<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กาแฟดำไม่เผ็ด, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/blackcoffee/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Sun, 14 Feb 2021 18:05:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ฮาวทูหาความสุขง่ายๆ ด้วยการนั่งมอเตอร์ไซค์วินไซต์ซีอิ้งเมือง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/how-to-happiness/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิราภรณ์ วิหวา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Oct 2020 18:45:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Thought]]></category>
		<category><![CDATA[มณฑลจิราภรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[มณฑล จิราภรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[วินมอเตอร์ไซค์]]></category>
		<category><![CDATA[ชมเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[้how to]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=111158</guid>

					<description><![CDATA[<p>นั่งรถเมล์ให้ครบทุกสาย (สำเร็จ!) เดินครบทุกซอยในย่านเยาวราช (สำเร็จ!) ไปสุสานเก่าทั่วกรุงเทพฯ ให้ครบ (ยังไม่สำเร็จ) ถ่ายภาพบ้านเลขที่ 1 ถึง 100 เรียงตามลำดับ (ยังไม่สำเร็จ) กินข้าวมันไก่เจ้าเด็ดให้ทั่วกรุงเทพฯ (ยังไม่สำเร็จ แต่ใกล้แล้ว!) ฯลฯ ตั้งแต่โตพอจะไปไหนมาไหนคนเดียวได้ ฉันจริงจังกับการปฏิบัติภารกิจไร้สาระส่วนตัวทำนองนี้พอๆ กับที่เพื่อนๆ สมัยวัยรุ่นตามกรี๊ดศิลปิน หรือบล็อกเกอร์ยุคนี้จริงจังกับการฮอปปิ้งคาเฟ่ร้านใหม่ๆ หากจะพยายามมีเหตุมีผลให้ความหมกมุ่นนี้ ก็คงเพราะมันเป็นกิจกรรมชวนอยู่กับเมืองอย่างสนุกสนานขึ้น เหมือนบางคนรู้สึกพึงใจที่ได้บันทึกฟ้าสีพิเศษยามพระอาทิตย์ตกที่เหมือนภาพวาดของศิลปิน แม้จะเงยหน้ามองจากกระจกรถที่จอดนิ่งสนิทบนถนนมาแล้วครึ่งชั่วโมง หรือบางคนก็เสียงอ่อนเสียงหวานเมื่อได้เห็นแมวตัวอ้วนโผล่มาเดินไถขาออดอ้อน ทั้งที่เมื่อกี้เพิ่งทะเลาะกับหน่วยงานให้บริการด้วยเรื่องน่าหงุดหงิดมา ฉันว่าพวกเราทุกคนมีทักษะ ‘สุขง่าย’ เพราะเรารู้อยู่แก่ใจว่ามันค่อนข้างยากเย็นที่จะมีความสุขเต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี จากระบบที่ดี ที่เมืองเมืองนี้ไม่อาจมอบให้ นอกจากภารกิจที่แล้วเสร็จบ้าง (ไม่เสร็จบ้าง) ข้างต้น ฉันเพิ่งค้นพบกิจกรรมสุขง่ายแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ชีวิตวัยนี้มากขึ้น นั่นก็คือการนั่งมอเตอร์ไซค์วินเพื่อไซต์ซีอิ้งเมือง! ต้องเท้าความก่อนว่าฉันสนุกกับการเดินเมืองเข้าซอยโน้นออกซอยนี้บ้านนี้รั้วสวยจัง ก๋วยเตี๋ยวร้านนั้นโหงวเฮ้งถูกต้องมาก โหย ฟาซาดตึกนั้นจ๊าบสุด อูย คุณยายร้านนั้นแต่งตัวสวยจัง ฯลฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะได้เห็นผ่านการเดินช้าๆ ในสถานที่ไม่คุ้นเคย แต่เมื่อการเดินเมืองในยุคนี้ที่ต้องใส่หน้ากากป้องกันโรคระบาด บวกกับวัยวันที่เดี๋ยวปวดหลังเดี๋ยวล้าขาเดี๋ยวหน้าเหี่ยวฉันก็สูญเสียทักษะในการเดินยาวๆ ท่ามกลางอุณหภูมิปกติกรุงเทพฯ ไปเสียแล้ว แต่พอจะเดินห้างเดินคอมมิวนิตี้มอลล์ที่เก๋ไก๋สะดวกสบายแอร์เย็นฉ่ำ ก็ไม่อาจตอบความสุขที่ใจต้องการแบบแทนที่กันได้สักที แต่กับการนั่งมอเตอร์ไซค์เที่ยวนั้น แม้จะหล่นหายการมองเห็นรายละเอียดระหว่างทางไปบ้าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/how-to-happiness/">ฮาวทูหาความสุขง่ายๆ ด้วยการนั่งมอเตอร์ไซค์วินไซต์ซีอิ้งเมือง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1">นั่งรถเมล์ให้ครบทุกสาย<span class="s1"> (</span>สำเร็จ<span class="s1">!) </span>เดินครบทุกซอยในย่านเยาวราช<span class="s1"> (</span>สำเร็จ<span class="s1">!) </span>ไปสุสานเก่าทั่วกรุงเทพฯ ให้ครบ<span class="s1"> (</span>ยังไม่สำเร็จ<span class="s1">) </span>ถ่ายภาพบ้านเลขที่<span class="s1"> 1 </span>ถึง<span class="s1"> 100 </span>เรียงตามลำดับ<span class="s1"> (</span>ยังไม่สำเร็จ<span class="s1">) </span>กินข้าวมันไก่เจ้าเด็ดให้ทั่วกรุงเทพฯ<span class="s1"> (</span>ยังไม่สำเร็จ แต่ใกล้แล้ว<span class="s1">!) </span>ฯลฯ</p>
<p class="p1">ตั้งแต่โตพอจะไปไหนมาไหนคนเดียวได้ ฉันจริงจังกับการปฏิบัติภารกิจไร้สาระส่วนตัวทำนองนี้พอๆ กับที่เพื่อนๆ สมัยวัยรุ่นตามกรี๊ดศิลปิน หรือบล็อกเกอร์ยุคนี้จริงจังกับการฮอปปิ้งคาเฟ่ร้านใหม่ๆ หากจะพยายามมีเหตุมีผลให้ความหมกมุ่นนี้ ก็คงเพราะมันเป็นกิจกรรมชวนอยู่กับเมืองอย่างสนุกสนานขึ้น เหมือนบางคนรู้สึกพึงใจที่ได้บันทึกฟ้าสีพิเศษยามพระอาทิตย์ตกที่เหมือนภาพวาดของศิลปิน แม้จะเงยหน้ามองจากกระจกรถที่จอดนิ่งสนิทบนถนนมาแล้วครึ่งชั่วโมง หรือบางคนก็เสียงอ่อนเสียงหวานเมื่อได้เห็นแมวตัวอ้วนโผล่มาเดินไถขาออดอ้อน ทั้งที่เมื่อกี้เพิ่งทะเลาะกับหน่วยงานให้บริการด้วยเรื่องน่าหงุดหงิดมา</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-111305" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/2-3-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/2-3-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/2-3-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/2-3-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/2-3-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/2-3-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/2-3-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/2-3-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/2-3-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/2-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p3"><span class="s3">ฉันว่าพวกเราทุกคนมีทักษะ</span><span class="s4"> ‘</span><span class="s3">สุขง่าย</span><span class="s4">’ </span><span class="s3">เพราะเรารู้อยู่แก่ใจว่า</span><span class="s5">มันค่อนข้างยากเย็นที่จะมีความสุขเต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี</span> <span class="s5">จากระบบที่ดี</span> <span class="s5">ที่เมืองเมืองนี้ไม่อาจมอบให้</span></p>
<p class="p4">นอกจากภารกิจที่แล้วเสร็จบ้าง<span class="s1"> (</span>ไม่เสร็จบ้าง<span class="s1">) </span>ข้างต้น ฉันเพิ่งค้นพบกิจกรรมสุขง่ายแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ชีวิตวัยนี้มากขึ้น นั่นก็คือการนั่งมอเตอร์ไซค์วินเพื่อไซต์ซีอิ้งเมือง<span class="s1">!</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-111307" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/4-2-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/4-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/4-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/4-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/4-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/4-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/4-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/4-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/4-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p4">ต้องเท้าความก่อนว่าฉันสนุกกับการเดินเมืองเข้าซอยโน้นออกซอยนี้บ้านนี้รั้วสวยจัง ก๋วยเตี๋ยวร้านนั้นโหงวเฮ้งถูกต้องมาก โหย ฟาซาดตึกนั้นจ๊าบสุด อูย คุณยายร้านนั้นแต่งตัวสวยจัง ฯลฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะได้เห็นผ่านการเดินช้าๆ ในสถานที่ไม่คุ้นเคย แต่เมื่อการเดินเมืองในยุคนี้ที่ต้องใส่หน้ากากป้องกันโรคระบาด บวกกับวัยวันที่เดี๋ยวปวดหลังเดี๋ยวล้าขาเดี๋ยวหน้าเหี่ยวฉันก็สูญเสียทักษะในการเดินยาวๆ ท่ามกลางอุณหภูมิปกติกรุงเทพฯ ไปเสียแล้ว แต่พอจะเดินห้างเดินคอมมิวนิตี้มอลล์ที่เก๋ไก๋สะดวกสบายแอร์เย็นฉ่ำ ก็ไม่อาจตอบความสุขที่ใจต้องการแบบแทนที่กันได้สักที</p>
<p class="p4">แต่กับการนั่งมอเตอร์ไซค์เที่ยวนั้น แม้จะหล่นหายการมองเห็นรายละเอียดระหว่างทางไปบ้าง หรือต้องหวาดเสียวหากดันเจอผู้ขับขี่โลดโผน แต่ในภาพใหญ่นับว่าพึงใจกว่า ซึ่งแรกๆ มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากความตั้งอกตั้งใจจะเรียกมอเตอร์ไซค์เที่ยวขั้นนั้น แต่เพราะความรีบของการไปตามนัดให้ทันหรือรถติดจนต้องหนีเข้าทางลัดด้วยมอเตอร์ไซค์ ทำให้ฉันพบว่ากรุงเทพฯ ยังมีซอกซอยล้ำลึกให้ร่าเริงในอีกมากนัก เมื่อไหร่ก็ตามที่มอเตอร์ไซค์พาลัดเลาะเข้าซอยใหม่ ฉันรู้เลยว่าตัวเองเผลอยิ้มและทำเป็นลืมกลิ่นหมวกกันน็อกอับๆ ได้หมดจด</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-111304" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/1-2-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/1-2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/1-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/1-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/1-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/1-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/1-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/1-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/1-2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/1-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p4">เมื่อพบความบันเทิงจากการซ้อนท้าย หลังๆ ฉันจึงเริ่มออกแบบให้เกิดความบังเอิญอย่างจงใจ ด้วยการหาข้อมูลเบื้องต้นก่อนการโดยสาร หลังจากลงรถไฟฟ้าหรือออกจากสถานที่ไม่มักคุ้น ฉันมักจะไม่ลงไปที่ถนนทันที แต่เสิร์ชหาว่าซอยใกล้ๆ ซอยไหนทะลุออกไปอีกย่านน่าสนใจได้บ้าง และใกล้ๆ กันนั้นมีถนนที่ไปถึงแบบง่ายดายหรือเปล่า<span class="s1"> (</span>เพราะถ้ามี มอเตอร์ไซค์มักเลือกวิ่งถนนใหญ่ ความบันเทิงก็จะไม่เกิด<span class="s1">) </span>จากนั้น ฉันก็จะลงไปต่อคิวมอเตอร์ไซค์ บอกที่หมายที่แน่ใจว่าจะได้เข้าซอยใหม่ๆ แล้วก็เพลิดเพลินใจกับการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ลัดเลาะเข้าชุมชนเล็กใหญ่ทั่วกรุง และหากเจอจุดน่าสนใจแบบอดรนทนไม่ได้ ฉันก็มักบอกให้พี่วินจอด แล้วลงไปเดินเล่นมาให้ยิ้มกว้างหนึ่งยก ก่อนจะหามอเตอร์ไซค์ทางผ่านโบกแล้วไปต่อ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-111306" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/3-2-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/3-2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/3-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/3-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/3-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/3-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/3-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/3-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/3-2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/3-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p4">ในวันที่เหนื่อยหนัก เพิ่งผ่านการประชุมสะบักสะบอม มีงานรออยู่กองโตให้สะสาง หรือโกรธขึ้งกับความเซอร์เรียลของชาติ แต่แค่คิดว่าระหว่างทางจะยิ้มกับอะไรเล็กๆ น้อยๆ ได้บ้าง ฉันก็คล้ายมีแรงเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย</p>
<p class="p4">นอกจากจะได้นั่งรับลมเย็นๆ ปะทะหน้า วินฯ บางคันชวนคุยเป็นมิตรอย่างไม่ทราบสาเหตุ<span class="s1"> (</span>ฉันคงยิ้มร่าเริงจนเห็นชัดจากกระจกมองหลังแน่ๆ<span class="s1">) </span>บางคันบอกว่ามีร้านอร่อยแถวๆ นี้ พี่เคยลองกินหรือยัง หรือบางคันก็ไม่เก็บตังค์ เพราะเราโบกออกมาจากกลางซอยที่เขาต้องผ่านกลับมาวินอยู่แล้ว<span class="s1">! (</span>โอ๊ย ไม่ต้องค่าพี่ ให้หนูจ่ายเถอะ<span class="s1">) </span></p>
<p class="p4">อ้อ แล้วสิ่งที่นับว่าเป็นโชคดีของฉัน คือเวลาที่พี่วินน้องวินถามฉันว่าเคยมาเท่าไหร่ พอบอกว่าไม่เคยมา ก็ปรากฏว่าไม่เคยถูกโขกสับราคาเกินจริงเลย</p>
<p class="p4">เท่านี้ก็มีความสุขแล้วล่ะเนอะ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/how-to-happiness/">ฮาวทูหาความสุขง่ายๆ ด้วยการนั่งมอเตอร์ไซค์วินไซต์ซีอิ้งเมือง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บางทีเราก็มีความสุขกับการได้กินข้าวราดแกงที่ถูกต้อง หรืออาหารผงชูรสเพียบ ประโยชน์ต่ำด้วยใจเบิกบาน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/rice-and-curry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิราภรณ์ วิหวา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2020 15:15:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Thought]]></category>
		<category><![CDATA[มณฑลจิราภรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมการกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวราดแกง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารจานเดียว]]></category>
		<category><![CDATA[กินข้าวคนเดียว]]></category>
		<category><![CDATA[โต๊ะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=100061</guid>

					<description><![CDATA[<p>“วันนี้เรามีความสุขมากเลย เราได้กินข้าวราดแกงที่ถูกต้อง” ประโยคบอกเล่าที่น้ำเสียงและแววตาบรรจุความอิ่มอกอิ่มใจแบบล้นทะลัก ทำให้ฉันอดไม่ได้ที่ต้องถามย้ำว่าที่สามีฉันพูดถึงคือร้านข้าวแกงในซอยเงียบที่ไม่มีอะไรโดดเด่นร้านนั้นจริงๆ น่ะหรือ “คุณไม่รู้อะไร ข้าวหุงแข็งๆ ตักพูนๆ ราดกับข้าวสามอย่างเป็นหย่อมๆ มันคือจิตวิญญาณของข้าวราดแกง” เขายังคงปลื้มปริ่มใจ เพราะตั้งแต่ล็อกดาวน์และเราทุกคนอยู่ติดบ้าน ฝากท้องกับอาหารทำเองเป็นหลัก ร้านอาหารตามสั่งข้างบ้านเป็นรอง และอาหารเดลิเวอรีเป็นบางที สิ่งที่เขาโหยหาเป็นอย่างยิ่งคือการได้กินข้าวราดแกงรสชาติสามัญ เวลากินข้าวด้วยกัน บทสนทนาบนโต๊ะอาหารในบ้านมักจะวนเวียนอยู่กับเมนูที่เขาอยากกิน ไม่ว่าจะเป็นผัดหนังหมูใส่ลูกชิ้น ผัดสายบัวกับหมูสามชั้น ผัดถั่วงอกใส่เลือดหมู แกงเผ็ดใส่ฟัก ทั้งที่อาหารตรงหน้าเป็นกรรเชียงปูผัดคื่นช่าย น้ำพริกตะลิงปลิง แกงปูใบชะพลู หรือเมนูหากินยากในร้านข้าวแกงทั่วไป และแม้ว่าแม่ผู้ดูแลกับข้าวในสำรับจะลองผัดหนังหมู (แต่ใส่เห็ดฟางกับหมูสับ) ผัดสายบัว (แต่ใส่กุ้ง) หรือแกงเผ็ดฟักนุ่มๆ (แต่ใส่เนื้อไก่ไร้กระดูก) ก็ยังไม่ตอบโจทย์ในใจ ฉันเคยประชดว่าลองตักกับข้าวที่แม่ทำราดข้าวดูสิ แต่เขาก็ยืนยันว่ากับข้าวฝีมือแม่อร่อยเกินมาตรฐานร้านข้าวแกงเกินไป ยังไงก็ไม่เหมือนกัน ฉันเคยทำหน้า ‘อะไรมันจะขนาดนั้น’ ใส่เขาไป จึงได้คำอธิบายยืดยาวว่าเขาโตมาในวัฒนธรรม ‘ท้องใครท้องมัน’ หลังจากตาที่เคยเป็นพ่อครัวประจำบ้านแก่จนเข้าครัวไม่ไหว และแม่ที่เป็นแม่ค้าขายขนมไทยวุ่นอยู่หน้าเตาและหน้าแผงทั้งวัน ทำให้เขาฝากท้องไว้กับข้าวราดแกงในตลาดมาตั้งแต่สมัยมัธยมจนกระทั่งแต่งงานแล้วเข้ามาใช้วัฒนธรรมการกินที่บ้านฉันนี่แหละ และที่น่าเห็นใจคือการต้องมาพบกับวัฒนธรรมการกินที่แตกต่างกันสุดโต่ง บ้านฉันจำเป็นต้องกินข้าวร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตา จะทำเองหรือแกะจากถุงใส่ถ้วยก็ต้องรอให้พร้อมหน้า ยกช้อนกินพร้อมกัน หิวยังไงก็ห้ามกินก่อน อิ่มแล้วยังไงก็ยังต้องนั่งอยู่บนโต๊ะจนทุกคนกินเสร็จสิ้น ไม่มีกับข้าวเก็บไว้ในตู้เย็นหรือตู้กับข้าวให้มาเปิดกินเวลาไหนก็ได้ เป็นเวลา เคร่งครัด และมีพิธีรีตอง ทั้งที่ก็อยู่กันแค่สองสามคนนี่แหละ  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rice-and-curry/">บางทีเราก็มีความสุขกับการได้กินข้าวราดแกงที่ถูกต้อง หรืออาหารผงชูรสเพียบ ประโยชน์ต่ำด้วยใจเบิกบาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1"><span class="s2">“</span><span class="s1">วันนี้เรามีความสุขมากเลย</span> <span class="s1">เราได้กินข้าวราดแกงที่ถูกต้อง</span><span class="s2">”</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ประโยคบอกเล่าที่น้ำเสียงและแววตาบรรจุความอิ่มอกอิ่มใจแบบล้นทะลัก</span> <span class="s1">ทำให้ฉันอดไม่ได้ที่ต้องถามย้ำ</span><span class="s1">ว่าที่สามีฉันพูดถึง</span><span class="s1">คือร้านข้าวแกงในซอยเงียบที่ไม่มีอะไรโดดเด่นร้านนั้นจริงๆ</span> <span class="s1">น่ะหรือ</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">“</span><span class="s1">คุณไม่รู้อะไร</span> <span class="s1">ข้าวหุงแข็งๆ</span> <span class="s1">ตักพูนๆ</span> <span class="s1">ราดกับข้าวสามอย่างเป็นหย่อมๆ</span> <span class="s1">มันคือจิตวิญญาณของข้าวราดแกง</span><span class="s2">” </span><span class="s1">เขายังคงปลื้มปริ่มใจ</span> <span class="s1">เพราะตั้งแต่ล็อกดาวน์และเราทุกคนอยู่ติดบ้าน</span> <span class="s1">ฝากท้องกับอาหารทำเองเป็นหลัก</span> <span class="s1">ร้านอาหารตามสั่งข้างบ้านเป็นรอง</span> <span class="s1">และอาหารเดลิเวอรีเป็นบางที</span> <span class="s1">สิ่งที่เขาโหยหาเป็นอย่างยิ่งคือการได้กินข้าวราดแกงรสชาติสามัญ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100503" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/5-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/5-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/5-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/5-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/5-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/5-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/5-3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">เวลากินข้าวด้วยกัน</span> <span class="s1">บทสนทนาบนโต๊ะอาหารในบ้าน</span><span class="s1">มักจะวนเวียนอยู่กับเมนูที่เขาอยากกิน</span> <span