<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Kessara Klaikaew, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/kessara/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/kessara/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 20 May 2026 04:21:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Ghibli Live at the Palace คอนเสิร์ตที่จะนำพาจิตนาการในวัยเยาว์ให้กลับมาโลดแล่นในหัวใจอีกครั้ง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/ghibli-live-at-the-palace/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Kessara Klaikaew]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 May 2026 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ตามไปดู]]></category>
		<category><![CDATA[GhibliLive]]></category>
		<category><![CDATA[StudioGhibli]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[Ghibli Live at the Palace]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=186925</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยินดีต้อนรับผู้มีจิตวิญญาณแห่งความวัยเยาว์ทุกท่าน สู่พระราชวังพญาไทที่บัดนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นพื้นที่ที่จะเติมเต็มจินตนาการของพวกท่านในงาน Ghibli Live at the Palace คอนเสิร์ตที่จะนำพาภาพจำแอนิเมชันในวัยเด็กให้กลับมามีชีวิตโลดแล่นในหัวใจอีกครั้ง ผ่านบทเพลงจาก Studio Ghibli ‘Ghibli Live at the Palace’ คอนเสิร์ตบรรเลงดนตรีสดที่ถ่ายทอดเสียงเพลงผ่านวง Chamber Ensemble 5 ชิ้น ได้แก่ Piano, Violin, Cello, Flute และ Harp อีกทั้งยังผสมผสานเครื่องดนตรีไทยไว้ในท่วงทำนองอย่างงดงามอีกด้วย แต่ความพิเศษของคอนเสิร์ตไม่ได้มีเพียงเท่านี้ บทเพลงทั้งหมดที่ทุกท่านจะได้ฟังในวันนี้ ทุกโน้ตทุกท่วงทำนองที่ปลุกทุกความทรงจำในวัยเยาว์ เรียบเรียงโดยวรปรัชญ์ วงศ์สถาพรพัฒน์ และดร. คริสโตเฟอร์ จันวงศ์ แม็คดีแกน เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวในบทเพลงผ่านเสียงเปียโนอย่างประณีตงดงาม ร่วมร้องนำโดยมิวสิก-แพรวา สุธรรมพงษ์ พร้อมเสียงสอดประสานจากคณะนักร้องประสานเสียงสวนพลูที่จะคลอไปด้วยจินตนาการของผู้ชม นี่เป็นครั้งแรกที่เรามีโอกาสรับชมคอนเสิร์ต ฟังดนตรีคลาสสิก ที่นำบทเพลงจากแอนิเมชันมาบรรเลงให้ฟังกันสดๆ ตรงหน้า! (หากไม่นับรวมคอนเสิร์ตของเหล่าศิลปิน K-Pop) และไม่ได้มาในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีแต่อย่างใด หากแต่มาในฐานะผู้มีหัวใจชื่นชอบแอนิเมชันจาก Studio Ghibli เท่านั้น และพบความจริงอีกหนึ่งข้อว่างานในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของคุณจูเนียร์ ชนะพล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ghibli-live-at-the-palace/">Ghibli Live at the Palace คอนเสิร์ตที่จะนำพาจิตนาการในวัยเยาว์ให้กลับมาโลดแล่นในหัวใจอีกครั้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ยินดีต้อนรับผู้มีจิตวิญญาณแห่งความวัยเยาว์ทุกท่าน สู่พระราชวังพญาไทที่บัดนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นพื้นที่ที่จะเติมเต็มจินตนาการของพวกท่านในงาน Ghibli Live at the Palace คอนเสิร์ตที่จะนำพาภาพจำแอนิเมชันในวัยเด็กให้กลับมามีชีวิตโลดแล่นในหัวใจอีกครั้ง ผ่านบทเพลงจาก Studio Ghibli</p>



<p><strong>‘Ghibli Live at the Palace’</strong> คอนเสิร์ตบรรเลงดนตรีสดที่ถ่ายทอดเสียงเพลงผ่านวง Chamber Ensemble 5 ชิ้น ได้แก่ Piano, Violin, Cello, Flute และ Harp อีกทั้งยังผสมผสานเครื่องดนตรีไทยไว้ในท่วงทำนองอย่างงดงามอีกด้วย แต่ความพิเศษของคอนเสิร์ตไม่ได้มีเพียงเท่านี้ บทเพลงทั้งหมดที่ทุกท่านจะได้ฟังในวันนี้ ทุกโน้ตทุกท่วงทำนองที่ปลุกทุกความทรงจำในวัยเยาว์ เรียบเรียงโดยวรปรัชญ์ วงศ์สถาพรพัฒน์ และดร. คริสโตเฟอร์ จันวงศ์ แม็คดีแกน เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวในบทเพลงผ่านเสียงเปียโนอย่างประณีตงดงาม ร่วมร้องนำโดยมิวสิก-แพรวา สุธรรมพงษ์ พร้อมเสียงสอดประสานจากคณะนักร้องประสานเสียงสวนพลูที่จะคลอไปด้วยจินตนาการของผู้ชม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186932" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>นี่เป็นครั้งแรกที่เรามีโอกาสรับชมคอนเสิร์ต ฟังดนตรีคลาสสิก ที่นำบทเพลงจากแอนิเมชันมาบรรเลงให้ฟังกันสดๆ ตรงหน้า! (หากไม่นับรวมคอนเสิร์ตของเหล่าศิลปิน K-Pop) และไม่ได้มาในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีแต่อย่างใด หากแต่มาในฐานะผู้มีหัวใจชื่นชอบแอนิเมชันจาก Studio Ghibli เท่านั้น และพบความจริงอีกหนึ่งข้อว่างานในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของคุณจูเนียร์ ชนะพล โยธีพิทักษ์ ผู้เป็นแกนนำการจัดงานครั้งนี้ คุณจูเนียร์เชื่อว่าผู้คนในค่ำคืนนี้รักแอนิเมชันจาก Studio Ghibli เช่นเดียวกัน จึงอยากร้อยเรียงวัฒนธรรมญี่ปุ่นและวัฒนธรรมไทยเข้าด้วยกัน ผ่านท่วงทำนองในเสียงดนตรีและผู้คนที่รักในจักรวาลเดียวกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186933" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-4-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186934" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-4-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-4-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-4-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-4-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-4-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-4.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>ท่ามกลางประวัติศาสตร์อันยาวนาน และสถาปัตยกรรมงดงามโอ่อ่าของพระราชวังพญาไท ทำเราตื่นเต้นตั้งแต่ก้าวเท้าลงจากรถ เมื่อมองออกไปจากจุดที่ยืนก็พบกับแบ็กดร็อปสีฟ้า-ขาวที่บ่งบอกธีมของงานได้เป็นอย่างดี อีกทั้งสองข้างยังประดับด้วยต้นซากุระสีชมพู เป็นเหมือนการทักทายผู้ชมในวันนี้ บอกกับเราว่ายินดีต้อนรับท่านสู่โลกแห่งจินตนาการ เราไม่รอช้า ขอสวมบทบาทคิดว่าตัวเองคือโซฟี เด็กสาวช่างทำหมวกจากเรื่องปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์ (Howl’s Moving Castle) คิดว่าผู้ชมท่านอื่นก็คงอยากจะสวมบทบาทเช่นเดียวกัน</p>



