<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author418/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author418/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 25 Jun 2021 11:42:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>บาร์บีคิวพลาซ่า แบรนด์ปิ้งย่างที่ใช้ ‘ความสุข’ เป็นเชื้อไฟในทุกมื้ออาหาร</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bbq-plaza/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Jun 2021 11:37:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[working culture]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Bar B Q Plaza]]></category>
		<category><![CDATA[บาร์บีคิวพลาซ่า]]></category>
		<category><![CDATA[บาร์บีก้อน]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมองค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=137415</guid>

					<description><![CDATA[<p>บาร์บีคิวพลาซ่า เสียงเนื้อนาบกระทะทองเหลืองดังฉ่าพร้อมควันหอมๆ ที่ลอยกรุ่นอยู่ด้านบนกระทะคงชวนให้หลายคนน้ำลายสอ แต่แบรนด์ปิ้งย่างระดับตำนานอย่าง ‘บาร์บีคิวพลาซ่า’ ไม่ได้มีจุดขายแค่เมนูปิ้งย่างสารพัดเนื้อหรือน้ำจิ้มสูตรเด็ดเพียงอย่างเดียว เพราะยังควงคู่มากับมาสคอตคู่บุญอย่าง ‘บาร์บีกอน’ มังกรเขียวหน้าตาจิ้มลิ้มซึ่งกลายมาเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้คนทั่วไปรู้จักแบรนด์ชนิดที่เรียกว่ากลายเป็นร้านปิ้งย่างขวัญใจมหาชนตัวจริง แบรนด์ปิ้งย่างที่คนไทยฝากท้องมากกว่า 30 ปี เริ่มจากจุดกำเนิดเล็กๆ ในครอบครัวชูพจน์เจริญ ที่มีความตั้งใจจะดูแลสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนพ้องให้อิ่มหนำผ่านมื้ออาหารที่ปรุงอย่างใส่ใจในบรรยากาศเป็นกันเอง จึงเป็นจุดตั้งต้นให้เกิดธุรกิจร้านปิ้งย่างบาร์บีคิวพลาซ่าที่ค่อยๆ เป็นที่รักของสาวกปิ้งย่าง จนนำไปสู่การขยายอาณาจักรมังกรเขียวที่นับวันยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ จากธุรกิจเล็กๆ ในครอบครัว กลายมาเป็นร้านอาหารมากสาขาที่การันตีได้เลยว่าน้อยคนนักที่ไม่เคยเดินเข้าไปลิ้มรสความอร่อย ปัจจุบันบาร์บีคิวพลาซ่ามีสาขาราว 150 สาขา บริหารงานโดยทายาทรุ่นที่สองของครอบครัวซึ่งชูนโยบายเรื่องการเอาใจใส่ดูแลสวัสดิภาพและสวัสดิการของพนักงาน เพื่อให้ทุกคนในองค์กรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และเหนืออื่นใดคือ มีความสุข จากความเชื่อในธุรกิจครอบครัวที่ส่งต่อกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่สมัยยังมีพนักงานเพียงหยิบมือ ทุกวันนี้บาร์บีคิวพลาซ่าขยายองค์กรจนเติบโตและมีพนักงานราว 4,000 คน ในปี 2555 บาร์บีคิวพลาซ่าได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น ‘ฟู้ดแพชชั่น’ (Food Passion) เพื่อบริหารบาร์บีคิวพลาซ่าและร้านอาหารในเครือ จากวัฒนธรรมองค์กรที่เคยอยู่ในใจ อยู่ในวัตรปฏิบัติของผู้คน บาร์บีคิวพลาซ่าพยายามถอดรหัสความเชื่อนั้นออกมาเป็นคำที่ทุกคนในองค์กรรับรู้ร่วมกัน เพื่อจะรวมพลังกันพิชิตเป้าหมายสูงสุด และยังสามารถขยายความเชื่อที่ว่านี้ให้คนภายนอกรับรู้ได้ด้วย รางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่น ‘Best of the Best Employer 2018’ โดยเอออน ฮิววิท&#160;ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรางวัล ‘แบรนด์ที่น่าเชื่อถือที่สุด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bbq-plaza/">บาร์บีคิวพลาซ่า แบรนด์ปิ้งย่างที่ใช้ ‘ความสุข’ เป็นเชื้อไฟในทุกมื้ออาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="display: none;"> บาร์บีคิวพลาซ่า </span>เสียงเนื้อนาบกระทะทองเหลืองดังฉ่าพร้อมควันหอมๆ ที่ลอยกรุ่นอยู่ด้านบนกระทะคงชวนให้หลายคนน้ำลายสอ แต่แบรนด์ปิ้งย่างระดับตำนานอย่าง ‘บาร์บีคิวพลาซ่า’ ไม่ได้มีจุดขายแค่เมนูปิ้งย่างสารพัดเนื้อหรือน้ำจิ้มสูตรเด็ดเพียงอย่างเดียว เพราะยังควงคู่มากับมาสคอตคู่บุญอย่าง ‘บาร์บีกอน’ มังกรเขียวหน้าตาจิ้มลิ้มซึ่งกลายมาเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้คนทั่วไปรู้จักแบรนด์ชนิดที่เรียกว่ากลายเป็นร้านปิ้งย่างขวัญใจมหาชนตัวจริง</p>



<p>แบรนด์ปิ้งย่างที่คนไทยฝากท้องมากกว่า 30 ปี เริ่มจากจุดกำเนิดเล็กๆ ในครอบครัวชูพจน์เจริญ ที่มีความตั้งใจจะดูแลสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนพ้องให้อิ่มหนำผ่านมื้ออาหารที่ปรุงอย่างใส่ใจในบรรยากาศเป็นกันเอง จึงเป็นจุดตั้งต้นให้เกิดธุรกิจร้านปิ้งย่างบาร์บีคิวพลาซ่าที่ค่อยๆ เป็นที่รักของสาวกปิ้งย่าง จนนำไปสู่การขยายอาณาจักรมังกรเขียวที่นับวันยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ จากธุรกิจเล็กๆ ในครอบครัว กลายมาเป็นร้านอาหารมากสาขาที่การันตีได้เลยว่าน้อยคนนักที่ไม่เคยเดินเข้าไปลิ้มรสความอร่อย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_19-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-137555" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_19-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_19-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_19-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_19-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_19-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_19.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>ปัจจุบันบาร์บีคิวพลาซ่ามีสาขาราว 150 สาขา บริหารงานโดยทายาทรุ่นที่สองของครอบครัวซึ่งชูนโยบายเรื่องการเอาใจใส่ดูแลสวัสดิภาพและสวัสดิการของพนักงาน เพื่อให้ทุกคนในองค์กรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และเหนืออื่นใดคือ มีความสุข</p>



<p>จากความเชื่อในธุรกิจครอบครัวที่ส่งต่อกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่สมัยยังมีพนักงานเพียงหยิบมือ ทุกวันนี้บาร์บีคิวพลาซ่าขยายองค์กรจนเติบโตและมีพนักงานราว 4,000 คน ในปี 2555 บาร์บีคิวพลาซ่าได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น ‘ฟู้ดแพชชั่น’ (Food Passion) เพื่อบริหารบาร์บีคิวพลาซ่าและร้านอาหารในเครือ</p>



<p>จากวัฒนธรรมองค์กรที่เคยอยู่ในใจ อยู่ในวัตรปฏิบัติของผู้คน บาร์บีคิวพลาซ่าพยายามถอดรหัสความเชื่อนั้นออกมาเป็นคำที่ทุกคนในองค์กรรับรู้ร่วมกัน เพื่อจะรวมพลังกันพิชิตเป้าหมายสูงสุด และยังสามารถขยายความเชื่อที่ว่านี้ให้คนภายนอกรับรู้ได้ด้วย</p>



<p>รางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่น ‘<a href="https://www.asia.aonhumancapital.com/document-files/media/september-2018/best-employers-thailand-2018-press-release.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Best of the Best Employer 2018</a>’ โดยเอออน ฮิววิท&nbsp;ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรางวัล ‘แบรนด์ที่น่าเชื่อถือที่สุด ประจำปี 2019 กลุ่มร้านอาหาร (Chain)’ โดยนิตยสาร BrandAge คงไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ส่วนผสมและวัตถุดิบทางความคิดแบบไหนที่ทำให้บาร์บีคิวพลาซ่าขับเคลื่อนองค์กรมาได้ไกล และสร้างอิมแพกต์มหาศาลจากความเชื่อเล็กๆ ที่เริ่มจาก ‘ทำทุกมื้อให้ดีที่สุด’ และสร้าง ‘ความสุข’ ในทุกมื้ออาหาร&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137539" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ในฐานะองค์กรที่โดดเด่นเรื่องแนวคิดการบริหารคนด้วยความสุข บาร์บีคิวพลาซ่าจะมาปิ้งย่างไอเดีย พลิกไปพลิกมาให้ดูทุกแง่มุมจนสุกกำลังดี ที่สำคัญ ถ้าอ่านแล้วยังไม่อิ่ม&nbsp;มีกะหล่ำปลีซอยให้เติมฟรีไม่อั้น</p>



<p>จับช้อนส้อม ตะเกียบ และถ้วยน้ำซุปของคุณให้พร้อม เราจุดเตาร้อนกำลังได้ที่แล้ว&nbsp;ขอชวนทุกคนมาลองลิ้มชิมไอเดียเนื้อๆ เน้นๆ ที่ย่างให้สุกแบบสุขๆ จนส่งกลิ่นหอมฉุยอยู่ตรงหน้าคุณ ณ ตอนนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_17-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137553" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_17.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>MISSION&nbsp;</strong><br><strong>เมื่อเรามีความสุข เราก็จะส่งต่อความสุขได้</strong></h3>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">เสิร์ฟความสุขผ่านมื้ออาหาร&nbsp;</h4>



<p>ไม่ใช่ตัวเลขผลประกอบการ ไม่ใช่จำนวนสาขา แต่เป้าหมายสูงสุดที่ผู้คนในบาร์บีคิวพลาซ่าตกตะกอนร่วมกันคือ ‘การดูแลทุกคนให้มีความสุขโดยมีมื้ออาหารเป็นสื่อกลาง’</p>



<p>นั่นคือประโยคทองคำที่ทุกคนในองค์กรตั้งแต่ผู้บริหารไปจนถึงพนักงานทุกระดับจำขึ้นใจ ไม่ต่างจากคติพจน์ที่คอยคุมชีวิตพาร์ตการงานของแต่ละคนให้แล่นล่องไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;เพื่อปลายทางเดียวกันคือการเสิร์ฟความสุขผ่านมื้ออาหาร</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ทำงานทำไม</h4>



<p>เมื่อเป้าหมายของการดำรงอยู่ขององค์กรชัดเจนแล้ว ตัวพนักงานเองก็ต้องกลับไปตอบตัวเองให้ได้ด้วยว่า ลึกๆ แล้วทำไมพวกเขาถึงตื่นขึ้นมาทำงานทุกวัน</p>



<p>คำถามนามธรรมง่ายๆ อย่างคำว่า ‘ทำไม’ จึงเป็นการส่งสัญญาณว่า ที่นี่ต้องการคนที่อยากทำอะไรที่มากกว่าแค่ทำงาน อยากทำมากกว่าแค่ล้างจาน อยากทำมากกว่าแค่ขับรถขนส่ง อยากทำมากกว่าแค่ทำงานการตลาด&nbsp;</p>



<p>คำว่า ‘ทำไม’ จึงทำให้งานของทุกๆ คนมีความหมายมากขึ้น ไม่ใช่การทำงานครึ่งๆ กลางๆ หรือขอแค่ให้เสร็จๆ ไปเท่านั้น แต่ทุกคนจะมีภารกิจหลักร่วมกัน ไม่ว่าจะทำงานตำแหน่งไหนก็ต่าง ‘ทำงานส่งความสุขให้ผู้คน’ เหมือนกันทั้งนั้น</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">วงจรความสุข</h4>



<p>ก่อนจะส่งความสุขให้ใคร หมุดหมายแรกของบาร์บีคิวพลาซ่าคือการทำให้พนักงานทุกคนมีความสุขและได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดก่อน เพราะความสุขจะเป็นหัวเชื้อตั้งต้นในการโอนถ่ายความสุขไปยังสายพานอื่นๆ พนักงานจึงสามารถดูแลลูกค้าได้อย่างเต็มที่เต็มความสามารถ ลูกค้าก็จะเกิดความประทับใจแล้วบอกต่อ ธุรกิจจึงแข็งแรง และธุรกิจที่มั่นคงก็จะดูแลพนักงาน เป็นวงจรไปเรื่อยๆ ซึ่งโมเดลนี้เรียกว่า ‘วงจรความสุข’</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_10-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-137546" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_10-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_10-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_10-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_10-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_10-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_10.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>PEOPLE MANAGEMENT <br>สูตรลับการปรุงองค์กรให้เปี่ยมสุขฉบับบาร์บีคิวพลาซ่า</strong></h3>



<p>ไม่ว่าธุรกิจจะผลัดใบสักกี่ครั้ง แพสชั่น ความรัก และความภาคภูมิใจในงานของพนักงานทุกระดับ คือเชื้อไฟที่จุดให้อาณาจักรปิ้งย่างในตำนานอย่างบาร์บีคิวพลาซ่าลุกโชนชนิดไฟไม่มีมอดมากว่า 30 ปี&nbsp;</p>



<p>จากความเชื่อตั้งแต่แรกตั้งที่เป็นหัวใจคือ การบริหารให้ยั่งยืนต้องเริ่มที่ ‘คน’ เพราะพนักงานคือจุดเริ่มต้นแห่งการส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า หากเปรียบเปรย บาร์บีคิวพลาซ่าสมัยยังเป็นธุรกิจครอบครัวก็คงเป็นเหมือนรถขนาดเล็กแต่ไม่ไร้คานบังคับ ตอนนี้เป็นองค์กรขนาดใหญ่ ก็เป็นรถขนาดใหญ่ที่มีเพลาที่แข็งแรง&nbsp;</p>



<p>บาร์บีคิวพลาซ่าในยุคนี้ได้นำความเชื่อและอุดมการณ์ที่มีแต่เดิมมาต่อยอดเป็นนโยบายที่เป็นรูปธรรม โดยมุ่งดูแลคนใน ก่อนจะใส่ใจคนนอก ‘คนในมีความสุข ลูกค้ารัก คนอยากมาทำงานด้วย’ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ลูกสาวคนโตที่วิ่งเล่นและเติบโตอยู่ในร้านบาร์บีคิวพลาซ่าตั้งแต่สาขาแรกอย่าง <a href="https://adaymagazine.com/pae-chataya-charna/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เป้–ชาตยา สุพรรณพงศ์</a> ทายาทรุ่นสองผู้คุมทัพหลักอาณาจักรบาร์บีคิวพลาซ่ายึดเป็นแนวทางในการบริหารธุรกิจเสมอมา&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137541" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>รางวัลสุดยอดนายจ้าง รางวัลผู้ประกอบการดีเด่น รางวัลสุดยอดแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ และอีกสารพัดการการันตีที่แทบจะนับนิ้วไม่ไหว สูตรการบริหารองค์กรฉบับบาร์บีคิวพลาซ่าจะหน้าตาเป็นแบบไหน ไม่ต้องเสียเวลาไปเปิดตำราใดๆ ให้ยุ่งยาก เพราะเราแกะสูตรเด็ดๆ มาให้แล้ว&nbsp;</p>



<p>ถ้าอ่านแล้วอยากเหยาะส่วนผสมเหล่านี้ลงไปในองค์กรของตัวเองบ้าง เธอก็ยินดีและไม่ได้หวงห้ามแต่อย่างใด</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">01 ถ่ายน้ำซุปเก่าใส่หม้อใบใหม่</h4>



<p>“สิ่งที่เป็น DNA ของเรามาตลอดคือปรัชญาเรื่อง compassion&nbsp;หรือความเมตตากรุณา เพราะเราเติบโตมาจากธุรกิจครอบครัว เราเชื่อในความเป็นคน เราใช้ความอบอุ่นในครอบครัวเป็นหลักในการอยู่ร่วมกัน มีการประนีประนอมและเอาใจใส่กันแบบสมาชิกครอบครัวที่อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>“พอปัจจุบันความเชื่อนี้ถูกแปรออกมาอยู่ในองค์กรขนาดใหญ่ขึ้น จากความเมตตาก็เลยตีความให้กลายเป็น ‘ความเข้าถึงง่าย’ ของผู้คนที่อยู่ในองค์กร ความหมายของครอบครัวของคนกว่า 4,000 คนในที่นี้คือความเป็นกันเอง ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร-พนักงาน หัวหน้า-ลูกน้อง หรือระหว่างเพื่อนร่วมงานด้วยกัน สิ่งที่เรายังคงไว้คือความเมตตาต่อกัน อบอุ่นเป็นกันเอง นี่เป็นเอกลักษณ์ของบาร์บีคิวพลาซ่าที่เริ่มมาจากธุรกิจครอบครัวเราจึงพยายามคงสิ่งนี้ไว้ในความเชื่อเดิม แต่ด้วยความคิดที่ขยายขึ้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137538" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">02 จุดเตาให้ร้อนด้วยวงจรความสุข&nbsp;</h4>



<p>&nbsp;“บาร์บีคิวพลาซ่าเชื่อเรื่องความสุข ‘วงจรความสุข’ เลยเริ่มต้นที่การดูแลพนักงานให้มีความสุขก่อน เขาถึงจะสามารถดูแลลูกค้าได้อย่างเต็มที่ เมื่อลูกค้ามีความประทับใจ เขาจะบอกต่อและส่งแรงกระเพื่อมกลับมาทำให้ธุรกิจแข็งแรง เมื่อธุรกิจมั่นคงก็จะกลับไปดูแลพนักงานให้มีความสุข พนักงานจะรู้สึกว่าเขาจะได้รับการดูแลอย่างดีถ้าอยู่ที่นี่ แล้วถ้าบริษัททำได้จริง เขาจะสบายใจ รู้สึกมั่นคง และมีความสุข จากนั้นพนักงานก็จะไปดูแลลูกค้าให้มีความสุขต่อ และจะส่งผลดีกับธุรกิจต่อไป เป็นวงจรไปเรื่อยๆ</p>



<p>“เรามั่นใจว่าพอพูดอย่างนี้พนักงานย่อมจะเคลือบแคลงระแวงสงสัยว่านี่เป็นคำพูดสวยๆ หรือเปล่า แต่เราจะบอกว่าไม่ได้พูดเอาใจใคร เพราะเราทำธุรกิจก็อยากจะเห็นมันเติบโตและยั่งยืน แต่จะมีผลประกอบการที่ดีและยั่งยืนแบบนั้นได้มันต้องเริ่มต้นที่พนักงานจริงๆ อีกอย่างคือเราต้องทำให้คำว่าความสุขนั้นจับต้องได้ เราพยายามทำให้พนักงานเห็นว่าทุกการ</p>



<p>ตัดสินใจขององค์กรคือ Employee First พนักงานต้องมาก่อน เลยออกมาเป็นสวัสดิการต่างๆ ที่ดูแลทุกคน”&nbsp;</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">03 คัดสรรวัตถุดิบหลัก คือมนุษย์คุณภาพสูง</h4>



<p>“เราจะมองหาคนที่มีทัศนคติดีก่อน เพราะทักษะสามารถสอนกันได้ แต่ทัศนคติเปลี่ยนกันยาก อย่างน้อยคือต้องมีเคมีหรือช่องสัญญาณตรงกันประมาณหนึ่ง เพราะอยู่ที่นี่จะมีเคมีแห่งความบ้าๆ บอๆ มีกิจกรรมให้ทำเยอะหน่อย เราเชื่อว่าคนเก่งมีหลายไทป์ แต่ไทป์ของบาร์บีคิวพลาซ่าคือคนเก่ง ดี และให้คุณค่ากับความสุของค์รวมด้วย</p>



<p>“ถ้าให้ถอดออกมาเป็นทัศนคติ คือต้องมี growth mindset และทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เพราะเราให้ความสำคัญกับคนมาก ดังนั้นคนที่จะเข้ามาอยู่ในองค์กรนี้ได้ต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการผู้คน อยู่กับคนที่หลากหลายได้ ต้องเป็นคนอยากรู้อยากเห็น เปิดใจ หมั่นหาความรู้สม่ำเสมอ ซื่อสัตย์ เอื้ออาทรต่อผู้อื่น มีความสมดุลในการใช้ชีวิตกับการทำงาน ตกผลึกศึกษาพัฒนาตัวเองได้ กล้าคิดกล้าเสี่ยง และสื่อสารเป็น ถ้าเขามีสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าโลกจะ disrupt แค่ไหนก็จะปรับตัวเรียนรู้ใหม่ได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_15-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137551" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_15-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_15-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_15-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_15-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_15-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_15-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_15.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_14-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137550" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">04 นวดไอเดียให้เข้าเส้นและซึมเข้าไปในใจ</h4>



<p>“เราพูดกับคนในองค์กรเสมอว่ามิสชั่นหลักของเราคือ ‘การดูแลผู้คนให้มีความสุขโดยมีมื้ออาหารเป็นสื่อกลาง’ สังเกตว่าเวลาเราพูดอะไรซ้ำๆ ว่ากำลังคิดและทำอะไรอยู่มันเหมือนเป็นอุปทานหมู่ คนใหม่ที่เข้ามาก็จะทำตามๆ กันไป เหมือนถ่ายทอดความเชื่อนี้ อย่างคนที่เทรนนิ่งให้น้องๆ&nbsp;ก็จะพูดเรื่องนี้ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาดเวลาพูดกับสื่อก็จะพูดเรื่องนี้ กิจกรรมในองค์กรหรือแคมเปญใดๆ ก็เกี่ยวโยงกับเรื่องนี้ ถ้าเรานวดไอเดียนี้เข้าไปบ่อยๆ เขาก็จะเชื่อและปฏิบัติอย่างนั้น”</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">05 ปรุงให้สุกแบบสุขๆ</h4>



<p>“เมื่อเราเชื่อว่า Employee First กิจกรรมทางการตลาดใดๆ พนักงานจะมีส่วนร่วมก่อน ทุกแคมเปญที่คิดเพื่อลูกค้า พนักงานจะต้องได้ลองก่อน ชิมก่อน เช่น ก่อนวันเปิดสาขาใหม่หนึ่งวัน เราจะเรียกว่า ‘วันสุขใจ’ มันคือการรันระบบทุกอย่าง ดูระบบน้ำ ไฟ แก๊ส ซ้อมขายเหมือนขายจริง แต่เราจะเปิดเตาเฉยๆ ไปทำไม ก็เอาพนักงานมาลองกินกันเองเลยสิ พนักงานชุดหนึ่งเสิร์ฟ อีกชุดเป็นลูกค้า แล้วสลับกัน มีร้องเล่นเต้นรำ เล่นเกมเฮฮา&nbsp;</p>



<p>“จริงๆ เป็นกุศโลบายให้พนักงานใหม่รู้จักเมนูอาหารด้วย เวลาขายจะได้เข้าใจว่าเสิร์ฟอย่างไร กินอย่างไร เราจะให้พนักงานจดจำว่าความสุขของบาร์บีคิวพลาซ่าหน้าตาแบบนี้ เหมือนวันนี้ที่เราได้กินอย่างมีความสุขนี่แหละ แล้ววันพรุ่งนี้เราจะส่งมอบสิ่งนี้ให้ลูกค้ากัน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_16-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-137552" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_16-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_16-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_16-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_16-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_16-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_16.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">06 ยิ่งเคี่ยวนาน ยิ่งเข้มข้น</h4>



<p>“เราทำงานเพื่อทำธุรกิจ คนทำงานก็คงไม่ได้ทำเพื่อความสุขหรือแพสชั่นอย่างเดียวเท่านั้น เราใช้หลัก engagement หรือความผูกพันของพนักงานด้วย คือคนที่ทำงานอย่างมีความสุขจะมีความผูกพันกับองค์กร เขามักพูดถึงองค์กรในทางที่ดี จะอยู่นานและทุ่มเท สามอย่างนี้องค์กรไหนๆ ก็ปรารถนา&nbsp;</p>



<p>“ยิ่งถ้าพวกเขารู้สึกมีส่วนร่วมกับองค์กรก็จะเกิดแรงผลักดัน ต่อให้งานหนักมากแค่ไหนเขาก็จะยังมีความสุข สนุก ไม่ท้อ อย่างน้อยถ้าทำงานหนักก็ขอให้ทำอย่างมีความสุข และรู้ว่าทำไปเพื่ออะไร เราไม่ได้ทำเรื่องความสุขแค่เป็นเรื่องนามธรรม แต่เราทำเพื่อผลลัพธ์ทางธุรกิจด้วย”</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">07 พร้อมเสิร์ฟมื้อความสุขโดย ‘เพื่อนก้อน’</h4>



<p>“โปรเจกต์หนึ่งที่เราไม่ต้องใช้เงินเลยสักบาทแต่ซื้อใจพนักงานได้มากๆ และสามารถทำได้ทุกวัน ทำได้กับทุกคน คือโปรเจกต์ ‘เพื่อนก้อน’ เวลาผู้บริหารเดินเข้าไปในสาขาแล้วเจอน้องๆ พนักงานเราจะจับมือ มองตา แล้วพูดว่า ‘สวัสดี เพื่อนก้อน’&nbsp;</p>



