<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วรรณิดา กสิวงศ์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author79/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author79/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Aug 2018 18:39:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Oktoberfest : เทศกาลเบียร์สุดยิ่งใหญ่ใจกลางเมืองมิวนิก ที่ไม่ได้มีดีแค่เบียร์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-oktoberfest/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-oktoberfest/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรณิดา กสิวงศ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Sep 2017 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[Oktoberfest 2017]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก]]></category>
		<category><![CDATA[Beer Festival]]></category>
		<category><![CDATA[Munich]]></category>
		<category><![CDATA[มิวนิก]]></category>
		<category><![CDATA[เยอรมนี]]></category>
		<category><![CDATA[เยอรมัน]]></category>
		<category><![CDATA[เบียร์]]></category>
		<category><![CDATA[Oktoberfest]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-oktoberfest/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงเทศกาล Oktoberfest ทุกคนจะรู้ทันทีว่าเรากำลังพูดถึงเทศกาลเบียร์ประจำปีที่โด่งดังที่สุดในโลก ภาพความสนุกสนานในเต็นท์ที่มีนักร้องและวงดนตรี พร้อมกับการแต่งกายในชุดพื้นเมือง และอาหารเครื่องดื่มที่หลากหลาย ทำให้เทศกาลนี้เป็นหนึ่งในจุดมุ่งหมายหลักของการเดินทางมาเยี่ยมเยือนประเทศเยอรมนี เทศกาลนี้ยังถูกจัดขึ้นในอีกหลายเมืองหลายประเทศทั่วโลกเพื่อเฉลิมฉลองสำหรับชาวเยอรมันที่พำนักอาศัยอยู่ในต่างแดน เมื่อเราได้มาเยือนเมืองมิวนิกช่วงเดือนกันยายนทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศต้นตำรับของเทศกาล Oktoberfest ที่นี่ เทศกาล Oktoberfest เป็นเทศกาลที่มีมานานกว่า 200 ปี โดยจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1810 ในพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายลุดวิกที่ 1 (Ludwig I of Bavaria) และเจ้าหญิงเทเรซา (Princess Theresa of Bavaria) มีชาวเมืองมิวนิกมาร่วมเฉลิมฉลองต่อเนื่อง ปิดท้ายด้วยการจัดการแข่งม้าในวันที่ 17 ตุลาคม เพื่ออวยพรให้คู่บ่าวสาว ต่อมาการจัดเทศกาลนี้กลายเป็นงานประจำปีที่มีงานแสดงต่างๆ มาเพิ่มสีสันให้กับงาน จนได้ขยายระยะเวลาการจัดงานจากเดิม 6 วัน คือวันที่ 12 &#8211; 17 ตุลาคมของทุกปี เป็นช่วงกลางเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม เพื่อให้ผู้มาร่วมงานได้สนุกสนานกับบรรยากาศในสภาพอากาศที่เย็นสบาย ไม่หนาวจนเกินไป และมีเวลาเฉลิมฉลองยาวนานขึ้น แม้ว่าระยะเวลาส่วนใหญ่ของเทศกาลจะจัดขึ้นในเดือนกันยายน ผู้จัดงานก็ตั้งใจให้เทศกาลนี้จบลงในอาทิตย์แรกของเดือนตุลาคมตามประเพณีและคงชื่อ Oktoberfest เอาไว้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-oktoberfest/">Oktoberfest : เทศกาลเบียร์สุดยิ่งใหญ่ใจกลางเมืองมิวนิก ที่ไม่ได้มีดีแค่เบียร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	เมื่อพูดถึงเทศกาล Oktoberfest<br />
