณไม่ผูกพัน &nbsp;</p>



<p>“ของเก่าคือสมบัติของแผ่นดิน ถ้าเราไม่เรียนรู้จากมัน แล้วเกิดกรณีแย่งสิทธิกับชาติอื่น ถ้าเราไม่รู้ ไม่บันทึกไว้ มันก็ไม่มีหลักฐาน ข้าวของที่ตกอยู่ในแผ่นดินนี้ก็ต้องมีเนื้อหา เราต้องศึกษาเพื่อที่จะรู้ว่ามันมีความเป็นมา ยังไง ใช้ทำอะไรได้บ้าง และเราจะเอาไปใช้ประโยชน์ยังไง&nbsp;</p>



<p>“มนุษย์เป็นคนช่างถามแล้วก็อยากรู้คำตอบเพื่อคิดต่อยอด อย่างสินค้าญี่ปุ่นแต่ละอย่างใน Daiso ที่เขาคิดขึ้นมาได้เพราะเป็นความคิดต่อยอด มาจากของเก่าของชาติเขาทั้งนั้น สิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจได้ เวลาเราเห็นของที่สวยหรือมีประโยชน์ ถ้าเป็นเรา เราก็จะคิดว่าทำยังไงให้มันสวยขึ้น แล้วก็เอาไปทำขาย ไม่อย่างนั้นมันไม่มีสิ่งประดิษฐ์ออกมาตลอดเวลาหรอก เพราะฉะนั้นของพวกนี้สามารถจุดความคิดคนได้ด้วย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/7-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-124124" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/7-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/7-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/7-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/7-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/7-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/7-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/7-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/7-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 style="text-align:center !important;" class="has-text-align-center wp-block-heading">7</h2>



<p>เราออกมาจากบ้านพิพิธภัณฑ์ตอนตะวันตกดิน</p>



<p>สองวันหลังจากนั้น เราพบเอนกอีกครั้งที่งานนิทรรศการ ‘บ้านพิพิธภัณฑ์: บ้านไร่ ใกล้ตลาด’ หากครั้งนี้เราไม่ได้เข้าไปสนทนากับเขา เพียงแต่เดินเล่นชมของเก่าภายในงานด้วยมุมมองบางอย่างที่เปลี่ยนไป บทสนทนาสุดท้ายยังค้างตรึงอยู่ในความทรงจำของเรา ตอนนั้นเราถามเอนกว่าเขาได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการเก็บสะสมของมาทั้งชีวิต</p>



<p>“ผมว่าการเก็บและศึกษาเรื่องของเก่าทำให้เราเห็นความสำเร็จและความล้มเหลวของมนุษย์ ความสำเร็จของวิวัฒนาการที่สามารถช่วยให้ชีวิตดีขึ้น จากเทปกลายเป็นซีดี จากเกวียนก็มาเป็นรถไฟ สิ่งเหล่านี้คือความสำเร็จ&nbsp;</p>



<p>“ส่วนความล้มเหลว เราเห็นแล้วจะได้ไม่ทำต่อ อย่างเรื่องสงคราม ไปดูพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับสงคราม อาจทำให้คิดได้ว่า มันเจ็บ มันตาย จะรบกันทำไม อย่างน้อยของเก่าก็ช่วยชะลอความคิด หรือช่วยหักห้ามจิตที่มันจะทำร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยกันให้มันน้อยลง</p>



<p>“สิ่งนี้คือคุณค่าที่นอกจากจะให้ความรู้ ความเพลิดเพลินกับจิตของมนุษย์ อย่างน้อยมันก็ลดความโหดร้ายของมนุษย์ได้”</p>



<p>“จนถึงตอนนี้ คุณได้เรียนรู้อะไรจากชีวิตบ้าง”</p>



<p>“ได้เรียนรู้ว่ามนุษย์มีหลายแบบ เรียนรู้ว่าให้คนยืมเงินแล้วอาจไม่ได้คืน (หัวเราะ) เรียนรู้ว่าทุกข์สุขมันปนกันมาตลอด เรียนรู้ว่ามนุษย์ต้องมีเจ็บไข้ได้ป่วย แล้วในที่สุดก็ต้องจากกัน แม้ไม่รู้ว่าวันไหน แล้วเราก็ได้รู้ว่าสิ่งที่มนุษย์พึงกระทำคือการไม่เบียดเบียนกัน&nbsp;</p>



<p>“เกิดมาแล้วก็ควรทำประโยชน์ให้โลก อย่างที่บอกไป หนึ่ง อยู่เพื่อตัวเอง สอง เพื่อครอบครัว และสาม แบ่งปันให้แก่เพื่อนมนุษย์”</p>



<p>เอนกทำให้เราเปลี่ยนความคิดระหว่างสนทนา ตอนแรกเราเข้าใจว่าสิ่งที่เขาจะทำนั้นยิ่งใหญ่เท่ากับบ้านหนึ่งหลัง</p>



<p>บางทีสิ่งที่เขาทำอาจไม่ใช่เพียงเพื่อบ้านพิพิธภัณฑ์</p>



<p>บางทีอาจหมายถึงบ้านหลังที่ใหญ่กว่านั้น</p>



<p>อย่างประเทศของเรา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/14-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-124131" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<p>บทสัมภาษณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ a day 229 The Collectors (เผยแพร่ครั้งแรกในเดือนกันยายน พ.ศ.2562) สั่งซื้อได้ <a href="https://godaypoets.com/product/a-day-229-the-collectors/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ที่นี่</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/anake-nawigamune/">ความรักในของเก่าและความประสงค์ครั้งใหม่ของ เอนก นาวิกมูล ชายผู้อุทิศหัวใจให้การสะสม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภาพในฝันของ &#8216;ศิริวรรณ พรอินทร์&#8217; ลูกสาวผู้เติบโตในครอบครัวที่มีสายสัมพันธ์แบบแม่-แม่-ลูก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/rainbow-family/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Your Favorite Writer's Favorite Writer]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jun 2020 18:07:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Over the Rainbow]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQI]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิมนุษยชน]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัวหลากหลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริวรรณ พรอินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[มัจฉา พรอินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[วีรวรรณ วรรณะ]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัวสีรุ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิ LGBT]]></category>
		<category><![CDATA[Her story_My Daughter]]></category>
		<category><![CDATA[Over The Rainbow]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=101128</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศิริวรรณ พรอินทร์ ตอนเด็กๆ คุณชอบวาดรูปอะไรมากที่สุด บ้านในฝันที่มีวิวภูเขากับพระอาทิตย์ตกดินอยู่ข้างหลัง ตัวการ์ตูนดังที่คลั่งไคล้เป็นพิเศษ หรือครอบครัวที่มีสมาชิกครบถ้วน ประกอบไปด้วยพ่อ แม่ ลูก ไม่ว่าจะวาดด้วยความสนุกส่วนตัวหรือเพราะเป็นการบ้านในชั่วโมงศิลปะ รูปวาดบางรูปสะท้อนความปรารถนาลึกในใจของเรา และบางครั้งมันก็สะท้อนความจริง รูปวาดใบโปรดของ หงส์–ศิริวรรณ พรอินทร์ สะท้อนทั้งความจริงและความปรารถนา เธอวาดภาพครอบครัวที่มีสมาชิกครบถ้วน ประกอบไปด้วยตัวเธอ และแม่ทั้งสองคน   &#160; แม่ แม่ ลูก ศิริวรรณ พรอินทร์ เรารู้จักศิริวรรณครั้งแรกใน a day ฉบับ Wish ในฐานะเด็กสาววัย 18 ปีผู้เป็นกระบอกเสียงเพื่อกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ เธอคือเจ้าของเพจ Her story_My Daughter ที่แชร์ภาพวาดและบทความที่สะท้อนเรื่องราวชีวิตของตัวเองกับ เจี๊ยบ–มัจฉา พรอินทร์ และ จุ๋ม–วีรวรรณ วรรณะ แม่ทั้งสองคน โดยหวังจะสร้างพื้นที่สำหรับเยาวชนที่เป็น LGBTQI และลูกๆ ของเหล่า LGBTQI “หนูคิดว่าจริงๆ แล้วครอบครัวไม่จำเป็นต้องมีพ่อและแม่เท่านั้น เพราะหนูก็อยู่ในครอบครัวที่มีแม่สองคน ซึ่งก็ไม่ได้รู้สึกว่าแปลกหรือบกพร่องอะไรเลย เพราะคำว่าครอบครัวหมายความถึงผู้คนที่เรารู้สึกปลอดภัยด้วยเมื่อได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน” นิยามคำว่าครอบครัวของเธอสะดุดใจเราตั้งแต่แรกอ่าน และเมื่อได้นัดสนทนากัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rainbow-family/">ภาพในฝันของ &#8216;ศิริวรรณ พรอินทร์&#8217; ลูกสาวผู้เติบโตในครอบครัวที่มีสายสัมพันธ์แบบแม่-แม่-ลูก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;"> ศิริวรรณ พรอินทร์ </span><span style="font-weight: 400;">ตอนเด็กๆ คุณชอบวาดรูปอะไรมากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บ้านในฝันที่มีวิวภูเขากับพระอาทิตย์ตกดินอยู่ข้างหลัง ตัวการ์ตูนดังที่คลั่งไคล้เป็นพิเศษ หรือครอบครัวที่มีสมาชิกครบถ้วน ประกอบไปด้วยพ่อ แม่ ลูก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะวาดด้วยความสนุกส่วนตัวหรือเพราะเป็นการบ้านในชั่วโมงศิลปะ รูปวาดบางรูปสะท้อนความปรารถนาลึกในใจของเรา และบางครั้งมันก็สะท้อนความจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รูปวาดใบโปรดของ </span><b>หงส์–ศิริวรรณ พรอินทร์ </b><span style="font-weight: 400;">สะท้อนทั้งความจริงและความปรารถนา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอวาดภาพครอบครัวที่มีสมาชิกครบถ้วน ประกอบไปด้วยตัวเธอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และแม่ทั้งสองคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-101443" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105990446_197249548280435_8802923156123888789_n-768x1024.jpg" alt="" width="768" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105990446_197249548280435_8802923156123888789_n-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105990446_197249548280435_8802923156123888789_n-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105990446_197249548280435_8802923156123888789_n-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105990446_197249548280435_8802923156123888789_n.jpg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>แม่ แม่ ลูก</b><span style="display: none;"> ศิริวรรณ พรอินทร์ </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เรารู้จักศิริวรรณครั้งแรกใน <a href="https://godaypoets.com/product/a-day-238-wish/" target="_blank" rel="noopener">a day ฉบับ Wish</a> ในฐานะเด็กสาววัย 18 ปีผู้เป็นกระบอกเสียงเพื่อกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ เธอคือเจ้าของเพจ <a href="https://web.facebook.com/Her-story_My-Daughter-1574708012841477/" target="_blank" rel="noopener">Her story_My Daughter</a> ที่แชร์ภาพวาดและบทความที่สะท้อนเรื่องราวชีวิตของตัวเองกับ </span><b>เจี๊ยบ–มัจฉา พรอินทร์</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>จุ๋ม–วีรวรรณ วรรณะ</b><span style="font-weight: 400;"> แม่ทั้งสองคน โดยหวังจะสร้างพื้นที่สำหรับเยาวชนที่เป็น LGBTQI และลูกๆ ของเหล่า LGBTQI</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หนูคิดว่าจริงๆ แล้วครอบครัวไม่จำเป็นต้องมีพ่อและแม่เท่านั้น เพราะหนูก็อยู่ในครอบครัวที่มีแม่สองคน ซึ่งก็ไม่ได้รู้สึกว่าแปลกหรือบกพร่องอะไรเลย เพราะคำว่าครอบครัวหมายความถึงผู้คนที่เรารู้สึกปลอดภัยด้วยเมื่อได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน” นิยามคำว่าครอบครัวของเธอสะดุดใจเราตั้งแต่แรกอ่าน และเมื่อได้นัดสนทนากัน เรายิ่งสนใจมากขึ้นไปอีกเมื่อได้รู้ว่าจริงๆ แล้วศิริวรรณเป็นลูกบุญธรรมของมัจฉากับวีรวรรณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการทำเพจ เธอยังร่วมเดินสายอบรม ทำกิจกรรมเพื่อกลุ่มคนชายขอบกับแม่ๆ ไม่ใช่แค่พูดเรื่องสิทธิของกลุ่มคนผู้มีความหลากหลายทางเพศแต่ยังพูดเรื่องสิทธิของคนชนเผ่าพื้นเมือง สิทธิคนไร้สัญชาติ เรื่องโรคระบาด และความไม่เป็นธรรมมากมายในสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดทั้งมวลเริ่มต้นในตอนเธออายุ 9 ขวบเท่านั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-101442" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/95522453_551659015541252_8581240899588063232_n.jpg" alt="" width="960" height="638" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/95522453_551659015541252_8581240899588063232_n.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/95522453_551659015541252_8581240899588063232_n-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/95522453_551659015541252_8581240899588063232_n-768x510.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/95522453_551659015541252_8581240899588063232_n-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/95522453_551659015541252_8581240899588063232_n-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/95522453_551659015541252_8581240899588063232_n-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/95522453_551659015541252_8581240899588063232_n-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หนูเจอแม่เจี๊ยบกับแม่จุ๋มครั้งแรกตอนมาเที่ยวเชียงใหม่กับยาย” ศิริวรรณเล่าอดีต มัจฉามาอยู่เชียงใหม่ตั้งแต่ได้มาเรียนที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในปี 2543 เธอพบกับวีรวรรณในสิบปีให้หลัง ก่อนจะคบกันจนถึงปัจจุบัน “ตอนเจอกันหนูยังเรียกทั้งสองคนว่าป้า พอเจอกันแม่สังเกตเห็นว่าหนูไม่สามารถพูดคุยสื่อสารกับคนอื่นให้เข้าใจ ยังคิดเลขง่ายๆ ด้วยการบวกลบคูณหารไม่ได้ เทียบกับเด็กรุ่นเดียวกันที่ทำได้หมดแล้วเขาก็เป็นห่วง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แม่ที่แท้จริงของหนูทิ้งไปตอน 3 ขวบ ยายเลยต้องมาเลี้ยงแทน แต่แม่เจี๊ยบคิดว่าหนูกับยายมีช่องว่างระหว่างวัยมากเกินไป ยายหนูอายุประมาณ 60 ในขณะที่หนูแค่ 9 ขวบ แม่เจี๊ยบกับแม่จุ๋มเลยตัดสินใจรับมาอยู่ด้วย ตอนแรกไปปรึกษาพ่อกับยายแล้วทั้งคู่ไม่ได้สนับสนุน แต่สุดท้ายต้องยอมเพราะแม่เจี๊ยบกับแม่จุ๋มอยากให้หนูได้รับการดูแลที่ดี ก็ต่อรองจนรับหนูมาเลี้ยงได้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศิริวรรณเล่าต่อว่าในช่วงแรกที่มาอยู่นั้นบรรยากาศในบ้านค่อนข้างคึกคัก เพราะมัจฉาและวีรวรรณทำโครงการทาวน์เฮาส์ 4 ชั้นเพื่อนักศึกษาชนเผ่าพื้นเมืองที่เข้ามาเรียนในตัวเมืองเชียงใหม่แต่ไม่มีบ้านอยู่ พื้นที่นั้นค่อยๆ สร้างความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ในที่สุดการได้รับความรักก็ทำให้ศิริวรรณตัดสินใจเปลี่ยนคำเรียกมัจฉาและวีรวรรณจาก ‘ป้า’ กลายเป็น ‘แม่’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หนูรู้สึกว่านี่คือครอบครัว จริงๆ แม่หนูไม่ได้ตั้งใจจะรับหนูมาเป็นลูก แต่แค่อยากเลี้ยงหนูเฉยๆ แต่พอหนูเรียกว่าแม่เขาตกใจกันมาก เขย่าตัวกันแล้วบอกว่า เราเป็นแม่แล้ว” เธอหัวเราะเมื่อนึกถึงการรับมือของแม่ทั้งสองคนในตอนนั้น เพราะต้องดูแลเด็กหลายร้อยคนเหมือนลูกแต่ไม่เคยมีใครเรียกว่าแม่มาก่อน อันที่จริงมัจฉาและวีรวรรณไม่เคยคิดเลยว่าจะมีลูกเป็นของตัวเอง เพราะคำว่าลูกดูเป็นภาระที่หนักหนา ให้ความรู้สึกเหมือนการบอกสังคมว่าเป็นเจ้าของ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในเมื่อศิริวรรณเลือกใช้คำนี้แล้ว แม่กับแม่ก็จะดูแลเธอในฐานะลูกให้ดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-101434" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ12-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ12.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>รักอย่างเท่าเทียม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่บ้านของมัจฉากับวีรวรรณไม่มีการกราบไหว้ แม่ๆ สอนให้ศิริวรรณแสดงความรักทุกวันด้วยการหอมแก้มกัน เพราะพวกเธอเชื่อว่าการไหว้ไม่ใช่การแสดงความรักหรือเคารพ แต่สะท้อนวัฒนธรรมเชิงอำนาจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วันแม่ทุกปี โรงเรียนจะจัดงานให้เด็กไปกราบแม่บนเวที ครอบครัวหนูไม่เคยเข้าร่วมงานเลย” ศิริวรรณบอก “มีแค่ปีเดียวที่หนูไปเพราะต้องขึ้นรับรางวัลชนะเลิศวาดภาพวันแม่ ในขณะที่ทุกคนในโรงเรียนกำลังร้องห่มร้องไห้ ทำพิธีกราบแม่บนเวที หนูกับแม่นั่งอยู่ข้างล่างและแสดงความรักด้วยการหอมแก้มกันแทน เราทำแบบนี้เพราะเชื่อว่าเราคือคนเท่ากัน เราไม่ได้แบ่งแยกว่าแม่ต้องอยู่สูงกว่าลูก มันมีการแสดงออกทางความรักอย่างอื่นที่เท่าเทียมกันได้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-101431 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธ•เธฑเนเธ55.jpg" alt="ศิริวรรณ พรอินทร์ และแม่ทั้งสองคนแสดงความรักต่อกัน" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธ•เธฑเนเธ55.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธ•เธฑเนเธ55-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธ•เธฑเนเธ55-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การไหว้ไม่ใช่เรื่องเดียวที่ครอบครัวของศิริวรรณทำไม่เหมือนบ้านอื่น หลายต่อหลายปี เธอค้นพบว่ามีอีกหลายสิ่งที่ทำต่างจากเพื่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่แตกต่างไม่ได้หมายความว่าเธอไม่ปกติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มีครั้งหนึ่ง คุณครูที่โรงเรียนให้ทุกคนเล่าเรื่องครอบครัวให้ฟังในชั้นเรียน หนูฟังเพื่อนคนอื่นเล่าถึงพ่อแม่ของพวกเขาแล้วเห็นความแตกต่างระหว่างเพื่อนผู้หญิงกับเพื่อนผู้ชายชัดเจน เพื่อนที่เป็นผู้หญิงมักถูกสอนให้ทำงานบ้านทุกอย่าง ส่วนเพื่อนผู้ชายไม่ได้ถูกสอนให้ทำอะไรเลย หนูรู้สึกว่าที่บ้านของเพื่อนบางคนเขามีกรอบเพศอยู่ว่าควรสอนลูกให้ทำอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สำหรับบ้านหนู หนูก็เล่าว่าครอบครัวหนูต้องทำงานเหมือนกัน แต่คุณแม่ไม่ได้สอนให้ทำงานบ้านตามกรอบเพศ แม่สอนให้หนูกวาดบ้าน ไม่ใช่เพราะมันคืองานของผู้หญิง แต่มันคืองานบ้านที่เราต้องทำ ถ้าเกิดเราไม่กวาดแล้วบ้านจะสะอาดไหม ไม่ว่างานอะไร จะกวาดบ้าน ถูบ้าน หรือตัดหญ้า ถ้ามันช่วยให้เราอยู่รอดก็ทำ ทำให้เป็น แม่บอกหนูว่าเราทำทุกอย่างได้ และแม่ก็ทำทุกอย่างให้หนูดูจริงๆ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-101438 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ30-1024x683.jpg" alt="ความหวังของ ศิริวรรณ พรอินทร์ และครอบครัว" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ30-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ30-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ30-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ30-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ30-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ30-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ30.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยังไงก็ตาม ศิริวรรณไม่ได้คิดว่าบ้านตัวเองกับเพื่อนดีหรือแย่กว่า เพราะทุกบ้านก็มีวิธีการเลี้ยงดูที่แตกต่างกันได้ทั้งนั้น บ้านของเธอแค่เลือกวิธีนี้เพราะแม่ๆ ทำงานด้านสิทธิ เชื่อในเรื่องความเคารพซึ่งกันและกัน และไม่อยากให้กรอบเพศมากำหนดการทำหรือไม่ทำสิ่งใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงเฉพาะงานบ้าน แต่ยังรวมไปถึงการเปิดอกพูดคุยเรื่องเพศกับลูกอย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่ศิริวรรณมาอยู่กับแม่ทั้งสองคน เธอมักตามติดมัจฉาและวีรวรรณไปอบรมเรื่องเพศ สิทธิ และความหลากหลายทางเพศ จากเด็กที่ไม่ค่อยเข้าใจก็ค่อยๆ ได้เรียนรู้ว่าเรื่องเพศควรเป็นเรื่องที่คุยกันได้อย่างไม่น่าอาย มากกว่านั้น แม่ทั้งสองคนยังชอบชวนศิริวรรณไปเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่โรงเรียนไม่เคยสอน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในวิชาสุขศึกษามีเนื้อหาเกี่ยวกับเพศประมาณสองหน้า ครูคนที่สอนก็ไม่ได้มีความเข้าใจชัดเจน วันวาเลนไทน์ปีหนึ่งแม่เลยชวนหนูไปลองซื้อถุงยางอนามัยด้วยตัวเอง จำได้ว่าพอเดินเข้าไปขอซื้อ พนักงานก็มองแบบงงๆ ทำให้หนูเห็นว่าสังคมเราไม่ได้เปิดกว้างเรื่องเพศและยังมองว่าการซื้อถุงยางเป็นเรื่องที่ผู้หญิงไม่ควรทำ แต่การที่แม่ยอมพูดเรื่องนี้ตรงๆ ทำให้หนูรู้สึกโอเคกับมัน การเปิดใจของแม่ยังช่วยให้เราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เช่นเรื่องผ้าอนามัยแบบสอดที่หนูเคยใช้แต่แม่ไม่เคย พอแม่อยากลองบ้างก็มาถามหนู ครอบครัวเราคุยเรื่องนี้เป็นปกติ” เธอระบายยิ้ม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-101433 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ5-1024x683.jpg" alt="ศิริวรรณ พรอินทร์ และแม่" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-101427 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ46-1024x683.jpg" alt="ครอบครัวของศิริวรรณ พรอินทร์" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ46-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ46-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ46-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ46-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ46-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ46-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ46-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ46.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><span style="display: none;"> ศิริวรรณ พรอินทร์ </span><b>เลือกได้และเลือกไม่ได้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความที่อยู่ในครอบครัวหลากหลายทางเพศ ศิริวรรณบอกเราว่าสิ่งหนึ่งที่คนภายนอกมักเข้าใจผิดคือความรู้สึกแหว่งวิ่นเพราะขาดพ่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คนชอบมาถามหนูว่าไม่มีพ่อหนูรู้สึกขาดความอบอุ่นหรือเปล่า สำหรับหนู หนูไม่ได้ขาดความอบอุ่น เพราะแม่ให้ความรักหนูเหมือนหนูเป็นลูกของเขาจริงๆ คำถามต่อมาคือการอยู่ในครอบครัวของคู่รักหลากหลายทางเพศแล้วจะเป็นเด็กมีปัญหาหรือเปล่า แต่หนูคิดว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากผู้ใหญ่ในครอบครัวหรอก เด็กรุ่นหนูมีปัญหาทุกคน เพราะเราเรียนในระบบการศึกษาที่แย่ สภาพสังคม เศรษฐกิจที่ไม่ดี ทุกคนก็มีปัญหาของตัวเองหมดทั้งนั้น”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบรรดาเรื่องเข้าใจผิดทั้งปวง ศิริวรรณบอกว่าความเข้าใจผิดมากที่สุดเกี่ยวกับตัวเธอ คือการบอกว่าถ้าคุณเติบโตมาในครอบครัว LGBTQI คุณต้องเป็น LGBTQI ตาม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากพูดว่าความคิดเช่นนี้คืออคติก็คงไม่เกินจริง เพราะถ้าลองครุ่นคิดดูดีๆ LGBTQI หลายคนก็เกิดจากครอบครัวของคู่รักต่างเพศ ในขณะเดียวกัน คนที่เกิดในครอบครัว LGBTQI ก็ไม่จำเป็นต้องเป็น LGBTQI เสมอไป </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-101436" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ24-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ24-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ24-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ24-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ24-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ24-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ24-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ24.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หากมีคนตั้งคำถามว่า ทำไมลูกที่อยู่ในครอบครัวหลากหลายทางเพศจึงเป็น LGBTQI เยอะ นั่นก็เพราะพวกเขาเคารพลูกตัวเองไง แม่หนูเคยพูดว่ามนุษย์ทุกคนควรเลือกได้ว่าเขาอยากเป็นอะไร แม่ไม่ได้ส่งเสริมให้หนูเป็นคนที่หลากหลายทางเพศ แต่ส่งเสริมให้เราเป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็น ไม่ว่าหนูเลือกทางไหนเขาจะไม่ห้ามหรือบังคับ และจะเคารพการตัดสินใจ สนับสนุนให้หนูภูมิใจในทางที่เลือก ไม่เฉพาะเรื่องรสนิยมทางเพศเท่านั้น แต่รวมไปถึงเรื่องสำคัญอย่างการเรียน งานอดิเรก อาชีพในอนาคตด้วย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฟังดูแล้วการอยู่ในครอบครัวนี้ดูเลือกได้จนน่าอิจฉา แต่ชีวิตที่ผ่านมาของศิริวรรณยังมีสิ่งที่เลือกไม่ได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่และอาจส่งผลต่อชีวิตเธอในอนาคต นั่นคือเธอไม่ได้เป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมายของมัจฉากับวีรวรรณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจเคยฟังเรื่องราวของ<a href="https://adaymagazine.com/lgbt-couple/" target="_blank" rel="noopener">คู่รักเพศเดียวกัน</a>ที่ไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกันเพราะ</span>ประเทศไทยยังไม่ให้พวกเขาสมรสได้อย่างเท่าเทียม (แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448) <span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ เรื่องนี้ส่งผลต่อผู้เป็นลูกบุญธรรมเช่นกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-101435 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ19-1024x683.jpg" alt="together" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ19-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ19-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ19-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ19-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ19-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ19-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ19.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในทางปฏิบัติแม่ทั้งสองคนเลี้ยงดูหนู แต่ในทางกฎหมาย ทั้งสองคนรับหนูเป็นลูกบุญธรรมไม่ได้เพราะแม่ไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกัน ไม่มีอะไรรองรับว่าเป็นคู่สมรส จะรับแบบเดี่ยวก็ไม่ได้เพราะพ่อหนูไม่ยินยอม จนถึงวันนี้แม่จึงไม่ได้มีสิทธิในตัวหนู แต่สิทธิอยู่ที่แม่ที่เขาคลอดหนูจริงๆ” ศิริวรรณบอก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถามว่าสิทธิที่หายไปคืออะไรบ้าง ก็แทบจะทุกอย่าง ทุกวันนี้หนูใช้นามสกุลเดียวกับแม่ แต่ถ้าเช็กในฐานข้อมูลของรัฐ เขาไม่ได้ระบุว่าเป็นพ่อแม่ จะทำอะไรสักอย่างในทางราชการก็ยากลำบาก หนูไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศกับแม่ เพราะแม่ไม่มีสิทธิในการเซ็นยินยอมให้ทำพาสปอร์ต ถ้าหนูประสบอุบัติเหตุ อยู่ในห้องฉุกเฉิน แม่ไม่สามารถเซ็นปฏิเสธการผ่าตัดได้เพราะโรงพยาบาลจะไม่ให้สิทธินั้น เขาจะมองว่า ‘คุณมารับผิดชอบชีวิตคนคนนี้ได้ยังไงทั้งที่ไม่เกี่ยวกันเลย ถ้าตายไปเผื่อครอบครัวที่แท้จริงเขามาฟ้องร้องโรงพยาบาลจะทำยังไง คนที่มีสิทธิเซ็นต้องเป็นพ่อแม่เขาเท่านั้น’ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หรือแม้แต่เคสง่ายๆ อย่างการทำบัตรประจำตัวประชาชนธรรมดา ตอนไปทำก็โดนสอบสวนใหญ่ นั่งพิสูจน์กันหลายชั่วโมง เพราะผู้ปฏิบัติงานของภาครัฐไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องลูกสาวในครอบครัวของคนที่หลากหลายทางเพศ พวกเขายังมองว่าเราสามคนเป็นคนอื่นต่อกัน ทั้งๆ ที่สำหรับหนู เราคือครอบครัว”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-101440 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ37-1024x683.jpg" alt="rainbow family" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ37-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ37-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ37-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ37-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ37-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ37-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ37.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>เรื่องของเธอคือเรื่องของเด็กอีกหลายคน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความไม่เป็นธรรมทางกฎหมายที่ส่งผลต่อชีวิตของศิริวรรณนั่นก็เรื่องหนึ่ง อีกเรื่องที่ทำให้ศิริวรรณอยากลุกขึ้นมาเป็นกระบอกเสียงเล่าเรื่องราวของเด็กในครอบครัวของคนที่หลากหลายทางเพศคือสายตาของคนรอบข้างที่ดูแคลนเธออย่างไม่เข้าใจ เธอบอกเราว่าไม่มีใครสมควรถูกมองแบบนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าหนูเล่าเรื่องของครอบครัวตัวเองให้เพื่อนฟังก็จะมีทั้งคนที่รับได้และรับไม่ได้” ศิริวรรณพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ “มีเพื่อนที่สนับสนุนเรา รับรู้ว่าเราทำงานช่วยแม่ ซึ่งเป็นการส่งเสียงอย่างสร้างสรรค์ เขาก็ไม่รู้สึกว่าเราเป็นคนที่แตกต่างแต่เป็นคนที่น่าภาคภูมิใจ แต่ก็มีบางกลุ่มที่รู้แต่ไม่เข้าใจก็จะเฟดตัวออกไป แต่จะโทษเขาก็ไม่ได้ เพราะแม้แต่เนื้อหาเรื่องความหลากหลายทางเพศในบทเรียนยังล้าหลัง แม้แต่ครูก็มองว่ามันเป็นเรื่องแปลก ตลก ทั้งที่จริงไม่ได้เป็นแบบนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ลึกๆ หนูเข้าใจคนที่ไม่สนับสนุนเรา แต่หนูยืนยันที่จะเดินหน้าสร้างความเข้าใจเรื่องนี้ให้มากขึ้น จะพยายามต่อสู้ต่อไปเพื่อให้คนเขารับรู้ว่าเรามีตัวตน ทำงานเพื่อให้สังคมรู้ ทำให้คนเห็นว่าเด็กตัวเล็กๆ อย่างหนูสามารถต่อสู้ได้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-101441 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105999337_3434013809993805_6820406233312711584_n-1024x768.jpg" alt="ศิริวรรณ พรอินทร์ และแม่ร่วมประท้วงเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม" width="1024" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105999337_3434013809993805_6820406233312711584_n-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105999337_3434013809993805_6820406233312711584_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105999337_3434013809993805_6820406233312711584_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105999337_3434013809993805_6820406233312711584_n-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105999337_3434013809993805_6820406233312711584_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเด็กที่พูดไม่เป็นคำตอน 9 ขวบ ในวัย 18 ปี ศิริวรรณเดินสายช่วยแม่ทั้งสองคนอบรมเรื่องสิทธิของกลุ่มคนชายขอบทั่วประเทศ เธอยังเขียนความเรียงเรื่อง <a href="https://prachatai.com/journal/2017/05/71366" target="_blank" rel="noopener">&#8216;จดหมายจากครอบครัวสีรุ้ง&#8217;</a> ลงเว็บไซต์ประชาไท ขึ้นพูดบนเวทีของงานวันสตรีสากลที่เชียงใหม่ เป็นคนนำเต้นในแคมเปญแสดงความรักกับร่างกายตัวเองในงานวันยุติความรุนแรงกับผู้หญิง และทุกครั้งที่มีโอกาส เธอจะแชร์ความสนใจและความเป็นไปของเธอกับแม่ผ่านภาพวาดในเพจ Her story_My Daughter</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เป้าหมายของหนูคืออยากให้คนในสังคมเห็นว่าครอบครัวของคนหลากหลายทางเพศมีตัวตน อยากให้สังคมเข้าใจและยอมรับ อยากให้ทุกคนได้ยินเสียงเล็กๆ ตรงนี้ว่านี่คือเสียงของลูกในครอบครัว LGBTQI ที่แม้จะเป็นเสียงเล็กๆ แต่ก็มีพลัง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หนูอยากเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กที่อายุน้อยกว่าด้วย อยากให้เขารู้ว่ามีรุ่นพี่ที่เคยต่อสู้เรื่องนี้มาก่อน และเขาเองก็สามารถช่วยขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้เหมือนกัน ถ้าเรามีหลายๆ คน หลายๆ เสียง จะทำให้เราสามารถขับเคลื่อนไปได้เร็วขึ้น แม้บางครั้งมันจะยากลำบากเพราะต้องต่อสู้กับความไม่เข้าใจของคน ต้องต่อสู้กับความเชื่อที่อยู่ในจิตใต้สำนึก แต่ถ้าเราไม่รีบลงมือทำแล้วใครจะทำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่สุดแล้วมันก็คือการหวังว่าคนรุ่นต่อจากเราจะไม่ได้มาเจออะไรเหมือนเรา หนูอยากให้รู้ว่าเสียงของทุกคนมีค่า ไม่ว่าคุณจะเป็นลูกของ LGBTQI หรือครอบครัวรักต่างเพศก็สนับสนุนเรื่องนี้ได้ หนูก็จะทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสำเร็จ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-101439 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ31-1024x683.jpg" alt="ศิริวรรณ พรอินทร์ และแม่" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ31-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ31-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ31-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ31-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ31-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ31-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ31.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<hr />
<p>ติดตามศิริวรรณและแม่ทั้งสองคนต่อได้ที่เพจ <a href="https://web.facebook.com/Her-story_My-Daughter-1574708012841477/" target="_blank" rel="noopener">Her story_My Daughter</a> ช่องยูทูบ <a href="https://www.youtube.com/channel/UCqYSPTIMavhsxzpqGX8sdFw" target="_blank" rel="noopener">Siri</a> เพจ <a href="https://web.facebook.com/saydpthailand/" target="_blank" rel="noopener">สร้างสรรค์อนาคตเยาวชน</a> และเพจ <a href="https://web.facebook.com/V-Day-Thailand-102088898021829/" target="_blank" rel="noopener">V-Day Thailand</a></p>
<p>ขอบคุณสถานที่ อ่างแก้ว มช.</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rainbow-family/">ภาพในฝันของ &#8216;ศิริวรรณ พรอินทร์&#8217; ลูกสาวผู้เติบโตในครอบครัวที่มีสายสัมพันธ์แบบแม่-แม่-ลูก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โชคทิพย์ เตชะจุฑาศรี นักสะสมผู้มี Fire-King มากกว่า 1,000 ชิ้นในครอบครอง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/the-collector-fire-king/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เกียรติก้อง เทียมธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2020 11:28:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[a day 229]]></category>
		<category><![CDATA[the collectors]]></category>
		<category><![CDATA[นักสะสม]]></category>
		<category><![CDATA[Fire-King]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟร์คิง]]></category>
		<category><![CDATA[กอล์ฟ โชคทิพย์ เตชะจุฑาศรี]]></category>
		<category><![CDATA[จานชาม]]></category>
		<category><![CDATA[แก้วเนื้อนม]]></category>
		<category><![CDATA[milk glass]]></category>
		<category><![CDATA[ภาชนะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=101030</guid>

