<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฉัตรชนก เชาวเดชาวงศ์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/chatchanok-chaovadechawong/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/chatchanok-chaovadechawong/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 18 Mar 2026 03:42:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>เถื่อนTravel: Bad Bad World Cinematic Experience เมื่อสงครามขยับเข้าประชิด แต่ความคิดถึงเพื่อนมนุษย์กลับถอยห่างออกไป</title>
		<link>https://adaymagazine.com/tuen-bad-bad-world/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฉัตรชนก เชาวเดชาวงศ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2026 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ตามไปดู]]></category>
		<category><![CDATA[Syria]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[เถื่อนTravel]]></category>
		<category><![CDATA[BadBadWorld]]></category>
		<category><![CDATA[Congo]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=186199</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในโลกที่ข่าวสงครามปรากฏขึ้นแทบทุกทวีป สิ่งที่ดูไกลตัวออกไปกลับไม่ใช่ขีปนาวุธ ลูกระเบิด แต่กลายเป็นความเห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์&#160; ปฏิเสธไม่ได้ว่าสงครามเป็นผลพลอยของการที่มีมนุษย์อยู่บนโลก และดูเหมือนมันจะเกิดขึ้นเป็นวงจรซ้ำแล้วซ้ำอีก สิงห์ &#8211; วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ชายหนึ่งคนกับกระเป๋ากล้องหนึ่งใบ เดินทางไปสำรวจพื้นที่สงคราม 8&#160; แห่งผ่านซีรีส์สารคดีที่เขากลับมาทำอีกครั้งในบทบาทของนักเล่าเรื่องการเดินทางและสงคราม a day มีโอกาสได้ไปดูเถื่อนTravel: Bad Bad World Cinematic Experience ซีรีส์สารคดีสงครามสุดเถื่อนที่พาคนดูไปเปิดโลกต่างแดน พร้อมตีแผ่มุมมืดของการห้ำหั่นกันเองของมนุษย์ เพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม ผ่านสองตอนที่ถูกนำมาฉายในครั้งนี้ EP.5 CONGO นรกดงดิบ และ EP.6 SYRIA มนุษย์ผู้สร้าง มนุษย์ผู้ทำลาย ความรู้สึกก่อนเข้าโรงภาพยนตร์ในฐานะคนที่ไม่ได้อินประวัติศาสตร์มากนัก เหมือนได้พาตัวเองมาเปิดหูเปิดตาดูความเป็นไปของเพื่อนร่วมโลก ผ่านสารคดีสงครามจากสองประเทศที่คุณสิงห์ตั้งใจเรียบเรียงออกมาให้ดูต่อเนื่องกัน ราวกับเป็นภาพสะท้อนคนละด้านของโลกใบเดียวกัน ที่หนึ่งยังจมอยู่กับความสิ้นหวัง ส่วนอีกที่เริ่มค่อยๆ มองเห็นแสงสว่างแห่งการฟื้นฟู&#160; เรื่องราวเริ่มต้นที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ประเทศในแอฟริกากลาง คุณสิงห์นิยามไว้ว่า นรกดงดิบ&#160; หากมองจากแผนที่ทรัพยากรโลก ที่นี่คือดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ใต้ผืนดินเต็มไปด้วยแร่มีค่าหลากหลายชนิด ตั้งแต่ทองคำ ดีบุก โคลแทน ไปจนถึงโคบอลต์ โลหะสำคัญที่ใช้ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนในสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และรถยนต์ไฟฟ้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tuen-bad-bad-world/">เถื่อนTravel: Bad Bad World Cinematic Experience เมื่อสงครามขยับเข้าประชิด แต่ความคิดถึงเพื่อนมนุษย์กลับถอยห่างออกไป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ในโลกที่ข่าวสงครามปรากฏขึ้นแทบทุกทวีป สิ่งที่ดูไกลตัวออกไปกลับไม่ใช่ขีปนาวุธ ลูกระเบิด แต่กลายเป็นความเห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์&nbsp;</p>



<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่าสงครามเป็นผลพลอยของการที่มีมนุษย์อยู่บนโลก และดูเหมือนมันจะเกิดขึ้นเป็นวงจรซ้ำแล้วซ้ำอีก</p>



<p>สิงห์ &#8211; วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ชายหนึ่งคนกับกระเป๋ากล้องหนึ่งใบ เดินทางไปสำรวจพื้นที่สงคราม 8&nbsp; แห่งผ่านซีรีส์สารคดีที่เขากลับมาทำอีกครั้งในบทบาทของนักเล่าเรื่องการเดินทางและสงคราม</p>



<p>a day มีโอกาสได้ไปดูเถื่อนTravel: Bad Bad World Cinematic Experience ซีรีส์สารคดีสงครามสุดเถื่อนที่พาคนดูไปเปิดโลกต่างแดน พร้อมตีแผ่มุมมืดของการห้ำหั่นกันเองของมนุษย์ เพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม ผ่านสองตอนที่ถูกนำมาฉายในครั้งนี้ EP.5 CONGO นรกดงดิบ และ EP.6 SYRIA มนุษย์ผู้สร้าง มนุษย์ผู้ทำลาย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/01-4-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-186205" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/01-4-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/01-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/01-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/01-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/01-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/01-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/01-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/01-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ความรู้สึกก่อนเข้าโรงภาพยนตร์ในฐานะคนที่ไม่ได้อินประวัติศาสตร์มากนัก เหมือนได้พาตัวเองมาเปิดหูเปิดตาดูความเป็นไปของเพื่อนร่วมโลก ผ่านสารคดีสงครามจากสองประเทศที่คุณสิงห์ตั้งใจเรียบเรียงออกมาให้ดูต่อเนื่องกัน ราวกับเป็นภาพสะท้อนคนละด้านของโลกใบเดียวกัน ที่หนึ่งยังจมอยู่กับความสิ้นหวัง ส่วนอีกที่เริ่มค่อยๆ มองเห็นแสงสว่างแห่งการฟื้นฟู&nbsp;</p>



<p>เรื่องราวเริ่มต้นที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ประเทศในแอฟริกากลาง คุณสิงห์นิยามไว้ว่า นรกดงดิบ&nbsp;</p>



<p>หากมองจากแผนที่ทรัพยากรโลก ที่นี่คือดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ใต้ผืนดินเต็มไปด้วยแร่มีค่าหลากหลายชนิด ตั้งแต่ทองคำ ดีบุก โคลแทน ไปจนถึงโคบอลต์ โลหะสำคัญที่ใช้ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนในสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และรถยนต์ไฟฟ้า ทุกวันนี้คองโกผลิตโคบอลต์ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของทั้งโลก ทำให้กลายเป็นทรัพยากรที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกต้องพึ่งพา</p>



<p>แต่ความอุดมสมบูรณ์นั้นกลับกลายเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประเทศนี้ต้องเผชิญความขัดแย้งยาวนาน ในพื้นที่ที่แร่มีค่ากระจายอยู่ใต้ดิน เหมืองจึงกลายเป็นทรัพยากรที่หลายฝ่ายต้องการควบคุม กลุ่มติดอาวุธบางกลุ่มยึดเหมืองหรือควบคุมเส้นทางขนส่งแร่เพื่อเก็บภาษีจากคนงาน รายได้จากแร่เหล่านี้ถูกนำไปใช้ซื้ออาวุธและดำเนินการสู้รบต่อไป&nbsp;</p>