ทุกคนจะรู้ทันทีว่าเรากำลังพูดถึงเทศกาลเบียร์ประจำปีที่โด่งดังที่สุดในโลก<br />
ภาพความสนุกสนานในเต็นท์ที่มีนักร้องและวงดนตรี พร้อมกับการแต่งกายในชุดพื้นเมือง และอาหารเครื่องดื่มที่หลากหลาย<br />
ทำให้เทศกาลนี้เป็นหนึ่งในจุดมุ่งหมายหลักของการเดินทางมาเยี่ยมเยือนประเทศเยอรมนี<br />
เทศกาลนี้ยังถูกจัดขึ้นในอีกหลายเมืองหลายประเทศทั่วโลกเพื่อเฉลิมฉลองสำหรับชาวเยอรมันที่พำนักอาศัยอยู่ในต่างแดน เมื่อเราได้มาเยือนเมืองมิวนิกช่วงเดือนกันยายนทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศต้นตำรับของเทศกาล<br />
Oktoberfest ที่นี่</p>
<p>
	เทศกาล Oktoberfest<br />
เป็นเทศกาลที่มีมานานกว่า 200 ปี โดยจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1810 ในพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายลุดวิกที่ 1 (Ludwig I of Bavaria) และเจ้าหญิงเทเรซา (Princess Theresa of Bavaria) มีชาวเมืองมิวนิกมาร่วมเฉลิมฉลองต่อเนื่อง<br />
ปิดท้ายด้วยการจัดการแข่งม้าในวันที่ 17 ตุลาคม<br />
เพื่ออวยพรให้คู่บ่าวสาว ต่อมาการจัดเทศกาลนี้กลายเป็นงานประจำปีที่มีงานแสดงต่างๆ<br />
มาเพิ่มสีสันให้กับงาน จนได้ขยายระยะเวลาการจัดงานจากเดิม 6 วัน คือวันที่ 12 &#8211; 17 ตุลาคมของทุกปี<br />
เป็นช่วงกลางเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม เพื่อให้ผู้มาร่วมงานได้สนุกสนานกับบรรยากาศในสภาพอากาศที่เย็นสบาย<br />
ไม่หนาวจนเกินไป และมีเวลาเฉลิมฉลองยาวนานขึ้น แม้ว่าระยะเวลาส่วนใหญ่ของเทศกาลจะจัดขึ้นในเดือนกันยายน<br />
ผู้จัดงานก็ตั้งใจให้เทศกาลนี้จบลงในอาทิตย์แรกของเดือนตุลาคมตามประเพณีและคงชื่อ Oktoberfest เอาไว้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/oktoberfest_3.jpg"></p>
<p><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/oktoberfest_61.jpg"></p>
<p>
	สถานที่จัดงานคือลานขนาดใหญ่ติดกับกับสถานีรถไฟใต้ดิน Theresienwiese ที่ถูกตั้งชื่อตามพระนามของเจ้าหญิงเทเรซา ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกลางใจเมืองมากนัก ความสนุกของงานนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ที่เราเดินเข้าสถานีรถไฟใต้ดิน ได้เห็นผู้คนมากมายทั้งชาวเยอรมันและชาวต่างชาติร่วมใจกันแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองที่เป็นชุดเอี๊ยมที่เรียกว่า<br />
Lederhosen สำหรับผู้ชาย และชุดกระโปรงที่เรียกว่า Dirndl<br />
สำหรับผู้หญิง เมื่อดูผิวเผินแล้วจะรู้สึกว่าทุกคนคล้ายคลึงกัน<br />
หากแต่สีสันของชุดและการตกแต่งด้วยเครื่องประดับนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ผู้ชายบางคนมีหมวกและเข็มกลัดมากมายประดับบนเสื้อ<br />