<p>“เวลาเราจับมือกัน เราจะรู้สึกใกล้ชิด เป็นกันเอง เพราะปกติผู้บริหารกับลูกน้องดูเหมือนอยู่คนละขั้ว แต่พอเราจับมือกัน เราใกล้ชิดกันเพิ่มอีกนิด เป็นกันเองขึ้นมาเฉยเลย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นในพนักงาน 4,000 คนในฐานะครอบครัวเดียวกันด้วย&nbsp;</p>



<p>“บางทีพนักงานก็จะพูดว่า ‘จากใจก้อน’ แล้วทำมือเป็นรูปมินิฮาร์ตใส่ลูกค้า เขาก็มั่นใจขึ้นว่าเขาไม่ใช่แค่พนักงานบริการนะ แต่เขาคือเพื่อนของบาร์บีกอน หรือ ‘เพื่อนก้อน’ เขามีตัวตน มีคุณค่า มีพลัง และมีความสนุกที่อยากจะส่งต่อ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_04-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-137540" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_04-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_04-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_04-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_04-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_04-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_04.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">08 ส่งท้ายความอิ่มด้วยสวัสดิการระดับพรีเมียม</h4>



<p>“สวัสดิการทำให้พนักงานเห็นว่าเขามีความสำคัญ เขาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และทุกคนมาทำงานตรงนี้เพื่อเป้าหมายที่มีร่วมกันคือการส่งความสุขสู่ผู้คนผ่านมื้ออาหาร ตัวเราที่เป็นผู้บริหารเองก็ต้องหันมาใส่ใจความสำคัญของความสุขคนในองค์กรก่อน</p>



<p>“เราต้องทำให้พนักงานเชื่อร่วมกันจริงๆ ว่าที่นี่คือองค์กรแห่งความสุขที่เริ่มต้นจากพนักงาน ทุกๆ การตัดสินใจก็ต้องดูว่ามันสะท้อนแนวความเชื่อของเราหรือเปล่า เลยมีการจัดทำนโยบายสวัสดิการ ‘ความสุขที่จับต้องได้’ หรือ ‘Happy 4+4’ ที่เป็นแกนสวัสดิการ 8 อย่าง คือ กินดี&nbsp;พักสบาย กายแข็งแรง แบ่งปันความรู้ จิตดี ครอบครัวดี มีเงินใช้ และให้สังคม”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_18-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137554" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_18-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_18-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_18-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_18-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_18-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_18-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_18.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>เปิดใจ ‘บาร์บีกอน’</strong></h3>



<p>เชื่อว่าใครหลายคนเรียกชื่อร้าน ‘บาร์บีคิวพลาซ่า’ ว่าร้าน ‘บาร์บีกอน’&nbsp;</p>



<p>ความเข้าใจผิดที่มีมาอย่างเนืองๆ ไม่ได้เป็นผลร้ายต่อแบรนด์สักเท่าไหร่ เพราะดูเหมือนมาสคอตมังกรเขียวและร้านปิ้งย่างในตำนานจะหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันอย่างแยกไม่ออก เรียกได้ว่าความน่ารักของ ‘เจ้าก้อน’ ถือเป็นไพ่ใบสำคัญที่ทำให้ธุรกิจร้านปิ้งย่างประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้</p>



<p>ไหนๆ วันนี้ก็ได้มาเยือนหลังบ้านของบาร์บีคิวพลาซ่าทั้งที ชาวออฟฟิศเลยจัดเซอร์ไพรส์ให้เรานั่งคุยไขข้อข้องใจที่เคยมีทุกอย่างกับเจ้ามังกรบาร์บีกอนตัวเป็นๆ เสียเลย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_06-edited.jpg" alt="" class="wp-image-137562" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_06-edited.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_06-edited-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_06-edited-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_06-edited-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_06-edited-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_06-edited-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_06-edited-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_06-edited-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">บาร์บีกอนมาจากไหน</h4>



<p>ก้อนมาจากดาวบาร์บิกุน ดาวที่เต็มไปด้วยเนื้อคุณภาพ พร้อมเสิร์ฟในร้านบาร์บีคิวพลาซ่าเท่านั้น</p>



<h4 class="wp-block-heading">ทุกวันนี้บาร์บีกอนทำอาชีพอะไรอยู่</h4>



<p>ก้อนเป็น CEO หรือ Chief of Enjoyment Office ที่บาร์บีคิวพลาซ่า</p>



<h4 class="wp-block-heading">มีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง ไหนโชว์ให้ดูหน่อย</h4>



<p>การปิ้งย่างคือความสามารถที่ก้อนภูมิใจ แต่ก้อนจะให้เพื่อนๆ พนักงานโชว์ให้ดูแทนว่าก้อนน่ะมีอิทธิฤทธิ์บาร์บีกอนพันมือที่เสิร์ฟจานปิ้งย่างได้แบบรวดเร็วทันใจ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">บาร์บีกอนมีความเชื่อประจำตัวไหม</h4>



<p>ก้อนเชื่อว่าถ้าเรายิ่งส่งความสุขออกไปมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น</p>



<h4 class="wp-block-heading">มีของรักของหวงไหม</h4>



<p>ผ้าพันคอและมงกุฎที่เจ้าของร้านบาร์บีคิวพลาซ่ามอบให้เป็นเครื่องหมายแทนสัญญาใจของกันและกัน</p>



<h4 class="wp-block-heading">อะไรที่บาร์บีกอนโปรดปรานที่สุด</h4>



<p>ก้อนชอบเสียงหัวเราะ ชอบการกอด ชอบสร้างรอยยิ้มให้คนรอบข้าง ชอบเห็นคนมีความสุขและได้กินของอร่อย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_08-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-137544" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_08-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_08-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_08-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_08-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_08-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_08.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วเกลียดกลัวอะไรที่สุด</h4>



<p>เสียงฟ้าร้อง เพราะได้ยินแล้วนึกถึงเสียงท้องร้อง เกลียดไฟดับ เพราะทำของกินอร่อยๆ ไม่ได้</p>



<h4 class="wp-block-heading">ได้ยินคนร่ำลือกันว่าบาร์บีกอนไม่ได้เป็นแค่หุ่นแข็งๆ หน้าร้าน ไหนลองเล่าให้ฟังหน่อย</h4>



<p>ก้อนเป็นสิ่งมีชีวิต มีอารมณ์ มีความรู้สึก ก้อนเคยเสียใจ #ร้องไห้หนักมาก ตอนที่บริษัทขู่จะไล่ก้อนออกถ้ายอดขายไม่ดี ไม่ว่าใครๆ ที่อยู่ใกล้ชิดก็จะรู้สึกว่าก้อนคือมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ได้เป็นแค่หุ่นไฟเบอร์หรือมาสคอตธรรมดาๆ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ไหนๆ ก็ไหนๆ ถอดหัวออกมาดูหน่อยว่าเป็นมังกรจริงๆ หรือมีใครอยู่ข้างใน</h4>



<p>บริษัทออกกฎห้ามถอดหัวก้อนเด็ดขาด เพราะทุกคนถือว่าก้อนก็เป็นเหมือนพนักงานคนหนึ่ง เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีชีวิตจิตใจ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">เริ่มมีข่าวลือหนาหูว่าบาร์บีกอนเอาแต่ยืนอู้งานหน้าร้านไปวันๆ&nbsp;มีอะไรจะแก้ตัวหรือเปล่า</h4>



<p>ใครที่เห็นก้อนเป็นแค่หุ่นไฟเบอร์ไว้ตั้งโชว์หน้าร้าน ขอบอกว่าคิดผิด เพราะก้อนกำลังทำงานเรียกลูกค้าอยู่ต่างหาก ก้อนยืนร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพนักงานตั้งแต่ร้านเปิดยันร้านปิด ใครที่หาว่าก้อนยืนอู้งานไปวันๆ&nbsp;มันไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะขอบอก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_11-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-137547" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_11-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_11-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_11-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_11-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_11-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_11.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">หลังๆ ได้ยินว่าพนักงานชอบมาขอหวยกับบาร์บีกอน จริงหรือเปล่า</h4>



<p>ฮ่าๆๆๆ เพราะใครๆ ก็เห็นว่าก้อนเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์น่ะสิ จริงๆ แล้วที่เห็นพนักงานยืนพนมมือไหว้ก้อนหน้าร้าน ไม่ใช่เพราะมาขอหวยหรอกนะ แต่มาขอพรให้ขายดิบขายดีต่างหาก แถมบางทีก็อัญเชิญให้ก้อนไปสิงในร่างตัวเองด้วย บางทีก้อนก็ได้ยินนะว่าเพื่อนๆ พนักงานใช้ชื่อก้อนไปเป็นโค้ดเรียกตัวเองว่า ‘เพื่อนก้อน’ หรือบางทีก็ทักทายลูกค้าว่า ‘บาร์บีกอนสวัสดีครับ’ ‘บาร์บีกอนขอบคุณครับ’ ก้อนแอบยืนฟังอยู่ก็เลยเอาแต่ยืนยิ้มแฉ่งหน้าร้าน เพราะดีใจที่เพื่อนๆ นึกถึงก้อน</p>



<h4 class="wp-block-heading">ทำไมบาร์บีกอนถึงหล่อเหลาเงาวับ สีไม่มีหลุดลอก ไม่มีถลอกทุกครั้งที่เจอ มีเคล็ดลับอะไรช่วยบอกกันหน่อย</h4>



<p>ต้องขอบคุณเพื่อนๆ ที่สาขาทุกคนที่ช่วยกันเช็ดถู ดูแลรักษาให้ก้อนหล่อเหลาดูดี พร้อมรับแขกอยู่เสมอ เพื่อนๆ พนักงานจะคอยเช็กความเรียบร้อยให้ก้อน จะมีใบเช็กลิสต์เหมือนใบตรวจสุขภาพเพื่อเช็กดูว่าก้อนอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดีไหม เช่น หาง ปีก มงกุฎ อยู่ดีไหม ถ้ามีการชำรุดเสียหายเพื่อนๆ ก็จะรีบแจ้งบริษัทให้มาซ่อมแซม ทาสีใหม่ให้ทันที ก้อนเลยหล่อเหลาเงาวับทุกครั้งที่ออกมาโชว์ตัวหน้าร้าน</p>



<h4 class="wp-block-heading">เดี่ยวนี้คนชอบเรียกร้าน ‘บาร์บีคิวพลาซ่า’ เป็นร้าน ‘บาร์บีกอน’&nbsp;นี่เป็นแผนการยึดบริษัทหรือเปล่า ช่วยออกมาเคลียร์ให้ชัดๆ หน่อย</h4>



<p>ก้อนดีใจด้วยซ้ำที่คนเรียกชื่อก้อนแทนชื่อร้าน เพราะเราผูกพันแบบแยกกันไม่ออกยังไงล่ะ ก้อนไม่ได้มีแผนจะยึดบริษัทหรอก อันที่จริงก้อนเป็นแค่พรีเซนเตอร์ที่จะคอยส่งความสุขให้ทุกคน แต่จริงๆ แล้วก้อนคิดว่าพรีเซนเตอร์คนสำคัญก็คือเพื่อนๆ พนักงานทุกคนที่กำลังทำหน้าที่อย่างแข็งขันนี่แหละ</p>



<p>ปลายทางที่บริษัทอยากให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับก้อน ก้อนเชื่อว่ามันจะประสบความสำเร็จไม่ได้เลยถ้าคนข้างในไม่เชื่อก่อน พอเพื่อนๆ พนักงานคิดว่าก้อนคือเพื่อนเขาจริงๆ และรักก้อน ลูกค้าก็เลยพลอยหลงรักก้อนไปด้วย ยิ่งเด็กๆ จะชอบก้อนมาก ชอบมากอด ชอบมาถูไถ ชอบมาถ่ายรูปกับก้อน แถมยังลากพ่อแม่เข้ามากินมื้อความสุขแสนอร่อยในร้านเราด้วย&nbsp;</p>



<p>นี่คงเป็นสาเหตุที่ใครๆ เรียกชื่อ ‘ร้านบาร์บีคิวพลาซ่า’ เป็น ‘ร้านบาร์บีกอน’ คงเพราะพวกเขารักก้อนล่ะมั้งฮะ ลูกค้าเลยอยากจะกลับมาที่ร้านบ่อยๆ เพื่อเจอก้อน และมากินอาหารที่เสิร์ฟจากใจยังไงล่ะฮะ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_20-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-137572" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_20-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_20-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_20-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_20-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_20-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/working_culture_BBQ_PLAZA_20.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>7 ลักษณะพิเศษที่ใครก็ทำไม่ได้ </strong><br><strong>ถ้าไม่ใช่ ‘บาร์บีกอน’</strong></h3>



<ol class="wp-block-list"><li><strong>เขาเรดาร์</strong>–ตรวจหาวัตถุดิบชั้นเลิศ</li><li><strong>ปีกน้อยเหินเวหา</strong>–บินแวบเดียวก็ถึงแหล่งวัตถุดิบเกรด A+</li><li><strong>หางหรรษา</strong>–วัดความสุขของเพื่อนๆ ทุกคน</li><li><strong>จมูกหยั่งรู้</strong>–แค่ดมก็รู้ว่าอาหารสุกพร้อมรับประทาน</li><li><strong>ตาทิพย์สแกนอารมณ์</strong>–ตรวจจับอารมณ์ของทุกๆ คนในร้าน</li><li><strong>มือบริการขั้นเทพ</strong>–แค่กระดิกนิ้วพนักงานก็จะมาบริการอย่างรวดเร็ว</li><li><strong>ลิ้นกูรู</strong>–ตรวจสอบคุณภาพความอร่อยแบบนักชิม</li></ol>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bbq-plaza/">บาร์บีคิวพลาซ่า แบรนด์ปิ้งย่างที่ใช้ ‘ความสุข’ เป็นเชื้อไฟในทุกมื้ออาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;My heart feels, my flower says.&#8217; ให้ดอกไม้เอื้อนเอ่ยวาจาภาษารักในเทศกาลวาเลนไทน์กับแคมเปญ Flower Talk</title>
		<link>https://adaymagazine.com/flower-talk/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Feb 2020 07:15:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[ตามไปดู]]></category>
		<category><![CDATA[Emporium Department Store]]></category>
		<category><![CDATA[Emporium]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็มโพเรียม]]></category>
		<category><![CDATA[Flower Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Flower Bar]]></category>
		<category><![CDATA[ช้อปปิ้ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=89760</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฤดูกาลแห่งความรักเวียนมาถึงอีกครั้ง แน่นอนว่าไอเทมแทนใจสุดคลาสสิกคงหนีไม่พ้น ‘ดอกไม้’ ที่เป็นเหมือนตัวกลางช่วยเอื้อนเอ่ยวาจาภาษารัก สื่อสารความปรารถนาดีและความระลึกถึงไปสู่ผู้รับ ถ้าวาเลนไทน์นี้คุณกำลังมองหาดอกไม้สักช่อเพื่อบอกความในใจกับคนรัก หรือส่งต่อความห่วงใยและความปรารถนาดีให้คนพิเศษในชีวิต แต่ไม่อยากได้ช่อดอกไม้ทรงเรขาคณิตแสนจำเจ หรือช่อที่พันห่อด้วยเทปกาวและพลาสติกหลายๆ ชั้น เราขอแนะนำให้ลองไปดูดอกไม้แทนใจที่ Emporium Department Store เพราะวาเลนไทน์ปีนี้มาในธีม ‘Flower Talk’ ที่เอ็มโพเรียมขนขบวนดอกไม้นานาชนิดมาช่วยสื่อความนัยและส่งความรักรูปแบบต่างๆ ส่วนการจัดดอกไม้ในปีนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะไม่ใช้กระดาษหรือพลาสติกใดๆ ห่อหุ้ม แต่เป็นการจัดดอกไม้ลงกระเป๋าผ้าเพื่อให้นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และหิ้วได้สะดวกไม่ต่างจากถุงช้อปปิ้ง ที่พิเศษคือปีนี้เอ็มโพเรียมตั้งใจเนรมิตชั้น G ของห้างให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความปรารถนาดีที่มีดอกไม้สวยๆ ผลิบานให้ความสดชื่นไปทั่ว แน่นอนว่าดอกไม้แต่ละชนิดมีความหมายและสื่ออารมณ์แตกต่างกันออกไป เอ็มโพเรียมจึงร่วมกับศิลปินนักจัดดอกไม้คัดเลือกดอกไม้ 7 ชนิดที่เป็นตัวแทนของความสัมพันธ์ต่างๆ มาให้ลูกค้าจับคู่และเลือกจัดช่อได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะมอบให้คู่รัก ญาติผู้ใหญ่ที่รักเคารพ พี่น้อง เพื่อน หรือมอบให้ตัวเองก็ได้ทั้งนั้น ดอกไม้แต่ละชนิดที่คัดสรรมาล้วนมีความหมายดีๆ ที่ช่วยสื่อความในใจได้หลากหลาย เพราะเอ็มโพเรียมเชื่อว่าความรักไม่ได้จำกัดอยู่แค่คู่รักเท่านั้น ซึ่งดอกไม้นี่แหละที่เป็นเหมือนตัวแทนช่วยสื่อสารภาษารักในหลายๆ รูปแบบ โดยที่คุณแทบไม่ต้องเอื้อนเอ่ยอะไรมากมาย เพราะ My heart feels, my flower says. เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูกันว่านอกจากการพื้นที่พิเศษที่เกริ่นมา เอ็มโพเรียมเขามีเซอร์ไพรส์พิเศษอะไรรออยู่ ความรักบานสะพรั่งทั่วทั้ง Flower [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/flower-talk/">&#8216;My heart feels, my flower says.&#8217; ให้ดอกไม้เอื้อนเอ่ยวาจาภาษารักในเทศกาลวาเลนไทน์กับแคมเปญ Flower Talk</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ฤดูกาลแห่งความรักเวียนมาถึงอีกครั้ง แน่นอนว่าไอเทมแทนใจสุดคลาสสิกคงหนีไม่พ้น ‘ดอกไม้’ ที่เป็นเหมือนตัวกลางช่วยเอื้อนเอ่ยวาจาภาษารัก สื่อสารความปรารถนาดีและความระลึกถึงไปสู่ผู้รับ</p>
<p>ถ้าวาเลนไทน์นี้คุณกำลังมองหาดอกไม้สักช่อเพื่อบอกความในใจกับคนรัก หรือส่งต่อความห่วงใยและความปรารถนาดีให้คนพิเศษในชีวิต แต่ไม่อยากได้ช่อดอกไม้ทรงเรขาคณิตแสนจำเจ หรือช่อที่พันห่อด้วยเทปกาวและพลาสติกหลายๆ ชั้น เราขอแนะนำให้ลองไปดูดอกไม้แทนใจที่ Emporium Department Store เพราะวาเลนไทน์ปีนี้มาในธีม ‘Flower Talk’ ที่เอ็มโพเรียมขนขบวนดอกไม้นานาชนิดมาช่วยสื่อความนัยและส่งความรักรูปแบบต่างๆ ส่วนการจัดดอกไม้ในปีนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะไม่ใช้กระดาษหรือพลาสติกใดๆ ห่อหุ้ม แต่เป็นการจัดดอกไม้ลงกระเป๋าผ้าเพื่อให้นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และหิ้วได้สะดวกไม่ต่างจากถุงช้อปปิ้ง</p>
<p>ที่พิเศษคือปีนี้เอ็มโพเรียมตั้งใจเนรมิตชั้น G ของห้างให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความปรารถนาดีที่มีดอกไม้สวยๆ ผลิบานให้ความสดชื่นไปทั่ว แน่นอนว่าดอกไม้แต่ละชนิดมีความหมายและสื่ออารมณ์แตกต่างกันออกไป เอ็มโพเรียมจึงร่วมกับศิลปินนักจัดดอกไม้คัดเลือกดอกไม้ 7 ชนิดที่เป็นตัวแทนของความสัมพันธ์ต่างๆ มาให้ลูกค้าจับคู่และเลือกจัดช่อได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะมอบให้คู่รัก ญาติผู้ใหญ่ที่รักเคารพ พี่น้อง เพื่อน หรือมอบให้ตัวเองก็ได้ทั้งนั้น ดอกไม้แต่ละชนิดที่คัดสรรมาล้วนมีความหมายดีๆ ที่ช่วยสื่อความในใจได้หลากหลาย เพราะเอ็มโพเรียมเชื่อว่าความรักไม่ได้จำกัดอยู่แค่คู่รักเท่านั้น ซึ่งดอกไม้นี่แหละที่เป็นเหมือนตัวแทนช่วยสื่อสารภาษารักในหลายๆ รูปแบบ โดยที่คุณแทบไม่ต้องเอื้อนเอ่ยอะไรมากมาย เพราะ My heart feels, my flower says. เรียบร้อยแล้ว</p>
<p>ตามไปดูกันว่านอกจากการพื้นที่พิเศษที่เกริ่นมา เอ็มโพเรียมเขามีเซอร์ไพรส์พิเศษอะไรรออยู่</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-89768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-51.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-51.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-51-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-51-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>ความรักบานสะพรั่งทั่วทั้ง Flower Bar</h3>
<p>เอ็มโพเรียมจัดบาร์ดอกไม้ทั้งทีคงไม่ได้มีแค่ดอกไม้เรียงกันในตู้กระจกธรรมดาๆ แน่นอน เพราะปีนี้ Flower Bar มาในรูปแบบของรถเข็นดอกไม้ที่ให้บรรยากาศเหมือนร้านดอกไม้ในต่างประเทศ บนรถเข็นมีดอกไม้ 7 ชนิดที่บานแข่งกันแบบไม่มีใครยอมใคร ทั้งกุหลาบสีแดงเข้ม ทิวลิปสีม่วง คาร์เนชั่นหลากสี ทานตะวันเหลืองสดใส ดอกมัมขาว เยอร์บีร่าสีชมพูน่ารัก รวมถึงดอกไลซิแอนทัสสีแดงและม่วง ราวกับยกสวนดอกไม้ขนาดย่อมมาไว้ใจกลางห้างสรรพสินค้า</p>
<p>ตัวรถเข็นออกแบบให้เป็นสีโอลด์โรสเพื่อให้ดูไม่หวานเลี่ยนเกินหรือเข้มขรึมไป และตั้งใจไม่ใช้สีชมพูที่คนทั่วไปมักจะเห็นในช่วงวาเลนไทน์ เพราะต้องการจะสื่อว่าสีของความรักไม่ควรจำกัดอยู่แค่สีใดสีหนึ่ง หรือเป็นของเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น แต่ความรักจะเป็นสีอะไรก็ได้ จะใช้ดอกไม้สีอะไรก็ได้ สายพันธุ์ใดก็ได้ ตามแต่คุณจะเลือกมาสื่อสารความในใจ</p>
<p>นอกจากนี้ฟังก์ชั่นของรถเข็นยังใช้เป็นโต๊ะสำหรับจัดดอกไม้และวางแจกันดอกไม้สำหรับเตรียมจัดเข้าช่อ ส่วนเรื่องการออกแบบมีการใส่ดีเทลหลังคาเล็กๆ ตรงกลางรถเข็นเพื่อเลียนแบบรถเข็นดอกไม้จริงๆ และใส่ล้อด้านล่างเพื่อความสมจริง คล้ายจะสื่อว่า Flower Bar แห่งนี้พร้อมเคลื่อนไปหาคุณเพื่อจัดส่งความรักและความสุขให้คนที่คุณรักในช่วงวาเลนไทน์นี้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-89770" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-30.jpg" alt="" width="675" height="446" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-30.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-30-300x198.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-30-600x396.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ส่วนศิลปินสาวนักจัดดอกไม้ที่เอ็มโพเรียมชักชวนมาร่วมในงานนี้คือ เจ้าของร้าน 6188 Flowers bar ผู้โดดเด่นในการจัดดอกไม้แบบฟรีฟอร์ม ที่ใช้รูปแบบการผลิบานของดอกไม้ตามธรรมชาติมาเป็นแรงบันดาลใจ ในขณะเดียวกันก็มีการเสริมความโมเดิร์นและความเป็นสังคมเมืองเข้าไปเพื่อให้เข้ากับคาแร็กเตอร์ของเอ็มโพเรียม ดอกไม้ที่จัดจึงไม่ใช่ช่อกลมๆ แบบงานเลี้ยง แต่เป็นลักษณะของดอกไม้ที่ผลิบานอย่างอิสรเสรี แทรกแซมด้วยใบไม้เขียวและดอกไม้ใหญ่น้อยหลากขนาด หลายสีสัน สื่อถึงชีวิตคนเมืองที่สนุกสนาน สร้างสรรค์ และไม่จำเจติดกรอบ</p>
<p>ส่วนดอกไม้ทั้ง 7 ชนิดที่คัดเลือกมา ศิลปินตั้งใจใช้ดอกไม้ที่ปลูกโดยเกษตรกรไทยเป็นหลัก เพราะดอกไม้จะคงความสดได้ยาวนาน เนื่องจากเกษตรกรตัดมาขายวันต่อวัน ในขณะเดียวกันก็ได้ลดการนำเข้าดอกไม้จากต่างประเทศที่มักจะผ่านการแช่สารเคมีปริมาณมากก่อนส่งมายังประเทศไทย</p>
<p>นอกจากความใส่ใจในการคิดคอนเซปต์และความพิถีพิถันในการเลือกดอกไม้ เอ็มโพเรียมยังตั้งใจใช้ถุงผ้ามาเป็นช่อดอกไม้แทนการห่อด้วยพลาสติกหรือกระดาษ เพราะต้องการให้ผู้รับนำถุงผ้ากลับไปใช้ต่อได้เรื่อยๆ และการจัดดอกไม้รูปแบบนี้ยังได้กลิ่นอายของบรรยากาศสังคมเมือง เพราะคุณสามารถหอบหิ้วช่อดอกไม้ได้อย่างไม่เคอะเขิน ไม่ต่างจากถุงช้อปปิ้งอีกถุงหนึ่ง</p>
<p>นอกจากการจัดดอกไม้ที่เป็นไฮไลต์ เอ็มโพเรียมยังจับมือกับ Sorravis P. ศิลปิน calligraphy ที่จะมาช่วยออกแบบตัวอักษรสวยๆ สำหรับข้อความแทนใจและชื่อผู้รับในสไตล์ตัวอักษรสุดเท่ พร้อมทั้งเพนต์ลงบนกระเป๋าหรือการ์ดแท็ก เพื่อสร้างความรู้สึกพิเศษและความประทับใจไม่รู้ลืมแก่ผู้รับ นอกจากนี้ยังรีเควสต์ศิลปินให้วาดดอกไม้สุดโปรดลงบนกระเป๋าได้อีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-89771" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-43.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-43.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-43-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-43-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>สื่อรักภาษาดอกไม้</h3>
<p>ใน Flower Bar มีเมนูดอกไม้แทนใจให้คุณเลือกสั่งจัดช่อได้ตามความต้องการสำหรับความรักหลากหลายรูปแบบ</p>
<p>สำหรับคู่รักเราขอแนะนำช่อ ‘You are my special one’ ที่โดดเด่นด้วยดอกกุหลาบสีแดงเข้ม รายล้อมด้วยดอกคาร์เนชั่นขาว ให้ฟีลโรแมนติกของคู่รักที่เต็มไปด้วยเสน่หาร้อนแรงและความรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-89775" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-42.jpg" alt="" width="675" height="454" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-42.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-42-300x202.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-42-600x404.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>สำหรับใครที่อยากมอบดอกไม้ให้เพื่อนรัก คนที่แอบปิ๊ง หรือแม้แต่ให้ตัวเอง เราขอแนะนำช่อ ‘You are my breath of fresh air’ ประกอบด้วยดอกเยอร์บีร่าสีชมพูน่ารักที่สื่อถึงความรักบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา แซมด้วยดอกคาร์เนชั่นขาวที่สื่อถึงความหลงใหล อยากใกล้ชิด รับรองว่าช่อนี้น่าจะช่วยกระชับความสัมพันธ์อันสดใสให้คุณและผู้รับได้ดีเชียวล่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-89772" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-36.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-36.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-36-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-36-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ส่วนคนที่อยากมอบดอกไม้ให้ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพหรือครอบครัวที่รัก เราแนะนำเป็นช่อ ‘You are the one I call HOME’ ที่สื่อถึงการให้เกียรติ ความสัตย์ซื่อ และความรักโดยไร้เงื่อนไข ช่อนี้ประกอบด้วยดอกทิวลิปซึ่งสื่อถึงรักที่สมบูรณ์แบบ ล้อมรอบด้วยดอกมัมที่สื่อถึงความเชื่อใจและความผ่อนคลาย แทรกด้วยดอกไลซิแอนทัสที่สื่อถึงความซาบซึ้งและความทรงจำที่ดีร่วมกัน ช่อดอกไม้นี้จึงสื่อถึงรักยิ่งใหญ่และไร้เงื่อนไข เหมาะที่สุดสำหรับมอบให้ผู้ใหญ่ที่เคารพรัก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-89773" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-37.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-37.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-37-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ขอส่งท้ายความร่าเริงเบิกบานด้วยช่อ ‘You are my bright side’ ที่ประกอบด้วยดอกทานตะวันสีเหลืองสดใสที่สื่อถึงความรักชื่นชมและอบอวลไปด้วยความสุข ล้อมรอบด้วยดอกมัมและคาร์เนชั่นเพิ่มความอ่อนหวาน ช่อนี้เหมาะจะมอบให้เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนสนิท น่าจะช่วยเติมความสดใสให้วันทำงานได้ดีไม่น้อย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-89774" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-38.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-38.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-38-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-38-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>หากใครได้รับช่อดอกไม้ไปแล้วและอยากถนอมไว้ชื่นชมนานๆ ศิลปินนักจัดดอกไม้ฝากข้อแนะนำในการดูแลง่ายๆ โดยเริ่มจากการดึงดอกไม้ทั้งหมดออกจากโอเอซิส แล้วตัดปลายเฉียง จากนั้นปักใส่แจกันที่ใส่น้ำพอให้ท่วมปลายก้าน ถ้าอยากให้ดอกไม้ดูสดได้นานขึ้นไปอีก ก็แค่ต้องตัดก้านสม่ำเสมอเพื่อเปิดทางท่อน้ำให้ดอกไม้ได้รับน้ำเรื่อยๆ ส่วนใครที่อยากเก็บฟอร์มการจัดดอกไม้แบบดั้งเดิมของศิลปินไว้ก็แค่ตั้งไว้ให้กลายเป็นดอกไม้แห้ง เพราะไม่ว่าจะเป็นความสดชื่นของดอกไม้สดหรือความโรยราของดอกไม้แห้งก็ล้วนมีความสวยงามในตัวเอง ยิ่งเป็นดอกไม้แห้งก็ยิ่งได้เก็บความทรงจำไว้ในช่อดอกไม้นานแสนนาน</p>
<h3>Blooming Surprise ดอกไม้ให้คุณในวันวาเลนไทน์</h3>
<p>ใครที่อยากได้ช่อดอกไม้สุดพิเศษจากเอ็มโพเรียมไปมอบให้คนที่รักในช่วงวาเลนไทน์ เพียงแค่คุณซื้อสินค้าใดๆ ก็ได้ใน Emporium Department Store ครบ 8,000 บาท ในวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2563 สามารถนำใบเสร็จมาแลกรับช่อดอกไม้ได้ฟรี จำกัด 65 ช่อต่อวัน สำหรับ 1 คน/สิทธิ/วัน สำหรับ 1 คน/สิทธิ์/วัน และรับ Voucher มูลค่า 500 บาท จำกัด 1 คน/สิทธิ์/วัน หรือเมื่อซื้อสินค้าครบ 2,000 บาท สามารถนำใบเสร็จมาแลกรับ voucher มูลค่า 500 บาท จำกัด 1 คน/สิทธิ/วัน</p>
<p>ส่วน 14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์นี้ เอ็มโพเรียมก็แอบกระซิบว่าจะมีเซอร์ไพรส์สำหรับลูกค้าทุกคนที่เข้ามาเดินใน Emporium Department Store ให้คุณได้มอบให้ตัวเองและคนพิเศษในวันแห่งความรักอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-89777" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-48.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-48.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-48-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-48-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-89776" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-45.jpg" alt="" width="675" height="455" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-45.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-45-300x202.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Flower-Talk-45-600x404.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/flower-talk/">&#8216;My heart feels, my flower says.&#8217; ให้ดอกไม้เอื้อนเอ่ยวาจาภาษารักในเทศกาลวาเลนไทน์กับแคมเปญ Flower Talk</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>VS Gallery แกลเลอรีทางเลือกที่เปิดพื้นที่ให้งานศิลปะของคนชายขอบและนักเขียน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/vs-gallery/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Jan 2020 10:33:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[N22]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[แกลเลอรีศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[VS Gallery]]></category>
		<category><![CDATA[บี วรวุฒิ สัจจะปรเมษฐ]]></category>
		<category><![CDATA[หนุ่มโรงงานน้ำตา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=87274</guid>