<p>แต่หากมองให้ลึกลงไปกว่าเรื่องของแร่ใต้ดินหรือการเมืองระหว่างกลุ่มอำนาจ สิ่งที่สารคดีพาเราไปเห็นชัดขึ้นคือ ชีวิตของผู้คน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/02-5-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-186206" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/02-5-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/02-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/02-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/02-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/02-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/02-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/02-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/02-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ในหลายพื้นที่ คนงานเหมืองจำนวนมากยังขุดแร่ด้วยมือ อุโมงค์ดินที่พวกเขาลงไปทำงานไม่มีโครงสร้างป้องกันความเสี่ยง อุบัติเหตุจึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน&nbsp;</p>



<p>รายงานของ Amnesty International ยังเล่าว่ามีแรงงานเด็กจำนวนไม่น้อยในเหมืองโคบอลต์ของคองโก สำหรับหลายครอบครัวการลงเหมืองไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นหนทางเดียวในการหาเลี้ยงชีวิต</p>



<p>นี่คือความย้อนแย้งที่ชวนตั้งคำถามที่สุดของเรื่องนี้ แร่ที่ขุดขึ้นจากผืนดินของคองโกอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีล้ำสมัยในอีกซีกโลกหนึ่ง&nbsp; แต่ในขณะเดียวกันมันกำลังพรากอะไรไปจากผู้คนต้นทางที่อาศัยอยู่เหนือแร่นั้น&nbsp;</p>



<p>ด้วยวิธีเล่าของสิงห์ไม่ได้พาเราไปดูสงครามเพียงเพื่อความตื่นเต้น แต่กำลังพาเราไปยืนอยู่ตรงนั้น แล้วปล่อยให้คำถามค่อยๆ ดังขึ้นในหัวของคนดูเอง</p>



<p>“ซาลาๆๆๆ”</p>



<p>เสียงตะโกนที่ฟังดูเหมือนการเรียกหรือหยอกล้อของเด็กๆ แต่เมื่อรู้ความหมายของคำนั้น ความรู้สึกที่เราได้ฟังเรื่องราวความเป็นอยู่ของผู้คนในประเทศคองโกกลับยิ่งหนักอึ้งขึ้นทันที</p>



<p>Nzala (ซา-ลา) ในภาษาคองโก แปลว่า ความหิวโหย&nbsp;</p>



<p>เสียงที่ถูกตะโกนซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลับตอกย้ำความจริงบางอย่างในประเทศที่ร่ำรวยทรัพยากร แต่ผู้คนกลับหิวโหย และไม่ได้รับแม้ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ด้วยซ้ำ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/03-3-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-186207" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/03-3-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/03-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/03-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/03-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/03-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/03-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/03-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/03-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>จากประเทศที่สงครามยังฝังตัวอยู่ใต้พื้นดิน ความรู้สึกของผู้ชมที่กำลังหนักอึ้งและถ่วงใจ ก่อนที่เรื่องจะพาเราเดินทางต่อไปยังสงครามกลางเมืองในซีเรีย ที่ค่อยๆ เปิดให้เห็นอีกด้านหนึ่งของมนุษย์ ด้านที่พยายามลุกขึ้นสร้างชีวิตใหม่ ทำให้หัวใจของคนดูค่อยๆ คลายลงจากแววตาแห่งความหวังของชาวซีเรีย</p>



<p>ภาพบรรยากาศหลังสงครามกลางเมืองในซีเรียที่มีหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง ยืดเยื้อกินเวลานานกว่าทศวรรษ ระหว่างรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี Bashar al-Assad กับประชาชนที่ลุกขึ้นมาต่อต้าน เมืองหลายแห่งถูกระเบิดจนเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง อาคารที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้าน โรงเรียน หรือร้านค้า เหลือเพียงโครงปูนที่พังทลายเป็นฝุ่นควันของสงคราม</p>



<p>ท่ามกลางความสูญเสียเหล่านั้น สารคดีพาเราไปเห็นอีกบรรยากาศหนึ่ง ผู้ลี้ภัยบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับมายังบ้านเกิดของตัวเอง หลังต้องอพยพออกไปใช้ชีวิตในต่างแดนมานานหลายปี เมืองที่เคยเงียบงัน ค่อยๆ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผู้คนเริ่มเก็บกวาดเศษซากปรักหักพัง ซ่อมแซมบ้าน เปิดร้านเล็กๆ ริมถนน สีหน้าและแววตาของผู้คนดูมีความหวังกับการเริ่มต้นใหม่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/04-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186208" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/04-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/04-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/04-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/04-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/04-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/04-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/04-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/04-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ในสถานที่ที่มนุษย์เคยทำลายกันเองอย่างหนักหน่วงที่สุด มนุษย์ก็ยังคงเป็นคนกลุ่มเดียวกันที่พยายามสร้างมันขึ้นมาใหม่ ช่วงหนึ่งของสารคดี คุณสิงห์ยกคำพูดหนึ่งขึ้นมา ซึ่งฟังดูเรียบง่าย แต่กลับชวนให้คิดถึงรากของความขัดแย้งมากมายบนโลกใบนี้</p>



<p>“คนเราจะรักกันเกิดจากการสอนให้รักกัน การที่คนเราจะเกลียดกันก็เกิดจากการสอนให้เกลียดเช่นกัน”</p>



<p>ประโยคสั้นๆ แต่อธิบายสงครามจำนวนมากบนโลกได้อย่างตรงไปตรงมา เพราะบางครั้ง สิ่งที่ผลักให้มนุษย์หันอาวุธเข้าหากัน อาจไม่ได้เกิดจากความแตกต่างเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากสิ่งที่เราเรียนรู้มาตลอดชีวิตว่าอีกฝ่ายคือศัตรู</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/05-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186209" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/05-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/05-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/05-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/05-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/05-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/05-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/05-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/03/05-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>การเดินทางครั้งนี้ คุณสิงห์ได้ร่วมลงพื้นที่กับเจ้าหน้าที่ของ UNHCR หรือสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ซึ่งทำงานช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นทั่วโลก ทั้งการจัดหาที่พักชั่วคราว อาหาร สิ่งของจำเป็น รวมถึงการสนับสนุนให้ผู้คนสามารถกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในบ้านเกิดของตัวเองได้อย่างปลอดภัย</p>



<p>ตลอดระยะเวลากว่า 2 ชั่วโมง การเล่าเรื่องของสิงห์มีการไล่ระดับความเข้มข้นของเรื่องราวได้ดีมาก ผ่านภาพบรรยากาศ สีหน้า แววตาของผู้คน เนื้อหาช่วงสงครามในคองโกหนักหน่วงเสียจนทำให้เรานั่งลุ้นเอาใจช่วยผู้คนที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์สงครามที่ไม่รู้จะสิ้นสุดลงเมื่อไร ก่อนที่เรื่องราวจะค่อยๆ คลายความหนักในใจผู้ชม&nbsp;</p>



<p>เราเองรู้ตัวอีกทีว่าปมตรงหัวคิ้วที่ขมวดอยู่ตลอดการรับชมเริ่มคลายลงเช่นกัน เมื่อเรื่องราวพาไปสู่อีกด้านหนึ่งของสงครามในซีเรียที่กำลังคลี่คลาย&nbsp;</p>