class="s1">ไม่ว่าจะเป็นผัดหนังหมูใส่ลูกชิ้น</span> <span class="s1">ผัดสายบัวกับหมูสามชั้น</span> <span class="s1">ผัดถั่วงอกใส่เลือดหมู</span> <span class="s1">แกงเผ็ดใส่ฟัก</span> <span class="s1">ทั้งที่อาหารตรงหน้าเป็นกรรเชียงปูผัดคื่นช่าย</span> <span class="s1">น้ำพริกตะลิงปลิง</span> <span class="s1">แกงปูใบชะพลู</span> <span class="s1">หรือเมนูหากินยากในร้านข้าวแกงทั่วไป</span> <span class="s1">และแม้ว่าแม่ผู้ดูแลกับข้าวในสำรับจะลองผัดหนังหมู</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">แต่ใส่เห็ดฟางกับหมูสับ</span><span class="s2">) </span><span class="s1">ผัดสายบัว</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">แต่ใส่กุ้ง</span><span class="s2">) </span><span class="s1">หรือแกงเผ็ดฟักนุ่มๆ</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">แต่ใส่เนื้อไก่ไร้กระดูก</span><span class="s2">) </span><span class="s1">ก็ยังไม่ตอบโจทย์ในใจ</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ฉันเคยประชดว่าลองตักกับข้าวที่แม่ทำราดข้าวดูสิ</span> <span class="s1">แต่เขาก็ยืนยันว่ากับข้าวฝีมือแม่อร่อยเกินมาตรฐานร้านข้าวแกงเกินไป</span> <span class="s1">ยังไงก็ไม่เหมือนกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100504" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/6-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/6-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/6-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/6-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/6-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/6-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/6-3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">ฉันเคยทำหน้า</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">อะไรมันจะขนาดนั้น</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">ใส่เขาไป</span> <span class="s1">จึงได้คำอธิบายยืดยาวว่าเขาโตมาในวัฒนธรรม</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">ท้องใครท้องมัน</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">หลังจากตาที่เคยเป็นพ่อครัวประจำบ้านแก่จนเข้าครัวไม่ไหว</span> <span class="s1">และแม่ที่เป็นแม่ค้าขายขนมไทยวุ่นอยู่หน้าเตาและหน้าแผงทั้งวัน</span> <span class="s1">ทำให้เขาฝากท้องไว้กับข้าวราดแกงในตลาดมาตั้งแต่สมัยมัธยมจนกระทั่งแต่งงานแล้วเข้ามาใช้วัฒนธรรมการกินที่บ้านฉันนี่แหละ</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">และที่น่าเห็นใจ</span><span class="s1">คือการต้องมาพบกับวัฒนธรรมการกินที่แตกต่างกันสุดโต่ง</span> <span class="s1">บ้านฉันจำเป็นต้องกินข้าวร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตา</span> <span class="s1">จะทำเองหรือแกะจากถุงใส่ถ้วย</span><span class="s1">ก็ต้องรอให้พร้อมหน้า</span> <span class="s1">ยกช้อนกินพร้อมกัน</span> <span class="s1">หิวยังไงก็ห้ามกินก่อน</span> <span class="s1">อิ่มแล้วยังไงก็ยังต้องนั่งอยู่บนโต๊ะจนทุกคนกินเสร็จสิ้น</span> <span class="s1">ไม่มีกับข้าวเก็บไว้ในตู้เย็นหรือตู้กับข้าวให้มาเปิดกินเวลาไหนก็ได้</span> <span class="s1">เป็นเวลา</span> <span class="s1">เคร่งครัด</span> <span class="s1">และมีพิธีรีตอง</span> <span class="s1">ทั้งที่ก็อยู่กันแค่สองสาม</span><span class="s1">คนนี่แหละ</span><span class="s2"> </span></p>
<p class="p1"><span class="s1">แม้วันไหนติดละครอยากจะกินข้าวหน้าทีวี</span> <span class="s1">ก็ต้องพร้อมอกพร้อมใจกินหน้าทีวีร่วมกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100502" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/4-3.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/4-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/4-3-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/4-3-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/4-3-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/4-3-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/4-3-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/4-3-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">จริงๆ</span> <span class="s1">ฉันชอบฟังผู้คนเล่าเรื่องวัฒนธรรมการกินประจำบ้าน</span> <span class="s1">สบโอกาสมักจะชวนคนคุยเรื่องนี้</span> <span class="s1">ชอบที่ได้รู้ว่าบ้านเพื่อนหน้าหมวยไม่เคยกินน้ำพริกในบ้าน</span> <span class="s1">บ้านเพื่อนอีกคนหนึ่งกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาไม่ได้</span> <span class="s1">เพราะโต๊ะกินข้าวถูกแบ่งพื้นที่ครึ่งหนึ่งไว้วางของ</span> <span class="s1">เลยต้องสลับกันนั่งทีละคน</span><span class="s1">สองคน</span> <span class="s1">บ้านพี่คนหนึ่งมีกับข้าวในฝาชีเกิน</span><span class="s2"> 8 </span><span class="s1">อย่าง</span> <span class="s1">แต่ทุกอย่างถูกอุ่นซ้ำทุกวันจนกว่าจะกินหมดเกลี้ยง</span> <span class="s1">และน้องคนหนึ่งที่กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">คล้ายบ้านฉัน</span><span class="s2">) </span><span class="s1">มาตลอด</span> <span class="s1">เลยทำให้ไม่ชินสักทีกับการต้องกินข้าวคนเดียว</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">“</span><span class="s1">แต่เราชอบกินข้าวคนเดียวมากเลยนะ</span><span class="s2">” </span><span class="s1">ฉันแย้งกึ่งต่อบทสนทนา</span> <span class="s1">นั่นเพราะฉันชอบการกินข้าวคนเดียวระดับต้องหาเวลาให้โอกาสเหล่านี้</span> <span class="s1">และพอพูดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง</span> <span class="s1">ฉันก็รู้ว่าฉันยังชอบทำกับข้าวกินคนเดียวมากพอๆ</span> <span class="s1">กันด้วย</span><span class="s2"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100500" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-3.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-3-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-3-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-3-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-3-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-3-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-3-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">มันมีความแตกต่างอยู่</span> <span class="s1">ระหว่างทำอาหารกินด้วยกันกับคนอื่น</span><span class="s1">และทำอาหารกินเองคนเดียว</span> <span class="s1">สำหรับอย่างหลัง</span> <span class="s1">มันเป็นความร่าเริงเล็กๆ</span> <span class="s1">ในใจเหมือนได้กลับไปเป็นเด็ก</span> <span class="s1">ป</span><span class="s2">.4 </span><span class="s1">ที่หัดเข้าครัวเอง</span> <span class="s1">ทำได้แค่ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป</span> <span class="s1">กะปริมาณน้ำให้ไม่มากไปหรือไม่น้อยเกินก่อนตอกไข่</span> <span class="s1">เหยาะเครื่องปรุงแปลกประหลาดอะไรลงไปสักอย่าง</span> <span class="s1">และชื่นชาม</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">ชื่นชมผลงานในชาม</span><span class="s2">) </span><span class="s1">ว่าช่างเอร็ดอร่อยและมีพรสวรรค์เหลือเกินนะเรา</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ระหว่างเขียนต้นฉบับนี้</span><span class="s1">ฉันอดรนทนไม่ได้จนต้องพักหน้าจอไปแกะซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป</span> <span class="s1">ต้มเส้นหม้อหนึ่ง</span> <span class="s1">หยิบเบคอนออกมาแค่หนึ่งชิ้นหย่อนใส่กระทะให้น้ำมันหอมฟุ้งละลายออกมา</span> <span class="s1">ดาวไข่ให้ขอบกรอบแต่ไข่แดงยังสุกล่างเยิ้มบน</span> <span class="s1">ตักพักไว้</span> <span class="s1">โยนกะหล่ำปลีหั่นที่เหลือจากผักแนมที่ซื้อส้มตำมากินที่บ้าน</span> <span class="s1">ผัดกับน้ำมันเบคอนที่เหลือในกระทะให้ได้กลิ่นและรส</span> <span class="s1">ทิ้งให้บางส่วนไหม้นิดๆ</span> <span class="s1">ที่กำลังหอม</span> <span class="s1">คีบเฉพาะเส้นที่ได้ที่แล้วมาผัดต่อ</span> <span class="s1">เติมเครื่องปรุงที่แถมมาในซอง</span> <span class="s1">เหยาะน้ำมันพริกและคุกกิ้งสาเกไปอย่างไม่มีเหตุผล</span> <span class="s1">ตักใส่จาน</span> <span class="s1">โปะด้วยไข่ดาว</span> <span class="s1">ถ่ายรูปแบบไม่มีเป้าหมายว่าจะอวดใคร</span> <span class="s1">แล้วก็ลงมือกินอาหารผงชูรสเพียบ</span> <span class="s1">ประโยชน์ต่ำนี้ด้วยใจเบิกบาน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100501" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/3-3.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/3-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/3-3-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/3-3-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/3-3-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/3-3-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/3-3-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/3-3-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">แล้วฉันก็เข้าใจความ</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">อะไรจะขนาดนั้น</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">ในข้าวราดแกงของเขาขึ้นมา</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rice-and-curry/">บางทีเราก็มีความสุขกับการได้กินข้าวราดแกงที่ถูกต้อง หรืออาหารผงชูรสเพียบ ประโยชน์ต่ำด้วยใจเบิกบาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความเหนื่อยล้าในใจตอนนี้มันเหมือนฉันกำลังเป็นนักเตะที่วิ่งมาทั้งเกมจนสะบักสะบอม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/stoppage-time-covid-19-crisis/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิราภรณ์ วิหวา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 May 2020 17:59:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Thought]]></category>
		<category><![CDATA[มณฑลจิราภรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[โรคระบาด]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหนื่อยล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ทดเวลาบาดเจ็บ]]></category>
		<category><![CDATA[จิราภรณ์ วิหวา]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ความหวัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=96608</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เหมือนอยู่ในช่วงต่อเวลาพิเศษเลยเนอะ” ฉันชวนคนข้างๆ คุยทำลายความเงียบในห้องที่ร้อนเหนอะด้วยอุณหภูมิเดือนเมษายน และเฉื่อยเฉาด้วยสถานการณ์โรคระบาดที่ไม่อาจใช้ชีวิตปกติสุข เมื่อเขารับลูกถามหาคำอธิบาย ฉันจึงขยายความต่อว่ามันเป็นช่วงเวลาชวนเหนื่อยเหมือนตอนลุ้นฟุตบอลนัดชิงสักนัด ที่เมื่อหมดเวลา 90 นาทีตามเกมแล้วยังไม่มีผลแพ้ชนะ ช่วงเวลาพิเศษแค่ 30 นาทีที่เพิ่มเข้ามาเพื่อให้ทั้งสองฝั่งใช้แรงเฮือกสุดท้ายเอาชนะกันให้ได้ตามกฎนั่น สำหรับฉัน (ผู้ดูบอลไม่ค่อยจะประสา) รู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยหน่ายและทรมานแรงของนักเตะไม่ว่าจะฟากไหน ความพยายามฮึดสู้มักจะถูกสกัดกั้นจากฝั่งตรงข้ามได้ง่าย หรือไม่ก็แรงล้าขาตายจนพลาดการจบเกมอย่างน่าเสียดายหลายต่อหลายครั้ง และในบางครั้ง หลายทีมก็เลือกเล่นให้หมดเวลาเพื่อหวังจะไปสู้เฮือกสุดท้ายที่การยิงลูกโทษ เล่ามาตั้งยาว, ฉันแค่พยายามจะเปรียบเทียบว่า ความเหนื่อยล้าในใจตอนนี้มันเหมือนฉันกำลังเป็นนักเตะที่วิ่งมาทั้งเกมจนสะบักสะบอม และปลอบใจกัดฟันสู้ว่ารอให้ผ่านไปจนถึงยิงลูกโทษเถอะ! ในช่วงแรกของการระบาดในประเทศ ฉันประเมินว่าตัวเองตื่นตัวและรับมือสถานการณ์ได้ค่อนข้างดี นอกจากการป้องกันตัวจากโรคระบาด ฉันยังปรับตัวเรื่องการงานได้ไว รับมือเรื่องเงินทองและธุรกิจในระยะสั้นได้อย่างไม่หนักใจมาก คึกคักกับการเวิร์กฟรอมโฮม แข็งขันเรื่องอาหารการกินแบบไม่กักตุน แบ่งงบประมาณไว้อุดหนุนร้านค้าประจำที่ได้รับผลกระทบ ยังพอได้สนับสนุนการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตนี้เท่าที่พอปันไหว แถมยังมีแก่ใจทักทายถามไถ่เพื่อนทางไกลเรื่องกำลังใจที่ปกติมักหลงลืม เท่าที่ชนชั้นกลาง ผู้ประกอบการ และผู้มีหนี้สินพร้อมภาระคนหนึ่งพึงกระทำได้ ฉันแน่ใจว่าได้จัดการไปแล้วครบถ้วน แม้รู้แต่ต้นว่ามันจะยืดยาว แต่เมื่อเราก้าวย่างอยู่บนระยะอันยืดยาวและเชื่องช้านั้น ณ เวลาจริง มันกลับหนืดหน่ายกว่าที่คิด อนาคตที่ไม่แน่นอน เรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ และอะไรต่อมิอะไรค่อยๆ เหือดพลังที่พร้อมสู้ให้แห้งขอด ฉันเริ่มเฝ้ารอวันที่สถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติทั้งที่ยังจินตนาการภาพนั้นไม่ออกด้วยซ้ำ แต่อย่างน้อยการได้ออกไปยิงกันคนละลูกและรู้ผลแพ้ชนะไปเลยอาจจะง่ายดายกว่าตอนนี้ และแม้จะรู้ว่าฉันยังโชคดีกว่าอีกหลายชีวิตที่รู้ผลแพ้ไปแล้วตั้งแต่นาทีนี้ ไม่ว่าจะกิจการที่ต้องปิดตัวไป งานที่ไม่มีทำ เงินที่ไม่มีใช้ ข้าวที่ไม่มีกิน แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกหนักหนา มากกว่ารู้สึกดีที่ยังโชคดีอยู่ดีนั่นแหละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/stoppage-time-covid-19-crisis/">ความเหนื่อยล้าในใจตอนนี้มันเหมือนฉันกำลังเป็นนักเตะที่วิ่งมาทั้งเกมจนสะบักสะบอม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p3"><span class="s2">“</span><span class="s1">เหมือนอยู่ในช่วงต่อเวลาพิเศษเลยเนอะ</span><span class="s2">”</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ฉันชวนคนข้างๆ</span> <span class="s1">คุยทำลายความเงียบในห้องที่ร้อนเหนอะด้วยอุณหภูมิเดือนเมษายน</span> <span class="s1">และเฉื่อยเฉาด้วยสถานการณ์โรคระบาดที่ไม่อาจใช้ชีวิตปกติสุข</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เมื่อเขารับลูกถามหาคำอธิบาย</span> <span class="s1">ฉันจึงขยายความต่อว่ามันเป็นช่วงเวลาชวนเหนื่อยเหมือนตอนลุ้นฟุตบอลนัดชิงสักนัด</span> <span class="s1">ที่เมื่อหมดเวลา</span><span class="s2"> 90 </span><span class="s1">นาทีตามเกมแล้วยังไม่มีผลแพ้ชนะ</span> <span class="s1">ช่วงเวลาพิเศษแค่</span><span class="s2"> 30 </span><span class="s1">นาทีที่เพิ่มเข้ามาเพื่อให้ทั้งสองฝั่งใช้แรงเฮือกสุดท้ายเอาชนะกันให้ได้ตามกฎนั่น</span> <span class="s1">สำหรับฉัน</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">ผู้ดูบอลไม่ค่อยจะประสา</span><span class="s2">) </span><span class="s1">รู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยหน่ายและทรมานแรงของนักเตะไม่ว่าจะฟากไหน</span> <span class="s1">ความพยายามฮึดสู้มักจะถูกสกัดกั้นจากฝั่งตรงข้ามได้ง่าย</span> <span class="s1">หรือไม่ก็แรงล้าขาตายจนพลาดการจบเกมอย่างน่าเสียดายหลายต่อหลายครั้ง</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">และในบางครั้ง</span> <span class="s1">หลายทีมก็เลือกเล่นให้หมดเวลาเพื่อหวังจะไปสู้เฮือกสุดท้ายที่การยิงลูกโทษ</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เล่ามาตั้งยาว</span><span class="s2">, </span><span class="s1">ฉันแค่พยายามจะเปรียบเทียบว่า</span> <span class="s1">ความเหนื่อยล้าในใจตอนนี้มันเหมือนฉันกำลังเป็นนักเตะที่วิ่งมาทั้งเกมจนสะบักสะบอม</span> <span class="s1">และปลอบใจกัดฟันสู้ว่ารอให้ผ่านไปจนถึงยิงลูกโทษเถอะ</span><span class="s2">!</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-96777" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1">ในช่วงแรกของการระบาดในประเทศ</span> <span class="s1">ฉันประเมินว่าตัวเองตื่นตัวและรับมือสถานการณ์ได้ค่อนข้างดี</span> <span class="s1">นอกจากการป้องกันตัวจากโรคระบาด</span> <span class="s1">ฉันยังปรับตัวเรื่องการงานได้ไว</span> <span class="s1">รับมือเรื่องเงินทองและธุรกิจในระยะสั้นได้อย่างไม่หนักใจมาก</span> <span class="s1">คึกคักกับการเวิร์กฟรอมโฮม</span> <span class="s1">แข็งขันเรื่องอาหารการกินแบบไม่กักตุน</span> <span class="s1">แบ่งงบประมาณไว้อุดหนุนร้านค้าประจำที่ได้รับผลกระทบ</span> <span class="s1">ยังพอได้สนับสนุนการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตนี้เท่าที่พอปันไหว</span> <span class="s1">แถมยังมีแก่ใจทักทายถามไถ่เพื่อนทางไกลเรื่องกำลังใจที่ปกติมักหลงลืม</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เท่าที่ชนชั้นกลาง</span> <span class="s1">ผู้ประกอบการ</span> <span class="s1">และผู้มีหนี้สินพร้อมภาระคนหนึ่งพึงกระทำได้</span> <span class="s1">ฉันแน่ใจว่าได้จัดการไปแล้วครบถ้วน</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">แม้รู้แต่ต้นว่ามันจะยืดยาว</span> <span class="s1">แต่เมื่อเราก้าวย่างอยู่บนระยะอันยืดยาวและเชื่องช้านั้น</span> <span class="s1">ณ</span> <span class="s1">เวลาจริง</span> <span class="s1">มันกลับหนืดหน่ายกว่าที่คิด</span> <span class="s1">อนาคตที่ไม่แน่นอน</span> <span class="s1">เรื่องที่เราควบคุมไม่ได้</span> <span class="s1">และอะไรต่อมิอะไรค่อยๆ</span> <span class="s1">เหือดพลังที่พร้อมสู้ให้แห้งขอด</span> <span class="s1">ฉันเริ่มเฝ้ารอวันที่สถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติทั้งที่ยังจินตนาการภาพนั้นไม่ออกด้วยซ้ำ</span> <span class="s1">แต่อย่างน้อยการได้ออกไปยิงกันคนละลูกและรู้ผลแพ้ชนะไปเลยอาจจะง่ายดายกว่าตอนนี้</span> <span class="s1">และแม้จะรู้ว่าฉันยังโชคดีกว่าอีกหลายชีวิตที่รู้ผลแพ้ไปแล้วตั้งแต่นาทีนี้</span> <span class="s1">ไม่ว่าจะกิจการที่ต้องปิดตัวไป</span> <span class="s1">งานที่ไม่มีทำ</span> <span class="s1">เงินที่ไม่มีใช้</span> <span class="s1">ข้าวที่ไม่มีกิน</span> <span class="s1">แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกหนักหนา</span> <span class="s1">มากกว่ารู้สึกดีที่ยังโชคดีอยู่ดีนั่นแหละ</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">หลังปล่อยให้ฉันฟูมฟายเต็มที่</span> <span class="s1">คนที่เชี่ยวชาญการดูฟุตบอลมากกว่าบอกกับฉันว่าไม่เสมอไป</span> <span class="s1">ทีมที่เป็นต่อมักไม่ยอมให้เกมยืดไปจนถึงลูกโทษที่ควบคุมยากหรอก</span> <span class="s1">ยังไงก็ต้องพยายามปิดเกมให้ได้</span><span class="s2">, </span><span class="s1">แน่นอน</span> <span class="s1">ฉันเถียงออกไปว่าคนอย่างฉันไม่มีทางจะเป็นทีมที่ได้เปรียบกับเขาหรอก</span><span class="s2"><br />