					<description><![CDATA[<p>Fire-King เป็นแบรนด์ภาชนะในครัวเรือนจากสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในอเมริกาและญี่ปุ่น มีจุดเด่นที่แตกต่างจากภาชนะแบรนด์อื่นคือเนื้อ milk glass ของภาชนะซึ่งมีสีขุ่น ลักษณะคล้ายนม โชคทิพย์ เตชะจุฑาศรี ผู้สะสมผลิตภัณฑ์ Fire-King จึงเรียกติดปากว่า ‘แก้วเนื้อนม’ เดิมทีโชคทิพย์มีพื้นที่ในการเก็บสะสมของเพียงเล็กน้อยเนื่องจากอาศัยอยู่ในทาวน์เฮาส์ที่เป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เท่านั้น กระทั่งเมื่อมีบ้านเป็นของตัวเอง เขาจึงได้โอกาสสะสมสิ่งของมากขึ้น โดยมีจุดประสงค์สำคัญคือเพื่อนำมาตกแต่งพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งแน่นอนว่าแก้ว Fire-King คือหนึ่งในสิ่งของเหล่านั้น “เราเป็นคนชอบแต่งห้องมานานแล้ว พอมีพื้นที่ใหญ่ขึ้นก็เริ่มหาของมาตกแต่ง ทั้งสัตว์สตัฟ เฟอร์นิเจอร์ แล้วเราก็มาเจอกับ Fire-King เพราะรุ่นพี่คนหนึ่งที่อยู่อเมริกาแนะนำให้รู้จัก เขาบอกว่าที่เมืองนอกนิยมเล่นกันในราคาสูงมาก แต่บ้านเรายังไม่ค่อยมีใครรู้จัก เขาบอกว่าถ้าเราไปเจอที่ไทยถูกๆ ก็ซื้อเก็บไว้ให้เขาบ้าง เราศึกษาไปๆ มาๆ ก็ชอบเองเลยได้เก็บสะสมและเอามาตกแต่งบ้านบ้าง” โชคทิพย์เล่ากลั้วเสียงหัวเราะ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เขาเก็บสะสมภาชนะ Fire-King ไว้กว่าพันชิ้นตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี โดยมีภาชนะหลายอย่างทั้งถ้วย จาน ชาม หรือเครื่องครัวต่างๆ “จำได้ว่าชิ้นแรกที่เราเจอคือจาน ได้มาจากร้านขายของเก่าข้างวัดสวนแก้ว จานใบนี้สะดุดตาเราเพราะสี เราได้มาในราคาที่ถูกมาก แค่ใบละร้อยเอง ไม่แพงอย่างที่รุ่นพี่บอกเลย “ข้อดีของ Fire-King คือนอกจากจะสวยและใช้เป็นของตกแต่งได้แล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-collector-fire-king/">โชคทิพย์ เตชะจุฑาศรี นักสะสมผู้มี Fire-King มากกว่า 1,000 ชิ้นในครอบครอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>Fire-King เป็นแบรนด์ภาชนะในครัวเรือนจากสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในอเมริกาและญี่ปุ่น มีจุดเด่นที่แตกต่างจากภาชนะแบรนด์อื่นคือเนื้อ milk glass ของภาชนะซึ่งมีสีขุ่น ลักษณะคล้ายนม <strong>โชคทิพย์ เตชะจุฑาศรี</strong> ผู้สะสมผลิตภัณฑ์ <a href="https://adaymagazine.com/in-the-mood-for-love-and-fire-king/" target="_blank" rel="noopener">Fire-King</a> จึงเรียกติดปากว่า ‘แก้วเนื้อนม’</p>
<p>เดิมทีโชคทิพย์มีพื้นที่ในการเก็บสะสมของเพียงเล็กน้อยเนื่องจากอาศัยอยู่ในทาวน์เฮาส์ที่เป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เท่านั้น กระทั่งเมื่อมีบ้านเป็นของตัวเอง เขาจึงได้โอกาสสะสมสิ่งของมากขึ้น โดยมีจุดประสงค์สำคัญคือเพื่อนำมาตกแต่งพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งแน่นอนว่าแก้ว Fire-King คือหนึ่งในสิ่งของเหล่านั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-101124 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/5-6.jpg" alt="แก้ว fire-king" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/5-6.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/5-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/5-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/5-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/5-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/5-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/5-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/5-6-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>“เราเป็นคนชอบแต่งห้องมานานแล้ว พอมีพื้นที่ใหญ่ขึ้นก็เริ่มหาของมาตกแต่ง ทั้งสัตว์สตัฟ เฟอร์นิเจอร์ แล้วเราก็มาเจอกับ Fire-King เพราะรุ่นพี่คนหนึ่งที่อยู่อเมริกาแนะนำให้รู้จัก เขาบอกว่าที่เมืองนอกนิยมเล่นกันในราคาสูงมาก แต่บ้านเรายังไม่ค่อยมีใครรู้จัก เขาบอกว่าถ้าเราไปเจอที่ไทยถูกๆ ก็ซื้อเก็บไว้ให้เขาบ้าง เราศึกษาไปๆ มาๆ ก็ชอบเองเลยได้เก็บสะสมและเอามาตกแต่งบ้านบ้าง” โชคทิพย์เล่ากลั้วเสียงหัวเราะ</p>
<p>จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เขาเก็บสะสมภาชนะ Fire-King ไว้กว่าพันชิ้นตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี โดยมีภาชนะหลายอย่างทั้งถ้วย จาน ชาม หรือเครื่องครัวต่างๆ</p>
<p>“จำได้ว่าชิ้นแรกที่เราเจอคือจาน ได้มาจากร้านขายของเก่าข้างวัดสวนแก้ว จานใบนี้สะดุดตาเราเพราะสี เราได้มาในราคาที่ถูกมาก แค่ใบละร้อยเอง ไม่แพงอย่างที่รุ่นพี่บอกเลย</p>
<p>“ข้อดีของ Fire-King คือนอกจากจะสวยและใช้เป็นของตกแต่งได้แล้ว ยังเก็บความร้อนได้ดีเพราะเนื้อหนา เข้าไมโครเวฟ เข้าเตาอบได้ เราชอบทำอาหาร แล้วบางทีเราทำอาหารด้วยเตาอบหรือเตาแก๊สก็สามารถใช้ภาชนะ Fire-King ได้เลย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-101117" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/7-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/7-5.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/7-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/7-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/7-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/7-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/7-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/7-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/7-5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-101118" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/9-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/9-5.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/9-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/9-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/9-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/9-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/9-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/9-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/9-5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-101120" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1-9.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1-9.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1-9-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>นักสะสมส่วนใหญ่เน้นเก็บแก้วเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันบริษัทที่ญี่ปุ่นซื้อ Fire-King ไปผลิตต่อ ทำให้แก้วที่ประทับตรา Made in USA ซึ่งเลิกผลิตไปแล้วมีราคาสูงกว่า Made in Japan</p>
<p>ความสนุกอย่างหนึ่งคือ Fire-King มักร่วมงานกับแบรนด์อื่นๆ เช่น BURGER KING, Starbucks, KFC หรือกระทั่งตัวการ์ตูนต่างๆ เพื่อผลิตคอลเลกชั่นพิเศษออกมา โดยคอลเลกชั่นที่เขาชอบที่สุดคือคอลเลกชั่นที่ร่วมมือกับตัวการ์ตูนโปรดของเขาอย่าง สนูปปี้</p>
<p>“เราชอบเนื้อแก้วที่สวย รูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้พอมีแล้วก็อยากจะมีเพิ่มอีก และจะชอบเป็นพิเศษถ้ามีลายการ์ตูนอยู่บนแก้ว เพราะเราชอบการ์ตูน”</p>
<p>แม้ภาชนะแบรนด์ Fire-King จะมีองค์ประกอบพิเศษที่ทำให้โชคทิพย์ชอบ ทว่าสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขที่สุดในการสะสมคือวิธีการได้มาในราคาที่ถูกกว่าราคากลางที่ซื้อ-ขายกันใน eBay</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-101121" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/19-3.jpg" alt="แก้ว fire-king" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/19-3.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/19-3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/19-3-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/19-3-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/19-3-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/19-3-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-101122" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/20-3.jpg" alt="แก้ว fire-king" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/20-3.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/20-3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/20-3-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/20-3-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/20-3-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/20-3-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>“เราเป็นคนที่ไม่ค่อยซื้อของแพง เราถือคติว่าการได้ของแพงมาในราคาถูกเหมือนเราเป็นผู้ชนะ” โชคทิพย์มักใช้วิธีการเดินหาตามร้านขายของมือสองญี่ปุ่นบ้าง หรือตามตลาดขายของเก่า ถ้าเจอที่ซ้ำเขาก็จะซื้อเก็บไว้แลกกับนักสะสมคนอื่นๆ กระนั้นบางทีถ้าเจอลายที่ชอบในราคาถูก ต่อให้มีแล้วและไม่ได้คิดจะเก็บไว้แลกกับใคร เขาก็ยังซื้อเก็บไว้อยู่ดี</p>
<p>“เวลาเจอแก้ว Fire-King ทีไร เราอยากซื้อตลอด ซ้ำก็ยังซื้อ คงเลิกเล่นไม่ได้ (หัวเราะ) แต่ในอนาคตเราอาจจะไม่ได้สะสมอย่างเดียว แต่จะนำไปใช้ทำอย่างอื่นด้วย สักวันเราจะเปิดคาเฟ่ โดยจะเสิร์ฟน้ำและอาหารด้วยภาชนะ Fire-King ซึ่งมีประโยชน์กว่าวางโชว์ไว้เฉยๆ เวลาเรากินในจานชามหรือดื่มจากแก้วที่เป็น Fire-King มันฟินดี นอกจากได้กินแล้วก็ถ่ายรูปโชว์ได้ด้วย”</p>
<p>สำหรับคนทั่วไป มองเผินๆ สิ่งของเหล่านี้อาจจะเป็นแค่ภาชนะธรรมดา แต่อย่างน้อยการที่สะสมมาจนถึงจุดนี้ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในแวดวงนักสะสมมากขึ้น และเป็นคุณค่าทางใจที่ยังคงมีบทบาทในชีวิตประจำวันของโชคทิพย์อยู่เสมอ</p>
<p>“เวลามองคอลเลกชั่นของตัวเอง เราภูมิใจว่ากว่าจะได้มามันมีเรื่องราวในชิ้นนั้นๆ แถมเก็บติดบ้านไว้แล้วมีความสุข”</p>
<p>โชคทิพย์พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าความสุขนั้นแสนเรียบง่าย เพราะเกิดขึ้นได้จากการมอง การดื่มด่ำ การใช้งาน และการสะสม Fire-King ในบ้านของตัวเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-101119" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-8.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-8-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>Five Kings of Fire-King</h3>
<p>ท่ามกลางภาชนะจาก Fire-King นับพันใบ เราแอบสงสัยว่าที่สุดของ ‘ราชาไฟ’ สำหรับโชคทิพย์นั้นจะเป็นใบไหนบ้าง และนี่คือภาชนะสุดโปรดทั้ง 5 ใบที่โชคทิพย์ยกให้เป็นภาชนะชั้นแนวหน้าจากทั้งหมด เชิญพบกับราชาทั้ง 5 บัดเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>1. แก้วสนูปปี้</b></h4>
<p>“เราชอบแก้วใบนี้ที่สุดเพราะมีตัวการ์ตูนที่เรารักอยู่ จริงๆ ถ้าลองมองดูตามมุมบ้านจะเห็นว่ามีสนูปปี้อยู่ทุกที่”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-101132" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/a.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/a.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/a-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/a-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/a-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/a-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/a-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/a-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/a-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/a-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>2. แก้วเหนียว Rubber </b></h4>
<p>“แก้วใบนี้แปลกกว่าใบอื่นตรงที่รอบๆ แก้วจะมียางเหนียวๆ อยู่ เขาผลิตมาให้เด็กจับแล้วมันจะไม่หลุดมือ เราเคยเอาไปล้างก็ไม่หายเหนียว แปลกดี”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-101133" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/b.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/b.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/b-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/b-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/b-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/b-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/b-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/b-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/b-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/b-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>3. ชุดจานชามภาชนะเนื้อหยก เซต Jane Ray, Shell และ Restaurant Ware</b></h4>
<p>“เราชอบสีเขียวเป็นพิเศษ ยิ่งเป็นภาชนะสีเขียวที่มาอยู่รวมกันยิ่งสวย สีเขียวของเซตที่เรามีเป็นเนื้อหยก ทั้งหยกขาวและหยกเขียว เวลาถ่ายรูปลงอินสตาแกรม ใครเห็นแล้วรู้เลยว่าเป็น Fire-King เพราะสีเขียวหยกแบบนี้ไม่มีใครเหมือน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-101134" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/c.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/c.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/c-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/c-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/c-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/c-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/c-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/c-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/c-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/c-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>4. Mickey Mouse Stacking Mug</b></h4>
<p>“ใบนี้จัดทำขึ้นตอนงานเปิด Tokyo Disneyland ราคาปัจจุบันอยู่ที่หมื่นกว่าบาท ที่พิเศษคือเป็นใบที่ Made in USA เลยทำให้ตอนนี้ยิ่งแพงขึ้นไปอีก แต่ผมไปเจอในร้านขายของญี่ปุ่นมือสองราคา 60 บาท”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-101135" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/d.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/d.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/d-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/d-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/d-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/d-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/d-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/d-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/d-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/d-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>5. ที่เขี่ยบุหรี่เนื้อหยก Fire-King Jadeite Ashtray</b></h4>
<p>“ได้มายากที่สุด ใบอื่นมีเงินก็ซื้อได้แต่ใบนี้ต้องหาของไปแลกกับเขา เจ้าของเดิมบอกว่าอยากได้แก้วกาแฟ Fire-King ที่เนื้อหยกแบบเดียวกัน โชคดีที่เรามีแก้วใบนั้น สุดท้ายก็ได้มา เราดีใจมาก เพราะที่เขี่ยบุหรี่ในไทยมันหายาก เรามีอันนี้แค่อันเดียวเอง”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-101136" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/e.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/e.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/e-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/e-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/e-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/e-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/e-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/e-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/e-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/e-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<hr />
<p style="text-align: center;">อ่านเรื่องราวของโชคทิพย์และนักสะสมคนอื่นๆ เพิ่มได้ใน a day 229 ฉบับ The Collectors สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ <a href="https://godaypoets.com/product/a-day-229-the-collectors/" target="_blank" rel="noopener">godaypoets.com/product/a-day-229-the-collectors</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-collector-fire-king/">โชคทิพย์ เตชะจุฑาศรี นักสะสมผู้มี Fire-King มากกว่า 1,000 ชิ้นในครอบครอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘พี่หมา’ แดนเซอร์วง PARADOX หนึ่งในสมาชิกเบื้องหน้าโชว์ที่อลหม่านที่สุดในวงการเพลงไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dancer-paradox/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Aug 2019 13:51:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Paradox]]></category>
		<category><![CDATA[วงการเพลงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[the outsider]]></category>
		<category><![CDATA[dancer]]></category>
		<category><![CDATA[พาราด็อกซ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=69445</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ดูวงพาราด็อกซ์เล่นสดสักครั้ง คงรู้ดีว่าซิกเนเจอร์ของโชว์จากวงดนตรีวงนี้คือความแสบสันในลีลาการเอนเตอร์เทนคนดูของสมาชิกที่ประกอบด้วยนักดนตรีและ ‘ทีมมาสคอต’ ประจำวงที่แต่งชุดประหลาด เต้นท่ากวนใจ เดินป้วนเปี้ยนไปมา สร้างความอลหม่าน เซอร์ไพรส์คนดูตลอดโชว์ จนกระทั่งเพื่อนของเพื่อนแนะนำให้เรารู้จักกับ แบ็ต–อมรพล รุ่งรูจี  หนึ่งในทีมมาสคอต ที่แฟนๆ เรียกขานเขาว่า ‘พี่หมา พาราด็อกซ์’ เรื่องราวที่เราสนใจคือ อาชีพหลักของแบ็ตคือการเป็นทีมงานในศูนย์มีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม แถมยังเข้าคลาสสอนนักศึกษาในคณะนิเทศศาสตร์อีกด้วย นักศึกษาจะรู้ไหมว่าบุคลากรทางการศึกษาคนนี้มีอีกพาร์ตหนึ่งเป็นแดนเซอร์วงดนตรีที่บ้าที่สุดในเมืองไทย ชีวิตจริงของคนที่สวมหน้ากากบนเวทีเป็นอย่างไร แล้วตลอดเวลาที่แกล้งคนดูอยู่บนเวที ในหัวเขาคิดอะไรอยู่  เชื่อว่าการสนทนากับชายที่ยอมถอดหน้ากากนั่งพูดคุยกับเราคนนี้ คงตอบคำถามที่เราสงสัยมาเนิ่นนานได้เสียที เริ่มต้นทำงานกับวงพาราด็อกซ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ ก่อนหน้าที่จะมาทำงานตรงนี้เราเคยทำงานที่ Fat Radio มาก่อน ที่ Fat เรามีก๊วนเตะฟุตบอลที่เตะกับศิลปินด้วย ก็เลยได้รู้จักกับพี่ต้า พี่สอง เตะบอลกันมาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งที่ก๊วนเตะบอลล่มสลาย เรากับพี่ต้าก็เลยคุยกันหลังไมค์ว่าอยากเตะบอลต่อ เลยช่วยกันเป็นตัวตั้งตัวตีฟอร์มทีมเตะบอลขึ้นมาอีก มันมีจุดเปลี่ยนหนึ่ง ไม่รู้พูดได้หรือเปล่า (หัวเราะ) เราอกหักเว้ย เราเฟลมาก ไอ้พี่ต้าเนี่ยแหละบอกเราว่า “ปะ ขึ้นเวที” ช่วงนั้นวงกำลังจะออกอัลบั้ม BEFORE SUNRISE AFTER SUNSET จำได้เลยว่าในลิสต์เพลงมีเพลง พรุ่งนี้ เป็นเพลงที่พี่ต้าแซวว่ามันเหมาะกับความรู้สึกอกหักตอนนั้นมาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dancer-paradox/">‘พี่หมา’ แดนเซอร์วง PARADOX หนึ่งในสมาชิกเบื้องหน้าโชว์ที่อลหม่านที่สุดในวงการเพลงไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-69473" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/60838680_295325871371116_3725502152068562944_n.jpg" alt="" width="1920" height="1281" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/60838680_295325871371116_3725502152068562944_n.jpg 1920w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/60838680_295325871371116_3725502152068562944_n-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/60838680_295325871371116_3725502152068562944_n-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/60838680_295325871371116_3725502152068562944_n-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/60838680_295325871371116_3725502152068562944_n-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 1920px) 100vw, 1920px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ดูวงพาราด็อกซ์เล่นสดสักครั้ง คงรู้ดีว่าซิกเนเจอร์ของโชว์จากวงดนตรีวงนี้คือความแสบสันในลีลาการเอนเตอร์เทนคนดูของสมาชิกที่ประกอบด้วยนักดนตรีและ ‘ทีมมาสคอต’ ประจำวงที่แต่งชุดประหลาด เต้นท่ากวนใจ เดินป้วนเปี้ยนไปมา สร้างความอลหม่าน เซอร์ไพรส์คนดูตลอดโชว์</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-69470 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จนกระทั่งเพื่อนของเพื่อนแนะนำให้เรารู้จักกับ </span><b>แบ็ต</b><strong>–</strong><b>อมรพล รุ่งรูจี</b><span style="font-weight: 400;">  หนึ่งในทีมมาสคอต ที่แฟนๆ เรียกขานเขาว่า </span><b>‘พี่หมา พาราด็อกซ์’</b><span style="font-weight: 400;"> เรื่องราวที่เราสนใจคือ อาชีพหลักของแบ็ตคือการเป็นทีมงานในศูนย์มีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม แถมยังเข้าคลาสสอนนักศึกษาในคณะนิเทศศาสตร์อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นักศึกษาจะรู้ไหมว่าบุคลากรทางการศึกษาคนนี้มีอีกพาร์ตหนึ่งเป็นแดนเซอร์วงดนตรีที่บ้าที่สุดในเมืองไทย ชีวิตจริงของคนที่สวมหน้ากากบนเวทีเป็นอย่างไร แล้วตลอดเวลาที่แกล้งคนดูอยู่บนเวที ในหัวเขาคิดอะไรอยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เชื่อว่าการสนทนากับชายที่ยอมถอดหน้ากากนั่งพูดคุยกับเราคนนี้ คงตอบคำถามที่เราสงสัยมาเนิ่นนานได้เสียที</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-69457 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>เริ่มต้นทำงานกับวงพาราด็อกซ์ตั้งแต่เมื่อไหร่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้าที่จะมาทำงานตรงนี้เราเคยทำงานที่ Fat Radio มาก่อน ที่ Fat เรามีก๊วนเตะฟุตบอลที่เตะกับศิลปินด้วย ก็เลยได้รู้จักกับพี่ต้า พี่สอง เตะบอลกันมาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งที่ก๊วนเตะบอลล่มสลาย เรากับพี่ต้าก็เลยคุยกันหลังไมค์ว่าอยากเตะบอลต่อ เลยช่วยกันเป็นตัวตั้งตัวตีฟอร์มทีมเตะบอลขึ้นมาอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันมีจุดเปลี่ยนหนึ่ง ไม่รู้พูดได้หรือเปล่า (หัวเราะ) เราอกหักเว้ย เราเฟลมาก ไอ้พี่ต้าเนี่ยแหละบอกเราว่า “ปะ ขึ้นเวที” ช่วงนั้นวงกำลังจะออกอัลบั้ม <em>BEFORE SUNRISE AFTER SUNSET</em> จำได้เลยว่าในลิสต์เพลงมีเพลง <em>พรุ่งนี้</em> เป็นเพลงที่พี่ต้าแซวว่ามันเหมาะกับความรู้สึกอกหักตอนนั้นมาก เพราะเขาอยากให้เรารู้สึกดีขึ้นก็เลยชวนไปเต้นบนเวที ไอ้เราก็ยอมไปแบบง่ายๆ ด้วยนะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>จำตัวเองตอนขึ้นเวทีครั้งแรกได้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนขึ้นไปเต้น เราเขินมาก (พูดเสียงยาว) กลัวว่าเราจะเด๋อไหมวะ เพลงนี้ยืนตรงไหนดี ตรงนี้ก็ปลั๊กไฟ ตรงนู้นก็แอมป์กีตาร์ ช่วงแรกๆ นี่คือยืนแข็งอยู่กับที่ แต่ด้วยความเป็นแบรนด์พาราด็อกซ์ ทุกครั้งที่โชว์เขาจะชอบมีตัวนู้นตัวนี้เปลี่ยนกันมาเอนเตอร์เทนตลอดเวลา ไม่ว่าเขาทำอะไรมันไม่มีถูก ไม่มีผิด คนดูเขาก็คงสนุกและไม่น่าจะดูออกว่าเรางงอยู่ พี่ๆ คนอื่นๆ ก็พยายามให้ซีนเราได้เล่น พอเราเริ่มชิน ทุกอย่างในโชว์ก็โฟลว์ขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-69475" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/61090652_302089627335276_5120359542416211968_n.jpg" alt="" width="960" height="552" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/61090652_302089627335276_5120359542416211968_n.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/61090652_302089627335276_5120359542416211968_n-300x173.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/61090652_302089627335276_5120359542416211968_n-768x442.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/61090652_302089627335276_5120359542416211968_n-600x345.jpg 600w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-69474" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/60910261_2178942315557435_2636003978550181888_n.jpg" alt="" width="1920" height="1280" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/60910261_2178942315557435_2636003978550181888_n.jpg 1920w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/60910261_2178942315557435_2636003978550181888_n-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/60910261_2178942315557435_2636003978550181888_n-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/60910261_2178942315557435_2636003978550181888_n-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/60910261_2178942315557435_2636003978550181888_n-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 1920px) 100vw, 1920px" /></p>
<p><b>หน้าที่จริงๆ ของแก๊งมาสคอตคืออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แก๊งมาสคอตของพาราด็อกซ์ มีตัวหลักๆ เลยคือ พี่เก่ง–<b></b>นัทธา กมลรัตนกุล เป็นโจ๊กเกอร์ พี่อ๊อฟ–<b></b>ชาญณรงค์ วังเย็น เป็นว้ากเกอร์ สองคนนี้จะทำหน้าที่ในการร้องประสาน ที่เหลือก็คือแดนเซอร์ที่เป็นพาร์ตเรา หน้าที่ของแก๊งมาสคอตคือเอนเตอร์เทน ทำให้โชว์แต่ละครั้งของวงน่าสนใจ แปลกและสนุกไม่ซ้ำกัน อย่างเพลงที่ต้องออกไปแจกของ เราก็รับผิดชอบหน้าที่นั้น เป็นสีสันทำให้โชว์ของวงมันเต็มขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-69479 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/61403749_373440696606085_3230953491321061376_n.jpg" alt="" width="1281" height="1920" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/61403749_373440696606085_3230953491321061376_n.jpg 1281w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/61403749_373440696606085_3230953491321061376_n-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/61403749_373440696606085_3230953491321061376_n-768x1151.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/61403749_373440696606085_3230953491321061376_n-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/61403749_373440696606085_3230953491321061376_n-600x899.jpg 600w" sizes="(max-width: 1281px) 100vw, 1281px" /></p>
<p><b>อย่างนักดนตรีจะมีการซาวนด์เช็กก่อนเล่น แล้วพวกคุณมีซ้อมกันบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่มีครับ เวลาเราบูมกันจะใช้คำว่า ‘ตัวใครตัวมัน’ จริงๆ เลย คือขึ้นเวทีปุ๊บ จะทำอะไรก็คือเรื่องของมึงเลย แต่ก็ต้องตกลงกันก่อนนะว่าใครรับผิดชอบซีนไหนในโชว์บ้าง เพื่อไม่ให้โชว์ดูเลอะเทอะหรือมั่วเกินไป เล่าแบบนี้แล้วดูเหมือนไม่รักกันเลยนะ แต่จริงๆ รักกันมาก แค่เวลาทำงานเราตัวใครตัวมัน (หัวเราะ)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วทำไมถึงต้องสวมหน้ากากหมาจนแฟนๆ เรียกขานคุณว่า ‘พี่หมา’</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นคาแร็กเตอร์ ตัวตนจริงๆ ของเราเป็นคนสนุกนะ บนเวทีเราก็เลยอยากถ่ายทอดตัวตนของเราออกไปด้วย จริงๆ เราลองใส่มาหลายหัวแล้ว แต่เรารู้สึกว่าหมาเราจะอิน จะรู้สึกกับมันมากที่สุด คงเพราะมันมีความทะเล้น มันซน มันน่ารัก แล้วมันก็เอ๋อได้ คิดว่าตัวเองน่าจะเหมาะกับคาแร็กเตอร์นี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-69462 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-69458 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>แล้วนักศึกษาเขารู้ไหมว่าคุณคือพี่หมา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รู้น้อย คือเวลาเราสอนหนังสือ เขาก็จะแอดเฟซบุ๊กเรามาบ้าง เขาก็จะรู้กันตอนนั้นแหละ หรือบางทีอาจารย์ที่เป็นหัวหน้าเรา เขาก็บอกนักศึกษาเลยว่า เนี่ย พี่เขาอยู่วงพาราด็อกซ์นะ เด็กก็เซอร์ไพรส์เอาตอนนั้น ซึ่งหลายคนเขาก็ไม่ค่อยเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริงนะ เพราะเวลาเรามาทำงานเราก็เป็นอีกคาแร็กเตอร์หนึ่ง ไม่แปลกที่เขาจะคาดไม่ถึงว่าเราจะไปทำอะไรแบบนั้น (หัวเราะ) แต่เวลาพวกเขาทักหรือตามไปดูโชว์ก็มีแอบเขินเหมือนกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-69472" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/60820028_459046721571730_3328267236816191488_n.jpg" alt="" width="960" height="640" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/60820028_459046721571730_3328267236816191488_n.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/60820028_459046721571730_3328267236816191488_n-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/60820028_459046721571730_3328267236816191488_n-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/60820028_459046721571730_3328267236816191488_n-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p><b>กลับมาที่เวทีดีกว่า ทุกครั้งที่ใส่หน้ากากในหัวคุณคิดอะไรบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคิดอยู่อย่างเดียวว่าจะแกล้งคนดูยังไง เราจะ เอ๋ คนตรงนั้นหน้าตาดีนะ เราจะทำยังไงให้ของที่อยู่ในมือเราไปถึงเขาให้ได้ (หัวเราะ) หรือคิดว่าใช้มุกนี้เล่นกับเขาจะเวิร์กไหมนะ เอาง่ายๆ หลักๆ เราพยายามสนุกกับคนดู พอยต์ของเราคือต้องการทำให้คนดูมี activity ร่วมกับวงเยอะๆ นักร้องก็หลับหูหลับตาร้องไป มือเบส มือกลอง ก็ทำหน้าที่ของเขาไป หน้าที่เราคือทำยังไงก็ได้ให้คนดูแอ็กทีฟกับเรา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เป็นกฎอย่างจริงจังเลยไหมว่าห้ามถอดหน้ากาก</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้ถือกันว่าต้องเป็นกฎขนาดนั้น แต่ในความเป็นจริง เราไม่ใช่พี่แบ็ต พาราด็อกซ์ นึกออกไหม ตัวตนจริงๆ เราคือหนึ่งในทีมงานมหาวิทยาลัยศรีปทุม เรารู้สึกว่าเราเป็นพาราด็อกซ์ก็ต่อเมื่อเป็นพี่หมา สมมติอยู่บนเวทีแล้วเผลอเปิดหน้าขึ้นมา เรารู้สึกทันทีว่ามันไม่ใช่พาราด็อกซ์เว้ย อันนี้มันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของวง เราไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไร เขินมั้ง แต่ที่แน่ๆ คือไม่ถอดแน่ๆ (หัวเราะ) ให้คนเขาจำภาพพี่หมา พาราด็อกซ์ ไปเลยดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะว่าไปแล้วนี่ก็เหมือนยอดมนุษย์เหมือนกันนะคือ ไม่ต้องบอกให้คนอื่นรู้ว่าตัวจริงเขาคือใคร ซ่อนตัวจริงเอาไว้ สวมชุด สวมหน้ากาก แปลงร่างเป็นคนนั้นคนนี้ ความรู้สึกตอนเป็นพี่หมาก็น่าจะประมาณนี้แหละมั้ง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-69456 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-1.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-1.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-1-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>คุณรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของวงตลอดเลยไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ ตอนนี้มันรู้สึกกลมกลืนแบบนั้นไปแล้ว การได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของวงถือเป็นเรื่องโชคดีเรื่องหนึ่งในชีวิตเลย เราเคยฟังเพลงพี่ๆ เขามาตั้งแต่ยุคโน้น แล้ววันหนึ่งก็ได้จับพลัดจับผลูเตะบอลด้วยกัน แค่นี้เราก็ดีใจมากแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายปีที่แล้วที่เราเคยออกประกาศตามหาพ่อแม่เพราะเราติดต่อเขาไม่ได้เป็นวันๆ เพจวงก็ช่วยกระจายข่าว จนกระทั่งตำรวจไปเจอเบาะแสพวกเขาที่จันทบุรี แฟนๆ ของวงที่จันทบุรีน่ารักมาก เขาเป็นแฟนคลับที่เป็นกลุ่มครอบครัวพ่อแม่ลูก น่ารักมาก คอยอำนวยความสะดวก ซัพพอร์ตเราทุกอย่าง พาไปหาตำรวจ คอยประสานงาน หาที่พัก เดินเรื่องเอกสาร เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่เราลืมไม่ได้เลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-69471 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>คุณขึ้นเวทีครั้งแรกเพราะอกหัก อะไรคือเหตุผลที่คุณยังเต้นกับวงมาเรื่อยๆ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราค้นพบความสุขบางอย่างที่อยู่ในนั้น (มองไปที่หน้ากาก) เราทำงานประจำ มันมีเครียด มีเหนื่อย มีท้อ แน่นอน แต่เวลาที่ได้อยู่ภายใต้หน้ากาก หนึ่งชั่วโมงในหนึ่งโชว์ มันไม่มีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยวเลย มันเหมือนเราได้ไปกระโดดโลดเต้น เราไปแชร์ความสุขให้คนอื่น ทุกครั้งที่ได้ทำอะไรให้คนอื่น เราจะได้พลังกลับมาเสมอ ต่อให้วันนั้นเหนื่อยแค่ไหน เช้าวันรุ่งขึ้นเราจะรู้สึกว่าตัวเองมีพลังก้อนใหม่ๆ ให้ใช้ทุกครั้งเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่านี่แหละคือเสน่ห์ของการที่เราได้ทำงานในพาราด็อกซ์ แล้วเราก็อยากทำมันอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ อยากแก่และซ่าไปกับพวกเขา ทุกครั้งที่มีโชว์ก็เหมือนเราเอาเวลาไปเจอเพื่อน เหมือนนัดคนมาเตะบอลด้วยกันหนึ่งชั่วโมง ออกแรงให้อะดรีนาลีนหลั่ง แล้วก็แยกย้ายกลับไปใช้ชีวิตจริงกันใหม่ เป็นวงจร เมื่อยก็ไปเติม เหนื่อยก็ไปเติม อะไรแบบนั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-69448 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-18.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-18.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/แบท-paradox-18-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dancer-paradox/">‘พี่หมา’ แดนเซอร์วง PARADOX หนึ่งในสมาชิกเบื้องหน้าโชว์ที่อลหม่านที่สุดในวงการเพลงไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;หอศิลป์ไม่ใช่สถานที่หรอก แต่เป็นผู้คน&#8221; หลากหลายถ้อยคำและความผูกพันจากมนุษย์หอศิลปกรุงเทพฯ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/humans-of-bacc-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 31 Jul 2019 09:26:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[BACC]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[หอศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[#saveYOURbacc]]></category>
		<category><![CDATA[หอศิลปกรุงเทพฯ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=68227</guid>