<p>หลังจากดูจบสิ่งที่ตกกระทบในความรู้สึกของเรา สารคดีสองตอนนี้กำลังสะท้อนคำถามเดียวกัน โลกใบนี้เต็มไปด้วยทรัพยากรที่มนุษย์แย่งชิงกัน หรือเต็มไปด้วยอุดมการณ์ที่ทำให้มนุษย์แบ่งฝั่งกัน แต่ท้ายที่สุดแล้วคนที่ต้องแบกรับผลของสงครามกลับเป็นผู้คนธรรมดาที่ต้องการมีชีวิตสงบสุข&nbsp;</p>



<p>สิ่งที่ทำให้สารคดีชุดนี้น่าสนใจและอยากชวนให้คนที่มองว่าสงครามเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ ฟังดูไกลตัวได้มาลองรับชม เพราะเราเองก็เคยเป็นคนหนึ่งที่มองสงครามแบบนั้น แต่สารคดีชุดนี้ทำให้เห็นชัดขึ้นว่า เบื้องหลังของความขัดแย้ง และสงคราม แท้จริงแล้วคือชีวิตของผู้คนจริงๆ</p>



<p>สำหรับใครที่อยากติดตามเรื่องราวเต็มๆ ของสองพื้นที่ความขัดแย้งนี้ สามารถรอติดตามสารคดีซีรีส์ Bad Bad World EP.5 CONGO  นรกดงดิบ และ EP.6 SYRIA  มนุษย์ผู้สร้าง มนุษย์ผู้ทำลาย ได้ทาง YouTube ช่อง เถื่อนTravel วันที่ 21 และ 28 มีนาคมนี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tuen-bad-bad-world/">เถื่อนTravel: Bad Bad World Cinematic Experience เมื่อสงครามขยับเข้าประชิด แต่ความคิดถึงเพื่อนมนุษย์กลับถอยห่างออกไป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เสียงจากหัวใจที่พา ‘Rangga Jones’ เดินตามความฝันสู่เวทีระดับโลก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/rangga-jones-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฉัตรชนก เชาวเดชาวงศ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Jul 2025 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[artist talk]]></category>
		<category><![CDATA[Rangga Jones]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=181339</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในโลกที่ความรักไม่ได้สมบูรณ์แบบเสมอไป บางครั้งความรู้สึกที่จริงที่สุดไม่ได้อยู่ในคำพูดที่ชัดเจน แต่มาในรูปของท่อนฮุกบางท่อนจากเพลงบางเพลง เมโลดีวนซ้ำ หรือประโยคธรรมดาๆ ที่ทำให้เรานิ่งไปครู่หนึ่ง&#160; เรารู้จักศิลปินหนุ่มจากสิงคโปร์ที่ชื่อ ‘Rangga Jones’ บนหน้าฟีด TikTok ผ่านบทเพลงที่เรียบง่าย แต่ตรงไปตรงมาที่สะท้อนความรู้สึกที่ลึกซึ้งจนไปแตะหัวใจใครหลายคน ราวกับกำลังอ่านใจของเราในวันที่เปราะบางที่สุด เพลงฮิต TikTok ที่ปลดล็อกสู่ Playlist ในดวงใจใครหลายคน “Oh baby, I swear Oh, you got me infatuated&#160; just by the way that you move that you move…” ท่อนฮุกจากเพลง Infatuated ที่ใครหลายคนอาจจะคุ้นหูจาก TikTok ช่วงปลายปีที่แล้ว ก่อนจะรู้ตัวอีกที เพลงนี้ก็ดันติดอยู่ในหัว และในใจของคนไทยนับแสน&#160; ต้นทางของไวรัลนั้นมาจากบัญชี TikTok ที่ใช้ชื่อว่า Rangga Jones ศิลปินป็อป &#8211; อาร์แอนด์บีจากสิงคโปร์ที่โพสต์คลิปเพลงของตัวเอง พร้อมข้อความว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rangga-jones-interview/">เสียงจากหัวใจที่พา ‘Rangga Jones’ เดินตามความฝันสู่เวทีระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ในโลกที่ความรักไม่ได้สมบูรณ์แบบเสมอไป บางครั้งความรู้สึกที่จริงที่สุดไม่ได้อยู่ในคำพูดที่ชัดเจน แต่มาในรูปของท่อนฮุกบางท่อนจากเพลงบางเพลง เมโลดีวนซ้ำ หรือประโยคธรรมดาๆ ที่ทำให้เรานิ่งไปครู่หนึ่ง&nbsp;</p>



<p>เรารู้จักศิลปินหนุ่มจากสิงคโปร์ที่ชื่อ ‘Rangga Jones’ บนหน้าฟีด TikTok ผ่านบทเพลงที่เรียบง่าย แต่ตรงไปตรงมาที่สะท้อนความรู้สึกที่ลึกซึ้งจนไปแตะหัวใจใครหลายคน ราวกับกำลังอ่านใจของเราในวันที่เปราะบางที่สุด</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เพลงฮิต TikTok ที่ปลดล็อกสู่ Playlist ในดวงใจใครหลายคน</strong></h3>



<p>“Oh baby, I swear</p>



<p>Oh, you got me infatuated&nbsp;</p>



<p>just by the way that you move</p>



<p>that you move…”</p>



<p>ท่อนฮุกจากเพลง Infatuated ที่ใครหลายคนอาจจะคุ้นหูจาก TikTok ช่วงปลายปีที่แล้ว ก่อนจะรู้ตัวอีกที เพลงนี้ก็ดันติดอยู่ในหัว และในใจของคนไทยนับแสน&nbsp;</p>



<p>ต้นทางของไวรัลนั้นมาจากบัญชี TikTok ที่ใช้ชื่อว่า Rangga Jones ศิลปินป็อป &#8211; อาร์แอนด์บีจากสิงคโปร์ที่โพสต์คลิปเพลงของตัวเอง พร้อมข้อความว่า “เพลงนี้ยังไม่เสร็จดี แต่ถ้า Presave ถึงเป้า จะปล่อยเวอร์ชันเต็ม” คำอธิบายเพียงไม่กี่บรรทัดกลายเป็นคำชวนที่ทำให้แฟนๆ ชาวไทย เริ่มช่วยกันกด Presave เพื่อปลดล็อกให้เพลงเต็มได้ลงบนสตรีมมิงแพลตฟอร์ม&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ในโลกของการสตรีมเพลงออนไลน์ Presave เปรียบได้กับการจองไว้ก่อน เพื่อให้เพลงถูกเพิ่มลงในไลบรารีของเราทันทีที่เพลงปล่อยออกมา นอกจากนี้ยังเหมือนบารอมิเตอร์วัดระดับความอยากฟังที่แท้จริงจากผู้ฟังด้วยเช่นกัน ยิ่ง Presave เยอะ เท่ากับยิ่งมีแรงผลักดันให้ปล่อยเร็วขึ้น ในกรณีของ Rangga Jones ไม่ได้แค่ปลดล็อกเพลง แต่เป็นการปลดล็อกโอกาสของเขาในประเทศไทยด้วย</p>



<p>เรามีโอกาสได้เจอ Rangga Jones เป็นครั้งแรกในบรรยากาศช่วงเย็นที่ออฟฟิศ a day อากาศเย็นกำลังสบาย แสงแดดบางๆ รินผ่านกระจกหน้าต่าง เขามาถึงแบบไม่เร่งรีบ พูดจาด้วยรอยยิ้มเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ เหมือนไม่เคยคาดคิดว่าชีวิตจะพาเขามายืนจุดที่แฟนเพลงไทยเรียกชื่อเขาได้ขนาดนี้&nbsp;</p>