ในขณะที่ผู้หญิงบางคนถักเปียและแต่งผมด้วยดอกไม้ พร้อมกับผูกผ้ากันเปื้อนหลากสีสัน<br />
ผู้คนที่แต่งกายในชุดพื้นเมืองไม่ได้มีเพียงหนุ่มสาวและคนวัยทำงานเท่านั้น<br />
หากแต่ยังรวมไปถึงเด็กตัวน้อยและผู้สูงอายุที่มีชุดและเครื่องประดับแบบของตัวเอง<br />
สร้างรอยยิ้มและความตื่นเต้นให้ผู้มาร่วมงานที่เป็นชาวต่างชาติอย่างเราได้ดีมาก</p>
<p>
	สถานที่จัดงานเป็นลานกว้างเต็มไปด้วยเครื่องเล่นและซุ้มต่างๆ<br />
ในบรรยากาศงานวัดแบบเยอรมนี หน้างานมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่น<br />
และมีที่ฝากกระเป๋าอย่างเป็นระเบียบ มีแผนที่ของงานทั้งที่แสดงเฉพาะเต็นท์เบียร์<br />
และที่แสดงให้เห็นทั้งเต็นท์และร้านค้าต่างๆ โดยละเอียด แบ่งเป็น 3 ประเภทหลักได้แก่ เต็นท์เบียร์ ร้านจำหน่ายอาหารและของที่ระลึก<br />
และซุ้มเครื่องเล่น โดยมีเต็นท์เบียร์ขนาดใหญ่กว่า 14 เต็นท์ตั้งเป็นแนวตรงกลางไปตลอดพื้นที่จัดงาน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/oktoberfest_7.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3932.jpg"></p>
<p>
	เราเริ่มเดินจากทางเข้างานผ่านซุ้มเกมขนาดเล็กแบบที่คุ้นเคยกันในเมืองไทย<br />
อย่างซุ้มยิงปืน ซุ้มโยนลูกบอล ไปตามถนนทางขวามือของที่จัดงานที่มีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกเป็นหลัก<br />
อาหารส่วนใหญ่ที่ขายในงานจะเป็นไส้กรอกเยอรมัน และแซนด์วิชหลากหลายชนิดสำหรับรองท้องก่อนเข้าไปลิ้มรสอาหารมื้อใหญ่ที่จำหน่ายอยู่ในเต็นท์เบียร์<br />
มีขนมปังขิงรูปหัวใจ Lebkuchenherz เป็นเอกลักษณ์สำคัญของงาน</p>
<p>
	เมื่อเดินผ่านซุ้มมาระยะหนึ่งแล้วก็ได้เวลาเข้าไปดูบรรยากาศภายในเต็นท์เบียร์กันบ้าง<br />
แต่ละเต็นท์ประดับตกแต่งด้วยริบบิ้นและป้ายแบบต่างๆ ทั้งที่เป็นรูปคน<br />
รูปอาหาร รูปสิ่งของจากในเทศกาล<br />
ทั้งเต็นท์จะเต็มไปด้วยโต๊ะยาวที่มีม้านั่งขนาบทั้งสองข้างสำหรับแขกที่เข้ามารับประทานอาหาร<br />
ส่วนตรงกลางจะเป็นเวทีให้นักร้องและวงดนตรีได้สร้างบรรยากาศสนุกสนานด้วยเพลงพื้นเมืองและเพลงสมัยใหม่<br />
ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาเยอรมัน เปิดโอกาสให้ทุกคนร้องและเต้นไปกับเสียงเพลง<br />
พร้อมกับที่พนักงานในชุดพื้นเมืองทยอยเสิร์ฟเครื่องดื่มและอาหาร</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/oktoberfest_2.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/oktoberfest_1.jpg"></p>
<p>
	อีกด้านของสถานที่จัดงานเต็มไปด้วยเครื่องเล่นแบบที่เราคุ้นเคยกันในสวนสนุกและงานวัด<br />
ทั้งม้าหมุน รถไฟเหาะตีลังกา หรือแม้กระทั่งบ้านผีสิง เราเลือกเข้าไปในซุ้มหนึ่งที่เป็นเกมไม่ทราบชื่อของที่นี่<br />
หลังจากที่ได้ยินเสียงคนจำนวนมากร้องเพลงและปรบมือเชียร์เสียงดัง ด้านในมีพื้นที่สำหรับคนดูรอบข้าง<br />
ส่วนตรงกลางซุ้มเป็นแป้นหมุนวงกลมขนาดใหญ่ คนพากย์คอยประกาศเพศและอายุจำกัดของผู้เข้าร่วมเล่นเกมในแต่ละรอบ<br />
ให้ทุกคนเข้ามานั่งรวมกันกลางแป้นหมุนตอนเริ่มเล่นเกม ก่อนที่ตัวแป้นจะค่อยๆ<br />