					<description><![CDATA[<p>หอศิลป์สื่อสารออกมาเสมอว่าที่นี่เป็นของทุกคน แต่ในความเป็นจริงเราต่างรู้ว่าการจะทำให้ทุกคนรู้สึกแบบนั้นได้ยังมีระยะทางอีกยาวไกล ข้อหนึ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือไม่ใช่ทุกคนที่เคยมาหอศิลป์ และไม่ใช่ทุกคนที่จะมาที่แห่งนี้แล้วรู้สึกประทับใจ อย่างไรก็ตาม เวลากว่า 10 ปีที่พวกเขายืนหยัดมาก็พอจะทำให้ใครหลายคนมีความทรงจำเกี่ยวกับหอศิลป์ มากกว่านั้นคือบางคนก็เกิดเป็นความรู้สึกผูกพัน บ้างเพราะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ บ้างเพราะเป็นฉากหลังในความทรงจำ และบ้างก็เพราะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต  นี่คือบางเรื่องราวของคนเหล่านั้น &#160; ฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที กรรมการและเลขานุการมูลนิธิหอศิลป์และผู้อำนวยการหอศิลป์คนแรก “ก่อนหน้าที่จะมาทำงานที่หอศิลป์ ผมเป็นผู้อำนวยการอยู่ที่หอศิลป พีระศรีมาก่อน แต่ผมก็เกาะติดโครงการหอศิลป์มากว่า 20 ปีและเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายตั้งแต่ต้น มันเลยเหมือนกับว่าผมทำงานเกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัยมาโดยตลอด  “ตอนที่จะตั้งชื่อที่นี่ ผมและกลุ่มศิลปินก็มองไปถึงชื่อ ‘หอศิลปะร่วมสมัย’ นั่นแหละ แต่พอมีคนเข้ามาช่วยเราเยอะขึ้นจากหลายๆ ที่ หลายๆ หน่วยงาน เราก็เริ่มคิดว่าควรเปลี่ยนเป็นคำว่า ‘ศิลปวัฒนธรรม’ ไปเลยดีกว่า เราคิดตั้งแต่แรกแล้วว่าอยากให้ที่นี่กว้าง เราไม่อยากยึดติดกับความเท่หรือต้องแหวกแนว เราตั้งใจแต่แรกว่าอยากสร้างการมีส่วนร่วมกับคนให้ได้มากที่สุด เพียงแต่ให้แกนหลักของงานเป็นศิลปะร่วมสมัยเท่านั้นเอง  “ผมยังจำได้ดีเลยว่าตอนที่หอศิลป์เปิด เรามีสโลแกน ‘come to eat, stay for art.’ ตอนนั้นเราพยายามเอาห้างมาใส่ไว้ในหอศิลป์เพราะรู้สึกว่ามันต้องมีอะไรจูงใจคน คนไทยเวลาไปไหนก็ต้องกิน ต้องช้อป เราเลยคาดหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะดึงคนเข้ามาได้บ้าง ถึงอย่างนั้นตอนแรกๆ หอศิลป์ก็เงียบมากจนเราเริ่มห่วงว่าการทำงานศิลปะร่วมสมัยจะทำให้คนรู้สึกว่าปีนบันไดดูหรือเปล่า แต่พอเวลาผ่านไป 10 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/humans-of-bacc-2/">&#8220;หอศิลป์ไม่ใช่สถานที่หรอก แต่เป็นผู้คน&#8221; หลากหลายถ้อยคำและความผูกพันจากมนุษย์หอศิลปกรุงเทพฯ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">หอศิลป์สื่อสารออกมาเสมอว่าที่นี่เป็นของทุกคน แต่ในความเป็นจริงเราต่างรู้ว่าการจะทำให้ทุกคนรู้สึกแบบนั้นได้ยังมีระยะทางอีกยาวไกล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อหนึ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือไม่ใช่ทุกคนที่เคยมาหอศิลป์ และไม่ใช่ทุกคนที่จะมาที่แห่งนี้แล้วรู้สึกประทับใจ อย่างไรก็ตาม เวลากว่า 10 ปีที่พวกเขายืนหยัดมาก็พอจะทำให้ใครหลายคนมีความทรงจำเกี่ยวกับหอศิลป์ มากกว่านั้นคือบางคนก็เกิดเป็นความรู้สึกผูกพัน บ้างเพราะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ บ้างเพราะเป็นฉากหลังในความทรงจำ และบ้างก็เพราะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือบางเรื่องราวของคนเหล่านั้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-68263 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-01-1.jpg" alt="bacc" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-01-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-01-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-01-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-01-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-01-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-01-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-01-1-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที<br />
</b><b>กรรมการและเลขานุการมูลนิธิหอศิลป์</b><b>และผู้อำนวยการหอศิลป์คนแรก</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ก่อนหน้าที่จะมาทำงานที่หอศิลป์ ผมเป็นผู้อำนวยการอยู่ที่หอศิลป พีระศรีมาก่อน แต่ผมก็เกาะติดโครงการหอศิลป์มากว่า 20 ปีและเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายตั้งแต่ต้น มันเลยเหมือนกับว่าผมทำงานเกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัยมาโดยตลอด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนที่จะตั้งชื่อที่นี่ ผมและกลุ่มศิลปินก็มองไปถึงชื่อ ‘หอศิลปะร่วมสมัย’ นั่นแหละ แต่พอมีคนเข้ามาช่วยเราเยอะขึ้นจากหลายๆ ที่ หลายๆ หน่วยงาน เราก็เริ่มคิดว่าควรเปลี่ยนเป็นคำว่า ‘ศิลปวัฒนธรรม’ ไปเลยดีกว่า เราคิดตั้งแต่แรกแล้วว่าอยากให้ที่นี่กว้าง เราไม่อยากยึดติดกับความเท่หรือต้องแหวกแนว เราตั้งใจแต่แรกว่าอยากสร้างการมีส่วนร่วมกับคนให้ได้มากที่สุด เพียงแต่ให้แกนหลักของงานเป็นศิลปะร่วมสมัยเท่านั้นเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมยังจำได้ดีเลยว่าตอนที่หอศิลป์เปิด เรามีสโลแกน ‘come to eat, stay for art.’ ตอนนั้นเราพยายามเอาห้างมาใส่ไว้ในหอศิลป์เพราะรู้สึกว่ามันต้องมีอะไรจูงใจคน คนไทยเวลาไปไหนก็ต้องกิน ต้องช้อป เราเลยคาดหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะดึงคนเข้ามาได้บ้าง ถึงอย่างนั้นตอนแรกๆ หอศิลป์ก็เงียบมากจนเราเริ่มห่วงว่าการทำงานศิลปะร่วมสมัยจะทำให้คนรู้สึกว่าปีนบันไดดูหรือเปล่า แต่พอเวลาผ่านไป 10 ปี ผมก็ได้เห็นภาพที่ไม่นึกไม่ฝันมาก่อน ปัจจุบันการที่เรามีคนเข้าถึงปีละ 1,700,000 คน ผมไม่เคยคิดเลยนะว่าจะเป็นไปได้ หรืออย่างการต่อคิวดูงานศิลปะนี่ยิ่งไม่เคยคิดเข้าไปใหญ่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมคิดมาตลอดเลยนะว่าคำว่า ‘ศิลปะ’ จริงๆ ก็คือ ‘บทสนทนา’ ระหว่างงานศิลปะของศิลปินกับคนดู ยิ่งสังคมในตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เราก้าวหน้าขึ้น จากที่เมื่อ 150 ปีก่อนวัฒนธรรมและเรื่องราวต่างๆ อาจจะอยู่ในวัด แต่ตอนนี้มันอยู่ที่ประชาชนทั่วไป คุณค่าทั้งหลายก็เกิดขึ้นจากบทสนทนาระหว่างคน และศิลปะก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดบทสนทนาเหล่านั้น และตรงนี้เองที่หอศิลป์ทำหน้าที่คล้ายๆ กับการตอบสนองโจทย์ ตอนแรกเด็กรุ่นใหม่อาจจะแปลกใจกับสิ่งที่เรานำเสนอจนดูไม่รู้เรื่อง แต่มันก็ดึงดูดคนจนวันหนึ่งความแปลกก็หายไป คนเริ่มเข้าใจและมองที่เนื้อหามากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้ผมรู้สึกว่าบทสนทนาของที่นี่เปิดแล้ว ดังนั้นทางข้างหน้าคงเริ่มสดใสขึ้นเยอะแล้วล่ะ ถึงช่วงที่ผ่านมาอาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ผมเห็นประชาชนออกมาเรียกร้องแทนเรา แค่นี้ผมก็ยิ้มแล้ว ต่อจากนี้</span><span style="font-weight: 400;">ถ้ามันจะมีอุปสรรคอะไรก็ตามแต่ ผมคิดว่าหอศิลป์ไปต่อได้ เพราะประชาชนเห็นแล้วว่าที่นี่มีประโยชน์ สุดท้ายผมเชื่อว่าตราบใดที่เขาเห็นว่าที่นี่มีคุณค่า การแก้ไขปัญหาก็จะเกิดขึ้นตามมาเอง”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-68264 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-02-1.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-02-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-02-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-02-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-02-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-02-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-02-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-02-1-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ชาญยุทธ มนูญวิริยะกุล<br />
</b><b>เจ้าหน้าที่ฝ่ายอำนวยการ</b><b>และหนึ่งในพนักงานกลุ่มแรกของหอศิลป์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ แล้วผมเรียนจบด้านการเมือง จบมาก็ทำงานอยู่ที่สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ แต่ด้วยความชอบในศิลปะ ผมเข้ามาเกี่ยวกับหอศิลป์เต็มตัวครั้งแรกตอน Art Vote จนถึงวันที่เขาเริ่มมีมติให้ดำเนินการสร้าง หลังจากนั้นผมก็กลับไปทำงาน จนปี 2551 ผมออกจากงานเวลาเดียวกับที่หอศิลป์เปิดทำการพอดี ทีมงานก็เลยชวนให้ผมมาช่วยทำ ด้วยความผูกพันจากตอนรณรงค์ผมเลยตอบตกลงโดยคิดว่าจะมาช่วยให้ตั้งหลักได้สักระยะหนึ่งแล้วก็จะไป แต่สุดท้ายก็อยู่มานานจนถึงตอนนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตลอดเวลาที่ผ่านมา ถ้าดูดีๆ เราจะพบว่ากราฟของหอศิลป์นั้นขึ้น-ลงตลอด ผมยังจำได้ว่าช่วงแรกที่เราเปิดตัว เรามาแบบไม่ค่อยมีอะไร แต่พอทำมาเรื่อยๆ กราฟก็เริ่มสูงขึ้น จนปี 2553 เรามาเจอเหตุชุมนุมทางการเมือง กราฟก็ตกลงไป พอจบชุมนุม ปีต่อมาก็น้ำท่วมกรุงเทพฯ อีก หรือปี 2557 ก็มีชุมนุมทางการเมืองอีกรอบ หลังจากนั้นพอทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง ปัญหาเรื่องงบประมาณก็มาเกิดขึ้นตอนปีที่แล้ว มันขึ้นๆ ลงๆ ตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้นโดยรวมก็ถือว่าดีขึ้น ดังนั้นแม้จะเจอเรื่องเหนือการควบคุมมาตลอด ผมว่ามันก็ท้าทายและสนุกดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถามว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาผมมีความคิดว่าจะออกไหม มีอยู่แล้ว จริงๆ แล้วหน้าที่ตั้งแต่แรกของผมคือเป็นตัวหลักในการประสานงานกับ กทม. ผมเหนื่อยมากกับการคุยไม่รู้เรื่อง ทะเลาะกันหนัก เคยตบโต๊ะและถามพี่เจ้าหน้าที่ด้วยซ้ำว่าจะเอายังไงกันแน่ มันเหนื่อยจนตั้งคำถามว่าทำไมกูต้องมาทำแบบนี้ด้วย แต่ตอนนั้นมันก็เป็นไปด้วยวัยและประสบการณ์ สุดท้ายสิ่งที่สำคัญคือเราต้องอธิบายกับเขาด้วยเหตุผลว่าสิ่งที่เราทำอยู่คืออะไร ทำไมสังคมถึงต้องมีที่แห่งนี้ ซึ่งพอหันกลับไปมอง ผมว่าการตัดสินใจมาอยู่ที่นี่มันคุ้มตั้งแต่การทะเลาะกันครั้งนั้นเลยล่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ความคุ้มอย่างแรกคือแรงของเราที่ลงไปทำให้รัฐตัดสินใจลงทุนเป็นร้อยล้านเพื่อสาธารณูปโภคทางปัญญาได้ อย่างที่สองคือผมเห็นจริงๆ ว่ามีหลายคนที่เติบโตจากหอศิลป์ และอย่างสุดท้ายคือการที่สังคมมีตึกแบบนี้อยู่ ลองเอาคำว่าหอศิลป์ออกไปก็ได้ และนึกภาพว่ามันมีอยู่ตึกหนึ่งที่มีห้องสมุด ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านกาแฟ ข้างบนมีงานศิลปะให้ดู 3 ชั้น ทั้งหมดที่ว่ามานี่เข้าฟรีแถมติดรถไฟฟ้า การที่เรามีส่วนทำให้เกิดที่นี่ ผมว่ามันก็คุ้มแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จะว่าไปพี่เจ้าหน้าที่ กทม.คนที่ผมเคยตบโต๊ะใส่ วันนี้เขาเกษียณแล้วนะ ตอนนี้เขาก็มาเป็นแนวร่วมและเชียร์หอศิลป์อยู่เช่นกัน”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-68265 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-03-1.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-03-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-03-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-03-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-03-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-03-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-03-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-03-1-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ปณิธิ พจนาพิทักษ์<br />
</b><b>เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจกรรมเครือข่าย</b><b>และหนึ่งในพนักงานกลุ่มแรกของหอศิลป์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมกับติ๊ (ชาญยุทธ มนูญวิริยะกุล) เรียนมาด้วยกัน แต่พอจบก็แยกย้ายกันไปคนละทาง ผมทำงานด้านบริหารสังคมอยู่หลายปี จนปี 2550 พี่ๆ น้องๆ รวมถึงติ๊ที่เริ่มทำงานหอศิลป์ก็มาชวน ผมตอบตกลงอย่างไม่ลังเลเลยเพราะชอบศิลปะอยู่แล้วและมีความรู้ด้านบริหารสังคมและวัฒนธรรมอยู่พอสมควรที่พอจะเข้ามาช่วยหอศิลป์ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนแรกที่เข้ามา เรามีกันแค่ไม่กี่คนและต้องแบ่งบทบาทกันทำงาน สุดท้ายผมเข้ามารับผิดชอบเรื่องงานอาคาร ขอบเขตงานคือตั้งแต่การดูแลคนที่จะเข้ามาใช้ไปจนถึงการจัดการพื้นที่ จากวันแรกก็ใช้เวลานานอยู่เหมือนกันกว่าจะเขย่าให้เข้าที่เข้าทางว่าเราจะปล่อยให้คนมาใช้พื้นที่หอศิลป์แค่ไหนและยังไงบ้าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ ต้องบอกว่างานตรงนี้มีความคาดหวังค่อนข้างเยอะ ในตอนแรกคนก็คาดหวังให้หอศิลป์มีงานหรือกิจกรรมระดับมาสเตอร์พีซเข้ามาเท่านั้น ซึ่งเราก็ต้องต่อสู้และอธิบายพอสมควร จริงอยู่ที่เราจำเป็นต้องมีคุณภาพระดับหนึ่ง เพียงแต่เราก็ไม่อยากให้มาตรฐานสูงเกินไปนัก เพราะเราไม่ได้อยากให้ที่นี่เป็นหอคอยงาช้าง เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ของโอกาสมากกว่า เราจะไปปิดโอกาสได้ยังไงในเมื่อเราบอกว่าหอศิลป์เป็นของประชาชนทุกคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อะไรแบบนี้ทำให้หอศิลป์ถูกวิจารณ์อยู่บ้างเรื่อยมา แต่ผมไม่ได้รู้สึกแย่อะไรมากนะ กลับรู้สึกยินดีเสียอีกเพราะมันแปลว่าทุกคนมีความคาดหวังและอยากมีส่วนร่วมกับที่นี่ มันทำให้เกิดเซนส์ว่าหอศิลป์ไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง และการที่กล้าวิจารณ์ก็แสดงว่าเขารู้สึกใกล้ชิด ตรงกันข้ามกับการเลือกที่จะไม่พูดถึง เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเมื่อไหร่ก็ถือว่ารอวันตายได้เลยไม่ว่าองค์กรไหนก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เอาจริงๆ อยู่มา 10 ปี มันมีความอิ่มหรือความเบื่อนะ มนุษย์เวลาเจออะไรซ้ำๆ ทุกวัน มันก็เบื่อเป็นธรรมดา เราเลยต้องออกไปหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ซึ่งผมรู้สึกว่าไม่มีคนทำงานที่ไหนโชคดีเท่าที่นี่อีกแล้ว เราอยู่ใกล้แรงบันดาลใจและงานศิลปะตลอดเวลา คนอื่นอาจต้องรอเสาร์-อาทิตย์เพื่อขวนขวายดู แต่ผมเดินออกจากประตูออฟฟิศก็เจอเลย อีกอย่างคือด้วยจริต ผมชอบการทำงานเบื้องหลังและภูมิใจกับการผลักดันคนหรือองค์กรมากกว่าไปยืนอยู่เบื้องหน้า ดังนั้นความสุขในงานผมทุกวันนี้คือการเห็นแววตาขอบคุณจากพวกเขาเหล่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าให้สรุป ผมว่าถ้าเราประเมินคุณค่าในการทำงานแล้วเห็นว่าตัวเองอยู่ตรงไหน เราก็จะพบความพึงพอใจของเราอยู่ตรงนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ซึ่งสำหรับผม ที่แห่งนั้นก็คือที่นี่”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-68266 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-04-1.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-04-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-04-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-04-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-04-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-04-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-04-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-04-1-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ถนอม สดรัมย์<br />
</b><b>เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย</b><b>ที่มีอายุงานนานที่สุดของหอศิลป์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ก่อนหน้านี้ป้าทำนาอยู่ต่างจังหวัด แต่พอถึงจุดหนึ่งที่ลูกเรียนมหาวิทยาลัย ป้าเลยตัดสินใจเดินทางมากรุงเทพฯ และสมัครงานที่หอศิลป์จนได้เริ่มงานวันแรกเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2554  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หน้าที่ของป้าคือรักษาความปลอดภัยนิทรรศการที่ชั้น 8 เอาจริงงานก็เสี่ยงเหมือนกันนะเพราะงานบางชิ้นก็มีมูลค่าเป็นล้าน พันล้านก็เคยมี แต่ป้าไม่กดดันหรอก ป้าแค่ทำหน้าที่ตัวเอง เพราะถ้าเครียดก็คงทำงานนี้ไม่ได้ ดังนั้นอย่าไปซีเรียสเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทำงานแบบป้า เราโดนสารพัดแหละ อย่างผู้ชมคนไหนดื้อป้าก็ต้องเข้าไปเตือน เพราะถ้างานเสียหาย เขาจะลำบาก แต่บางคนก็ไม่เข้าใจและพูดจากับเราไม่ดี แต่ป้าก็ไม่ตอบโต้ เราไปพูดไม่ดีตอบกลับเขาไม่ได้ ใครจะยังไงก็ช่างแต่หอศิลป์มอบหน้าที่ให้เราแล้ว ป้าต้องทำหน้าที่ของป้าให้ดีที่สุด ซึ่งจนถึงตอนนี้ป้าก็ภูมิใจนะ เพราะถ้าเทียบกับวันแรกที่ป้ามา ทุกวันนี้หอศิลป์คนเยอะขึ้นมากเลย ปกติวันศุกร์ถึงอาทิตย์คนจะเยอะ แต่ทุกวันนี้วันธรรมดาคนก็ยังเยอะ ใช่แหละที่คนยิ่งเยอะป้าก็ยิ่งเหนื่อย แต่แค่นั่งพักสักพักก็หาย ดีกว่าคนน้อยน่ะนะ เพราะถ้าคนน้อยที่นี่ก็คงอยู่ไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ปีนี้ครบ 8 ปีแล้วที่ป้าทำงานอยู่ที่หอศิลป์ ป้าว่าป้าอยู่ได้นานขนาดนี้เพราะความผูกพัน หอศิลป์เหมือนบ้านของป้า ทุกวันนี้เวลากลับบ้านต่างจังหวัดไปไม่ถึง 3 วันก็อยากกลับมาทำงานแล้ว มันคือบรรยากาศ ศิลปะ และความเป็นครอบครัว ยิ่งทุกวันนี้ลูกป้าเรียนจบปริญญาแล้ว มันยิ่งทำให้ป้ารู้สึกดีใจมากที่อยู่มาจนถึงจุดนี้ที่เราซึ่งจบแค่ ป.4 แต่ก็ทำงานจนส่งลูกเรียนจบได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อีก 2 ปีป้าก็จะเกษียณแล้ว แต่ถ้าวันนั้นเขายังอยากจ้างต่อ ป้าก็ยังอยากทำอยู่นะ เพราะสำหรับป้า ที่นี่คือบ้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ดูสิ ลูกกุญแจก็มี ถ้ามีใครมา ป้าก็พร้อมเปิดประตูยินดีต้อนรับให้เขาเข้าชม”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-68267 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-05-1.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-05-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-05-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-05-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-05-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-05-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-05-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-05-1-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ณพกมล อัครพงศ์ไพศาล<br />
</b><b>ศิลปินและนักออกแบบประจำละมุนละไม คราฟต์ สตูดิโอ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรามาหอศิลป์ครั้งแรกช่วง ม.5 ตอนที่เรียนอยู่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จำได้ว่าตอนนั้นตื่นตาตื่นใจกับสเปซมาก เป็นความรู้สึกที่ว่าหอศิลป์มีอย่างอื่นอยู่ร่วมกันได้ด้วย เช่น </span><span style="font-weight: 400;">ร้านหนังสือ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือร้านไอศครีม มันเป็นที่ที่แปลกใหม่สำหรับเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นคนน้อยนะ แต่ก็ไม่แปลกใจเพราะขนาดก่อนเรามา เรายังไม่รู้เลยว่าตึกนี้คืออะไร อาศัยว่าตัวเองอยู่ใกล้ก็เลยเดินมาดู และเราค้นพบว่ามีห้องสมุดอยู่ที่ชั้นใต้ดินด้วย แถมเป็นห้องสมุดที่มีหนังสือศิลปะ เราเองก็มาทำความเข้าใจศิลปะจากห้องสมุดนี้นี่แหละ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราได้มาศึกษาว่าศิลปะแต่ละยุคเป็นอย่างไร การทำงานศิลปะแต่ละประเภทมีวิธีการ แนวคิด หรือที่มาที่ไปอย่างไร ทั้งหมดมีอยู่ในห้องสมุดหอศิลป์ซึ่งมีความเฉพาะเจาะจงกว่าห้องสมุดทั่วไป ตอนนั้นเราสนใจและอยากเรียนต่อทางด้านศิลปะมากๆ เลยมาศึกษา มาดู มาอ่านหนังสือที่นี่บ่อยมาก เพื่อมาลองดูว่าเราจะเข้าใจศิลปะได้ขนาดไหน สามารถพูดได้ว่าที่นี่มีส่วนทำให้เราชัดเจนในตัวเองมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลังจากจบ ม.ปลาย เราเข้าเรียนที่ภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งในช่วงที่เรียนจุฬาฯ เรามาหอศิลป์น้อยลงเพราะเหมือนเราเริ่มรู้ว่าที่อื่นก็มีงานศิลปะที่เราสนใจ เหมือนเราเริ่มอินกับสิ่งใหม่ที่ที่นี่อาจจะไม่มี แต่เหนืออื่นใดคือเราไม่ได้คิดกับหอศิลป์ในแง่ลบเลยนะ เรารู้สึกว่ายังไงที่นี่ก็ควรมีอยู่ อาจจะด้วยความที่เราเคยได้มานำเสนอผลงานของตัวเองครั้งแรกที่งาน MAB เลยได้รู้จักกับพี่ๆ เจ้าหน้าที่ที่ทำงานที่นี่ เราเลยรู้ว่าจริงๆ แล้วนโยบายของหอศิลป์มีข้อจำกัด พวกเขาทำดีที่สุดแล้วในสิ่งที่พวกเขาทำได้ ดังนั้นเวลามีใครมาบอกหรือตำหนิให้หอศิลป์ดีขึ้น เราเข้าใจในจุดนั้นนะ แต่เราก็อยากให้เขาเข้าใจในจุดนี้ด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตรงนี้คือศูนย์กลางเมือง ถ้าไม่มีหอศิลป์อยู่ตรงนี้ แล้วเด็กนักเรียน นักท่องเที่ยว เขาจะไปสืบหาหอศิลป์ที่ใหญ่ ให้โอกาส และให้พื้นที่ขนาดนี้ได้ยังไง เราว่าการมีอยู่ของที่นี่ทำให้อะไรหลายอย่างเจริญขึ้น ทั้งการมีอยู่ของศิลปะ หรือแม้กระทั่งในแง่เศรษฐกิจ อีกอย่างคือเราชอบที่หอศิลป์บอกว่าเป็นของทุกคน คือไม่ใช่ว่าเป็นของทุกคนตลอดเวลา แต่มันแปลว่าหอศิลป์พยายามจะมีงานที่ทุกคนสนใจและเดินทางมาดูได้ประจำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าถามว่าหอศิลป์จะดีขึ้นอย่างไร เราคิดว่าคำตอบคือรัฐก็ต้องสนับสนุนเพราะตอนนี้ข้อจำกัดคือพวกเขาขับเคลื่อนด้วยตัวเองและเงินบริจาค พอเขาไม่ได้เงิน เขาจะขยับขยายยังไงล่ะ ใช่แหละ ที่นี่มีข้อควรปรับปรุงในหลายจุดและหอศิลป์เองควรนำมาแก้ไข พัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปภายใต้ข้อจำกัดที่มี แต่สิ่งที่เราทำได้ก็คือให้การสนับสนุนและเชื่อมั่นในการให้ความสำคัญกับวงการศิลปะให้ยังคงอยู่ในสังคมด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สุดท้ายในวันนี้คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่เห็นคุณค่า แต่เราเชื่อว่าควรปลูกฝัง หรือเริ่มจากจุดเล็กๆ ให้คนเห็นความสำคัญว่าศิลปะมีผลต่อชีวิตเราทุกคนไม่ว่าด้านใดก็ด้านหนึ่งจริงๆ”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-68268 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-06-1.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-06-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-06-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-06-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-06-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-06-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-06-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-06-1-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>Gregory Galligan<br />