<p>ไหนๆ เขาก็มาถึงไทยแล้ว เราก็ไม่พลาดที่จะชวนเขามาพูดคุยเกี่ยวกับแรงบันดาลใจ เบื้องหลังการเขียนเพลง และอัลบั้มใหม่จากเรื่องราวความรักของเขาเอง นับเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่น่าจับตามองในวงการดนตรีของสิงคโปร์&nbsp;&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ก้าวแรกบนเส้นทางดนตรี แค่เริ่มด้วยความชอบ ฝันก็เดินทางไกลเอง</strong></h3>



<p>ย้อนกลับไปช่วงที่ Rangga Jones ยังเป็นนักเรียน เขาอาจไม่ได้ฝันไกลขนาดนี้ สิ่งเดียวที่เขามีในตอนนั้นคือความชอบในการร้องเพลง กับกล้องหนึ่งตัว เพื่อทำคลิปคัฟเวอร์เพลงบน YouTube เขาเริ่มเล่าว่า “จริงๆ เพิ่งเริ่มปล่อยเพลงตัวเองตอนปี 2019 ตอนนั้นแค่อยากมีหน้าโปรไฟล์ใน Spotify ก็เลยแต่งเพลงเองเพลงแรกแล้วปล่อยเลย”</p>



<p>เขาเล่าด้วยน้ำเสียงขำๆ ปนเขินๆ แต่ก็เต็มไปด้วยประกายบางอย่างในสายตา จากจุดเริ่มต้นแบบลองผิดลองถูก Rangga เริ่มเขียนเพลงใหม่ออกมาเรื่อยๆ แต่ละเพลงค่อยๆ พาเขาเข้าใกล้วงการเพลงมากขึ้นจนในปี 2020 เขาได้เข้าร่วมโครงการ Noise Music Mentorship ซึ่งเป็นเวทีบ่มเพาะศิลปินรุ่นใหม่ในสิงคโปร์ และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาก้าวมาเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว</p>



<p>จากนั้นเขาได้ขึ้นแสดงในสถานที่ระดับประเทศอย่าง Esplanade Concert Hall และ The Sands Theatre และในปีถัดมา เขาได้เป็นหนึ่งในศิลปินที่ได้รับเลือกจาก Spotify RADAR 2021 พร้อมปล่อยผลงานแรก A Little Bit Patient ที่มียอดสตรีมทะลุกว่า 43 ล้านครั้ง ก่อนที่เพลงฮิตอย่าง Call Me จะตามมาติดๆ ด้วยยอดสตรีมอีกกว่า 30 ล้านครั้ง และในปี 2024 เสียงของเขาก็เดินทางไกลข้ามทะเลจน Infatuated กลายเป็นเพลงที่คนไทยเปิดวนไม่รู้จบ</p>



<p>ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้น สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจทำให้เขาเริ่มเส้นทางดนตรี คือ Justin Bieber กับ Ed Sheeran “ผมจำได้ว่าเคยดูสารคดีของ Justin Bieber แล้วรู้สึกอินมากๆ ทำให้อยากลองตามฝันดูบ้าง ส่วน Ed Sheeran ผมชื่นชมในทักษะการแต่งเพลงของเขา และเรื่องราวชีวิตที่ลุกขึ้นมาสู้จนยืนตรงจุดนี้ได้น่าทึ่งมาก”&nbsp;</p>



<p>บางทีการได้เห็นใครบางคนกล้าก็ทำให้เรากล้า แม้จะเริ่มต้นด้วยเพลงที่ไม่มีใครฟังเลยก็ตาม และบางเพลงก็ไม่จำเป็นต้องมีความฝันใหญ่ตั้งแต่แรก ขอแค่เริ่มด้วยความตั้งใจ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181342" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อความอินเล็กๆ กลายเป็นไวรัล Infatuated ของ Rangga Jones และความคิดถึง HYBS ที่ตามมา</strong></h3>



<p>เบื้องหลังของเพลง Infatuated มีจุดเริ่มต้นที่อบอุ่นกว่าที่เราคิดไว้ Rangga เล่าว่า “ในช่วงหนึ่งผมฟังเพลงของ HYBS วนไปมาอยู่ทุกวัน แล้วรู้สึกอินจนเกิดแรงบันดาลใจอยากทำเพลงที่มีกลิ่นอายคล้ายกัน ความนุ่มนวลแบบ Lo-Fi อารมณ์เย็นๆ ค่อยๆ ปล่อยใจล่องลอย เพลงนี้แต่งออกมาจากจินตนาการล้วนๆ ไม่มีเรื่องจริงประกอบ”&nbsp;</p>



<p>เขาปล่อยให้เมโลดี้กับเนื้อร้องพาไปเอง แต่กลับกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ฟังดูจริงที่สุดในสายตาแฟนเพลงพีกกว่านั้น คือเขาเลือกใช้ภาพของวง HYBS ประกอบโพสต์ TikTok เพลงนี้ แล้วมันก็ดันไวรัล “ตกใจเหมือนกันที่มันไปได้ไกลขนาดนั้น ดีใจมากที่ Wim กับ James Alyn เองก็สนับสนุนเช่นกัน ต้องขอบคุณพวกเขา เพราะทั้งเสียงและสไตล์ของ HYBS มีอิทธิพลกับผมมากจริงๆ”</p>



<p>วง HYBS หรือ (Have You Been Shrimp?) วงดนตรีดูโอ้จากไทยที่หลายคนรัก เพิ่งประกาศยุติบทบาทไปเมื่อช่วงต้นปีที่แล้ว ยิ่งทำให้การฟัง Infatuated ในช่วงเวลาปลายปีของปีเดียวกัน กลายเป็นการระลึกถึงกลิ่นอายแบบ HYBS อย่างไม่ตั้งใจ เขากล่าวทิ้งท้ายว่า Infatuated เปลี่ยนชีวิตเขาเลย เขามีแฟนเพลงชาวไทยเยอะขึ้นมาก ซึ่งเป็นการสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยได้รับ ประทับใจมากที่แฟนๆ ไม่ได้แค่ฟัง Infatuated แต่ยังย้อนกลับไปฟังเพลงอื่นด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181343" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>เบื้องหลังอัลบั้มที่พูดแทนหัวใจ Everything I’ve Wanted To Say</strong></h3>



<p>หลังจากปล่อยเพลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2019 และสะสมยอดสตรีมหลักสิบล้าน Rangga กลับมาพร้อมอัลบั้มที่บันทึกหัวใจที่เคยเจ็บของคนที่กลับมารักได้อีกครั้ง</p>



<p>“บางความรู้สึกเราเก็บไว้นานจนลืมไปว่ามันยังอยู่ จนวันที่เราเขียนมันออกมาเป็นเพลง”<br>ประโยคเรียบง่ายนี้ของ Rangga Jones อาจเป็นคีย์เวิร์ดที่นิยามอัลบั้ม Everything I’ve Wanted To Say ได้ครบถ้วนในบรรทัดเดียว โปรเจกต์เต็มชุดแรกของเขา&nbsp;</p>