<p>ความตื่นเต้นกลับมาอีกครั้ง เมื่อประตูพระที่นั่งเทวราชสภารมย์เปิดขึ้น ปรากฏภาพเวทีที่มีต้นซากุระสีขาวและเปียโนอยู่ตรงหน้า แขกทุกท่านภายในงานเดินไปนั่งประจำที่ของตน ต่างตั้งตารอ ขยับท่านั่งให้สบายที่สุด เป็นการบอกกลายๆ ว่าพร้อมรับชมท่วงทำนองที่จะถูกบรรเลงในไม่กี่นาทีข้างหน้า</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186935" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186936" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-2.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>สาม สอง หนึ่ง ไฟในโถงพระที่นั่งทุกดวงดับลง ถึงเวลาที่ทุกท่านรอคอยแล้ว</p>



<p>บทเพลงแรกถูกบรรเลง และจบลงพร้อมกับเสียงปรบมืออย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นบทเพลงจาก Spirited Away, Princess Mononoke, Castle in the Sky และ Howl’s Moving Castle และเป็นเช่นนี้ไปจนถึงบทเพลงสุดท้าย ขอกระซิบบอกทุกท่านไว้ตรงนี้ว่าบทเพลงสุดท้ายได้รับเสียงปรบมือจากเรามากเป็นพิเศษ เพราะเป็นบทเพลงจากแอนิเมชันเรื่อง My Neighbor Totoro แอนิเมชันที่เราชื่นชอบมากที่สุด ในท่อน &#8220;TOTORO TOTORO TOTORO TOTORO&#8221; เชื่อว่าทุกท่านร้องตามได้อย่างแน่นอน แม้เราจะมีบทเพลงในดวงใจ แต่บทเพลงอื่นๆ ก็ได้รับคำชื่นชมจากเราเช่นกัน สิ่งที่ได้รับชมอยู่ตรงหน้า เราสัมผัสได้ถึงความตั้งใจฝึกซ้อมอย่างหนักของนักดนตรีทุกคน และเชื่อว่าผู้ชมท่านอื่นๆ ในที่นี้ก็คงสัมผัสได้เช่นกัน เพราะหน้าเปื้อนรอยยิ้มของทุกท่านเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดี</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/6-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186938" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/6-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/6-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/6-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/6-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/6-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/6-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/6-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/6-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ช่วงเวลาแห่งความสุขร่วม 2 ชั่วโมง จบลงพร้อมกับความประทับใจที่ผู้เขียนไม่รู้ว่าควรเปรียบเทียบอย่างไรดี รู้ตัวอีกทีก็ฮัมเพลง My Neighbor Totoro จนถึงบ้านแล้ว เหมือนได้ฟังเพลงอยู่บนทุ่งหญ้ากว้างที่ขนานกับฟ้าสีครามกับแก๊ง Totoro อย่างไรอย่างนั้น แม้เราจะไม่ได้มีความรู้เรื่องดนตรีมากนัก แต่รับรู้ได้ถึงเสียงดนตรีที่เชื่อมโยงโลกจินตนาการในวัยเยาว์ให้กลับมาโลดแล่นในหัวใจของเราอีกครั้ง&nbsp;</p>



<p><em>หากมีโอกาสที่จะได้ฟังการบรรเลงดนตรีสดคลาสสิกเช่นนี้อีก ก็ขอตบปากรับคำ ไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ghibli-live-at-the-palace/">Ghibli Live at the Palace คอนเสิร์ตที่จะนำพาจิตนาการในวัยเยาว์ให้กลับมาโลดแล่นในหัวใจอีกครั้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>When Among Crows แสวงหาความปรารถนา ท่ามกลางหมู่มวลนกกา มนตรา ปีศาจ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/when-among-crows/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Kessara Klaikaew]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Apr 2026 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[WhenAmongCrows]]></category>
		<category><![CDATA[ท่ามกลางหมู่นกกามนตราปีศาจ]]></category>
		<category><![CDATA[BeatPublishing]]></category>
		<category><![CDATA[BiblioPublishing]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=186574</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากท่านเป็นผู้หลงใหลมนตรา ปรารถนาให้พรเป็นจริง ขอเชิญให้ท่านทั้งหลายจงนั่งลงและอ่านเรื่องราวต่อไปนี้ ภูตผีปีศาจที่อยู่ในตำนานปรัมปรา บัดนี้เร้นกายอยู่ในมุมมืดของมหานครแล้ว ผ่านเรื่องราวแฟนตาซี อย่าง &#8216;When Among Crows ท่ามกลางหมู่มวลนกกา มนตรา ปีศาจ&#8217; นิยายที่ได้รับการจัดอันดับความนิยม #1 New York Times Bestselling Author และเข้าชิงรางวัล Goodreads Readers’ Favorite Fantasy 2024 อีกทั้งยังได้รับเลือกเป็น Editors’ pick Best Science Fiction &#38; Fantasy &#8216;เวอโรนิกา รอท&#8217; นักเขียนชาวอเมริกัน เจ้าของวรรณกรรมมากรางวัล ชื่อนี้คงคุ้นหูคุ้นตาเหล่านักอ่านเป็นอย่างดี เพราะเธอยังพ่วงตำแหน่งเจ้าของผลงานอย่าง Divergent นิยายแนวดิสโทเปีย ที่ประสบความสำเร็จ จนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ The Divergent Series ที่โลดแล่นสู่สายตาผู้ชมบนจอแก้ว รางวัลการันตีมากมายเช่นนี้พิสูจน์แล้วว่าฝีมือการเขียนของเธอเหนือชั้นขนาดไหน ขอสารภาพต่อผู้รักการอ่านทุกท่าน ผู้เขียนหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่าน เพราะชื่อหนังสือที่ถูกแปลในภาษาไทยว่า ท่ามกลางหมู่มวลนกกา มนตรา ปีศาจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/when-among-crows/">When Among Crows แสวงหาความปรารถนา ท่ามกลางหมู่มวลนกกา มนตรา ปีศาจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากท่านเป็นผู้หลงใหลมนตรา ปรารถนาให้พรเป็นจริง ขอเชิญให้ท่านทั้งหลายจงนั่งลงและอ่านเรื่องราวต่อไปนี้</p>



<p>ภูตผีปีศาจที่อยู่ในตำนานปรัมปรา บัดนี้เร้นกายอยู่ในมุมมืดของมหานครแล้ว ผ่านเรื่องราวแฟนตาซี อย่าง &#8216;When Among Crows ท่ามกลางหมู่มวลนกกา มนตรา ปีศาจ&#8217; นิยายที่ได้รับการจัดอันดับความนิยม #1 New York Times Bestselling Author และเข้าชิงรางวัล Goodreads Readers’ Favorite Fantasy 2024 อีกทั้งยังได้รับเลือกเป็น Editors’ pick Best Science Fiction &amp; Fantasy</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186579" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>&#8216;เวอโรนิกา รอท&#8217; นักเขียนชาวอเมริกัน เจ้าของวรรณกรรมมากรางวัล ชื่อนี้คงคุ้นหูคุ้นตาเหล่านักอ่านเป็นอย่างดี เพราะเธอยังพ่วงตำแหน่งเจ้าของผลงานอย่าง Divergent นิยายแนวดิสโทเปีย ที่ประสบความสำเร็จ จนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ The Divergent Series ที่โลดแล่นสู่สายตาผู้ชมบนจอแก้ว รางวัลการันตีมากมายเช่นนี้พิสูจน์แล้วว่าฝีมือการเขียนของเธอเหนือชั้นขนาดไหน</p>