</b><b>ชาวอเมริกันผู้ร่วมก่อตั้ง Thai Art Archives, Bangkok</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมไปหอศิลป์ครั้งแรกเมื่อปี 2551 ไม่นานหลังจากที่หอศิลป์เปิด ตอนนั้นผมอาศัยอยู่ที่นิวยอร์กกับแฟนซึ่งเป็นคนไทย ช่วงที่มาเยี่ยมครอบครัวเธอที่เมืองไทย เราได้เห็นอาคารนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ตอนนั้นผมอยากเห็นและทำความรู้จักว่ามันคืออะไร ซึ่งพอได้มาจริงๆ ผมประทับใจสุดๆ ด้วยตัวอาคารดูเป็นสถานที่เชิงวัฒนธรรมที่โมเดิร์นที่สุดที่ผมเคยเห็นในกรุงเทพฯ ตอนแรกผมคิดว่าที่นี่จะเป็นหอศิลปะร่วมสมัย แต่ไม่ช้าผมก็ได้รู้ว่านี่คือ ‘แพลตฟอร์ม’ ที่รองรับงานเชิงวัฒนธรรมหลากหลายประเภทต่างหาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หอศิลป์เป็นพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับจัดอีเวนต์ นิทรรศการและกิจกรรมหลากหลายแขนงสำหรับสาธารณชน ซึ่งต่างกับสหรัฐอเมริกาที่เรามักจะจัดอีเวนต์หรือนิทรรศการในพื้นที่ที่อุทิศให้งานนั้นโดยเฉพาะ ตัวอาคารและสิ่งที่เกิดขึ้นในอาคารมักจะยึดโยงกับงานประเภทใดประเภทหนึ่งมากกว่าจะจัดอีเวนต์ นิทรรศการ หรือการแสดงที่หลากหลายแบบหอศิลป์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“Thai Art Archives โชคดีที่ได้พื้นที่อยู่ในหอศิลป์นานถึง 5 ปี (2555-2559) ดังนั้นผมจึงมีอะไรให้ไปทำที่นั่นถึง 6 วันต่อสัปดาห์ แต่ปัจจุบันผมไม่ค่อยได้ไปหอศิลป์แล้ว เพราะในฐานะคนที่มาอยู่ประเทศไทยเป็นเวลานาน ผมมักจะมองหาประสบการณ์ที่เข้มข้นและท้าทายกว่านี้ ซึ่งบางครั้งก็หมายถึงการลงมือทำงานด้วยตัวเองมากกว่าจะไปหางานเหล่านั้นที่พื้นที่สาธารณะอย่างหอศิลป์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเคยได้ยินข่าวเรื่องที่หน่วยงานรัฐจะยึดหอศิลป์คืนอยู่เหมือนกัน ผมว่ามันน่าทดท้อใจเหลือเกินที่เห็นพวกเขาทำแบบนั้นแทนที่จะทำนุบำรุงความสำเร็จของสินทรัพย์ด้านวัฒนธรรมที่น่าตื่นตาที่สุดแห่งหนึ่งของตน คนไทยควรจะต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ว่าในสังคมนี้ คำว่า ‘กำไร’ ประกอบขึ้นจากอะไรบ้าง วัฒนธรรมที่ประกอบสร้างขึ้นเพียงเพราะห้างสรรพสินค้าและคอนโดหรูหรานั้นไม่อาจเรียกว่า ‘พัฒนาแล้ว’ ได้เลย มันจะต้องมีวิธีอื่นในการ ‘ลงทุน’ กับสิ่งที่ไม่เป็นวัตถุแต่มีคุณค่าอย่างมากแก่สังคมสิ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อะไรแบบนี้เป็นเรื่องท้าทายเสมอนะ และถ้าผมเป็นหอศิลป์ ผมคงจะลดทอนกิจกรรมบางส่วนลงเพื่อโฟกัสกับกิจกรรมบางประเภทโดยเฉพาะ ผมอยากให้หอศิลป์ก้าวสู่ความเป็นนานาชาติมากขึ้นและเลิกพยายามเอาอกเอาใจทุกคน หอศิลป์ต้องโฟกัสที่ภารกิจหลักและทำภารกิจนั้นให้สำเร็จในระดับภูมิภาคและระดับโลกจนคนที่จ้องวิจารณ์ต้องยอมเงียบเสียงให้ได้ ซึ่งถ้าทำได้ ผมคิดว่าข้าราชการไทยจะต้องยอมรามือและยกย่องอัญมณีแห่งวัฒนธรรมที่ตอนนี้พวกเขาคิดว่าตัวเองบริหารได้ดีกว่าแน่นอน”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-68269 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-07-1.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-07-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-07-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-07-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-07-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-07-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-07-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-07-1-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>อรรถเศรษฐ์ หมายหมั้น<br />
</b><b>ทันตแพทย์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรามาหอศิลป์ครั้งแรกตอนมัธยม ตอนนั้นเรายังเด็กดูอะไรไม่เป็นหรอกแต่เพื่อนชวนมา เราไม่ได้อินอะไรมาก นึกออกไหมว่าเราเป็นแค่เด็ก ม.6 ที่มาจากต่างจังหวัด แล้วสงสัยว่าหอศิลป์คืออะไร ตอนนั้นคิดว่ามันคงคล้ายๆ กับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่เราไปดูป้าลูซีมั้ง ที่นี่ก็คงรวมศิลปะเอาไว้แหละ ซึ่งเท่าที่จำได้คือมันน่าเบื่อประมาณหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เวลาผ่านไปจนเราเรียนจบและได้มาทำงานแถวนี้ เรามีโอกาสได้กลับเข้ามาดูงานท่ีหอศิลป์หลายงาน แต่ที่จำได้จริงๆ คือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตอนนั้นความรู้สึกเราเปลี่ยนไปมาก เหมือนเราเริ่มรู้จักงานศิลปะและอะไรหลายอย่าง รู้จักร้านหนังสือ ร้านกาแฟ เริ่มเข้าใจและรู้สึกว่าจริงๆ แล้วที่นี่ดีนะในแง่การมาเดินพัก อะไรหลายๆ อย่างราคาถูกกว่าโดยรอบเยอะ ใครอยากเดินชิลล์มาเดินที่นี่ทั้งวันยังได้ อีกอย่างที่นี่ก็ทำเลดีมาก เวลามาเดตแล้วไม่อยากให้รู้ว่าเราเป็นคนติดห้าง เราก็จะพาเขามาหอศิลป์ (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราว่าลึกๆ แล้วหลายคนอยากมาหอศิลป์นะ แต่สิ่งที่เรารู้สึกว่าเป็นปัญหาตอนนี้คือหลายคนไม่รู้ว่าจะติดตามหอศิลป์ยังไงนอกจากเพจเฟซบุ๊กของหอศิลป์และศิลปินที่มาแสดง เขาไม่รู้จักช่องทางที่จะตามว่าตอนนี้มีงานอะไรแสดงอยู่ ต่างกับต่างประเทศที่การแจ้งข่าวของเขาจะแฝงอยู่ในทุกที่ เขาให้ค่ากับศิลปะ เช่น มีโปสเตอร์นิทรรศการอยู่ตามเสา ต่างกับบ้านเราที่เป็นใบกู้ผ่อนบ้านอะไรแบบนี้ อีกข้อหนึ่งคือเรารู้สึกว่าหอศิลป์ก็ไม่ได้มีงานใหญ่ๆ เพื่อดึงดูดคนขนาดนั้นงานที่เรารู้สึกว่าดีมักจะไปอยู่ที่อื่นซึ่งเราก็ได้แต่คิดว่าทำไมไม่มาอยู่ที่นี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ดังนั้นถามว่าที่นี่เป็นของทุกคนไหม เราว่าตอนนี้หอศิลป์อยู่ในภาวะกึ่งๆ ที่ยังไม่ได้เข้าถึงใครหลายคน เราว่าหอศิลป์เป็นพื้นที่ที่ดีแต่เขาก็ควรทำให้คนสบายใจที่จะมาด้วยการแสดงงานที่หลากหลาย เขาควรทำอะไรที่ใกล้ตัวเรามากกว่านี้ เพราะพอคนเข้าไม่ถึง ตอนที่มีข่าวว่าหอศิลป์จะโดนยึดเมื่อปีที่แล้ว เราเลยเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่เหล่านั้นไม่ได้มองว่างานศิลปะเป็นเรื่องสำคัญ เขาไม่ได้มองว่าการเสพศิลปะทำให้มีความสุข อีกอย่างคือที่ตรงนี้ก็เป็นทำเลที่ดี พวกเขาก็จะมองว่าเปลี่ยนที่นี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ให้กลายเป็นตึกอย่างอื่นคงมีประโยชน์มากกว่า ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงถามว่าเสียดายไหม เราก็ยังรู้สึกว่าน่าเสียดาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถึงแม้หอศิลป์จะมีเรื่องต้องปรับปรุง แต่ถ้ามาคิดดูจริงๆ เราก็มีแค่ที่ตรงนี้หรือเปล่าที่เป็นพื้นที่สำหรับโอกาสในการจุดประกายเด็กสักคน ที่นี่เป็นพื้นที่ที่บอกเขาว่าศิลปะที่คุณทำอยู่หรือสิ่งที่คุณอยากเรียน จริงๆ แล้วมันเวิร์ก ซึ่งถ้ามันหายไป เราว่าก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากๆ”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-68270 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-08-1.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-08-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-08-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-08-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-08-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-08-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-08-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-08-1-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>พิชัย แก้ววิชิต<br />
</b><b>วินมอเตอร์ไซค์และช่างภาพ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมขับวินอยู่แถวนี้และมาหอศิลป์เป็นประจำ เวลาขับผ่านก็จะเห็นเขาแปะโปสเตอร์ว่าตอนนี้มีงานอะไร ซึ่งถ้าน่าสนใจผมก็จะแวะเข้ามาดู ส่วนใหญ่ผมมาคนเดียว เพราะเวลาอยากพาคนอื่นมาเขาจะรู้สึกว่าไม่เข้าใจศิลปะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งผมก็รู้สึกว่าไม่เห็นจำเป็นต้องดูรู้เรื่องเลย ชอบสีก็คือชอบสี ชอบเส้นก็คือชอบเส้น ไม่เห็นต้องรีบไปเข้าใจเลยว่าเส้นนี้คืออะไร สีนี้คืออะไร แค่มีความสุขกับสิ่งที่เราเห็นก็พอแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมไม่ได้เรียนศิลปะ ดังนั้นผมไม่มีความรู้ด้านศิลปะ แต่สิ่งที่ผมเห็นเวลามาดูงานศิลป์คือความรู้สึก เหมือนเวลาถ่ายภาพ ผมไม่ได้เรียนถ่ายภาพแต่ผมแค่ถ่ายจากความรู้สึกที่เห็น ผมใช้ความเป็นมนุษย์ของตัวเองเชื่อมโยงกับศิลปะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“บางคนอาจบอกว่าถ้าเครียดใครจะอยากดูศิลปะกัน แต่ผมว่าถ้าเครียดนี่ยิ่งควรดู เพราะแก่นแท้ของศิลปะคือการแสดงออกทางอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความทุกข์ แง่มุมต่างๆ ของสังคม สภาพการเมือง สิ่งแวดล้อม หรือการปลดปล่อยอะไรบางอย่างมันสามารถส่งผ่านผลงานออกมาและบางครั้งก็เชื่อมโยงกับบางคน สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือการได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนรู้ ยอมรับ และเคารพซึ่งกันและกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ด้วยความที่นิทรรศการของหอศิลป์เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เวลาผมมาที่นี่ความรู้สึกเลยเปลี่ยนไปตลอด ผมไม่รู้สึกเบื่อเพราะมันมีอะไรที่น่าค้นหาอยู่ตลอดเวลา ยิ่งอยู่ใกล้แค่นี้ผมยิ่งรู้สึกดีนะ จริงๆ ศิลปะควรเชื่อมโยงกับชุมชน ยิ่งตรงนี้เป็นศูนย์กลางของกรุงเทพฯ ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายมากไม่ว่าจะเป็นคนต่างชาติหรือคนไทยด้วยกัน แต่ในขณะที่ทุกวันนี้ผมมาที่นี่บ่อยจนบางทีก็เกรงใจยาม เพื่อนผมที่เป็นวินมอเตอร์ไซค์มาหอศิลป์น้อยมาก บางคนคิดไปก่อนว่าตัวเองไม่ใช่คนในแวดวงศิลปะก็ไม่จำเป็นต้องรับรู้เรื่องพวกนี้ ซึ่งจริงๆ ผมว่าไม่ใช่ ศิลปะเป็นเรื่องของชีวิต ในเมื่อเรามีชีวิต มีความรู้สึก เราก็ควรที่จะมาดูว่าศิลปะสะท้อนอะไรที่เกิดประโยชน์ต่อตัวเราบ้าง เหมือนเราให้ความสำคัญกับศิลปะเพื่อจะรู้ว่าตัวเราเองก็มีความสำคัญเหมือนกัน”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-68271 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-09-1.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-09-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-09-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-09-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-09-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-09-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-09-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-09-1-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>อัครักษ์ ยิ้มสอาด<br />
</b><b>นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมมาหอศิลป์ครั้งแรกตอน ม.4 ก่อนหน้านี้ไม่รู้หรอกว่าหอศิลป์มีอะไร แต่เพื่อนบอกว่าที่นี่มีบันไดวนๆ และถ่ายรูปสวย ผมเลยอยากมาลองดูว่าที่นี่หน้าตาเป็นยังไงบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นผมมากับเพื่อนซึ่งสุดท้ายจบที่เราวิ่งเล่นกันและถ่ายรูป จริงๆ ตอนนั้นผมไม่ได้อินกับศิลปะเพราะยังไม่รู้จัก แต่เวลาผ่านไปไม่นานผมก็เริ่มสนใจศิลปะมากขึ้น จนวันหนึ่งเปิดอินสตาแกรมแล้วเห็นว่ามีงานทีสิสเจ๋งๆ แสดงอยู่ที่นี่ ผมเลยกลับมาอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“งานนั้นชื่อว่า ‘พี่ครับ’ เป็นงานทีสิสของนักศึกษาเอกภาพยนตร์ สาขานิเทศศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ตอนนั้นผมเริ่มสนใจการกำกับหนังพอดี ตอนมาดูเลยรู้สึกประทับใจมากๆ หลังจากนั้นเหมือนผมติด เลิกเรียนก็มาเรื่อยๆ เรียกได้ว่ามาทุกเสาร์-อาทิตย์ เหมือนตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมอยากหาตัวเองด้วยว่าตอนมหาวิทยาลัยจะเรียนอะไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมลองมาดูงานที่หอศิลป์เพราะที่นี่มีงานศิลปะหลายๆ แบบ ผมดูทุกชั้นเลยนะ ทั้งภาพถ่าย ภาพวาด หรือรูปปั้น วันไหนมาติดกันก็ดูซ้ำเพื่อเก็บรายละเอียดของแต่ละงาน พอดูไปเรื่อยๆ ก็เริ่มอิน เหมือนที่นี่ค่อยๆ ทำให้ผมชัดเจนในตัวเองและรู้จักศิลปะมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ผมรู้แค่งูๆ ปลาๆ อย่างผมเริ่มถ่ายรูปตั้งแต่ ม.3 แต่ก็รู้แค่หลักการ ไม่ได้รู้สึกกับรูปเวลาถ่ายจริงๆ พูดง่ายๆ ว่าถ่ายเป็นแต่ไม่มีความรู้สึกผ่านออกมา แต่พอมาเห็นรูปที่นี่ผมได้เข้าใจว่าบางทีรูปหรืองานศิลปะไม่ต้องมีหลักการเป๊ะขนาดนั้นก็ได้ สิ่งสำคัญคือขอแค่เรารู้สึกกับมันมากพอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สำหรับผม ศิลปะจรรโลงใจเรา เป็นความรู้สึกที่พูดไม่ถูกเหมือนกัน แต่เวลาดูงานหัวผมจะค่อนข้างโล่งและคิดตามไปกับงาน ดังนั้นสำหรับผมเอง ศิลปะจำเป็นสำหรับทุกวัยนะ อะไรแบบนี้มีประโยชน์และทุกๆ อย่างก็ล้วนเป็นศิลปะหมด แต่เวลาได้ยินใครบอกว่าศิลปะไม่จำเป็น ผมคิดว่ามันมาจากเรื่องที่ว่าศิลปะทำเงินได้น้อยมากกว่า คนเลยไม่เห็นค่าจนบอกว่าไม่จำเป็น ผู้ใหญ่ก็เลยไม่อยากให้ลูกหลานมาเรียน ซึ่งผมก็ตั้งคำถามนะว่าทำไม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อีกไม่นานผมกำลังจะไปเชียงใหม่เพื่อเรียนต่อในสาขาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โชคดีที่พ่อแม่ผมเข้าใจ และตลกดีที่อย่างแรกที่ผมรู้สึกคือผมอยากเอางานทีสิสมาโชว์ที่หอศิลป์ เหมือนเราประทับใจกับการมาดูงานทีสิสที่นี่มากจนอยากทำแบบนั้นบ้าง และการมางานในครั้งนั้นก็ช่วยให้เราเจอตัวเองจนพบทางที่จะไปจริงๆ”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-68272 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-10-1.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-10-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-10-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-10-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-10-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-10-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-10-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/human-of-bacc2-10-1-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ชนกานต์ ขันแกล้ว<br />
</b><b>ปานวาด วรทอง<br />
</b><b>นลินทิพย์ ศรีวิรัญ<br />
</b><b>กชวรรณ ปะญาติ<br />
</b><b>กรวรา ชอินทรวงศ์<br />
</b><b>นักศึกษาฝึกงานประจำห้องสมุดหอศิลป์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กรวรา : เรามาหอศิลป์บ่อยมากตั้งแต่ ม.ปลายแล้ว เรามาอ่านหนังสือที่ห้องสมุดบ่อยเพราะเราเรียนศิลปะ ที่นี่ก็มีหนังสือศิลปะ เราเลยสนใจหอศิลป์มาตั้งแต่ตอนนั้น แต่ก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้มองว่าที่นี่เป็นเหมือนตอนนี้ เราคิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แค่ว่าที่นี่ก็เป็นแค่หอศิลป์แห่งหนึ่งคงเหมือนกับอีกหลายๆ หอศิลป์ทั่วไป แต่พอได้เข้ามาฝึกงาน เราพบว่าที่นี่เป็นทั้งหอศิลปะและวัฒนธรรม เขารวมสองอย่างไว้ด้วยกันและพยายามบูรณาการการเรียนรู้ต่างๆ ไม่ใช่แค่เรื่องศิลปะอย่างเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชนกานต์ : เรามาที่นี่ครั้งแรกเพราะงานภาพถ่ายของสมเด็จพระเทพฯ ช่วงนั้นเล่นทวิตเตอร์แล้วเห็นภาพที่ท่านถ่ายคนเดิม มุมเดิม ทุกปี แล้วรู้สึกว่าเท่มาก เลยหาว่าสถานที่จัดงานอยู่ที่ไหน ทีนี้พอถึงเวลาฝึกงาน เราเลือกมาฝึกงานที่นี่เพราะมีการเล่านิทาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ถนัดมากที่สุดเลยอยากพาตัวเองไปเจอสิ่งที่ไม่ถนัดบ้าง ทุกวันนี้เราจะประจำอยู่ห้อง Kid’s Corner ใครอยากมาฟังนิทานก็เข้ามาหาเราได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กรวรา : เรารู้ข่าวหอศิลป์โดนตัดงบครั้งแรกตอนที่ฝึกงาน เอาจริงเราว่ามันแปลกนะ ทำไม กทม.ต้องทำแบบนั้น เราไม่เห็นเลยว่าเขาจะเข้ามาดูแลหอศิลป์ได้ยังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชนกานต์ : เรามองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนปัญหาใหญ่กว่านั้น เรารู้สึกว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้เวลาเสพศิลป์ เขารู้สึกว่าศิลปะเป็นเรื่องรุ่มรวย เพราะคนส่วนใหญ่ไม่มีแม้กระทั่งเวลามาหอศิลป์หรอก ดังนั้นเขาก็คงไม่รู้ว่าหอศิลป์มีไว้ทำไม เอาที่ตรงนี้ไปทำห้างดีกว่าไหม ทำคอนโดดีกว่ามั้ง หรือทำเป็นร้านอาหารยังจะคุ้มกว่า คนที่มองเห็นคุณค่าเป็นแค่กลุ่มเล็กๆ ดังนั้นสำหรับเรา ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ กทม.หรือที่ตัวหอศิลป์ มันเป็นที่ระบบและรากฐาน เราไม่ได้ปลูกฝังให้ทุกคนเสพศิลป์หรือรักศิลปะตั้งแต่ต้น พอเขาไม่รู้จักก็เป็นธรรมดาที่จะไม่เห็นความสำคัญ และมันก็ไม่ใช่ความผิดของเขาด้วยที่จะต้องมาตระหนักว่าหอศิลป์สำคัญตรงไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กรวรา : เสริมจากที่เพื่อนพูด เราว่าถ้ามองกันจริงๆ มันก็เริ่มตั้งแต่การศึกษาของเราแล้วนะ คนไทยยังมีอคติกับคำว่าสายวิทย์สายศิลป์อยู่เยอะ ดังนั้นถ้าจะแก้เราคงต้องแก้ตั้งแต่ตรงนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชนกานต์ : ยกตัวอย่างเช่นวิชาวิทยาศาสตร์ 3 หน่วยกิต แต่วิชาศิลปะ 0.5 หน่วยกิต แค่นี้ก็เห็นความต่างแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กรวรา : ดังนั้นถ้าเอาเฉพาะตัวเรา เราคิดว่าที่นี่ยังต้องมีอยู่ในฐานะที่เป็นตัวแทนของศิลปะ แต่ถ้าความคิดคนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจความสำคัญ เราก็ไม่รู้ว่าหอศิลป์จะมีอยู่ทำไม เพราะถ้าว่ากันตามตรง ที่นี่ก็เป็นแค่สถานที่ที่ กทม.เป็นเจ้าของ เขาจะเอาไปเมื่อไหร่ก็ได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือผู้คนที่ต้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตระหนักรู้ถึงความสำคัญ ถ้าทำได้ เราคงไม่ต้องมานั่งตอบคำถามแล้วว่าทำไมต้องมีหอศิลป์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชนกานต์ : สำหรับเรา เราว่าหอศิลป์คงไม่หายไปในเจเนอเรชั่นนี้หรอก เจเนอเรชั่นเราเริ่มมีความรับผิดชอบและตระหนักรู้เรื่องความสำคัญของศิลปะแล้ว ดังนั้นพวกเราคงไม่ยอมให้หายไปง่ายๆ เราก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ยอมให้หอศิลป์หายไปง่ายๆ แล้วเราก็คิดว่ามีผู้ใหญ่อีกหลายคนที่ตระหนักว่าเขาควรจะให้อะไรดีๆ กับสังคมบ้าง เพราะฉะนั้นเราไม่ซีเรียส ยังไงพวกเราก็ไม่ยอม และถ้ามีคนที่ไม่ยอม เขาก็ไม่มีทางจะทำอะไรเราได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กรวรา : เพราะหอศิลป์ไม่ใช่สถานที่หรอก แต่เป็นผู้คนต่างหาก</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/humans-of-bacc-2/">&#8220;หอศิลป์ไม่ใช่สถานที่หรอก แต่เป็นผู้คน&#8221; หลากหลายถ้อยคำและความผูกพันจากมนุษย์หอศิลปกรุงเทพฯ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จาก ‘เอกชัย’ สู่ ‘สาลี่วันเดอร์แลนด์’ แบรนด์ของฝากเลือดสุพรรณฯ ที่ไม่เคยหยุดพัฒนา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/salee-wonderland/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jul 2019 12:37:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[เอกชัยสาลี่สุพรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[สาลี่วันเดอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[พรพิมล แก้วศรีงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ของฝาก]]></category>
		<category><![CDATA[สุพรรณบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[a day with a view]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=67187</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากคิดถึงของขึ้นชื่อของจังหวัดสุพรรณบุรี คุณจะคิดถึงอะไร ควายไทย ตลาดสามชุก บึงฉวากฯ หรืออนุสาวรีย์อดีตนายกรัฐมนตรีอย่าง บรรหาร ศิลปอาชา นอกเหนือจากสิ่งต่างๆ ด้านบน สิ่งหนึ่งที่ขึ้นมาในใจเราแทบทันทีคงไม่พ้น ‘ขนมสาลี่’ ขนมที่มีส่วนผสมสำคัญอย่างแป้งสาลีที่มีลักษณะ หน้าตา และรสชาติคล้ายเค้กไม่น้อย แม้ต้นกำเนิดของขนมชนิดนี้มาไกลจากประเทศโปรตุเกสจนไม่อาจรู้ได้ว่ารูป รส และความอร่อยของที่ใดจะเหนือกว่ากัน แต่ถ้าพูดถึงความดังและรสชาติความอร่อย เรากล้าพูดอย่างเต็มปากว่าขนมสาลี่ที่ &#8216;เอกชัยสาลี่สุพรรณ&#8216; อร่อยไม่น้อยหน้าใคร จากที่ทำขนมขายเป็นอาชีพเสริมในร้านค้าย่านตลาดทรัพย์สินฯ นฤมล ผู้เป็นแม่ ปรับเปลี่ยนสูตรให้ถูกปากคนสุพรรณฯ โดยเปลี่ยนจากการใช้ไข่เป็ดมาเป็นไข่ไก่เพื่อลดกลิ่นคาวและทำให้เนื้อนุ่มฟู รวมทั้งยังใช้พืชผลการเกษตรคู่เมืองสุพรรณฯ อย่าง &#8216;แห้ว&#8217; มาใส่ในขนมจนขนมสาลี่ของเธอได้รับความนิยม ขายดิบขายดี มีเครื่องหมายรับประกันอย่างเชลล์ชวนชิม จนนับเป็นขนมของฝากคู่เมืองสุพรรณฯ ในเวลาต่อมา ทุกวันนี้นอกจากเอกชัยสาลี่สุพรรณจะมีร้านขายของฝากยักษ์ใหญ่อยู่ที่ริมถนน 340 ที่ไม่ว่าใครผ่านไปผ่านมาต้องแวะซื้อขนมกลับไปฝากคนที่บ้านแทบทุกราย เมื่อปลายปีที่ผ่านมาร้านค้าขวัญใจคนสุพรรณฯ ยังปรับปรุงสาขาดั้งเดิมคือสาขาปราสาททอง ให้กลายเป็นร้านของฝากกึ่งคาเฟ่และร้านอาหารที่ใครได้เห็นก็คงอดสงสัยไม่ได้ว่าแบรนด์ท้องถิ่นอย่างเอกชัยกำลังจะทำอะไร แน่นอนว่าสาเหตุที่ทำให้เรานั่งรถจากเมืองหลวง ฝ่าตึกใหญ่จากออฟฟิศย่านศูนย์วิจัย ผ่านนาข้าวเขียวขจีของจังหวัดสุพรรณบุรีมาที่ร้านใหม่ที่เพิ่งได้รับการรีโนเวตอย่างสาลี่วันเดอร์แลนด์ก็เพื่อสิ่งนี้ เพื่อมาพบและพูดคุยกับ พร–พรพิมล แก้วศรีงาม ลูกสาวผู้รับช่วงกิจการของครอบครัว หญิงสาวผู้เปลี่ยนโฉมให้เอกชัยสาลี่เข้าถึงง่ายทุกเพศทุกวัย เอกชัยสาลี่ เอกลักษณ์เมืองสุพรรณฯ “ตอนเด็กๆ เราจำได้เลยว่าไม่ชอบอาชีพนี้ของแม่ อาย ตอนนั้นเริ่มเป็นสาวมีเด็กผู้ชายมาแซวตอนช่วยแม่ขายของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/salee-wonderland/">จาก ‘เอกชัย’ สู่ ‘สาลี่วันเดอร์แลนด์’ แบรนด์ของฝากเลือดสุพรรณฯ ที่ไม่เคยหยุดพัฒนา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากคิดถึงของขึ้นชื่อของจังหวัดสุพรรณบุรี คุณจะคิดถึงอะไร</p>