<p>“จุดเริ่มต้นของอัลบั้มเกิดขึ้นหลังจากผมปล่อยเพลง Pushing Me Away ไปได้ไม่นานเลยครับ พอปล่อยเพลงนั้นแล้ว ผมรู้เลยว่าอยากทำโปรเจกต์ที่พูดถึงสิ่งที่เคยผ่านมา และเล่าให้ฟังว่าตอนนี้ผมเป็นยังไง”&nbsp;</p>



<p>เขาเล่าด้วยสีหน้านิ่งขึ้นเล็กน้อย ความทรงจำบางอย่างเหมือนยังอุ่นๆ อยู่ พลางขยายความต่อ “แรงบันดาลใจของอัลบั้มนี้ มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของผม ช่วงสองปีก่อนที่เจอกับความรักที่เจ็บปวดที่สุด ผมอยากเขียนเพลงเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ และปลดปล่อยความรู้สึกที่เก็บไว้ทั้งหมดในหัว ตอนนี้หายดีแล้ว และได้ตกหลุมรักอีกครั้ง”</p>



<p>10 เพลงในอัลบั้มนี้เปรียบเสมือนการเยียวยาตัวเอง และการเชื่อมต่อกับคนฟัง&nbsp; ปล่อยความรู้สึกทีละท่อน จนรวมกันกลายเป็นอัลบั้มที่ชื่อว่า Everything I’ve Wanted To Say เราจะได้ฟังเพลงที่เล่าพัฒนาการของความรู้สึกตั้งแต่แผลสดๆ ของคนที่กำลังถูกผลักออกจากความสัมพันธ์ จนถึงช่วงเริ่มเยียวยา และสุดท้าย คือความรู้สึกอบอุ่นเมื่อพบว่าตัวเองกลับมารักใครสักคนได้อีกครั้ง&nbsp;</p>



<p>สำหรับเราฟังแล้วเหมือนนั่งคุยกับใครสักคนที่กำลังเล่าเรื่องหัวใจอย่างจริงใจที่สุด บางท่อนอาจทำให้คุณสะอึก บางเพลงอาจทำให้คุณเงียบไปนานหลายวินาที อยากให้ทุกคนฟังตั้งแต่แทร็กแรกไปจนจบ เพราะทุกเพลงมันเป็นตัวแทนของเรื่องราวจริงในชีวิตผมทั้งหมด&nbsp;</p>



<p>เขายอมรับตรงไปตรงมาว่าความรักครั้งเก่าให้บทเรียนสำคัญที่สุดในชีวิต “ผมได้เรียนรู้ว่าการสื่อสาร คือทุกอย่าง เราควรพูดความรู้สึกของตัวเองออกมาตรงๆ เสมอ” เหมือนเป็นสิ่งที่เขาเองก็เพิ่งเข้าใจ หลังจากต้องเสียมันไปเพราะความเงียบ และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมอัลบั้มนี้จึงพูดทุกอย่างแบบไม่อ้อมค้อม</p>



<p>เมื่อเราถามว่าเวลาเขียนเพลงเกี่ยวกับความรักที่เจ็บปวด เขาทำเพื่อเยียวยาตัวเอง หรือเพื่อเชื่อมต่อกับผู้ฟังมากกว่ากัน เขาหัวเราะนิดหนึ่ง ก่อนตอบอย่างไม่ลังเลว่า &#8220;ทั้งสองอย่างเลยครับ&#8221;</p>



<p>Rangga เลือก Love Again เป็นซิงเกิลหลัก เพลงที่เต็มไปด้วยแสงอ่อนๆ ของการเริ่มใหม่ เขาเขียนเพลงนี้ในวันที่หัวใจเริ่มกลับมาเต้นอย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้ง&nbsp;</p>



<p>พร้อมให้เหตุผลว่า “มันเป็นตัวแทนของช่วงเวลาปัจจุบันของชีวิต และไม่อยากให้เพลงที่เน้นในอัลบั้มเป็นอะไรที่สะท้อนแค่ความรู้สึกเมื่อสองปีก่อน” เพลงนี้จึงเป็นเหมือนกล่องของขวัญใบสุดท้ายในอัลบั้มที่เปิดออกมาแล้วอุ่นจนมือเปียก</p>



<p>เพลงของ Rangga ไม่ได้เล่าเรื่องความรักในอุดมคติ แต่เล่าถึงความรักในชีวิตจริงที่บางวันเต็มไปด้วยรอยยิ้ม บางวันเต็มไปด้วยความกลัว ความคาดหวัง ความเจ็บปวด และการเยียวยา มันคือวงจรที่เราทุกคนล้วนต้องผ่านไม่ช้าก็เร็ว และบางทีความรักก็ไม่ได้หายไปไหน แค่มันพาเราผ่านช่วงเวลาที่พัง จนกว่าเราจะพร้อมกลับมารักอีกครั้ง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181344" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>Rangga Jones กับการสวมหลายบทบาทในโลกดนตรี</strong></h3>



<p>ในวงการดนตรีสมัยนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ศิลปินจะสวมหมวกหลายใบ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะรับมือกับมันไหว Rangga Jones คือหนึ่งในคนที่พยายามอยู่กับมันอย่างซื่อสัตย์&nbsp;</p>



<p>“มันเหนื่อยนะ โดยเฉพาะเวลาที่คิดอะไรไม่ออก มันเครียดมากจริงๆ” เขาพูดพลางหัวเราะเบาๆ ราวกับคนที่รู้ดีว่าความเครียดบางทีไม่ได้เลวร้ายเสมอไป พร้อมพูดต่อว่า “แต่ก็ชอบที่สามารถทำเองได้ทุกอย่าง มันสนุกมาก เวลาที่ไอเดียมันไหลออกมาโดยไม่ต้องอธิบายให้ใครฟัง”</p>



<p>&nbsp;แม้จะถนัดทำเพลงคนเดียวเป็นหลัก แต่ในอัลบั้มล่าสุดอย่าง Everything I’ve Wanted To Say สองเพลงในอัลบั้ม ‘If You Don’t’ กับ ‘Love Again’ เขาทำร่วมกับมือกีตาร์ Rangga เล่าด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร เหมือนกำลังพูดถึงเพื่อนที่รู้ใจกันดี</p>



<p><strong>เมื่อถามต่อว่า</strong>เคยวางแผนไหมว่าอยากเป็นศิลปินแบบไหน “ตอนนั้นผมเข้าวงการมาในฐานะศิลปินเลย จุดเริ่มต้นจริงๆ คือโครงการ NOISE Mentorship ปี 2020” ที่เปิดโอกาสให้ได้เจอคนในวงการเพลง และได้ลองปล่อยเพลงอย่างจริงจัง มันเป็นหมุดหมายแรกที่ทำให้รู้ว่าเขาอาจจะไปได้ไกลกว่าที่คิดก็ได้ การเป็นทั้งคนแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ในตัวเอง&nbsp;</p>



<p>“ผมไม่ได้แยกชัดขนาดนั้นนะครับ ผมทำหลายอย่างไปพร้อมกัน ซึ่งไม่ใช่ทุกวันจะมีไอเดียใหม่ๆ ผมเลือกที่จะไม่ฝืนเมื่อเจอทางตันทางความคิด เพราะเรียนรู้แล้วว่าบางทีการหยุดพัก ก็อาจสร้างพื้นที่ให้เสียงเพลงตัวจริงได้กลับมา”</p>