<p>ขอสารภาพต่อผู้รักการอ่านทุกท่าน ผู้เขียนหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่าน เพราะชื่อหนังสือที่ถูกแปลในภาษาไทยว่า <strong>ท่ามกลางหมู่มวลนกกา มนตรา ปีศาจ</strong> ขอพูดตามตรง ชื่อนี้ถูกใจผู้เขียนมาก คำโปรยบนปกหลังแนะนำตัวเบื้องต้นกับเราว่า ตนคือนิยายดาร์กแฟนตาซีร่วมสมัยที่ผสมผสานตำนานความเชื่อของชาวสลาฟเข้ากับโลกยุคใหม่</p>



<p>การแนะนำตัวจบลง</p>



<p>ต่อจากนี้ขอให้ท่านจงตั้งใจและออกเดินทางสู่โลกแห่งภูตพรายที่ต้องฝ่าอันตรายสารพัด</p>



<p>‘เมื่ออยู่กลางหมู่กา จงร้องดุจกา’&nbsp;</p>



<p>ภาษิตโปแลนด์&nbsp;</p>



<p>เพราะเร้นกายท่ามกลางมนุษย์&nbsp;</p>



<p>ก็ควรทำตัวเลียนแบบกลมกลืนไปกับเหล่ามนุษย์</p>



<p><strong>ที่แห่งใดมีคนบาป ที่แห่งนั้นย่อมมีอัศวิน</strong></p>



<p>พระเจ้ามอบพลังให้แก่เขา &#8216;เดมิทรี&#8217; ชายหนุ่มผู้เด็ดดอกเฟิร์นในคืนคูปาลาอันศักดิ์สิทธิ์ เขาสัมผัสบางอย่างได้ บางอย่างที่ไม่ใช่มนุษย์ และประสงค์หนึ่งเดียวของเขาคือการตามหา &#8216;บาบายากา&#8217; แม่มดในตำนาน</p>



<p>ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงที่อยู่ของบาบายากา ความช่วยเหลือจากอมนุษย์จึงเป็นหนทางเดียวที่เดมิทรีจะพบกับแม่มดในตำนานผู้ทรงพลังเหนือปีศาจทั้งปวง นางมอบในสิ่งที่เขาปรารถนาได้ แต่การแลกเปลี่ยนย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186580" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>36 ชั่วโมง ก่อนที่ดอกเฟิร์นจะโรยรา</strong></p>



<p>กลิ่นหอมหวานของความหวาดหวั่น คือแหล่งอาหารชั้นดีของเธอ &#8216;อะลา&#8217; ซโมราต้องสาปด้วยคำสาปสายเลือด คำสาปมรณะที่กลืนกินชีวิตอมตะของเธอ</p>



<p>ดอกเฟิร์นที่บานสะพรั่งในค่ำคืนอันศักดิ์สิทธิ์ จะทำลายมันได้ หากแต่พลังของมันจะกลายเป็นยาแก้พิษก็ต่อเมื่อผู้เก็บเกี่ยวเต็มใจจะรับมันเข้าไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186581" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ชีวิตมนุษย์แสนสั้น</strong></p>



<p>‘นิโกเดม คอสต์กา’ เขาก้มหน้าก้มตารับใช้ตระกูลคอสต์กาในฐานะเซมส์ตาของเหล่าสตริกกา งานหลักของเขาคือการตามล้างแค้นและลงทัณฑ์คณะศักดิ์สิทธิ์&nbsp;</p>



<p>รอยแผลเป็นในวัยเด็กที่ปรากฏบนนิ้วมือ ย้ำเตือนว่าเขาเคยเป็นสิ่งมีชีวิตแสนบอบบางที่เรียกว่ามนุษย์ และแม่กลัว กลัวว่าเขาจะตายเหมือนอย่างพ่อ</p>



<p>บาบายากามอบชีวิตอมตะให้กับนิโกเดม แต่ความปรารถนาของแม่มีราคาสูงลิ่วที่ต้องจ่าย ไม่มีใครล่วงรู้ว่าแม่แลกอะไรกับความอมตะของเขา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186582" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เรื่องราวมากมายถูกร้อยเรียงในคืนคูปาลาอันศักดิ์สิทธิ์ การพานพบของอัศวินและผู้ต้องทัณฑ์บาป ที่จะพาพวกท่านไปเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย ในโลกที่มนุษย์และปีศาจยังคงห้ำหั่นกันราวสงครามเพื่ออุดมการณ์ของตน</p>



<p>When Among Crows ท่ามกลางหมู่มวลนกกา มนตรา ปีศาจ นิยายที่ทำให้ผู้อ่านที่รักในเรื่องราวลึกลับ ตื่นเต้น ลุ้นระทึกในทุกแผ่นกระดาษที่สัมผัสเมื่อเปิดอ่าน แต่เมื่อมีพบย่อมมีจาก นวนิยายแห่งภูตพรายพาผู้อ่านฝ่าอันตรายมาจนถึงหน้าสุดท้ายแล้ว กระดาษแผ่นสุดท้ายถูกอ่าน พร้อมกับความเสียดายที่ไม่อยากให้เรื่องราวนี้จบลง ความรู้สึกเช่นนี้ขอยกความดีความชอบให้กับผู้แปลอย่าง <strong>ทศพล ศรีพุ่ม</strong> ที่ถ่ายทอดเรื่องราวในนิยายผ่านความงามของภาษาได้อย่างน่าประทับใจ</p>



<p>แม้เนื้อเรื่องจะหยิบยกตำนานของชาวสลาฟ ที่เรียกได้ว่าไกลตัวจากผู้รักการอ่านที่มีถิ่นพำนักในเมืองร้อนอย่างประเทศไทย แต่ระหว่างทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคนั้นจะทำให้ท่านพบกับความประหลาดใจ ความตื่นเต้นแบบเต็มหลอด หรือหากท่านอยากเติมความขม รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง</p>