					<description><![CDATA[<p>นี่เป็นครั้งแรกที่เรามาเยือนโกดัง N22 ในซอยนราธิวาส 22 มองจากภายนอก ที่นี่คือโกดังหน้าตาแสนธรรมดาที่มีรถขนของวิ่งสวนกันเป็นระยะ แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าภายใต้โครงสร้างที่เห็นแอบซ่อนโอเอซิสทางศิลปะเอาไว้ คือกลุ่มแกลเลอรีถึง 7 แกลเลอรีที่รวมตัวกันเป็นชุมชนศิลปะขึ้นมา จุดหมายของเราในวันนี้คือ VS Gallery แกลเลอรีเปิดใหม่ในส่วนลึกสุดของโกดัง โดย บี–วรวุฒิ สัจจะปรเมษฐ หรือที่นักอ่านรู้จักกันในนาม ‘หนุ่มโรงงานน้ำตา’ นักเขียนที่ออกหนังสือรวมสเตตัสกึ่งบทกวีแนวรักปนโศกมาแล้วเกือบสิบเล่ม โดยนอกจากน้ำตาที่เหมือนจะบรรจุอยู่ในตัวอักษร บียังซุกซ่อนสารมากมายเอาไว้ให้ตีความไปได้ไกลถึงเรื่องปากท้อง ความสิ้นหวังของสังคม กระทั่งเรื่องการเมือง  ล่าสุด บีวางมือจากโรงงานน้ำตาและวงการหนังสือ และผันตัวมาเปิดแกลเลอรีศิลปะขนาด 2 ห้อง ห้องหนึ่งตั้งใจเล่าเรื่องของ ‘คนชายขอบ’ โดยเฉพาะ ขณะที่อีกห้องเน้นแสดงงานศิลปะของ ‘นักเขียน’ อาชีพที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง ทำไมนักเขียนคนหนึ่งถึงวางมือจากปากกาแล้วหันมาจับงานศิลปะเป็นอาชีพ–หลายคนสงสัย ถ้าไม่รีบร้อนเกินไป บีชวนเราย้อนกลับไปยังโรงงานน้ำตากันก่อน &#160; วางมือจากงานเขียนเพื่อเรียนรู้การเล่าเรื่องแบบใหม่ อย่างที่หลายคนรู้ ก่อนหน้า VS Gallery จะเกิดขึ้น บีคือนักเขียนคนขยันที่ผลิตงานเขียนออกสู่สายตานักอ่านอย่างสม่ำเสมอ กระทั่งช่วงหลังที่ตลาดหนังสือซบเซาลง เขาจึงตัดสินใจหันหลังให้งานหนังสือและหันไปปั้นธุรกิจอื่นๆ แทน โดยสวมหมวกเป็นครูใหญ่เปิดโรงเรียนรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนสอนภาษาสำหรับเด็ก ถึงอย่างนั้น ‘การเล่าเรื่อง’ ก็ยังเป็นความรักที่ไหลเวียนอยู่ในตัวและเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ทำให้วันหนึ่งบีตัดสินใจลองเปิดแกลเลอรีเพื่อเล่าเรื่องผ่านช่องทางใหม่ๆ บ้าง “การเล่าเรื่องเป็นความชอบของเรา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/vs-gallery/">VS Gallery แกลเลอรีทางเลือกที่เปิดพื้นที่ให้งานศิลปะของคนชายขอบและนักเขียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">นี่เป็นครั้งแรกที่เรามาเยือนโกดัง N22 ในซอยนราธิวาส 22</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มองจากภายนอก ที่นี่คือโกดังหน้าตาแสนธรรมดาที่มีรถขนของวิ่งสวนกันเป็นระยะ แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าภายใต้โครงสร้างที่เห็นแอบซ่อนโอเอซิสทางศิลปะเอาไว้ คือกลุ่มแกลเลอรีถึง 7 แกลเลอรีที่รวมตัวกันเป็นชุมชนศิลปะขึ้นมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดหมายของเราในวันนี้คือ VS Gallery แกลเลอรีเปิดใหม่ในส่วนลึกสุดของโกดัง โดย </span><b>บี–วรวุฒิ สัจจะปรเมษฐ</b><span style="font-weight: 400;"> หรือที่นักอ่านรู้จักกันในนาม ‘หนุ่มโรงงานน้ำตา’ นักเขียนที่ออกหนังสือรวมสเตตัสกึ่งบทกวีแนวรักปนโศกมาแล้วเกือบสิบเล่ม โดยนอกจากน้ำตาที่เหมือนจะบรรจุอยู่ในตัวอักษร บียังซุกซ่อนสารมากมายเอาไว้ให้ตีความไปได้ไกลถึงเรื่องปากท้อง ความสิ้นหวังของสังคม กระทั่งเรื่องการเมือง </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87283 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-51.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-51.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-51-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-51-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87287 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-53.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-53.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-53-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-53-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุด บีวางมือจากโรงงานน้ำตาและวงการหนังสือ และผันตัวมาเปิดแกลเลอรีศิลปะขนาด 2 ห้อง ห้องหนึ่งตั้งใจเล่าเรื่องของ ‘คนชายขอบ’ โดยเฉพาะ ขณะที่อีกห้องเน้นแสดงงานศิลปะของ ‘นักเขียน’ อาชีพที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไมนักเขียนคนหนึ่งถึงวางมือจากปากกาแล้วหันมาจับงานศิลปะเป็นอาชีพ–หลายคนสงสัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าไม่รีบร้อนเกินไป บีชวนเราย้อนกลับไปยังโรงงานน้ำตากันก่อน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87285 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-56.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-56.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-56-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-56-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>วางมือจากงานเขียนเพื่อเรียนรู้การเล่าเรื่องแบบใหม่</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่หลายคนรู้ ก่อนหน้า VS Gallery จะเกิดขึ้น บีคือนักเขียนคนขยันที่ผลิตงานเขียนออกสู่สายตานักอ่านอย่างสม่ำเสมอ กระทั่งช่วงหลังที่ตลาดหนังสือซบเซาลง เขาจึงตัดสินใจหันหลังให้งานหนังสือและหันไปปั้นธุรกิจอื่นๆ แทน โดยสวมหมวกเป็นครูใหญ่เปิดโรงเรียนรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนสอนภาษาสำหรับเด็ก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงอย่างนั้น ‘การเล่าเรื่อง’ ก็ยังเป็นความรักที่ไหลเวียนอยู่ในตัวและเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ทำให้วันหนึ่งบีตัดสินใจลองเปิดแกลเลอรีเพื่อเล่าเรื่องผ่านช่องทางใหม่ๆ บ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การเ</span>ล่าเรื่องเป็นความชอบของเรา เราคิดว่าถ้าเราไม่ได้เขียนหนังสือแล้วเราก็น่าจะหาทางพูดคุยหรือเล่าเรื่องสะท้อนยุคสมัยที่ดำเนินอยู่ ซึ่งศิลปะเป็นสิ่งที่สื่อสารได้ง่ายและมีคนติดตามมากในเวลานี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87290 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-4.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-4.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อีกอย่างคือวิธีการอ่านของคนสั้นลงเรื่อยๆ กลายเป็นข้อจำกัดว่าเราไม่สามารถเขียนอธิบายอะไรได้มากมาย ฉะนั้นการถ่ายทอดเรื่องราวในรูปแบบของงานศิลปะน่าจะตอบโจทย์กว่า ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ งานวาด งานปั้น งานวิดีโอ มันสามารถเล่าเรื่องได้เต็มที่ เราเลยลองทำแกลเลอรีศิลปะเพราะมันทำให้เรายังได้เล่าเรื่องอยู่ แค่เปลี่ยนแพลตฟอร์มไป”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงก่อนหน้านี้เราจะคุ้นชินกับเขาในฐานะนักเขียน แต่บีเล่าต่อว่าตนสนใจแวดวงศิลปะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และเมื่อคิดคำนวณดู ต้นทุนที่เขาใช้ในการจัดแสดงงานศิลปะก็ไม่ได้สูงไปกว่าทุนในการพิมพ์หนังสือสักเท่าไหร่ แถมงานศิลปะยังได้เปรียบเรื่องการจัดการและวัดผลที่ง่ายกว่าด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เวลาคนมาดูงานศิลปะเสร็จเขาจะให้ฟีดแบ็กทันทีว่ารู้สึกยังไง ชอบหรือไม่ชอบ” เขาอธิบายเพิ่ม “เราสามารถสร้างอิมแพกต์กับผู้ชมได้อย่างทันทีทันใด และคนทำแกลเลอรีก็สามารถจัดศิลปินให้หมุนเวียนมาแสดงผลงานได้ถึง 7-8 งานในหนึ่งปี ต่างจากงานหนังสือที่กว่านักเขียนจะตกผลึกและเขียนออกมาได้สักเล่มหนึ่งต้องใช้เวลานานกว่ามาก”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87289 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>แกลเลอรีศิลปะในโกดัง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยโครงสร้างที่เป็นโกดัง ทำให้หลายคนมองว่าเวิ้งศิลปะ N22 ดูลึกลับกว่าแกลเลอรีที่ไหนๆ กลายเป็นคำถามว่าทำไม VS Gallery ถึงเลือกเปิดตัวที่นี่ แทนที่จะเป็นบริเวณอื่นที่ดูเข้าถึงง่ายกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบของบีเรียบง่าย เขาเลือกที่นี่เพราะผู้คน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87284 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-55-1.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-55-1.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-55-1-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นของ N22 เกิดจากผองเพื่อนศิลปินจาก 7 แกลเลอรีที่ร่วมแรงกันทำให้โกดังเก่าแห่งนี้กลายเป็นคอมมิวนิตี้ศิลปะสุดเข้มแข็ง ซึ่งบีมองว่าชุมชนที่เข้มแข็งนี่แหละจะทำให้แกลเลอรียืนระยะได้โดยไม่ล้มหายตายจากไปเสียก่อน และนั่นหมายถึงโอกาสที่ศิลปินทางเลือกจะได้มีสเปซในการแสดงงานและเล่าสิ่งที่อยากสื่อสารต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราไม่ต้องการไปเช่าที่แพงๆ แล้วอยู่อย่างโดดเดี่ยว อย่างในสิงคโปร์จะมีย่านบ้านพักทหารบกเก่าที่แกลเลอรีกระจุกตัวกันอยู่เป็นสิบแกลเลอรี หรืองานแสดงศิลปะ Hotel Art Fair ที่จัดแสดงงานศิลปะในห้องพักของโรมแรมก็มีคอนเซปต์คล้ายๆ กัน คือผู้ชมก็สามารถเดินทางมาดูแกลเลอรีหลายๆ เจ้าได้สะดวก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นั่นคือเหตุผลที่เราสนใจเปิดแกลเลอรีที่นี่ ข้อดีคือโกดังมีที่จอดรถพร้อม ค่าเช่าไม่แพง ค่าน้ำค่าไฟก็ช่วยกันจ่าย และไม่ไกลจากขนส่งสาธารณะนัก”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>พื้นที่แสดงออกของคนชายขอบ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อจะเปิดแกลเลอรี สิ่งแรกที่บีทำคือการนั่งลงนึกถึงความสนใจของตัวเองก่อนตกผลึกว่าตนสนใจเรื่องราวที่สะท้อนยุคสมัย รวมถึงประเด็นที่คนในสังคมกำลังให้ความสนใจ เป็นที่มาของการชวนศิลปินทางเลือกที่น่าสนใจมาแสดงงาน โดยเฉพาะศิลปินชายขอบและนักเขียนจากแวดวงวรรณกรรมที่อยากลองเล่าเรื่องผ่านงานศิลปะ fine art เป็นหลัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ทำไมถึงต้องเป็นงานศิลปะของคนชายขอบและนักเขียนเป็นหลัก บีเท้าความให้ฟังว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราสนใจเรื่องคนชายขอบจากการที่เล่นเฟซบุ๊กมานานหลายปีและมี friend list ที่หลากหลาย มันทำให้เรารู้ว่าตัวเองชอบมองเห็นสิ่งที่ขาดหรือคนที่ถูกตัดโอกาส แต่จะให้เราลุกขึ้นมาบริจาคหรือทำงานการกุศลเราก็ไม่ถนัด เมื่อมีโอกาสทำงานศิลปะเราเลยสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87292 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในฐานะผู้ชมงานศิลปะ ความสุขของเราคือการเห็นงานศิลปะที่เล่าเรื่องที่น่าสนใจและสะท้อนชีวิตจริง เมื่อชมงานศิลปะมานานขึ้นเรื่อยๆ เราคิดว่าปัญหาหนึ่งที่ได้เห็นคือบางครั้งเรื่องราวของคนชายขอบถูกคนอื่นพูดแทน และเมื่อคนอื่นมาเล่าเรื่องของพวกเขา บางครั้งเรื่องที่เล่าจึงไม่ใช่ประเด็นสำคัญของพวกเขาจริงๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ยกตัวอย่างเช่น ศิลปะที่คนนอกพูดถึง LGBTQ บางครั้งจะใช้การวาดสายรุ้ง พูดถึงความกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวในกลุ่มแบบอุดมคติ เป็นความเห็นแบบฉันอยากเห็นพวกเธอเป็นแบบนี้จัง แต่ถ้าคนในมาเล่าเขาจะพูดถึงการถูกรังแกโดยคนรอบข้าง ประสบการณ์วัยเด็กที่ไม่ดี หรือประเด็นส่วนตัวในแบบใกล้ชิดลึกซึ้ง หรือถ้าได้ดูงานเพนต์ติ้งของบางคนแค่จริตลายเส้นและสีที่ใช้ก็อธิบายตัวตนได้มากแล้ว เราคิดว่าศิลปินแต่ละคนมีเสียง มีปัญหาและมีเรื่องเล่าเฉพาะตัว ซึ่งการเสนอเสียงแบบนี้ย่อมทำให้ผู้ชมรู้สึกร่วมและเชื่อได้มากกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87304 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-13-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-13-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-13-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-13-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในชีวิตจริงศิลปินส่วนมากต่างก็มีแผลข้างในใจ แต่ละคนก็หาวิธีเยียวยาแผลในใจด้วยศิลปะที่เขาคิดค้นขึ้นเอง เวลาชมศิลปะของคนชายขอบส่วนใหญ่เราจะเห็นการเยียวยาของเขา บางครั้งก็เป็นการหลบหนี บางทีก็เผชิญหน้า บางทีขอความช่วยเหลือ ขอแนวร่วม อย่างเช่นผลงานของศิลปิน LGBTQ ที่เราเห็นอยู่นี้ก็เป็นผลงานที่สะท้อนความบีบคั้นกดดันเรื่องเพศสภาพในจังหวัดชายแดนใต้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายกตัวอย่างงานศิลปะชุด ‘Disguise’ ที่กำลังแสดงอยู่ตอนนี้ว่าเป็นตัวอย่างของงานจากสายตาคนชายขอบ เริ่มจากงานศิลปะรูปนู้ดผู้ชายที่แขวนเรียงรายอยู่บนผนัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87293 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-43.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-43.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-43-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-43-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87294 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-50.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-50.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-50-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-50-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในงานชุดนี้ ศิลปินต้องการสื่อถึงประเด็น LGBTQ ในปัตตานีว่าก่อนที่ความเชื่อตะวันตกจะเผยแพร่แนวคิดการแบ่งอดัมกับอีฟและกำหนดบทบาทเพศชาย-หญิง ชาย-หญิงในพื้นที่ปัตตานีก็ไม่ได้เคร่งครัดเรื่องบทบาททางเพศ ศิลปินเลยวาดรูปดัดแปลงงานศิลปะหลายๆ งานที่เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ เช่น รูปปั้น Pietà ของ Michelangelo ที่ต้นฉบับเป็นพระแม่มารีกับพระเยซู ซึ่งเป็นเพศหญิงและชาย ให้ทั้งคู่เป็นเพศกลาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หรืองานชิ้นหนึ่งที่ติดทองคำเปลว เขียนกำกับว่า ‘The real gold is not real gold.’ ศิลปินต้องการสื่อว่าถ้ามนุษย์ไม่ให้คุณค่ากับทองคำ ทองคำก็เป็นเพียงแร่ธาตุหนึ่งเท่านั้น แปลว่าความหมายของทองเกิดขึ้นจากนัยสมมติที่มนุษย์สร้างเปรียบเทียบได้กับคนที่ไม่ได้ถูกจัดหมวดหมู่ให้เป็นเพศใดเพศหนึ่งหรือถูกกำหนดบทบาท ว่าเขาอยู่ตรงไหนของสังคม” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับงานเขียนของหนุ่มโรงงานน้ำตาที่กระตุกให้คนฉุกคิดเรื่องสังคม นิทรรศการที่บีเลือกมาจัดแสดงก็มักตั้งคำถามกับสังคม เหมือนงานชุด Disguise ที่ศิลปินลงมือวาดภาพนู้ดผู้ชายเพียงเท่านั้น และถ้าใครไม่สบายใจละก็ นั่นแหละคือจุดประสงค์ของเขา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87295 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-48.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-48.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-48-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87296 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-44.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-44.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-44-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ความสำเร็จของการทำนิทรรศการศิลปะของผมคือเมื่อผู้ชมได้ดูงานและออกจากแกลอรีไป เขาเปลี่ยนความรู้สึกและมุมมองที่มีต่อคน กลุ่ม หรือปรากฏการณ์ต่างๆ ในทางที่เข้าใจหรือเห็นอกเห็นใจมากขึ้น การทำสิ่งนี้ต้องอาศัยงานที่เล่าเรื่องที่คนเชื่อ คนรู้สึก ถ้าคุณมาดูงานแล้วรู้สึกไม่สบายใจ คุณน่าจะได้ถามตัวเองว่าคุณยังติดอยู่ในคอมฟอร์ตโซนหรือเปล่า หรือถ้าดูแล้วรู้สึกเข้าอกเข้าใจ ความไม่สบายใจก็อาจจะลดลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วิธีคิดงานนี้เป็นแบบมนุษยนิยม คือถ้าเมื่อไหร่ที่เราทำให้คนมองผลงานในฐานะความเป็นมนุษย์และความเชื่อของมนุษย์ คนดูก็น่าจะมีแนวโน้มไม่หันหน้าปฏิเสธแต่จะยอมรับได้ เราถือว่าเราประสบความสำเร็จถ้าคนมาดูงานแล้วรู้สึกแบบนี้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกนัยหนึ่ง บีต้องการจะสื่อว่าศิลปะสามารถเปลี่ยนสังคมได้ไม่มากก็น้อย อย่างน้อยที่สุดคือสะกิดให้รู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับเรื่องรอบตัว และเป็นแว่นขยายให้ผู้คนมองเห็นปัญหา ส่วนที่เหลือ บีบอกว่าเป็นสิทธิของผู้ชมว่าพวกเขาอยากจะเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้นไหม ด้วยวิธีใด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87297 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-34.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-34.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-34-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-34-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ชวนนักเขียนมาปล่อยของ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากห้องจัดแสดงงานศิลปะของคนชายขอบ บีพาเราเดินต่อไปยังห้องจัดแสดงข้างๆ กันเพื่อดูนิทรรศการ ‘พิพิธภัณฑ์แสง’ ที่รวบรวมงานศิลปะที่ตีความจากเรื่องสั้นเรื่อง ‘พิพิธภัณฑ์แสง’ ของกิตติพล สรัคคานนท์ พร้อมบอกว่านี่คือตัวอย่างความตั้งใจเปิดพื้นที่ให้นักเขียนแสดงออกผ่านงานศิลปะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแกลเลอรีห้องนี้จัดแสดงงานศิลปะโดยล้อไปกับเนื้อหาของเรื่องสั้น ทั้งศิลปะภาพลวงตา ทั้งงานเหล็กหล่อเป็นแท่งอินโฟกราฟิกหัวทิ่มลงดินที่สื่อถึงพื้นที่ที่มีความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน ภาพวาดแลนด์สเคปที่สะท้อนความเหงาในสังคมเมืองใหญ่ ปิดท้ายด้วยห้องที่มีทัศนวิสัยเหมือนมองออกไปจากในกะลา เพื่อจำลองบรรยากาศห้องมืดในตอนท้ายเรื่องสั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87298 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-19.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-19-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87299 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-27.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87300 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บีเล่าว่าเหตุที่ชักชวนกลุ่มนักเขียนมาทำงานศิลปะเพราะเห็นว่าเพื่อนพ้องในแวดวงหนังสือหลายคนมีพื้นฐานเป็นคนทำงานศิลปะมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนซีไรต์อย่าง<a href="https://adaymagazine.com/the-light-of-day-uthis-haemamool/" target="_blank" rel="noopener">อุทิศ เหมะมูล</a> หรือกวีสายโพสต์โมเดิร์นอย่างอุเทน มหามิตร ที่ร่ำเรียนมาทางด้านจิตรกรรมโดยตรงและทำงานศิลปะควบคู่ไปกับการเขียนหนังสืออยู่แล้ว รวมถึงนักเขียนหลายๆ คนที่อยากกระโดดข้ามศาสตร์ข้ามศิลป์จากงานเขียนมาสู่งานศิลปะเต็มตัวดูสักครั้ง แต่ไม่รู้จะไปแสดงงานที่ไหน ก็ให้มาปล่อยของกันที่แกลเลอรีแห่งนี้เสียเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นอกจากงานศิลปะของคนชายขอบแล้ว เราอยากชวนคนในแวดวงนักเขียนมาสร้างงานศิลปะหรือคัดเลือกงานมาจัดแสดงเพื่อให้นักเขียนได้สื่อสารในสิ่งที่เขาอยากพูด ถ้าเทียบกับศิลปิน เราคิดว่านักเขียนก็มีเรื่องอยากจะเล่าให้ผู้ชมฟังผ่านงานศิลปะเหมือนกันแต่เราเห็นว่าวงการหนังสือยังไม่มีพื้นที่ให้พวกเขาโชว์งานมากนักเราเลยอยากเปิดพื้นที่ชวนเขามาเล่า</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87302 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บีเล่าถึงฟีดแบ็กของคนที่มาชมงานว่าส่วนใหญ่จะแปลกใจในความใหม่ ส่วนแฟนคลับนักเขียนที่มาดูก็ตื่นเต้นในการตีความจากตัวอักษรเป็นผลงานศิลปะ ซึ่งงานต่อๆ ไป บีตั้งใจจะนำคอนเทนต์ใหม่เอี่ยมที่ยังไม่เคยตีพิมพ์มาก่อนมาร่วมสร้างสรรค์และตีความใหม่ที่นี่ ทั้งยังมีการวางแผนชวนนักเขียนมาวาดภาพและทำงานศิลปะที่นักเขียนอยากจะเล่าอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ว่าแต่เรื่องเล่าเรื่องต่อๆ ไปจากคนชายขอบและนักเขียนจะเป็นเรื่องแบบไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บีขออุบไว้ ให้คุณมาเจอที่ VS Gallery ด้วยตัวเองดีกว่า</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/vs-gallery/">VS Gallery แกลเลอรีทางเลือกที่เปิดพื้นที่ให้งานศิลปะของคนชายขอบและนักเขียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>YESTERTODAYMORROW เมื่อ Gongkan หยิบ Teleport มาตีความใหม่ให้ ‘เวลา’ เคลื่อนไปในหลุมดำ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/gongkan-yertertodaymorrow/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Jan 2020 17:18:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[ตามไปดู]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[Gongkan]]></category>
		<category><![CDATA[นิวยอร์ก]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[Teleport]]></category>
		<category><![CDATA[หลุมดำ]]></category>
		<category><![CDATA[เวลา]]></category>
		<category><![CDATA[YESTERTODAYMORROW]]></category>