<p> ระหว่างที่เขาพูด ดวงตาเป็นประกายเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะทุกอย่างง่ายขึ้น แต่เพราะเขาเข้าใจแล้วว่ากระบวนการสร้างงาน ไม่ได้ต้องเร่งเสมอไป บางเพลงเกิดจากการรอคอย และบางเพลงอาจต้องใช้ความเงียบก่อนจะได้ยินอะไรบางอย่างชัดเจน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-181345" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/07/04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อวาดความฝันไว้ชัด ทุกก้าวจึงมีเป้าหมาย</strong></h3>



<p>จากเด็กหนุ่มที่เติบโตในวงการดนตรีจากจุดเล็กๆ อย่างการคัฟเวอร์เพลงลงยูทูบ สู่ศิลปินที่กำลังเป็นที่จับตามองในวงการเพลงป็อป เขาไม่เคยหยุดลงมือทำ และไม่เคยหยุดฝัน</p>



<p>“เป้าหมายใหญ่ของผมตอนนี้ คือการได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก ผมชอบการแสดงสดและอยากเจอแฟนๆ ของผมทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผมอยากไปแสดงที่ไทย อินโดนีเซีย แล้วก็ฟิลิปปินส์มากๆ ตอนนี้กำลังวางแผนกับทีมอยู่ หวังว่าจะได้เริ่มช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า” เขาพูดด้วยแววตามุ่งมั่นเหมือนฝันนั้นมันชัดเจนมากพอให้มองเห็นเวทีแล้วจริงๆ</p>



<p>“ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ Rangga อยากมาให้ได้สักครั้ง และที่ผ่านมา ผมเคยร่วมงานกับศิลปินไทยคนหนึ่งมาแล้วอย่าง Patrickananda ในเวอร์ชันรีมิกซ์ของเพลง Infatuated ครับ ตอนนี้กำลังมีโปรเจกต์ร่วมกับศิลปินไทยอีกคนที่อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ขออุบไว้ก่อน รอฟังตอนปล่อยเพลงพร้อมกันครับ”&nbsp;</p>



<p>นอกจากการเดินทางออกทัวร์ และการทำงานร่วมกับศิลปินในภูมิภาค Rangga ก็ยังมีลิสต์ในฝันแบบศิลปินรุ่นใหม่ทุกคน รายชื่อที่ฟังดูอาจไกล แต่เขาก็พูดมันออกมาอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่นิด “ถ้ามีโอกาสผมอยากร่วมงานกับศิลปินในฝันที่ผมชื่นชอบอย่าง Justin Bieber, Ed Sheeran, Lauv และ Keshi”</p>



<p>การได้พูดคุยกับ Rangga Jones ในวันนี้ทำให้เราได้เห็นถึงพลังของความตั้งใจเล็กๆ ที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นจากความรักในเสียงดนตรี เขาเล่าเรื่องราวผ่านบทเพลงด้วยความซื่อสัตย์กับความรู้สึกมากที่สุด และนั่นเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายคนรู้สึกเข้าถึงอารมณ์เพลงของเขา ไม่แปลกใจเลยที่ Rangga Jones มีทั้งอัลบั้ม เพลงฮิต และแฟนเพลงจากหลากหลายประเทศ จากจุดเล็กๆ ที่เขาเริ่มต้นในห้องนอน กลายมาเป็นศิลปินที่มีคนรอฟัง แม้ความฝันบนเวทีระดับโลกจะดูยิ่งใหญ่ แต่ด้วยหัวใจที่มุ่งมั่นไม่เปลี่ยนไปเลยจากวันแรก เราเชื่อว่าระยะทางนั้นคงไม่ไกลเกินเอื้อม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rangga-jones-interview/">เสียงจากหัวใจที่พา ‘Rangga Jones’ เดินตามความฝันสู่เวทีระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘Uncle Tai Coffee’ ร้านกาแฟข้างทางที่เสิร์ฟกาแฟด้วยหัวใจ และบทสนทนา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/uncle-tai-coffee-klong-lord/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฉัตรชนก เชาวเดชาวงศ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 Jun 2025 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=180800</guid>

					<description><![CDATA[<p>บางครั้งกาแฟอาจเป็นแค่ข้ออ้างเล็กๆ ให้เราได้แวะไปที่ไหนสักแห่ง แต่สิ่งที่ทำให้เราอยากกลับไปอีกครั้ง อาจไม่ใช่แค่รสชาติกาแฟหอมกรุ่นที่เป็นเอกลักษณ์เท่านั้น แต่เป็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และบทสนทนาเล็กๆ ที่อบอุ่นใจในระหว่างรอ ใกล้ปลายคลองหลอด เลียบวัดราชบพิธในย่านเก่าของกรุงเทพฯ มีร้านกาแฟเล็กๆ ที่ไม่มีป้ายชื่อ ดูเผินๆ เหมือนเป็นร้านน้ำชง Oldschool มุงด้วยหลังคาสังกะสีใต้ร่มเงาตึก เก้าอี้สนามจำนวนหนึ่งที่วางเรียงราย และชายวัยกลางคนที่ชื่อว่า ‘ลุงต่าย’ เจ้าของร้านกาแฟที่ใช้หม้อต้ม Moka pot เป็นอาวุธประจำกาย คอลัมน์ ‘ที่ชอบ’ ไม่ได้ตั้งใจมารีวิวกาแฟ หากอยากชวนคุณฟังบทสนทนาเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในร้านลุงต่าย บทสนทนาที่ทำให้ใครหลายคนตั้งใจวนกลับมาที่นี่อีกครั้ง ไม่ใช่เพราะความต้องการกาเฟอีนซะทีเดียว แต่เพราะอยากเติมใจให้เต็มด้วยความอบอุ่นแบบเดิมอีกสักหน่อย กาแฟที่ดีก็เหมือนบทสนทนา ต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจ เรามาถึงร้านลุงต่ายตอนประมาณสิบเอ็ดโมง แดดเริ่มแรง แต่มีร่มเงาเล็กๆ จากต้นไม้ริมคลองช่วยบังไว้บ้าง ลุงต่ายเพิ่งเปิดร้าน กำลังวุ่นๆ กับการจัดของ เราเดินเข้าไปแนะนำตัว ลุงต่ายหันมายิ้มด้วยท่าทางเหมือนคนที่คุ้นเคยกับการมีใครสักคนแวะเข้ามาแบบนี้ ยังไม่ทันได้นั่งดี ลุงก็เริ่มถาม “ชอบกินกาแฟแบบไหน ใส่นม หรือกาแฟดำ คั่วอ่อน กลาง หรือเข้ม?” “ลูกค้าหน้าใหม่ ลุงมักถามเยอะหน่อย ไม่ใช่เพราะอยากรู้อะไรเยอะแยะ แต่อยากชงให้ถูกใจที่สุด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/uncle-tai-coffee-klong-lord/">‘Uncle Tai Coffee’ ร้านกาแฟข้างทางที่เสิร์ฟกาแฟด้วยหัวใจ และบทสนทนา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>บางครั้งกาแฟอาจเป็นแค่ข้ออ้างเล็กๆ ให้เราได้แวะไปที่ไหนสักแห่ง แต่สิ่งที่ทำให้เราอยากกลับไปอีกครั้ง อาจไม่ใช่แค่รสชาติกาแฟหอมกรุ่นที่เป็นเอกลักษณ์เท่านั้น แต่เป็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และบทสนทนาเล็กๆ ที่อบอุ่นใจในระหว่างรอ</p>



