<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ศยามล แสงงาม, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author66/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author66/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 14 Aug 2018 17:00:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>วันที่แม่ตำหนิฉันด้วยสายตา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/change-9/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/change-9/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศยามล แสงงาม]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Apr 2016 08:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[a day that changed my life]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[#adaythatchangedmylife]]></category>
		<category><![CDATA[วันเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[รามคำแหง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/change-9/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราไม่ขอเรียกวันนั้นว่าวันเปลี่ยนชีวิต แต่ขอเรียกมันว่าวันเปลี่ยนความคิด เพราะเราเชื่อมาโดยตลอดว่าแค่เปลี่ยนความคิด&#8230;ชีวิตก็เปลี่ยนแล้ว &#8220;ขอแสดงความเสียใจ ท่านไม่มีอยู่ในรายชื่อที่ผ่านการคัดเลือก&#8221; ตัวอักษรสีแดงที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำให้มือไม้ของเราสั่นไปหมด เราบรรยายความรู้สึกในตอนนั้นของเราไม่ได้จริงๆ มันทั้งผิดหวัง เสียใจ กลัว ความรู้สึกต่างๆ โถมเข้ามา ไม่กล้าแม้แต่จะวิ่งไปบอกพ่อกับแม่ด้วยซ้ำ และแน่นอนคนแรกที่เราโทรหาคือเพื่อน (ในตอนนั้นเพื่อนสำคัญกับเรามาก) เราร้องไห้ เราเสียใจ และสุดท้าย เราก็หนีความจริงไม่พ้น ต้องบอกความจริงกับพ่อแม่อยู่ดี “พ่อ..แม่..หนูสอบไม่ติด” คำนี้ต้องทำให้พ่อแม่ผิดหวังมากแน่ๆ แต่เราไม่มีทางเลือกอื่น ก็เราสอบไม่ติดจริงๆ เราจำไม่ได้ว่าเราโดนพ่อด่าว่าหรือสวดอะไรบาง เราเอาแต่ร้องไห้แล้วก็คิดไปต่างๆ นานาว่าจะเอาอย่างไรต่อกับชีวิตดี จะเรียนที่ไหน อนาคตจะเป็นอย่างไร มันสับสนไปหมด จนวันหนึ่ง&#8230;เราได้ไปงานศพญาติสักคนซึ่งจำไม่ได้แล้วว่าคือใคร งานนั้นทำให้เราได้เจอป้าคนหนึ่งซึ่งบอกกับแม่เราว่าลูกเขาไปเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทำไมเราไม่ไปเรียนที่นั่น ตอนนั้นเรามีความคิดแบบเด็กๆ ว่าไม่อยากไป กรุงเทพฯ ก็ไม่เคยไปอยู่ จะไปได้ยังไง เรียนรามฯ เนี่ยนะ! เราเปิดเว็บไซต์ต่างๆ หาดูมหาวิทยาลัยเอกชน ถึงได้รู้ว่าค่าเทอมมันแพงมาก! แพงมากจริงๆ ถ้าเราอยากเรียน พ่อกับแม่ต้องเหนื่อยมากแน่ๆ เพราะครอบครัวเราไม่ได้รวยหรือมีเงินอะไรเลย อีกอย่างหนึ่ง&#8230;เราก็คงอยู่ในสังคมแบบนั้นไม่ได้ เพราะเราเป็นเด็กต่างจังหวัดเป็นลูกหลานชาวนา ไม่ชินกับสังคมแบบนั้นแน่ๆ เมื่อทางเลือกของเราแคบลง เราจึงตัดสินใจไปเรียนที่รามฯ จนได้ และรามฯ นี่แหละคือจุดเปลี่ยนความคิดและชีวิตของเรา&#8230; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-9/">วันที่แม่ตำหนิฉันด้วยสายตา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เราไม่ขอเรียกวันนั้นว่าวันเปลี่ยนชีวิต<br />