<p>นิยายแปลจากสำนักพิมพ์ Biblio เล่มนี้คุณภาพคับเล่มจริงๆ</p>



<p>เตือนท่านไว้ก่อน&nbsp;</p>



<p>&#8220;อย่าได้ถูกหลอกด้วยใบหน้ามนุษย์หรือเสียงแบบมนุษย์ของมัน&#8221;</p>



<p>ขอให้ท่านโชคดี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/when-among-crows/">When Among Crows แสวงหาความปรารถนา ท่ามกลางหมู่มวลนกกา มนตรา ปีศาจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รัก  เลิก  ลืม  เริ่มต้นใหม่ &#8216;RE-LEARN-TIONSHIP&#8217; นวนิยายแห่งความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ไปต่อ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/re-learn-tionship-book-review/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Kessara Klaikaew]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Jan 2026 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ระยะต่างระหว่างกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ผมไม่อยากมีแฟนเป็นเศรษฐี]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=185450</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความสัมพันธ์ครั้งล่าสุดของคุณเป็นแบบไหน ได้ไปต่อ หรือพอแค่นี้ สำหรับใครที่เสียดายคิดว่า ‘ไม่มีเวลาว่างมานั่งอ่านทุกเล่มหรอกนะ’ ก็ขอให้หยุดควมคิดนั้นไว้ก่อน เพราะไม่ว่าจะเลือกหยิบเล่มไหนก่อนหลังก็ไม่ใช่ปัญหา จะมีก็แต่ว่าดันอ่านเพลินจนวางไม่ลง เช่นนั้นแล้วนักเขียนจาก a day ไม่รอช้าอีกต่อไป คว้าหนังสือกันมาคนละเล่ม เลือกเอาเล่มที่คิดว่าอินที่สุดมาไว้ในมือ หลบไปอ่านคนละมุม และนักเขียนทั้ง 3 คน พร้อมส่งต่อความรู้สึกหลังอ่านจบแบบหมดเปลือก อ่านแล้วชอบ ไม่ชอบ หรือเผลอหลุดขำตรงไหน เราเล่าให้ฟังหมด จะเศร้าซึม หรือไปต่อ ไม่ไปต่อยังไง&#160; หลบซ้าย หลบขวาก็ไม่พ้นสปอยล์เลยล่ะ RE-LEARN-TIONSHIP คือโปรเจกต์การเขียนนิยายของสำนักพิมพ์แซลมอน ที่จะพานักอ่านไปลิ้มลองรสชาติความสัมพันธ์ 3 รูปแบบ จากนักเขียน 3 คน จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท กิตติศักดิ์ คงคา และนริศพงศ์ รักวัฒนานนท์ ที่ต่างนำพาเรื่องราวใกล้ตัวของแต่ละคนมาปลดล็อกบางสิ่งบางอย่างที่ยังค้างคาอยู่ในใจ จุดร่วมของนิยายคือโจทย์ที่โดนเคาะจั่วหัวมาว่า ‘ความรักในเมือง’ พวกเขาจึงเลือกถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่ได้เรียนรู้ ขุดคุ้ย Based on true story มาเล่าผ่านสายตาของคนรุ่นเดียวกัน&#160; “โปรเจกต์นี้เหมือนกับว่าเป็นสนามเด็กเล่น ที่พวกเราไม่ได้มาเพื่อสร้างประติมากรรมใหญ่โตโอฬารหรืองานมาสเตอร์พีซ แต่มันเหมือนพื้นที่ที่ทำให้เราได้ทำความรู้จัก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/re-learn-tionship-book-review/">รัก  เลิก  ลืม  เริ่มต้นใหม่ &#8216;RE-LEARN-TIONSHIP&#8217; นวนิยายแห่งความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ไปต่อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ความสัมพันธ์ครั้งล่าสุดของคุณเป็นแบบไหน ได้ไปต่อ หรือพอแค่นี้</p>



<p>สำหรับใครที่เสียดายคิดว่า ‘ไม่มีเวลาว่างมานั่งอ่านทุกเล่มหรอกนะ’ ก็ขอให้หยุดควมคิดนั้นไว้ก่อน เพราะไม่ว่าจะเลือกหยิบเล่มไหนก่อนหลังก็ไม่ใช่ปัญหา จะมีก็แต่ว่าดันอ่านเพลินจนวางไม่ลง เช่นนั้นแล้วนักเขียนจาก a day ไม่รอช้าอีกต่อไป คว้าหนังสือกันมาคนละเล่ม เลือกเอาเล่มที่คิดว่าอินที่สุดมาไว้ในมือ หลบไปอ่านคนละมุม และนักเขียนทั้ง 3 คน พร้อมส่งต่อความรู้สึกหลังอ่านจบแบบหมดเปลือก อ่านแล้วชอบ ไม่ชอบ หรือเผลอหลุดขำตรงไหน เราเล่าให้ฟังหมด</p>



<p>จะเศร้าซึม หรือไปต่อ ไม่ไปต่อยังไง&nbsp;</p>



<p><em>หลบซ้าย หลบขวาก็ไม่พ้นสปอยล์เลยล่ะ</em></p>



<p><strong>RE-LEARN-TIONSHIP</strong> คือโปรเจกต์การเขียนนิยายของสำนักพิมพ์แซลมอน ที่จะพานักอ่านไปลิ้มลองรสชาติความสัมพันธ์ 3 รูปแบบ จากนักเขียน 3 คน จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท กิตติศักดิ์ คงคา และนริศพงศ์ รักวัฒนานนท์ ที่ต่างนำพาเรื่องราวใกล้ตัวของแต่ละคนมาปลดล็อกบางสิ่งบางอย่างที่ยังค้างคาอยู่ในใจ จุดร่วมของนิยายคือโจทย์ที่โดนเคาะจั่วหัวมาว่า ‘ความรักในเมือง’ พวกเขาจึงเลือกถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่ได้เรียนรู้ ขุดคุ้ย Based on true story มาเล่าผ่านสายตาของคนรุ่นเดียวกัน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185457" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>“โปรเจกต์นี้เหมือนกับว่าเป็นสนามเด็กเล่น ที่พวกเราไม่ได้มาเพื่อสร้างประติมากรรมใหญ่โตโอฬารหรืองานมาสเตอร์พีซ แต่มันเหมือนพื้นที่ที่ทำให้เราได้ทำความรู้จัก ทดลอง ตื่นเต้นไปกับเรื่องราวที่เล่า”</p>



<p>เหล่านักเขียนสารภาพว่า “เราสามคนไม่เหมือนกันเลย แต่ละคนโคตรจะเป็นตัวเอง ซึ่งเรามองว่ามันเป็นเรื่องดี ดีใจที่พองานเสร็จแล้วทุกคนมองว่านี่เป็นอีกเล่มหนึ่งในชีวิตที่สามารถยิ้มกับมันได้อย่างมีความสุข”</p>



<p>เมื่อได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเหล่านักเขียนยิ่งเพิ่มความอินให้กับผู้อ่านแบบเข้าเส้น บทเรียนที่เราได้เรียนรู้ผ่านหนังสือเหมือนกับนักเขียนมากระซิบข้างหูว่า “พี่ผ่านมาแล้วน้อง”</p>



<p>มาเริ่มอ่านกัน !</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คนไทยเป็นอะไรกับคนเก่า CAN’T REMEMBER A LOVE, CAN’T FORGET A LOSS&nbsp;เจ็บเกินจำรัก หนักเกินลืมรอย นวนิยายของคนไม่มูฟออน</strong></h2>



<p>ถ้ามีใครสักคนถามว่าสิ่งที่ไม่ได้ไปต่อในปีนี้ของคุณคืออะไร เราตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่าความสัมพันธ์ครั้งเก่า แต่สำหรับใครที่ยังมูฟออนเป็นวงกลมหรือก้าว 2 ถอย 3 เป็นจังหวะสามช่าแล้วล่ะก็… นวนิยายเรื่อง <strong>‘CAN’T REMEMBER A LOVE, CAN’T FORGET A LOSS เจ็บเกินจำรัก หนักเกินลืมรอย’</strong> คงเหมาะกับคุณ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-7-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185459" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>นวนิยายเล่มนี้ของ จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท เป็นหนังสือเล่มแรกที่เราหยิบมาอ่านในปีนี้ จากการขายตรงของเพื่อนร่วมงานที่บอกว่า ‘ฉันว่าเล่มนี้เหมาะกับแก’ ซึ่งเราประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น เจ็บจี๊ดๆ ในใจทันที เพราะคำโปรยบนหน้าปกที่เขียนไว้ว่า ‘นวนิยายแห่งความสัมพันธ์ที่ยากจะลืม แม้จะเจ็บจนไม่อยากจำ’ นวนิยายเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้หัวใจผู้อ่านกลายเป็นสีชมพูเข้ม หรืออบอวลไปด้วยรักโรแมนติกเหมือนนิยายรักทั่วๆ ไป หากแต่เป็นบันทึกเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด</p>



<p><strong>จาณีน</strong> นักเขียนบทภาพยนตร์ ผู้ขยันย้ายที่อยู่ไปมา ในเวลาหนึ่งปีเต็มเธอย้ายที่อยู่เป็นรอบที่หนึ่งร้อยห้าสิบห้าแล้ว ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เจอที่อยู่ที่ถูกใจเสียที ปัญหาไม่ใช่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นตัวเธอเอง เพราะไม่ว่าเธอจะย้ายที่อยู่อีกสักกี่ครั้ง ความทรงจำอันแสนเจ็บปวดที่เกิดจาก <strong>พิชชา</strong> คนรักเก่ายังคงตามหลอกหลอนเหมือนเจ้ากรรมนายเวรที่จ้องจะเอาชีวิต</p>