<p>ควายไทย ตลาดสามชุก บึงฉวากฯ หรืออนุสาวรีย์อดีตนายกรัฐมนตรีอย่าง บรรหาร ศิลปอาชา</p>
<p>นอกเหนือจากสิ่งต่างๆ ด้านบน สิ่งหนึ่งที่ขึ้นมาในใจเราแทบทันทีคงไม่พ้น ‘ขนมสาลี่’</p>
<p>ขนมที่มีส่วนผสมสำคัญอย่างแป้งสาลีที่มีลักษณะ หน้าตา และรสชาติคล้ายเค้กไม่น้อย</p>
<p>แม้ต้นกำเนิดของขนมชนิดนี้มาไกลจากประเทศโปรตุเกสจนไม่อาจรู้ได้ว่ารูป รส และความอร่อยของที่ใดจะเหนือกว่ากัน</p>
<p>แต่ถ้าพูดถึงความดังและรสชาติความอร่อย เรากล้าพูดอย่างเต็มปากว่าขนมสาลี่ที่ &#8216;<a href="https://www.facebook.com/EkachaiSaleeSuphan/">เอกชัยสาลี่สุพรรณ</a>&#8216; อร่อยไม่น้อยหน้าใคร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67248 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>จากที่ทำขนมขายเป็นอาชีพเสริมในร้านค้าย่านตลาดทรัพย์สินฯ นฤมล ผู้เป็นแม่ ปรับเปลี่ยนสูตรให้ถูกปากคนสุพรรณฯ โดยเปลี่ยนจากการใช้ไข่เป็ดมาเป็นไข่ไก่เพื่อลดกลิ่นคาวและทำให้เนื้อนุ่มฟู รวมทั้งยังใช้พืชผลการเกษตรคู่เมืองสุพรรณฯ อย่าง &#8216;แห้ว&#8217; มาใส่ในขนมจนขนมสาลี่ของเธอได้รับความนิยม ขายดิบขายดี มีเครื่องหมายรับประกันอย่างเชลล์ชวนชิม จนนับเป็นขนมของฝากคู่เมืองสุพรรณฯ ในเวลาต่อมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-67205 " src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/15-1-1024x730.jpg" alt="" width="596" height="402" /></p>
<p>ทุกวันนี้นอกจากเอกชัยสาลี่สุพรรณจะมีร้านขายของฝากยักษ์ใหญ่อยู่ที่ริมถนน 340 ที่ไม่ว่าใครผ่านไปผ่านมาต้องแวะซื้อขนมกลับไปฝากคนที่บ้านแทบทุกราย เมื่อปลายปีที่ผ่านมาร้านค้าขวัญใจคนสุพรรณฯ ยังปรับปรุงสาขาดั้งเดิมคือสาขาปราสาททอง ให้กลายเป็นร้านของฝากกึ่งคาเฟ่และร้านอาหารที่ใครได้เห็นก็คงอดสงสัยไม่ได้ว่าแบรนด์ท้องถิ่นอย่างเอกชัยกำลังจะทำอะไร</p>
<p>แน่นอนว่าสาเหตุที่ทำให้เรานั่งรถจากเมืองหลวง ฝ่าตึกใหญ่จากออฟฟิศย่านศูนย์วิจัย ผ่านนาข้าวเขียวขจีของจังหวัดสุพรรณบุรีมาที่ร้านใหม่ที่เพิ่งได้รับการรีโนเวตอย่าง<a href="https://www.facebook.com/SaleeWonderland/">สาลี่วันเดอร์แลนด์</a>ก็เพื่อสิ่งนี้</p>
<p>เพื่อมาพบและพูดคุยกับ <strong>พร–พรพิมล แก้วศรีงาม</strong> ลูกสาวผู้รับช่วงกิจการของครอบครัว หญิงสาวผู้เปลี่ยนโฉมให้เอกชัยสาลี่เข้าถึงง่ายทุกเพศทุกวัย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67204 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>เอกชัยสาลี่ เอกลักษณ์เมืองสุพรรณฯ</h3>
<p>“ตอนเด็กๆ เราจำได้เลยว่าไม่ชอบอาชีพนี้ของแม่ อาย ตอนนั้นเริ่มเป็นสาวมีเด็กผู้ชายมาแซวตอนช่วยแม่ขายของ เลยคิดว่าอาชีพของแม่นี่มันบั่นทอนเรามาก” พร ที่ตอนนี้มีตำแหน่งเป็นผู้ดูแลกิจการของแม่มากว่า 20 ปีเอ่ยขึ้นยิ้มๆ เล่าย้อนให้เราฟังถึงกิจวัตรประจำวันในวัยเด็กที่ต้องตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางมาเข้าครัวช่วยแม่ปั้นขนมตอนเช้า แม้ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เธอก็ต้องตื่นมาช่วยแม่แต่งเค้ก ตีสาลี่ ปั้นขนมเปี๊ยะ ย่างเต๋า หรือกระทั่งวันหยุดอย่างเทศกาลปีใหม่ ลูกสาวแม่ค้าอย่างเธอก็ไม่เคยได้ออกไปเที่ยวที่ไหน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67271 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>แม้นั่นจะเป็นเรื่องราวตั้งแต่ตอนที่ ‘เอกชัยสาลี่สุพรรณ’ ยังเป็นเพียงร้านค้าเล็กๆ ในตลาดทรัพย์สินฯ เป็นแค่ร้านที่เกิดจากความคิดของแม่ที่ว่าจะทำขนมเป็นอาชีพเสริมเพื่อหารายได้เลี้ยงลูกทั้ง 3 คน และเมื่อกิจการของแม่เริ่มเติบโต แปรเปลี่ยนกลายเป็นร้านของฝากประจำจังหวัดสุพรรณบุรีที่มีคนรู้จักและยอมรับมากขึ้น ความคิดที่ว่าจะต้องกลับมาดูแลกิจการของครอบครัวก็ยังไม่เคยเกิดขึ้นในความคิดของลูกสาวคนนี้</p>
<p>“เรามาเลิกอายก็ตอนเรียนปริญญาตรีแล้ว เพราะขนมของแม่มีคนยอมรับมากขึ้น แต่ตอนนั้นก็ยังไม่เคยคิดเลยว่าจะกลับมารับช่วงต่อ ปรากฏว่าพอแม่เหลือลูกแค่คนเดียวที่จะกลับมาช่วยได้ เลยคิดว่า เออ เพื่อแม่ เราก็ต้องกลับมาทำ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67264 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-45.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-45.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-45-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-45-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“ช่วงแรกๆ ท้อมาก เรารู้สึกว่าการเรียนหนังสือมันสนุกกว่า” พรเล่าให้ฟังถึงความลำบากทั้งที่ยังหัวเราะขัน ทิ้งมาดเจ้าของกิจการ</p>
<p>“เพราะกับการเรียนเรารู้ว่าต้องทำตัวยังไงถึงจะได้เกรดเอ แต่กับธุรกิจมันไม่มีใครตอบเราได้เลย เราไม่รู้ว่าจะทำธุรกิจยังไงให้ได้เอ ทฤษฎีอะไรก็เอามาใช้ไม่ได้ เพราะมันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตอนนั้นพยายามทำตามที่แม่บอกผสมกับเอาวิชาความรู้ที่เรียนมาใช้มากขึ้น เริ่มเอาระบบแคชเชียร์มาลง เริ่มจดทะเบียนบริษัทให้แม่ แล้วแบ่งออกเป็นแผนกต่างๆ ทำเรื่องขอกู้แบงก์เพื่อสร้างร้านให้เป็นอาคารทรงไทยสวยๆ ตามที่แม่ฝันไว้</p>
<p>“ที่ดูแลมาได้เพราะเราเห็นแม่ทำมาตลอดด้วย แม่จะชอบทำอะไรให้ดีกว่าเดิม ทำอะไรที่ล้ำกว่าคนอื่นเขา และไม่เคยหยุดนิ่ง สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเหมือนกับกล้ามเนื้อทางใจที่ทำให้เราพร้อมมุ่งมั่นและพัฒนาตัวเองเป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 ให้กับพ่อและแม่”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67196 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-26.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-26.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-26-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>“พอทำมาเรื่อยๆ ก็สนุกดี เหมือนได้ทำอะไรที่ท้าทายตนเองตลอดเวลา แต่ถามว่าเหนื่อยไหม ท้อไหม ก็เหนื่อยนะ มาถึงตอนนี้ก็ยังเหนื่อยอยู่”</p>
<p>แม้ปากจะบ่นว่าเหนื่อยแต่ความคิดเรื่องธุรกิจในหัวของพรก็ไม่เคยหยุดนิ่ง เธอยังคงคิดหาวิธีดูแลกิจการของพ่อแม่อย่างคงมาตรฐานและพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเก่า</p>
<p>หากใครผ่านไปผ่านมาหน้าร้านเอกชัยสาลี่สุพรรณ สาขาดั้งเดิมหน้าวัดปราสาททอง คงจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อยเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ความเปลี่ยนแปลงที่เป็นเหมือนเครื่องการันตีว่าเธอไม่เคยหยุดนิ่ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67249 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67260 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-9-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-9-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-9-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-9-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>จากเอกชัยสาลี่สุพรรณ แปรเปลี่ยนเป็นร้านสาลี่วันเดอร์แลนด์</h3>
<p>“เราตกผลึกกันมาหลายปีกว่าจะได้ร้านนี้ จริงๆ เราคิดจะรีโนเวตร้านนี้มานานแล้วด้วยความเก่าของมัน และเราเริ่มอยากได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เราอยากให้คนเข้ามาแล้วมีความรู้สึกว่าแบรนด์เอกชัยเป็นแบรนด์ของเด็กๆ ด้วย ไม่ได้เป็นแค่แบรนด์ของคนอายุ 40-50 ปีขึ้นไปอย่างเก่า” พรบอกถึงสาเหตุของการรีโนเวตร้านเอกชัยสาลี่สุพรรณ สาขาปราสาททอง ที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นสาลี่วันเดอร์แลนด์ ร้านของฝากกึ่งคาเฟ่และร้านอาหารที่เธออยากให้เป็นเหมือนดินแดนของจินตนาการ อยากให้คนมาที่นี่แล้วรู้สึกอบอุ่น ได้กินของอร่อยที่ไว้ใจคุณภาพได้ และมีน้องสาลี่และพี่บัฟเป็นเสมือนมาสคอตประจำร้าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67203 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“คาแร็กเตอร์ทั้ง 2 ตัวเริ่มมาจากความอยากสนุกสนาน ตอนเด็กๆ เราชอบดูการ์ตูน ชอบอ่านนิยายอยู่แล้ว เลยอยากทำคาแร็กเตอร์ขึ้นมา จริงๆ น้องสาลี่มีมานานแล้ว รุ่นแรกเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2554 เป็นคาแร็กเตอร์หญิงสาวอายุประมาณสัก 17-18 ปี มีรูปร่างค่อนข้างอ้วน จากนั้นก็พัฒนามาเรื่อยๆ เป็นน้องสาลี่หุ่นสเลนเดอร์ จนมาเวอร์ชั่นนี้ที่น้องสาลี่ดูเด็กสุดคืออายุประมาณ 10 ขวบ เราพัฒนาเปลี่ยนแปลงน้องสาลี่อยู่ตลอดเป็นระยะเวลา 7-8 ปี โดยพยายามที่จะทำให้รู้สึกว่าเขามีชีวิต เป็นตัวสื่อสารถึงความสนุกสนาน ความผูกพัน และเป็นโลกของจินตนาการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67199 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“พอมีน้องสาลี่แล้ว เราเลยคิดว่าน่าจะมีเพื่อนให้น้องด้วย เลยพยายามคิดว่าใครล่ะจะเป็นเพื่อนให้น้องและสามารถสื่อถึงความเป็นสุพรรณฯ ได้ในขณะเดียวกัน ก็เลยกลายมาเป็นพี่บัฟ เนื่องจากสุพรรณฯ เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำและมีควายเยอะ แต่เนื่องจากตอนนี้คนเราก็ใช้ควายไถนาน้อยลงแล้ว เราก็เลยฮาๆ กันว่า ไหนๆ ควายก็ตกงานแล้ว งั้นเราเอาพี่บัฟมาขายขนมปังแล้วกัน” พรหัวเราะเฮฮาเมื่อเล่าถึงเรื่องขำขันขณะออกไอเดีย พลางชี้ให้เราเห็นถึงเอกลักษณ์ของพี่บัฟ อย่างมือที่กำลังเป่าขลุ่ยให้น้องสาลี่ฟังหรือหางที่เป็นต้นข้าวตัวแทนของการเป็นเมืองเกษตรกรรม</p>
<p>เพียงแค่มองไปยังตุ๊กตาพี่บัฟที่ตั้งอยู่ใกล้ตัว เราก็สัมผัสได้ไม่ยากว่าพี่บัฟที่พรและทีมตั้งใจออกแบบมานั้นน่ารัก อบอุ่น สามารถดูแลน้องสาลี่ และพาน้องสาลี่เที่ยวได้จริงอย่างที่พวกเขาคาดหวัง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67197 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67265 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-37.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-37.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-37-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>ต้องรู้จักตัวเองก่อนจึงจะรู้ว่าตัวเองมีดีอย่างไร</h3>
<p>“เราพยายามจะให้คาแร็กเตอร์ทั้ง 2 ตัวเป็นคาแร็กเตอร์ของคนสุพรรณฯ คาแร็กเตอร์ของคนไทย” พรพูดขณะยิ้มมองตุ๊กตาทั้งสองด้วยความภูมิใจ</p>
<p>แต่ในความจริงแล้ว ก่อนจะเกิดเป็นคาแร็กเตอร์ของคนไทยอย่างนี้ เธอเองก็เคยสนใจคาแร็กเตอร์ของต่างชาติมาก่อน แต่ด้วยราคาและเงื่อนไขต่างๆ ที่ไม่ลงตัว สุดท้ายทำให้คิดได้ว่าการยอมรับตัวเองสำคัญที่สุด</p>
<p>“การยอมรับตัวเองสำหรับเรามันเกิดมาจากการที่เราอยากเป็นคนอื่นมาก่อน เราคิดว่าคนอื่นดีกว่าเรา แต่พอเราได้ลองเป็นเขา เรากลับรู้สึกว่า เออ เราเป็นเรานี่แหละดีแล้ว อย่างคาแร็กเตอร์ต่างประเทศพอเรามาดูข้อมูลการลงทุน ดูสิ่งที่เขาบังคับให้เราเป็น ต้องมีเมนูแบบนั้นแบบนี้อยู่ในร้านของเรา มันก็ทำให้รู้สึกว่านี่ไม่ใช่เราแล้ว เพราะงั้นเราก็เป็นตัวของเราเองดีกว่า อย่างน้อยก็รู้ว่าตัวเองมีข้อดีหรือข้อเสียอะไร”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67269 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-67.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-67.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-67-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-67-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67266 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-23.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-23.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-23-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ขนมปังปิ้งเอกชัยที่มีตราพี่บัฟประทับอยู่ด้านข้างจึงเป็นหนึ่งในเมนูที่เกิดจากการเริ่มมองหาและยอมรับข้อดีของตัวเอง ทั้งยังเป็นหนึ่งในสินค้าขายดีไม่แพ้ขนมสาลี่</p>
<p>“ลูกค้าจะบอกตลอดว่ากินขนมปังของเรามาก็นานแล้วนะ แต่มันยังอร่อยเหมือนเดิมเลย ทำให้รู้สึกว่าแล้วทำไมเราถึงไม่ทำให้ขนมปังของเราขายดียิ่งขึ้นกว่าเดิม หาวัตถุดิบที่ดีขึ้นมาพัฒนาสูตรขนมปังของแม่ให้หอม นุ่ม และกรอบขึ้นเมื่อนำไปอบ เป็นการเพิ่มความหลากหลายให้ขนมปัง หลายปีที่ผ่านมาคนหันไปนิยมเค้กกันเยอะก็จริง แต่มันก็ทำให้เราตั้งคำถามว่า ถ้าเกิดร้านเราไปขายเค้กเหมือนคนอื่นเราจะถนัดหรือเปล่า ก็ได้คำตอบว่าไม่ เราถนัดขนมปังมากกว่า เราทำสิ่งนี้ได้ดี</p>
<p>&#8220;มันเกิดจากเราอยากเป็นคนอื่นก่อน แต่เราไม่ไหว เราเลยกลับมาเป็นตัวเอง”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67250 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/salee-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>เคล็ดลับและเบื้องหลังความสำเร็จ</h3>
<p>ตลอดเวลาที่นั่งคุยกัน สิ่งหนึ่งที่เราสังเกตเห็นคือมีคนเดินเข้าออกร้านนี้ตลอดเวลา บ้างมานั่งกินกาแฟ กินขนมปัง บ้างซื้อของฝากแล้วออกไป และบ้างก็เข้ามาขอบคุณที่ทำประโยชน์ให้กับเมืองสุพรรณฯ แต่กว่าที่ร้านจะมาถึงทุกวันนี้ เธอยืนยันกับเราว่าไม่ง่าย</p>
<p>“การเป็นเจ้าของกิจการเนี่ย หลับอยู่ก็ยังฝันถึงเรื่องพวกนี้นะ” พรหัวเราะครื้นเครง ก่อนจะปรับมู้ดจริงจังแล้วเล่าให้ฟังว่า ช่วงก่อนเปิดร้านสาลี่วันเดอร์แลนด์เธอประสบกับปัญหานอนไม่หลับเป็นระยะเวลาเกือบเดือน เพราะความเครียดที่ไม่เคยทำร้านอาหารมาก่อนในชีวิต แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็คิดว่าสิ่งที่ได้คืนกลับมาคือความสุข</p>
<p>สุขที่ได้ใช้ผลผลิตอย่างผักปลอดสารพิษ และแห้วจากคนในท้องถิ่น สุขที่ได้สร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับหลายๆ ครอบครัว และสุขที่ได้สื่อสารความเป็นสุพรรณฯ และสานต่อเจตนารมณ์ของพ่อแม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67195 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-34.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-34.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-34-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Salee-Wonderland-34-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“มันต้องท้าทายตัวเองก็จริง แต่ก็เหมือนเป็นบันไดที่เราต้องเหยียบขึ้นไปให้ได้ การที่จะผ่านไปได้แต่ละขั้นมันก็ไม่ง่าย เพราะทุกอย่างต้องคิดให้ถี่ถ้วน คิดหลายมุม และทุกอย่างต้องพิถีพิถัน ใส่ใจ ด้วยความที่เราก้มหน้าก้มตาทำงานกันมาอย่างต่อเนื่อง อย่างค่อยเป็นค่อยไป เลยเหมือนค่อยๆ สะสมชื่อเสียง สะสมความสำเร็จไปเรื่อยๆ เราไม่ได้โตแบบก้าวกระโดด</p>
<p>“ความรู้สึกว่าเราไม่เก่ง เรายังทำได้ไม่ดี คนอื่นทำได้ดีกว่าเรา สิ่งพวกนี้มันมีอยู่ตลอดเวลานั่นแหละ แต่เราก็บอกว่าเราทำได้เท่านี้นะ เราดีใจแล้ว เราพอใจ แต่เราจะไม่หยุด เราจะทำต่อไปเรื่อยๆ”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><div id="erdyt-6a2a4489e307c" data-id="ugNlpcxRGDU" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-ugNlpcxRGDU-6a2a4489e307c" data-vid="ugNlpcxRGDU" data-src="https://www.youtube.com/embed/ugNlpcxRGDU?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/ugNlpcxRGDU/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/salee-wonderland/">จาก ‘เอกชัย’ สู่ ‘สาลี่วันเดอร์แลนด์’ แบรนด์ของฝากเลือดสุพรรณฯ ที่ไม่เคยหยุดพัฒนา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชมท้องฟ้าที่ต้องก้มหน้าลงมองในงานเซรามิกของ Flowers in the Vase</title>
		<link>https://adaymagazine.com/flowers-in-the-vase-and-monsoon-exhibition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พัชระ เฟื่องถี]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jul 2019 09:42:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Portfolio]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[หน่อไม้ สุภัทรชัย เชื่อธรรมสอน]]></category>
		<category><![CDATA[Every Day]]></category>
		<category><![CDATA[The Day After Every Day]]></category>
		<category><![CDATA[Monsoon Exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[เซรามิก]]></category>
		<category><![CDATA[Chiang Mai Design Week]]></category>
		<category><![CDATA[Flowers in the Vase]]></category>
		<category><![CDATA[เอิร์ธ ปพิชชา ธนสมบูรณ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=66065</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าท้องฟ้ามีอิทธิพลกับเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อาจไม่ถึงขั้นตลอดเวลา แต่คงมีบ้างล่ะที่เราหยิบยกเอาลักษณะของท้องฟ้าในบางช่วงยามมาเชื่อมโยงกับความรู้สึกของตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเศร้า เหงา สุขสันต์ สดใส หรือเฉยๆ ความรู้สึกเหล่านี้อาจเปลี่ยนรูปแบบเป็นแรงบันดาลใจให้เราลงมือทำอะไรบางอย่าง บางคนยกกล้องขึ้นถ่ายภาพ บางคนเขียนหนังสือ บางคนตัดสินใจออกเดินทาง บางคนนั่งวาดภาพ บางคนนอนฟังเพลง เช่นกันกับ เอิร์ธ–ปพิชชา ธนสมบูรณ์ และ หน่อไม้–สุภัทรชัย เชื่อธรรมสอน พวกเขาหลงใหลในธรรมชาติและท้องฟ้า จึงเก็บเกี่ยววัตถุดิบที่หยิบคว้าเอามาได้ตลอดและไม่มีวันหมดอย่างท้องฟ้ามาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างชิ้นงาน เสมือนการจดบันทึกผ่านงานเซรามิก ทั้งสองรวมตัวกันภายใต้แบรนด์ Flowers in the Vase และผ่านการจัดแสดงชิ้นงานมาอยู่บ้าง ล่าสุดพวกเขากำลังมีนิทรรศการชื่อว่า Monsoon ซึ่งเหมาะกับสภาพฟ้าฝนแปรปรวนอย่างตอนนี้เป็นอย่างมาก ท่ามกลางฝนที่โหมกระหน่ำ เราอยากชวนคุณมาฟังเรื่องราวผลงานของพวกเขา ตั้งแต่การเริ่มต้นด้วยท้องฟ้าสดใสและลงเอยด้วยมรสุม พวกเขาต้องผ่านลมฟ้าลมฝนอะไรมาบ้าง  &#160; ท้องฟ้ายามเช้า จากคนที่ชอบงานเพนต์และสนุกกับการจัดองค์ประกอบเป็นทุนเดิม เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย เอิร์ธเริ่มขยายความสนใจสู่งานเซรามิก จนพัฒนามาเป็นความหลงใหลในความละเอียดอ่อนทุกขั้นตอนของงานประเภทนี้  ในบรรดาเทคนิคหลากหลายที่ได้เรียน เธอติดใจเทคนิคที่เรียกว่า Nerikomi เป็นพิเศษ และนำมาประยุกต์กับความสนใจเรื่องสีสันจนเกิดเป็นงานในรูปแบบเฉพาะตัวอย่างที่เราติดใจ “จริงๆ การทำเซรามิกนั้นมีหลายเทคนิค มันพลิกแพลงได้เยอะมาก อย่างเทคนิคที่เราเห็นทั่วไปจะเป็นการเคลือบสีลงบนผิว แต่เทคนิคเนริโคมิคือการนำสีผสมไปในเนื้อดิน แล้วเอาดินแต่ละสีมาซ้อนเป็นชั้น รีดเป็นแผ่น แล้วค่อยขึ้นรูป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/flowers-in-the-vase-and-monsoon-exhibition/">ชมท้องฟ้าที่ต้องก้มหน้าลงมองในงานเซรามิกของ Flowers in the Vase</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าท้องฟ้ามีอิทธิพลกับเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจไม่ถึงขั้นตลอดเวลา แต่คงมีบ้างล่ะที่เราหยิบยกเอาลักษณะของท้องฟ้าในบางช่วงยามมาเชื่อมโยงกับความรู้สึกของตัวเองอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเศร้า เหงา สุขสันต์ สดใส หรือเฉยๆ ความรู้สึกเหล่านี้อาจเปลี่ยนรูปแบบเป็นแรงบันดาลใจให้เราลงมือทำอะไรบางอย่าง</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">บางคนยกกล้องขึ้นถ่ายภาพ</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">บางคนเขียนหนังสือ</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">บางคนตัดสินใจออกเดินทาง</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">บางคนนั่งวาดภาพ</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">บางคนนอนฟังเพลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นกันกับ </span><b>เอิร์ธ–ปพิชชา ธนสมบูรณ์ </b><span style="font-weight: 400;">และ </span><b>หน่อไม้–สุภัทรชัย เชื่อธรรมสอน</b><span style="font-weight: 400;"> พวกเขาหลงใหลในธรรมชาติและท้องฟ้า จึงเก็บเกี่ยววัตถุดิบที่หยิบคว้าเอามาได้ตลอดและไม่มีวันหมดอย่างท้องฟ้ามาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างชิ้นงาน เสมือนการจดบันทึกผ่านงานเซรามิก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-66070 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-22.jpg" alt="Flowers in the Vase" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-22.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-22-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งสองรวมตัวกันภายใต้แบรนด์ Flowers in the Vase และผ่านการจัดแสดงชิ้นงานมาอยู่บ้าง ล่าสุดพวกเขากำลังมีนิทรรศการชื่อว่า Monsoon ซึ่งเหมาะกับสภาพฟ้าฝนแปรปรวนอย่างตอนนี้เป็นอย่างมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางฝนที่โหมกระหน่ำ เราอยากชวนคุณมาฟังเรื่องราวผลงานของพวกเขา ตั้งแต่การเริ่มต้นด้วยท้องฟ้าสดใสและลงเอยด้วยมรสุม พวกเขาต้องผ่านลมฟ้าลมฝนอะไรมาบ้าง </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-66072 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-33.jpg" alt="Flowers in the Vase" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-33.