แต่ขอเรียกมันว่าวันเปลี่ยนความคิด เพราะเราเชื่อมาโดยตลอดว่าแค่เปลี่ยนความคิด&#8230;ชีวิตก็เปลี่ยนแล้ว</p>
<p>&#8220;ขอแสดงความเสียใจ<br />
ท่านไม่มีอยู่ในรายชื่อที่ผ่านการคัดเลือก&#8221;</p>
<p>ตัวอักษรสีแดงที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำให้มือไม้ของเราสั่นไปหมด<br />
เราบรรยายความรู้สึกในตอนนั้นของเราไม่ได้จริงๆ มันทั้งผิดหวัง เสียใจ กลัว<br />
ความรู้สึกต่างๆ โถมเข้ามา ไม่กล้าแม้แต่จะวิ่งไปบอกพ่อกับแม่ด้วยซ้ำ<br />
และแน่นอนคนแรกที่เราโทรหาคือเพื่อน (ในตอนนั้นเพื่อนสำคัญกับเรามาก) เราร้องไห้ เราเสียใจ และสุดท้าย เราก็หนีความจริงไม่พ้น<br />
ต้องบอกความจริงกับพ่อแม่อยู่ดี</p>
<p>“พ่อ..แม่..หนูสอบไม่ติด” คำนี้ต้องทำให้พ่อแม่ผิดหวังมากแน่ๆ<br />
แต่เราไม่มีทางเลือกอื่น ก็เราสอบไม่ติดจริงๆ</p>
<p>เราจำไม่ได้ว่าเราโดนพ่อด่าว่าหรือสวดอะไรบาง<br />
เราเอาแต่ร้องไห้แล้วก็คิดไปต่างๆ นานาว่าจะเอาอย่างไรต่อกับชีวิตดี จะเรียนที่ไหน<br />
อนาคตจะเป็นอย่างไร มันสับสนไปหมด</p>
<p>จนวันหนึ่ง&#8230;เราได้ไปงานศพญาติสักคนซึ่งจำไม่ได้แล้วว่าคือใคร<br />
งานนั้นทำให้เราได้เจอป้าคนหนึ่งซึ่งบอกกับแม่เราว่าลูกเขาไปเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง<br />
ทำไมเราไม่ไปเรียนที่นั่น ตอนนั้นเรามีความคิดแบบเด็กๆ ว่าไม่อยากไป กรุงเทพฯ<br />
ก็ไม่เคยไปอยู่ จะไปได้ยังไง เรียนรามฯ เนี่ยนะ!</p>
<p>เราเปิดเว็บไซต์ต่างๆ<br />
หาดูมหาวิทยาลัยเอกชน ถึงได้รู้ว่าค่าเทอมมันแพงมาก! แพงมากจริงๆ ถ้าเราอยากเรียน พ่อกับแม่ต้องเหนื่อยมากแน่ๆ<br />
เพราะครอบครัวเราไม่ได้รวยหรือมีเงินอะไรเลย อีกอย่างหนึ่ง&#8230;เราก็คงอยู่ในสังคมแบบนั้นไม่ได้ เพราะเราเป็นเด็กต่างจังหวัดเป็นลูกหลานชาวนา<br />
ไม่ชินกับสังคมแบบนั้นแน่ๆ</p>
<p>เมื่อทางเลือกของเราแคบลง<br />
เราจึงตัดสินใจไปเรียนที่รามฯ จนได้</p>
<p>และรามฯ<br />
นี่แหละคือจุดเปลี่ยนความคิดและชีวิตของเรา&#8230;</p>
<p>ตอนนั้นเรามีแฟนอยู่คนหนึ่ง<br />
ซึ่งพ่อแม่ของเขาไม่ชอบเรา กีดกันทุกอย่าง เขาก็ตั้งใจจะไปเรียนที่รามฯ เหมือนกัน<br />
แต่เมื่อพ่อแม่เขารู้ว่าเรามาสมัครเรียนที่นี่แล้ว เขาจึงไม่ให้ลูกเขามา แฟนเราโกรธเรามาก คิดว่าเราไปแย่งที่ที่เขาอยากจะเรียน<br />
(เรามาย้อนคิดแล้วก็เห็นว่าทำไมมันไร้สาระจัง) ทั้งๆ ที่เขาก็ติดมหาวิทยาลัยของรัฐอยู่แล้ว แต่เราไม่ติดที่ไหนเลย<br />