<p>ใกล้ปลายคลองหลอด เลียบวัดราชบพิธในย่านเก่าของกรุงเทพฯ มีร้านกาแฟเล็กๆ ที่ไม่มีป้ายชื่อ ดูเผินๆ เหมือนเป็นร้านน้ำชง Oldschool มุงด้วยหลังคาสังกะสีใต้ร่มเงาตึก เก้าอี้สนามจำนวนหนึ่งที่วางเรียงราย และชายวัยกลางคนที่ชื่อว่า ‘ลุงต่าย’ เจ้าของร้านกาแฟที่ใช้หม้อต้ม Moka pot เป็นอาวุธประจำกาย</p>



<p>คอลัมน์ ‘ที่ชอบ’ ไม่ได้ตั้งใจมารีวิวกาแฟ หากอยากชวนคุณฟังบทสนทนาเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในร้านลุงต่าย บทสนทนาที่ทำให้ใครหลายคนตั้งใจวนกลับมาที่นี่อีกครั้ง ไม่ใช่เพราะความต้องการกาเฟอีนซะทีเดียว แต่เพราะอยากเติมใจให้เต็มด้วยความอบอุ่นแบบเดิมอีกสักหน่อย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กาแฟที่ดีก็เหมือนบทสนทนา ต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจ</strong></h3>



<p>เรามาถึงร้านลุงต่ายตอนประมาณสิบเอ็ดโมง แดดเริ่มแรง แต่มีร่มเงาเล็กๆ จากต้นไม้ริมคลองช่วยบังไว้บ้าง ลุงต่ายเพิ่งเปิดร้าน กำลังวุ่นๆ กับการจัดของ เราเดินเข้าไปแนะนำตัว ลุงต่ายหันมายิ้มด้วยท่าทางเหมือนคนที่คุ้นเคยกับการมีใครสักคนแวะเข้ามาแบบนี้ ยังไม่ทันได้นั่งดี ลุงก็เริ่มถาม</p>



<p>“ชอบกินกาแฟแบบไหน ใส่นม หรือกาแฟดำ คั่วอ่อน กลาง หรือเข้ม?”</p>



<p>“ลูกค้าหน้าใหม่ ลุงมักถามเยอะหน่อย ไม่ใช่เพราะอยากรู้อะไรเยอะแยะ แต่อยากชงให้ถูกใจที่สุด เพราะผมไม่ใช่คนกิน ลูกค้าเป็นคนกิน ผมต้องทำตามใจลูกค้าในสไตล์ของผม” คำพูดของลุงฟังดูง่ายๆ แต่ชัดเจน เหมือนกาแฟที่ลุงกำลังจะชงให้เราแก้วนั้น กาแฟดำ คั่วอ่อน กลิ่นดอกไม้ลอยบางๆ มากับโทนเบอร์รี เปรี้ยวแบบเบาๆ  แต่พอให้ตื่นตัวขึ้นหลังเดินลุยแดด </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/1-12-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-180803" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/1-12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/1-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/1-12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/1-12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/1-12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/1-12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/1-12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/1-12.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>บางร้านเกิดจากฝัน ร้านนี้เกิดจากการเริ่มต้นใหม่</strong></h3>



<p>บ่ายแก่ๆ ที่แสงอาทิตย์ส่องเฉียงลอดมุมตึกเข้ามา บรรยากาศร้านดูเงียบแดด และอบอ้าวพอสมควร ไม่ได้มีอะไรชวนให้อยากนั่งนานนัก แต่ผู้คนกลับทยอยเข้ามาเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน เหมือนรู้จักร้านนี้กันมานาน เราเริ่มสงสัยว่าอะไรกันที่ทำให้ร้านกาแฟเล็กๆ ริมคลองแห่งนี้มีแรงดึงดูดเฉพาะตัวแบบนั้น</p>



<p>‘ลุงต่าย’ เล่าว่าร้านนี้ไม่ได้เกิดจากความฝัน แต่เกิดจากการพังทลายของบางเรื่องในชีวิต บทสนทนาที่ขมขึ้นเล็กน้อย มันเป็นบทสนทนาที่ฟังแล้วตื่น คล้ายๆ กับรสกาแฟในแก้วที่เราถืออยู่ ครั้งหนึ่งลุงเคยปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่จับกาแฟอีกเลย หลังจากเลิกรากับแฟน และต้องอยู่ร่วมกับอาการซึมเศร้าที่เกาะติดไม่ห่าง</p>



<p>“สองเดือนแรกหลังเลิกรากับแฟน ไม่ทำอะไรเลย ก็รู้สึกดีนะ แต่พออยู่นานๆ รู้สึกเหงา จากที่เคยทำงานทุกวัน เจอลูกค้าทุกวัน อยู่ดีๆ ก็ไม่มีอะไรเลย วันหนึ่งก็ทนความว่างเปล่าไม่ไหว เลยกลับมาชงกาแฟอีก”</p>



<p>สาเหตุที่ร้านมาอยู่ตรงริมคลองแถววัดราชบพิธ ไม่ใช่เพราะทำเล หรือกลยุทธ์การตลาดใดๆ ลุงต่ายบอกว่าแค่เดินผ่านแล้วชอบ บรรยากาศเงียบดี มีวิววัด มีต้นไม้ มีปลาว่ายผ่าน มีกระรอกเล่นโยคะบนต้นไม้ ผู้คนละแวกนี้ก็ใช้ชีวิตกันเรียบง่าย น่ารักแบบไม่พยายามจะเป็นอะไรเลย อีกอย่างไม่อยากให้เดินทางมาง่ายเกินไป อยากให้คนที่มาคือตั้งใจมาจริงๆ กาแฟทุกแก้วที่นี่เบลนด์กันสดๆ ตามใจคนดื่ม ไม่มีสูตรตายตัว บางคนชอบขม บางคนชอบกลิ่น บางคนแค่อยากได้อะไรอุ่นๆ สักอย่างในมือ ลุงต่ายบอกว่าถ้าเราตั้งใจมาดื่ม ผมก็ตั้งใจชงให้ </p>



<h3 class="wp-block-heading"></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/3-7-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-180805" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/3-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/3-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/3-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/3-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/3-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/3-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/3-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/3-7.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>Moka Pot กับการไม่ประนีประนอมเรื่องมาตรฐาน</strong></h3>



<p>“รอได้นะครับ ผมจะชงให้เต็มที่”</p>



<p>เสียงลุงต่ายพูดพร้อมรอยยิ้มเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปดูเตาไฟที่มี Moka Pot ตั้งอยู่ กลิ่นกาแฟเริ่มลอยอุ่นขึ้นในอากาศ  ครั้งหนึ่งลุงเคยขายกาแฟอยู่ท้ายรถกระบะ  Moka Pot จึงเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุด แต่วันนี้แม้จะมีตัวเลือกมากขึ้น ลุงก็ยังเลือกใช้เครื่องชงแบบอิตาเลียนตัวเดิม เพราะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองทำ</p>