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-33-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-33-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ท้องฟ้ายามเช้า</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากคนที่ชอบงานเพนต์และสนุกกับการจัดองค์ประกอบเป็นทุนเดิม เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย เอิร์ธเริ่มขยายความสนใจสู่งานเซรามิก จนพัฒนามาเป็นความหลงใหลในความละเอียดอ่อนทุกขั้นตอนของงานประเภทนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบรรดาเทคนิคหลากหลายที่ได้เรียน เธอติดใจเทคนิคที่เรียกว่า Nerikomi เป็นพิเศษ และนำมาประยุกต์กับความสนใจเรื่องสีสันจนเกิดเป็นงานในรูปแบบเฉพาะตัวอย่างที่เราติดใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ การทำเซรามิกนั้นมีหลายเทคนิค มันพลิกแพลงได้เยอะมาก อย่างเทคนิคที่เราเห็นทั่วไปจะเป็นการเคลือบสีลงบนผิว แต่เทคนิคเนริโคมิคือการนำสีผสมไปในเนื้อดิน แล้วเอาดินแต่ละสีมาซ้อนเป็นชั้น รีดเป็นแผ่น แล้วค่อยขึ้นรูป ซึ่งจะทำให้ทั้งด้านนอกและด้านในของภาชนะกลายเป็นลายเดียวกัน”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-66074 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MonSoon-toey-2.jpg" alt="Flowers in the Vase" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MonSoon-toey-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MonSoon-toey-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MonSoon-toey-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-66075 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-7.jpg" alt="Flowers in the Vase" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะชอบชื่นชมท้องฟ้าและชอบบันทึกภาพเก็บไว้ เธอจึงนำความชอบนั้นมาเป็นแรงบันดาลใจในการจดบันทึกท้องฟ้าผ่านงานเซรามิก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เอิร์ธเริ่มจากสิ่งที่ชอบและอยู่กับมันได้นานอย่างธรรมชาติที่อยู่รอบตัว เราชอบท้องฟ้า ชอบมองท้องฟ้า ชอบถ่ายรูป แต่ก็เก็บไว้กับตัวเองไม่ได้โพสต์ เราแค่รู้สึกว่ามันสบาย ผ่อนคลาย แสงของแต่ละวันก็ไม่เหมือนกัน แสงตอนเช้าและตอนเย็นของแต่ละเดือนก็ไม่เหมือนกัน เราเลยอยากลองทำลวดลายท้องฟ้าลงในเซรามิกดู”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-66073 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-15.jpg" alt="Flowers in the Vase" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ฟ้าฝนเป็นใจ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความทุ่มเทต่องานเซรามิกทำให้ทีสิสของเอิร์ธได้รับรางวัลจากการแสดงศิลปะเครื่องปั้นดินเผาแห่งชาติในปี 2018 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่เอิร์ธได้จัดแสดงงานชุด ‘Every Day’ ใน <a href="https://adaymagazine.com/event-cmdw-2018/" target="_blank" rel="noopener">Chiang Mai Design Week 2018</a></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานนี้เองคือครั้งแรกที่ ‘หน่อไม้’ เข้ามาร่วมพัฒนางานด้วย โดยใช้ความรู้ด้านสถาปัตยกรรมที่เขาเรียนมาผสมกับประสบการณ์การทำงานออกแบบและจัดนิทรรศการที่เขายังทำอย่างสม่ำเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนแรกเอิร์ธสมัครไปแสดงงานที่ </span><span style="font-weight: 400;">Chiang Mai Design Week กะเอางานทีสิสไปแสดง แต่</span><span style="font-weight: 400;">พอได้รับคัดเลือก ทีสิสของเอิร์ธก็ได้รางวัลจากการแสดงศิลปะเครื่องปั้นดินเผาแห่งชาติ ซึ่งองค์กรเจ้าของรางวัลเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในการเก็บงานไว้ในมิวเซียม เราไม่สามารถนำออกมาแสดงได้ ตอนนั้นเราเลยต้องมานั่งคิดว่าเราจะเอาอะไรไปแสดงที่เชียงใหม่ดี” หน่อไม้เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการทำงานด้วยกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-66085 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/DSC09112.jpg" alt="Flowers in the Vase" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/DSC09112.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/DSC09112-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/DSC09112-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-66088 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/DSC09231.jpg" alt="Flowers in the Vase" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/DSC09231.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/DSC09231-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/DSC09231-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-66089 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/DSC09254.jpg" alt="Flowers in the Vase" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/DSC09254.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/DSC09254-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/DSC09254-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากสื่อสารกับคนเรื่อง everyday life คนเรากินข้าวทุกวัน ภาชนะที่ใส่ข้าวก็คือจาน ชาม เลยลองทำชามวันละใบ 30 วัน 30 ใบ ท้องฟ้าก็เปลี่ยนไปในแต่ละวัน ซึ่งส่งผลถึงอารมณ์ของเราด้วย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ดูเป็นกระบวนการที่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของคนทำ แต่เอิร์ธก็ปฏิเสธพลางหัวเราะว่าเธอไม่ได้ใช้ ‘อารมณ์ศิลปิน’ ขนาดนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กระบวนการไม่ได้อาร์ตขนาดนั้นหรอก ไม่ใช่ว่าวันนี้เราหงุดหงิดมากเราก็ขยำดินเลย มันเหมือนเป็นบันทึกมากกว่า เช่น เราแค่รู้สึกว่าวันนี้อยากทำสี ทำลวดลายประมาณนี้ อารมณ์ประมาณนี้ เราก็ลองทำขึ้นมา แต่สุดท้ายเราอยากให้งานมันเล่าเรื่องด้วยตัวเอง คนมาดูงานเราแล้วอาจจะรู้สึกไม่เหมือนกับเราก็ได้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-66079 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MG_9107.jpg" alt="Flowers in the Vase" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MG_9107.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MG_9107-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ท้องฟ้าเปลี่ยนไป</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกคนคงจำภาพเมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้ดี เมื่อชาวเมืองต่างเดินใส่หน้ากากสวนกันไปมาบนท้องถนน ช่วงนั้นใครๆ คงลืมภาพท้องฟ้ายามปกติสุขไปอย่างง่ายดาย เพราะมีฝุ่น PM2.5 บดบังเสียจนมิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อท้องฟ้าเปลี่ยนไป ไม่แปลกที่ Flowers in the Vase ผู้สนใจท้องฟ้าเป็นพิเศษเลือกบันทึกท้องฟ้าสีเทาเอาไว้ แม้มันจะไม่สวยงามอย่างที่ท้องฟ้าควรเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลงานชุดนี้ชื่อ </span><span style="font-weight: 400;">‘The Day After Every Day’</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-66081 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/The-Day-After-Every-Day-10.jpg" alt="Flowers in the Vase" width="675" height="674" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/The-Day-After-Every-Day-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/The-Day-After-Every-Day-10-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/The-Day-After-Every-Day-10-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/The-Day-After-Every-Day-10-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/The-Day-After-Every-Day-10-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/The-Day-After-Every-Day-10-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/The-Day-After-Every-Day-10-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ช่วงนั้นเราอยากสื่อสารเรื่องฝุ่น PM2.5 เราคิดว่าท้องฟ้าสวยๆ ที่เราเห็นทุกวัน พอวันหนึ่งมีฝุ่นปกคลุมมันก็ไม่ได้สวยงามอีกต่อไป” หน่อไม้เท้าความถึงงานที่ทำให้พวกเขาได้รู้จักท้องฟ้าแบบใหม่ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ มันช่วยต่อยอดเทคนิคของพวกเขาด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผลงานชุดนี้มี</span><span style="font-weight: 400;">เทคนิคต่างไปจากเดิมตรงที่เอาไปเผาแบบรมควัน เราก่ออิฐ สร้างเตาเอง แล้วก็ปิดไว้ให้มีควันเข้าไปทำให้เกิดเอฟเฟกต์ในงาน จนออกมาเป็นสีคล้ายเขม่าควัน แตกต่างจากงานปกติที่เผาด้วยเตาไฟฟ้าธรรมดา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครั้งนี้พวกเขาลองทำแจกัน เพราะอยากทำรูปแบบเรียบง่ายและสามารถนำไปใช้งานได้ง่ายภายในบ้าน นอกจากนี้ยังได้ทีม </span><a href="https://www.facebook.com/splendoursolis/?__tn__=K-R&amp;eid=ARDQcDNdzNtsPnMXCKSdK_KgLT8b5UZyBMW7CW42ElBkd78-Ufl4p2Ol_hDjEkeTaVOhllhHR3A_vS5p&amp;fref=mentions&amp;__xts__%5B0%5D=68.ARCLOkWenNgk07qhnR4j12tWN4KOMdBaqTNGHz18RU_5DW2YT8ZKh_I_H8PGEGZ72U239z6wYMu2dQU-6OVp8ZkHGWHZFsDKmtSV8jGy0v1SPixBb1gdr0u9eUSryP1Olpx4QaLJW8WyZlCEyE48-mCCcUKDRirklYkPBXYTtTvpKfYpmN90S5wHiEqasORzbo6G2bZV3qUo7fjmapO0yjZDjvnGgEvMfdOIzP4fPmcXg9dPJglVWkJnFrApoUBxAZIGprj4ZMAOtpX2Q665hGrL78HhQkXyp61pp9DsLDUCHyLBOPDOv-UuxlZWyxQ_RvLNWhaZ5VfJVXfnWCH2_d8sW2RG"><span style="font-weight: 400;">Splendour Solis</span></a><span style="font-weight: 400;"> เข้ามาช่วยกันทำให้แนวคิดของเอิร์ธปรับเปลี่ยนจากความสดใสสวยงามมาเป็นความมัวหม่นมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะบางที เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือท้องฟ้าที่เราต้องเผชิญในสักวัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-66082 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MonSoon-toey-16.jpg" alt="Flowers in the Vase" width="675" height="443" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MonSoon-toey-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MonSoon-toey-16-300x197.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MonSoon-toey-16-600x394.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ท้องฟ้าที่เผชิญมรสุม</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากท้องฟ้าที่สดใส สู่ท้องฟ้าที่ปกคลุมด้วยฝุ่น ล่าสุดเอิร์ธและหน่อไม้อยากลองตีความท้องฟ้าในมุมมองใหม่ๆ บ้าง จนเกิดเป็นงาน </span><span style="font-weight: 400;">Monsoon : </span><span style="font-weight: 400;">Exhibition of Ceramic Memoirs</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครั้งนี้แตกต่างจากงานครั้งก่อนๆ เพราะนอกจากจัดแสดงงานแล้ว พวกเขายังวางจำหน่ายสินค้าอีกด้วย วิธีคิดงานจึงต้องคำนึงถึงการนำไปใช้มากขึ้น จนทำให้ผลงานชุดนี้มีรูปแบบเป็นภาชนะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น แก้ว จาน ชาม แจกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-66083" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/C0A9833.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/C0A9833.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/C0A9833-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/C0A9833-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-66084" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/C0A9876.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/C0A9876.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/C0A9876-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/C0A9876-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จุดเริ่มต้นของงานชุดนี้คือเราทำงานเกี่ยวกับท้องฟ้ามาเยอะแล้ว เราชอบมัน เรารักมัน แต่เราพยายามหาสิ่งใหม่ๆ มาเล่า พยายามหนีตัวเองเพื่อเรียนรู้ ตอนนั้นเราคุยกับเอิร์ธว่าสนใจเรื่อง phenomenon หรือปรากฏการณ์”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากจะตีความท้องฟ้าในมุมมองใหม่แล้ว สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือการทดลองใช้สีคู่ตรงข้ามและคู่สีต่างๆ มาซ้อนกัน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เอิร์ธไม่เคยทำมาก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอมาถึงกระบวนการที่เราต้องเป็นพาร์ตเนอร์กัน เราก็ต้องวิเคราะห์งานของเอิร์ธ โยนไอเดีย เบรนสตอร์ม เพื่อหาคาแร็กเตอร์ใหม่ๆ เมื่อก่อนเอิร์ธจะไม่ค่อยกล้าใช้สีเพราะมองว่าสีบางสีสดไป บางสีเอิร์ธไม่ถูกจริต แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นในการคุยเรื่องสีว่ามันจะเกิดปรากฏการณ์อะไรที่ทำให้เราเรียนรู้ไปกับมัน”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-66090" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MonSoon-toey-8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MonSoon-toey-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MonSoon-toey-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MonSoon-toey-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-66093" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MonSoon-toey-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MonSoon-toey-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MonSoon-toey-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/MonSoon-toey-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่แล้วคอนเซปต์จริงๆ ก็เกิดขึ้นมาอย่างไม่ได้คาดเดาเอาไว้ หลังจากพวกเขาผลิตงานได้จำนวนหนึ่ง เอิร์ธและหน่อไม้เริ่มสังเกตชิ้นงานว่าพวกมันกำลังสื่อสารอะไรบางอย่าง และพวกเขาก็ได้ทบทวนความรู้สึกของตัวเองผ่านผลงานเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">งานของเราเหมือนเป็นการทดลองน่ะ ตอนแรกไม่รู้ว่ามันจะออกมาเป็นยังไง พอทำออกมาได้จำนวนหนึ่งแล้วเอามาดู เรารู้สึกว่า เฮ้ย ชิ้นงานมันทำให้เราคิดถึงเวลาที่พายุพัดเข้ามาซึ่งมันน่ากลัว แต่พอพายุผ่านไป เรารู้สึกถึงคำว่าฟ้าหลังฝน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรื่องนี้มันทำให้เรานึกถึงคำว่า ‘มรสุม’ ซึ่งมันดูรุนแรง แต่ท้ายที่สุดเราก็ผ่านไปได้ เหมือนกับทุกอย่างนั่นแหละ แล้วพอผ่านมันไปได้ มันก็ดีนะ</span> <span style="font-weight: 400;">งานของเราจึงเป็นบันทึกความทรงจำในช่วงมรสุม เราอยากสื่อว่า คุณอาจจะรู้สึกว่าทุกอย่างมันแย่ไปหมด แต่มันก็ยังมีเรื่องดีๆ และฟ้าหลังฝนมันก็สวยงาม”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-66095" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/C0A9598.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/C0A9598.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/C0A9598-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/C0A9598-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-66094" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/8767266229491780695__C0A0030.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/8767266229491780695__C0A0030.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/8767266229491780695__C0A0030-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/8767266229491780695__C0A0030-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องเห็นเป็นเรื่องปรากฏการณ์เพียงอย่างเดียว เพราะงานศิลปะจะสื่อความหมายต่างออกไปตามสิ่งที่แต่ละคนเคยเผชิญ เหมือนกับท้องฟ้านั่นแหละ ที่ทุกคนย่อมตีความต่างกันออกไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วท้องฟ้าของคุณล่ะเป็นแบบไหน?</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-66096" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-31.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-31.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Monsoon-31-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตามไปดูนิทรรศการ <a href="https://www.facebook.com/events/462938907585394/" target="_blank" rel="noopener">Monsoon : Exhibition of Ceramic Memoirs</a> ได้ที่ Siam Discovery ระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน &#8211; 12 กรกฎาคมนี้ และติดตามเรื่องราวอื่นๆ <a href="https://www.facebook.com/flowersinthevase/?__xts__%5B0%5D=68.ARAARhBnoxKbbmOAiC-CM7lu38t7Yl75imXTOgkqEqEJuoXV72ShrIijbyE1ODtYPTALK6uSnl7ozgAdQLR7vAMG-eCKR2zOITNLnKQ5cw5_-kbiZLtRDE5VcY7fISiaTORqL4TQJXPeOChUCn4pny-yUeman8dxBWJkc65vcVdZrAwa3NZ1wFbujicki-KHpkfWVZau9irjZHBjSTq06PWVVYxpvmHVePosrGC9mP76CbV1P4qhKqz8G2jhiV7n33cnfwUzqmpbIo87Qs9WtE4&amp;eid=ARCHMeZxNmE1JX55k6iCCT6qhrIdzNiIePiS0M8a4wbjGrUdrHXCIlc2nXBhbNTeKvD_fe2KXVwtLLmf" target="_blank" rel="noopener">ที่นี่</a></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/flowers-in-the-vase-and-monsoon-exhibition/">ชมท้องฟ้าที่ต้องก้มหน้าลงมองในงานเซรามิกของ Flowers in the Vase</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘สานฝันน้องด้วยประสบการณ์ของพี่’ GOOD HOPE #2 โปรเจกต์ที่ประสานเสียงหัวใจคนดนตรีไว้ด้วยกัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/good-hope-music-academy-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภาวิณี คงฤทธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Jul 2019 11:36:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[วงการดนตรีไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รังสรรค์ ปัญญาใจ]]></category>
		<category><![CDATA[อนุชา โอเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[GOOD HOPE #2]]></category>
		<category><![CDATA[Music Festival]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐ พิฆาตไพรี]]></category>
		<category><![CDATA[วิรชา ดาวฉาย]]></category>
		<category><![CDATA[Good Hope Music Academy]]></category>
		<category><![CDATA[เทพวรรณ คณินวรพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันดนตรีออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ZAAP PARTY]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=64413</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผ่านมา 1 ปีเต็ม ประตูแห่งความหวังของคนดนตรีรุ่นใหม่ก็เปิดขึ้นมาอีกครั้งกับโปรเจกต์ GOOD HOPE #2 โปรเจกต์ที่ไม่ได้เพียงแค่เปิดโอกาสให้เหล่าคนดนตรีรุ่นใหม่ได้เรียนรู้การทำเพลงจากศิลปินมืออาชีพ แต่ยังเป็นอีกหนึ่งประตูที่ช่วยให้เหล่าผู้มีฝันสามารถก้าวเข้าไปใกล้ความฝันในการเป็นศิลปินมากยิ่งขึ้น โปรเจกต์ GOOD HOPE #2 คือหนึ่งในโครงการของ GOOD HOPE Music Academy สถาบันดนตรีออนไลน์ที่ขอทำหน้าที่ส่งต่อความหวังดีจากศิลปินรุ่นพี่ในวงการไปสู่รุ่นน้องนักดนตรีรุ่นใหม่ นำทีมโดยสมาชิกหน้าเก่า อย่าง บาส–เทพวรรณ คณินวรพันธุ์ CEO หนุ่มผู้ก่อตั้งบริษัท ZAAP PARTY ผู้ดำรงตำแหน่ง academy director ประจำโปรเจกต์และ ตั๊ด–วิรชา ดาวฉาย นักร้องนำวง YOUNG MAN AND THE SEA และนักแต่งเพลง เป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ เสริมทัพด้วยทีม A&#38;R มือฉมังอย่าง Welfare 6 ประกอบไปด้วย บิว–รังสรรค์ ปัญญาใจ นักร้องนำวง Lemon Soup, รัฐ พิฆาตไพรี มือกีตาร์วง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/good-hope-music-academy-2/">‘สานฝันน้องด้วยประสบการณ์ของพี่’ GOOD HOPE #2 โปรเจกต์ที่ประสานเสียงหัวใจคนดนตรีไว้ด้วยกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ผ่านมา 1 ปีเต็ม ประตูแห่งความหวังของคนดนตรีรุ่นใหม่ก็เปิดขึ้นมาอีกครั้งกับโปรเจกต์ GOOD HOPE #2 โปรเจกต์ที่ไม่ได้เพียงแค่เปิดโอกาสให้เหล่าคนดนตรีรุ่นใหม่ได้เรียนรู้การทำเพลงจากศิลปินมืออาชีพ แต่ยังเป็นอีกหนึ่งประตูที่ช่วยให้เหล่าผู้มีฝันสามารถก้าวเข้าไปใกล้ความฝันในการเป็นศิลปินมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-66035" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/62070562_395950141129358_5374497374410375168_o.jpg" alt="" width="1200" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/62070562_395950141129358_5374497374410375168_o.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/62070562_395950141129358_5374497374410375168_o-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/62070562_395950141129358_5374497374410375168_o-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/62070562_395950141129358_5374497374410375168_o-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/62070562_395950141129358_5374497374410375168_o-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โปรเจกต์ GOOD HOPE #2 คือหนึ่งในโครงการของ GOOD HOPE Music Academy สถาบันดนตรีออนไลน์ที่ขอทำหน้าที่ส่งต่อความหวังดีจากศิลปินรุ่นพี่ในวงการไปสู่รุ่นน้องนักดนตรีรุ่นใหม่ นำทีมโดยสมาชิกหน้าเก่า อย่าง <strong>บาส–เทพวรรณ คณินวรพันธุ์</strong> CEO หนุ่มผู้ก่อตั้งบริษัท ZAAP PARTY ผู้ดำรงตำแหน่ง academy director ประจำโปรเจกต์และ <strong>ตั๊ด–วิรชา ดาวฉาย</strong> นักร้องนำวง YOUNG MAN AND THE SEA และนักแต่งเพลง เป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ เสริมทัพด้วยทีม A&amp;R มือฉมังอย่าง Welfare 6 ประกอบไปด้วย <strong>บิว–รังสรรค์ ปัญญาใจ</strong> นักร้องนำวง Lemon Soup, <strong>รัฐ พิฆาตไพรี</strong> มือกีตาร์วง Tattoo Colour และ <strong>อ๊อฟ–อนุชา โอเจริญ</strong> ผู้บริหารค่ายเพลง Rats Records</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-66020" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การกลับมาคราวนี้ GOOD HOPE ได้ปรับเปลี่ยนกติกาใหม่ที่บอกได้เลยว่าเข้มข้นกว่าปีที่แล้ว พร้อมกับจัดเทศกาลเพื่อให้คนดนตรีทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง หรือแม้แต่นักดนตรีมือสมัครเล่นมาพบเจอและสนุกสนานด้วยกันโดยใช้ชื่อว่า GOOD HOPE DAY ช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสนทนาต่อไปนี้คือ ‘พรีสเตจ’ เรียกน้ำย่อยคนดนตรีและเหล่าผู้มีฝันอยากเป็นนักดนตรี เบื้องลึกเบื้องหลังของ GOOD HOPE ปีนี้จะสนุกสนาน ประสบการณ์จากโลกดนตรีที่พวกเขาอยากมอบให้คนรุ่นน้องจะจัดหนักจัดเต็มแค่ไหน วงสนทนาเรายังมีที่ว่าง Let’s rock and roll baby!