</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-96779" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1">แล้วฉันก็เอะใจขึ้นมา</span> <span class="s1">ว่าชีวิตมักต่อเวลาพิเศษแบบนี้ให้เราอยู่เสมอ</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ช่วงเวลาที่ต้องกัดฟันผ่านมันไปมาในรูปแบบหลากหลาย</span> <span class="s1">ทั้งวิชาเรียนที่ไม่ชอบ</span> <span class="s1">งานที่ไม่ใช่</span> <span class="s1">การพักฟื้นหลังผ่าตัด</span> <span class="s1">ชีวิตหลังน้ำท่วมใหญ่</span> <span class="s1">ความขัดแย้งที่ไม่อาจไกล่เกลี่ย</span> <span class="s1">ระบอบที่บิดเบี้ยว</span> <span class="s1">ความตายและการพรากจาก</span> <span class="s1">มันไม่เหมือนกันเสียทีเดียวกับสถานการณ์นี้หรอก</span> <span class="s1">แต่ก็ทำให้เราพอเห็นศักยภาพในการอดทนรอของตัวเองอยู่บ้าง</span> <span class="s1">และค่อยๆ</span> <span class="s1">แกะรอยดูว่าเราผ่านแต่ละช่วงเวลามาได้ยังไง</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เพราะไม่ใช่แค่เวลาที่เคลื่อนผ่าน</span> <span class="s1">เราเองก็ต้องเคลื่อนไหวไปด้วยเหมือนกัน</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">บางเรื่อง</span> <span class="s1">เรารับมือด้วยการมีวินัยในการทำกายภาพบำบัด</span> <span class="s1">บางเรื่องเราใช้วิธีหนีหายด้วยการหมกมุ่นและลงมือทำบางอย่าง</span> <span class="s1">บางเรื่องเราผ่านมาได้ด้วยความอิ่มเอมใจจากการให้</span> <span class="s1">บางเรื่องเราได้แต่ซึ้งใจในการเป็นผู้รับ</span> <span class="s1">บางเรื่องเราก่นด่าก็พอบรรเทาใจ</span> <span class="s1">และบางเรื่องเราก็ผ่านมาได้เพียงแค่เห็นคุณค่าในตัวเอง</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ณ</span> <span class="s1">บรรทัดนี้</span> <span class="s1">ฉันกำลังประเมินดูว่าจะผ่านเรื่องนี้ไปแบบไหน</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">เท่าที่รู้</span> <span class="s1">ฉันจะเริ่มต้นด้วยการให้กำลังใจตัวเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-96778" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/stoppage-time-covid-19-crisis/">ความเหนื่อยล้าในใจตอนนี้มันเหมือนฉันกำลังเป็นนักเตะที่วิ่งมาทั้งเกมจนสะบักสะบอม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไมฉันถึงเก่งกาจในการทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/self-willed/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิราภรณ์ วิหวา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 29 Mar 2020 17:03:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Thought]]></category>
		<category><![CDATA[มณฑลจิราภรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้สึกผิด]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีงี่เง่า]]></category>
		<category><![CDATA[คู่ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[มณฑล จิราภรณ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=93418</guid>

					<description><![CDATA[<p>1. “ทำไมงี่เง่าจังวะ” ย้อนไปไกลมากในวันที่ยังไม่มีความรัก หรือพูดชัดๆ ว่ายังไม่มีแฟน ฉันเคยสงสัยเอาจริงๆ จังๆ ว่าทำไมเพื่อนที่มีแฟนแล้วถึงขยันงอนแฟนกันนัก เวลาทะเล่อทะล่าเข้าไปอยู่ในบรรยากาศมาคุระหว่างเพื่อนและแฟนเพื่อน ช่างเป็นช่วงเวลาที่ต้องทำตัวคล้ายอากาศธาตุ วุ่นหรือสนใจสิ่งอื่น ทั้งที่จริงได้ยินได้ฟังทุกรายละเอียดของการประชดประชัน ถกเถียง ถากถาง ชนิดที่ต้องยกย่องในใจว่าทำไมเพื่อนเรา (และแฟนมัน) ถึงเก่งกาจเรื่องนี้กันเหลือเกิน, หมายถึงเก่งกาจในการทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่น่ะนะ ด้วยความไร้เดียงสา ฉันตั้งอกตั้งใจเอาไว้ว่าถ้ามีแฟนเมื่อไหร่ฉันจะไม่งี่เง่า งอแง และทำนิสัยแย่ๆ อย่างนั้นใส่คนรักเด็ดขาด แน่นอน, ย่อหน้านี้ฉันต้องสารภาพว่าฉันทำไม่ได้ และที่น่าละอายใจยิ่งกว่าคือฉันออกจะเก่งกาจกว่าเพื่อนด้วยซ้ำในการทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดและรู้สึกผิดมากด้วยคำพูดบางอย่าง แววตาบางอย่าง และอากัปบางอย่างที่น่าขนลุกขนพอง ฉันอาจจะไม่ใช่คนรักช่างจับผิด จู้จี้ ขี้บ่น หรือขี้หึง แต่ฉันเป็นเจ้าของความสัมพันธ์ที่ใจร้าย ช่างจดช่างจำ ไม่เคยยอมรับว่าผิด และเก่งเรื่องโยนความผิดอย่างร้ายกาจ ซึ่งสิ่งที่น่าละอายใจที่สุดก็คือฉันไม่เคยยอมรับ (แม้แต่กับตัวเอง) ว่าฉันเป็นคนแบบนั้น ดีลกับความสัมพันธ์แบบนั้น และทำร้ายคนที่รักกันแบบนั้น 2. “ทำเป็นเด็กๆ ไปได้” เหตุการณ์จำฝังใจในวัยประถมเกี่ยวกับชีวิตคู่ของฉัน คือการตื่นเช้ามาแล้วพบถ้อยคำประชดประชันถูกเขียนตัวโตๆ ด้วยปากกาไวต์บอร์ดหน้าบานประตูตู้เสื้อผ้า ฉันตกใจมาก รีบหากระดาษทิชชู่มาลบทิ้งก่อนแม่จะตื่นมาเจอ ฉันนึกโกรธพ่อที่เขียนอะไรแบบนี้ และวิ่งโร่ไปบ้านคุณยายเพื่อฟ้องว่าพ่อเขียนว่าแม่ ฉันไม่รู้หรอกว่าพ่อถูกยายจัดการอย่างที่ต้องการหรือไม่ แต่ความโกรธขึ้งในใจตามประสาลูกสาวคนเก่งถือหางคนเป็นแม่ทำให้ฉันไม่ยอมพูดกับพ่อไปหลายวัน น่าจะนานระดับสิบปีที่ฉันตระหนักได้ในวันหนึ่งว่านั่นเป็นฝีมือแม่ที่ประชดประชันพ่อต่างหาก ฉันจึงตั้งปณิธานเอาไว้ว่าหากได้ใช้ชีวิตร่วมกับใคร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/self-willed/">ทำไมฉันถึงเก่งกาจในการทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p2"><span class="s1">1.</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">“</span><span class="s1">ทำไมงี่เง่าจังวะ</span><span class="s2">” </span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ย้อนไปไกลมากในวันที่ยังไม่มีความรัก</span> <span class="s1">หรือพูดชัดๆ</span> <span class="s1">ว่ายังไม่มีแฟน</span> <span class="s1">ฉันเคยสงสัยเอาจริงๆ</span> <span class="s1">จังๆ</span> <span class="s1">ว่าทำไมเพื่อนที่มีแฟนแล้วถึงขยันงอนแฟนกันนัก</span> <span class="s1">เวลาทะเล่อทะล่าเข้าไปอยู่ในบรรยากาศมาคุระหว่างเพื่อนและแฟนเพื่อน</span> <span class="s1">ช่างเป็นช่วงเวลาที่ต้องทำตัวคล้ายอากาศธาตุ</span> <span class="s1">วุ่นหรือสนใจสิ่งอื่น</span> <span class="s1">ทั้งที่จริงได้ยินได้ฟังทุกรายละเอียดของการประชดประชัน</span> <span class="s1">ถกเถียง</span> <span class="s1">ถากถาง</span> <span class="s1">ชนิดที่ต้องยกย่องในใจว่าทำไมเพื่อนเรา</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">และแฟนมัน</span><span class="s2">) </span><span class="s1">ถึงเก่งกาจเรื่องนี้กันเหลือเกิน</span><span class="s2">, </span><span class="s1">หมายถึงเก่งกาจในการทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่น่ะนะ</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ด้วยความไร้เดียงสา</span> <span class="s1">ฉันตั้งอกตั้งใจเอาไว้ว่าถ้ามีแฟนเมื่อไหร่</span><span class="s1">ฉันจะไม่งี่เง่า</span> <span class="s1">งอแง</span> <span class="s1">และทำนิสัยแย่ๆ</span> <span class="s1">อย่างนั้นใส่คนรักเด็ดขาด</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">แน่นอน</span><span class="s2">, </span><span class="s1">ย่อหน้านี้ฉันต้องสารภาพว่าฉันทำไม่ได้</span> <span class="s1">และที่น่าละอายใจยิ่งกว่าคือฉันออกจะเก่งกาจกว่าเพื่อนด้วยซ้ำในการทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดและรู้สึกผิดมากด้วยคำพูดบางอย่าง</span> <span class="s1">แววตาบางอย่าง</span> <span class="s1">และอากัปบางอย่างที่น่าขนลุกขนพอง</span> <span class="s1">ฉันอาจจะไม่ใช่คนรักช่างจับผิด</span> <span class="s1">จู้จี้</span> <span class="s1">ขี้บ่น</span> <span class="s1">หรือขี้หึง</span> <span class="s1">แต่ฉันเป็นเจ้าของความสัมพันธ์ที่ใจร้าย</span> <span class="s1">ช่างจดช่างจำ</span> <span class="s1">ไม่เคยยอมรับว่าผิด</span> <span class="s1">และเก่งเรื่องโยนความผิดอย่างร้ายกาจ</span> <span class="s1">ซึ่งสิ่งที่น่าละอายใจที่สุดก็คือฉันไม่เคยยอมรับ</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">แม้แต่กับตัวเอง</span><span class="s2">) </span><span class="s1">ว่าฉันเป็นคนแบบนั้น</span> <span class="s1">ดีลกับความสัมพันธ์แบบนั้น</span> <span class="s1">และทำร้ายคนที่รักกันแบบนั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93832" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/2-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/2-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/2-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/2-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/2-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/2-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/2-5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p2"><span class="s1">2.</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">“</span><span class="s1">ทำเป็นเด็กๆ</span> <span class="s1">ไปได้</span><span class="s2">”</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">เหตุการณ์จำฝังใจในวัยประถมเกี่ยวกับชีวิตคู่ของฉัน</span> <span class="s1">คือการตื่นเช้ามาแล้วพบถ้อยคำประชดประชันถูกเขียนตัวโตๆ</span> <span class="s1">ด้วยปากกาไวต์บอร์ดหน้าบานประตูตู้เสื้อผ้า</span> <span class="s1">ฉันตกใจมาก</span> <span class="s1">รีบหากระดาษทิชชู่มาลบทิ้งก่อนแม่จะตื่นมาเจอ</span> <span class="s1">ฉันนึกโกรธพ่อที่เขียนอะไรแบบนี้</span> <span class="s1">และวิ่งโร่ไปบ้านคุณยายเพื่อฟ้องว่าพ่อเขียนว่าแม่</span> <span class="s1">ฉันไม่รู้หรอกว่าพ่อถูกยายจัดการอย่างที่ต้องการหรือไม่</span> <span class="s1">แต่ความโกรธขึ้งในใจตามประสาลูกสาวคนเก่งถือหางคนเป็นแม่ทำให้ฉันไม่ยอมพูดกับพ่อไปหลายวัน</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">น่าจะนานระดับสิบปีที่ฉันตระหนักได้ในวันหนึ่งว่านั่นเป็นฝีมือแม่ที่ประชดประชันพ่อต่างหาก</span> <span class="s1">ฉันจึงตั้งปณิธานเอาไว้</span><span class="s1">ว่าหากได้ใช้ชีวิตร่วมกับใคร</span> <span class="s1">ฉันจะเป็นผู้ใหญ่ที่พูดคุยกันด้วยเหตุผล</span> <span class="s1">ไม่ตัดพ้อเล่นเกมเป็นเด็กขี้งอนเด็ดขาด</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ใช่</span><span class="s2">, </span><span class="s1">แม้จะพยายามอย่างมาก</span> <span class="s1">แต่ฉันก็ทำไม่ค่อยได้หรอก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93833" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3-6-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p2"><span class="s1">3.</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">มันเป็นกระบวนการที่ออกจะยากสักหน่อยในการยอมรับว่าเราไม่อาจรู้เท่าทันอารมณ์</span> <span class="s1">เอาชนะความงอแงงี่เง่าด้วยเหตุผลไม่ได้</span> <span class="s1">และมองความสัมพันธ์แบบไม่แบ่งเขาแบ่งเราไม่สำเร็จ</span> <span class="s1">แต่พอยอมรับขึ้นมาจริงๆ</span> <span class="s1">ฉันก็อดสงสัยไม่ได้ว่าแล้วเราทำตัวงี่เง่าอย่างนั้นไปเพื่ออะไร</span> <span class="s1">ผลิตตรรกะผิดเพี้ยนเพื่อเอาชนะฝั่งตรงข้ามที่เราอยากให้เขาเข้าอกเข้าใจเราที่สุดทำไม</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">เรา</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">สู้</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">ขนาดนั้นเพื่อปกป้องอะไรกันแน่</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ในโลกนอกความสัมพันธ์</span> <span class="s1">เราอาจจะพอเข้าใจคนขับรถแย่ๆ</span> <span class="s1">บนถนนว่าอยากหวงแหนทางที่ตัวเองจะได้วิ่งไปข้างหน้า</span> <span class="s1">พยายามเข้าใจนักการเมืองที่โกหกหน้าด้านๆ</span> <span class="s1">ว่าทำไปเพื่อปกป้องอำนาจ</span> <span class="s1">หรืออย่างน้อยที่สุด</span> <span class="s1">เราก็พอเข้าใจคนที่ออกมาปกป้องนักการเมืองหน้าด้านๆ</span> <span class="s1">อีกทีว่าเป็นเพราะเขาไม่อาจยอมรับว่าปกป้องคนผิดมาตลอด</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">แต่กับความสัมพันธ์</span><span class="s2">, </span><span class="s1">ความรัก–</span><span class="s1">ไม่น่าจะใช่</span> <span class="s1">ความถูกต้อง–</span><span class="s1">มันไม่มีตั้งแต่เถียงกันว่าใครเป็นฝ่ายผิดแล้ว</span> <span class="s1">อนาคต–</span><span class="s1">ยอมรับเถอะ</span> <span class="s1">นั่นมันข้ออ้าง</span> <span class="s1">ประชาธิปไตยในความสัมพันธ์–</span><span class="s1">ใครเป็นฝ่ายค้านล่ะ</span> <span class="s1">ฯลฯ</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ฉันตอบไม่ได้</span> <span class="s1">แต่พยายามหาข้อสรุปว่าเราไม่ได้ปกป้องอะไรเลย</span> <span class="s1">หรือต่อให้มันมีสิ่งที่เราอยากปกป้องอยู่จริง</span> <span class="s1">เราก็ปกป้องมันไว้ไม่ได้อยู่ดี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93831" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/1-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/1-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/1-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/1-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/1-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/1-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/1-7-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p2"><span class="s1">4. </span></p>
<p class="p1"><span class="s2">“</span><span class="s1">ขอโทษให้มันจบๆ</span> <span class="s1">ไปเหรอ</span><span class="s2">”</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ฉันชอบความคลาสสิกของคำนี้เวลาทะเลาะกันกับคนรัก</span> <span class="s1">ไม่ว่าจะออกมาจากปากใคร</span> <span class="s1">มันคืออาวุธสุดท้ายที่เรามักหยิบมาใช้กันโดยอัตโนมัติเมื่อไม่อาจตกตะกอนความขุ่นข้องในใจแม้อีกฝ่ายจะยกธงยอมแพ้</span> <span class="s1">เอาจริงๆ</span> <span class="s1">เมื่อถอดตัวเองออกมาจากสถานการณ์นั้น</span> <span class="s1">นี่เป็นประโยคที่เป็นมนุษย์เอามากๆ</span> <span class="s1">ไม่รู้</span> <span class="s1">ไม่ตื่น</span> <span class="s1">ไม่เบิกบาน</span> <span class="s1">จนต้องเอ็นดูมัน</span> <span class="s1">เหมือนเราเอ็นดูแมวงี่เง่าเจ้าปัญหาที่มาอ้อนขอนอนตักทั้งที่เราเพิ่งดุมันไปเพราะมาแอบลับเล็บที่โซฟา</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">เลิกตั้งความหวังก็ไม่ผิดหวัง</span> <span class="s1">เลิกหวงแหนก็ไม่ต้องปกป้อง</span> <span class="s1">เลิกราก็ไม่ต้องรักษาไว้</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">แต่ถ้าทำไม่ได้</span> <span class="s1">ก็ปกป้องสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงต่อไปเถอะมนุษย์</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93834" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/4-5.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/4-5.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/4-5-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/4-5-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/self-willed/">ทำไมฉันถึงเก่งกาจในการทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ด้วยรักและเคารพ ได้โปรดอย่าก้าวก่ายความงามของกันและกัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/respect-personal-beauty/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิราภรณ์ วิหวา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 09 Feb 2020 15:09:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Thought]]></category>
		<category><![CDATA[มณฑลจิราภรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[จิราภรณ์ วิหวา]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าสด]]></category>