		<category><![CDATA[กันตภณ เมธีกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=85716</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราเชื่อว่าใครหลายคนเคยเฝ้าฝันถึงการย้อนเวลาหรือการเดินทางไปอนาคต ไทม์แมชชีนของโดราเอมอนเลยกลายเป็นของวิเศษที่ติดตรึงใจคนทุกยุคสมัย เพราะไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่มนุษย์ก็ยังเอาชนะเวลาไม่ได้สักที ว่ากันจากผลงาน ศิลปินหนุ่ม Gongkan หรือ ก้อง–กันตภณ เมธีกุล น่าจะเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในเรื่องเวลาอย่างที่สุด เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรเขาก็มักฉกฉวยเสน่ห์ของเวลามาใส่ในผลงานของตัวเองเสมอ เช่น งานสุดป๊อปชุด ‘Teleport’ ที่เป็นภาพคนในหลุมดำกำลังวาร์ปไปสู่อีกมิติ โดยเล่าเรื่องราวของอิสรภาพและความหวังเพื่อหลีกลี้หนีจากสังคมแห่งการดิ้นรนและความเกลียดชัง Gongkan แจ้งเกิดเป็นศิลปินที่นิวยอร์ก แต่งาน Teleport นี่เองที่ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักในเมืองไทยอย่างรวดเร็วและเปิดประตูมิติพาเขาวาร์ปไปทำงานศิลปะที่นั่นที่นี่อีกหลายแห่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นไทเป เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง โตเกียว บรุกลิน และแมนแฮตตัน งานศิลป์ในมิติเสมือนของ Gongkan ดูง่าย เสพง่าย มีความหมายเชิงบวก ลายเส้นเรียบๆ คมๆ สไตล์การ์ตูนญี่ปุ่นของเขาพาคนดูไปสู่โลกแห่งความหวังและโลกในอุดมคติผ่านทางหลุมดำที่ตัวการ์ตูนโผล่ออกมา บางงานก็แฝงไปด้วยความคิดเกี่ยวกับสันติภาพ เช่น ผลงานที่เขาวาดผู้นำอเมริกาและเกาหลีเหนืออย่างโดนัลด์ ทรัมป์ และคิม จองอึน ทะลุประตูมิติมาจูบกันท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรงของสองประเทศ  เวลายังเป็นที่มาของนิทรรศการเดี่ยวครั้งล่าสุดที่มีชื่อว่า ‘YESTERTODAYMORROW’ ที่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต เกี่ยวพันไขว้คล้องกันจนรวมเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งความไม่ชัดเจนนี่แหละที่ทำให้ศิลปินหนุ่มอยากให้กำลังใจให้ผู้คนต่อสู้กับอนาคตที่มองไม่เห็น น่าแปลกที่ในงานนี้เราไม่ยักจะเห็นภาพหลุมดำอย่างเคย แต่ก่อนจะคุยกันถึงตรงนั้นเราขอชวนคุณย้อนอดีตไปสำรวจตัวตนและความคิดของเขาก่อนว่าอะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้วาร์ปมาได้ไกลขนาดนี้ กำเนิดหลุมดำในต่างแดน ตั้งแต่สมัยจำความได้ เด็กชายกันตภณที่ใครๆ เห็นมักอยู่คู่กับดินสอและพู่กันเสมอเพราะการวาดรูปคือความสุขของเขา เมื่อรู้ตัวเช่นนี้เขาจึงเลือกเดินสู่เส้นทางศิลปะอย่างไม่ลังเลโดยเลือกเรียนคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/gongkan-yertertodaymorrow/">YESTERTODAYMORROW เมื่อ Gongkan หยิบ Teleport มาตีความใหม่ให้ ‘เวลา’ เคลื่อนไปในหลุมดำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่าใครหลายคนเคยเฝ้าฝันถึงการย้อนเวลาหรือการเดินทางไปอนาคต ไทม์แมชชีนของโดราเอมอนเลยกลายเป็นของวิเศษที่ติดตรึงใจคนทุกยุคสมัย เพราะไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่มนุษย์ก็ยังเอาชนะเวลาไม่ได้สักที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ว่ากันจากผลงาน ศิลปินหนุ่ม </span><a href="http://facebook.com/gongkanstudio/" target="_blank" rel="noopener"><b>Gongkan</b></a> หรือ <b>ก้อง–กัน</b><b>ตภณ</b><b> เมธีกุล</b><span style="font-weight: 400;"> น่าจะเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในเรื่องเวลาอย่างที่สุด เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรเขาก็มักฉกฉวยเสน่ห์ของเวลามาใส่ในผลงานของตัวเองเสมอ เช่น งานสุดป๊อปชุด ‘Teleport’ ที่เป็นภาพคนในหลุมดำกำลังวาร์ปไปสู่อีกมิติ โดยเล่าเรื่องราวของอิสรภาพและความหวังเพื่อหลีกลี้หนีจากสังคมแห่งการดิ้นรนและความเกลียดชัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-86109 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-8.jpg" alt="YESTERTODAYMORROW" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Gongkan แจ้งเกิดเป็นศิลปินที่นิวยอร์ก แต่งาน Teleport นี่เองที่ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักในเมืองไทยอย่างรวดเร็วและเปิดประตูมิติพาเขาวาร์ปไปทำงานศิลปะที่นั่นที่นี่อีกหลายแห่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นไทเป เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง โตเกียว บรุกลิน และแมนแฮตตัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานศิลป์ในมิติเสมือนของ Gongkan ดูง่าย เสพง่าย มีความหมายเชิงบวก ลายเส้นเรียบๆ คมๆ สไตล์การ์ตูนญี่ปุ่นของเขาพาคนดูไปสู่โลกแห่งความหวังและโลกในอุดมคติผ่านทางหลุมดำที่ตัวการ์ตูนโผล่ออกมา บางงานก็แฝงไปด้วยความคิดเกี่ยวกับสันติภาพ เช่น ผลงานที่เขาวาดผู้นำอเมริกาและเกาหลีเหนืออย่างโดนัลด์ ทรัมป์ และคิม จองอึน ทะลุประตูมิติมาจูบกันท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรงของสองประเทศ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-86112 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/20229861_2003343449881140_482331120241936099_o.jpg" alt="" width="675" height="375" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/20229861_2003343449881140_482331120241936099_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/20229861_2003343449881140_482331120241936099_o-300x167.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/20229861_2003343449881140_482331120241936099_o-600x333.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-86110 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/31429444_2132586853623465_4919902828048639817_n.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/31429444_2132586853623465_4919902828048639817_n.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/31429444_2132586853623465_4919902828048639817_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/31429444_2132586853623465_4919902828048639817_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลายังเป็นที่มาของนิทรรศการเดี่ยวครั้งล่าสุดที่มีชื่อว่า </span>‘YESTERTODAYMORROW’<span style="font-weight: 400;"> ที่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต เกี่ยวพันไขว้คล้องกันจนรวมเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งความไม่ชัดเจนนี่แหละที่ทำให้ศิลปินหนุ่มอยากให้กำลังใจให้ผู้คนต่อสู้กับอนาคตที่มองไม่เห็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น่าแปลกที่ในงานนี้เราไม่ยักจะเห็นภาพหลุมดำอย่างเคย แต่ก่อนจะคุยกันถึงตรงนั้นเราขอชวนคุณย้อนอดีตไปสำรวจตัวตนและความคิดของเขาก่อนว่าอะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้วาร์ปมาได้ไกลขนาดนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-86113 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-1.jpg" alt="YESTERTODAYMORROW" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><b>กำเนิดหลุมดำในต่างแดน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่สมัยจำความได้ เด็กชายกันตภณที่ใครๆ เห็นมักอยู่คู่กับดินสอและพู่กันเสมอเพราะการวาดรูปคือความสุขของเขา เมื่อรู้ตัวเช่นนี้เขาจึงเลือกเดินสู่เส้นทางศิลปะอย่างไม่ลังเลโดยเลือกเรียนคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กระทั่งหลังเรียนจบเขากลับผันตัวไปทำงานโฆษณาอยู่ 3 ปีเต็ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราทำงานเป็นอาร์ตไดเรกเตอร์ในเอเจนซีโฆษณาอยู่ประมาณ 3 ปี ตอนนั้นก็ดูจะประสบความสำเร็จในการงานเพราะได้รางวัลโฆษณาต่างๆ จากเวที Cannes Lions ตลอด ภายนอกดูเหมือนไปได้ดี แต่ลึกๆ ข้างในเราอยากเป็นศิลปิน ยิ่งพอทำงานครีเอทีฟไปสักพักแล้วไม่มีเวลาวาดรูปเลยเราก็ยิ่งอยากออกมาทำงานที่เป็นตัวเอง </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-86114 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-23.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-23.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-23-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นวางแผนไปเรียนต่อที่นิวยอร์กเพราะรู้สึกว่าสังคมที่นั่นเปิดให้ศิลปินได้แสดงออก แต่ละคนดูมีพลังในการสร้างสรรค์และมีเป้าหมายของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง ช่างภาพ หรือใครก็ตามในแวดวงศิลปะ จะสู้ยิบตาเพื่อตามฝันตัวเอง ซึ่งเราคิดว่าสิ่งนี้น่าจะช่วยผลักดันให้เรามีพลังในการทำงานศิลปะไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนอยู่นิวยอร์กงานแรกของเราคือ Teleport ที่เป็นภาพหลุมดำ มันเกิดจากความอึดอัดของเราที่อยากเป็นศิลปินแต่เป็นคนกลุ่มน้อย เราไม่ใช่คนอเมริกันเลยสร้างงานให้คนมาสนใจยาก เราพยายามอยู่หลายเดือนก็ไม่เกิดผล ตอนแรกวาดทุกอย่างเพื่อคิดว่าจะตอบสนองคนอื่น ลองวาดทั้งภาพประกอบ วาดคน ทำฮาวทู แต่ก็ยังไม่ใช่ เราเลยกลับมาคิดว่าควรวาดอะไรที่ตอบสนองตัวเองบ้างดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ระหว่างที่เครียดจิตตกอยู่นั้นเราเห็นเหมือนภาพหลุมดำผุดขึ้นมาในหัว เหมือนคนไม่มีทางออกแล้วเห็นทางออกเป็นประตูไปเจอทางที่ดีขึ้น เราเลยวาดหลุมดำขึ้นมาเพื่อเชื่อมเราไปที่อื่น ตอนนั้นไม่ได้แคร์แล้วว่างานจะเกิดหรือไม่เกิด แค่อยากลองทำเพราะนี่เหมือนเป็นการปลดปล่อยตัวเองจากความเครียด”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-86116 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/20229861_2003343449881140_482331120241936099_o-1.jpg" alt="" width="675" height="390" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/20229861_2003343449881140_482331120241936099_o-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/20229861_2003343449881140_482331120241936099_o-1-300x173.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/20229861_2003343449881140_482331120241936099_o-1-600x347.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้ไอเดียหลุมดำแล้ว เขาลองคิดต่อว่าจะนำภาพ Teleport หรือหลุมดำไปจับกับสตรีทอาร์ตเพื่อให้ความรู้สึกเหมือนกำแพงที่วาดภาพประตูวิเศษของโดราเอมอนที่มีคนโผล่ออกมาจริงๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเริ่มจากการทำสติกเกอร์บอมบ์หลุมดำ (นำสติกเกอร์ illustration หลุมดำไปติดตามที่ต่างๆ) จากนั้นก็ทำงานศิลปะแล้วส่งไปเสนอ NYC Street Art ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับสตรีทอาร์ต ให้ช่วยหาที่เพนต์ให้ โชคดีที่เขาให้โอกาสไปทำสตรีทอาร์ตที่แมนแฮตตันเลย เป็นผนังใหญ่ประมาณ 5 เมตรใจกลางเมือง ตอนนั้นเรายังโนเนม ไม่มีอะไรจะเสีย เลยตกลงทำทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สไตล์งานสตรีทอาร์ตของเราจะใช้สีอะคริลิกเพนต์ลงบนกำแพงโดยไม่ใช้สเปรย์พ่น เพราะพื้นฐานของเราคือการวาดรูป งานอาร์ตของเราเลยออกมาเรียบง่าย มีกลิ่นอายความเป็นเอเชีย ดูแล้วสบายตา พอวาดเสร็จก็มีคนมาถ่ายรูป มาเดินเล่นดูผลงานเรา เด็กๆ ก็ดูชอบตัวการ์ตูนของเราที่เข้าใจง่าย เราวาดแบบนี้เพราะต้องการให้เป็นป๊อปอาร์ตที่ทุกคนเข้าใจและสัมผัสได้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-86121 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/21992835_2034582333423918_1180856472890725355_o.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/21992835_2034582333423918_1180856472890725355_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/21992835_2034582333423918_1180856472890725355_o-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/21992835_2034582333423918_1180856472890725355_o-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/21992835_2034582333423918_1180856472890725355_o-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/21992835_2034582333423918_1180856472890725355_o-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/21992835_2034582333423918_1180856472890725355_o-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/21992835_2034582333423918_1180856472890725355_o-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-86111 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/20785787_2015295622019256_6260970360522678703_o.jpg" alt="" width="675" height="447" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/20785787_2015295622019256_6260970360522678703_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/20785787_2015295622019256_6260970360522678703_o-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/20785787_2015295622019256_6260970360522678703_o-600x397.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงจะเป็นศิลปินหน้าใหม่ในนิวยอร์ก แต่การทำงานโฆษณามาก่อนกลับเป็นข้อดีไม่น้อยสำหรับก้องในตอนนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การทำงานโฆษณามาก่อนเป็นข้อดีต่อการสร้างงานศิลปะของเรามากเพราะทำให้คิดเป็นระบบ งานโฆษณาจะเริ่มคิดจาก big idea, คอนเซปต์ และดีเทล ไล่ลงมา ประเด็นที่จะเล่าหรือวิธีการนำเสนอก็จะสอดคล้องกันหมด งานของเราอยู่ระหว่างงานเชิงพาณิชย์กับงานอาร์ต หลายๆ คนมาดูก็อาจได้กลิ่นความเป็นโฆษณาเยอะซึ่งเรามองว่าเป็นประโยชน์กับศิลปิน เพราะงานอาร์ตไม่จำเป็นต้องไม่แคร์โลกหรือปิดตัวเอง แต่ศิลปินต้องโฆษณาเป็น นำเสนองานให้เป็น ศิลปินไม่จำเป็นต้องนิ่งเงียบเก็บตัวอีกต่อไปแล้ว เราต้องเล่าเรื่องเป็น ทำให้คนดูเข้าใจเมสเซจของงานได้”</span></p>
<h3><b>จับเวลามาไขว้กันเป็น YESTERTODAYMORROW</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้นิทรรศการล่าสุดอย่าง YESTERTODAYMORROW จะไม่มีภาพหลุมดำที่เป็นซิกเนเจอร์ แต่ศิลปินหนุ่มเล่าว่างานครั้งนี้มีคอนเซปต์คือเรื่อง ‘เวลา’ ที่จะว่าไปก็เปรียบเหมือนหลุมดำในอีกรูปแบบ นั่นเพราะมันมักพาเราไปโผล่ตามที่ต่างๆ ตามแต่ความคิดจะนำพาไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“YESTERTODAYMORROW เป็นการรวมคำว่า yesterday, today และ tomorrow เข้าด้วยกัน ซึ่งก็เหมือนกับกำลังเอาเวลาทั้งสามห้วงมารวมกัน เรามองว่ามนุษย์เป็นเหมือนเครื่องย้อนเวลาชั้นดี บางคนอาจย้อนคิดไปได้ไกลตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ หรือฝันเฟื่องถึงอนาคตที่ไกลออกไปสุดๆ ก็ได้ แต่ถ้าเราบาลานซ์เวลาไม่ดีก็จะเกิดปัญหา อย่างตัวเราเองรู้สึกว่าพอเริ่มโตขึ้น เริ่มมีงานเข้ามาเรื่อยๆ เริ่มประสบความสำเร็จ กลายเป็นว่าไม่สามารถปล่อยวาง คิดมาก เครียดเกินไป นอนไม่หลับเรื้อรัง และรู้สึกว่าจัดการเวลาไม่ได้ เหมือนอดีต ปัจจุบัน และอนาคต มันไขว้กันหมด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-86122 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-33.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-33.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-33-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-33-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“งานนี้ที่พูดถึงเวลาเราต้องการจะสื่อว่าคนเราอาจคิดว่าอยู่เหนือทุกสิ่งบนโลก แต่อย่างน้อยเราอยู่ใต้เวลา เวลาคือสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ เราได้แต่เฝ้ามองให้มันเป็นไป อดีตสอนเราให้รู้ว่าควรทำอะไรต่อ มันหล่อหลอมให้เราเป็นเรา ปัจจุบันสอนให้เราทำวินาทีนี้ให้ดีที่สุด ส่วนอนาคตคือความหวัง ทำให้มีพลังอยากที่จะเจอสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป เราอยากให้คนดูได้ทบทวนชีวิตของตนเองด้วยทั้งอดีตที่ผ่านมา ปัจจุบัน และอนาคต”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก้องสารภาพว่าตอนทำงานชุดนี้เขาเริ่มมีอาการซึมเศร้าเพราะต้องขุดปมในใจขึ้นมาเยอะมาก ส่งผลให้มีปัญหานอนไม่หลับเรื้อรังถึงขนาดต้องกินฮอร์โมนช่วยนอนหลับ เมื่อได้หนีจากความวุ่นวายและความสบายของบ้านอย่างกรุงเทพฯ ไปอยู่เงียบๆ คนเดียวที่ไต้หวันตอนกลางปีเพื่อซุ่มทำงานชุดนี้ นั่นจึงกลายเป็นช่วงเวลาทบทวนเรื่องราวที่ค้างคาใจ เจอเสียงข้างในตัวเอง และพรั่งพรูออกมาเป็นงานศิลปะที่เรากำลังเห็นอยู่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-86124 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-39.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-39.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-39-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-39-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-86123 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-40.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-40.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-40-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-40-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-86129 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-34.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-34.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-34-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-34-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการใช้เรื่องราวในใจ คราวนี้เขายังทดลองสร้างงานลงบนสื่อที่หลากหลายมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือห้องต่างๆ ที่ให้คนดูเข้าไปเล่นกับชิ้นงานได้ แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าห้องเหล่านั้นแอบซุกซ่อนปมในใจของศิลปินเอาไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“บรรยากาศในห้อง Insomnia Room เป็นการเล่าชีวิตของเราที่นอนไม่ค่อยหลับ เราไม่สามารถปล่อยวางความคิดเรื่องงานได้ และชอบเก็บมาคิดว่าคนอื่นจะมองเรายังไงแทนที่จะเอาเวลามาอยู่กับปัจจุบันและนอนพักผ่อนอย่างที่ควรจะเป็น กลายเป็นความเครียดสะสมจนนอนไม่หลับมานาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การนำเสนอเราใช้โปรเจกเตอร์ยิงวิดีโอไปที่หน้าต่างเพื่อฉายช่วงเวลาที่สว่าง เพราะต้องการจำลองภาพตอนกลางวันที่หัวสมองตื่นตัวและคิดโน่นนี่ตลอดเวลา ซึ่งไม่สอดคล้องกับบรรยากาศห้องนอนที่เป็นเวลาดึกมากแล้ว ห้องนี้คือตัวแทนของการอยู่กับปัจจุบันแต่ไปกังวลถึงเรื่องในอนาคต”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-86125 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-43.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-43.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-43-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-43-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศิลปินหนุ่มอธิบายต่อไปถึงห้อง Dining Room และห้อง Timeless Room ที่เป็นตัวแทนของเวลาอดีตและปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ห้องกินข้าวหรือ Dining Room ต้องการจะสื่อถึงบาดแผลในอดีตที่เกิดขึ้นบนโต๊ะกินข้าวที่คนในครอบครัวมีความเห็นไม่ลงรอยกัน เราอยากให้คนดูได้ย้อนคิดถึงคำพูดหรือการกระทำที่ปฏิบัติต่อคนใกล้ชิดซึ่งอาจสร้างบาดแผลในใจใครบางคนไปตลอด ห้องนี้เลยเป็นตัวแทนอดีตที่ส่งผลต่อมายังปัจจุบัน เราเล่าโดยกั้นโต๊ะเป็นสองฝั่ง ครึ่งหนึ่งเล่าถึงอดีตที่เป็นฝั่งผนังสีดำสื่อถึงความเศร้า การทะเลาะเบาะแว้ง การถกเถียงที่สร้างบาดแผล ส่วนโต๊ะอีกด้านหนึ่งเป็นตัวแทนปัจจุบัน เป็นโต๊ะว่างเปล่าโดดเดี่ยวเพราะที่บ้านไม่ค่อยได้กินข้าวพร้อมหน้ากันอีกแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-86127 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-50.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-50.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-50-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-50-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-86126 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนห้องสุดท้ายคือ Timeless Room เราเอารูปที่วาดคนในหลุมดำออกมาแปะในห้องกระจกให้สะท้อนไปมาไม่รู้จบ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในจักรวาลที่เป็นอินฟินิตี้ ความไร้จุดจบที่มาซ้อนกันก็เหมือนเวลาที่ซ้อนกัน กระจกทำให้เห็นเงาสะท้อนตัวเองที่เป็นเหมือนอดีต แต่ถ้าลองยืนอยู่นิ่งๆ คนที่เข้ามาอาจจะได้พิจารณาความงามของชีวิต ณ ปัจจุบัน ไม่ต้องกังวลกับอดีต และไม่ระแวงสงสัยถึงอนาคต”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-86128 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-56.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-56.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-56-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-56-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><b>ทดลองวาร์ป Teleport ในหลุมแบบใหม่</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจาก 3 ห้องที่เป็นตัวแทนของอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ในงานนี้ Gongkan ยังทดลองทำงานในรูปแบบอื่นๆ อีกมาก ทั้งงานปั้น งานหล่อโลหะ และงานเพนต์ โดยตีโจทย์คำว่า Teleport ใหม่ให้กลายเป็นประตูมิติไร้ฟอร์มตายตัว และแอบหยอดหลุมดำในรูปนั้นรูปนี้อย่างเนียนๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราตีความงาน Teleport ใหม่ว่าไม่จำเป็นต้องเป็นแค่วงกลมหรือวงรีสีดำเท่านั้น แต่เราแทนวงเหล่านั้นด้วยรูปอื่นอย่างขอบโค้งของก้อนเมฆหรือบ่อน้ำ พูดง่ายๆ คือลองทำหลุมดำในรูปแบบอื่นๆ เช่น รูปเพนต์ที่มีบ่อน้ำอยู่กับภูเขา บ่อน้ำก็คือ Teleport เปรียบเหมือนคนเราที่อยู่ในสังคมแห้งแล้ง แต่ถ้ามีความชุ่มชื้นในจิตใจก็จะทำให้เราได้หลีกหนีไปจากที่นั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-86133 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/gongkan-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เฟรมรูปภาพเองก็ไม่ใช่แค่สี่เหลี่ยม เราตัดเฟรมพิเศษเป็นฟอร์มต่างๆ มีทั้งทรงจั่วสามเหลี่ยมของหลังคาบ้าน ขอบมนของก้อนเมฆ ทรงรีของก้นแก้วน้ำ และทรงกรวยที่แทนลำแสงจากยานยูเอฟโอ รูปทรงเหล่านี้ก็คือ Teleport อย่างหนึ่งเหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หรือรูปที่ตัวละครลงไปอยู่ในน้ำลายเส้นส่วนที่จมน้ำก็จะเป็นคลื่นพลิ้วไหวเพราะได้เปลี่ยนไปอยู่ในอีกสื่อหนึ่ง เมื่อไปอยู่ในน้ำที่มีความเยือกเย็นและผ่อนคลายลายเส้นก็จะเปลี่ยนไปตามนั้น ตัวเราที่แข็งกร้าวก็จะผ่อนคลายไปกับสายน้ำ เหมือนได้ไปอยู่ในอีกมิติ น้ำจึงเป็น Teleport ของรูปนี้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-86130 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/78819169_2548257608723052_9198476890283704320_o.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/78819169_2548257608723052_9198476890283704320_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/78819169_2548257608723052_9198476890283704320_o-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/78819169_2548257608723052_9198476890283704320_o-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/78819169_2548257608723052_9198476890283704320_o-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/78819169_2548257608723052_9198476890283704320_o-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/78819169_2548257608723052_9198476890283704320_o-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/78819169_2548257608723052_9198476890283704320_o-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-86131 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/78585709_2540285612853585_8128835123668844544_o.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/78585709_2540285612853585_8128835123668844544_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/78585709_2540285612853585_8128835123668844544_o-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/78585709_2540285612853585_8128835123668844544_o-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/78585709_2540285612853585_8128835123668844544_o-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/78585709_2540285612853585_8128835123668844544_o-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/78585709_2540285612853585_8128835123668844544_o-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/78585709_2540285612853585_8128835123668844544_o-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-86132 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/79388114_2561369390745207_7781338047123030016_o.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/79388114_2561369390745207_7781338047123030016_o.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/79388114_2561369390745207_7781338047123030016_o-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/79388114_2561369390745207_7781338047123030016_o-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/79388114_2561369390745207_7781338047123030016_o-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/79388114_2561369390745207_7781338047123030016_o-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/79388114_2561369390745207_7781338047123030016_o-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/79388114_2561369390745207_7781338047123030016_o-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/79388114_2561369390745207_7781338047123030016_o-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความที่ Gongkan ใช้เทคนิคเพิ่มขึ้นจากเดิมและแปลงคอนเซปต์ Teleport ให้แนบเนียนขึ้น นิทรรศการนี้จึงมีรสชาติแปลกไปจากงานครั้งก่อนๆ ของเขาอยู่ไม่น้อย และไม่แน่ว่าในผลงานต่อๆ ไปหลุมดำของเขาอาจเปลี่ยนฟอร์มไปอีกก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในอนาคตเราอยากให้หลุมดำไปป๊อปอัพในอีกหลายๆ ที่ทั่วโลก มันเป็นเป้าหมายของเรา เพราะเราเชื่อว่าศิลปะสามารถเยียวยาผู้คนได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ศิลปะเป็นความสร้างสรรค์ อย่างน้อยในงานของเราก็พูดถึงหลุมดำในทางบวกที่ให้ความหวัง ให้กำลังใจคน” ศิลปินหนุ่มทิ้งท้าย</span></p>