<p>จาณีนค่อยๆ เปิดเผยความเจ็บปวดในหัวใจให้เรารู้ เหมือนเพื่อนที่เริ่มทำความรู้จักกัน สนิทกันมากขึ้น และไว้ใจกันในที่สุด เพราะแบบนั้นเราไม่เคยตัดสินความบอบช้ำของจาณีนเลย แต่พยายามทำความเข้าใจเพื่อนสนิทคนนี้ แม้บางครั้ง (หลายครั้ง) จะไม่เข้าใจก็ตาม จนอยากจะพาเจ้าตัวมานั่งจับเข่าคุยกัน ปรับทัศนคติเรื่องความรักกันสักหน่อย ความรักทำให้คนตาบอดคงจะจริง</p>



<p><strong>“คุณชอบต้นไม้เหรอ”</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“ของพ่อฉันค่ะ ไม่ได้ชอบอะไรเท่าไหร่”</strong></p>



<p>บอนไซในกระถางสี่เหลี่ยมสีเทาไร้สีสัน หนึ่งในบรรดาสัมภาระของจาณีนที่เธอหอบไปมาตลอดระยะเวลาหนึ่งปี ถูกย้ายเข้ามาในบ้านหลังใหม่อีกครั้งจากการขายตรงของ ปรีชนา เจ้าของแชร์เฮาส์ที่โฆษณาเกินจริงเอาไว้ว่าหากได้มาอยู่แล้วจะติดใจจนไม่อยากย้ายไปไหนอีกเลย</p>



<p>จาณีนไม่ได้ชอบต้นไม้หรอก แต่มันเป็นของขวัญรับปริญญาที่ได้รับมาจากพ่อ ที่อยู่ของเจ้าบอนไซในบ้านใหม่ไม่สู้ดีนัก<strong> </strong>“ฉันคิดว่าหน้าต่างห้องน้ำคงดีพอแล้วสำหรับมัน” เธอตอบ ณพล เพื่อนร่วมบ้านคนใหม่ไปแบบนั้น</p>



<p><strong>เธอเฝ้าภาวนาให้มันตาย แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้สิ่งมีชีวิตภายใต้การดูแลของเธอตายลงอีก</strong></p>



<p>ต้นไม้แคระแกร็นที่ถูกรถน้ำ พรวนดิน ตัดแต่งกิ่งก้าน อย่างที่บอกจาณีนไม่ชอบมัน เพราะมันไร้อิสระ น่าสังเวช เหมือนชีวิตของเธอที่เติบโตภายใต้อาณัติ ถูกดัดแต่ง และถูกสอนให้เชื่อง สิ่งที่เธอต้องวิ่งตามมีเพียงความสำเร็จเท่านั้น นี่คือกฎเกณฑ์ของผู้เป็นพ่อ</p>



<p><strong>“เอานี่ไหม เหมาะกับภาพที่เธออติดผนังไว้ เธอชอบสีส้มหรือเปล่า”</strong></p>



<p><strong>“ไม่อะ ฉันไม่ชอบสีส้ม”</strong></p>



<p>ภาพโปสเตอร์ขนาดใหญ่ สีส้มสะดุดที่เคยแขวนไว้บนผนังตลอดระยะเวลาหนึ่งปีกว่า ตอนนี้ถูกปลดประจำการแล้ว จาณีนไม่เคยคิดมาก่อนว่าแขวนโปสเตอร์สีส้มสะท้อนแสงนี้ไว้ให้แสบตาทำไม ในเมื่อเธอไม่ชอบสีส้ม <strong>แต่คนรักของเธอชอบมัน</strong> และการจะทิ้งของคนตายมันก็ดูใจร้ายเกินไป</p>



<p>บอนไซจิ๋ว สิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจปล่อยให้ตายได้อีก และภาพแขวนโปสเตอร์ขนาดใหญ่ ที่ไม่เคยคิดว่ามีไว้ทำไม มันคงสำคัญกับจาณีนทางใดทางหนึ่ง มันอาจสำคัญที่บอกให้เธอทิ้งอะไรบางอย่าง และเก็บอะไรบางอย่างไว้ อาจเป็นสิ่งของ ความรู้สึก หรือความทรงจำ</p>



<p>เราได้อ่านเรื่องราวความรักของจาณีนมาจนถึงหน้ากลางๆ ของหนังสือ ทำให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของเธอกับคนรักไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ทำให้ผู้อ่านอย่างเราอิจฉาจนอยากจะมีแฟน แต่เป็นความท็อกซิกที่ไม่ว่าจะยืนอยู่มุมไหนของห้องคุณคือคนผิด เผลอหายใจเสียงดังไป คงได้ทะเลาะกันใหญ่โต</p>



<p>การอ่านมาจนค่อนเรื่องที่ทำให้คิ้วเราขมวดกันเป็นปมตั้งแต่เริ่มอ่านได้คลายลง แต่เปลี่ยนมากำหมัดและอยากตะโกนให้ใครสักคนได้รู้ว่ายัยนั่น Red Flag (ยัยนั่น AKA คนรักเก่าจาณีน) หากเราเป็นจาณีนก็มองไม่เห็นถึงสัญญาณอันตรายในความสัมพันธ์หรอก เป็นปกติของมนุษย์เราเก่งเรื่องคนอื่นมากกว่าตัวเองเสมอ&nbsp;</p>



<p>เราเห็นเงาตัวเองซ้อนทับกับจาณีนอยู่หน่อยๆ เราสองคนเชื่อเหมือนกันว่าคนที่ทำลายความสัมพันธ์คือเราเอง บอกให้ตัวเองไว้ทุกข์กับตอนจบไปชั่วชีวิต</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185460" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>อดีตคืออดีต วันนี้คือวันนี้</strong></p>



<p>รอยแผลจากอดีตยังคงฝังลึกอยู่ในใจ แต่วันนี้จาณีนเก่งพอที่จะรับมือกับมันแล้ว เพราะวันนี้…</p>



<p>“เป็นแค่วันนี้ที่ฟ้าสดใส”</p>



<p>“เป็นแค่วันนี้ที่คุณปลอดภัย”</p>



<p>เมื่อบรรทัดสุดท้ายของเรื่องราวจบลง เราถูกดึงกลับมายืนอยู่ในโลกความเป็นจริงอีกครั้ง และตกตะกอนได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์รูปแบบไหน เราควรฟังเสียงหัวใจตัวเองให้มากหน่อย ก่อนที่มันจะกลายเป็นก้อนความเจ็บปวดที่นิยามชื่อเรียกไม่ได้</p>



<p>เป็นนวนิยายที่อ่านแล้วเจ็บในใจ ต้อนรับต้นปีได้แบบแสบๆ คันๆ เผลอยิ้มให้กับความทรงจำในอดีตแบบไม่รู้ตัว</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าความความสัมพันธ์มันไกลออกไป และมีเงื่อนไขตั้งแต่ต้น</strong> <strong>‘4600 AND MORE… ระยะต่างระหว่างกัน’ นวนิยายรักที่รักอย่างเดียวจะพอไหมนะ</strong></h2>



<p>ความสัมพันธ์ระยะไกลคงเป็นรักแบบสุดท้ายที่ผมจะเลือกมี แต่ถึงอย่างไรจะไกลไม่ไกล ใกล้ไม่ใกล้ ก็เป็นเรื่องของความรู้สึก &#8211; ไม่รู้สึกมากกว่า</p>