		<category><![CDATA[ความงาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=89484</guid>

					<description><![CDATA[<p>“นี่น้องไม่คิดจะทาลิปสติกก่อนมาคุยกับพี่หน่อยเหรอ” จริงๆ ฉันจำบริบทชัดๆ ไม่ได้ว่าอะไรทำให้ประโยคนี้อยู่ในบทสนทนาระหว่างการสัมภาษณ์ในหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่จำผลการตีความในหัวตอนนั้นได้ว่า เจ้าของประโยคที่แต่งหน้าเต็มกำลังสอนฉันด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ แต่ชัดถ้อยชัดคำพอที่จะทำให้ฉันรู้สึกว่าการหน้าเปลือยเปล่ามาพบผู้ใหญ่ของฉันคือการไม่ให้เกียรติกัน ฉันปล่อยผ่านประโยคนั้นไปเพราะคิดว่ามันไม่สำคัญกับงานตรงหน้า ไม่ทันถามตัวเองว่ารู้สึกอย่างไรด้วยซ้ำ แต่กลายเป็นว่าประโยคนี้อยู่กับฉันมาตั้งแต่อายุยี่สิบกว่าๆ เพื่อถามตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าฉันคิดอย่างไรกับมัน และคำตอบก็คือ แม้ในวันที่ไปเลือกซื้อลิปสติกแท่งใหม่ ฉันก็ยังไม่ซื้อชุดความคิดนี้อยู่ดี เพราะฉันจะทาลิปสติก เมื่อฉันอยากทาลิปสติกเท่านั้น เอาเข้าจริง ฉันค่อนข้างเข้าใจสิ่งที่พี่คนนั้นบอกฉันด้วยหวังดี เขาคงคิดว่าเธอคงจะดูดีกว่านี้หากหวีผมเผ้าให้เรียบร้อย นั่งหลังตรงขึ้นหน่อย ฉาบหน้าบางๆ ด้วยแป้งผสมรองพื้นนิดหนึ่ง และเพียงเติมสีที่ปากให้ดูสดใส เพราะมันย่อมดูดีกว่าหน้าโทรมๆ คิ้วตกๆ และปากซีดจืดชืดที่ต้องทนมองตลอดชั่วโมงเพื่อพูดคุยกัน ในบางวิธีมองโลกของบางคน การแต่งหน้าคือวิธีแสดงออกถึงความใส่ใจตัวเอง อกผายไหล่ผึ่งคือบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือ เสื้อผ้าและกระเป๋าบ่งบอกรสนิยมไปจนถึงรายได้ ไปจนถึงดีเทลมากมายที่เรามักยึดฉวยไว้เพื่อตัดสินใครจากบริบทเท่าที่เราเห็น ฉันเคยหัวเราะให้กับวิธีคิดของเพื่อนคนหนึ่งเคยบอกกับฉันว่า ถ้าไปในที่ที่ไม่รู้ว่าควรเลือกกินข้าวร้านไหนดี เขาจะเลือกมองแม่ครัว ถ้าร้านไหนแม่ครัวแต่งตัวสวย เขาจะเข้าร้านนั้น เพราะถ้าแม่ครัวดูแลตัวเอง อาหารก็น่าจะอร่อยไปด้วย เพียงแต่ว่า ร้านที่เขาเลือกวันนั้น สำหรับฉันมันไม่อร่อยเว้ยแก แน่นอน ฉันเติบมาในสังคมที่ความสวยเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกับเราจำนวนใหญ่ เราเห็นเพื่อนที่สวยถูกเลือกไปเป็นเชียร์ลีดเดอร์ในกีฬาสี เราชื่นชอบดาราในทีวีเป็นไอดอลด้านความงาม เราอยากเป็นนางเอกกะโปโลในละครที่อยู่ดีๆ ก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกเมคโอเวอร์ฉับพลัน เดินลงบันไดวนลงมาให้พระเอกมองตาค้าง เราเชื่ออย่างจริงจังว่าโฟมล้างหน้าในโฆษณาจะทำให้เราหน้าใสวิ้งจนหนุ่มๆ ที่เรียนพิเศษจะมองเห็นเราบ้าง เราคับข้องใจที่คนที่เราแอบชอบไม่เคยเห็นเราอยู่ในสายตาเพราะเราสวยไม่พอ เราทุกข์ทรมานกับสิวที่ขึ้นบนใบหน้าและร้อนรนจนต้องไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เราอยากดัดฟันเพื่อให้โครงหน้าเปลี่ยน เราทนเหม็นเคมีอยู่ในร้านทำผมตลอดวันเพื่อยืดผมให้ตรงสวย เราเฝ้ามองกระจกแล้วคิดว่าคงจะดีกว่านี้ถ้าจมูกเราเล็กลงอีกหน่อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/respect-personal-beauty/">ด้วยรักและเคารพ ได้โปรดอย่าก้าวก่ายความงามของกันและกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1"><span class="s2">“</span><span class="s1">นี่น้องไม่คิดจะทาลิปสติกก่อนมาคุยกับพี่หน่อยเหรอ</span><span class="s2">”</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">จริงๆ</span> <span class="s1">ฉันจำบริบทชัดๆ</span> <span class="s1">ไม่ได้ว่าอะไรทำให้ประโยคนี้อยู่ในบทสนทนาระหว่างการสัมภาษณ์ในหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง</span> <span class="s1">แต่จำผลการตีความในหัวตอนนั้นได้ว่า</span> <span class="s1">เจ้าของประโยคที่แต่งหน้าเต็มกำลังสอนฉันด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ</span> <span class="s1">แต่ชัดถ้อยชัดคำพอที่จะทำให้ฉันรู้สึกว่าการหน้าเปลือยเปล่ามาพบผู้ใหญ่ของฉันคือการไม่ให้เกียรติกัน</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ฉันปล่อยผ่านประโยคนั้นไปเพราะคิดว่ามันไม่สำคัญกับงานตรงหน้า</span> <span class="s1">ไม่ทันถามตัวเองว่ารู้สึกอย่างไรด้วยซ้ำ</span> <span class="s1">แต่กลายเป็นว่าประโยคนี้อยู่กับฉันมาตั้งแต่อายุยี่สิบกว่าๆ</span> <span class="s1">เพื่อถามตัวเองอยู่บ่อยๆ</span> <span class="s1">ว่าฉันคิดอย่างไรกับมัน</span> <span class="s1">และคำตอบก็คือ</span> <span class="s1">แม้ในวันที่ไปเลือกซื้อลิปสติกแท่งใหม่</span> <span class="s1">ฉันก็ยังไม่ซื้อชุดความคิดนี้อยู่ดี</span> <span class="s1">เพราะฉันจะทาลิปสติก</span> <span class="s1">เมื่อฉันอยากทาลิปสติกเท่านั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-89690" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">เอาเข้าจริง</span> <span class="s1">ฉันค่อนข้างเข้าใจสิ่งที่พี่คนนั้นบอกฉันด้วยหวังดี</span> <span class="s1">เขาคงคิดว่าเธอคงจะดูดีกว่านี้หากหวีผมเผ้าให้เรียบร้อย</span> <span class="s1">นั่งหลังตรงขึ้นหน่อย</span> <span class="s1">ฉาบหน้าบางๆ</span> <span class="s1">ด้วยแป้งผสมรองพื้นนิดหนึ่ง</span> <span class="s1">และเพียงเติมสีที่ปากให้ดูสดใส</span> <span class="s1">เพราะมันย่อมดูดีกว่าหน้าโทรมๆ</span> <span class="s1">คิ้วตกๆ</span> <span class="s1">และปากซีดจืดชืดที่ต้องทนมองตลอดชั่วโมงเพื่อพูดคุยกัน</span> <span class="s1">ในบางวิธีมองโลกของบางคน</span> <span class="s1">การแต่งหน้าคือวิธีแสดงออกถึงความใส่ใจตัวเอง</span> <span class="s1">อกผายไหล่ผึ่งคือบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือ</span> <span class="s1">เสื้อผ้าและกระเป๋าบ่งบอกรสนิยมไปจนถึงรายได้</span> <span class="s1">ไปจนถึงดีเทลมากมายที่เรามักยึดฉวยไว้เพื่อตัดสินใครจากบริบทเท่าที่เราเห็น</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ฉันเคยหัวเราะให้กับวิธีคิดของเพื่อนคนหนึ่งเคยบอกกับฉันว่า</span> <span class="s1">ถ้าไปในที่ที่ไม่รู้ว่าควรเลือกกินข้าวร้านไหนดี</span> <span class="s1">เขาจะเลือกมองแม่ครัว</span> <span class="s1">ถ้าร้านไหนแม่ครัวแต่งตัวสวย</span> <span class="s1">เขาจะเข้าร้านนั้น</span> <span class="s1">เพราะถ้าแม่ครัวดูแลตัวเอง</span> <span class="s1">อาหารก็น่าจะอร่อยไปด้วย</span> <span class="s1">เพียงแต่ว่า</span> <span class="s1">ร้านที่เขาเลือกวันนั้น</span> <span class="s1">สำหรับฉันมันไม่อร่อยเว้ยแก</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">แน่นอน</span> <span class="s1">ฉันเติบมาในสังคมที่ความสวยเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกับเราจำนวนใหญ่</span> <span class="s1">เราเห็นเพื่อนที่สวยถูกเลือกไปเป็นเชียร์ลีดเดอร์ในกีฬาสี</span> <span class="s1">เราชื่นชอบดาราในทีวีเป็นไอดอลด้านความงาม</span> <span class="s1">เราอยากเป็นนางเอกกะโปโลในละครที่อยู่ดีๆ</span> <span class="s1">ก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกเมคโอเวอร์ฉับพลัน</span> <span class="s1">เดินลงบันไดวนลงมาให้พระเอกมองตาค้าง</span> <span class="s1">เราเชื่ออย่างจริงจังว่าโฟมล้างหน้าในโฆษณาจะทำให้เราหน้าใสวิ้งจนหนุ่มๆ</span> <span class="s1">ที่เรียนพิเศษจะมองเห็นเราบ้าง</span> <span class="s1">เราคับข้องใจที่คนที่เราแอบชอบไม่เคยเห็นเราอยู่ในสายตาเพราะเราสวยไม่พอ</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">เราทุกข์ทรมานกับสิวที่ขึ้นบนใบหน้าและร้อนรนจนต้องไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ</span> <span class="s1">เราอยากดัดฟันเพื่อให้โครงหน้าเปลี่ยน</span> <span class="s1">เราทนเหม็นเคมีอยู่ในร้านทำผมตลอดวันเพื่อยืดผมให้ตรงสวย </span><span class="s1">เราเฝ้ามองกระจกแล้วคิดว่าคงจะดีกว่านี้ถ้าจมูกเราเล็กลงอีกหน่อย</span> <span class="s1">หรือถ้ารูขุมขนเราหดลงจนผิวหน้าละเอียดขึ้นอีกนิดก็คงดี</span> <span class="s1">ฯลฯ</span> <span class="s1">ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามาคือสิ่งที่มันฝังอยู่ในหัวจนทำให้เราไม่มั่นใจในตัวเอง</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">และเละเทะยิ่งกว่าเมื่อเราเอาความไม่มั่นใจนั้นไปถมใส่คนอื่นด้วยคำว่า</span><span class="s2"> “</span><span class="s1">ไม่เห็นจะสวยเลย</span><span class="s2">”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-89692" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s2">“</span><span class="s1">ไม่เห็นจะสวยเลย</span> <span class="s1">มาเป็นนางเอกได้ยังไง</span><span class="s2">” “</span><span class="s1">เสียดาย</span> <span class="s1">พี่เขาออกจะหล่อ</span> <span class="s1">แต่ทำไมแฟนไม่เห็นจะสวย</span><span class="s2">” “</span><span class="s1">อย่าพยายามค่ะน้อง</span> <span class="s1">ไม่เห็นจะสวยขึ้นมาเลย</span><span class="s2">” </span><span class="s1">และสารพัดสิ่งที่เรา</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">ไม่เห็น</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">ความงามอื่นๆ</span> <span class="s1">ที่นอกเหนือจากกรอบพิมพ์เดียวที่เราเข้าใจ</span> <span class="s1">กลายเป็นระบบนิเวศอันสมบูรณ์ที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของความเกลียดชังร่างกายตัวเอง</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ถ้ารู้เท่าทัน</span> <span class="s1">เราก็จะพบว่านี่มันช่างย้อนแย้งอย่างยิ่ง</span> <span class="s1">เราไม่ชอบที่ถูกใครบอกว่าไม่สวย</span> <span class="s1">แต่เราก็ตัดสินคนอื่นจากความไม่เห็นจะสวยด้วยเหมือนกัน</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">หรือในกรณีของฉัน</span> <span class="s1">ที่เกลียดการถูกบอกว่าไม่สวยต้องพยายาม</span> <span class="s1">เพราะฉันจะไม่พยายามใดๆ</span> <span class="s1">ทั้งสิ้น</span> <span class="s1">ฉันจะอยู่ในร่างโทรมที่ถูกตัดสินนี้ไปตลอดกาล</span><span class="s2">!</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">กว่าจะหลุดจากกรอบของกรอบที่ต่อต้าน</span> <span class="s1">ฉันก็ใช้เวลาอยู่นานหลายปีกว่าจะค้นพบว่า</span> <span class="s1">ช่วงเวลาที่ได้ใช้ออยล์หอมๆ</span> <span class="s1">โปะหน้าโดยไม่ต้องหวังว่ามันจะลดริ้วรอยที่หน้าผากหรือไม่</span> <span class="s1">หรือการได้เลือกลิปสติกสักแท่งที่ฉันชอบใจเพราะแบรนด์ให้ค่ากับความงามตามธรรมชาติ</span> <span class="s1">คือความสุขของการดูแลความงามในแบบของฉันเอง</span> <span class="s1">และนั่นทำให้ฉันชอบใจเทรนด์</span><span class="s2"> body positivity </span><span class="s1">ในช่วงนี้ที่เริ่มบอกให้เราทุกคนยอมรับความงามที่ร่างกายมีและเคารพร่างกายตัวเอง</span> <span class="s1">เพราะนั่นจะนำมาซึ่งการเคารพในร่างกายของคนอื่นด้วย</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ฟังดูเป็นคอนเซปต์ที่ง่ายแสนง่าย</span> <span class="s1">แค่รู้สึกดีกับรูปลักษณ์ของตัวเอง</span> <span class="s1">ที่อาจจะไม่สวยตามพิมพ์นิยม</span> <span class="s1">จมูกโตไปนิด</span> <span class="s1">ขาโก่งไปหน่อย</span> <span class="s1">อ้วนเกินหรือผอมไป</span> <span class="s1">ซึ่งนอกจากจะสื่อสารกับปัจเจกเจ้าของร่างกาย</span> <span class="s1">มันยังเลยรวมไปถึงวิธีพูดกับแมสหมู่มาก</span> <span class="s1">พอกันทีคำว่าลดน้ำหนักเพื่อลดความอ้วน</span> <span class="s1">เมื่อวิธีการสื่อสารรุ่นใหม่จะพูดว่าเราจะออกกำลังกายเพื่อเป้าหมายที่ความแข็งแรงไม่ใช่ความผอมเพรียว</span> <span class="s1">เลิกซะทีการแซวกันด้วยรูปลักษณ์</span> <span class="s1">อ้วน</span> <span class="s1">คล้ำ</span> <span class="s1">ดำ</span> <span class="s1">เตี้ย</span> <span class="s1">สิว</span> <span class="s1">ซึ่งก็คือการฟื้นฟูระบบนิเวศใหม่ให้ไม่พ่นความเกลียดชังใส่กันภายใต้หน้ากากของความ</span><span class="s2"> “</span><span class="s1">ก็แค่ขำๆ</span> <span class="s1">มั้ยอะแก</span><span class="s2">”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-89691" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">บางคนอาจรู้สึกว่า</span><span class="s2"> body Positivity </span><span class="s1">จะทำให้เราหยุดอยู่กับที่เลิกดูแลตัวเองหรือเปล่า</span> <span class="s1">ลองดูในพันทิปสิ</span> <span class="s1">มีคนมากมายเปลี่ยนคำดูถูกเป็นพลัง</span> <span class="s1">น้องอ้วนดำคนนั้นค่อยๆ</span> <span class="s1">เปลี่ยนแปลงตัวเอง</span> <span class="s1">ลดน้ำหนักจนกลายเป็นสาวสวย</span> <span class="s1">ถ้าไม่ถูกบุลลี่</span> <span class="s1">คนอ้วนเผละคงไม่คิดจะลุกขึ้นมาออกกำลังกาย</span> <span class="s1">ถ้าไม่อกหักจะเปลี่ยนตัวเองให้สวยขึ้นได้ยังไง</span> <span class="s1">แต่ฉันคิดว่า</span> <span class="s1">การใช้ความเกลียดชังเป็นแรงผลักดันก็ไม่ทำให้เรารักตัวเองอยู่ดี</span> <span class="s1">และการลบคำสบประมาทของใครควรเชื่อมโยงกับความสุขหรือความสะใจกันแน่</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">เอาเข้าจริง</span> <span class="s1">มันก็ยากเหมือนกันที่จะหลุดจากความเกลียดชังที่ฝังอยู่ในหัว</span> <span class="s1">แต่หลายๆ</span> <span class="s1">สำนักก็แนะวิธีรักและเคารพร่างกายตัวเองไว้หลากหลายรูปแบบ</span> <span class="s1">ถ้าพอจะหมวดรวมเข้าด้วยกัน</span> <span class="s1">หลักๆ</span> <span class="s1">ก็คงเป็นการตามฟอลโลว์ผู้คนที่หลากหลาย</span> <span class="s1">เราอาจจะมีนางแบบที่ชอบ</span> <span class="s1">อินฟลูเอนเซอร์คนโปรด</span> <span class="s1">หรือเซเลบริตี้ที่เราทั้งเลิฟและเฮต</span> <span class="s1">แต่ถ้าถอยออกมามอง</span> <span class="s1">เราเห็นความงามที่หลากหลายจากผู้คนบนโลกออนไลน์ของเราไหม</span> <span class="s1">ถ้ายังไม่มากพอให้เพิ่มความหลากหลายเข้าไป</span> <span class="s1">เพราะมันคือสื่อที่เราเสพทุกวันและเผลอไผลตัดสินตัวเองและใครเพราะความงามเลื่อนไวเหล่านี้</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">อีกกฎสำคัญคือการโละกางเกงเก็บหน้าท้องรัดติ้ว</span> <span class="s1">บราเสริมทรงแสนอึดอัด</span> <span class="s1">หรือกางเกงยีนส์ตัวโปรดที่ยัดขาเข้าไปไม่ได้แล้ว</span> <span class="s1">เอาล่ะ</span> <span class="s1">เรื่องเล่าหลายคนบอกว่าการลดน้ำหนักจนกลับไปใส่กางเกงตัวเดิมได้มันสุดฟิน</span> <span class="s1">แล้วพยายามยัดร่างลงในกางเกงตัวที่ว่าตลอดเวลา</span> <span class="s1">มันคือการรีดเค้นร่างกายที่ใจร้ายกับบั้นท้ายไปหน่อย</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">สุดสำคัญ</span> <span class="s1">งานเซลฟ์แคร์ต้องมา</span> <span class="s1">การดูแลตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจคือการรักและเคารพร่างกายที่ชัดที่สุด</span> <span class="s1">จริงที่สุด</span> <span class="s1">และไม่ต้องสนใจใครที่สุด</span> <span class="s1">เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับใคร</span> <span class="s1">เพราะความสวยฉาบหน้าจอบอกทุกข์และสุขของใครไม่ได้ทั้งสิ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-89693" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/4.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/4-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/4-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/4-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/4-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/4-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/4-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">หากร่างกายต้องการคำชม</span> <span class="s1">จงมอบให้มัน</span> <span class="s1">หากมันต้องการการปลอบประโลม</span> <span class="s1">จงเป็นเพื่อนที่อยู่ข้างๆ</span> <span class="s1">อะไรที่เราไม่กล้าพูดกับคนอื่นเพราะกลัวทำร้ายหัวใจใคร</span> <span class="s1">ก็อย่าเผลอพูดกับตัวเอง</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">และสุดท้าย</span> <span class="s1">อย่าก้าวก่ายความงามของใครอีกเลย</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/respect-personal-beauty/">ด้วยรักและเคารพ ได้โปรดอย่าก้าวก่ายความงามของกันและกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ฉันรู้สึกว่าตัวเองสวยขึ้นเมื่อได้กินของอร่อย’ เมื่อการกินมีฟังก์ชั่นของมัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/eat-for-live-live-for-eat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิราภรณ์ วิหวา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Nov 2019 16:11:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Thought]]></category>
		<category><![CDATA[มณฑลจิราภรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[คนเห็นแก่กิน]]></category>
		<category><![CDATA[meatless monday]]></category>
		<category><![CDATA[การกิน]]></category>
		<category><![CDATA[คนชอบกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ของอร่อย]]></category>