หมุนเร็วขึ้นคลอไปกับเสียงเพลงพื้นเมืองสนุกๆ ระหว่างที่ผู้เล่นพยายามทรงตัวอยู่บนแป้นที่หมุนไป<br />
คนที่หลุดจากแป้นก็จะลื่นลงไปด้านข้างที่มีเบาะหนารองรับ จนเหลือคนสุดท้ายที่สามารถอยู่บนแป้นได้นานที่สุดเป็นผู้ชนะ</p>
<p>
	โดยรวมแล้วเราค่อนข้างประทับใจที่เทศกาลนี้มีรูปแบบการจัดงานที่เป็นระบบ<br />
มีความสนุกสนานของเพลงพื้นเมืองจากวงดนตรี อาหารเยอรมันรสชาติอร่อย<br />
และการละเล่นแปลกตาที่ไม่สามารถหาได้ในเมืองไทย เทศกาลในปีนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่<br />
16 กันยายน &#8211; 3 ตุลาคม 2560 หากใครที่ไม่สะดวกเดินทางไปเมืองมิวนิกแต่อยากสัมผัสกับความสนุกสนานก็สามารถเข้าร่วมงาน<br />
Oktoberfest ที่จัดขึ้นในเมืองต่างๆ<br />
ทั่วทุกมุมโลกรวมถึงกรุงเทพมหานครด้วยนะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3945.jpg"></p>
<h3><strong>Oktoberfest Munich</strong></h3>
<p>
	<strong>address :</strong> Theresienwiese,<br />
Bavariaring, 80336, Munich, Germany<br />
	<br />
	<strong style="background-color: initial">hours :</strong> วันธรรมดา 10:00 &#8211; 24:00 น., วันหยุดสุปสัปดาห์ 09:00 &#8211; 24:00 น.<br />
	<strong>h</strong><strong style="background-color: initial">ow to get there :</strong><br />
	นั่งรถไฟใต้ดินสาย U4, U5, U7 มาที่สถานี Theresienwiese มีทางออกจากรถไฟใต้ดินขึ้นมาตรงทางเข้างาน</p>
<p><strong>map</strong></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1" target="_blank">ใครอยากส่งเรื่องสถานที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-oktoberfest/">Oktoberfest : เทศกาลเบียร์สุดยิ่งใหญ่ใจกลางเมืองมิวนิก ที่ไม่ได้มีดีแค่เบียร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-oktoberfest/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Kelvingrove Art Gallery and Museum พิพิธภัณฑ์ที่ทุกคนหลงรัก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-12/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-12/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรณิดา กสิวงศ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Apr 2016 20:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[กลาสโกลว์]]></category>
		<category><![CDATA[สกอตแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[United Kingdom]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการ]]></category>
		<category><![CDATA[Kelvingrove Art Gallery & Museum]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-12/</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับคนที่เดินทางมาเมือง Glasgow เป็นครั้งแรกและยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับที่นี่มากนัก อยากให้เริ่มทำความรู้จักกับเรื่องราวที่น่าสนใจของเมืองกลาสโกว์และประเทศสกอตแลนด์ที่ Kelvingrove Art Gallery and Museum แห่งนี้ ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่ภาพถ่ายที่รวบรวมผลงานกว่า 8,000 ชิ้น มีการจัดการดูแลที่ส่งเสริมบรรยากาศการเรียนรู้และความสร้างสรรค์ ทำให้มียอดผู้เข้าชมมากกว่า 1 ล้านคนในทุกๆ ปี และได้รับการโหวตให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดแห่งหนึ่งในสหราชอาณาจักรนับตั้งแต่เปิดทำการในปี 1901 ที่สำคัญคือ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้ทุกคนเข้าชมได้ฟรี จึงอยากแนะนำให้ทุกคนที่ได้มาเยือนกลาสโกว์ได้เข้ามาเยี่ยมชมที่นี่ ไม่ว่าจะมาคนเดียว มากับครอบครัว หรือมากับกลุ่มเพื่อนก็ตาม Kelvingrove Art Gallery and Museum มีทางเข้าทั้งจากฝั่งถนนใหญ่ Argyle Street และฝั่ง Kelvingrove Park ซึ่งเป็นทางเข้าหลัก ตัวอาคารมีทั้งหมด 3 ชั้น เมื่อเดินเข้ามาที่ชั้นล่างจะพบกับห้องโถงใหญ่ตรงกลาง มีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับ และมีจุดประชาสัมพันธ์พร้อมกับเอกสารข้อมูลของพิพิธภัณฑ์และแผนผังนิทรรศการ บริเวณใกล้ประตูทางเข้าทั้งสองฝั่งมีบันไดลงไปยังชั้นใต้ดินที่มีห้องสำหรับฝากเสื้อกันหนาว พร้อมกับห้องจัดแสดงนิทรรศการชั่วคราว และคาเฟ่เล็กๆ ให้บริการเครื่องดื่มร้อนและเบเกอรี่ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นได้ในราคาไม่แพง เมื่อกลับขึ้นมาที่ชั้นล่าง ถัดจากห้องโถงใหญ่ที่เราเจอตรงทางเข้า เป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการบริเวณปีกด้านซ้ายและขวา นิทรรศการในชั้นล่างจะเน้นให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองกลาสโกว์และประเทศสกอตแลนด์ ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอุตสาหกรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-12/">Kelvingrove Art Gallery and Museum พิพิธภัณฑ์ที่ทุกคนหลงรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	สำหรับคนที่เดินทางมาเมือง Glasgow เป็นครั้งแรกและยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับที่นี่มากนัก อยากให้เริ่มทำความรู้จักกับเรื่องราวที่น่าสนใจของเมืองกลาสโกว์และประเทศสกอตแลนด์ที่ Kelvingrove<br />
Art Gallery and Museum แห่งนี้</p>
<p>
	ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่ภาพถ่ายที่รวบรวมผลงานกว่า<br />
8,000 ชิ้น มีการจัดการดูแลที่ส่งเสริมบรรยากาศการเรียนรู้และความสร้างสรรค์<br />
ทำให้มียอดผู้เข้าชมมากกว่า 1 ล้านคนในทุกๆ ปี และได้รับการโหวตให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดแห่งหนึ่งในสหราชอาณาจักรนับตั้งแต่เปิดทำการในปี 1901<br />
ที่สำคัญคือ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้ทุกคนเข้าชมได้ฟรี<br />
จึงอยากแนะนำให้ทุกคนที่ได้มาเยือนกลาสโกว์ได้เข้ามาเยี่ยมชมที่นี่<br />
ไม่ว่าจะมาคนเดียว มากับครอบครัว หรือมากับกลุ่มเพื่อนก็ตาม</p>
<p>
	Kelvingrove Art Gallery and Museum มีทางเข้าทั้งจากฝั่งถนนใหญ่ Argyle Street และฝั่ง Kelvingrove Park ซึ่งเป็นทางเข้าหลัก ตัวอาคารมีทั้งหมด 3 ชั้น เมื่อเดินเข้ามาที่ชั้นล่างจะพบกับห้องโถงใหญ่ตรงกลาง<br />
มีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับ และมีจุดประชาสัมพันธ์พร้อมกับเอกสารข้อมูลของพิพิธภัณฑ์และแผนผังนิทรรศการ<br />
บริเวณใกล้ประตูทางเข้าทั้งสองฝั่งมีบันไดลงไปยังชั้นใต้ดินที่มีห้องสำหรับฝากเสื้อกันหนาว<br />
พร้อมกับห้องจัดแสดงนิทรรศการชั่วคราว และคาเฟ่เล็กๆ ให้บริการเครื่องดื่มร้อนและเบเกอรี่ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นได้ในราคาไม่แพง</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2969.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2970.jpg"></p>
<p>
	เมื่อกลับขึ้นมาที่ชั้นล่าง<br />
ถัดจากห้องโถงใหญ่ที่เราเจอตรงทางเข้า เป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการบริเวณปีกด้านซ้ายและขวา<br />
นิทรรศการในชั้นล่างจะเน้นให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองกลาสโกว์และประเทศสกอตแลนด์<br />
ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอุตสาหกรรม รวมถึงห้องที่ชอบมากที่สุดอย่างห้อง<br />
Scotland’s Wildlife ที่จัดแสดงสัตว์ป่าหลากหลายชนิดที่พบได้ในสกอตแลนด์<br />
มีการตกแต่งเลียนแบบสภาพแวดล้อมในป่าเหมือนได้มองเห็นสัตว์เหล่านี้จากในป่าจริงๆ<br />
ดูแล้วนึกถึงภาพยนตร์สารคดีและช่วงที่ได้ไปทัศนศึกษาเดินป่าตอนเด็กๆ</p>
<p>
	เมื่อเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนจะพบกับนิทรรศการในหัวข้อที่กว้างขวางและเป็นสากลมากขึ้น<br />
อย่างห้องนิทรรศการสงครามในยุโรป ประวัติศาสตร์ของอารยธรรมต่างๆ จากทั่วโลก<br />
และแกลเลอรี่ภาพถ่ายที่แสดงผลงานศิลปะแบบฝรั่งเศส ดัตช์ และสกอตติช รวบรวมทั้งงานศิลปะย้อนยุคและภาพวาดแบบร่วมสมัย<br />
มีคำอธิบายเทคนิคที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างละเอียด พร้อมกับประโยคสั้นๆ<br />
จากศิลปินที่สะท้อนแนวคิดและจุดเด่นของผลงาน แม้ผู้เข้าชมไม่มีพื้นฐานความรู้ทางศิลปะมาก่อนก็สามารถเข้าใจและเพลิดเพลินไปกับความสวยงามของผลงานเหล่านี้ได้<br />
สำหรับคนที่ต้องการบรรยากาศเงียบสงบในการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม<br />
บนชั้นนี้ก็มีห้องอ่านหนังสือให้เข้าไปใช้บริการได้เช่นกัน</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2976.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2986.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_29871.jpg"></p>
<p>
	ความประทับใจที่มีต่อพิพิธภัณฑ์แห่งนี้<br />
คือการจัดลำดับนิทรรศการที่เป็นระบบ นิทรรศการที่มีหัวข้อคล้ายคลึงกันจะอยู่ในลำดับติดกัน<br />
ระหว่างที่เดินชมจึงรู้สึกได้ถึงความต่อเนื่องของตัวนิทรรศการ<br />
ทั้งในแง่ของข้อมูลและความรู้สึกขณะเดินชม ทำให้ผู้เข้าชมมีอิสระในการเลือกเข้าชมนิทรรศการ<br />
ไม่ว่าจะเริ่มชมจากส่วนไหนของพิพิธภัณฑ์ก็ตาม แต่ละนิทรรศการก็มีการจัดแสดงและตกแต่งอย่างสร้างสรรค์แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์อื่นๆ ที่เคยไปมา ใช้การออกแบบสีวัสดุและของตกแต่งที่สมจริงมาก ช่วยสร้างบรรยากาศให้ผู้เข้าชมได้ใกล้ชิดกับแต่ละนิทรรศการมากขึ้น</p>