<p>ไอที่คุยกันทุกวัน แต่ไม่ได้เป็นอะไรกันนี่แหละ เจ็บ!</p>



<p>ไอคำว่า ‘รัก’ นี่เป็นอะไรที่ท้าทายที่จะไขว่คว้ามันเหลือเกินนะ</p>



<p>ความสัมพันธ์ของตัวละครเรย์กับเนตรตกผลึกในห้วงหัวใจของผมขณะบรรเลงหนังสือ 4,600 AND MORE… ระยะต่างระหว่างกันของ ‘คุณนริศพงศ์ รักวัฒนานนท์’ แบบดึงตัวเองไม่อยู่ หนังสือว่าด้วยเรื่องของความสัมพันธ์ ปัจจุบัน และอนาคต เป็นอะไรที่มนุษย์อย่างเราไม่สามารถคาดเดาได้จริงๆ&nbsp; ผมทำความรู้จักพวกเขาไปพร้อมกับทำความรู้จักตัวเองไปด้วย แม้จะไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางไกลขนาดนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าเศษเสี้ยวความคลุมเครือของทั้งสองคนเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมเคยรู้สึกอยู่</p>



<p>เนตรเป็นหนุ่มไทยที่ไปตั้งรกรากที่ญี่ปุ่น ส่วนเรย์ก็เป็นครีเอทิฟหนุ่มเอเจนซีที่ไทย เขาเป็นพี่น้องในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน ใช้ชีวิตใกล้ๆ กัน แต่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เรื่องราวมันเริ่มต้นตอนที่คืนสุดท้ายของเนตรที่ไทยก่อนจะกลับไปทำงานที่ญี่ปุ่น ได้ดีพทอล์กแลกเปลี่ยนเรื่องราวในร้านบาร์แห่งหนึ่ง จนเผลอเลยกลายมาเป็นความสัมพันธ์ทางไกลแบบผู้ใหญ่ของพวกเขา ทำให้ผมชั่งใจไม่ถูกว่ามันจะไปต่อได้หรือไม่</p>



<p>หากใครชอบความสัมพันธ์แบบหวือหวา เหมือนขึ้นรถไฟเหาะคงไม่เหมาะกับหนังสือเล่มนี้&nbsp; เพราะความสัมพันธ์ของเนตรกับเรย์ เขาเลือกใช้ความรู้สึกและความสบายใจมาเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนอันดับสองก็มาพร้อมกับความรู้สึกอย่างว่า&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-4-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-185462" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-4-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-4-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-4-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ความรู้สึกที่เหมือนจะไม่รู้สึกแต่รู้สึก เหมือนจะเป็นไปไม่ได้แต่อยากให้เป็นไปได้</strong></p>



<p>มวลในท้องที่คล้องจองด้วยความรู้สึกจึงตกผลึกขึ้นโดยมีระยะทางเป็นตัวกลางของความรัก พวกเขาก็แค่ปล่อยให้มันเกิด</p>



<p>ทุกอย่างดำเนินมาอย่างเงียบเชียบ สงบ และเข้าใจง่ายแบบคนโตๆ&nbsp;</p>



<p>เหตุเช่นนี้ เพราะความสัมพันธ์เป็นเรื่องง่ายมันจึงเจ็บปวดเข้าถึงแกนกระดูก พวกเขาจะแบ่งโลกคนละซีกในยามค่ำคืน ยามดึกเขาวิดีโอคอลหา ยามรุ่งอรุณเขาส่งข้อความ แม้เทคโนโลยีจะทำให้พวกเขาใกล้กันมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้เขารักกันมากขึ้น คำพูดอาจดูใจร้ายไปหน่อยแต่ระหว่างทาง 4,600 กิโลเมตรของไทยสลับไปญี่ปุ่นก็ไม่ได้ใจดีเช่นกัน</p>



<p>แม้จะแชต จะโทรทุกวัน แต่พวกเขานั้นไม่เคยตกลงกันว่าจะเป็นอะไร เราจะเห็นช่องโหว่ของความรักเป็นจำนวนมาก ความเงียบ ความหมางเมิน และความสงบเหล่านั้นไม่อาจกลายมาเป็นความสบายใจได้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็น กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง เนตรมองไม่เห็นภาพตัวเองกลับไปอยู่ที่ไทย ส่วนเรย์ก็ใช้ชีวิตในบริษัทยุ่งจนไม่คิดเรื่องอะไรนอกจากงาน งาน งาน</p>



<p>“คงเป็นเพราะที่เรากับเนตรเป็นอยู่มันเบลอๆ ละมั้ง เราจะเรียกสิ่งนี้ว่าอะไร คนคุยเหรอ แล้วถ้าคุยกันอย่างนี้ต่อไปมันจะยังไงต่อ เราคิดว่ายังไม่พร้อมจะไปต่อกับเนตร และมันคงจบลงในสักวันที่เราหรือเนตรเจอคนใหม่ พอถึงตอนนั้นแม่งคงไม่ดีกับใครเลย”</p>



<p>คงไม่ต้องบอกถึงบทสรุปในตอนท้ายเล่มว่าเรื่องมันจะจบยังไง ทั้งคู่จะเอาตัวเองไปไว้ตำแหน่งไหนของความสัมพันธ์ และคำตอบไหนที่พวกเขาจะดึงดันเติมช่องว่างของตัวเองได้</p>



<p>คำว่า ‘รักแค่ไหนมันถึงจะพอ’ เลยเป็นคำถามที่หนักอึ้งขณะที่ผ่านได้อ่าน 4,600 AND MORE… ระยะต่างระหว่างกัน เพลย์ลิสต์ที่นักเขียนได้ทิ้งไว้ตอนท้ายเล่ม พอได้ฟังแล้วก็ทำให้ผมอิน และทำให้รู้สึกถึงความจริงยิ่งกว่าเดิม</p>



<p>เนตรกับเรย์เลือกรับผิดชอบการกระทำและความรู้สึกที่เกิดขึ้นของตัวเองที่ญี่ปุ่น หลังจากที่ได้เจอกันที่ไทยมาแล้วหลายรอบ เป็นที่ที่ทั้งสองตกลงกันไว้ว่าจะมาเจอกัน ที่ที่ให้คำตอบว่าชีวิตไม่มีวันให้คำตอบกันถ้าไม่ยอมรับความจริง</p>



<p>เป็นอีกครั้งที่จะเหมือนจะเป็นไปได้แต่เป็นไปไม่ได้&nbsp;</p>



<p>เป็นอีกครั้งที่พวกเขาเลิกราและห่างกันไป&nbsp;</p>



<p>เป็นอีกครั้งที่เป็นแค่ ‘เหมือนจะ’ ที่เกิดขึ้นหลายพันครั้งในชีวิต</p>



<p>และเป็นอีกครั้งที่คิดว่าถ้าเราทำอะไรต่างออกไปมันจะจบเหมือนเดิมไหมนะ</p>



<p><strong><em>พวกเขาจากลากันโดยสมบูรณ์ สมบูรณ์แบบไม่ต้องหาคำตอบให้ตัวเองเจ็บอีกแล้ว</em></strong></p>



<p><strong><em>เพราะโลกนี้มันไม่เคยมีคำตอบให้เราเลยถ้าสังเกต </em></strong>ถ้าเราปล่อยให้ใบมีดของคำถามอันไม่อาจได้มาซึ่งคำตอบเกิดขึ้นแล้ว ก็แปลว่าเราจำต้องยอมรับบาดแผลเหวอะหวะในใจที่จะเกิดขึ้นด้วย</p>