		<category><![CDATA[habit tracker]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[กินเพื่ออยู่ อยู่เพื่อกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=79266</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฉันเป็นคนเห็นแก่กิน บนพื้นฐานว่าใครๆ ก็ชอบกินของอร่อย แต่สิ่งที่จะอาการหนักกว่าชาวบ้านชาวช่องอยู่สักหน่อยคือ ฉันจริงจังกับการกินของอร่อยจนเข้าขั้นหมกมุ่น ฉันทำอาหารเช้ากินเองเพราะเลือกแต่ของที่ชอบได้ กินสตรีทฟู้ดร้านอร่อยเป็นอาหารกลางวันสม่ำเสมอเพราะออฟฟิศที่อยู่รายล้อมไปด้วยร้านอร่อย เย็นจบมื้อด้วยร้านโปรดทั่วกรุง ไม่ก็มื้อเย็นเต็มคราบที่แม่ทำ พันธกิจประจำเวลาว่างคือการหาของอร่อยกิน มีความสุขก็เฉลิมฉลองส่วนตัวด้วยการกินของอร่อย ทุกข์ก็บำบัดได้ด้วยร้านอร่อย แต่ถ้ายุ่งจนไม่มีเวลาถ่อไปร้านไกลๆ ฉันก็มีคอมบิเนชั่นส่วนตัวที่รู้ว่าจะมิกซ์แอนด์แมตช์อาหารทั่วไปยังไงให้ยังอร่อยได้อยู่ แต่เมื่อจุดเปลี่ยนชีวิตมาถึง ฉันเลือกพิกัดออฟฟิศที่ตั้งอยู่ในซอยลึกที่มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น เครียดๆ เปิดประตูออกมาที่ระเบียงก็ได้ยินเสียงนกร้องและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกปีบโชยมา แต่ข้อเสียของย่านที่ว่าคือมีร้านอร่อยระดับจอมยุทธ์น้อยมากจนเกือบขาดแคลน ฉันไม่สามารถบริหารจัดการมื้อกลางวันให้อร่อยอย่างหลากหลายในหนึ่งสัปดาห์ได้ อาหารเย็นก็ออกจะแล้งไร้เพราะมักเป็นร้านในห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก น้อยมากที่จะเดินดุ่มเข้าร้านก๋วยเตี๋ยวแล้วผลลัพธ์อยู่ในแดนบวก ร้านอาหารตามสั่งที่ดีเด่นพอจะฝากท้องประจำก็ดันเปิดวันหยุดสองวันจนฝากความหวังไว้ไม่ได้ เพื่อความสะดวกสบายและไม่ต้องเดินตากแดดเที่ยงออกไปจาริกอาหารกลางวัน ฉันจึงเริ่มพกข้าวกล่องมาออฟฟิศบ่อยขึ้น วันไหนทำเองหรือแม่ทำให้ก็อร่อยดี แต่วันไหนแวะได้แค่ร้านข้าวแกงในปั๊มน้ำมันก็ต้องเป็นไปตามนั้น พอเห็นว่าการกินข้าวกล่องได้ของแถมเป็นเวลาเหลือในการจัดการงานยุ่งๆ ได้มากขึ้นเพราะไม่ต้องออกไปไหน ฉันก็ชักจะติดใจการกินเพื่ออยู่ มากกว่าการอยู่เพื่อกินที่ยึดถือตลอดมา แต่ก็ตามประสาคนเยอะเรื่องแยะ ฉันก็ไม่อยากให้การกินแล้งไร้จิตวิญญาณของคนช่างกินจนเกินไป จึงออกกฎกับตัวเองและปฏิบัติอย่างเข้มข้น ชนิดที่ใส่ไว้ใน habit tracker ส่วนตัว เพื่อเช็กผลว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน และนี่คือกฎที่ทำให้การอยู่เพื่อกินอย่างตีฟูจิตใจ และกินเพื่ออยู่ไปอย่างมีฟังก์ชั่น ข้อที่หนึ่ง ต้องว่างอยู่บ้านเพื่อกินอาหารที่แม่ทำอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ฟังก์ชั่นคือการได้กินของอร่อยและได้ใช้เวลากับแม่ที่ชักจะน้อยลงโดยไม่ได้ตั้งใจ สิ่งที่จับต้องได้เป็นรูปธรรมคือแม้แม่จะบ่นเวลาเราบอกว่าอยากกินอะไรก็ได้ที่แม่ทำ แต่ในที่สุดกับข้าวเต็มโต๊ะจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และแม่จะแอบยิ้มทุกทีที่เราเติมข้าวอีกจาน      ข้อที่สอง ต้องได้กินร้านอร่อยน่าพอใจอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/eat-for-live-live-for-eat/">‘ฉันรู้สึกว่าตัวเองสวยขึ้นเมื่อได้กินของอร่อย’ เมื่อการกินมีฟังก์ชั่นของมัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p3"><span class="s1">ฉันเป็นคนเห็นแก่กิน</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">บนพื้นฐานว่าใครๆ</span> <span class="s1">ก็ชอบกินของอร่อย</span> <span class="s1">แต่สิ่งที่จะอาการหนักกว่าชาวบ้านชาวช่องอยู่สักหน่อย</span><span class="s1">คือ ฉันจริงจังกับการกินของอร่อยจนเข้าขั้นหมกมุ่น</span> <span class="s1">ฉันทำอาหารเช้ากินเองเพราะเลือกแต่ของที่ชอบได้</span> <span class="s1">กินสตรีทฟู้ดร้านอร่อยเป็นอาหารกลางวันสม่ำเสมอเพราะออฟฟิศที่อยู่รายล้อมไปด้วยร้านอร่อย</span> <span class="s1">เย็นจบมื้อด้วยร้านโปรดทั่วกรุง</span> <span class="s1">ไม่ก็มื้อเย็นเต็มคราบที่แม่ทำ</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">พันธกิจประจำเวลาว่างคือการหาของอร่อยกิน</span> <span class="s1">มีความสุขก็เฉลิมฉลองส่วนตัวด้วยการกินของอร่อย</span> <span class="s1">ทุกข์ก็บำบัดได้ด้วยร้านอร่อย</span> <span class="s1">แต่ถ้ายุ่งจนไม่มีเวลาถ่อไปร้านไกลๆ</span> <span class="s1">ฉันก็มีคอมบิเนชั่นส่วนตัวที่รู้ว่าจะมิกซ์แอนด์แมตช์อาหารทั่วไปยังไงให้ยังอร่อยได้อยู่</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">แต่เมื่อจุดเปลี่ยนชีวิตมาถึง</span> <span class="s1">ฉันเลือกพิกัดออฟฟิศที่ตั้งอยู่ในซอยลึกที่มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น</span> <span class="s1">เครียดๆ</span> <span class="s1">เปิดประตูออกมาที่ระเบียงก็ได้ยินเสียงนกร้องและกลิ่นหอมอ่อนๆ</span> <span class="s1">ของดอกปีบโชยมา</span> <span class="s1">แต่ข้อเสียของย่านที่ว่าคือมีร้านอร่อยระดับจอมยุทธ์น้อยมากจนเกือบขาดแคลน</span> <span class="s1">ฉันไม่สามารถบริหารจัดการมื้อกลางวันให้อร่อยอย่างหลากหลายในหนึ่งสัปดาห์ได้</span> <span class="s1">อาหารเย็นก็ออกจะแล้งไร้เพราะมักเป็นร้านในห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก</span> <span class="s1">น้อยมากที่จะเดินดุ่มเข้าร้านก๋วยเตี๋ยวแล้วผลลัพธ์อยู่ในแดนบวก</span> <span class="s1">ร้านอาหารตามสั่งที่ดีเด่นพอจะฝากท้องประจำก็ดันเปิดวันหยุดสองวันจนฝากความหวังไว้ไม่ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-79289" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/3-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/3-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/3-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/3-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1">เพื่อความสะดวกสบายและไม่ต้องเดินตากแดดเที่ยงออกไปจาริกอาหารกลางวัน</span> <span class="s1">ฉันจึงเริ่มพกข้าวกล่องมาออฟฟิศบ่อยขึ้น</span> <span class="s1">วันไหนทำเองหรือแม่ทำให้ก็อร่อยดี</span> <span class="s1">แต่วันไหนแวะได้แค่ร้านข้าวแกงในปั๊มน้ำมันก็ต้องเป็นไปตามนั้น</span> <span class="s1">พอเห็นว่าการกินข้าวกล่องได้ของแถมเป็นเวลาเหลือในการจัดการงานยุ่งๆ</span> <span class="s1">ได้มากขึ้นเพราะไม่ต้องออกไปไหน</span> <span class="s1">ฉันก็ชักจะติดใจการกินเพื่ออยู่</span> <span class="s1">มากกว่าการอยู่เพื่อกินที่ยึดถือตลอดมา</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">แต่ก็ตามประสาคนเยอะ</span><span class="s1">เรื่องแยะ</span> <span class="s1">ฉันก็ไม่อยากให้การกินแล้งไร้จิตวิญญาณของคนช่างกินจนเกินไป</span> <span class="s1">จึงออกกฎกับตัวเองและปฏิบัติอย่างเข้มข้น</span> <span class="s1">ชนิดที่ใส่ไว้ใน</span><span class="s2"> habit tracker </span><span class="s1">ส่วนตัว</span> <span class="s1">เพื่อเช็กผลว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน</span> <span class="s1">และนี่คือกฎที่ทำให้การอยู่เพื่อกินอย่างตีฟูจิตใจ</span> <span class="s1">และกินเพื่ออยู่ไปอย่างมีฟังก์ชั่น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-79287" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/1-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/1-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/1-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/1-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1">ข้อที่หนึ่ง</span> <span class="s1">ต้องว่างอยู่บ้านเพื่อกินอาหารที่แม่ทำอย่างน้อย</span><span class="s2"> 2 </span><span class="s1">ครั้งต่อสัปดาห์</span> <span class="s1">ฟังก์ชั่นคือการได้กินของอร่อยและได้ใช้เวลากับแม่ที่ชักจะน้อยลงโดยไม่ได้ตั้งใจ</span> <span class="s1">สิ่งที่จับต้องได้เป็นรูปธรรมคือแม้แม่จะบ่นเวลาเราบอกว่าอยากกินอะไรก็ได้ที่แม่ทำ</span> <span class="s1">แต่ในที่สุดกับข้าวเต็มโต๊ะจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่</span> <span class="s1">และแม่จะแอบยิ้มทุกทีที่เราเติมข้าวอีกจาน</span><span class="s2"><span class="Apple-converted-space">     </span></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ข้อที่สอง</span> <span class="s1">ต้องได้กินร้านอร่อยน่าพอใจอย่างน้อยสัปดาห์ละ</span><span class="s2"> 1 </span><span class="s1">ครั้งก็ยังดี</span> <span class="s1">ฟังก์ชั่นเติมเต็มจิตใจและรักษาแววตาระยิบระยับเวลาได้กินของอร่อยของตัวเองเอาไว้</span> <span class="s1">ในขณะที่ผู้หญิงคนอื่นๆ</span> <span class="s1">อาจจะรู้สึกว่าตัวเองสวยเมื่อแต่งหน้า</span> <span class="s1">สวยเมื่อมีคนมาจีบ</span> <span class="s1">สวยเมื่อได้เป็นที่ยอมรับในความสามารถ</span> <span class="s1">ฉันมักรู้สึกว่าตัวเองสวยขึ้นเมื่อได้กินของอร่อย</span> <span class="s1">โดยเฉพาะของอร่อยมากๆ</span> <span class="s1">จนดีใจที่ได้กิน</span> <span class="s1">จะบอกว่าหลงตัวเองก็ได้</span> <span class="s1">แต่ฉันเชื่อจริงจังว่าหน้าตาอิ่มยิ้มตอนนั้นต้องสวยมากแน่ๆ</span><span class="s2"> </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ข้อที่สาม</span> <span class="s1">กินผักให้ถึงครึ่งจานทุกมื้อเพื่อสุขภาพ</span> <span class="s1">จริงๆ</span> <span class="s1">มีสูตรการกินเพื่อสุขภาพมากมายเต็มโลกไปหมด</span> <span class="s1">แต่สิ่งนี้ค่อนข้างเป็นรูปธรรมและไม่หนักหน่วงจนเกินไป</span> <span class="s1">เอาเข้าจริงๆ</span> <span class="s1">มันก็ยากเหมือนกันนะหากเราไม่ได้จะเปลี่ยนชีวิตกินคลีนหรือเข้าครัวสามมื้อ</span> <span class="s1">แต่พอตั้งเป็นกฎแล้วก็ท้าทายตัวเองดี</span> <span class="s1">รู้สึกว่าในแต่ละมื้ออาจน่าเบื่อเพราะไม่อร่อย</span> <span class="s1">ก็ยังมีมิชชั่นให้พิชิตเป็นการครีเอตหรือการสรรหาเมนูผักมาโปะจาน</span><span class="s1">แล้วกินให้หมดให้ได้</span> <span class="s1">ซึ่งผลลัพธ์ที่น่าพอใจคือลำไส้สามัคคีกับร่างกายมากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-79288" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/2-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/2-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/2-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1">ข้อที่สี่</span> <span class="s1">หากไม่ใช่มื้ออร่อย</span> <span class="s1">กินเพื่ออิ่มทั่วไป</span> <span class="s1">ให้สั่งแบบไม่ใส่เนื้อสัตว์</span> <span class="s1">จริงๆ</span> <span class="s1">ไอเดียนี้มาจาก</span><span class="s2"> Meatless Monday </span><span class="s1">แคมเปญน่าสนใจที่ชวนคนทั่วไปตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม</span> <span class="s1">คล้ายๆ</span> <span class="s1">การพกแก้ว</span> <span class="s1">พกถุงผ้า</span> <span class="s1">หรือไม่ใช้หลอดพลาสติกครั้งเดียวทิ้งนั่นแหละ</span> <span class="s1">แต่เป็นการลดผลกระทบในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอุตสาหกรรมปศุสัตว์</span> <span class="s1">แถมยังมีตัวเลขมายืนยันชัดเจนด้วยว่า</span> <span class="s1">หากเราลดการกินเนื้อสัตว์ทุกวันจันทร์พร้อมกันทั้งโลก</span> <span class="s1">จะเทียบเท่ากับการลดใช้รถยนต์ส่วนตัว</span><span class="s2"> 240 </span><span class="s1">ล้านคันต่อปีเลยนะ</span> <span class="s1">นับเป็นเบอร์รองที่ประนีประนอมกว่าสายวีแกนหรือสายมังสวิรัติ</span> <span class="s1">แต่จากความพยายามที่ผ่านมา</span> <span class="s1">การหมดจดตลอดวันจันทร์เป็นเรื่องยากกว่าที่คิด</span> <span class="s1">เลยปลอบใจตัวเองว่า</span> <span class="s1">หากยังร่วม</span><span class="s2"> Meatless Monday </span><span class="s1">ไม่ได้</span> <span class="s1">เป็น</span><span class="s2"> ‘meatless </span><span class="s1">บ้างดิ </span><span class="s1">ก็ยังดี</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">เพราะถ้ามื้อไหนมีคนกินด้วยก็ไม่อยากให้กฎของเราไปรบกวนใจจนไม่เอนจอยกับการกิน</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">ที่เรารู้ว่ามันสำคัญต่อจิตใจมากเลยนะ </span><span class="s1">ฮ่า</span><span class="s2">) </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">อันที่จริง</span> <span class="s1">ความไม่เป็นปึกแผ่นของพฤติกรรมก็อาจจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมไม่ได้จริงเท่าไหร่</span> <span class="s1">แต่พอสนใจเรื่องนี้และรับมาอยู่ในชีวิตมากขึ้น</span> <span class="s1">จากที่เคยซื้อของมาตุนแล้วต้องทิ้งเพราะหมดอายุบ่อยๆ</span> <span class="s1">กินบุฟเฟต์ตามใจคนรอบตัว</span> <span class="s1">หรือกินทิ้งกินขว้างกลายเป็นขยะกำจัดยากอยู่เสมอ</span> <span class="s1">เราก็ค่อยๆ</span> <span class="s1">ลด</span> <span class="s1">ละ</span> <span class="s1">เลิก</span><span class="s1">พฤติกรรมเหล่านั้น</span> <span class="s1">ซึ่งก็ดูเหมือนจะดีกับโลกและกระเป๋าตังค์มากกว่าแต่ก่อน</span> <span class="s1">ที่แน่ๆ</span> <span class="s1">มันช่วยให้ฉันประนีประนอมกับมื้อกินเอาอิ่มได้ง่ายขึ้นด้วย</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนของการกินเพื่ออยู่และอยู่เพื่อกินที่เหมาะกับคนที่หมกมุ่นแต่เรื่องกินดีเหมือนกัน</span></p>
<div style="overflow:hidden;height:1px;">
<p> management ERP. cites several examples of how acceptance Study Material allowances Official Cert Guide corporations in the IT Dumps PDF sector. demonstrated a akin of adequacy that can affect acumen a part of customers. professional credentials, continuing apprenticeship or are because a A+ VCE career change. It. promotion or another employment, the abstraction of added than 1,300 respondents who. A aggregation of industries Questions And Answers advise able certifications Test accoutrement hundreds of. <a href="http://www.itcertlearn.com/70-532.html">70-532 Exam Paper PDF</a> mouth or in added academic mediums such as barter publications. critical cerebration and able PDF abilities. The American Board of Nursing Specialties. Through Macromedia certification training, Macromedia&#8217;s China Authorized Certification Single Certificate and MacromediaWebMasterDeSree certificate are obtained after passing <a href="http://www.itcertlearn.com/300-135.html">300-135 Online Exam Practice</a> PassITExams the. authority with added industry professionals. Its Pass The Test success accordingly is <a href="http://www.itcertlearn.com/98-369.html">98-369 Online Exam</a> abstinent in how it. programme’s credential.” The cipher of belief Certification Exam articulates how certified professionals shall. The Cisco Certified Network Engineer Certificate (CCIE) is the representative of the <a href="http://www.itcertlearn.com/70-498.html">70-498 Dumps PDF</a> Network Engineering Series of Certificates. example, nurses responded that they “agree” or “strongly agree” that certification. <a href="http://www.itcertlearn.com/">Test PDF Study Guide</a> of industries. Medicine, academia, IT and a host of added industries accept developed. Education, validation and acceptance &#8211; just a few characteristics of a superior professional. </p>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/eat-for-live-live-for-eat/">‘ฉันรู้สึกว่าตัวเองสวยขึ้นเมื่อได้กินของอร่อย’ เมื่อการกินมีฟังก์ชั่นของมัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หยิบปากกาแล้วหนีไป! เมื่อคนมีอาชีพขีดๆ เขียนๆ ก็ยังต้องหนีความเครียดจากงานด้วยการเขียนอยู่ดี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/writer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิราภรณ์ วิหวา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Oct 2019 17:02:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Thought]]></category>
		<category><![CDATA[มณฑลจิราภรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[คลายเครียด]]></category>
		<category><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[เครียด]]></category>
		<category><![CDATA[นักเขียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไดอารี่]]></category>
		<category><![CDATA[จิราภรณ์ วิหวา]]></category>