<hr />
<p><em><span style="font-weight: 400;">ใครสนใจอยากท่องมิติเวลาในหลุมดำนี้มาดูกันได้ที่ River City Bangkok จนถึง 9 มกราคม 2563</span></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/gongkan-yertertodaymorrow/">YESTERTODAYMORROW เมื่อ Gongkan หยิบ Teleport มาตีความใหม่ให้ ‘เวลา’ เคลื่อนไปในหลุมดำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 แฟกต์ว่าด้วยความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่สกัดขาไม่ให้เด็กต้นทุนต่ำได้ไปต่อ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/educational-inequality/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Dec 2019 03:58:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[branded content]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[Educational Inequality]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[advertorial]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=84872</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึง ‘ความเหลื่อมล้ำ’ เมืองไทยเองก็มีชื่อเสีย (ง) อยู่ไม่น้อย ในช่วงสองสามปีมานี้ ชื่อของประเทศไทยติดโผต้นๆ จากแทบทุกสำนักที่นำเสนอรายงานเรื่องความเหลื่อมล้ำ หนึ่งในรากของปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ตามติดเป็นเงาอย่างทุกวันนี้คือปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่สกัดขาไม่ให้เด็กต้นทุนชีวิตน้อยได้เรียนต่อ ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่มีความรู้ความสามารถมากพอจะพลิกฟื้นและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีกว่าคนรุ่นพ่อแม่ได้ ทำให้เกิดวงจรความยากจนวนเวียนซ้ำซากข้ามชั่วคนไม่รู้จบสิ้น แน่นอนว่าเด็กทุกคนมีความฝัน แต่หลายคนไม่กล้าแม้แต่จะฝัน เพราะต้นทุนชีวิตน้อยและขาดโอกาส เด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลหลายคนต้องทำงานส่งตัวเองเรียน ทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ปากกัดตีนถีบ ต้องเดินทางจากพื้นที่ห่างไกลหลายสิบกิโลฯ เพื่อมาโรงเรียนในแต่ละวัน บ้างก็ต้องลาหยุดเรียนไปช่วยพ่อแม่ทำงาน บ้างก็ต้องพักการเรียนเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทั้งไม่มีเงินพอสำหรับค่าอาหาร ของใช้ในชีวิตประจำวัน หรืออุปกรณ์การเรียน เนื่องจากความเหลื่อมล้ำทางด้านโอกาสของเด็กยากจนในพื้นที่ห่างไกลถูกถ่างให้กว้างออกไปราว 20 เท่าของเด็กในเมือง ในขณะที่เด็กในเมืองกำลังนั่งกวดวิชาและสอบแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อแย่งที่นั่งเรียนในสถาบันในฝัน เด็กนักเรียนในโรงเรียนห่างไกลทั่วประเทศไทยกำลังจะหลุดออกจากระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานเพราะความยากจน ตอนนี้เด็กไทยไม่น้อยกว่า 500,000 คนหลุดออกจากระบบไปแล้ว และอีก 2,000,000 คนสุ่มเสี่ยงไม่ได้เรียนต่อ และมีแนวโน้มว่าในอนาคตเด็กที่หยุดเรียนกลางคันจะเพิ่มสูงขึ้นทุกปี แน่นอนว่าตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่สะท้อนให้เห็นว่าความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นปัญหาสะสมเรื้อรังมานานจนทำให้เด็กนักเรียนเป็นล้านๆ คนอาจจะไม่ได้เรียนต่อ ทั้งที่การศึกษาควรจะเป็นสิ่งที่พลเมืองทุกคนเข้าถึงได้โดยไม่แบ่งชนชั้น ดร. ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เกริ่นให้เราฟังถึงข้อเท็จจริงที่ว่า “มีเด็กจำนวนมากที่ไม่สามารถต้านทานกับปัญหาความยากจนของครอบครัวได้ ดังที่เราได้เห็นจากข่าวความเดือดร้อนของเด็กๆ ปรากฏในสื่อทุกแขนงไม่เว้นแต่ละวัน ที่น่าตกใจคือปัจจุบันมีเด็กไทยมากกว่า 2,000,000 คนมีความเสี่ยงต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะ ‘ความยากจน’ เด็กจำนวนมากต้องลาหยุดเรียนไปช่วยพ่อแม่รับจ้างทำงานหารายได้เพื่อช่วยเหลือครอบครัว บางคนขาดเรียนกว่าสัปดาห์ บางคนหายไปนานนับเดือน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/educational-inequality/">5 แฟกต์ว่าด้วยความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่สกัดขาไม่ให้เด็กต้นทุนต่ำได้ไปต่อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p3"><span class="s1">เมื่อพูดถึง ‘ความเหลื่อมล้ำ’ เมืองไทยเองก็มีชื่อเสีย (ง) อยู่ไม่น้อย</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> ในช่วงสองสามปีมานี้ ชื่อของประเทศไทยติดโผต้นๆ จากแทบทุกสำนักที่นำเสนอรายงานเรื่องความเหลื่อมล้ำ หนึ่งในรากของปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ตามติดเป็นเงาอย่างทุกวันนี้คือปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่สกัดขาไม่ให้เด็กต้นทุนชีวิตน้อยได้เรียนต่อ ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่มีความรู้ความสามารถมากพอจะพลิกฟื้นและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีกว่าคนรุ่นพ่อแม่ได้ ทำให้เกิดวงจรความยากจนวนเวียนซ้ำซากข้ามชั่วคนไม่รู้จบสิ้น</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">แน่นอนว่าเด็กทุกคนมีความฝัน แต่หลายคนไม่กล้าแม้แต่จะฝัน เพราะต้นทุนชีวิตน้อยและขาดโอกาส </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลหลายคนต้องทำงานส่งตัวเองเรียน ทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ปากกัดตีนถีบ ต้องเดินทางจากพื้นที่ห่างไกลหลายสิบกิโลฯ เพื่อมาโรงเรียนในแต่ละวัน บ้างก็ต้องลาหยุดเรียนไปช่วยพ่อแม่ทำงาน บ้างก็ต้องพักการเรียนเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทั้งไม่มีเงินพอสำหรับค่าอาหาร ของใช้ในชีวิตประจำวัน หรืออุปกรณ์การเรียน</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> เนื่องจากความเหลื่อมล้ำทางด้านโอกาสของเด็กยากจนในพื้นที่ห่างไกลถูกถ่างให้กว้างออกไปราว 20 เท่าของเด็กในเมือง ในขณะที่เด็กในเมืองกำลังนั่งกวดวิชาและสอบแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อแย่งที่นั่งเรียนในสถาบันในฝัน เด็กนักเรียนในโรงเรียนห่างไกลทั่วประเทศไทยกำลังจะหลุดออกจากระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานเพราะความยากจน </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ตอนนี้เด็กไทยไม่น้อยกว่า 500,000 คนหลุดออกจากระบบไปแล้ว และอีก 2,000,000 คนสุ่มเสี่ยงไม่ได้เรียนต่อ และมีแนวโน้มว่าในอนาคตเด็กที่หยุดเรียนกลางคันจะเพิ่มสูงขึ้นทุกปี แน่นอนว่าตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่สะท้อนให้เห็นว่าความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นปัญหาสะสมเรื้อรังมานานจนทำให้เด็กนักเรียนเป็นล้านๆ คนอาจจะไม่ได้เรียนต่อ ทั้งที่การศึกษาควรจะเป็นสิ่งที่พลเมืองทุกคนเข้าถึงได้โดยไม่แบ่งชนชั้น</span></p>
<p class="p3"><span class="s1"><b>ดร. ประสาร ไตรรัตน์วรกุล</b> ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เกริ่นให้เราฟังถึงข้อเท็จจริงที่ว่า </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">“มีเด็กจำนวนมากที่ไม่สามารถต้านทานกับปัญหาความยากจนของครอบครัวได้ ดังที่เราได้เห็นจากข่าวความเดือดร้อนของเด็กๆ ปรากฏในสื่อทุกแขนงไม่เว้นแต่ละวัน ที่น่าตกใจคือปัจจุบันมีเด็กไทยมากกว่า 2,000,000 คนมีความเสี่ยงต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะ ‘ความยากจน’ เด็กจำนวนมากต้องลาหยุดเรียนไปช่วยพ่อแม่รับจ้างทำงานหารายได้เพื่อช่วยเหลือครอบครัว บางคนขาดเรียนกว่าสัปดาห์ บางคนหายไปนานนับเดือน จนส่งผลกระทบต่อการเรียนอย่างหนัก และหลายคนไม่ได้กลับมาเรียนอีกเลย</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">“ผมเชื่อว่าสังคมไทยทุกภาคส่วนตระหนักและตื่นตัวว่า เด็กกลุ่มนี้ต้องการความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน<span class="Apple-converted-space"> </span>และข้อเท็จจริงชี้ชัดว่าหากไม่ได้รับการช่วยเหลือที่ทันท่วงทีและพอเพียง<span class="Apple-converted-space"> </span>พวกเขาและเธอมีความเสี่ยงที่จะหลุดจากการศึกษาก่อนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมีความเสี่ยงที่จะเข้าไปอยู่ในวงจรที่ดำมึดของสังคม ที่สำคัญคือการตกอยู่ในวงจรความยากจนข้ามชั่วคน” ดร.ประสารกล่าวย้ำ</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> หลายคนอาจจะพยักหน้าเห็นด้วยว่าปัญหาเรื่องความยากจนเป็นหนึ่งในรากปัญหาที่ทำให้การศึกษาของเด็กๆ ต้องหยุดชะงักลง เราเลยขอพาไปดูแฟกต์ที่ตีแผ่ 5 เรื่องจริงของเด็กยากจนด้อยโอกาสที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบที่ ดร.ประสารเกริ่นไว้ ว่าปัจจัยอะไรบ้างที่สกัดขาไม่ให้เด็กทุนน้อยได้เรียนต่อ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-84993" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ChotiKuNaKasemSchool-MaeAi-ChiangMai-458.jpg" alt="" width="645" height="430" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ChotiKuNaKasemSchool-MaeAi-ChiangMai-458.jpg 5616w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ChotiKuNaKasemSchool-MaeAi-ChiangMai-458-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ChotiKuNaKasemSchool-MaeAi-ChiangMai-458-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ChotiKuNaKasemSchool-MaeAi-ChiangMai-458-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ChotiKuNaKasemSchool-MaeAi-ChiangMai-458-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 645px) 100vw, 645px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>1. ครอบครัวของนักเรียนยากจนมีรายได้ 15 บาทต่อวัน</b></span></h3>
<p class="p1"><span class="s1"> จากการสำรวจของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)<span class="Apple-converted-space"> </span>ครอบครัวของนักเรียนยากจนด้อยโอกาสมีรายได้เฉลี่ยต่ำสุด 462 บาทต่อคนต่อเดือน หรือ 15 บาทต่อวัน นั่นหมายความว่าครอบครัวของเด็กกลุ่มนี้จะมีรายได้เพียงห้าพันกว่าบาทต่อปีเท่านั้น ส่วนรายได้เฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 2,093 บาทต่อคนต่อเดือน หรือ 69 บาทต่อวัน </span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> หากนำเงินจำนวนดังกล่าวมาคำนวณค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าอุปกรณ์การเรียน ก็แทบจะไม่พอใช้ในแต่ละวันด้วยซ้ำ หลายๆ ครั้งเด็กนักเรียนในกลุ่มยากจนจึงต้องลาเรียนบ่อยๆ หรือพักการเรียนไปเลย เพราะต้องไปช่วยพ่อแม่ทำงานเพื่อให้พอค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพวันต่อวัน </span></p>
<p class="p4"><span class="s2">ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจยังทำให้คนยากจนต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษามากกว่าครอบครัวที่ร่ำรวยถึง 4 เท่า เพราะครอบครัวของเด็กยากจนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายสูงมากเมื่อเทียบกับครอบครัวที่มีฐานะดี</span></p>
<p class="p4"><span class="s1">กลายเป็นว่าการศึกษาทิ้งคนจน (เป็นล้านคน) ไว้ข้างหลังโดยการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายมหาศาล และความยากจนนี่แหละที่เป็นเหมือนปมปัญหาแรกที่ทำให้ปมอื่นๆ ในข้อต่อไปผูกทบกันแน่นขึ้นจนยากจะคลี่คลาย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-84991" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ChotiKuNaKasemSchool-MaeAi-ChiangMai-311.jpg" alt="" width="645" height="430" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ChotiKuNaKasemSchool-MaeAi-ChiangMai-311.jpg 5616w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ChotiKuNaKasemSchool-MaeAi-ChiangMai-311-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ChotiKuNaKasemSchool-MaeAi-ChiangMai-311-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ChotiKuNaKasemSchool-MaeAi-ChiangMai-311-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ChotiKuNaKasemSchool-MaeAi-ChiangMai-311-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 645px) 100vw, 645px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>2. 44.5% ของเด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลไม่ได้กินข้าวเช้า</b></span></h3>
<p class="p1"><span class="s1"> นอกจากการขาดเรียนนานๆ นักเรียนที่ยากจนเป็นพิเศษยังมีภาวะทุพโภชนาการหรือผอมต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานร่วมด้วย ข้อมูลจากการสัมภาษณ์คุณครูทั้งหมด 1,337 คน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2562 พบว่า มีเด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลราว 44.5 เปอร์เซ็นต์ที่ไม่ได้กินอาหารเช้า เพราะมีสาเหตุมาจากฐานะยากจน โดยในช่วงเช้าเด็กต้องช่วยพ่อแม่ทำงานก่อนมาเรียน ไม่ว่าจะเป็นงานเกษตรกรรมและค้าขาย ทำให้เด็กไม่มีเวลากินอาหารเช้าก่อนเข้าเรียน ประกอบกับโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดารหลายโรงไม่มีงบประมาณเพียงพอจะจัดสรรข้าวเช้าให้นักเรียนได้ ซึ่งปัญหานี้คุณครูเกินครึ่งจากการสำรวจมองว่าจะส่งผลกระทบต่อการเรียนแน่นอน</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">นอกจากนี้ข้อมูลจากนักโภชนาการยังระบุตรงกันว่า การที่เด็กไม่ได้รับประทานอาหารเช้าจะส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะสมองที่จะได้รับผลกระทบไวที่สุด เด็กจะเซื่องซึม ไม่มีเรี่ยวแรง เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง คิดแก้ปัญหาเกี่ยวกับบทเรียนได้ไม่คล่อง ส่วนเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการตั้งแต่อายุน้อยจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์และเจ็บป่วยง่าย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-84989" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/620523-Phasuk-Udon537.jpg" alt="" width="645" height="430" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/620523-Phasuk-Udon537.jpg 5616w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/620523-Phasuk-Udon537-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/620523-Phasuk-Udon537-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/620523-Phasuk-Udon537-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/620523-Phasuk-Udon537-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 645px) 100vw, 645px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>3. เด็กในพื้นที่ทุรกันดารต้องเดินเท้ากว่า 20 กิโลเมตรเพื่อไปโรงเรียน</b></span></h3>
<p class="p7"><span class="s1">ข้อมูลจากชมรมนักจัดการศึกษาในเขตพื้นที่ภูเขาสูงและถิ่นทุรกันดารพบว่า มีโรงเรียนในพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดารซึ่งเป็นโซนที่ราบสูงและบนภูเขาทั้งหมด 1,190 แห่ง และมีโรงเรียนบนเกาะ 124 แห่ง ซึ่งเด็กนักเรียนที่เข้าเรียนในโรงเรียนทุรกันดารเหล่านี้มีความเสี่ยงจะหยุดเรียนกลางคันมากกว่าเด็กในเมืองหลายเท่า เพราะเด็กบางคนต้องเดินเท้าไป-กลับโรงเรียนกว่า 20 กิโลเมตร บ้างก็ต้องเดินทางข้ามภูเขา ข้ามห้วย ข้ามแม่น้ำ เพื่อไปเข้าเรียนให้ทันในแต่ละวัน </span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> ความยากลำบากขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ซึ่งมีบริบทแตกต่างกัน เช่น ในช่วงหน้าฝน เด็กนักเรียนหลายคนต้องหยุดเรียนไปโดยปริยาย เพราะสู้ลมพายุไม่ไหว และเดินทางลำบากเกินกว่าจะเดินลุยน้ำท่วมเสี่ยงให้น้ำป่าซัด ซึ่งสามารถลุกลามไปเป็นอุบัติเหตุที่จะส่งผลต่อชีวิตของตัวเด็กด้วย</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> นานวันเข้าอุปสรรคเรื่องบ้านไกล ไร้ค่าเดินทาง และความทรหดของเส้นทางไปโรงเรียนก็ค่อยๆ บั่นทอนกำลังใจ ทำให้เด็กนักเรียนจำนวนไม่น้อยขอยอมแพ้ ต้องหยุดเรียน หรือต้องออกจากระบบไป เพราะเด็กเลือกเส้นทางรับจ้างหาเลี้ยงชีพ หรือทำไร่ทำสวนช่วยพ่อแม่แทนที่จะกลับมาเรียนหนังสือซึ่งต้องเดินทางไกลมาก </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-84990" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ChotiKuNaKasemSchool-MaeAi-ChiangMai-27.jpg" alt="" width="645" height="430" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ChotiKuNaKasemSchool-MaeAi-ChiangMai-27.jpg 5343w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ChotiKuNaKasemSchool-MaeAi-ChiangMai-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ChotiKuNaKasemSchool-MaeAi-ChiangMai-27-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ChotiKuNaKasemSchool-MaeAi-ChiangMai-27-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ChotiKuNaKasemSchool-MaeAi-ChiangMai-27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 645px) 100vw, 645px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>4. เด็กนักเรียนราว 200,000 คนกำพร้าและหลุดออกจากระบบการศึกษา</b></span></h3>
<p class="p1"><span class="s1"> หลายคนอาจจะมองว่าปัญหาเด็กกำพร้าดูไม่น่าเกี่ยวกับความยากจนและปัญหาการศึกษาได้ตรงไหน แต่รู้หรือไม่ว่าประเทศไทยมีนักเรียนยากจนด้อยโอกาสที่กำพร้า ไม่มีพ่อหรือแม่ หรือไม่มีทั้งพ่อและแม่อยู่ที่ราว 200,000 คน </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">แม้ปัญหานี้จะไม่ได้กระทบต่อการศึกษาของเด็กโดยตรง แต่ก็สร้างความกดดันไม่น้อย เพราะการไม่มีพ่อแม่อยู่ดูแลจะทําให้เด็กรู้สึกขาดความรักความอบอุ่นไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เพราะเมื่อเด็กมีปัญหา เขาจะไม่มีที่พึ่ง ยิ่งพ่อหรือแม่ที่รับภาระเลี้ยงดูบุตรเพียงคนเดียว หรือปล่อยเด็กให้เป็นภาระแก่ปู่ย่าตายายที่แก่เฒ่า ยิ่งซ้ำเติมให้รู้สึกว่าชีวิตขาดความรักความอบอุ่น ท้ายที่สุดเด็กหลายคนก็ต้องระหกระเหินเร่ร่อน และหลุดออกนอกระบบการศึกษาในที่สุด เนื่องด้วยปัญหาความไม่มั่นคงทางจิตใจจากการกำพร้าพ่อแม่ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-84983" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/0J0A8030.jpg" alt="" width="645" height="430" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/0J0A8030.jpg 4032w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/0J0A8030-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/0J0A8030-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/0J0A8030-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/0J0A8030-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 645px) 100vw, 645px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>5. สภาพบ้านที่ทรุดโทรมก็มีผลต่อการศึกษา</b></span></h3>
<p class="p3"><span class="s1">จากการสำรวจของคุณครูในเครือข่ายของ กสศ. พบว่าบ้านของนักเรียนยากจนบางหลังจะเรียกว่าบ้านก็พูดได้ไม่เต็มปากนัก เพราะเป็นเพียงเพิงผ้าใบหรือป้ายไวนิลโฆษณาเก่าๆ ขึงกันแดดกันฝนชั่วคราว เวลาฝนตกหนักทีก็ไม่สามารถช่วยคุ้มกันคนในครอบครัวได้ หรือบางหลังไม่มีแม้แต่ฝาผนัง หลังคาก็มุงด้วยหญ้าคาเก่าๆ เท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นสภาพบ้านที่ไร้ความปลอดภัยและแทบจะให้ความอบอุ่นใจไม่ได้</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">บางหลังยิ่งแล้วใหญ่ตรงที่ไม่มีน้ำประปา ไม่มีไฟฟ้าใช้ หากเด็กๆ จะทำการบ้านก็ต้องจุดเทียน จุดตะเกียง บางครั้งก็ต้องอาศัยแสงไฟจากท้องถนนหรือขออาศัยไฟฟ้าจากเพื่อนบ้าน ทำให้เด็กหลายคนกังวลใจ นอนหลับก็ไม่เต็มอิ่ม ไม่มีสมาธิในการเรียนหนังสือ เพราะบ้านมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้อาศัยอย่างแยกกันไม่ออก เมื่อบ้านซึ่งเป็นเหมือนที่พักพิงของชีวิตไม่สามารถมอบความอบอุ่นปลอดภัย และความสะดวกในการเรียนหนังสือได้ เด็กจึงรู้สึกท้อแท้ ไม่มีกำลังใจทบทวนบทเรียน และเสี่ยงหลุดออกจากระบบ เพราะบ้านไม่สามารถมอบความปลอดภัยทั้งทางกายและทางใจได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-84988" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/620523-Phasuk-Udon184.jpg" alt="" width="645" height="430" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/620523-Phasuk-Udon184.jpg 5616w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/620523-Phasuk-Udon184-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/620523-Phasuk-Udon184-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/620523-Phasuk-Udon184-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/620523-Phasuk-Udon184-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 645px) 100vw, 645px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-84987" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/620523-Phasuk-Udon177.jpg" alt="" width="645" height="430" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/620523-Phasuk-Udon177.jpg 5540w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/620523-Phasuk-Udon177-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/620523-Phasuk-Udon177-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/620523-Phasuk-Udon177-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/620523-Phasuk-Udon177-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 645px) 100vw, 645px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>โอกาสทางการศึกษา คือโอกาสพัฒนาประเทศ</b></span></h3>