<p>สุดท้ายเขาก็ไม่อาจแลกความต่าง และสิ่งตรงกลางระหว่างกัน มีแค่สิ่งต่างของตนนั้นที่คอยโอบกอดเรย์กับเนตรเสมอมา แม้ตอนจบจะปลายเปิด แต่ผู้อ่านอย่างผมเองก็หวังว่าจะมีสิ่งดีๆ เกิดกับพวกเขา</p>



<p>แน่นอนว่าเนตรจะต้องใช้ชีวิตแสนสงบที่ญี่ปุ่นอยู่ เรย์ก็ยังขายงานและใช้ชีวิตแบบบาลันซ์ที่กรุงเทพ หรือไม่พวกเขาก็คงไปสักที่ กินข้าว หรือนั่งชิลล์กับใครสักคน คงเป็นอย่างนั้น&nbsp;</p>



<p>แต่สิ่งดีๆ ที่ผมว่านั้นก็คงเป็นความรักที่เกิดขึ้น แม้จะไม่สมหวังแต่อย่างน้อยมันก็ยังเกิดขึ้น จริงไหม?</p>



<p class="has-text-align-center">You were the best but you were the worst</p>



<p class="has-text-align-center">As sick as it sounds, I loved you first</p>



<p class="has-text-align-center">I was a dick, it is what it is</p>



<p class="has-text-align-center">A habit to kick, the age-old curse</p>



<p class="has-text-align-center">I tend to laugh whenever I’m sad</p>



<p class="has-text-align-center">I stare at the crash, it actually works</p>



<p class="has-text-align-center">Making amends, this shit never ends</p>



<p class="has-text-align-center">I’m wrong again, wrong again</p>



<p class="has-text-align-center">เธอมีด้านดีที่สุดแต่ก็มีด้านแย่ที่สุดเหมือนกัน</p>



<p class="has-text-align-center">ถึงจะฟังดูแย่ แต่ผมก็รักเธอก่อน&nbsp;</p>



<p class="has-text-align-center">แม้ผมจะห่วยแค่ไหน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะผมเป็นอย่างนี้</p>



<p class="has-text-align-center">ผมมักจะหัวเราะออกมาเวลาเศร้า</p>



<p class="has-text-align-center">เพราะเวลาที่มองไปเห็นความผิดพลาด มันกลับช่วยได้เฉย</p>



<p class="has-text-align-center">และแม้ผมจะพยายามแก้ไขมันให้ดียังไง</p>



<p class="has-text-align-center">แต่ให้ตายก็ผิดพลาดอยู่ดี</p>



<p>I Love You, I’m Sorry &#8211; Gracie Abrams เพลงใน 4,600 AND MORE Playlist&nbsp;</p>



<p>ที่ผมชอบมากๆ และจริงสุดๆ ขณะอ่านถึงบรรทัดสุดท้าย</p>



<p>คงเป็นเราอีกแล้วทุกทีที่ไม่ยอมรับความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้น ต่อให้เกิดขึ้นกับตัวเองหรืออ่านไปเจ็บก็ตาม แม้แผลมันจะแสบ หรือปวดแค่ไหน สักวันมันคงจะหายดีขึ้นและทิ้งแผลเป็นในใจไว้ให้เราอยู่เป็นแน่</p>



<p>เป็นเหตุให้มนุษย์ก้าวต่อไปอย่าง(ไม่)สมบูรณ์&nbsp;</p>



<p><strong>เพราะชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ </strong>จริงๆ สินะ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-5-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-185463" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-5-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-5-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-5-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘I LOVE YOU MORE THAN I CAN PAY’ ผมไม่อยากมีแฟนเป็นเศรษฐี นวนิยายแห่งความสัมพันธ์ที่เงินทองเป็นของต้องห้าม</strong></h2>



<p>ความสัมพันธ์บางคนอาจต้องเดินทางข้ามทวีป หรือจะเป็นความสัมพันธ์เดินอยู่กับที่เป็นวงกลม ส่วนตัวผมคงต้องขอเดินเหมือนกันเพราะตังค์ขึ้นรถผมไม่มีแล้ว!&nbsp;</p>



<p>ขอเลือกเดินแทนการขึ้นรถเมล์เพราะเปลืองเงิน ความจนที่ทำเอา Beta Reader ออกปากว่าโอเวอร์มาก แต่หากเราอยู่ตรงนั้นคงได้ประสานเสียงกับนักเขียนอย่าง ‘กิตติศักดิ์ คงคา’ ว่า “มันมีจริงๆ!” นักเขียนที่เคยสารภาพว่าไม่เข้าใจคนไม่มีเงินแต่เมื่อชีวิตเริ่มเดินทางเขาก็ได้เริ่มรู้หน้าค่าตาความจนมากขึ้นว่าหน้าตาเป็นเช่นไร</p>



<p>“ผมอยากเล่าเรื่องราวทั้งหมดผ่านน้ำเสียงของตัวเองต่อโลกใบนี้ที่โค้งงอ ไม่มากและไม่น้อยกว่าความรักที่บรรจงหยดเปื้อนไปบนเงินตราเปื้อนฝุ่น อันหวังจะสร้างรอยยิ้มให้คุณบ้างสักนิดก็คงดี”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/6-1-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-185464" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/6-1-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/6-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/6-1-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/6-1-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/6-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/6-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/6-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/6-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ใครอยากเป็นเศรษฐี ฉันคนนี้ขอชูมือสุดแขน ตะโกนสุดเสียง ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ! ไม่แปลกใจเลยที่เราจะเลือกคว้าเล่มนี้หนึ่งในเซต RE-LEARN-TIONSHIP เพราะคติที่เชื่อมั่นขัดกับชื่อหนังสือโดยสิ้นเชิง แต่พบว่าหลังจากวางขายเซตนี้ เจ้าเล่มสีชมพูกลายเป็นเล่มที่ขายดีที่สุดในสามเล่ม เพราะงั้นคงไม่ใช่แค่เราคนเดียวแล้วล่ะที่เชื่อในคติเหล่านี้ หากแต่ใครที่เปิดอ่านเล่มนี้คงยิ้มกันถ้วนหน้าตามที่ผู้เขียนหวังว่าอยากให้เป็น ไม่ยิ้มเขินก็ยิ้มทั้งน้ำตาว่าทำไมฐานะมันเหมือนเราจัง แต่จะเป็นพระเอกหรือนายเอกนั้นก็อีกเรื่อง…</p>



<p>ประหยัด ตระหนี่ถี่เหนียว</p>



<p>ไม่พูดมาก ไม่เรื่องมาก ไม่ซกมก</p>



<p>นอนไม่เปิดพัดลม ทำอาหารได้ ขัดห้องน้ำเป็น</p>



<p>ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าที่พักหารตามจริง (ห้ามสิ้นเปลืองเด็ดขาด!)</p>



<p>ห้ามพาใครมาห้องเด็ดขาด (ถ้าไม่ขออนุญาตล่วงหน้าก่อน)</p>



<p>นี่ไม่ใช่สเปกแต่เป็นกฎเหล็กในการหารูมเมตของ <strong>‘โตเต’</strong> หนุ่มน้อยที่ตราหน้าประจานตัวเองว่าจน พัดลมไม่เปิด เน็ตไม่สมัคร ผักก็เก็บกิน พ่วงมาด้วยสถานะตอนนี้ที่กำลังชอร์ตสุดๆ หวังแค่ว่าคนที่มาเคาะประตูเพื่ออยู่ร่วมกันจะเป็นสหายประเภทที่ว่ากัดก้อนเกลือกินพอๆ กันก็คงจะดี</p>