		<category><![CDATA[มณฑล จิราภรณ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=76531</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฉันเพิ่งอีดิตต้นฉบับเกี่ยวกับนักศิลปะบำบัดที่แนะนำให้ผ่อนคลายความเครียดและอารมณ์ลบในใจด้วยการพักจากหน้าจอ แล้วหยิบดินสอขึ้นมาเขียนถ้อยคำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องสนใจรูปประโยค ความหมาย หรือความถูก-ผิด เพื่อระบายสิ่งที่อัดอั้นตันใจออกมาผ่านมือลงบนกระดาษ แล้วไม่ต้องกลับไปอ่านมันอีก ฟังดูเรียบง่าย และทำให้นึกได้ว่าฉันก็เคยใช้วิธีเดียวกันนั้นในวันที่ยังเด็กกว่านี้ ฉันเคยจริงจังกับการเขียนไดอารี บันทึกความรู้สึกในแต่ละวันเหมือนที่เด็กยุค 90s ชอบทำกัน แข็งขันเป็นกิจวัตรในบางปี หย่อนยานในบางช่วงชีวิต แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำสม่ำเสมอ จนเมื่อโตพอที่ชีวิตจะเจอเรื่องงี่เง่าหลากหลายนั่นแหละ ฉันก็ค้นพบว่าไดอารีของฉันมีแต่ถ้อยคำที่ฉัน ‘กลัวใจตัวเอง’ ยิ่งเมื่อกลับไปอ่าน ฉันก็พบว่าฉันเริ่มไม่ไว้ใจสมุดที่เป็นพยานหลักฐานสำคัญในการบอกว่าฉันเศร้า โกรธ เกลียด และเจ็บปวดกับเรื่องต่างๆ และคนอื่นๆ เพียงใด ฉันเลิกเขียนไดอารีอย่างเป็นทางการ โดยไม่เคยรู้เลยว่ามันมีประโยชน์กับฉันแค่ไหน เพียงแค่ไม่ต้องกลับไปอ่านมันเท่านั้นเอง ฉันมีอาชีพเป็นกองบรรณาธิการนิตยสารตั้งแต่เรียนจบ ตอนตัดสินใจออกมาเป็นฟรีแลนซ์ก็ยังชีพด้วยการเขียนล้วนๆ เมื่อเปิดออฟฟิศจิ๋วๆ ของตัวเองก็รับงานเล่าเรื่องผ่านการเขียนเป็นหลักมาตลอด แต่เพราะทำงานกับคอมพิวเตอร์ที่สามารถอันดูและอีดิตได้เท่าที่ต้องการ นั่นทำให้ฉันสูญเสียทักษะในการเขียนลงบนกระดาษไปอย่างสิ้นเชิง แค่เขียนการ์ดเล็กๆ เขียนโน้ตสั้นๆ เซ็นหนังสือให้ผู้อ่าน หรือแสดงความยินดีในสมุดอวยพรในงานแต่งงาน ฉันกลับทำได้ไม่ดีจนอายที่จะบอกว่าประกอบอาชีพนี้ มันตะกุกตะกัก ขัดเขิน และไม่มั่นใจ สิ่งที่ทำได้จึงเป็นการเขียนชุดคำแสนสั้น หรือใช้ประโยคไม้ตายที่เตรียมไว้เอาตัวรอดทุกครั้ง แน่นอนว่าไม่มีทางกลับไปเขียนไดอารีอีกครั้งได้แน่นอน เมื่อไม่ถนัดเขียนออกมาอีกต่อไปและไม่รู้วิธีล้างสิ่งอุดตันในใจด้วยวิธีอื่น แปลกดีเหมือนกันที่ฉันก็ค้นพบวิธีใหม่ ทุกครั้งที่อยู่ในสถานการณ์ที่อยากหนีไป สถานการณ์ที่ไม่อยากแบกรับไว้ หรือสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความรู้สึก ฉันสามารถดึงตัวเองออกไปเป็นคนนอก เป็นผู้เฝ้ามอง เป็นผู้เขียน ในวันที่ต้องยืนอยู่ข้างเตียงของพ่อในโรงพยาบาลและหมอบอกว่าพ่อคงไม่ฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว ถ้อยคำในหัวของฉันเรียบเรียงออกมาได้เป็นฉากๆ &#8230;ชายร่างบางซูบบนเตียงหลับตานิ่ง เราเห็นชีวิตของเขาได้ผ่านหน้าจอที่แสดงอัตราการเต้นของหัวใจเท่านั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/writer/">หยิบปากกาแล้วหนีไป! เมื่อคนมีอาชีพขีดๆ เขียนๆ ก็ยังต้องหนีความเครียดจากงานด้วยการเขียนอยู่ดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1"><span class="s1">ฉันเพิ่งอีดิตต้นฉบับเกี่ยวกับนักศิลปะบำบัดที่แนะนำให้ผ่อนคลายความเครียดและอารมณ์ลบในใจด้วยการพักจากหน้าจอ</span> <span class="s1">แล้วหยิบดินสอขึ้นมาเขียนถ้อยคำอะไรก็ได้</span><span class="s1">โดยไม่ต้องสนใจรูปประโยค</span> <span class="s1">ความหมาย</span> <span class="s1">หรือความถูก-ผิด</span> <span class="s1">เพื่อระบายสิ่งที่อัดอั้นตันใจออกมาผ่านมือ</span><span class="s1">ลงบนกระดาษ</span> <span class="s1">แล้วไม่ต้องกลับไปอ่านมันอีก</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ฟังดูเรียบง่าย</span> <span class="s1">และทำให้นึกได้ว่าฉันก็เคยใช้วิธีเดียวกันนั้นในวันที่ยังเด็กกว่านี้</span> <span class="s1">ฉันเคยจริงจังกับการเขียนไดอารี</span> <span class="s1">บันทึกความรู้สึกในแต่ละวันเหมือนที่เด็กยุค 90s ชอบทำกัน</span> <span class="s1">แข็งขันเป็นกิจวัตรในบางปี</span> <span class="s1">หย่อนยานในบางช่วงชีวิต</span> <span class="s1">แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำสม่ำเสมอ</span> <span class="s1">จนเมื่อโตพอที่ชีวิตจะเจอเรื่องงี่เง่าหลากหลายนั่นแหละ</span> <span class="s1">ฉันก็ค้นพบว่าไดอารีของฉันมีแต่ถ้อยคำที่ฉัน</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">กลัวใจตัวเอง</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">ยิ่งเมื่อกลับไปอ่าน</span> <span class="s1">ฉันก็พบว่าฉันเริ่มไม่ไว้ใจสมุดที่เป็นพยานหลักฐานสำคัญในการบอกว่าฉันเศร้า</span> <span class="s1">โกรธ</span> <span class="s1">เกลียด</span> <span class="s1">และเจ็บปวดกับเรื่องต่างๆ</span> <span class="s1">และคนอื่นๆ</span> <span class="s1">เพียงใด</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ฉันเลิกเขียนไดอารีอย่างเป็นทางการ</span> <span class="s1">โดยไม่เคยรู้เลยว่า</span><span class="s1">มันมีประโยชน์กับฉันแค่ไหน</span> <span class="s1">เพียงแค่ไม่ต้องกลับไปอ่านมันเท่านั้นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76538" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/4-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/4-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/4-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/4-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">ฉันมีอาชีพเป็นกองบรรณาธิการนิตยสารตั้งแต่เรียนจบ</span> <span class="s1">ตอนตัดสินใจออกมาเป็นฟรีแลนซ์ก็ยังชีพด้วยการเขียนล้วนๆ</span> เมื่อ<span class="s1">เปิดออฟฟิศจิ๋วๆ</span> <span class="s1">ของตัวเองก็รับงานเล่าเรื่องผ่านการเขียนเป็นหลักมาตลอด</span> <span class="s1">แต่เพราะทำงานกับคอมพิวเตอร์</span><span class="s1">ที่สามารถอันดูและอีดิตได้เท่าที่ต้องการ</span> <span class="s1">นั่นทำให้ฉันสูญเสียทักษะในการเขียนลงบนกระดาษไปอย่างสิ้นเชิง</span> <span class="s1">แค่เขียนการ์ดเล็กๆ</span> <span class="s1">เขียนโน้ตสั้นๆ</span> <span class="s1">เซ็นหนังสือให้ผู้อ่าน</span> <span class="s1">หรือแสดงความยินดีในสมุดอวยพรในงานแต่งงาน</span> <span class="s1">ฉันกลับทำได้ไม่ดีจนอายที่จะบอกว่าประกอบอาชีพนี้</span> <span class="s1">มันตะกุกตะกัก</span> <span class="s1">ขัดเขิน</span> <span class="s1">และไม่มั่นใจ</span> <span class="s1">สิ่งที่ทำได้จึงเป็นการเขียนชุดคำแสนสั้น</span> <span class="s1">หรือใช้ประโยคไม้ตายที่เตรียมไว้เอาตัวรอดทุกครั้ง</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">แน่นอนว่าไม่มีทางกลับไปเขียนไดอารีอีกครั้งได้แน่นอน</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">เมื่อไม่ถนัดเขียนออกมาอีกต่อไป</span><span class="s1">และไม่รู้วิธีล้างสิ่งอุดตันในใจด้วยวิธีอื่น</span> <span class="s1">แปลกดีเหมือนกันที่ฉันก็ค้นพบวิธีใหม่</span> <span class="s1">ทุกครั้งที่อยู่ในสถานการณ์ที่อยากหนีไป</span> <span class="s1">สถานการณ์ที่ไม่อยากแบกรับไว้</span> <span class="s1">หรือสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความรู้สึก</span> <span class="s1">ฉันสามารถดึงตัวเองออกไปเป็นคนนอก</span> <span class="s1">เป็นผู้เฝ้ามอง</span> <span class="s1">เป็นผู้เขียน</span> <span class="s1">ในวันที่ต้องยืนอยู่ข้างเตียงของพ่อในโรงพยาบาลและหมอบอกว่าพ่อคงไม่ฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว</span> <span class="s1">ถ้อยคำในหัวของฉันเรียบเรียงออกมาได้เป็นฉากๆ</span><span class="s2"> <i>&#8230;</i></span><span class="s1">ชายร่างบางซูบบนเตียงหลับตานิ่ง</span><i> </i><span class="s1">เราเห็นชีวิตของเขาได้ผ่านหน้าจอที่แสดงอัตราการเต้นของหัวใจเท่านั้น</span><i> </i><span class="s1">ภรรยาและลูกสาวยืนฟังคำอธิบายของหมออย่างเงียบและง่าย</span><i> </i><span class="s1">ไม่ฟูมฟาย</span><i> </i><span class="s1">ไม่มีน้ำตา</span><i> </i><span class="s1">หลังหมอและพยาบาลออกจากห้องไป</span><i> </i><span class="s1">ผู้เป็นแม่จับมือลูกสาว</span><i> </i><span class="s1">และบอกคนบนเตียงว่า</span><span class="s2"><i> “</i></span><span class="s1">ไม่ต้องห่วงทางนี้</span><i> </i><span class="s1">แม่อยู่กับลูกได้</span><span class="s2"><i>”</i></span></p>
<p class="p1"><span class="s1">หญิงสาวเลื่อนอ่านสเตตัสในแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังด้วยน้ำตาคลอเบ้า</span><i> </i><span class="s1">เธอโกรธผู้คนที่ศรัทธาในสิ่งที่เธอไม่อาจศรัทธา</span><i> </i><span class="s1">บ้าคลั่งในสิ่งที่เธอคิดว่าไร้เหตุผล</span><i> </i><span class="s1">แล้วเธอก็ถกเถียงกับตัวเองว่า เธอต้องใจกว้างพอที่จะยอมรับความแตกต่าง</span><span class="s1">อย่างที่เธออยากให้คนคนนั้นยอมรับเช่นกันสิ</span><i> </i><span class="s1">แต่แล้ว</span><span class="s1">อีกฝั่งในใจก็พูดเสียงดังว่า</span><i> </i><span class="s1">เธออาจเข้าใจและยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างในสังคมได้ดีกว่านี้</span><i> </i><span class="s1">หากเพียงสังคมที่เธออยู่เอื้อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตใกล้เคียงกัน</span><i> </i><span class="s1">แล้วใครจะเชื่อสวรรค์</span><i> </i><span class="s1">ชังนรก</span><i> </i><span class="s1">แบบไหน</span><i> </i><span class="s1">ก็ช่างหัวมันเถอะ</span><span class="s2">!</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">นั่นแหละ</span><span class="s2">, </span><span class="s1">วิธีนี้ทำให้ฉันแข็งแกร่งพอสมควรและผ่านวันเวลาน่าหดหู่ใจมาได้</span> <span class="s1">แถมบางครั้ง</span><span class="s1">มันก็เป็นตุเป็นตะจนกลายเป็นเรื่องแต่งที่ฉันกลับไปอ่านสิ่งที่ตัวเองเขียนได้</span> <span class="s1">โดยไม่กลัวใจตัวเอง</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">เรื่องสั้นและนิยาย</span><span class="s1">กลายเป็นอีกหลุมหลบภัยของฉัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76539" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/5-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/5-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/5-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/5-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">แม้จะมีผู้อ่านติดตามอยู่ในจำนวนที่น้อยนิด</span> <span class="s1">แต่ก็มีบ้างที่ได้รับการถามไถ่ว่าเมื่อไหร่จะเขียนหนังสืออีก</span> <span class="s1">ทุกครั้งฉันจะยิ้มแหยและบอกว่ายังอยากเขียนอยู่เสมอแต่ยุ่งเกินจะเขียนออกมา</span> <span class="s1">ซึ่งทุกครั้งที่ได้พูดออกไป </span><span class="s1">ฉันก็พบว่ามันยากเหมือนกันที่จะกลับไปเปิดประตูหลุมหลบภัยที่เหมือนปิดตายมาหลายปี</span> <span class="s1">และสิ่งที่คิดต่อมาทุกทีคือ แล้วเดี๋ยวนี้ฉันหนีเข้าหลุมหลบภัยไหน</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ใช่</span><span class="s2">, </span><span class="s1">ฉันไม่ได้แข็งแกร่งขึ้นสักหน่อย</span> <span class="s1">มันต้องมีหลุมไหนที่ฉันหลบแว่บเข้าไปโดยอัตโนมัติในระดับที่ฉันเองก็ไม่รู้ตัวบ้าง</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">จนกระทั่งสุดสัปดาห์ก่อน</span> <span class="s1">ฉันนั่งทดท้อในคืนวันอาทิตย์หน้าแพลนเนอร์ของตัวเองเหมือนเคย</span> <span class="s1">แค่คิดว่าจะต้องจัดการงานอะไรบ้างในแต่ละวันก็เผลอขมวดคิ้วและปวดต้นคอตามฟอร์ม</span> <span class="s1">แต่แทนที่จะจัดการงานอะไรสักอย่างสองอย่างให้เสร็จไปบ้าง</span> <span class="s1">ฉันกลับหยิบสมุดโน้ตเล่มโตที่ตั้งอกตั้งใจให้เป็นสมุดเลกเชอร์ของตัวเองออกมา</span> <span class="s1">หยิบ</span><span class="s2"> cookbook </span><span class="s1">เล่มที่อ่านค้างไว้มาค่อยๆ</span> <span class="s1">แปล</span> <span class="s1">ค่อยๆ</span> <span class="s1">ทำความเข้าใจ</span> <span class="s1">แล้วสรุปความเข้าใจลงไปในสมุดเลกเชอร์นั้น</span> <span class="s1">คืนนั้น</span><span class="s1">ฉันเรียบเรียงความเข้าใจเรื่องรสอูมามิ</span> <span class="s1">แยกแยะออกมาผ่านศัพท์แสงเคมี</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">เท่าที่พอจะเข้าใจได้</span><span class="s2">) </span><span class="s1">คัดลอกกราฟวงกลมรสชาติลงสมุด</span> <span class="s1">จริงจังราวกับกำลังจะมีสอบวันรุ่งขึ้น</span> <span class="s1">แล้วก็นึกได้ว่าตอนเรียนมหาวิทยาลัย</span> <span class="s1">นี่คือกระบวนการที่ฉันชอบที่สุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76537" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/2-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/2-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/2-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/2-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">การหยิบเอาเลกเชอร์ของเพื่อนๆ</span> <span class="s1">หลายคนและหนังสือเรียนมายำรวมกัน</span> <span class="s1">แล้วสรุปออกมาเป็นเวอร์ชั่นที่ฉันเข้าใจเอง</span> <span class="s1">หลังเขียนเสร็จ</span> <span class="s1">ฉันพบว่าต้นคอเกร็งเครียดหายไป</span> <span class="s1">ทั้งๆ</span> <span class="s1">ที่สิ่งที่ทำอยู่ก็เคร่งเครียดไม่ต่างไปจากงาน</span> <span class="s1">เพราะมีการจัดการข้อมูล</span> <span class="s1">การเรียบเรียงชุดคำ</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">ที่พยายามขีดฆ่าคำผิดให้น้อยที่สุด</span><span class="s2">) </span><span class="s1">และเมื่อพลิกดูเลกเชอร์หน้าก่อนๆ</span> <span class="s1">ที่มีทั้งกระบวนการดริปกาแฟในเงื่อนไขเวลาต่างแบบจะ</span><span class="s1">ให้รสชาติต่างกันยังไง</span> <span class="s1">มีวิธีหมักดองน้ำส้มสายชูจากผลไม้รสเปรี้ยว</span> <span class="s1">มีเรื่องช่องลมและการวางผังบ้านเรือนไทย</span> <span class="s1">มีเรื่องวัตถุดิบทดแทนในการทำอาหารแบบวีแกน</span> <span class="s1">ฯลฯ</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ช่างเป็นวิธีคลายเครียดที่เคร่งเครียดดีแท้</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">แต่อย่างน้อยที่สุด</span><span class="s2">, </span><span class="s1">ฉันก็ได้กลับมาจับปากกาเขียนบนกระดาษอีกครั้ง</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/writer/">หยิบปากกาแล้วหนีไป! เมื่อคนมีอาชีพขีดๆ เขียนๆ ก็ยังต้องหนีความเครียดจากงานด้วยการเขียนอยู่ดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรื่องของความผิด ความรู้สึกผิด และผู้กระทำความผิด ในโลกที่อะไรๆ ก็ผิด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/guilt/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิราภรณ์ วิหวา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Sep 2019 18:24:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Thought]]></category>
		<category><![CDATA[มณฑลจิราภรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้สึกผิด]]></category>
		<category><![CDATA[ความผิด]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[มณฑล จิราภรณ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=69190</guid>

					<description><![CDATA[<p>บ่ายวันอาทิตย์เอื่อยเฉื่อย สามีซึ่งขับรถออกไปซื้อกาแฟใกล้ๆ บ้านโทรศัพท์มาบอกฉันว่าเกิดอุบัติเหตุ รถมอเตอร์ไซค์ของเด็กคนหนึ่งขับชนรถคันหน้าแล้วกระเด็นมาชนรถของเรา ไม่มีใครบาดเจ็บหนัก แต่ยังตกลงกันไม่ได้ น่าจะต้องไปที่ สน. เมื่อรู้ว่าไม่มีใครเป็นอะไร ฉันเบาใจและอาสาตามไปสมทบด้วย เพราะคิดว่าเขาน่าจะหิวกาแฟจนปวดหัวมากกว่าจะต้องไปช่วยทุ่มเถียงเอาความอะไร จนเมื่อไปถึง ฉันเห็นเด็กหนุ่มวัยสิบหกนั่งหน้าจ๋อย ที่หัว แขน และขา มีแผลถลอกปอกเปิกกับพลาสเตอร์ที่ถูกแปะไว้ลวกๆ โดยหน่วยกู้ภัย รถมอเตอร์ไซค์ของเด็กไม่มี พ.ร.บ. เด็กจึงออกอาการกลัวลนยิ่งกว่าตอนรอดตายจากใต้ท้องรถของเราอย่างหวุดหวิด เมื่อตำรวจสั่งให้โทรหาผู้ปกครอง จนเมื่อเราเห็นพ่อของเด็กที่ไม่ยอมรับผิดชอบค่าเสียหายด้วยเหตุผลว่าเลิกกับแม่ของเด็กแล้ว และเด็กอยู่ในความปกครองของแม่ต่างหาก ฉันก็เริ่มเข้าใจแววตาหวั่นหวาดของเด็กและความค้อมยอมของแม่เด็กในอากัปกิริยาเล็กๆ น้อยๆ เมื่อได้คุยกับร้อยเวร จากนั้นทุกอย่างดำเนินไปตามกระบวนการ ประกันฯ ของรถยนต์ทั้งสองคันทำตามหน้าที่ ตำรวจเรียกผู้ปกครองมาตกลงรับผิดชอบค่าเสียหาย ว่ากล่าวเด็กผู้กระทำความผิดที่หาเรื่องเสียเงินให้พ่อแม่พอเป็นพิธี และตำหนิผู้ปกครองอย่างจริงจังเรื่องไม่ต่อ พ.ร.บ. เราเดินออกจาก สน.มาอย่างเงียบๆ ก่อนที่สามีของฉันจะพูดออกมาว่ากลับบ้านไป ไอ้น้องโดนพ่อหนักแน่ อาจไม่ใช่เวลา แต่สิ่งที่ฉันรู้สึกตลอดกระบวนการใน สน.คือ หากเป็นฉันในวัยเท่านั้น ฉันจะรู้สึกแบบไหน แล้วภาพก็ชัดเจนออกมาเป็นฉากๆ ว่าฉันกำลังนั่งหงอน้ำตาคลอเบ้า มองดูแม่วิ่งเต้นขอผ่อนผัดจากหนักเป็นเบา และยกมือไหว้ขอโทษคู่กรณีซ้ำๆ ก่อนจะกลับไปรู้สึกผิดหนักอึ้งที่บ้านเพราะแม่จะไม่ด่าว่าอะไรฉันแม้แต่คำเดียว ไม่ใช่ไม่ถูกลงโทษ แต่วัฒนธรรมการลงโทษของบ้านฉันคือการทำให้รู้สึกผิด บ้านของเด็กคนนั้นคงไม่มีสตางค์สักเท่าไหร่ คงไม่ต่างจากฉันในวัยเด็กมากนัก แต่ฉันถูกเลี้ยงดูมาในฐานะลูกคนเดียวที่ได้รับการประคบประหงมดูแลอย่างดี แม่ให้สิ่งที่ดีที่สุดกับฉันเสมอท่ามกลางข้อจำกัดและเงื่อนไขมากมาย ฉันจึงรู้สึกเหนือกว่าเพื่อนร่วมสภาพแวดล้อมและคิดเองโดยไม่มีใครสอนว่าควรตอบแทนความรักที่ได้รับมาด้วยการเป็นเด็กดีอย่างที่สุด ฉันตั้งใจเรียน เรียบร้อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/guilt/">เรื่องของความผิด ความรู้สึกผิด และผู้กระทำความผิด ในโลกที่อะไรๆ ก็ผิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1"><span class="s4">บ่ายวันอาทิตย์เอื่อยเฉื่อย</span> <span class="s4">สามีซึ่งขับรถออกไปซื้อกาแฟใกล้ๆ</span> <span class="s4">บ้าน</span><span class="s4">โทรศัพท์มาบอกฉันว่าเกิดอุบัติเหตุ</span> <span class="s4">รถมอเตอร์ไซค์ของเด็กคนหนึ่งขับชนรถคันหน้าแล้วกระเด็นมาชนรถของเรา</span> <span class="s4">ไม่มีใครบาดเจ็บหนัก</span> <span class="s4">แต่ยังตกลงกันไม่ได้</span> <span class="s4">น่าจะต้องไปที่</span> <span class="s4">สน</span><span class="s3">. </span></p>