</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>หนึ่งปีผ่านไปกับโปรเจกต์ GOOD HOPE Music Academy ผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>รัฐ :</strong> ตั้งแต่จบโปรเจกต์มาก็มีผลตอบรับเข้ามาเรื่อยๆ เลยครับ อย่างเมื่อคืนไปเล่นคอนเสิร์ตที่ลาดกระบังก็มีน้องๆ แก๊งนักดนตรีเดินเข้ามาหาหลังเวที น้องเขาก็บอกว่า &#8216;ปีที่แล้วผมก็ส่งเพลงไปที่ GOOD HOPE นะ แต่พี่ด่าเพลงผมยับเลย&#8217; (หัวเราะ) แต่น้องๆ ที่เข้ามาก็ไม่ได้โกรธแค้นอะไร ทุกคนดูมีความสุข เราก็ถามไปว่ารู้หรือยังว่าปีที่ 2 มาแล้วนะ น้องๆ เขาก็บอกว่าได้ข่าวแล้วครับพี่ เดี๋ยวปีนี้พวกผมจะส่งไปใหม่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-66027 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-27.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ในฐานะที่พวกคุณเป็นคนริเริ่มโปรเจกต์นี้ขึ้นมารู้สึกอย่างไรกับผลตอบรับอย่างล้นหลาม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ตั๊ด :</strong> ตั้งแต่ต้นเลยบาสบอกกับเราว่าอยากให้โปรเจกต์นี้เป็นเหมือนประตู เป็นประตูอีกบานสำหรับคนที่รักและอยากที่จะทำเพลงแต่ยังไม่รู้ว่าประตูบานไหนบ้างที่เขาจะเข้าไปได้ เราอยากให้ประตูบานนี้เป็นประตูที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ลองเข้ามาทำในสิ่งที่เขารักดู ซึ่งผลปรากฏว่าประตูบานนี้มันไปไกลกว่าที่เราคิดมาก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากจบโปรเจกต์มีน้องๆ หลายวงได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Rocketman ที่ไปอยู่ค่าย Rats Records กับพี่อ๊อฟ, ONEONE ได้ไปอยู่กับค่าย BOXX MUSIC หรือ When Children เองก็ได้เซ็นสัญญากับค่าย genie records อยู่ในโปรเจกต์นักดนตรีน้องใหม่ genie new folder กับพี่อ๊อฟ Big Ass พอผลลัพธ์ออกมาในรูปแบบนี้ เราเองก็ดีใจที่ได้เห็นว่าน้องๆ ที่เลือกเดินเข้ามาในประตูนี้ได้ก้าวต่อไปข้างหน้าและได้ทำงานในวงการดนตรีจริงๆ เป็นเรื่องน่ายินดีที่ประตูที่เราสร้างไว้มันขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-66032 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-26.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-26.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-26-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>จาก GOOD HOPE #1 มาสู่ GOOD HOPE #2 ความแตกต่างแบบไหนที่กำลังรอคนดนตรีปี 2019 อยู่ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ตั๊ด :</strong> อย่างแรกเลยคือกติกา เราเปลี่ยนกติกาเป็น 1 วง 1 เพลง ต่อ 1 เดือน จากเดิมที่เราเปิดโอกาสให้ทุกวงส่งเพลงเข้ามาเท่าไหร่ก็ได้ พวกเราก็จะฟังกันทั้งหมด ซึ่งมันสนุกนะ แต่ก็พบว่ากราฟมันแกว่งมาก ต้องรอรับการเซอร์ไพรส์ตลอดเวลา (หัวเราะ) รอบนี้เราเลยปรับกติกาให้มันเข้มข้นขึ้นหน่อย เป็นใน 1 เดือนแต่ละวงสามารถส่งเพลงเข้ามาได้ 1 เพลง หลังจากนั้นทีม A&amp;R ก็จะคัดให้เหลือ 10 เพลง เพื่อหา 1 เพลงสุดท้ายที่จะได้ทำงานร่วมกันกับ 6 โปรดิวเซอร์ 6 สไตล์ที่จะเข้ามาร่วมช่วยน้องๆ ทำเพลง มี รัฐ Tattoo Colour, กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่, ภูมิ วิภูริศ, พี่อ๊อฟ Big Ass, นะ Polycat และพี่โซ่ ETC. วนกันตลอด 6 เดือนหลังจากนี้ แทนที่เราจะมีโอกาสมอบความหวังดีเพียง 1 ครั้ง มันก็เพิ่มเป็น 6 ครั้ง และด้วยความที่มันเหลือเพลงเดียวเราว่ามันจะทำให้แต่ละวงตั้งใจเลือกเพลงและมีเวลาในการทำเพลงมากขึ้น เท่ากับว่าคุณมีโอกาสแก้ตัวได้ถึง 6 ครั้งเลยนะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-66021 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>บาส :</strong> อย่าง ZAAP ถนัดเรื่องอีเวนต์อยู่แล้ว ปีนี้เราก็เลยอยากทำอะไรที่มันพิเศษไปกว่าปีก่อน บาสอยากพาสิ่งที่เราเคยได้เห็นในเฟซบุ๊กหรือในเว็บไซต์ของ GOOD HOPE เดินทางออกจากโลกออนไลน์มามีชีวิตและจับต้องได้จริงๆ เลยเกิดเป็นอีเวนต์ชื่อว่า GOOD HOPE DAY ขึ้นมา เป็นอีเวนต์ที่จะรวมโอกาสดีๆ ของคนดนตรีทั้งหมดมาไว้ในที่เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นโชว์ของวงต่างๆ จากทั้ง 2 ซีซั่น เวิร์กช็อปเกี่ยวกับการทำเพลง มีการเปิดเดโม่และวิจารณ์กันสดๆ อะไรที่เขาได้เห็นในออนไลน์ก็จะได้มาเจอกันจริงๆ ในวันนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ตั๊ด :</strong> เชื่อไหมว่าพวกบริษัททำความสะอาดเขามีมหกรรมโชว์เครื่องมือทำความสะอาดด้วยนะ แต่น่าแปลกที่พอเป็นวงการดนตรีกลับไม่มีงานอะไรอย่างนี้เลย เราเลยอยากที่จะทำตรงนี้ขึ้นมา แล้วเรารู้ว่า ZAAP เข้าใจหัวใจของวงการดนตรี วงการดนตรีรักกันเสมอ ดังนั้นผมเลยรู้สึกว่าถ้ามันมีสักวันหนึ่งที่ทำให้คนที่รักในเสียงดนตรีได้มาเจอกัน ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือเปิดโอกาสให้น้องๆ นักดนตรีรุ่นใหม่ได้มาฟังคำแนะนำจากพี่ๆ สุดท้ายเมื่อตรงนี้มันกลายเป็นสังคม เรามั่นใจว่ามันจะไม่ได้หยุดอยู่แค่พี่รัฐ พี่อ๊อฟ หรือพี่บิวแน่ๆ แต่พี่ๆ ในวงการทุกคนก็จะเข้ามาช่วยกัน </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-66026 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-28.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>พอจะบอกได้ไหมว่าพลังงานจากคนรุ่นใหม่แบบไหนที่ GOOD HOPE #2 กำลังตามหา </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>รัฐ :</strong> จริงๆ เราเคยพูดไว้ตั้งแต่ตอนที่ถ่ายคลิปโปรโมตโปรเจกต์ GOOD HOPE #2 แล้วว่า ปีนี้เราคาดหวังพลังและลีลาใหม่ๆ เราเชื่อว่าในซีซั่นนี้คนน่าจะส่งมาเยอะกว่าซีซั่นที่แล้ว มั่นใจเลยว่าคู่แข่งในปีนี้ก็น่าจะเคี่ยวมากขึ้น น่าจะมีความลำบากในการคัดพอสมควร ฉะนั้นเราอาจจะต้องมีตัวตนบางอย่างเพื่อโผล่ขึ้นมาให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>อ๊อฟ :</strong> สำหรับผมอยากเห็นคนที่มีแนวทางเป็นตัวของเขาเอง ไม่พยายามที่จะเหมือนศิลปินที่เคยมีอยู่ เอาง่ายๆ อย่างวงดนตรีจากต่างประเทศบางวง เดี๋ยวนี้เราระบุหรือจำกัดแนวทางเขาไม่ได้แล้วนะ ก็เรียกว่าเป็นแนวของวงนี้ไปเลย มันต่างจากสมัยก่อนที่ต้องระบุว่าเป็นแนวร็อกหรือแนวป๊อป แม้กระทั่ง &#8216;ภูมิ วิภูริศ&#8217; ศิลปินที่ผมทำอยู่ ผมเองก็ยังพูดไม่ได้ว่าเป็นแนวอะไรวะเนี่ย แต่รู้ว่านี่คือแนวภูมิ ตอนนี้มันเป็นยุคโพสต์โมเดิร์นแล้ว ทุกอย่างถูกนำมาผสมตีรวมกันหมด คราวนี้อยู่ที่เขาแล้วว่าจะผสมเพลงของเขาด้วยอะไร มีกลิ่นอายแบบไหน และนำทุกอย่างเข้ามาปั้นรวมกันให้เป็นสไตล์ของตัวเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-66030 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-41.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-41.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-41-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-41-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>บิว :</strong> ส่วนผมอยากเห็นพลังงานความฮึด ความตั้งใจ ความขยันขึ้นกว่าซีซั่นที่แล้ว ในเมื่อมันผ่านมาแล้ว 1 ปี น่าจะต้องรู้แล้วว่าสิ่งใดที่มันถูกต้อง ถ้ายังไม่สามารถก้าวข้ามอันเดิมไปได้ ผมว่ามันจะเหนื่อย เพราะฉะนั้นเราคาดหวังที่จะเห็นความตั้งใจ ซึ่งเอาจริงๆ ฟังจากเพลงก็รู้ได้แล้วว่าคนนี้แม่งตั้งใจทำเพลงมาจริงๆ เราอยากเห็นพลังงานแบบนั้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วถ้าเทียบกัน ‘สมัยนี้’ กับ ‘สมัยพวกคุณ’ การเป็นศิลปินมันยาก-ง่ายขึ้นยังไงบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ตั๊ด :</strong> ใช้คำว่า ‘สมัยพวกคุณ’ เลยเหรอ พวกเราเพิ่งสามสิบต้นๆ กันเองนะ (หัวเราะ) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>รัฐ :</strong> ยุคนี้มันง่ายขึ้น ทุกวันนี้เราทำเพลงได้ด้วยตัวเองหมดแล้ว อย่างถ้าอยากจะอัดเสียงก็อัดในห้องนอนได้เลย ไม่จำเป็นต้องไปเข้าห้องอัดเหมือนสมัยก่อน หรือก่อนที่จะมีโปรเจกต์ GOOD HOPE ทุกคนก็ล้วนมีช่องทางออนไลน์เป็นของตัวเองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นยูทูบหรือเฟซบุ๊กก็ตาม ซึ่งช่องทางพวกนี้เป็นช่องทางเผยแพร่งานได้หมดเลย มันก็ช่วยให้คนเห็นงานเราได้มากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ตั๊ด :</strong> สมัยก่อนต้องได้รับอนุญาตให้เป็นศิลปิน คือถ้าไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นศิลปินก็หายเลยนะ แต่มันก็จะมีบางวง เช่น มาลีฮวนน่า ที่ขายอยู่หน้ารามฯ แล้วดันมีคนชอบ มันก็มีทางเป็นไปได้ แต่โอกาสแบบนั้นมันเกิดขึ้นน้อยมาก กลับกันในสมัยนี้ไม่มีอะไรแบบนั้นอีกแล้ว ลองไปดูเพลงที่ติดท็อปชาร์ตในแอพพลิเคชั่นมิวสิกสตรีมมิงต่างๆ ก็เป็นเพลงที่ทำกันเองซะส่วนใหญ่ ฉะนั้นผมว่าโลกมันค่อยๆ เคลื่อนไปแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>อ๊อฟ :</strong> สมัยนี้มันง่ายขึ้นในการที่จะเป็นศิลปิน แต่มันยากที่จะเป็นศิลปินดัง เพราะว่าการแข่งขันมันเยอะขึ้น อย่าลืมว่าตัวเราง่าย คนอื่นก็ง่ายเหมือนกัน แต่ถ้าถามถึงเรื่องการเป็นศิลปิน ตอนนี้ทุกคนเป็นศิลปินได้อยู่แล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-66031" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ถ้าเป็นศิลปินได้ง่ายขึ้นแล้วทำไมเหล่านักดนตรีรุ่นใหม่ถึงควรลองส่งเพลงมาโปรเจกต์ GOOD HOPE #2 ดูสักครั้งในชีวิต </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ตั๊ด :</strong> ผมคิดว่ามันไม่ได้มีประตูที่นี่บานเดียว เฟซบุ๊ก ยูทูบ ล้วนเป็นประตูของทุกคน แต่ถ้าถามว่าอะไรที่ทำให้ประตูบานนี้ต่างออกไป ผมว่ามันคงต่างกันตรงที่บานนี้เป็นประตูที่จะช่วยเติมเต็มความฝันน้องๆ ด้วยประสบการณ์ของพี่ๆ เรามีทีม A&amp;R ที่จะคอยดูแล ให้คำปรึกษา จนกว่าเพลงจะออกมาเสร็จสมบูรณ์ มันน่าจะเหมือนสิ่งที่บาสบอกมาเสมอตั้งแต่โปรเจกต์ GOOD HOPE #1 คือเราไม่ได้เป็นประตูที่พาไปสู่ความสำเร็จ ไม่ได้มีรางวัลให้ แต่สิ่งที่มีคือประสบการณ์จากคนทำจริงๆ ประสบการณ์อีกแบบที่อาจจะหาจากที่อื่นได้ยากหน่อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>บิว :</strong> ไม่แน่ว่าการมาที่นี่มันอาจทำให้หาตัวเองเจอก็ได้นะ พอได้มาทำงานจริง มาเจอโปรดิวเซอร์ มันอาจทำให้รู้ตัวว่า เฮ้ย! เราเหมาะกับการทำงานกับโปรดิวเซอร์ว่ะ หรืออาจจะได้รู้ว่าเราเหมาะกับการทำงานด้วยตัวเอง เพราะเราเป็นคนทำงานเองแล้วสบายใจกว่า อีกอย่างโปรเจกต์นี้มันไม่ใช่การทำเพลงที่แค่น้องเอาเพลงมาแล้วพี่แก้ให้ มันไม่ใช่แบบนั้น มันมีทั้งการกอดคอกันไปหรือถกเถียงกันบ้าง ที่นี่เปิดโอกาสให้เรามาแลกประสบการณ์กัน เพราะฉะนั้นระหว่างทำเพลงมันเลยสนุกมาก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-66029 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-32.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-32.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-32-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>รัฐ :</strong> โปรเจกต์ GOOD HOPE ถ้ามองทั่วไปๆ มันอาจจะเหมือนเรากำลังมองหาศิลปินใหม่ๆ แต่จริงๆ แล้วผมมองไปมากกว่านั้น ผมเองก็อยากเจอกับโปรดิวเซอร์ใหม่ๆ นักแต่งเพลงใหม่ๆ มือเบสใหม่ๆ ด้วยเหมือนกัน น้องบางคนอาจจะไม่ใช่สายร้องแต่อยากเป็นโปรดิวเซอร์ ก็ส่งเพลงกันเข้ามาได้ แล้วอาจจะเขียนบอกเราเพิ่มว่าคุณอยากทำอะไร ชอบอะไร ถ้าพวกเรารู้ว่าคุณอยากเป็นอะไร เราเองก็จะมีวิธีพิจารณาอีกแบบหนึ่ง จริงๆ คนทำงานเบื้องหลังก็จำเป็นและยังขาดมากๆ ก็ส่งเข้ามากันได้นะครับ (หัวเราะ) </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-66024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-15.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>สำหรับนักดนตรีน้องใหม่โปรเจกต์ GOOD HOPE #2 คือโปรเจกต์ที่จะช่วยเติมเต็มความฝันและสำหรับพวกคุณโปรเจกต์นี้ช่วยเติมเต็มอะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>รัฐ :</strong> อย่างแรกเลยมันเป็นการได้กลับมาทำดนตรีกับเพื่อนๆ อีกครั้งหนึ่ง เอาจริงๆ แค่ได้กลับมาทำดนตรีด้วยกันแค่นี้ก็โอเคแล้ว แต่สิ่งที่ดีไปกว่านั้นคือโปรเจกต์นี้ให้ประสบการณ์ ซึ่งผมว่าอันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด อย่างวันนี้เรามานั่งสัมภาษณ์กัน แค่มานั่งอยู่ตรงนี้แล้วได้ฟังเพื่อนๆ ให้สัมภาษณ์ เราก็เก็บไปคิดกับตัวเองได้ว่าพวกนี้แม่งเจ๋งว่ะ แล้วเจ๋งยังไงวะ การที่ได้มาเจอกับกลุ่มคนเก่งๆ มันให้อะไรเราเยอะมาก พอเราได้รับความรู้สึกตรงนี้มา เราก็อยากที่จะส่งต่อ ฉะนั้นลองมาจอยกับเราดู เราทุกคนตั้งใจให้เท่าที่เราจะให้ได้ ถ้าเกิดมีโอกาสก็ส่งเพลงมาเถอะ วงร็อกก็ส่งมาเยอะๆ ด้วย ปีที่แล้วบ่นกันว่าไม่มีวงร็อกเลย ถ้าอย่างนั้นปีนี้ก็ส่งมา (หัวเราะ) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>บิว :</strong> สำหรับผม ตอนเด็กผมโอกาสน้อย เมื่อก่อนเราทำเพลงอยู่ต่างจังหวัด การจะเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ แล้วเจอใครสักคนแนะนำเรื่องการทำเพลงเป็นเรื่องที่ยากมาก อินเทอร์เน็ตอะไรก็ไม่มี ยิ่งการฟังเดโมยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถ้าเราพรีเซนต์ไม่ดีแผ่นนั้นอาจจะไม่ได้ถูกรับฟังเลย แต่ผมว่าโปรเจกต์ GOOD HOPE เนี่ยมันฟังทุกเพลงจริงๆ เป็นการมอบโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่จริงๆ เรารู้สึกว่าได้ตอบแทนโอกาสที่เคยได้รับมาก่อนจากพี่ๆ ในวงการผ่านโปรเจกต์นี้ สำหรับวงดนตรีบางทีมันอาจจะขาดแค่โอกาส มันมีของของมันอยู่ มันขาดแค่ประตูที่จะเปิดโอกาสให้ได้แสดงตัวตน ที่นี่น่าจะเป็นประตูที่ดี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-66033 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-38.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-38.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-38-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>อ๊อฟ :</strong> คงคล้ายๆ กับพี่บิว เราอยากจะช่วยน้องๆ แหละ เพราะเมื่อก่อนเวลาทำเพลงแต่ละทีมันยากลำบากเหลือเกิน สมัยผมเริ่มทำแรกๆ ก็ไม่รู้ว่าโปรแกรมใช้ยังไง อุปกรณ์ก็ไม่มี ต้องบินไปต่างประเทศเพื่อไปซื้ออุปกรณ์บางชนิดแล้วเอากลับมาทำเพลงในไทย ยุคนั้นคอมพิวเตอร์มิวสิกก็ยังไม่ค่อยเข้ามาเลย เราจำได้ว่าตอนนั้นต้องศึกษาโดยการดูคลิปจากต่างประเทศอย่างเดียวเลย ไม่มีคนสอน ไม่มีคนแนะนำ มั่วกันตลอด พอมันเกิดโปรเจกต์นี้ขึ้นเราก็อยากสอน อยากให้เขาได้เรียนรู้ของจริง ได้เห็นการทำเพลงที่จริงจัง เอาแค่จบโปรเจกต์นี้เด็กๆ กลับไปทำเพลงเองได้เก่งขึ้น แค่นี้เราก็ดีใจแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>บาส :</strong> โปรเจกต์นี้ช่วยตอบโจทย์ของตัวบาสเอง มันเปิดโอกาสให้เราได้คืนสิ่งที่ได้รับมาจากวงการดนตรี ที่มีทุกวันนี้ได้ก็เพราะเสียงเพลงนำเราไปทั้งนั้น บาสได้รับอะไรมาเยอะแล้วเลยอยากจะทำอะไรให้คนอื่นบ้าง การสร้างโปรเจกต์ GOOD HOPE เลยเป็นเหมือนมูลนิธิทดไว้ในใจของเรา เพราะบาสคงไม่สามารถไปทำเหมือนคนอื่นเขาได้ แต่เรามอบความหวังในแบบของเราได้ เรารวมกลุ่มกันและส่งต่อโอกาสให้คนอื่นได้จริงๆ เราอยากจะสร้างตรงนี้และคืนสู่สังคมในแบบที่เราทำได้แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ บาสรู้สึกว่าแค่นี้ก็โอเคแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-66028" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-25.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-25.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-25-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-25-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ตั๊ด :</strong> ส่วนของผมคือโปรเจกต์นี้ช่วยตอบคำถามที่ผมมีอยู่ในใจ เมื่อก่อนผมเคยทำงานเป็นครีเอทีฟจูเนียร์ที่ค่ายเพลงค่ายหนึ่ง หน้าที่ของผมคือยกลังเดโมที่ส่งมาที่ค่ายขึ้นไปวางไว้บนชั้น ซึ่งบนชั้นเต็มไปด้วยลังเดโมอัดแน่นทุกชั้น เชื่อไหมตั้งแต่วันแรกจนวันที่ผมลาออกแม่งยังไม่มีการหยิบออกมาฟังสักแผ่นเลย ผมเลยรู้สึกว่าไม่ว่าอย่างไรเพลงมันต้องได้รับการฟังนะ ความตั้งใจของคนต้องได้รับการฟัง ฟังอย่างเดียวไม่พอต้องได้รับคำแนะนำด้วย เพราะผมรู้สึกว่าการที่เราได้รับคำแนะนำหรือแค่ได้มาคุยกับพี่ๆ ถึงสิ่งที่พวกเรารัก อะไรพวกนี้มันช่วยให้เรามีแรงบันดาลใจและยังคงพัฒนางานไปในแบบที่เราเชื่อ ฉะนั้นถ้าวันหนึ่งเรามีโอกาสส่งต่อได้ เราก็ยินดีที่จะส่งต่อสิ่งที่เราได้รับมาให้กับน้องๆ ของเรา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-66025" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-18.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-18.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/good-hope-18-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-66039 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Good-Hope-Day5-1-724x1024.jpg" alt="" width="724" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Good-Hope-Day5-1-724x1024.jpg 724w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Good-Hope-Day5-1-212x300.jpg 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Good-Hope-Day5-1-768x1086.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Good-Hope-Day5-1-600x849.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Good-Hope-Day5-1.jpg 1448w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">งาน GOOD HOPE DAY จะจัดขึ้นในวันที่ 3 สิงหาคม 2562 ณ เมืองไทย GMM LIVE HOUSE ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ </span><a href="http://www.facebook.com/GOODHOPEMusicAcademy/"><span style="font-weight: 400;">facebook.com/GOODHOPEMusicAcademy/</span></a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/good-hope-music-academy-2/">‘สานฝันน้องด้วยประสบการณ์ของพี่’ GOOD HOPE #2 โปรเจกต์ที่ประสานเสียงหัวใจคนดนตรีไว้ด้วยกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แดนนี่ ฟ้าสีรุ้ง : นักกฎหมายผู้ต่อสู้ให้วิชาสุขศึกษาสอนเรื่องความหลากหลายทางเพศ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/danny-rsat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เกียรติก้อง เทียมธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Jun 2019 08:49:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Rainbow Sky Association of Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรความหลากหลายทางเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[Gender Diversity]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะบีช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[แดนนี่ เดอะบีช]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQ]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQIA+]]></category>
		<category><![CDATA[RSAT]]></category>
		<category><![CDATA[แดนนี่–กิตตินันท์ ธรมธัช]]></category>
		<category><![CDATA[Danny Kittinan Daramadhaj]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=65512</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เราไม่เคยนิยามตัวเองว่าเป็นฮีโร่”  แดนนี่–กิตตินันท์ ธรมธัช พูดคำนี้ออกมาเมื่อผมชวนคุยเรื่องผลงานที่เขาเคยทำมาในชีวิต แดนนี่เป็นนายกสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย องค์กรที่ทำงานด้านสิทธิและสุขภาวะของคนที่มีความหลากหลายทางเพศ  ‘รัก เข้าใจ ศักดิ์ศรี เท่าเทียม’ คือปรัชญาของที่นี่  ชายคนนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างในหมู่ชาว LGBTQ ยิ่งคนที่รู้จักดีจะเรียกเขาอย่างสนิทสนมว่า ‘คุณแม่’  ก่อนจะมาเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน แดนนี่เคยเป็นนักธุรกิจผู้เริ่มต้นโครงการ ‘เมืองดอกไม้’ ซึ่งเป็นธุรกิจหมู่บ้านจัดสรรของเกย์แห่งแรกในประเทศไทย แต่โชคร้ายที่ยุคนั้น HIV กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในหมู่เกย์ โครงการนี้จึงถูกแรงต้านจากสังคมอย่างหนักจนต้องยุติโครงการลง   แดนนี่ผันตัวมาทำธุรกิจบันเทิงมากมายภายใต้แบรนด์ ‘เดอะบีช กรุ๊ป’ มีทั้งซาวน่า ผับ สปา และที่พักอาศัย เขาก้าวสู่เบอร์ต้นๆ ของวงการจนได้ฉายาว่า ‘เจ้าแม่แห่งธุรกิจบันเทิง’ แต่ก็โดนกลั่นแกล้งจนเกิดเป็นคดีใหญ่โตและมีการขึ้นโรงขึ้นศาล หากแต่เขามีความรู้ด้านกฎหมายเป็นอย่างดี แดนนี่จึงชนะคดี ด้วยเหตุนี้สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทยจึงชวนให้เขามาเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของสมาคม และไม่นานเขาก็ขึ้นมาเป็นนายกสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย   จากนักธุรกิจสถานบันเทิง วันนี้เขาผันตัวมาเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาว LGBTQ อย่างเต็มตัว ในปี 2549 แดนนี่เป็นแกนนำในการเปลี่ยนคำว่า ‘โรคจิตถาวร’ ในใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินฯ (สด.๔๓) ให้เป็นคำว่า ‘เพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด’ เพื่อยุติการลดทอนความเป็นมนุษย์ของผู้หญิงข้ามเพศ ในปี 2558 แดนนี่ยังเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/danny-rsat/">แดนนี่ ฟ้าสีรุ้ง : นักกฎหมายผู้ต่อสู้ให้วิชาสุขศึกษาสอนเรื่องความหลากหลายทางเพศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">“เราไม่เคยนิยามตัวเองว่าเป็นฮีโร่” </span></p>