<p>Moka Pot คือเครื่องมือบ้านๆ ที่ให้รสที่หลากหลาย กลิ่นหอมเฉพาะตัว และต้องการเวลา ไม่ใช่แค่เวลาบนเตา แต่คือเวลาที่คนชงจะต้องอยู่กับมันจริงๆ ทุกขั้นตอนล้วนเป็นงานแมนวล ตั้งแต่เบลนด์กาแฟตามสั่ง ชงสดแก้วต่อแก้ว คุมไฟด้วยมือ จนถึงจังหวะที่ยกหม้อกาแฟลงจากเตาแล้วค่อยๆ เทลงแก้ว กลิ่นหอมที่ฟุ้งขึ้น ผสมเสียงซ่าบางเบาในร้านเล็กๆ มันเหมือนการแสดงสดประจำวัน </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/4-7-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-180806" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/4-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/4-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/4-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/4-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/4-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/4-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/4-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/4-7.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>หลายคนบอกว่าลุงต่ายไม่ต่างจากศิลปินคนหนึ่ง กาแฟของเขาเหมือนงานคราฟต์ หรือ ศิลปะขนาดย่อมที่จัดวางอยู่ริมถนน และสิ่งที่ทำให้มันมีพลัง คือความตั้งใจ</p>



<p>ลูกค้าบางคนกล่าวว่า “ผมมาหาลุงเพราะ Moka Pot ถ้าอยากแค่กินกาแฟ ผมกินที่ไหนก็ได้”</p>



<p>แต่การมากินที่นี่ คือการมารอดู Performance ที่ไม่เหมือนใคร เป็นการมาดื่มบทสนทนา กลิ่นควัน และความละเอียดอ่อนในวิธีของลุง ลุงต่ายชิมกาแฟทุกแก้วก่อนเสิร์ฟ ถ้าไม่ได้ก็ทำใหม่ทันที เพราะเขารู้ว่าการรอคอยมาพร้อมความคาดหวัง โดยเฉพาะกับลูกค้าใหม่ที่มีคนบอกต่อมา การเจอกันครั้งแรกจึงสำคัญ ถ้าแก้วแรกประทับใจ ต่อให้ไกลแค่ไหน เขาก็จะกลับมาอีก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/2-7-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-180804" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/2-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/2-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/2-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/2-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/2-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/2-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/2-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/2-7.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>สวนหลังบ้านที่มีกลิ่นกาแฟกับเสียงคุยเบาๆ ของคนแปลกหน้า</strong></h3>



<p>“ทำไมถึงมาซื้อกาแฟร้านลุงต่ายเหรอคะ”</p>



<p>เราลองโยนคำถามสั้นๆ นี้ออกไป ท่ามกลางช่วงบ่ายที่หน้าร้านเริ่มคึกคัก ผู้คนเดินเข้า เดินออก บางคนยืนรออย่างใจเย็น บางคนยิ้มแล้วขยับให้คนอื่นเข้ามาแทรกในร่มเงาไม้ บางคำตอบที่ได้กลับมา คือเพราะกาแฟ แต่ก็มีอีกหลายคำตอบที่คล้ายจะบอกว่าพวกเขามาเพราะ กาเฟอีนชนิดอื่น อย่างบทสนทนาระหว่างรอกาแฟแก้วโปรด</p>



<p>ด้วยคาแรกเตอร์ของลุงต่ายเป็นคนง่ายๆ ตรงไปตรงมา ไม่ปรุงแต่ง เป็นนักเล่าเรื่องข้างทางที่พร้อมจะเล่าได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่เพลงยุค 90 ทีมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก หรือแม้แต่ปัญหาความรักของใครสักคน ลุงมีวิธีพูดที่จริงใจ และนั่นแหละคือเสน่ห์เฉพาะของที่นี่ที่ไม่เหมือนร้านกาแฟทั่วไป</p>



<p>ลูกค้าของลุงก็หลากหลายอย่างเหลือเชื่อ ตั้งแต่เจ้าของร้านกาแฟในละแวกนี้ พระสงฆ์ นักท่องเที่ยวต่างชาติ เชฟร้านอาหารยุโรปย่านสุขุมวิท หรือแม้แต่คอกาแฟตัวจริงที่แวะมาเพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมอง และแน่นอนเพื่อรอคิวกาแฟสักแก้วที่ถูกใจจนไม่กล้านอกใจ</p>



<p>สำหรับลุงต่าย ร้านนี้ คือสวนหลังบ้านของคนคุ้นเคย คุณจะนั่งก็ได้ ไม่นั่งก็ได้ ไม่สั่งอะไรเลยก็ไม่เป็นไร ผ่านมานั่งพัก นั่งคุย หรือจะนั่งเงียบๆ คนเดียวก็ไม่มีใครว่า ลุงไม่ได้เปิดร้านนี้เพื่อทำกำไรเป็นหลัก แต่อยากให้คนที่แวะมาได้นั่งพัก ได้จิบกาแฟ ได้ฟังเสียงอะไรบางอย่างในใจตัวเองที่เงียบไปนาน และได้กลับออกไปพร้อมความรู้สึกดีๆ เพราะสำหรับลุงต่ายแล้ว กาแฟไม่ใช่แค่เครื่องดื่มอีกต่อไป แต่มันคือเครื่องมือในการเยียวยา เป็นเหตุผลที่เขายังยืนหยัดอยู่ตรงนี้ในทุกๆ วัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/5-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-180807" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/5-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/5-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/5-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/5-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/5-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/5-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/5-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/5-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading"></h3>



<p>สำหรับในมุมผู้เขียนที่มีโอกาสได้ใช้เวลาทั้งวันขลุกตัวอยู่ในบรรยากาศของร้านกาแฟลุงต่าย ได้นั่งคุยกับลุง ฟังเสียงจอแจของลูกค้าทั้งขาประจำ และคนที่แวะเวียนมา ก่อนกลับเลยถือโอกาสยกเรื่องของตัวเองมาเล่าบ้าง ไม่ใช่เพราะอยากเล่าอะไรเป็นพิเศษ แต่อยากเข้าใจความรู้สึกของลูกค้าขาประจำที่ไม่ได้ตั้งใจมาซื้อกาแฟแก้วหนึ่ง ให้ความรู้สึกเหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อน นั่งคุยสารทุกข์สุขดิบ </p>



<p>ทำให้พอจับจุดได้ว่ากาแฟ Moka pot อาจไม่ใช่ของหายากอะไร แต่ช่วงเวลาระหว่างตั้งตารอกาแฟ ทำให้เราช้าลง พอจะฟังอะไรบางอย่างจากใครบางคน ช้าพอจะปล่อยให้บางความคิดตกตะกอนในใจ บางทีอาจจะช้าพอที่จะรู้ตัวว่าเรารู้สึกเหนื่อยมานานแล้ว แต่ไม่เคยได้ยินเสียงนั้นมาก่อนเลย ร้านกาแฟเล็กๆ ที่ไม่ได้มีใครแวะมาแค่หากาแฟเรียกสติในช่วงเร่งรีบ แต่มาเพราะอยากมีพื้นที่ให้พักกาย พักใจ นั่นแหละสิ่งที่เรารู้สึกหลังจากกลับออกมาพร้อมกลิ่นกาแฟที่ยังอุ่นอยู่ในความทรงจำ<br></p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/uncle-tai-coffee-klong-lord/">‘Uncle Tai Coffee’ ร้านกาแฟข้างทางที่เสิร์ฟกาแฟด้วยหัวใจ และบทสนทนา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