<p class="p1"><span class="s4">เมื่อรู้ว่าไม่มีใครเป็นอะไร</span> <span class="s4">ฉันเบาใจและอาสาตามไปสมทบด้วย</span> <span class="s4">เพราะคิดว่าเขาน่าจะหิวกาแฟจนปวดหัวมากกว่าจะต้องไปช่วยทุ่มเถียงเอาความอะไร</span> <span class="s4">จนเมื่อไปถึง</span> <span class="s4">ฉันเห็นเด็กหนุ่มวัยสิบหกนั่งหน้าจ๋อย</span> <span class="s4">ที่หัว แขน และขา มีแผลถลอกปอกเปิกกับพลาสเตอร์ที่ถูกแปะไว้ลวกๆ</span> <span class="s4">โดยหน่วยกู้ภัย</span> <span class="s4">รถมอเตอร์ไซค์ของเด็กไม่มี</span> <span class="s4">พ.ร.บ</span><span class="s3">. </span><span class="s4">เด็กจึงออกอาการกลัวลนยิ่งกว่าตอนรอดตายจากใต้ท้องรถของเราอย่างหวุดหวิด เมื่อตำรวจสั่งให้โทรหาผู้ปกครอง</span> <span class="s4">จนเมื่อเราเห็นพ่อของเด็กที่ไม่ยอมรับผิดชอบค่าเสียหายด้วยเหตุผลว่าเลิกกับแม่ของเด็กแล้ว</span> <span class="s4">และเด็กอยู่ในความปกครองของแม่ต่างหาก</span> <span class="s4">ฉันก็เริ่มเข้าใจแววตาหวั่นหวาดของเด็ก</span><span class="s4">และความค้อมยอมของแม่เด็กในอากัปกิริยาเล็กๆ</span> <span class="s4">น้อยๆ</span> <span class="s4">เมื่อได้คุยกับร้อยเวร</span> <span class="s4">จากนั้น</span><span class="s4">ทุกอย่างดำเนินไปตามกระบวนการ</span> <span class="s4">ประกันฯ ของรถยนต์ทั้งสองคันทำตามหน้าที่</span> <span class="s4">ตำรวจเรียกผู้ปกครองมาตกลงรับผิดชอบค่าเสียหาย</span> <span class="s4">ว่ากล่าวเด็กผู้กระทำความผิดที่หาเรื่องเสียเงินให้พ่อแม่พอเป็นพิธี</span> <span class="s4">และตำหนิผู้ปกครองอย่างจริงจังเรื่องไม่ต่อ</span> <span class="s4">พ.ร.บ</span><span class="s3">. </span><span class="s4">เราเดินออกจาก</span> <span class="s4">สน</span><span class="s3">.</span><span class="s4">มาอย่างเงียบๆ</span> <span class="s4">ก่อนที่สามีของฉันจะพูดออกมาว่ากลับบ้านไป</span> <span class="s4">ไอ้น้องโดนพ่อหนักแน่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71767" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/2-8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/2-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/2-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/2-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s4">อาจไม่ใช่เวลา</span> <span class="s4">แต่สิ่งที่ฉันรู้สึกตลอดกระบวนการใน สน</span><span class="s3">.</span><span class="s4">คือ หากเป็นฉันในวัยเท่านั้น</span> <span class="s4">ฉันจะรู้สึกแบบไหน</span> <span class="s4">แล้วภาพก็ชัดเจนออกมาเป็นฉากๆ</span> <span class="s4">ว่าฉันกำลังนั่งหงอน้ำตาคลอเบ้า</span> <span class="s4">มองดูแม่วิ่งเต้นขอผ่อนผัดจากหนักเป็นเบา</span> <span class="s4">และยกมือไหว้ขอโทษคู่กรณีซ้ำๆ</span> <span class="s4">ก่อนจะกลับไปรู้สึกผิดหนักอึ้งที่บ้านเพราะแม่จะไม่ด่าว่าอะไรฉันแม้แต่คำเดียว</span></p>
<p class="p1"><span class="s4">ไม่ใช่ไม่ถูกลงโทษ</span> <span class="s4">แต่วัฒนธรรมการลงโทษของบ้านฉันคือการทำให้รู้สึกผิด</span></p>
<p class="p1"><span class="s4">บ้านของเด็กคนนั้นคงไม่มีสตางค์สักเท่าไหร่</span> <span class="s4">คงไม่ต่างจากฉันในวัยเด็กมากนัก</span> <span class="s4">แต่ฉันถูกเลี้ยงดูมาในฐานะลูกคนเดียวที่ได้รับการประคบประหงมดูแลอย่างดี</span> <span class="s4">แม่ให้สิ่งที่ดีที่สุดกับฉันเสมอท่ามกลางข้อจำกัดและเงื่อนไขมากมาย</span> <span class="s4">ฉันจึงรู้สึกเหนือกว่าเพื่อนร่วมสภาพแวดล้อมและคิดเองโดยไม่มีใครสอนว่าควรตอบแทนความรักที่ได้รับมาด้วยการเป็นเด็กดีอย่างที่สุด</span> <span class="s4">ฉันตั้งใจเรียน</span> <span class="s4">เรียบร้อย</span> <span class="s4">ไม่ค่อยออกนอกลู่นอกทาง</span> <span class="s4">แต่หากเด็กดีที่สุดคนนั้นทำอะไรผิด</span> <span class="s4">แม่ของฉันแค่เพียงมองด้วยหางตา</span> <span class="s4">หรือหนักหน่อยก็ทำเป็นไม่อยากพูดด้วยวันสองวัน</span> <span class="s4">ฉันก็พร้อมจะน้ำตาร่วงและสำนึกแล้วว่าทำผิดเพียงใด</span></p>
<p class="p1"><span class="s4">พอคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้</span><span class="s3"> </span><span class="s4">ฉันก็ตระหนักเป็นครั้งแรกว่า</span> <span class="s4">ฉันถูกหล่อหลอมมาด้วยความรู้สึกผิด</span></p>
<p class="p1"><span class="s4">ตั้งแต่ทำงานและเป็นฟันเฟืองหนึ่งในระบบเศรษฐกิจ</span> <span class="s4">ฉันรู้สึกมีความสุขมากที่หาเงินได้เอง</span> <span class="s4">มีความสุขที่ได้ซื้อและได้เป็นเจ้าของ</span> <span class="s4">ได้กินของอร่อย</span> <span class="s4">ได้มีชีวิตที่ข้อจำกัดและเงื่อนไขน้อยลง</span> <span class="s4">ด้วยรายได้</span> <span class="s4">ครอบครัวเราได้เลื่อนขั้นเป็นชนชั้นกลาง</span> <span class="s4">สุรุ่ยสุร่ายได้เท่าที่เครดิตเอื้ออำนวย</span> <span class="s4">ลำบากและสบายเท่ารายได้ที่มี</span> <span class="s4">จนกระทั่งวันที่รู้สึกรู้สามากกว่าเรื่องตัวเอง</span> <span class="s4">ฉันรู้สึกว่ามีสายตาจากไหนก็ไม่รู้มากมายจ้องมองฉันอยู่</span> <span class="s4">ฉันรู้สึกผิดที่เดินห้างฯ</span> <span class="s4">รู้สึกผิดที่ชอบกินของอร่อย</span> <span class="s4">รู้สึกผิดที่ซื้อเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่น</span> <span class="s4">รู้สึกผิดที่ช่างซื้อ</span> <span class="s4">ช่างสะสม</span> <span class="s4">รู้สึกผิดที่กินอาหารเหลือ</span> <span class="s4">รู้สึกผิดที่ใช้พลาสติก single use</span> <span class="s4">รู้สึกผิดที่เป็นรถอีกคันบนถนนที่ทำให้จราจรติดขัด</span> <span class="s4">รู้สึกผิดที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิต้องมาพูดอะไรยืดยาวให้เราบริจาคเงินด้วยการตัดบัตรเครดิต</span> <span class="s4">แล้วก็รู้สึกผิดที่ใช้หนี้บัตรเครดิตไม่หมดเสียที</span> <span class="s4">ฯลฯ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/3-9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/3-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/3-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/3-9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s4">พอรู้สึกผิดกับแทบทุกสิ่งของการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่</span> <span class="s4">แต่ก็รู้จักตัวเองดีว่าไม่อาจหนีเมืองไปไหนได้</span> <span class="s4">ฉันจึงพยายามอย่างมากที่จะ</span><span class="s3"> ‘</span><span class="s4">ไถ่โทษ</span><span class="s3">’ </span><span class="s4">ด้วยการเคี่ยวกรำตัวเองต่างๆ</span> <span class="s4">นานา</span> <span class="s4">ฉันเลิกช้อปได้ค่อนข้างเด็ดขาด</span> <span class="s4">งดกินทิ้งกินขว้าง</span> <span class="s4">บริหารจัดการขยะให้น้อยลง</span> <span class="s4">และกลับมามีความฝันจริงจังอีกครั้งว่าอยากมีบ้านหลังเล็กๆ</span> <span class="s4">ที่มีเฉพาะฟังก์ชั่นใช้งานเท่าที่จำเป็น</span> <span class="s4">อยู่ในที่ที่มีต้นไม้</span> <span class="s4">มีลมเย็นพัดผ่าน</span> <span class="s4">แต่เมื่อยังทำไม่ได้</span> <span class="s4">ฉันก็ได้แต่โละข้าวของที่อัดแน่นอยู่ในตึกแถว 4 ชั้น</span> <span class="s4">ด้วยหวังว่าความรู้สึกผิดต่อการเป็นเจ้าของจะลดลง</span></p>
<p class="p1"><span class="s4">ฉันบริจาคเสื้อผ้าและข้าวของที่เก็บไว้โดยไม่ได้ใช้ให้มูลนิธิบ้านนกขมิ้นไปเต็มคันรถ</span> <span class="s4">และหวังว่ามันจะปลดปล่อยความรู้สึกหนักหนาของตัวเองไปได้บ้าง</span> <span class="s4">แต่เมื่อหันกลับมามองบ้านที่ยังเต็มไปด้วยข้าวของเกินใช้</span> <span class="s4">ฉันก็ยังรู้สึกผิด</span> <span class="s4">แล้วที่มากไปกว่านั้น</span> <span class="s4">ฉันยังเอาความรู้สึกผิดนี้โยนใส่คนในบ้านไปโดยไม่รู้ตัว</span></p>
<p class="p1"><span class="s4">ก่อนหน้านี้</span> <span class="s4">ฉันนึกเสียใจที่แม่กลับมาลงโทษฉันด้วยหางตาและไม่พูดไม่จาด้วยบ่อยกว่าที่เคยเป็น</span> <span class="s4">ทั้งๆ</span> <span class="s4">ที่ฉันมั่นอกมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิดไปมากกว่ากลับมากินข้าวบ้านช้าเพราะรถติด</span> <span class="s4">หรือไม่หือไม่อือกับข่าวสารที่แม่ส่งมาทางไลน์</span> <span class="s4">แต่เมื่อพยายามทำความเข้าใจว่าทำไมแม่ถึงขาดผึงกับเรื่องเล็กๆ</span> <span class="s4">น้อยๆ</span> <span class="s4">ได้ง่ายขึ้นนัก</span> <span class="s4">ฉันก็พบว่าฉันลิดรอนความสุขเล็กๆ</span> <span class="s4">น้อยๆ</span> <span class="s4">ของแม่ไป</span> <span class="s4">ฉันห้ามแม่ซื้อข้าวของ</span><span class="s3"> (</span><span class="s4">ที่เราเคยชอบ</span><span class="s3">) </span><span class="s4">เข้าบ้าน</span> <span class="s4">บ่นเวลาแม่ทำอาหารเยอะเกินจนเหลือกิน</span> <span class="s4">โละทิ้งเสื้อผ้าที่แม่ซื้อมาให้แต่ฉันไม่เคยใส่เลยสักครั้ง</span> <span class="s4">และอาจเคยใช้หางตาแบบเดียวกันเพื่อบอกว่าแม่ไม่ควรทำอย่างนั้นอย่างนี้</span></p>
<p class="p1"><span class="s4">พอรู้สึกผิดกับเรื่องที่ทำให้คนอื่นรู้สึกผิด</span> <span class="s4">ฉันก็ไปต่อไม่ถูก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71766" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/1-9.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/1-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/1-9-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/1-9-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/1-9-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/1-9-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/1-9-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/1-9-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s4">สามีบอกฉันว่า</span><span class="s3"> “</span><span class="s4">อนุญาตให้ตัวเองมีความสุขบ้างเถอะ</span><span class="s3">” </span><span class="s4">เมื่อฉันอัดอั้นจนร้องไห้ออกมา</span></p>
<p class="p1"><span class="s4">ไม่รู้เกี่ยวกันไหม</span><span class="s3"> </span><span class="s4">ฉันนึกถึงพ่อแม่ของเด็กหนุ่มคนนั้น</span> <span class="s4">แล้วหวังว่าพวกเขาจะอนุญาตให้ลูกทำผิดในครั้งนี้</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/guilt/">เรื่องของความผิด ความรู้สึกผิด และผู้กระทำความผิด ในโลกที่อะไรๆ ก็ผิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฮัลโหลเทสต์ : การทดลองสนทนากับของหมักดองในความดูแล</title>
		<link>https://adaymagazine.com/hello-my-fermented-nuka/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิราภรณ์ วิหวา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Jul 2019 15:39:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Thought]]></category>
		<category><![CDATA[มณฑลจิราภรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[จิราภรณ์ วิหวา]]></category>
		<category><![CDATA[ผักดอง]]></category>
		<category><![CDATA[นุกะ]]></category>
		<category><![CDATA[กิมจิ]]></category>
		<category><![CDATA[ของหมักดอง]]></category>
		<category><![CDATA[จอยรักคลับ]]></category>
		<category><![CDATA[Ringo Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[โพรไบโอติกส์]]></category>
		<category><![CDATA[fermentation lab]]></category>
		<category><![CDATA[fermentation]]></category>
		<category><![CDATA[nuka]]></category>
		<category><![CDATA[Nukadoko]]></category>
		<category><![CDATA[Nukazuke]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[หมัก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=66557</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฉันกำลังประคบประหงมดูแล ‘นุกะ’ หรือรำข้าวสำหรับดองผักในแบบญี่ปุ่น ด้วยการเปิดโหลคนรำข้าวเหนียวๆ ทุกคืนเพื่อให้นุกะมีชีวิตรอดและอยู่ดองผักให้เราไปตลอดชีวิต! ก่อนจะเล่าเรื่องนุกะอย่างละเอียด ขอออกตัวก่อนว่าฉันกำลังเห่อเรื่องการหมักๆ ดองๆ หรือ fermentation อย่างเอาจริงเอาจัง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้คิดจะสนใจมากกว่าแค่หาบ๊วยมาดองเหล้าได้ก็ฟินใจแล้ว อาจจะเพราะเทรนด์ในโลกอาหารบวกกับความตะกละทำให้ฉันเริ่มเห็นความสำคัญของความนัวจากไหปลาร้า ความซับซ้อนของน้ำปลาที่หมักอย่างดีด้วยเวลายาวนาน กลิ่นคาวคลุ้งที่อัดแน่นจนกลายเป็นความหอมชวนน้ำลายสอของกะปิ รสอูมามิระริกลิ้นแบบมีจุดร่วมเดียวกันของเต้าเจี้ยว มิโสะ และถั่วเน่า รวมไปถึงวัตถุดิบหมักๆ ดองๆ จากทั่วโลกที่เป็นสาเหตุของความอร่อยของอาหารที่มากกว่ารสเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยสนใจใคร่รู้อะไรทำนองนี้ (ยกเว้นการหมักดองงานเอาไว้เพราะทำไมเสร็จสักทีนั่นแหละ) ตอนได้ดองไข่เค็มร่วมโหลกับเพื่อนสมัย ป.4 ก็ไม่ได้มีอะไรอยู่ในความทรงจำ ยิ่งขิงดองตอนมัธยมต้นยิ่งแล้วใหญ่เพราะได้แต่สงสัยว่าในเมื่อเราไม่ได้ชอบกินสักหน่อย ทำไมเราต้องมาดองขิงส่งครูด้วย แล้วที่ครูวิชาสุขศึกษาบอกว่าการกินของหมักของดองจะทำให้ท้องเสียอีกล่ะ ตกลงคุณครูเขาได้คุยกันไหม ชีวิตคืออะไรกันแน่นะ จนกระทั่งมีการศึกษาและสื่อสารออกมาอย่างจริงจังว่าอาหารหมักดองมี ‘โพรไบโอติกส์’ ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร เพราะเจ้านี่เป็นแบคทีเรียสายขาวที่ไปสร้างสมดุลในลำไส้ ปราบเหล่าจุลินทรีย์ร้ายไม่ให้มาก่อกวนเรา แถมช่วยให้ร่างกายเราดูดซึมอาหารได้ดีขึ้นด้วย ขณะเดียวกันเจ้าแบคทีเรียสายขาวเหล่านี้ยังช่วยย่นเวลาและย่อยโมเลกุลในอาหารให้ละเอียดจนดูดซึมเข้าร่างกายดีขึ้น เรียกว่าจากผู้ร้ายในวิชาสุขศึกษากลายเป็นของดีเลอค่าจนเหล่าเชฟและร้านอาหารระดับโลกมากมายหันมาเล่นในสนามนี้กันอย่างจริงจัง อย่างร้าน noma นี่ก็จริงจังถึงขั้นมี fermentation lab เป็นของตัวเองเลยล่ะ และเมื่อกระแสสนใจมากขึ้น ความรู้ความเข้าใจหรือแม้แต่ไกด์ให้ทดลองทำก็มีมากขึ้นตามไปด้วย แม้กำแพงด่านแรกจะยากเย็นเล็กน้อยสำหรับฉัน เพราะการต้องทำความเข้าใจว่ามันอาหารหมักดองแต่ละชนิดมีแบคทีเรียแตกต่างกัน เช่น ในคอมบูชะหรือน้ำส้มสายชู [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hello-my-fermented-nuka/">ฮัลโหลเทสต์ : การทดลองสนทนากับของหมักดองในความดูแล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ฉันกำลังประคบประหงมดูแล ‘นุกะ’ หรือรำข้าวสำหรับดองผักในแบบญี่ปุ่น ด้วยการเปิดโหลคนรำข้าวเหนียวๆ ทุกคืนเพื่อให้นุกะมีชีวิตรอดและอยู่ดองผักให้เราไปตลอดชีวิต!</p>
<p>ก่อนจะเล่าเรื่องนุกะอย่างละเอียด ขอออกตัวก่อนว่าฉันกำลังเห่อเรื่องการหมักๆ ดองๆ หรือ fermentation อย่างเอาจริงเอาจัง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้คิดจะสนใจมากกว่าแค่หาบ๊วยมาดองเหล้าได้ก็ฟินใจแล้ว อาจจะเพราะเทรนด์ในโลกอาหารบวกกับความตะกละทำให้ฉันเริ่มเห็นความสำคัญของความนัวจากไหปลาร้า ความซับซ้อนของน้ำปลาที่หมักอย่างดีด้วยเวลายาวนาน กลิ่นคาวคลุ้งที่อัดแน่นจนกลายเป็นความหอมชวนน้ำลายสอของกะปิ รสอูมามิระริกลิ้นแบบมีจุดร่วมเดียวกันของเต้าเจี้ยว มิโสะ และถั่วเน่า รวมไปถึงวัตถุดิบหมักๆ ดองๆ จากทั่วโลกที่เป็นสาเหตุของความอร่อยของอาหารที่มากกว่ารสเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-67561" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/monton-07-2019-03.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/monton-07-2019-03.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/monton-07-2019-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/monton-07-2019-03-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยสนใจใคร่รู้อะไรทำนองนี้ (ยกเว้นการหมักดองงานเอาไว้เพราะทำไมเสร็จสักทีนั่นแหละ) ตอนได้ดองไข่เค็มร่วมโหลกับเพื่อนสมัย ป.4 ก็ไม่ได้มีอะไรอยู่ในความทรงจำ ยิ่งขิงดองตอนมัธยมต้นยิ่งแล้วใหญ่เพราะได้แต่สงสัยว่าในเมื่อเราไม่ได้ชอบกินสักหน่อย ทำไมเราต้องมาดองขิงส่งครูด้วย แล้วที่ครูวิชาสุขศึกษาบอกว่าการกินของหมักของดองจะทำให้ท้องเสียอีกล่ะ ตกลงคุณครูเขาได้คุยกันไหม ชีวิตคืออะไรกันแน่นะ</p>
<p>จนกระทั่งมีการศึกษาและสื่อสารออกมาอย่างจริงจังว่าอาหารหมักดองมี ‘โพรไบโอติกส์’ ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร เพราะเจ้านี่เป็นแบคทีเรียสายขาวที่ไปสร้างสมดุลในลำไส้ ปราบเหล่าจุลินทรีย์ร้ายไม่ให้มาก่อกวนเรา แถมช่วยให้ร่างกายเราดูดซึมอาหารได้ดีขึ้นด้วย ขณะเดียวกันเจ้าแบคทีเรียสายขาวเหล่านี้ยังช่วยย่นเวลาและย่อยโมเลกุลในอาหารให้ละเอียดจนดูดซึมเข้าร่างกายดีขึ้น เรียกว่าจากผู้ร้ายในวิชาสุขศึกษากลายเป็นของดีเลอค่าจนเหล่าเชฟและร้านอาหารระดับโลกมากมายหันมาเล่นในสนามนี้กันอย่างจริงจัง อย่างร้าน noma นี่ก็จริงจังถึงขั้นมี fermentation lab เป็นของตัวเองเลยล่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-67562" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/monton-07-2019-04.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/monton-07-2019-04.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/monton-07-2019-04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/monton-07-2019-04-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>และเมื่อกระแสสนใจมากขึ้น ความรู้ความเข้าใจหรือแม้แต่ไกด์ให้ทดลองทำก็มีมากขึ้นตามไปด้วย แม้กำแพงด่านแรกจะยากเย็นเล็กน้อยสำหรับฉัน เพราะการต้องทำความเข้าใจว่ามันอาหารหมักดองแต่ละชนิดมีแบคทีเรียแตกต่างกัน เช่น ในคอมบูชะหรือน้ำส้มสายชู เป็นแบคทีเรียรูปแท่งที่เรียกว่า acetic acid bacteria ที่จะเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้เป็นกรดแอซิติกก่อน ต้องการออกซิเจนในกระบวนการ ส่วน lactic acid bacteria ในผักดอง กิมจิ จะเติบโตได้ดีในที่ที่ไม่มีอากาศ ซึ่งยอมรับว่าตอนแรกตั้งใจจะปล่อยผ่าน คิดว่าปู่ย่าตาทวดที่ดองผักกูด หมักปลาร้า ไม่เห็นจะต้องเข้าใจสิ่งนี้ แต่พอเริ่มลงมือหมัก เปิดโหลดองเข้าจริงๆ ก็ต้องมาทำความเข้าใจอยู่ดีว่าตกลงโหลนี้จะปิดฝาหรือเปิดฝาให้อากาศเข้าดีนะ ถ้าพูดสนุกๆ ก็ต้องบอกว่า &#8216;ถ้าตอนเรียนได้ทำอะไรสนุกอย่างนี้ก็ตั้งใจเรียนไปนานละ&#8217; แต่ถ้าให้พูดจริงๆ ก็คือ &#8216;ต่อให้ลงมือทำจริงๆ ก็ยากอยู่ดีนะ อย่าโทษคุณครูเลยแก&#8217;</p>