<p><b>แดนนี่–กิตตินันท์ ธรมธัช</b><span style="font-weight: 400;"> พูดคำนี้ออกมาเมื่อผมชวนคุยเรื่องผลงานที่เขาเคยทำมาในชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แดนนี่เป็นนายกสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย องค์กรที่ทำงานด้านสิทธิและสุขภาวะของคนที่มีความหลากหลายทางเพศ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘รัก เข้าใจ ศักดิ์ศรี เท่าเทียม’ คือปรัชญาของที่นี่ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-65620" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-27.jpg" alt="แดนนี่–กิตตินันท์ ธรมธัช ความหลากหลายทางเพศ" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชายคนนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างในหมู่ชาว LGBTQ ยิ่งคนที่รู้จักดีจะเรียกเขาอย่างสนิทสนมว่า ‘คุณแม่’ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจะมาเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน แดนนี่เคยเป็นนักธุรกิจผู้เริ่มต้นโครงการ ‘เมืองดอกไม้’ ซึ่งเป็นธุรกิจหมู่บ้านจัดสรรของเกย์แห่งแรกในประเทศไทย แต่โชคร้ายที่ยุคนั้น HIV กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในหมู่เกย์ โครงการนี้จึงถูกแรงต้านจากสังคมอย่างหนักจนต้องยุติโครงการลง  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แดนนี่ผันตัวมาทำธุรกิจบันเทิงมากมายภายใต้แบรนด์ ‘เดอะบีช กรุ๊ป’ มีทั้งซาวน่า ผับ สปา และที่พักอาศัย เขาก้าวสู่เบอร์ต้นๆ ของวงการจนได้ฉายาว่า ‘เจ้าแม่แห่งธุรกิจบันเทิง’ แต่ก็โดนกลั่นแกล้งจนเกิดเป็นคดีใหญ่โตและมีการขึ้นโรงขึ้นศาล หากแต่เขามีความรู้ด้านกฎหมายเป็นอย่างดี แดนนี่จึงชนะคดี ด้วยเหตุนี้สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทยจึงชวนให้เขามาเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของสมาคม และไม่นานเขาก็ขึ้นมาเป็นนายกสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนักธุรกิจสถานบันเทิง วันนี้เขาผันตัวมาเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาว LGBTQ อย่างเต็มตัว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-65612" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-19.jpg" alt="แดนนี่–กิตตินันท์ ธรมธัช ความหลากหลายทางเพศ" width="448" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-19.jpg 448w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-19-199x300.jpg 199w" sizes="(max-width: 448px) 100vw, 448px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปี 2549 แดนนี่เป็นแกนนำในการเปลี่ยนคำว่า ‘โรคจิตถาวร’ ใน</span><span style="font-weight: 400;">ใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินฯ (</span><span style="font-weight: 400;">สด.๔๓) ให้เป็นคำว่า ‘เพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด’ เพื่อยุติการลดทอนความเป็นมนุษย์ของผู้หญิงข้ามเพศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปี 2558 แดนนี่ยังเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 รวมทั้งเป็นอนุกรรมการไต่สวนคดีต่างๆ ของกลุ่ม LGBTQ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะมีผลงานสำเร็จเป็นรูปธรรมหลายต่อหลายชิ้น ทว่าการต่อสู้ที่ผ่านมานั้นไม่ง่าย และปัจจุบันประเทศไทยก็ยังไม่รับรองสิทธิของกลุ่ม LGBTQ ในหลายมิติ ภาพความยุติธรรมที่อยากเห็นไม่เกิดขึ้นสักที จนแดนนี่สงสัยว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นายกสมาคมฟ้าสีรุ้งฯ พบว่าคำตอบของการเลือกปฏิบัตินั้นเกิดจากการมองว่ากลุ่ม LGBTQ มีความแตกต่าง ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลักสูตรการศึกษาบ้านเราที่ยังให้ความหมายกลุ่ม LGBTQ ว่าเป็นกลุ่มที่เบี่ยงเบนทางเพศ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ เขาจึงอยากยกเครื่องการศึกษาใหม่ เพราะการศึกษาเป็นประตูด่านแรกในการปลูกฝังความคิดบางอย่างลงในตัวเยาวชนซึ่งจะกลายเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ เขาจึงตั้งตัวเป็นแกนนำหลักในการเพิ่มหลักสูตรความหลากหลายทางเพศในบทเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และแน่นอน นี่จะเป็นอีกเวทีใหญ่ที่แดนนี่จะได้ต่อสู้เหมือนที่ผ่านมา ทว่าสิ่งที่แตกต่างคือนี่จะเป็นการต่อสู้เรื่องความเท่าเทียมทางเพศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่เขาเคยทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แดนนี่ทำสำเร็จได้อย่างไร โปรดนั่งลงและรอ เดี๋ยวคุณแม่จะเล่าให้ฟัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-65603" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-10.jpg" alt="แดนนี่–กิตตินันท์ ธรมธัช ความหลากหลายทางเพศ" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>1</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตรงหน้าผมคือชายวัยกลางคนรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำ แววตามุ่งมั่นและจัดเจนบอกว่ามีเรื่องราวชีวิตที่ซ่อนอยู่อีกมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทำไมถึงเข้ามาทำงานด้านสิทธิมนุษยชน” ผมโยนคำถามแรกให้เขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คล้ายเรื่องราวของใครหลายคน หนทางสู่การเป็นนักสู้ของแดนนี่เริ่มต้นครั้งยังเป็นเด็กชาย เขาเป็นเด็กตุ้งติ้ง ไม่ค่อยเล่นกีฬา ไม่ชอบความรุนแรง มักถูกเพื่อนๆ ล้อว่าเป็นกะเทย ปัญหาสำคัญคือครูไม่ยอมรับในตัวเขา เด็กชายพยายามทำทุกอย่างให้ครูยอมรับ เรียนก็ต้องให้ได้ที่หนึ่ง เป็นหัวหน้าห้อง ทำกิจกรรมทุกอย่าง จนในที่สุดครูก็ยอมรับ</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นเรามีความรู้สึกว่า การต่อสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเองต้องเหนื่อยขนาดนี้เลยเหรอ เหนื่อยกว่าคนธรรมดาหลายเท่า”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการต่อสู้ในวันนั้น วันนี้เขาก็ยังต้องสู้ในการเปลี่ยนแปลงความคิดคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และครั้งนี้มันใหญ่ถึงขั้นยกเครื่องหลักสูตรการศึกษาไทย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวิชาสุขศึกษาหลักสูตรแกนกลางปี 2551 ระดับชั้น ม.1 เรื่องชีวิตและครอบครัว มีหัวข้อว่าด้วยการเบี่ยงเบนทางเพศ ซึ่งมีเนื้อหาที่รุนแรงและสร้างความเข้าใจที่ผิดเกี่ยวกับ LGBTQ ว่าเป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื้อหาบอกว่า ‘การเบี่ยงเบนทางเพศเป็นสภาพจิตใจที่ผิดปกติซึ่งไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ไม่ถูกต้องตามบรรทัดฐานของสังคม อาจส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น เป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อศีลธรรมและกฎหมาย’ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> “บางตำราถึงกับเขียนว่าไม่ให้มีพื้นที่ทางสังคม ห้ามเข้าใกล้เดี๋ยวเสียอนาคต เขียนไว้แบบนี้จริงๆ ไปเขียนตำราที่ดาวอังคารมาหรือยังไง?” แดนนี่เล่าอย่างออกรส</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-65597" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-4.jpg" alt="แดนนี่–กิตตินันท์ ธรมธัช ความหลากหลายทางเพศ" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นเรื่องแปลกที่กระทรวงเขียนหลักสูตรนี้ขึ้นมา เพราะย้อนกลับไปเมื่อ 45 ปีที่แล้ว วันที่</span> <span style="font-weight: 400;">8 เมษายน 2517 สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) ได้ออกมาประกาศว่ากลุ่ม LGBTQ เป็นคนปกติ และถัดมาอีก 16 ปี ในปี 2533 องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาประกาศว่ากลุ่ม LGBTQ ไม่ได้ผิดปกติทางจิต ยิ่งกว่านั้นในไทยก็มีรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 30 ซึ่งระบุว่า ชายหญิงรวมไปถึง LGBTQ ห้ามถูกเลือกปฏิบัติ และเมื่อไม่นานมานี้ก็มี พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ออกมารับรองอีก</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประกาศและกฎหมายที่หยิบยกมาต่างแสดงให้เห็นถึงการเปิดกว้างเรื่องความหลากหลายทางเพศได้อย่างชัดเจน แต่ทางกระทรวงก็ยังระบุว่า LGBTQ ผิดปกติ แดนนี่จึงเริ่มต่อสู้เพื่อผลักดันหลักสูตรความหลากหลายทางเพศ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในครั้งแรกที่ไปยื่นคำร้องให้แก้ไขหลักสูตรวิชาสุขศึกษา แดนนี่ถูกปฏิเสธเนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการจะต้องปรับหลักสูตรทุกๆ 10 ปี และถ้าจะแก้ไขเนื้อหาก็ต้องผ่านมติคณะรัฐมนตรีซึ่งมีขั้นตอนยุ่งยากและซับซ้อน การผลักดันจึงต้องหยุดชะงักไปก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จนกระทั่งวันที่ 20 มีนาคม 2560 แดนนี่ไปร่วมแสดงความเห็นในรายการ <em>นโยบาย By ประชาชน</em> ทางช่องไทยพีบีเอส เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นเรื่องการแก้ไขหลักสูตรดังกล่าว โดยเขาเสนอว่าไม่ควรแก้ไขเนื้อหาแค่ของ ม.1 หากแต่ควรแก้ไขและเพิ่มเติมเนื้อหาทุกระดับชั้นตั้งแต่ ป.1- ม.6 เพื่อความเข้าใจในเนื้อหาอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันที่ 6 กันยายน 2561 กระทรวงศึกษาธิการได้เรียกแดนนี่เข้าพบ โดยเสนอช่องทางที่รวดเร็วและง่ายขึ้น นั่นคือการใช้ พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 และ พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 เพราะกฎหมายทั้งคู่มาหลังหลักสูตรแกนกลาง จึงสามารถใช้เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขหลักสูตรได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถัดมาในวันที่ 20 ธันวาคม 2561 กระทรวงศึกษาธิการได้แต่งตั้งตัวแทนจากองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ ได้แก่ มูลนิธิเอ็มพลัส คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มูลนิธิศักยภาพชุมชน มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง มูลนิธิแพธทูเฮลท์ รวมทั้งนักวิชาการหลายคน ให้เป็นคณะกรรมการเพื่อช่วยกันออกแบบวิชาสุขศึกษาหลักสูตรแกนกลางใหม่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คณะกรรมการทำงานร่างหลักสูตรกันอย่างเข้มข้นภายในระยะเวลา 4 เดือน จากนั้นจึงส่งให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจพิจารณา จนสำเร็จเป็นหลักสูตรความหลากหลายทางเพศ ซึ่งเริ่มใช้สอนจริงตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2562</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ไม่ใช่คนออกแบบหลักสูตรโดยตรง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการผลักดันด้วยกฎหมายของแดนนี่เปรียบดั่งตัวจุดชนวนให้ทุกสิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มันไวมาก ไวเหมือนโกหก สู้กันมาเกือบ 10 ปี แต่มาเสร็จภายในเวลาแค่ 4 เดือน” แดนนี่เล่า พร้อมย้ำว่าหลักสูตรนี้จะสำเร็จไม่ได้ถ้าขาด ผศ. ดร.วีรสิทธิ์ สิทธิไตรย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น ที่ช่วยดำเนินการและเห็นถึงปัญหาอย่างแท้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การขับเคลื่อนของเรารวดเร็ว เปรียบเหมือนหมอที่ไม่เลี้ยงไข้ ‘ทุกอย่างจบในมือแม่’ หลักสูตรสุขศึกษาก็เช่นกัน” เขาพูดด้วยความภาคภูมิใจ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-65598" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-5.jpg" alt="แดนนี่–กิตตินันท์ ธรมธัช ความหลากหลายทางเพศ" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>2</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อหลักสูตรพร้อมแล้ว ด่านต่อไปที่เราคิดถึงคือ การถ่ายทอดของครูในโรงเรียน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วครูผู้สอนจะเข้าใจหลักสูตรนี้ไหม และถ้าเขามีอคติจะมีทางแก้อย่างไร ผมสงสัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แดนนี่เท้าความว่า ตอนใช้หลักสูตรเก่าเขาได้ลงไปทำวิจัยตามโรงเรียน และพบว่ามีครูอยู่ 3 แบบ หนึ่งคือครูที่ไม่สอนบทเรียนเรื่องความเบี่ยงเบนทางเพศ สองคือครูที่สอนตรงกันข้ามกับบทเรียนหรือสอนความจริง และสาม–โชคร้ายหน่อย–คือครูที่สอนไปตามบทเรียนนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเริ่มใช้หลักสูตรใหม่ กระทรวงได้หาทางออกโดยทำหนังสือชี้แจงครูทั่วประเทศเกี่ยวกับเนื้อหาการสอน และได้เปิดอบรมครูทั่วประเทศเรื่องหลักสูตรใหม่ ซึ่งไม่ได้มีแค่เรื่อง LGBTQ อย่างเดียว แต่ยังมีทั้งเรื่องสุขภาวะทางเพศ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และวิธีการป้องกันที่ถูกวิธี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเชื่อว่าพอมีหลักสูตรนี้จะช่วยให้ปัญหาเบาลงมากๆ มันคงไม่สำเร็จได้ในวันเดียวแน่นอน แต่ถ้าเรามองย้อนหลัง เรามาไกลแบบก้าวกระโดดสุดๆ” แดนนี่กล่าว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-65615" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-22.jpg" alt="แดนนี่–กิตตินันท์ ธรมธัช ความหลากหลายทางเพศ" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-22.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-22-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลักสูตรนี้จะส่งเสริมให้เด็กเป็น LGBTQ หรือเปล่า” ผมสะท้อนสิ่งที่ผู้ไม่เห็นด้วยมักหยิบยกมาเป็นประเด็น เขานิ่งไปสักพักก่อนให้คำตอบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มีคำถามนี้เยอะมากจากสังคม เราคิดว่ามันเป็นเรื่องภายในใจที่ไม่สามารถบังคับกันได้ ยกตัวอย่างเราเอง ให้เราไปชอบผู้หญิงก็ไม่ได้ เพราะภายในของเราไม่ได้ชอบ เราโกหกตัวเองไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อีกคำถามที่น่าสนใจคือการที่มีครูเป็น LGBTQ จะทำให้เด็กเลียนแบบตามหรือเปล่า แต่คุณไม่คิดกลับกันว่ามีครูที่เป็นชายจริงหญิงแท้ในโรงเรียนเยอะแยะ แต่ทำไมยังมีเด็ก LGBTQ พ่อแม่บางคนถึงขนาดจับลูกไปเรียนโรงเรียนชายล้วน แต่เด็กก็ไม่เลิกเป็น LGBTQ มันเป็นเรื่องภายในที่เขา born to be”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แดนนี่วาดหวังว่าการบรรจุความหลากหลายทางเพศลงในหลักสูตรจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุและกำจัดความไม่เข้าใจและการถูกเลือกปฏิบัติให้หมดสิ้น มากไปกว่านั้นคือเมื่อเด็กรุ่นใหม่ได้เรียนหลักสูตรนี้ การเรียกร้องสิทธิของกลุ่ม LGBTQ ในอนาคตจะง่ายขึ้นเพราะสังคมจะเข้าใจอย่างถ่องแท้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คิดเล่นๆ ถ้าให้โดราเอมอนพาย้อนเวลาไปผลักดันหลักสูตรนี้ตั้งแต่ในอดีต ไม่แน่ว่าวันนี้เราอาจมีกฎหมายคู่ชีวิตก็ได้ ไม่มีเพศ ทุกคนเท่าเทียม ไม่มีนาย นางสาว เพราะทุกคนคือมนุษย์เหมือนกัน” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ปากจะบอกว่าคิดเล่นๆ แต่นั่นคืออนาคตที่แดนนี่อยากเห็นจากใจจริง </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-65616" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-23.jpg" alt="แดนนี่–กิตตินันท์ ธรมธัช ความหลากหลายทางเพศ" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-23.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-23-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b> </b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>3</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในสายตาของนักต่อสู้เรื่องสิทธิและความเท่าเทียมของชาว LGBTQ มากว่า 20 ปี แดนนี่มองพัฒนาการของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในเมืองไทยได้เป็นภาพกล่อง 3 กล่อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่องใบที่ 1 ‘กล่องทัศนคติ’ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านี้กลุ่ม LGBTQ เข้าไปอยู่ในกล่องชุดความคิดที่ว่า ‘ผิดปกติทางจิต ผิดธรรมชาติ ผิดเพศ’ จนองค์การอนามัยโลกและสมาคมจิตวิทยาอเมริกันออกมารับรองว่ากลุ่ม LGBTQ ไม่ได้ผิดปกติทางจิต ทั้งยังมี พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 มาสนับสนุน กล่องทัศนคติจึงเริ่มสมบูรณ์และกลายเป็นรากฐานของการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่องใบที่ 2 ‘กล่องสิทธิมนุษยชน</span>’</p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่องใบนี้มีความประหลาดอยู่ที่ว่ามันเกิดขึ้นก่อนกล่องใบแรก เพราะหลักสิทธิมนุษยชนมีมานานแล้ว ทั้งปฏิญญาสากล กติการะหว่างประเทศ อนุสัญญา CEDAW และอื่นๆ อีกมาก ซึ่งประเทศไทยก็ร่วมลงนามทำสัญญาแทบทุกฉบับ ทว่ากลุ่ม LGBTQ ไม่สามารถเรียกร้องสิทธิใดๆ เพราะต้องรอกล่องที่ 1 ออกมารับรองว่า LGBTQ เป็นคนปกติที่มีสิทธิเสรีภาพเหมือนคนอื่นๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่องใบที่ 3 ‘กฎหมายความเท่าเทียม’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังอยู่ในกล่องนี้ คือช่วงที่เราเรียกร้องกฎหมายต่างๆ เช่น กฎหมายคู่สมรส กฎหมายเพศสภาพ นับว่ามาไกลจากกล่องที่ 1  เมื่อ 30 ปีที่แล้วเหลือเกิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรารู้สึก proud to be LGBTQ มากขึ้นในสังคมไทย กล้าที่จะเปิดตัว มีการยอมรับในสังคม แต่สังคมยังไม่รู้ว่าเราขาดอะไรบ้าง” แดนนี่อธิบาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และใช่ หลักสูตรความหลากหลายทางเพศก็อยู่ในกล่องใบนี้เช่นกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-65606" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-13.jpg" alt="แดนนี่–กิตตินันท์ ธรมธัช ความหลากหลายทางเพศ" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-13.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-13-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>4</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แดนนี่เปรียบว่าการเคลื่อนไหวด้านสิทธิในสมัยก่อนเหมือนโดนหิน 30 ก้อนเขวี้ยงใส่ มีเพียงผ้าผืนเล็กๆ เพื่อป้องกันตัว แต่ทุกวันนี้มีกล่องใบที่ 1 มารองรับความปกติของความหลากหลายทางเพศ และมีกล่องใบที่ 2 มารองรับด้านสิทธิมนุษยชน กล่องทั้ง 2ใบนี้จะช่วยให้เขาต่อสู้เพื่อผลักดันกฎหมายต่อไปในกล่องใบที่ 3  ซึ่งจะกลายเป็นเกราะที่ช่วยให้เขาก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจมีนายกรัฐมนตรีเป็น LGBTQ ก็ได้ ไม่ต้องมานั่งวิพากษ์วิจารณ์การแต่งกายเข้าสภากันเหมือนทุกวันนี้ ข้างบนหนวดเฟิ้ม ข้างล่างแต่งหญิงก็ไม่แปลก สิ่งที่เราจะไปให้สุดคือเรื่องพวกนี้ แต่มันจะอยู่ในยุคเราไหม เราไม่สนใจ เราไม่เคยสนใจว่าเราจะทำสำเร็จหรือไม่ แต่เราจะมีความภาคภูมิใจเสมอที่เริ่มต้นทำมัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span>ถ้า ณ วันนี้แบบเรียนไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร ถ้าพรุ่งนี้เช้าเราต้องตายก็ภูมิใจแล้วที่ได้เริ่มต้นทำ <span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นต่อสู้ คนรุ่นใหม่อาจจะไม่เข้าใจว่า LGBTQ รุ่นเก่าต่อสู้กันขนาดไหน ลำบากมาก เรากับทีมทำกันเกือบตาย ทั้งโดนดูถูก ด่าทอว่าเราผิดธรรมชาติ แต่เราก็ยังสู้ ต่อยอดได้แต่ว่าอย่าลืมประวัติศาสตร์ เราต้องเรียนรู้จากข้อผิดพลาดในอดีตเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-65609" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-16.jpg" alt="แดนนี่–กิตตินันท์ ธรมธัช ความหลากหลายทางเพศ" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-16.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/แดนนี่-สมคมฟ้าสีรุ้ง-16-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณเคยคิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่ไหม ผมถาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราไม่เคยนิยามตัวเองว่าเป็นฮีโร่ เราเป็นนักต่อสู้โดยไม่หยุดทำมัน แต่คำว่านักต่อสู้เราไม่ได้ต่อสู้คนเดียว แต่เราต่อสู้แบบแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่ง เราหันไป เราเจอเพื่อน เจอคนที่พร้อมจะต่อสู้ด้วยกัน เพราะฉะนั้นถ้าเราเป็นฮีโร่ ทุกคนต้องเป็นฮีโร่หมด นี่แหละคือเครือข่าย เราไม่สามารถทำอะไรสำเร็จคนเดียวได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณเคยท้อบ้างไหมเวลาต้องต่อสู้แล้วไม่สำเร็จ ผมถาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราไม่ค่อยท้อ ยิ่งเจออุปสรรคเราก็ยิ่งสู้ต่อ เราชอบใช้คำเล่นๆ ว่า ‘เราได้แค่ท้อเทียมแต่เราห้ามท้อแท้’ เพราะฉะนั้นเราท้อได้แค่วันเดียว คืนเดียว หรือชั่วโมงเดียว แต่เราจะไม่ท้อแท้ เพราะถ้าท้อแท้จะเป็นสิ่งที่ถาวร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่ว่าเราจะเหนื่อยหรือท้อแค่ไหน เราจะมองไปที่วันแรกที่ได้เริ่มทำ แล้วเราจะมีกำลังในการทำมันต่อ เรามาไกลมากแล้ว แค่เรายังไปไม่ถึง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดหมายของแดนนี่อยู่ไม่ไกล แค่คำว่า &#8216;เท่าเทียม&#8217;</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/danny-rsat/">แดนนี่ ฟ้าสีรุ้ง : นักกฎหมายผู้ต่อสู้ให้วิชาสุขศึกษาสอนเรื่องความหลากหลายทางเพศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