<p class="p3"><span class="s1">จากสถิติจะเห็นว่าปมปัญหาแรกที่ทำให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาล้วนตั้งต้นมาจากความยากจนทั้งสิ้นที่ทำให้เยาวชนเสียโอกาส ถูกมองข้าม และไม่ได้แรงสนับสนุนในเรื่องการศึกษาต่อ เพราะถูกมองว่าเป็นพลเมืองตกชั้น ไม่มีส่วนในการขับเคลื่อนประเทศ แต่รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วการมอบโอกาสทางการศึกษาให้เด็กกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้จะช่วยสร้างผลกระทบทางบวกให้แก่การพัฒนาประเทศโดยรวม</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">อดีตรองผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก Dr.Nicholas Burnett เคยประเมินว่าปัญหาเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยมากกว่าปีละ 1-3 เปอร์เซ็นต์ของ GDP หากมองในมิตินี้ การลดความเสี่ยงเด็กออกกลางคัน พร้อมๆ กับรักษาเด็กไว้ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงไม่เพียงช่วยสร้างโอกาสในอนาคตของเด็กไทย แต่ยังสร้างผลกระทบทางบวกในเชิงเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศในภาพรวมได้ในระยะยาว</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">หรืออย่างนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลปีนี้อย่างศาสตราจารย์ Abhijit Banerjee และ<span class="Apple-converted-space"> </span>Esther Duflo ที่คว้ารางวัลจากการสรุปบทเรียนจากการศึกษาเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจจากหลายประเทศทั่วโลกมาตลอดหลายทศวรรษ ก็ได้ย้ำชัดว่าแนวทางที่ดีที่สุด (the best bet) ในการพัฒนาประเทศ อาจไม่ใช่การมุ่งอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นระบบเศรษฐกิจ แต่คือการยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ผ่านการลงทุนในการศึกษาและระบบสาธารณสุข ซึ่งจะนำไปสู่การขจัดความยากจนหิวโหย เพิ่มขีดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เพราะการศึกษาคือโอกาสที่เปลี่ยนชีวิตคนเราได้ ในช่วงเทศกาลแห่งการให้และก้าวสู่ปีใหม่เช่นนี้ กสศ.ขอเชิญชวนคนไทยทั้งประเทศร่วมทำบุญครั้งสำคัญกับ กสศ.ในโครงการ “ล้านพลังคนไทยมอบโอกาสทางการศึกษาเป็นของขวัญ” เพื่อเด็กๆ ที่มีความฝันและมีศักยภาพอย่างเต็มเปี่ยมได้มีอนาคตดีขึ้นและไม่หลุดออกจากระบบการศึกษา เพราะสังคมไทยจะไม่ทิ้งเด็กคนไหนไว้ข้างหลัง</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 079 5475, E-mail: </span><span class="s3">donation@eef.or.th และเฟซบุ๊กเพจ</span><span class="s1"> <a href="https://www.facebook.com/EEFthailand/">EEFthailand</a></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-84984" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/0J0A8297.jpg" alt="" width="645" height="430" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/0J0A8297.jpg 4320w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/0J0A8297-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/0J0A8297-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/0J0A8297-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/0J0A8297-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 645px) 100vw, 645px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/educational-inequality/">5 แฟกต์ว่าด้วยความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่สกัดขาไม่ให้เด็กต้นทุนต่ำได้ไปต่อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Meat Avatar แบรนด์ที่อยากให้คนไทยได้กินเนื้อจำแลงจากพืชผักในราคาไม่แพง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/meat-avatar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Dec 2019 18:12:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[วีแกน]]></category>
		<category><![CDATA[Meat Avatar]]></category>
		<category><![CDATA[วิภู เลิศสุรพิบูล]]></category>
		<category><![CDATA[วรุตม์ จันทร์โพธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[plant-based meat]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อแพลนต์เบส]]></category>
		<category><![CDATA[Impossible Burger]]></category>
		<category><![CDATA[Beyond Meat]]></category>
		<category><![CDATA[vegetarian]]></category>
		<category><![CDATA[มังสวิรัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวินี สีดาวเรือง]]></category>
		<category><![CDATA[vegan]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=84878</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนอาจจะเคยเห็นเนื้อที่ทำมาจากพืชผักหรือเนื้อแพลนต์เบสด์ (plant-based meat) อย่าง Impossible Burger และ Beyond Meat ผ่านตามาบ้าง สารภาพว่าครั้งแรกที่เห็น เราแทบไม่เชื่อตาตัวเองว่าก้อนเบอร์เกอร์ฉ่ำๆ ที่เห็นในโฆษณานั้นไม่ได้ทำจากเนื้อ แต่มาทำจากพืชล้วนๆ ทั้งรูปโฉมและรสสัมผัสที่ใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ราวกับเป็นแฝดคนละฝา ทำให้เนื้อแพลนต์เบสด์เข้ามาเขย่าวงการอาหารฟาสต์ฟู้ดและครองตลาดคนรักสุขภาพในฝั่งตะวันตกได้อย่างรวดเร็ว เพราะตอบโจทย์ทั้งคนกินเจ มังสวิรัติ และวีแกน ที่มีไลฟ์สไตล์กินอาหารจากพืชเป็นหลัก แถมยังเปิดประสบการณ์ให้คนที่ไม่คุ้นกับการกินผักได้กินของมีประโยชน์แบบไม่ต้องกล้ำกลืนฝืนใจ ส่วนคนที่สนใจดูแลสุขภาพก็ได้กินอาหารที่ทั้งอร่อย ไขมันต่ำ และโปรตีนสูง แต่ขอดอกจันตัวโตๆ ว่าราคาค่าตัวของเจ้าเนื้อแพลนต์เบสด์สัญชาติอเมริกันที่ว่า อัพราคาสูงขึ้นจากเนื้อสัตว์ปกติถึงสองเท่า แถมกว่าจะฝ่ากำแพงภาษีนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยได้ ราคาก็ยิ่งสูงเกินเอื้อมเข้าไปใหญ่ ส่วนห้างร้านที่มีวางจำหน่ายก็ยังไม่มากพอให้คนหาซื้อได้สะดวก ความเจ็บปวดใจในเรื่องราคาและช่องทางการวางจำหน่ายที่ทำให้คนเข้าถึงยากจุดประกายให้ ภู–วิภู เลิศสุรพิบูล และ นิกส์–วรุตม์ จันทร์โพธิ์ สองผู้ก่อตั้งแบรนด์ Meat Avatar ปิ๊งไอเดียพัฒนาเนื้อจำแลงจากผักที่ทำมาจากวัตถุดิบในไทย เพื่อให้คนไทยได้กินอาหารแพลนต์เบสด์ในราคาไม่แพงและไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ความได้เปรียบคือทั้งภูและนิกส์ทำงานอยู่ในแวดวงนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารอยู่แล้ว จึงรู้เทรนด์อาหารโลกและสำรวจตลาดแพลนต์เบสด์อยู่แทบจะตลอดเวลา ทั้งคู่ตั้งเป้าระยะยาวให้แบรนด์ Meat Avatar เป็นเจ้าตลาดฝั่งเอเชียสำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อแพลนต์เบสด์ และตั้งใจสร้างคอมมิวนิตี้อาหารแพลนต์เบสด์ในไทยให้เข้มแข็ง เพราะข้อดีของอาหารแพลนต์เบสด์ไม่เพียงแต่ช่วยดูแลสุขภาพเรา แต่ช่วยดูแลสุขภาพโลกในระยะยาวด้วย ก่อนจะไปพูดคุยกันเรื่องธุรกิจอาหารแพลนต์เบสด์เชิงลึก ภูยกจานหมูกรอบผัดพริกเกลือ หมูกรอบผัดกะเพรา ต้มยำหมูสับ และหมูสับผัดหนำเลี้ยบมาวางยั่วน้ำลายและเชื้อเชิญให้เราลองชิมดู [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/meat-avatar/">Meat Avatar แบรนด์ที่อยากให้คนไทยได้กินเนื้อจำแลงจากพืชผักในราคาไม่แพง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1">หลายคนอาจจะเคยเห็นเนื้อที่ทำมาจากพืชผักหรือเนื้อแพลนต์เบสด์ (<a href="https://adaymagazine.com/?s=plant-based+" target="_blank" rel="noopener">plant-based</a> meat) อย่าง <a href="https://impossiblefoods.com/" target="_blank" rel="noopener">Impossible Burger</a> และ <a href="https://www.beyondmeat.com/" target="_blank" rel="noopener">Beyond Meat</a> ผ่านตามาบ้าง สารภาพว่าครั้งแรกที่เห็น เราแทบไม่เชื่อตาตัวเองว่าก้อนเบอร์เกอร์ฉ่ำๆ ที่เห็นในโฆษณานั้นไม่ได้ทำจากเนื้อ แต่มาทำจากพืชล้วนๆ</p>
<p class="p3"><span class="s1">ทั้งรูปโฉมและรสสัมผัสที่ใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ราวกับเป็นแฝดคนละฝา ทำให้เนื้อแพลนต์เบสด์เข้ามาเขย่าวงการอาหารฟาสต์ฟู้ดและครองตลาดคนรักสุขภาพในฝั่งตะวันตกได้อย่างรวดเร็ว เพราะตอบโจทย์ทั้งคนกินเจ มังสวิรัติ และวีแกน ที่มีไลฟ์สไตล์กินอาหารจากพืชเป็นหลัก แถมยังเปิดประสบการณ์ให้คนที่ไม่คุ้นกับการกินผักได้กินของมีประโยชน์แบบไม่ต้องกล้ำกลืนฝืนใจ ส่วนคนที่สนใจดูแลสุขภาพก็ได้กินอาหารที่ทั้งอร่อย ไขมันต่ำ และโปรตีนสูง </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">แต่ขอดอกจันตัวโตๆ ว่าราคาค่าตัวของเจ้าเนื้อแพลนต์เบสด์สัญชาติอเมริกันที่ว่า อัพราคาสูงขึ้นจากเนื้อสัตว์ปกติถึงสองเท่า แถมกว่าจะฝ่ากำแพงภาษีนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยได้ ราคาก็ยิ่งสูงเกินเอื้อมเข้าไปใหญ่ ส่วนห้างร้านที่มีวางจำหน่ายก็ยังไม่มากพอให้คนหาซื้อได้สะดวก</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ความเจ็บปวดใจในเรื่องราคาและช่องทางการวางจำหน่ายที่ทำให้คนเข้าถึงยากจุดประกายให้<b> ภู–วิภู เลิศสุรพิบูล</b> และ <b>นิกส์–วรุตม์ จันทร์โพธิ์</b> สองผู้ก่อตั้งแบรนด์ <a href="https://www.facebook.com/meatavatar/" target="_blank" rel="noopener"><b>Meat Avatar</b></a> ปิ๊งไอเดียพัฒนาเนื้อจำแลงจากผักที่ทำมาจากวัตถุดิบในไทย เพื่อให้คนไทยได้กินอาหารแพลนต์เบสด์ในราคาไม่แพงและไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84964" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-26.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-26.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-26-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1">ความได้เปรียบคือทั้งภูและนิกส์ทำงานอยู่ในแวดวงนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารอยู่แล้ว จึงรู้เทรนด์อาหารโลกและสำรวจตลาดแพลนต์เบสด์อยู่แทบจะตลอดเวลา ทั้งคู่ตั้งเป้าระยะยาวให้แบรนด์ Meat Avatar เป็นเจ้าตลาดฝั่งเอเชียสำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อแพลนต์เบสด์ และตั้งใจสร้างคอมมิวนิตี้อาหารแพลนต์เบสด์ในไทยให้เข้มแข็ง เพราะข้อดีของอาหารแพลนต์เบสด์ไม่เพียงแต่ช่วยดูแลสุขภาพเรา แต่ช่วยดูแลสุขภาพโลกในระยะยาวด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84947" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1">ก่อนจะไปพูดคุยกันเรื่องธุรกิจอาหารแพลนต์เบสด์เชิงลึก ภูยกจานหมูกรอบผัดพริกเกลือ หมูกรอบผัดกะเพรา ต้มยำหมูสับ และหมูสับผัดหนำเลี้ยบมาวางยั่วน้ำลายและเชื้อเชิญให้เราลองชิมดู ถ้าดูจากรูปลักษณ์และไม่บอกว่าจานตรงหน้าทำจากพืชผัก เราคงคิดว่าเป็นเนื้อสัตว์จริงๆ ทั้งหมูกรอบที่มีลายของชั้นไขมันสีขาว ชั้นหนังกรอบ และชั้นเนื้อรวมกันในชิ้นเดียว และหมูสับก็มีเนื้อสัมผัสนุ่มหยุ่นไม่ต่างจากหมูสับจริงๆ</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ก่อนจะพูดให้น้ำลายสอไปมากกว่านี้ เราขอพาไปดูที่มาที่ไปและการดำเนินธุรกิจในตลาดอาหารของ Meat Avatar ที่อวตารตัวเองจากสปีชีส์พืชไปเป็นเนื้อสัตว์แบบแนบเนียนสุดๆ และอร่อยสุดๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>เนื้อแพลนต์เบสด์โดยคนไทย เพื่อคนไทย</b></span></h3>
<p class="p1"><span class="s1"> ความคิดเริ่มแรกของการทำอาหารแพลนต์เบสด์มาจากที่ภูได้มีโอกาสไปเรียนต่อต่างประเทศ และได้เห็นว่าวัฒนธรรมการกินอาหารจากพืชเริ่มเข้ามาอยู่ในชีวิตผู้คนมากขึ้น ไกลไปกว่านั้น การกินอาหารจากพืชคือการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมอีกด้วย</span></p>
<p class="p4"><span class="s1"> “หลายปีมาแล้วผมได้มีโอกาสไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา อาหารแพลนต์เบสด์ที่นั่นเริ่มพัฒนาราวๆ ปี 2009 จากนั้นผมกลับมาทำงานบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายอาหารที่ไทย เลยได้ไปต่างประเทศบ่อยๆ และได้เห็นว่าช่วงห้าปีที่ผ่านมา อาหารแพลนต์เบสด์เติบโตจากที่เคยเห็นอย่างมาก เพราะในต่างประเทศมองว่าอาหารจากพืชเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ดีอันหนึ่งซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาโลกร้อนได้ โดยมีการโปรโมตว่าอาหารจากพืชช่วยลด carbon footprint ได้พอสมควร เพราะพื้นที่ปลูกพืชสำหรับผลิตอาหารไม่รบกวนพื้นที่ป่ามากเท่าการเลี้ยงสัตว์และไม่ได้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมหาศาลอย่างการทำปศุสัตว์ ซึ่งการทำปศุสัตว์มีส่วนในภาวะโลกร้อนถึง 18 เปอร์เซ็นต์ และปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าการคมนาคมหลายเท่า การกินอาหารจากพืชแทนเนื้อสัตว์เลยเป็นการตัดวงจรโลกร้อน และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปด้วย</span></p>
<p class="p4"><span class="s1"> “เนื้อแพลนต์เบสด์ที่นำเข้าจากเมืองนอกมีราคาสูงจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับคนที่มีกำลังซื้อเท่านั้น ซึ่งผมมองว่าไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น และคิดว่าในบ้านเราสามารถผลิตอาหารแพลนต์เบสด์ที่ราคาเอื้อมถึงได้สำหรับคนทั่วไป ทีมเราเลยเริ่มคิดค้น พัฒนา และวิจัยเนื้อแพลนต์เบสด์เวอร์ชั่นคนไทยขึ้น” ภูเล่าถึง pain point ที่ทำให้ตัดสินใจกระโดดมาจับธุรกิจนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84958" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-20.jpg" alt="" width="675" height="434" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-20.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-20-300x193.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-20-600x386.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p4"><span class="s1">ส่วนความได้เปรียบของเมืองไทยคือวัตถุดิบที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและราคาย่อมเยา เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อนชื้น สามารถหาพืชผักได้ทุกฤดูกาล นิกส์จึงเสริมว่านี่แหละที่เป็นจุดแข็งที่ทำให้เนื้อแพลนต์เบสด์ของไทยถูกกว่าของเมืองนอกหลายเท่า เพราะราคาวัตถุดิบที่ถูกกว่าและปราศจากภาษีนำเข้า</span></p>
<p class="p4"><span class="s1"> นิกส์ขยายให้ฟังต่อเรื่องเทรนด์อาหารจากพืชทั่วโลกว่า โปรตีนจากพืชเป็นสิ่งที่คนยุคนี้มองหา เพราะทั้งมีคุณค่าทางอาหารสูงและรสชาติอร่อย ทั้งยังตอบโจทย์คนที่กินอาหารจากพืชในทุกกลุ่ม</span></p>
<p class="p4"><span class="s1"> “เรามองเห็นแนวโน้มของตลาดทางฝั่งอเมริกาและอังกฤษในช่วงสี่ปีที่ผ่านมาว่า กลุ่มคนกินมังสวิรัติเพิ่มขึ้นเท่าตัวเลย และเทรนด์ในแถบเอเชียแปซิฟิกก็มีทั้งกลุ่มกินเจ กลุ่มวีแกน และกลุ่มมังสวิรัติ โปรตีนจากพืชเลยเป็นสิ่งที่ทุกคนมองหา อย่างหมูสับของเรา คอนเซปต์คือต้องมีรสชาติดี เนื้อสัมผัสคล้ายหมูสับ และยังได้โปรตีนเทียบเท่าหรือใกล้เคียงเนื้อสัตว์จริง เพื่อตอบรับทั้งกลุ่มกินเจ กลุ่มกินวีแกน รวมถึงกลุ่มมังสวิรัติที่ไม่เคร่งมากก็สามารถนำไปประกอบอาหารได้ เพราะอาหารแพลนต์เบสด์ที่อร่อยจะทำให้การกินในแต่ละมื้อมีสารอาหารที่ครบถ้วน และไม่จำเจน่าเบื่อ” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84944" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p4"><span class="s1">ทั้งภูและนิกส์มีความเห็นตรงกันว่าธุรกิจอาหารจากพืชมีความน่าสนใจ หนึ่ง คือช่วยโลก สอง คือเรื่องทางศีลธรรม เพราะคนจำนวนไม่น้อยไม่สนับสนุนการเลี้ยงสัตว์เพื่อฆ่ามารับประทาน และสาม ช่วยเรื่องสุขภาพ ภูอธิบายให้ฟังถึงประเด็นนี้ว่า เพราะอุตสาหกรรมปศุสัตว์มีการฉีดฮอร์โมนและแอนไทไบโอติกต่างๆ เข้าไปในร่างกายสัตว์ ทำให้คนกินสารกระตุ้นทางอ้อมไปด้วย สามอย่างนี้เป็นตัวแปรที่คนยุคใหม่ให้ความสำคัญ ทั้งคู่จึงลงมือปลุกปั้นเนื้อแพลนต์เบสด์สัญชาติไทยแท้ขึ้นมาจนเป็นรูปเป็นร่างโดยใช้เวลาถึง 5 ปี และกำลังจะออกวางออกจำหน่ายจริงในปีหน้า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>จับพืชผักมาแปลงร่างเป็นเนื้อ</b></span></h3>
<p class="p1"><span class="s1">ผลิตภัณฑ์อาหารแพลนต์เบสด์ของ Meat Avatar แปรรูปมาจากธัญพืช ถั่วลันเตา ถั่วเหลือง รวมถึงเห็ด โดยคัดพืชเฉพาะส่วนที่สามารถนำไปสกัดโปรตีนได้มากที่สุด และเอาส่วนที่เป็นแป้งออกให้มากที่สุด เพื่อให้เนื้อแพลนต์เบสด์มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่ำ พอสกัดส่วนที่เป็นโปรตีนได้แล้วก็จะนำไปทดลองผสมและขึ้นรูป</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ทั้งคู่เริ่มจากการผลิตเนื้อแพลนต์เบสด์เบสิก อย่างเช่น หมูกรอบ หมูสับ และไข่ดาว ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่แทบจะมีอยู่ในทุกมื้ออาหารของคนไทยและคนเอเชีย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84939" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1">อย่างหมูกรอบ กว่าจะได้เป็นสูตรที่สมบูรณ์แบบใกล้เคียงของจริงต้องลองผิดลองถูกกันเป็นร้อยๆ สูตร จากชั้นมันที่ทำจากบุกก็ต้องเปลี่ยน เพราะบุกให้สีแดงที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ จึงทดลองใส่ soy texture และ soy protein เข้าไปเป็นวัตถุดิบตั้งต้น แล้วทำให้เป็นสีใสเลียนแบบชั้นมัน ส่วนตัวเนื้อและหนังที่อยู่ข้างนอกทำมาจากเบสถั่วเหลืองมาประกอบกัน ที่เด็ดคือเป็นหมูกรอบที่ไร้คอเรสเตอรอลเสียด้วย</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ส่วนหมูสับแพลนต์เบสด์ทำมาจากเห็ดหอมเป็นหลัก ซึ่งจะให้ความกรึบเด้งเหมือนเนื้อหมูสับจริง และมีการใส่ถั่วเหลืองลงไปเพื่อเพิ่มผิวสัมผัสและความยืดหยุ่นอีกเล็กน้อย </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ส่วนไข่ดาวตรงส่วนไข่แดงทำมาจากแคร์รอต ฟักทอง และบีตรูต เพราะเป็นพืชที่ให้สีส้มๆ แดงๆ เหมือนสีไข่แดงของจริง ส่วนตัวไข่ขาวทำมาจากเต้าหู้ซึ่งผลิตมาจากถั่วเหลืองอีกที พอทอดแล้วจะได้ความกรอบ ไข่แดงจะมีรสเค็มปะแล่มคล้ายไข่เค็ม แต่จะได้เนื้อสัมผัสเหมือนไข่แดงสุก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84953" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-15.jpg" alt="" width="675" height="428" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-15-300x190.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-15-600x380.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1">นิกส์อธิบายว่าเหตุที่เริ่มพัฒนาจากสินค้าสามอย่างนี้ก่อนก็เพราะเป็นวัตถุดิบที่นำไปทำอาหารได้ง่าย ไม่ซับซ้อนยุ่งยาก และน่าจะตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยและชาวเอเชียได้ไม่ยากเกินไปนัก</span></p>
<p class="p5"><span class="s1">“ต้องบอกว่าจริงๆ แล้ว เราได้ยินเรื่อง Impossible Meat และ Beyond Meat ที่ทำเบอร์เกอร์แพลนต์เบสด์ในต่างประเทศมานาน แต่เราเป็นคนไทยและเป็นคนเอเชีย สิ่งที่พวกเรากินมากที่สุดคือหมูสับ ไข่ดาว ไปจนถึงหมูกรอบ จะให้คนไทยมากินเบอร์เกอร์ทุกวันก็ไม่ไหว เลยเริ่มทำอาหารที่คนบ้านเราสามารถเอาไปทำได้หลายเมนูดีกว่า</span></p>
<p class="p5"><span class="s1">“ดูตัวอย่างจากอาหารไทยหรือจีน หมูสับมักจะอยู่ในเมนูอาหารเสมอ ไม่ว่าจะเป็นติ่มซำหรือโจ๊ก<span class="Apple-converted-space"> </span>เราเลยคิดว่าเราเป็นคนเอเชีย ก็ควรเสิร์ฟคนเอเชียก่อน เพราะหาก Impossible Meat และ Beyond Meat เป็นเจ้าตลาดทางด้านตะวันตกแล้ว เราก็อยากเป็นเจ้าตลาดทางเอเชียเหมือนกัน ดูจำนวนคนที่บริโภคในเมืองจีนหรืออินเดียที่ขึ้นชื่อเรื่องวีแกนอยู่แล้ว นับเป็นประชากรเกือบครึ่งโลกแล้ว จุดเด่นของเราคือต้องถูกกว่าแน่นอน เพราะเราเป็นแหล่งวัตถุดิบอยู่แล้ว เราเลยมองว่าตรงนี้เป็นโอกาสทางธุรกิจที่สามารถสู้ในตลาดโลกได้” นิกส์กล่าวอย่างมุ่งมั่น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84966" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-28.jpg" alt="" width="675" height="446" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-28-300x198.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-28-600x396.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p5"><span class="s1">ส่วนภูเสริมขึ้นในเรื่องการใส่สารปรุงแต่งให้มีกลิ่นรสใกล้เคียงเนื้อสัตว์ ข่าวดีคือสารเหล่านั้นล้วนทำมาจากพืชอีกเช่นกัน จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีการลักไก่ปรุงแต่งด้วยเนื้อสัตว์จริงๆ ลงไป</span></p>
<p class="p5"><span class="s1">“ต้องยอมรับว่าเรามีการเติมสีและกลิ่นเลียนแบบเนื้อสัตว์ แต่สีและกลิ่นเป็นวีแกนร้อยเปอร์เซ็นต์ คือไม่มีส่วนไหนที่มาจากสัตว์เลย เราจะพยายามเลือกสีที่ใกล้เคียงมากที่สุด ทั้งสีจากบีตรูต สีจากคาราเมล และในการผลิตทุกขั้นตอนของเรามั่นใจได้เลยว่าไม่มีการปนเปื้อนเนื้อสัตว์ เพราะมีการสั่งอุปกรณ์ใหม่ในสายการผลิตทั้งหมด และไม่เคยผลิตเนื้อสัตว์มาก่อน เพราะผู้บริโภคอาจกังวลเรื่องดีเอ็นเอของสัตว์ที่อาจปนเปื้อนกับเครื่องจักร ล้างยังไงก็ยังมีสิทธิตกค้างได้ เรากลัวตรงนั้นมาก เราต้องการให้เป็นแพลนต์เบสด์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ไปเลย เพราะกลุ่มลูกค้าของเรา นอกจากจะเป็นคนที่กินแพลนต์เบสด์เพราะรักษ์โลกหรือรักษาสุขภาพแล้ว ยังมีส่วนหนึ่งที่กินเจอย่างเคร่งครัดซึ่งเขาซีเรียสเรื่องนี่พอสมควร” ภูเผย</span></p>
<p class="p5"><span class="s1">ส่วนการปรุงก็ไม่ได้มีข้อห้ามอะไร เนื้อแพลนต์เบสด์สามารถเอาไปต้ม ผัด แกง ทอดได้สารพัดเมนู เพียงแต่ต้องระวังเรื่องการคุมไฟสักหน่อย เพราะวัตถุดิบสุกมาอยู่แล้ว จะไม่เหมือนเนื้อสัตว์ที่ต้องรอระยะเวลาให้ค่อยๆ สุก หรืออย่างหมูกรอบก็มีเคล็ดลับการทำนิดหน่อยที่แตกต่างจากไข่ดาวและหมูสับ คือต้องนำไปทอดในน้ำมันให้กรอบรอบหนึ่งก่อน ถึงค่อยเอาไปปรุงเป็นเมนูต่างๆ ในขั้นถัดไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84955" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p4"><span class="s1"><b>ขั้นกว่าของการขาย คือชวนคนมาร่วมคอมมิวนิตี้</b></span></h3>
<p class="p4"><span class="s1"><b> แพร–ภาวินี สีดาวเรือง </b>คือผู้อยู่เบื้องหลังด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาดแบรนด์ Meat Avatar เธอยินดีมาเล่าให้เราฟังเรื่องการปั้นแบรนด์เนื้อแพลนต์เบสด์สัญชาติไทยให้เป็นที่สนใจของตลาดตั้งแต่ยังไม่มีสินค้าออกมาวางจำหน่าย และที่มากไปกว่าการขาย คือความตั้งใจในการสร้างคอมมิวนิตี้ที่เข้มแข็งของคนกินแพลนต์เบสด์ในเมืองไทย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84968" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-30.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-30.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-30-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1">“เราจะเน้นประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างแบรนด์พร้อมๆ กับให้ความรู้ว่าอาหารแพลนต์เบสด์คืออะไร เพื่อให้คนที่ไม่ทราบหรือทราบอยู่แล้ว ให้รู้จักแพลนต์เบสด์มากขึ้นว่ามันคืออะไร มีอาหารจำพวกไหนบ้าง และเรามีโครงการ ‘Wednesday Shine’ หรือ ‘วันพุธสดใส’ ที่มาช่วยเสริมการประชาสัมพันธ์ในโลกออฟไลน์ โดยการชวนคนมากินพืชผักมากขึ้น และมีการประสานความร่วมมือไปยังองค์กรต่างๆ ให้ลองทานแพลนต์เบสด์ดู เริ่มจากสัปดาห์ละมื้อ หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งวัน คือในวันพุธที่เป็นกลางสัปดาห์ เพราะกลุ่มที่เน้นจริงๆ ก็คือคนทั่วไปที่กินเนื้อสัตว์ เพราะเราอยากให้พวกเขาลดการทานเนื้อสัตว์ลง เป้าหมายคือเริ่มง่ายๆ แค่หนึ่งมื้อต่อสัปดาห์ ในระยะยาวคุณจะช่วยโลกได้มหาศาล</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">“นอกจากนี้เรายังครีเอตเมนูและแชร์ไอเดียเมนูอาหารแนะนำว่าในหนึ่งวันเราสามารถทานแพลนต์เบสด์อะไรได้บ้าง ตั้งแต่มื้อเช้า กลางวัน และเย็น ถือเป็นการสร้างคอมมิวนิตี้ที่ทุกคนมาแชร์กันว่าทำอาหารแพลนต์เบสด์อะไรดี เรามักแนะนำว่าถ้าจะเริ่ม ให้ลองหนึ่งมื้อต่อสัปดาห์ เพราะใจเราไม่ได้อยากให้เปลี่ยนทั้งหมด แค่ลองปรับเปลี่ยนทีละนิด อาจจะเก็บอาหารแพลนต์เบสด์ไว้เป็นหนึ่งทางเลือก เพราะการกินอาหารจากพืชจะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดี และช่วยโลกได้ในระยะยาวคือลดก๊าซเรือนกระจกด้วย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84962" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-24.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-24.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Meat-Avatar-24-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1">Meat Avatar วางแผนจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระลอกแรกให้กับร้านอาหารที่สนใจซื้อวัตถุดิบไปปรุงเสิร์ฟในช่วงต้นปีหน้า ส่วนแผนการวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าให้ประชาชนทั่วไปได้เลือกซื้อ คาดว่าเป็นช่วงกลางปีหน้า และมีแผนจะส่งออกไปต่างประเทศในอีกไม่นานนี้ ถ้าอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วอดใจไม่ไหว อยากทำความรู้จัก Meat Avatar และอาหารแพลนต์เบสด์ให้มากขึ้น สามารถพูดคุยกับแบรนด์ได้โดยตรงที่เฟซบุ๊กเพจ <a href="https://www.facebook.com/meatavatar/" target="_blank" rel="noopener">Meat Avatar</a> และ Line: @Meat Avatar</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/meat-avatar/">Meat Avatar แบรนด์ที่อยากให้คนไทยได้กินเนื้อจำแลงจากพืชผักในราคาไม่แพง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Merry Eco Christmas! เทรนด์การเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขสไตล์รักษ์โลก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/merry-eco-christmas/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Dec 2019 03:00:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[Siam Discovery]]></category>