<p>“ความจนคือคนอื่นเป็นเรื่องเข้าใจง่ายมาก แต่ความจนคือตัวเองเป็นเรื่องเข้าใจยากเสมอ”</p>



<p>โตเตเชื่ออย่างนั้น แต่ผู้เข้าสมัครเพียงหนึ่งเดียวที่สนใจมาแคสเป็นรูมเมตกลับเป็น ‘กองทัพ’ หนุ่มหน้าตาดีที่หากไปแคสเป็นดาราช่องหลากสีคงผ่านฉลุย ออร่าลูกคุณหนูที่ทำเอาแสบตา กลิ่นโคโลญมีราคาทำเอาโตเตหลุดปากว่า “เหม็นกลิ่นคนรวยว่ะ”</p>



<p>จากรูปพรรณสันฐานของกองทัพดูก็รู้ว่าไม่ได้ขัดสนถึงขั้นจะต้องมาทำตามเงื่อนไขที่โตเตตั้งขึ้นมาสักนิด จนจับต้นชนปลายความจริงได้ว่าเพียงเพราะอาจารย์วิจารณ์โปรเจกต์เขาว่า ”เธอยังไม่เข้าใจความจนมากพอ” กองทัพจึงขอมาเดบิวต์ทดลองใช้ชีวิตเป็นคนจนซะเอง</p>



<p>จากปกติขับซูเปอร์คาร์ หันมาขึ้นรถประจำทาง&nbsp;</p>



<p>จากกินข้าวห้าง กลายเป็นก๋วยเตี๋ยวไก่ข้างทางกระติกน้ำที่ต้องตักมือ&nbsp;</p>



<p>คุณหนูลูกเศรษฐีที่เหมือนทำทีมาถ่ายรายการไฮโซบ้านนอก กลับเริ่มทำความรู้จักความจนจนเริ่มเชี่ยวชาญ แต่สุดท้ายนี่มันก็เป็นแค่แพ็กเกจชีวิตที่กองทัพแค่มาทดลองใช้ ความจนของจริงมันน่ากลัวกว่านี้เป็นไหนๆ เพราะสุดท้ายโตเตก็ดันถูกความจนเล่นงานสาหัสจากกระติกน้ำมือตักจนได้บทเรียนราคาแพง (แพงจริงเพราะต้องแอดมิตด่วน!)</p>



<p>“กูเข้าใจว่ามึงไม่มีเงินแต่บางอย่างกูว่ามันต้องยอมจ่ายบ้างป่าววะ มึงประหยัดกับเรื่องเล็กน้อยแต่สุดท้ายต้องมาจ่ายในเรื่องที่แพงกว่าก็ไม่คุ้มหรอก”</p>



<p>“กูไม่ได้จนเป็นงานอดิเรกนะกูจนเพราะจนจริงๆ มึงคิดว่าประเทศนี้มีตัวเลือกให้คนจนเลือกมากนักหรอมันไม่ดีถึงได้มีราคาถูกไง”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/7-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185465" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/7-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/7-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/7-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/7-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/7-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/7-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/7-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/7-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>บทสนทนาหน้านี้ทำเราสะอึกนั่งนิ่งนึกอยู่พักใหญ่ แต่ก่อนเราเคยพูดประโยคเดียวกับกองทัพไม่มีผิดเพี้ยนเลยจริงๆ ดีที่ว่าตอนนั้นไม่ได้เจอตัวละครที่เหมือนโตเตสวนมาทันควันแบบนี้ แต่พอได้รู้จักคนแบบนั้นเจอเหตุการณ์แบบนี้ หันมองรอบตัวเพิ่มแง่เพิ่มมุมขยายออกไป หากถ้ามาถามเราอีกทีในวันนี้เราคงขอเลือกตอบแบบโตเตทันทีเหมือนกัน</p>



<p>ภาพของกองทัพซ้อนทับกับใครบางคนที่ยังเป็นบาดแผลกัดลึกอยู่ในใจโตเต แผลเป็นที่ยังไม่สมานได้ง่ายๆ หากใครเอามือมากดก็ยังคงแอบรู้สึกปวดหนึบ</p>



<p>“แค่นี้เอง ซื้อให้เพราะอยากให้ มากเท่าไหร่เราก็จ่ายให้เธอได้”</p>



<p>ความสัมพันธ์ครั้งเก่าที่สุดท้ายต้องจบด้วยประโยคน้ำเน่าว่า “เราต่างกันเกินไป” ถึงรักมากแค่ไหนโตเตก็คงไม่สามารถคบกับใครได้ด้วยความรู้สึกติดหนี้บุญคุณไปตลอดชีวิต หลายการกระทำที่ถูกปฏิบัติมันทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองถูกจ้างให้มารักแต่กลับไม่มีศักดิ์ศรีอะไรเหลืออยู่เลย บาดแผลช้ำรักถูกปิดด้วยพลาสเตอร์อันโตที่เขียนว่า <strong>โนมอร์แฟนรวย!</strong></p>



<p>แต่ไม่ใช่ว่าแผลนี้จะไม่มียาแก้แผลเป็นซะหน่อย แม้กองทัพจะยังไม่ค่อยเข้าใจความจนสักเท่าไหร่แต่ก็ไม่มีคำว่าสายไปสำหรับการเรียนรู้ โตเตบอกว่าไม่ กองทัพก็เลือกทำความเข้าใจ&nbsp; โตเตไม่อยากเปลี่ยน กองทัพก็แค่ปรับ โตเตไม่ชอบใช้ตังค์ กองทัพก็เสนอของฟรี</p>



<p>“ลองคบกันมั้ย ไม่มีอะไรสึกหรอ ผมให้ทดลองใช้ก่อน ชอบค่อยซื้อตัวเต็ม ลองฟรีไม่คิดเงิน”</p>



<p>“ดีล”</p>



<p>กองทัพคนรวยที่แสนสมบูรณ์แบบ ใช้เงินแก้ปัญหา และรู้จักความจนน้อยนิดจนเหมือนอยู่กันคนละจักรวาล แต่โตเตเองก็ไม่ต่างกันมากคนจนที่สมบูรณ์แบบ ต่อต้านเงินอย่างไม่มีเหตุผล และมีอคติกับความรวยราวกับตนเองไม่ต้องการ “หรือว่าความรักยิ่งใหญ่กว่าเงินในกระเป๋า” อย่างที่ ‘พี่แจ็ป The Richman Toy’ บอกจริงๆ</p>



<p>เชื่อว่าผู้อ่านหลายหลายคนคงเคยสวมบทบาทเป็นทั้งกองทัพหรือไม่ก็โตเตที่พยายามจะทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบตามความคิดของตัวเอง เลือกเส้นทางที่ดีที่สุดให้กับคนรักแต่กลับลืมถามไปว่าใครคนนั้นพร้อมที่จะเดินไปด้วยกันหรือเปล่า หากผู้รับไม่ปรารถนาที่จะได้รับความปรารถนาดีนั้นก็กลับกลายเป็นความทรมานได้เช่นกันในที่สุด</p>



<p>สุดท้ายนี้ถ้าใครมีคนรักถามว่า “รักเค้าแค่ไหน”</p>



<p>ขอให้ตอบกลับไปว่า “รักคุณมากกว่าเครื่องปรับอากาศตอนกลางเดือนเมษายน”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/re-learn-tionship-book-review/">รัก  เลิก  ลืม  เริ่มต้นใหม่ &#8216;RE-LEARN-TIONSHIP&#8217; นวนิยายแห่งความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ไปต่อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