ทำไมเขาไม่คิดว่าเราไม่มีทางเลือก เราทะเลาะกับแฟนหนักมาก<br />
รู้สึกสิ้นหวังเลยตอนนั้น สอบก็ไม่ติด แฟนก็ไม่เข้าใจ<br />
ตอนนั้นเรานั่งอยู่บนรถกับพ่อและแม่กำลังกลับบ้านหลังไปสมัครเรียนมา<br />
เราร้องไห้ออกมาเลยเพราะกลั้นไม่อยู่จริงๆ แต่คนที่อยู่ข้างๆ เราตอนนั้นคือแม่ (พ่อไม่รู้เรื่องแฟนเรา มีแม่คนเดียวที่รู้)</p>
<p>แม่อาจจะไม่ได้ปลอบเราด้วยคำหวานๆ<br />
สายตาของแม่มีแววตำหนิ แต่มันทำให้เราคิดอะไรบางอย่างได้&#8230;</p>
<p>ตอนที่เราล้ม<br />
ใครล่ะที่แม้จะด่าเรา แต่ก็ดึงเรายืนขึ้นและพร้อมพยุงเราเดินต่อไป<br />
คนที่อยู่ด้วยในวันที่เรารู้สึกแย่ที่สุด แม้ไม่ได้เข้าใจเราทุกอย่าง<br />
แต่ก็ไม่เคยขอตัดความสัมพันธ์กับเรา คนที่เลี้ยงเรามาจนโตขนาดนี้<br />
ให้ทุกอย่างที่อยากได้ แต่แค่พยายามทำอนาคตตัวเองให้ดีเพื่อเขา เรายังทำไม่ได้เลย<br />
แค่สอบติดให้เขาภูมิใจเรายังทำไม่ได้เลย</p>
<p>ในทางกลับกัน<br />
เรายังเอาเวลาไปร้องไห้ให้กับผู้ชายเฮงซวยที่ไหนก็ไม่รู้</p>
<p>หลังจากวันนั้น&#8230;เราก็เปลี่ยนตัวเองทุกอย่าง เลิกเที่ยว เลิกเล่น หันมาตั้งใจเรียน ทำเพื่อคนที่เขารักเราจริงๆ<br />
ไม่ใช่ใครก็ไม่รู้ที่แค่ผ่านเข้ามาในชีวิต</p>
<p>การได้เข้ามาเรียนที่รามฯ<br />
ก็ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนเหมือนกัน<br />
การได้อยู่คนเดียวไม่ค่อยมีเพื่อนทำให้เราได้มีเวลากับตัวเองมากขึ้น<br />
เราสนใจคนอื่นน้อยลง เข้มแข็งขึ้น และตั้งใจทำในสิ่งที่ควรทำ ให้ความสำคัญกับคนที่ควรให้ความสำคัญจริงๆ</p>
<p>อีกไม่นานเราจะเรียนจบแล้ว<br />
เราหวังจะแก้ตัวในสิ่งที่พลาดไปในอดีต<br />
หวังว่าใบปริญญาจะทำให้พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวเราได้</p>
<p>‘แววตาของแม่คือสิ่งที่ทำให้เราเปลี่ยนความคิด’<br />
ให้เราอยากเป็นคนที่ดีขึ้น อยากให้เขามองด้วยความภูมิใจ ชมว่าเราเก่ง<br />
เราพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนที่เราแคร์และแคร์เรามากที่สุด</p>
<p>หนูรักพ่อกับแม่นะ&#8230;และหนูจะทำให้ได้ จะทำให้พ่อกับแม่ภูมิใจให้ได้!</p>
<p>หนูไม่สัญญาหรอก แต่หนูจะทำให้ดู<br />
^^</p>
<p>ป.ล. พิมพ์ไปร้องไห้ไป T^T</p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากเล่าเรื่องวันเปลี่ยนชีวิตของตัวเองบ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/f2befd89a25181ba661be25f8bf9ca47.jpg" alt=""></p>
<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/adaythatchangedmylife?source=feed_text&amp;story_id=1206743246006332"></a></p>
<p><strong></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-9/">วันที่แม่ตำหนิฉันด้วยสายตา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/change-9/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