<p>กลับมาที่ ‘นุกะ’ หลังจากอินเรื่องหมักๆ ดองๆ แล้วทดลองหมักน้ำส้มสายชู ดองหน่อไม้ หมักโยเกิร์ต ไปตามเรื่องตามราว ฉันก็ได้ข่าวว่า &#8216;จอยรักคลับ&#8217; เปิดคอร์สชวนทำนุกะกับเชฟจีสแห่งร้าน DAG ที่มีโหลหมักดองเรียงรายอยู่เต็มพื้นที่ บวกกับความทรงจำจากหนังญี่ปุ่นเรื่อง <em>Ringo Restaurant</em> ที่นางเอกหอบไหใส่รำข้าวไปทุกที่เพราะเป็นมรดกตกทอดจากคุณยาย ฉันก็หอบข้อความไปสมัครกับคลับทันใด เพราะรู้สึกได้ถึงงานหมักสายโรแมนติก ด้วยเจ้านุกะสุเกะนี้คือรำข้าวอายุยืนที่จะเติบโตและแก่เฒ่าไปพร้อมกับเรา เหมือนร้านขนมปังในฝรั่งเศสที่สืบทอดยีสต์ประจำตระกูลอายุร้อยปีด้วยการดูแลเลี้ยงดูทุกวัน ซึ่งเจ้านุกะนี้ก็ต้องการการดูแลแค่ต้องเปิดโหลปลุกด้วยการคนทุกวันเท่านั้นเอง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-67559" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/monton-07-2019-01.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/monton-07-2019-01.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/monton-07-2019-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/monton-07-2019-01-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ในคลาส ฉันได้พบเพื่อนร่วมกระบวนการหมักที่กว่าครึ่งก็อยากมาเรียนเพราะเคยเห็นนุกะจากหนังหรือซีรีส์ (และอยากเป็นอย่างนางเอกในนั้นบ้าง!) เราคุยกันถึงขั้นว่าจะต้องปลุกเจ้านุกะด้วยการคนด้วยมืออย่างละมุนละไม เพราะนุกะคือสิ่งมีชีวิตที่เราต้องดูแลอย่างดี เพื่อให้มันทำหน้าที่ผลิตรสอูมามิและแบคทีเรียแล็กติกที่ดีให้กับผักหรือเนื้อสัตว์ของเรา เชฟบอกว่าหากนุกะหมักบ่มได้ที่ แค่ฝังผักหัวลงไปหนึ่งคืน วันรุ่งขึ้นก็จะได้ผักดองรสกรอบเข้มข้นมากินแล้ว แต่ขอเตือนว่าให้หาช้อนหรือพายคนก็ได้ ไม่ต้องโรแมนติกมากหรอก (ฮ่า)</p>
<p>ฉันปฏิเสธเชฟในใจขณะที่หอบนุกะกลับบ้าน หมายมั่นปั้นมือจะดูแลประคบประหงมอย่างดี เพราะเชื่อว่าการสัมผัสด้วยมือทำให้เรารู้แน่ชัดว่านุกะแห้งหรือเปียกเกินไปไหม ไม่สบายหรือเปล่า ต้องดูแลช่วยเหลืออะไรเป็นพิเศษไหม แต่แค่คืนแรกกลิ่นนุกะก็ฉุนกึกติดมือจนล้างไม่หมด คืนที่สองฉันเลยเซย์เฮลโลแล้วขอมีระยะห่างด้วยการดูแลนุกะด้วยอุปกรณ์เสมอมา แต่ก็ตามฟอร์มว่าเมื่อไม่อยู่บ้านหลายวัน ฉันก็ฝากฝังให้แม่ช่วยปลุกนุกะให้แทน พอกลับมาแล้วก็ดูแลขาดๆ หายๆ ตามประสาคนยุ่งไม่มีสมาธิที่วันๆ จะเผลอไผลหลงลืมอะไรสักอย่างสองอย่าง</p>
<p>จนนุกะของฉันเริ่มป่วย ดูไม่เฮลท์ตี้เหมือนตอนมาอยู่ด้วยกันใหม่ๆ ไม่ว่าจะยุ่งอย่างไรฉันก็ต้องกลับมาเปิดโหลดูแลมันทุกคืน ในวันที่เหนื่อยมากๆ ฉันก็เผลอคุยกับนุกะด้วยซ้ำว่าอย่าเพิ่งเป็นอะไรไป ช่วงเวลานี้ลำบากหน่อยแต่ก็ต้องสู้ต่อ อย่าปล่อยให้ราดำมาทำให้เราต้องจากกันนะ และเมื่อปลดล็อกสนทนากับนุกะได้ ฉันก็เริ่มเข้าใจนางเอกซีรีส์ที่พร่ำเพ้ออยู่หน้าไห ไปพร้อมๆ กับเข้าใจฟีลลิ่งของสาวญี่ปุ่นมากมายที่หลงรักคิตตี้เพียงเพราะมันไม่มีปาก แต่พร้อมรับฟังพวกเธอเสมอนั่นเอง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-67560" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/monton-07-2019-02.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/monton-07-2019-02.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/monton-07-2019-02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/monton-07-2019-02-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>บางวัน ฉันตลกตัวเองที่อาการหนักยืนคุยกับสิ่งมีชีวิตคนละอาณาจักรได้ แต่ในวันที่ยาก แตงดองรสชัดที่เพิ่งออกจากโหลนุกะก็ปลอบฉันว่า &#8216;กัมบัตเตะเนะ&#8217;</p>
<p>กลายเป็นว่าการเข้าใจหลักการวิทยาศาสตร์เรื่องการหมักดองที่อุตส่าห์พยายาม ก็ไม่อาจสู้ความโรแมนติกที่รับรู้ถึงการมีชีวิตของแบคทีเรียได้ สมกับที่เกิดมาเป็นคนอย่างนี้จริงๆ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hello-my-fermented-nuka/">ฮัลโหลเทสต์ : การทดลองสนทนากับของหมักดองในความดูแล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>DIY ชีวิตแบบทำเองก็ได้ ไม่ง่ายหรอก (แต่ก็ดีออกนะ)</title>
		<link>https://adaymagazine.com/diy-life/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิราภรณ์ วิหวา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 May 2019 19:17:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Thought]]></category>
		<category><![CDATA[มณฑลจิราภรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[จิราภรณ์ วิหวา]]></category>
		<category><![CDATA[DIY]]></category>
		<category><![CDATA[Do It Yourself]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=61049</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฉันโตมากับคอลัมน์ Do It Yourself ทำเองก็ได้&#8230;ง่ายจัง ของกงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ ในนิตยสาร สุดสัปดาห์ ที่ชอบหยิบจับข้าวของบ้านๆ kitsch เล็ก kitsch น้อย มาประดิษฐ์พลิกแพลงจนกลายเป็นของเก๋ที่มีฟังก์ชั่นทีเล่นทีจริง ไม่ว่าจะเป็นการเอาตุ๊กตุ่นยางของเล่นวัยเด็กไปยัดในโหลยาดองกบไฟกะพริบจนเต็ม กลายเป็นโคมไฟเก๋ ฉีกเสื้อยืดย้วยลายวินเทจมาห่อปกสมุดโน้ตถูกใจเด็กแนวยุคนั้น หยิบกล่องคุกกี้สีแดงที่ได้จากการจับฉลากปีใหม่มาโมให้กลายเป็นนาฬิกาแสนป๊อป และข้าวของอีกมากมายก่ายกองที่สนุกเป็นบ้า ถึงแม้ฉันจะลงมือทำตามบ้างอยู่สัก 2-3 ชิ้นเท่านั้นตามประสาคนขี้เกียจ แต่คอลัมน์นี้กลับปลูกฝังทัศนคติ ‘ทำเองก็ได้&#8230;ง่ายจัง’ ลงในหัวฉันอย่างหยั่งรากลึกและแข็งแรงจนขุดรากถอนโคนไม่ได้   บวกรวมกับสภาพแวดล้อมที่มีแม่คอยตัดเสื้อให้ใส่ เย็บกระเป๋าให้ถือ ตัดผ้าคลุมโซฟาเองก็ได้ เรือนปลูกต้นไม้ก็สร้างได้เอง ฉันจึงยิ่งเข้าข่ายคนไม่ยอมเสียสตางค์ให้สารพัดช่างจนคนรอบข้างบอกว่าเพลาๆ บ้างเทอะ! (เสียงหลงกว่า ‘เถอะ’ แบบปกติ) เพราะถึงแม้ข้อดีคือประหยัดสตางค์จ้างคนนั้นคนนี้ แต่ข้อเสียก็คือบ้านตึกแถวสี่ชั้นอัดแน่นไปด้วยข้าวของที่ ‘น่าจะเอามาทำอะไรสักอย่าง’ หมกไว้อย่างเหงาหงอย เพราะใจหนึ่งก็รู้ดีว่า งานดีไอวายสไตล์ที่เคยชอบได้อีสกอนไปแล้ว หลายต่อหลายชิ้นก็ไม่ได้สปาร์กจอยอย่างที่มาริเอะ คนโดะ ไกด์ไว้ให้ แถมชีวิตช่วงนี้ก็ต้อง do it แต่งาน จนรู้สึกผิดว่าถ้าทำงานไม่เสร็จแล้วจะไปทำอะไรเล่นร่าเริงได้   แต่อย่างที่บอก ประโยค ‘ทำเองก็ได้ง่ายจัง’ มันกลายเป็นเนื้อตัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/diy-life/">DIY ชีวิตแบบทำเองก็ได้ ไม่ง่ายหรอก (แต่ก็ดีออกนะ)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="normal"><span lang="th">ฉันโตมากับคอลัมน์ Do It Yourself ทำเองก็ได้&#8230;ง่ายจัง ของกงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ ในนิตยสาร <em>สุดสัปดาห์</em> ที่ชอบหยิบจับข้าวของบ้านๆ kitsch เล็ก kitsch น้อย มาประดิษฐ์พลิกแพลงจนกลายเป็นของเก๋ที่มีฟังก์ชั่นทีเล่นทีจริง </span></p>
<p class="normal"><span lang="th">ไม่ว่าจะเป็นการเอาตุ๊กตุ่นยางของเล่นวัยเด็กไปยัดในโหลยาดองกบไฟกะพริบจนเต็ม กลายเป็นโคมไฟเก๋ ฉีกเสื้อยืดย้วยลายวินเทจมาห่อปกสมุดโน้ตถูกใจเด็กแนวยุคนั้น หยิบกล่องคุกกี้สีแดงที่ได้จากการจับฉลากปีใหม่มาโมให้กลายเป็นนาฬิกาแสนป๊อป และข้าวของอีกมากมายก่ายกองที่สนุกเป็นบ้า </span></p>
<p class="normal"><span lang="th">ถึงแม้ฉันจะลงมือทำตามบ้างอยู่สัก 2-3 ชิ้นเท่านั้นตามประสาคนขี้เกียจ แต่คอลัมน์นี้กลับปลูกฝังทัศนคติ ‘ทำเองก็ได้&#8230;ง่ายจัง’ ลงในหัวฉันอย่างหยั่งรากลึกและแข็งแรงจนขุดรากถอนโคนไม่ได้<br />
</span><span lang="th"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-61461 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/1-1.jpg" alt="กาแฟดำไม่เผ็ด" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/1-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/1-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p class="normal"><span lang="th">บวกรวมกับสภาพแวดล้อมที่มีแม่คอยตัดเสื้อให้ใส่ เย็บกระเป๋าให้ถือ ตัดผ้าคลุมโซฟาเองก็ได้ เรือนปลูกต้นไม้ก็สร้างได้เอง ฉันจึงยิ่งเข้าข่ายคนไม่ยอมเสียสตางค์ให้สารพัดช่างจนคนรอบข้างบอกว่าเพลาๆ บ้างเทอะ! (เสียงหลงกว่า ‘เถอะ’ แบบปกติ) เพราะถึงแม้ข้อดีคือประหยัดสตางค์จ้างคนนั้นคนนี้ แต่ข้อเสียก็คือบ้านตึกแถวสี่ชั้นอัดแน่นไปด้วยข้าวของที่ ‘น่าจะเอามาทำอะไรสักอย่าง’ หมกไว้อย่างเหงาหงอย เพราะใจหนึ่งก็รู้ดีว่า งานดีไอวายสไตล์ที่เคยชอบได้อีสกอนไปแล้ว หลายต่อหลายชิ้นก็ไม่ได้สปาร์กจอยอย่างที่มาริเอะ คนโดะ ไกด์ไว้ให้ แถมชีวิตช่วงนี้ก็ต้อง do it แต่งาน จนรู้สึกผิดว่าถ้าทำงานไม่เสร็จแล้วจะไปทำอะไรเล่นร่าเริงได้<br />
</span><span lang="th"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-61462 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/2-1.jpg" alt="กาแฟดำไม่เผ็ด" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/2-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/2-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p class="normal"><span lang="th">แต่อย่างที่บอก ประโยค ‘ทำเองก็ได้ง่ายจัง’ มันกลายเป็นเนื้อตัว เมื่อพอจะมีโอกาสทำอะไรเองได้ใจมันก็เลือกวิธีทำเองสิแทนซื้อสิด้วยคำว่าง่ายจังเสมอ อย่างในช่วงหลังๆ มานี้ฉันตั้งใจเลิกใช้สเปรย์ดับกลิ่นตัวเพราะไม่อยากทิ้งกระป๋องสเปรย์แบบรู้สึกผิด หนีไปใช้โรลออนแบบลูกกลิ้งก็ยังรู้สึกไม่ต่างกัน เลยลองเสิร์ชเล่นๆ ดูว่ามนุษย์เขาเปลี่ยนไปใช้อะไรดับกลิ่นน้องเต่ากันบ้าง ก็ตามฟอร์มว่าต้องไปเจอสูตรดีไอวายทำเองก็ได้ง่ายจังในเว็บไซต์ต่างประเทศที่มีหลากหลายสูตร ทั้งสูตรสเปรย์น้ำไร้แอลกอฮอล์ สูตรครีมที่ใช้น้ำมันมะพร้าวและเชียบัตเตอร์ (ที่แค่แทนค่าอุณหภูมิเมืองไทยเข้าไปก็เหนอะเนอะแล้ว) </span></p>
<p class="normal"><span lang="th">หลังจากเทียบสูตรดูความเป็นไปได้ของวัตถุดิบ ฉันก็พบว่าสูตรที่ใช้น้ำแร่ เกลือหิมาลายัน ทีทรีออยล์ และเบกกิ้งโซดาดูจะเข้าท่าที่สุด เพราะวัตถุดิบก็มีอยู่ในบ้าน ขาดก็แค่ Witch Hazel สมุนไพรยอดฮิตจากอเมริกาที่ดีเด่นเรื่องการรักษาสิวและมีสารแอนติออกซิแดนต์ที่ดีเด่นมาก แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียอันเป็นต้นกำเนิดของกลิ่นตุจากเต่าที่รักแร้ จึงกลายเป็นส่วนผสมสำคัญที่ต้องตามหา แถมชื่อก็ดูเป็นแม่มดปรุงยาจนรู้สึกอยากจะร่ายมนตร์ขึ้นมาซะอย่างนั้น (แม้จริงๆ แล้วคำว่า Witch ในชื่อของมันจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับแม่มดก็ตาม) </span></p>
<p class="normal"><span lang="th">ขอบคุณโลกอินเทอร์เน็ตที่มีทุกอย่าง ฉันสามารถกดสั่งซื้อวิตช์ฮาเซลเกรดเครื่องสำอางได้ในราคาสู้ไหว สามวันส่งถึงบ้านทันใจ จากนั้นก็แค่ตวงๆ เทๆ คนๆ ตามสูตร (ที่หยวนเองบ้างนิดหน่อย) แล้วบรรจุขวดสเปรย์ที่มีอยู่ในบ้าน ฉันก็ได้สเปรย์ระงับกลิ่นมาด้วยเวลาอันรวดเร็ว ทำเองก็ได้ง่ายจังตามนั้นจริงๆ </span></p>
<p class="normal"><span lang="th">แต่แน่นอนว่าเวลาใช้ไม่ได้ง่ายดายสะดวกสบายเหมือนสเปรย์กระป๋องแห้งทันที สวมเสื้อได้ทันใจ เพราะสเปรย์น้ำสูตรนี้ไม่ได้แห้งง่ายระเหยไวได้ดังใจนัก หลังอาบน้ำเสร็จฉันต้องวางแผนฉีดรักแร้ทิ้งไว้พักหนึ่ง ก่อนจะไปทาครีม ตบเซรั่ม เลือกแมตช์ชุด หรือโอ้เอ้จนรักแร้แห้งได้ที่จึงจะแต่งตัวได้ แต่เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ของรักแร้ที่ไม่ถึงกับแห้งผากเหมือนมีอะไรไปฉาบให้เหงื่ออั้นเอาไว้ กลิ่นไม่ชอบมาพากลก็ไม่รุนแรงเท่าตอนไม่ใช้อะไรเลย และรู้สึกเองว่ารักแร้ปลอดภัยใกล้ชิด (สารสกัดจาก) ธรรมชาติมากขึ้น </span></p>
<p class="normal"><span lang="th">ที่สำคัญที่สุดคือรักแร้ไม่ดำเหมือนตอนใช้โรลออนด้วยนะ </span></p>
<p class="normal"><span lang="th"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-61463 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/3-1.jpg" alt="กาแฟดำไม่เผ็ด" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/3-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/3-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><span lang="th">ได้ทำก็เริ่มเอาใหญ่ พอได้รู้จักน้ำสกัดใบย่านางเป็นผลิตภัณฑ์โอทอปกลั่นมาบรรจุขวดสเปรย์ให้ฉีดคลายร้อนเพราะใบย่านางมีฤทธิ์เย็น เสิร์ชดูต่อก็พบว่ามีแอนติออกซิแดนต์และมีสารต้านเชื้อแบคทีเรียเหมือนๆ กันกับวิตช์ฮาเซลนี่นา ก็น่าจะเข้าท่ากับจั๊กกะแร้เราเหมือนกัน ฉันก็เลยลองเปลี่ยนสูตรจากสมุนไพรอเมริกันมาเป็นสมุนไพรไทยๆ บ้านเรานี่แหละ มีขายราคาเบาอยู่มากมาย ซึ่งผลลัพธ์ก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน กล่าวคือทำง่ายใช้ยาก แต่ก็สบายใจสบายกระเป๋าสตางค์ดี และความมั่นอกมั่นใจนี้ ก็นำไปสู่การกวนสบู่ ทำน้ำยาบ้วนปาก ปรุงแชมพูสระผม หรือโขลกสครับจากข้าวสารไว้ขัดตัวเองแบบไม่ง้อไมโครบีดส์ ซึ่งยากกว่าการทำสเปรย์ที่ว่านี่อยู่มาก แต่ก็ไม่ได้ยากเกินจะพยายามดูสักตั้ง</span></p>
<p class="normal"><span lang="th">เอาเข้าจริงๆ ฉันสนุกและภูมิอกภูมิใจกับการทำเองก็ได้ง่ายจังในหมวดหมู่เครื่องอุปโภคในชีวิตประจำวันมากกว่าหมวดประดิดประดอยมาก เพราะนอกจากจะได้ใช้จริงทุกวัน ไม่ใช่ทำเสร็จภูมิใจแล้วตั้งโชว์ไว้อย่างนั้น ที่สำคัญคือมันเหมือนได้ปลดล็อกสิ่งที่เราเชื่อมาตั้งแต่เด็กว่าจะต้องซื้อและซื้อตามที่โฆษณาสั่ง แถมเชื่อจริงๆ จังๆ ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจะให้ผลลัพธ์อย่างที่สัญญา สิวขึ้นมาสักเม็ดก็ทุรนทุรายวุ่นวายใจอยู่กับสิวที่ไม่ยอมยุบอยู่นั่น แล้วก็ต้องรบเร้าให้แม่ซื้อเจลล้างหน้าที่ยืนยันกับเราด้วยนางแบบหน้าสวยปิ๊งว่าสิวจะหายในวันสองวันอย่างที่เขาเปรียบเทียบบีฟอร์อาฟเตอร์เอาไว้ </span><span lang="th">อยากมีวงแขนขาวไว้ใส่สายเดี่ยวโหนราวรถเมล์โดยไม่ต้องขวยเขิน ทั้งที่จริงๆ โรลออนที่ว่าเป็นตัวการทำให้รักแร้เราดำมากขึ้นนี่นา แถมเราก็ไม่ได้อยากให้ผู้ชายเอาหน้ามาคลอเคลียใกล้ๆ จั๊กกะแร้ด้วย หรืออยากให้รอยตีนกาไม่มากล้ำกรายทั้งที่อายุอานามก็เพิ่มขึ้นทุกปี แต่เราก็เชื่อว่าน้ำตบรุ่นนั้นแบรนด์นี้จะเนรมิตให้เราได้ ซึ่งพอเราได้มาทำเองใช้เอง สังเกตผลลัพธ์ตามจริง อะไรดีไม่ต้องให้บุ๋มว่าดี เพราะเรานี่แหละรู้ดีที่สุด </span></p>
<p class="normal"><span lang="th">อะไรไม่เวิร์กก็หาทางใหม่ ถ้าจะต้องซื้ออะไรใช้เพราะทำเองไม่ได้ก็ไม่ได้คาดคั้น และไม่คาดหวังอะไรเพราะไม่ได้สัญญิงสัญญาอะไรกับตัวเองไว้แต่แรก</span></p>
<p class="normal"><span lang="th">จากที่เคยรู้สึกผิดหน้ากระจกเพราะเซตปรนนิบัติผิวหน้าที่กัดฟันซื้อมาไม่ให้ผลลัพธ์น่าพึงพอใจนอกจากกลิ่นหอมที่ปลอบใจไปวันๆ พอได้ลดละการช้อปปิ้ง ไม่ต้องอ่านรีวิวเครื่องสำอาง เดินห้างและดรักสโตร์น้อยลง ไม่แพ้ทางบีเอตามเคาน์เตอร์ ฉันก็พบว่าชีวิตส่วนที่ต้องหมกมุ่นกับรูขุมขน ริ้วรอย ความชี้ฟูของผม หรือรอยด่างดำตามจุดต่างๆ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะถึงบางอย่างจะทำเองไม่ได้ แต่ก็ใช้ชีวิตได้ง่ายจังมากขึ้น</span></p>
<p class="normal"><span lang="th">เอ๊ะ ตกลงว่ามันจะง่ายหรือมันจะยาก เอาเป็นว่าฉันชอบที่ชีวิตแบบทำเองก็ได้ง่ายจังพาให้เราได้เรียนรู้เรื่องไม่ง่าย แต่ถ้าทำได้แล้วดีจังขึ้นมา (อนุญาตให้ทวนประโยคซ้ำเพื่อความเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง)<br />
</span><span lang="th"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-61464 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/4-1.jpg" alt="กาแฟดำไม่เผ็ด" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/4-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/4-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/4-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p class="normal"><b><span lang="th">แจกสูตรสเปรย์รักแร้แบบแห้งช้าแต่ชอบ</span></b></p>
<p class="normal"><b><span lang="th">วัตถุดิบ</span></b></p>
<p class="normal"><span lang="th">น้ำแร่หรือน้ำกลั่น 90 มิลลิลิตร (เกือบๆ ครึ่งถ้วยตวง)</span></p>
<p class="normal"><span lang="th">วิตช์ฮาเซลหรือน้ำสกัดใบย่านาง 30 มิลลิลิตร</span></p>
<p class="normal"><span lang="th">เกลือหิมาลายันสีชมพู 2 ช้อนโต๊ะ</span></p>
<p class="normal"><span lang="th">เบกกิ้งโซดา ½ ช้อนโต๊ะ</span></p>
<p class="normal"><span lang="th">ทีทรีออยล์หรือเอสเซนเชียลออยล์กลิ่นที่ชอบ 10 หยด </span></p>
<p class="normal"><span lang="th"> </span></p>
<p class="normal"><b><span lang="th">วิธีทำ (ง่ายๆ)</span></b></p>
<p class="normal"><span lang="th">อุ่นน้ำบนเตาให้พอร้อน ใส่เกลือและเบกกิ้งโซดาลงไปคนให้ละลาย ทิ้งไว้ให้เย็น ใส่วิตช์ฮาเซลหรือเอสเซนเชียลออยล์ลงไป คนให้เข้ากัน บรรจุใส่ขวดสเปรย์เก่าที่มีในบ้าน เสร็จเร็วมาก ถ้ายังไม่ฟินให้หาเชือกมาผูก หาโบมาพัน หรือแปะเอ็มทีเทปเก๋ๆ เพื่อยืดเวลาและความยากให้มากขึ้นอีกนิด</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/diy-life/">DIY ชีวิตแบบทำเองก็ได้ ไม่ง่ายหรอก (แต่ก็ดีออกนะ)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