		<category><![CDATA[Christmas]]></category>
		<category><![CDATA[eco-friendly]]></category>
		<category><![CDATA[advertorial]]></category>
		<category><![CDATA[eco]]></category>
		<category><![CDATA[Celebration]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=84268</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วง 2-3 ปีมานี้ เราจะเห็นเทรนด์การเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลที่เปลี่ยนไปไม่น้อย ผู้คนเริ่มหันมาแคร์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่ไปยังช่วงเทศกาลด้วย ไม่ว่าจะเปลี่ยนรูปแบบการมอบของขวัญจากของใช้เป็นต้นไม้ เปลี่ยนการห่อของขวัญจากกระดาษเป็นผืนผ้า เปลี่ยนการมอบกระเช้าที่ใช้แล้วทิ้งเป็นกล่องที่แข็งแรงเพื่อให้คนรับสามารถนำไปใช้ต่อได้เรื่อยๆ หรืออย่างช่วงคริสต์มาสเอง เทรนด์การตกแต่งก็เริ่มเปลี่ยนไป อย่างในต่างประเทศเริ่มมีการแบนการตัดต้นคริสต์มาสจากพื้นที่ป่ามาประดับบ้านเรือน สนับสนุนให้หันมาใช้วัสดุทดแทนในการประดิษฐ์ต้นคริสต์มาส และสนับสนุนให้นำกลับมาใช้ในปีต่อๆ ไปแทนการซื้อใหม่ปีต่อไป อย่างกลุ่มศิลปินสเปน Luzinterruptus ที่รังสรรค์ต้นคริสต์มาสโดยทำจากถุงพลาสติกใช้แล้วนับพันใบ รวมถึงนำถุงพลาสติกหลากสีไปประดับประดาเป็นโคมไฟแขวนตลอดทางเดินที่เมืองเดอร์แฮม ประเทศอังกฤษ โดยไม่ต้องหาวัสดุใหม่ แถมยังสร้างความตระหนักเรื่องขยะพลาสติกในช่วงเทศกาลไปด้วยในตัว หรือต้นคริสต์มาสของเมืองเคานาส ประเทศลิทัวเนีย ก็ทำมาจากขวดพลาสติกบรรจุน้ำอัดลมหลายหมื่นขวดที่กินหมดแล้วมาประกอบกันเป็นต้นคริสต์มาสเขียวชอุ่มกระจายทั่วเมือง เมื่อหมดหน้าเทศกาลก็สามารถนำไปส่งโรงงานรีไซเคิลได้เลย เพราะคัดแยกมาเสร็จสรรพตั้งแต่ช่วงคริสต์มาส น่าดีใจที่กระแสอีโค่คริสต์มาสเดินทางมาถึงประเทศไทย พักหลังมานี้เราจึงเริ่มได้เห็นต้นคริสต์มาสกระดาษหรือต้นที่ทำมาจากวัสดุทดแทนอื่นๆ อย่างต้นคริสต์มาสที่หน้าลาน สยามดิสคัฟเวอรี่ที่เป็นใบกังหันสีขาวนับพันใบก็ทำมาจากวัสดุทดแทน อย่างอ้อย ข้าวโพด และมันสำปะหลัง แทนวัสดุย่อยสลายยากอย่างพลาสติก เราขอพาไปสำรวจให้ใกล้ชิดอีกนิดว่า เจ้าต้นคริสต์มาสที่ตั้งอยู่กลางลานห้างแห่งนี้มีที่มาที่ไปของการจัดคริสต์มาสแบบอีโค่ยังไง ปลายปีนี้เราอยากชวนคุณมาเติมรอยยิ้มในช่วงเทศกาลแห่งความสุขในงาน Siam Discovery The Magical Eco Playground Celebration  2020 ณ ลานสยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ที่ปีนี้เนรมิตให้กลายเป็นธีมสวนสนุกแห่งเวทมนตร์ นอกจากจะเป็นจุดที่น่าหอบลูกจูงหลานและคนในครอบครัวมาเดินเล่นด้วยกันแล้ว งานนี้ยังตั้งเป้าเป็นจุดฉลองเทศกาลคริสต์มาสแบบอีโค่ โดยไม่ใช้หน้าจอหรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า แต่ใช้วิธีเพิ่มกิมมิกของเล่นมือหมุนสุดคลาสสิกเข้ามาให้ทุกคนได้ร่วมเคลื่อนไหวร่างกาย ขยับแข้งขยับขา และใช้พลังงานจากตัวเรานี่แหละในการขับเคลื่อนของเล่นต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/merry-eco-christmas/">Merry Eco Christmas! เทรนด์การเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขสไตล์รักษ์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1">ช่วง 2-3 ปีมานี้ เราจะเห็นเทรนด์การเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลที่เปลี่ยนไปไม่น้อย ผู้คนเริ่มหันมาแคร์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่ไปยังช่วงเทศกาลด้วย ไม่ว่าจะเปลี่ยนรูปแบบการมอบของขวัญจากของใช้เป็นต้นไม้ เปลี่ยนการห่อของขวัญจากกระดาษเป็นผืนผ้า เปลี่ยนการมอบกระเช้าที่ใช้แล้วทิ้งเป็นกล่องที่แข็งแรงเพื่อให้คนรับสามารถนำไปใช้ต่อได้เรื่อยๆ</p>
<p class="p1"><span class="s1"> หรืออย่างช่วงคริสต์มาสเอง เทรนด์การตกแต่งก็เริ่มเปลี่ยนไป อย่างในต่างประเทศเริ่มมีการแบนการตัดต้นคริสต์มาสจากพื้นที่ป่ามาประดับบ้านเรือน สนับสนุนให้หันมาใช้วัสดุทดแทนในการประดิษฐ์ต้นคริสต์มาส และสนับสนุนให้นำกลับมาใช้ในปีต่อๆ ไปแทนการซื้อใหม่ปีต่อไป</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> อย่างกลุ่มศิลปินสเปน Luzinterruptus ที่รังสรรค์ต้นคริสต์มาสโดยทำจากถุงพลาสติกใช้แล้วนับพันใบ รวมถึงนำถุงพลาสติกหลากสีไปประดับประดาเป็นโคมไฟแขวนตลอดทางเดินที่เมืองเดอร์แฮม ประเทศอังกฤษ โดยไม่ต้องหาวัสดุใหม่ แถมยังสร้างความตระหนักเรื่องขยะพลาสติกในช่วงเทศกาลไปด้วยในตัว</span></p>
<p><div id="attachment_84293" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-84293" class="wp-image-84293 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/www.inhabitat.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/www.inhabitat.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/www.inhabitat-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/www.inhabitat-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-84293" class="wp-caption-text">credit: inhabitat.org</p></div></p>
<p class="p2"><span class="s1">หรือต้นคริสต์มาสของเมืองเคานาส ประเทศลิทัวเนีย ก็ทำมาจากขวดพลาสติกบรรจุน้ำอัดลมหลายหมื่นขวดที่กินหมดแล้วมาประกอบกันเป็นต้นคริสต์มาสเขียวชอุ่มกระจายทั่วเมือง เมื่อหมดหน้าเทศกาลก็สามารถนำไปส่งโรงงานรีไซเคิลได้เลย เพราะคัดแยกมาเสร็จสรรพตั้งแต่ช่วงคริสต์มาส</span></p>
<p><div id="attachment_84289" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-84289" class="size-full wp-image-84289" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/https-visit.kaunas.ltenkaunasticchristmas-season-in-kaunas2018-mark-your-calendars.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/https-visit.kaunas.ltenkaunasticchristmas-season-in-kaunas2018-mark-your-calendars.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/https-visit.kaunas.ltenkaunasticchristmas-season-in-kaunas2018-mark-your-calendars-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/https-visit.kaunas.ltenkaunasticchristmas-season-in-kaunas2018-mark-your-calendars-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-84289" class="wp-caption-text">credit: visit.kaunas.ltenkaunasticchristmas-season-in-kaunas2018-mark-your-calendars</p></div></p>
<p class="p2"><span class="s1">น่าดีใจที่กระแสอีโค่คริสต์มาสเดินทางมาถึงประเทศไทย พักหลังมานี้เราจึงเริ่มได้เห็นต้นคริสต์มาสกระดาษหรือต้นที่ทำมาจากวัสดุทดแทนอื่นๆ อย่างต้นคริสต์มาสที่หน้าลาน <a href="https://www.facebook.com/siamdiscovery/" target="_blank" rel="noopener"><b>สยามดิสคัฟเวอรี่</b></a>ที่เป็นใบกังหันสีขาวนับพันใบก็ทำมาจากวัสดุทดแทน อย่างอ้อย ข้าวโพด และมันสำปะหลัง แทนวัสดุย่อยสลายยากอย่างพลาสติก</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">เราขอพาไปสำรวจให้ใกล้ชิดอีกนิดว่า เจ้าต้นคริสต์มาสที่ตั้งอยู่กลางลานห้างแห่งนี้มีที่มาที่ไปของการจัดคริสต์มาสแบบอีโค่ยังไง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-84294 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/adver-eco-siamdisc-pic-ข้างใน-01.jpg" alt="" width="2043" height="2042" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/adver-eco-siamdisc-pic-ข้างใน-01.jpg 2043w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/adver-eco-siamdisc-pic-ข้างใน-01-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/adver-eco-siamdisc-pic-ข้างใน-01-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/adver-eco-siamdisc-pic-ข้างใน-01-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/adver-eco-siamdisc-pic-ข้างใน-01-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/adver-eco-siamdisc-pic-ข้างใน-01-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/adver-eco-siamdisc-pic-ข้างใน-01-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/adver-eco-siamdisc-pic-ข้างใน-01-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/adver-eco-siamdisc-pic-ข้างใน-01-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 2043px) 100vw, 2043px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1"> ปลายปีนี้เราอยากชวนคุณมาเติมรอยยิ้มในช่วงเทศกาลแห่งความสุขในงาน <b>Siam Discovery The Magical Eco Playground Celebration  2020</b> ณ ลานสยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ที่ปีนี้เนรมิตให้กลายเป็นธีมสวนสนุกแห่งเวทมนตร์ นอกจากจะเป็นจุดที่น่าหอบลูกจูงหลานและคนในครอบครัวมาเดินเล่นด้วยกันแล้ว งานนี้ยังตั้งเป้าเป็นจุดฉลองเทศกาลคริสต์มาสแบบอีโค่ โดยไม่ใช้หน้าจอหรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า แต่ใช้วิธีเพิ่มกิมมิกของเล่นมือหมุนสุดคลาสสิกเข้ามาให้ทุกคนได้ร่วมเคลื่อนไหวร่างกาย ขยับแข้งขยับขา และใช้พลังงานจากตัวเรานี่แหละในการขับเคลื่อนของเล่นต่างๆ ในงาน</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">กลางลานเด่นตระหง่านด้วยกล่องดนตรีอีโค่ขนาดยักษ์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานกลจากมือคนหมุน ใกล้ๆ กันมีกิจกรรมสุดสนุกให้ร่วมเล่นได้แบบฟรีๆ ทั้งกิจกรรมปั่นจักรยานที่ได้ปั่นน้ำผลไม้และสายไหมไปด้วยในตัว เป็น special treat ที่ทำให้คนมางานได้ออกกำลังกายให้พอเหงื่อซึมก่อนรับของหวานกลับบ้านไป </span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> นอกจากนี้ยังมีต้นคริสต์มาสกังหันลมขนาดยักษ์ที่ช่วยดักฝุ่น PM2.5 ไปด้วยในตัว แถมยังมีป๊อปอัพสเปซสุดอีโค่จาก Ecotopia ที่คุณสามารถเลือกซื้อของขวัญของฝากแบบไม่ทำร้ายโลกอีกด้วย</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> รับรองว่างานนี้น่าจะช่วยให้คริสต์มาสของคุณมีสีสันขึ้นอีกเป็นกองเลยล่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-84270 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/2-4.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/2-4.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/2-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>Clean Air Eco Christmas Tree</b></span></h3>
<p>จะดีแค่ไหนถ้าต้นคริสต์มาสไม่ใช่แค่ต้นไม้พลาสติกที่หมดงานแล้วก็เก็บเข้ากรุไป แต่สามารถกรองอากาศกลางแจ้งและช่วยลดฝุ่นพิษ PM2.5 ได้</p>
<p>ปีนี้สยามดิสคัฟเวอรี่ขนทัพกังหนลมนับพันใบที่ทำจากอ้อย ข้าวโพด และมันสำปะหลัง มาประดับต้นคริสต์มาสแทนวัสดุย่อยสลายยากอย่างพลาสติก แถมตรงฐานต้นคริสต์มาสก็ติดตั้งเครื่องกรองอากาศถึง 4 เครื่อง เพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยมีอัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์รวม 5,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง โดยการทำงานภายในเครื่องจะใช้เทคโนโลยีการตกตะกอนเชิงไฟฟ้าสถิต โดยเครื่องปล่อยประจุบวกไปจับฝุ่นละอองดูดเข้ามาเก็บที่ฐานต้นคริสต์มาส คุณจึงสามารถสูดหายใจรับอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอด พร้อมกับได้ฉลองคริสต์มาสกลางแจ้งแบบไร้ฝุ่นละออง</p>
<p class="p2"><span class="s1">เมื่อหมดช่วงคริสต์มาสก็ไม่ต้องกังวลว่าต้นคริสต์มาสกังหันยักษ์นี้จะถูกถอดไปทิ้ง เพราะทางห้างมีแผนจะมอบเวียนให้แก่มหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อนำเครื่องกรองอากาศและตัวโครงสร้างต้นคริสต์มาสไปใช้ได้ต่อ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-84271 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/3-4.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/3-4.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/3-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>Giant Eco Music Box</b></span></h3>
<p>ใครมาเดินงานนี้ต้องไม่พลาดกล่องดนตรียักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางลานสยามดิสคัฟเวอรี่ เพราะเจ้ากล่องดนตรีนี้เล่นด้วยการหมุนจากแรงคน โดยมีกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยงส่วนหนึ่ง จึงเท่ากับอาศัยพลังงานแบบไฮบริดจากไฟฟ้าและแรงคนหมุน ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานกว่าเครื่องเล่นทั่วไป</p>
<p>ภายในกล่องดนตรียักษ์ก็ยังมีกล่องดนตรีย่อยๆ อีก 4 มุมที่มีสไตล์เพลงแตกต่างกันไป คนมาร่วมงานสามารถเลือกหมุนฟังเพลงที่ชอบได้ทั้ง 4 กล่อง ซึ่งแต่ละมุมมีการประดับแตกต่างกันออกไป ทั้งมุมกวางเรนเดียร์ มุมกล่องของขวัญ มุมปล่องไฟ และมุมภูตตัวน้อยๆ ให้เลือกหมุนเพลงได้ตามใจและถ่ายรูปกับมุมที่ชอบ</p>
<p>ตรงนี้เลยเป็นมุมยอดฮิตที่มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาถ่ายรูปตลอด เพราะการตกแต่งสุดน่ารักราวกับหลุดไปอยู่ในโลกของเทพนิยาย และมีเบื้องหลังเป็นเสียงกรุ๋งกริ๋งจากกล่องเพลงที่บรรเลงขับกล่อมให้ลานสยามดิสคัฟเวอรี่อบอวลไปด้วยบรรยากาศของคริสต์มาส</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-84283 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/15-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/15-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/15-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/15-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-84284 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/16-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/16-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/16-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/16-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>Bike n&#8217; Blend</b></span></h3>
<p>ใกล้ๆ กับโซนกล่องดนตรียักษ์คือโซนจักรยานปั่นน้ำผลไม้ ที่จะได้ดื่มก็ต่อเมื่อออกแรงปั่นด้วยตัวเอง</p>
<p>จักรยานที่ดูเหมือนเครื่องออกกำลังกายนี้ได้คะแนนความสนใจไปไม่น้อย เพราะความน่าสนใจคือนอกจากคนมาร่วมเล่นจะได้น้ำผลไม้เย็นชื่นใจแล้ว ยังได้ออกกำลังกายเรียกความกระฉับกระเฉงอีกด้วย โดยกลไกการทำงานของจักรยานนี้คือ ล้อหน้าจะไปหมุนแกนเฟืองของเครื่องปั่นน้ำผลไม้ทำให้ใบมีดในเครื่องหมุนตามไปด้วย ใบมีดก็จะไปปั่นน้ำแข็งกับน้ำผลไม้ไม่ต่างจากเครื่องปั่นทั่วๆ ไป แต่ต่างตรงที่เครื่อง Bike n&#8217; Blend ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า แต่อาศัยพลังงานจากกล้ามขาของคุณล้วนๆ</p>
<p>ใครที่คอแห้งกระหายน้ำก็สามารถสวมวิญญาณสิงห์นักปั่น (น้ำผลไม้) ได้ที่มุมนี้แบบฟรีๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-84281 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/13-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/13-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/13-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/13-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-84279 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/11-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/11-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/11-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/11-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>Bike Cotton Candy</b></span></h3>
<p>โซนนี้เหมาะกับคนรักของหวานที่อยากจะหวนรำลึกถึงบรรยากาศในวัยเยาว์อย่าง ‘ขนมสายไหม’</p>
<p>แน่นอนว่าจักรยานปั่นสายไหมยังคงคอนเซปต์ไม่ต่างกับจักรยานปั่นน้ำผลไม้ ที่อยากให้คุณออกแรงปั่นๆๆ จนกว่าจะเหงื่อซึม จึงจะได้ขนมสายไหมเป็น special treat</p>
<p>หลักการง่ายๆ ของเครื่องปั่นสายไหมคือ เราต้องปั่นจักรยานให้เกิดแรงเสียดสีเพื่อให้มอเตอร์เกิดความร้อน จากนั้นก็ใส่น้ำตาลลงไปตรงแกนกลาง พอมอเตอร์เกิดความร้อนรูเล็กๆ ข้างแกนวางน้ำตาลจะเป็นตัวเหวี่ยงน้ำตาลให้กระจายออกเป็นเส้นไหม ใบพัดเป็นตัววิดเส้นไหมขึ้นแบบพายุ เครื่องนี้จึงอาศัยพลังงานกลจากขาคนปั่นให้มอเตอร์ทำงานแทนที่จะใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว</p>
<p>เจ้าสายไหมก้อนฟูจึงเป็นรางวัลของความพยายาม พร้อมกับสอดแทรกให้ผู้คนเห็นว่าการประหยัดพลังงานเป็นเรื่องใกล้ตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-84285 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/17-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/17-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/17-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/17-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-84269 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/1-4.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/1-4.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/1-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></h3>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>Eco Is Magic by Ecotopia</b></span></h3>
<p class="p1">ส่วนใครที่เดินเล่นตรงลานสวนสนุกแห่งเวทมนตร์จนเต็มอิ่มแล้ว อยากจะหาของขวัญติดไม้ติดมือไปฝากคนที่รักในช่วงเทศกาลคริสต์มาสนี้ เราขอแนะนำข้าวของสุดอีโค่ในป๊อปอัพสเปซจาก Ecotopia ที่คัดสรรสินค้ารักษ์โลกมาไว้ให้คุณที่ชั้น G ด้านที่เชื่อมกับลานสยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม</p>
<p class="p1"><span class="s1"><b> </b>สเปซนี้พิเศษตรงที่โครงสร้างทั้งหมดจะนำกลับไปใช้ใหม่อีกโดยไม่มีส่วนไหนต้องทิ้ง ของตกแต่งด้านบนสเปซนี้ล้วนทำมาจากกระดาษ ไม่ว่าจะเป็นภูตจิ๋วหรือกล่องดนตรีสามมิติด้านบน เมื่อหมดงานก็สามารถนำไปรีไซเคิลต่อได้ ส่วนหลังคาก็ทำมาจากขวดน้ำพลาสติกซึ่งวางอัดเรียงกันเพื่อช่วยรับน้ำหนัก ส่วนโครงเหล็กก็ถอดประกอบไปใช้ในงานอื่นๆ ของสยามดิสคัฟเวอรี่ได้</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> ในสเปซสุดอีโค่นี้มีบริการห่อของขวัญแบบไม่ใช้กระดาษ แต่ใช้เป็นผ้าฟุโรชิกิที่สามารถนำไปใช้ต่อได้ และสามารถสกรีนคำอวยพรต่างๆ ด้วยหมึกพิมพ์แบบอีโค่ที่สกัดมาจากวัสดุธรรมชาติ สามารถสกรีนได้ทั้งผ้าห่อของขวัญฟุโรชิกิและเสื้อผ้าทุกชิ้นในสเปซนี้</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> ถ้าไม่รู้ว่ามาที่นี่แล้วจะเลือกซื้อของขวัญของฝากชิ้นไหนดี เราขอแนะนำไอเทมรักษ์โลกสำหรับมือใหม่หัวใจอีโค่ให้ได้เลือกช้อปฝากคนที่รักหรือจะมอบเป็นของขวัญให้ตัวเองในช่วงเทศกาลคริสต์มาสสุดอีโค่นี้ด้วยก็ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-84280 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/12-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/12-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/12-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/12-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-84287 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/19.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/19-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-84274 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/6-3.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/6-3.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/6-3-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-84275 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/7-2.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/7-2.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/7-2-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>‘Light<span class="Apple-converted-space"> </span>My Fire’</b> <b>จุดไฟให้หัวใจคนอีโค่</b></span></h3>
<p>เราขอแนะนำเซตอุปกรณ์ปิกนิกสุดอีโค่จากแบรนด์สวีเดนอย่าง Light My Fire ที่หลายคนน่าจะรู้จักจากแท่งจุดไฟอันโด่งดังที่ใช้งานง่ายทุกสภาพอากาศ แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านการอยู่รอด (survival experts) อย่าง Light My Fire หันมาผลิตอุปกรณ์ปิกนิกทั้งทีคงมีอะไรไม่ธรรมดาแน่ๆ เพราะผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นทั้งกล่องข้าวแบบพกพา แก้วน้ำ หลอด ช้อนส้อมที่เป็นมีดหั่นในอันเดียว ล้วนทำจากพลาสติกแบบ biobased ที่ผลิตจากกากใยธัญพืช ขยะการเกษตร ซึ่งนำมาขึ้นรูปและผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับบรรจุอาหารที่การันตีว่าปลอดภัย ไร้สารปนเปื้อน พกพาง่าย น้ำหนักเบา แถมยังย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเมื่อสิ้นอายุการใช้งาน</p>
<p>รับรองว่าของขวัญเซตอุปกรณ์ปิกนิกสุดอีโค่นี้น่าจะถูกใจผู้รับที่เป็นมือใหม่หัวใจอีโค่ เพราะสามารถใช้ได้ทุกวัน หรือจะพกไปออกค่ายค้างแรมก็ได้ แถมยังได้จับคู่สีกล่องข้าว แก้วน้ำ และช้อนส้อมได้แบบสนุกสุดๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-84276 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/8-2.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/8-2.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/8-2-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>ออกกำลังกายก็อีโค่ได้ด้วยสปอร์ตแวร์รักษ์โลก</b></span></h3>
<p>ช่วง 2-3 ปีมานี้คุณอาจจะเคยเห็นเสื้อผ้าที่ทำมาจากเส้นใยพลาสติกรีไซเคิลบ้างแล้ว เราขอแนะนำให้คุณรู้จักเพิ่มอีกแบรนด์คือ Houdini Sportswear แบรนด์เสื้อผ้าที่ใช้วัสดุรีไซเคิลและสามารถย่อยสลายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แถมยังมีแบบให้เลือกหลากหลายทั้งเสื้อกันหนาว แจ็กเก็ตกันลมกันฝน เสื้อวิ่ง กางเกงขาสั้นสำหรับออกกำลังกาย</p>
<p>เส้นใยของ Houdini Sportswear ทำมาจากเสื้อผ้าที่ใช้แล้วและขวดน้ำพลาสติก PET ทำให้มีน้ำหนักเบา ทนทาน ระบายอากาศได้ดี มีฟังก์ชั่นกันแดด กันลม กันฝนได้ดีในเกือบทุกรุ่น จึงเหมาะสำหรับการใส่ในชีวิตประจำวันและเหมาะกับการผจญภัยสำหรับขาลุย</p>
<p>หากใครกำลังมองหาสปอร์ตแวร์ดีๆ ที่จะช่วยปกป้องร่างกายขณะออกกำลังกายและมีส่วนช่วยส่งเสริมความยั่งยืนของอุตสาหกรรมเสื้อผ้า Houdini Sportswear น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์สายสปอร์ตที่แคร์สิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-84277 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/9-2.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/9-2.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/9-2-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/merry-eco-christmas/">Merry Eco Christmas! เทรนด์การเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขสไตล์รักษ์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bangkok Bound 2019: สถาปัตยกรรมดีชีวิตก็ง่าย ทัวร์เดินชม 25 ตึกดีไซน์เก๋ทั่วกรุงเทพฯ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bangkok-bound-2019/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Dec 2019 09:16:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[ป๊อง รับพร สุขทัพภ์ เมมโมลิ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปนิก]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปัตยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bound 2019]]></category>
		<category><![CDATA[ARCHiTRACKER]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=82902</guid>