<p>
	ระหว่างเดินชมนิทรรศการ จะสังเกตเห็นเด็กเล็กๆ ตื่นเต้นดีใจกับรูปปั้นต่างๆ วัยรุ่นหลายคนจดจ่อกับผลงานที่ตัวเองสนใจเป็นเวลานานๆ ในขณะที่ผู้สูงอายุนั่งชมภาพถ่ายที่ตนเองชอบด้วยความผ่อนคลาย<br />
 ที่นี่เป็นศูนย์รวมของผู้เข้าชมมากมาย<br />
เพราะนอกจากนิทรรศการและแกลเลอรี่ภาพถ่ายที่จัดแสดงให้ชมตามปกติแล้ว<br />
ยังมีกิจกรรมและเวิร์กช็อปสำหรับคนทุกเพศทุกวัย นับตั้งแต่เด็กเล็ก<br />
นักเรียน นักศึกษา ผู้ใหญ่วัยทำงาน และผู้สูงอายุด้วย ที่พิเศษมากๆ คือ ที่นี่มีแอพพลิเคชันบนมือถือเป็นไกด์นำเที่ยวพิพิธภัณฑ์และเกมล่าสมบัติตามห้องนิทรรศการต่างๆ<br />
สามารถดาวน์โหลดจากทางเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์มาใช้ได้ทั้งระบบ iOS และ Android และยังมีวิดีโอต้อนรับผู้เข้าชมเป็นภาษามือสำหรับผู้พิการทางการได้ยินอีกด้วย</p>
<p>
	ข่าวดีสำหรับผู้ที่จะไปเยี่ยมชม Kelvingrove<br />
Art Gallery and Museum เร็วๆ นี้ทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดทำนิทรรศการ Life<br />
Gallery ขึ้นใหม่จากการระดมทุนกว่า<br />
10,000 ปอนด์ นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา เพื่อจัดแสดงผลงานในหัวข้อ Natural<br />
History และ World<br />
Cultures ประกอบไปด้วยสัตว์และพืชพันธุ์ในเขตชีวภาพที่หลากหลาย นับเป็นการจัดแสดงนิทรรศการใหม่ในบริเวณนี้หลังจากใช้เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการ Spitfire<br />
มามากกว่า 10 ปี นิทรรศการ Life<br />
Gallery ที่จัดทำขึ้นใหม่นี้ได้เปิดให้เข้าชมแล้วตั้งแต่วันที่ 2<br />
เมษายนที่ผ่านมา</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_29831.jpg" style="background-color: initial"></p>
<h2>Kelvingrove Art Gallery &amp; Museum</h2>
<p>
	<strong>Address:</strong> Argyle<br />
Street, Glasgow G3 8AG, United Kingdom<br />
	<br />
	<strong style="background-color: initial">Hours:</strong> วันจันทร์ &#8211; วันพฤหัสบดี และวันเสาร์ เปิด 10:00 &#8211; 17:00 น. วันศุกร์และวันอาทิตย์ เปิด 11:00 &#8211; 17:00 น.<br />
	<strong style="background-color: initial">How to get there:</strong><br />
	นั่งรถประจำทางสาย 17, 77, 100 มาลงด้านหน้าหรือฝั่งตรงข้ามพิพิธภัณฑ์ได้เลย หากมาจากทาง University<br />
of Glasgow สามารถเดินมาตามถนน Kelvin Way เพื่อมาทางเข้าฝั่ง Kelvingrove Park ได้</p>
<p>
	<strong>Map</strong></p>
<p>
	<a href="http://www.glasgowlife.org.uk/museums/kelvingrove/Pages/default.aspx">www.glasgowlife.org.uk/museums/kelvingrove/Pages/default.aspx</a></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-12/">Kelvingrove Art Gallery and Museum พิพิธภัณฑ์ที่ทุกคนหลงรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-12/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