					<description><![CDATA[<p>กิจกรรม ‘เดินดูตึก’ ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์อาจไม่ได้อยู่ในลิสต์กิจกรรมที่หลายคนเฝ้าฝันถึง   เพราะแน่ล่ะ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนคุณก็สามารถเจอตึกได้ทุกมุมถนนอยู่แล้ว ตึกเลยไม่ใช่ของแปลกใหม่ที่น่าไปดูหรือน่าค้นหาสักเท่าไหร่ แต่อย่าเพิ่งรีบส่ายหัวปฏิเสธไป ถ้าหากใครสักคนกล้าพอจะชวนคุณไปเดินดูตึกละก็ เขาน่าจะมีอะไรสนุกๆ อยากให้คุณได้รู้แน่นอน เช่น Bangkok Bound 2019 อีเวนต์วันที่ 14-15 ธันวาคมนี้ ที่ชวนคนมาเดินดูตึกสวยดีไซน์เก๋ 25 อาคารทั่วกรุงเทพฯ ที่ได้รับรางวัลการออกแบบทั้งระดับประเทศและระดับสากล โดยมีสถาปนิกผู้ออกแบบตึกและเจ้าของบ้านนำชมด้วยตัวเอง  ด้วยความเชื่อที่ว่ากรุงเทพฯ มีสถาปัตยกรรมมากมายที่ผ่านกระบวนการคิดและออกแบบมาอย่างดีเยี่ยม แต่ยังไม่ค่อยมีใครได้รู้เรื่องราวเบื้องหลัง ป๊อง–รับพร สุขทัพภ์ เมมโมลิ สถาปนิกสาวผู้ก่อตั้ง ARCHiTRACKER แอพพลิเคชั่นพาดูตึกสวยๆ ทั่วโลก จึงตั้งใจบินลัดฟ้าจากลอนดอนกลับเมืองไทยเพื่อจัดอีเวนต์เยี่ยม 25 ตึกทั่วกรุงเทพฯ เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปได้มา ‘เดินไป คุยไป’ พร้อมแหงนดูดีเทลมุมนั้นมุมนี้ในตัวตึก แปลกหน่อยที่งานนี้ไม่มีงานเปิดตัวใดๆ กิจกรรมมีแต่การเดิน เดิน และเดิน และนั่นคือความพิเศษที่สุดของมัน เพราะทุกคนจะได้สัมผัสประสบการณ์ตรงในการใช้งานอาคาร โดยมีเจ้าของบ้านและสถาปนิกเป็นไกด์พาทัวร์เฉพาะกิจ “เราเชื่อว่าสถาปัตยกรรมเป็นเรื่องของทุกคน” สถาปนิกแม่งานบอกถึงจุดตั้งต้นของ Bangkok Bound 2019 ส่วนขั้นตอนกว่าจะเป็นงานที่เรากำลังจะได้ไปเดินเป็นยังไง เราขอพาคุณไปอ่านพร้อมกันด้วยใจเต้นตึกๆ &#160; สถาปัตยกรรมที่ดีทำให้ชีวิตง่ายขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bangkok-bound-2019/">Bangkok Bound 2019: สถาปัตยกรรมดีชีวิตก็ง่าย ทัวร์เดินชม 25 ตึกดีไซน์เก๋ทั่วกรุงเทพฯ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">กิจกรรม ‘เดินดูตึก’ ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์อาจไม่ได้อยู่ในลิสต์กิจกรรมที่หลายคนเฝ้าฝันถึง  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะแน่ล่ะ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนคุณก็สามารถเจอตึกได้ทุกมุมถนนอยู่แล้ว ตึกเลยไม่ใช่ของแปลกใหม่ที่น่าไปดูหรือน่าค้นหาสักเท่าไหร่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่อย่าเพิ่งรีบส่ายหัวปฏิเสธไป ถ้าหากใครสักคนกล้าพอจะชวนคุณไปเดินดูตึกละก็ เขาน่าจะมีอะไรสนุกๆ อยากให้คุณได้รู้แน่นอน เช่น </span><a href="https://facebook.com/events/550631505679031/?ti=icl" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Bangkok Bound 2019</span></a><span style="font-weight: 400;"> อีเวนต์วันที่ 14-15 ธันวาคมนี้ ที่ชวนคนมาเดินดูตึกสวยดีไซน์เก๋ 25 อาคารทั่วกรุงเทพฯ ที่ได้รับรางวัลการออกแบบทั้งระดับประเทศและระดับสากล โดยมีสถาปนิกผู้ออกแบบตึกและเจ้าของบ้านนำชมด้วยตัวเอง </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-83067" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-66.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-66.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-66-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-66-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-83072" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-71.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-71.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-71-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-71-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความเชื่อที่ว่ากรุงเทพฯ มีสถาปัตยกรรมมากมายที่ผ่านกระบวนการคิดและออกแบบมาอย่างดีเยี่ยม แต่ยังไม่ค่อยมีใครได้รู้เรื่องราวเบื้องหลัง </span><b>ป๊อง–รับพร สุขทัพภ์ เมมโมลิ</b><span style="font-weight: 400;"> สถาปนิกสาวผู้ก่อตั้ง </span><a href="http://www.architracker.co/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ARCHiTRACKER</span></a><span style="font-weight: 400;"> แอพพลิเคชั่นพาดูตึกสวยๆ ทั่วโลก จึงตั้งใจบินลัดฟ้าจากลอนดอนกลับเมืองไทยเพื่อจัดอีเวนต์เยี่ยม 25 ตึกทั่วกรุงเทพฯ เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปได้มา ‘เดินไป คุยไป’ พร้อมแหงนดูดีเทลมุมนั้นมุมนี้ในตัวตึก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แปลกหน่อยที่งานนี้ไม่มีงานเปิดตัวใดๆ กิจกรรมมีแต่การเดิน เดิน และเดิน และนั่นคือความพิเศษที่สุดของมัน เพราะทุกคนจะได้สัมผัสประสบการณ์ตรงในการใช้งานอาคาร โดยมีเจ้าของบ้านและสถาปนิกเป็นไกด์พาทัวร์เฉพาะกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเชื่อว่าสถาปัตยกรรมเป็นเรื่องของทุกคน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สถาปนิกแม่งานบอกถึงจุดตั้งต้นของ Bangkok Bound 2019 ส่วนขั้นตอนกว่าจะเป็นงานที่เรากำลังจะได้ไปเดินเป็นยังไง เราขอพาคุณไปอ่านพร้อมกันด้วยใจเต้นตึกๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-83043" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-42.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-42.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-42-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-42-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-83004" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>สถาปัตยกรรมที่ดีทำให้ชีวิตง่ายขึ้น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ป๊องเท้าความให้ฟังว่าตอนที่เธอไปเรียนต่อปริญญาโทสาขา technology entrepreneurship จาก UCL School of Management ที่ลอนดอน เธอชอบออกเดินเท้าและเดินทาง เปิดหูเปิดตาสำรวจตึกรามบ้านช่องในเมือง และมีภารกิจเล็กๆ เป็นการเสาะหาอาคารที่มีแนวคิดการออกแบบแปลกใหม่ ดีไซน์สวย เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ในสายงานของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนที่ไปเรียนต่อ เราเดินทางท่องเที่ยวเยอะ ชอบดูตึกดังๆ ออกแบบดีๆ ที่เคยเรียนมา ไม่ใช่แค่หอนาฬิกาบิกเบนหรือหอไอเฟล แต่เราอยากไปดูงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่เฉพาะทางกว่านั้น อย่าง Villa Savoye ซึ่งเป็นบ้านทรงโมเดิร์นนอกเขตเมืองปารีส เพราะความเฉพาะทางเวลาจะไปทริปดูตึกทีหนึ่งเราต้องทำแผนที่เอง ค้นหาข้อมูลเอง เพราะบางทีคนท้องถิ่นเขาก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน เราลองเริ่มทำแผนที่ง่ายๆ แล้วก็แชร์แผนที่ให้เพื่อนร่วมทริป จนมานั่งคิดๆ ว่าทำไมไม่มีคนทำแผนที่ทำนองนี้ออกมาเผยแพร่เลย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-83051" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-50.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-50.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-50-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-50-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><span style="color: #ff0000;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-83027" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-26.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-26.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-26-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการวาดแผนที่เอง เที่ยวเอง ป๊องเริ่มขยับไปทำเว็บไซต์อย่างง่ายๆ โดยอัพโหลดแผนที่ที่วาดให้คนคลิกดูรายละเอียดได้ เริ่มจากแผนที่ตึกสวยๆ ในลอนดอน ก่อนจะขยายสเกลไปทำแอพพลิเคชั่น ARCHiTRACKER ซึ่งรวบรวมข้อมูลตึกสวยๆ ของทุกทวีปทั่วโลกจาก public domain รวมแล้วราว 20,000 กว่าอาคาร โดยเราสามารถเสิร์ชข้อมูลได้ทั้งชื่อตึกและชื่อสถาปนิก และในอนาคตป๊องก็มีแผนจะทำเส้นทางแนะนำสำหรับคนอยากตามรอยสถาปัตยกรรมดีๆ ในเมืองต่างๆ ด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอทำแอพฯ มาได้สักระยะเราก็อยากจะทำอะไรมากกว่านั้น คือเราอยากให้คนลองมาสัมผัสสเปซด้านในในตึกด้วย แต่ก่อนคนอาจมองว่างานสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดยคิดมาอย่างดีเป็นของหรูหรา แต่จริงๆ แล้วเราเชื่อว่าสถาปัตยกรรมเป็นเรื่องของทุกคน สเปซที่เราใช้ ทางที่เราเดิน ตำแหน่งการวางประตูและบันได มีผลกับคนที่อยู่อาศัยทั้งหมด ตึกที่มีการออกแบบที่ดีหรือมีการจัดการที่ดีจะทำให้ชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัยดีขึ้น เช่น ไม่ต้องเดินอ้อมไปขึ้นบันไดไกลๆ เราอยากให้คนทั่วไปได้เห็นว่าตึกที่ดีไซน์ดีๆ หรือตึกที่ได้รางวัลเหล่านั้นมันมีรายละเอียดที่แตกต่างจากตึกที่เราเคยอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าคนไม่ได้เข้าไปเห็นเองจะไม่เข้าใจเลย” ป๊องเน้นย้ำ “บางทีเราอาจเห็นตึกนั้นมานานและรับรู้เพียงความสวยงาม แต่ถ้าได้เข้าไปในตึกและรู้เบื้องหลังแนวคิดการออกแบบ เราจะได้เข้าใจมากขึ้นว่าพื้นที่ภายในมีรายละเอียดมากมายกว่าความเก๋ที่เห็นจากข้างนอก”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ทริปทัวร์ตึกที่มีไกด์เฉพาะกิจเป็นสถาปนิกและเจ้าของบ้าน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความมุ่งมั่นป๊องจึงตัดสินใจจัดอีเวนต์ Bangkok Bound 2019 ขึ้นเพื่อพาคนเดินเท้าเข้าดูตึกทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งได้รับการการันตีจากแวดวงสถาปนิกเมืองไทยแล้วว่ามีการออกแบบดีเยี่ยมทั้งแง่ความงามและฟังก์ชั่น ซึ่งผลพลอยได้นอกจากการแบ่งปันองค์ความรู้ให้คนทั่วไป ยังเป็นการต่อยอดและการสร้างมาตรฐานที่ดีในการออกแบบสถาปัตยกรรมในเมืองไทยด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราจัดงานอีเวนต์พาคนทัวร์ตึกเจ๋งๆ ทั่วกรุงเทพฯ เพราะเห็นว่าบ้านเรามีตึกที่น่าสนใจเยอะ แต่คนนอกแวดวงสถาปนิกอาจไม่รู้จัก อีเวนต์นี้จึงเป็นเหมือนสื่อกลางที่ทำให้สถาปนิกได้สื่อสารกับคนทั่วไปว่าสถาปัตยกรรมคือของที่จับต้องได้ เรามองว่าการออกแบบในโลกนี้ไม่มีอะไรใหม่หรอก เพราะฉะนั้นยิ่งคนได้มาเห็นตัวอย่างที่ดีเยอะๆ มันก็น่าจะทำให้แวดวงสถาปนิกพัฒนาขึ้นไปด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อีกอย่างคือเรามองเห็นว่าเมืองไทยยังมีโอกาสและพื้นที่ให้งานสถาปัตยกรรมอีกเยอะ สถาปนิกทำอะไรให้สังคมได้อีกมาก เพราะเมืองกำลังขยายตัวและมีตึกที่กำลังสร้างใหม่เยอะ ซึ่งงานสถาปัตยกรรมทำให้ตึกมีมูลค่ามากขึ้นและสามารถแก้ปัญหาให้ผู้คนมีที่อยู่อาศัยที่สบายขึ้นได้”</span></p>
<p><div id="attachment_82909" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-82909" class="size-full wp-image-82909" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ArchCU04.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ArchCU04.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ArchCU04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/ArchCU04-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-82909" class="wp-caption-text">Architecture Library, Chulalongkorn University / Photo courtesy of Department of Architecture</p></div></p>
<p><div id="attachment_82910" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-82910" class="size-full wp-image-82910" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/a2.jpg" alt="" width="675" height="517" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/a2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/a2-300x230.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/a2-600x460.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-82910" class="wp-caption-text">Hachi Serviced Apartment / Photo courtesy of WARchitect</p></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนวิธีวางแผนการจัดอีเวนต์ก็ไม่ซับซ้อน เพราะเธอตั้งใจว่าจะไม่มีการจัดนิทรรศการและไม่มีงานเปิดตัว มีแต่การจัดคิวลงทะเบียนตามรอบนำชม เพื่อสื่อให้เห็นว่างานสถาปัตยกรรมนั้นไม่ได้เข้าใจยากจริงๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเริ่มจากติดต่อสถาปนิกผู้ออกแบบตึกก่อนว่าอยากให้พานำชมตึกที่เขาออกแบบและติดต่อเจ้าของตึกด้วยว่าสะดวกให้คนเข้าไปชมไหม เพราะอยากให้ทุกฝ่ายสบายใจ หลายๆ ที่ที่เราไปชวนมาร่วมงานก็ตอบรับอย่างดี เพราะตึกเป็นความภาคภูมิของเจ้าของและนักออกแบบอยู่แล้ว ตัวสถาปนิกเองก็อยากให้คนทั่วไปเข้าใจวงการนี้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สาเหตุที่เราต้องให้สถาปนิกพาชมตึกเองเพราะเขาคือคนออกแบบ เขาคือคนที่รู้ดีที่สุด ถ้าคนมาดูแล้วสงสัยอะไรจะได้ถามได้เลย เผื่อเขาอยากกลับไปทำบ้างจะได้รู้ว่าทำไมต้องใช้วัสดุนี้ นอกจากนี้ยังมีหลายมิติของการออกแบบที่สถาปนิกสามารถเล่าที่มาที่ไปได้ เพราะการออกแบบไม่ใช่แค่เลือกวัสดุ แต่คือการคิดเผื่อคนอยู่อาศัยในทุกมิติ” ป๊องอธิบาย</span></p>
<p><div id="attachment_82911" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-82911" class="size-full wp-image-82911" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/NITAPROW_PLAYVILLE_05.jpg" alt="" width="675" height="540" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/NITAPROW_PLAYVILLE_05.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/NITAPROW_PLAYVILLE_05-300x240.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/NITAPROW_PLAYVILLE_05-600x480.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-82911" class="wp-caption-text">PLAYVILLE / Photo courtesy of NITAPROW</p></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนการเลือกตึกก็ไม่ได้มีเกณฑ์ในการเลือกตายตัว หลักๆ คือการให้คนได้เข้าไปเห็นตึกหลายรูปแบบให้ครอบคลุมทุกหมวดหมู่การใช้งาน ตึกในปีแรกนี้จึงมีอาคารหลากขนาดและหลายวัตถุประสงค์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เกณฑ์การเลือกตึกในปีแรกคือเราอยากเปิดกว้างมากที่สุด มีอาคารครอบคลุมทุกๆ สเกลของการอยู่อาศัย ตั้งแต่บ้านเล็กๆ ที่เข้าไปชมได้ครั้งละ 5 คน ไปจนถึงลานเด็กเล่น ห้องสมุด อพาร์ตเมนต์ โฮสเทล ออฟฟิศสถาปนิก ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงอาคารสำนักงาน ในปีต่อไปเราก็อยากขยายประเภทตึกให้ครอบคลุมตึกของรัฐด้วยเพื่อจะได้ร่วมกันเซตมาตรฐานที่ดีในวงการสถาปัตยกรรมต่อๆ ไป”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อเป็นน้ำจิ้ม ป๊องบอกว่าอาคารที่เข้าร่วมอีเวนต์ในปีแรกนี้มีทั้ง IDIN Architects Office, REDD Premium Self Storage Rama 9, PA PRANK Hostel, HSH Renovation, DP Group Headquarters, Woodsmith Headquarters, Naiipa Art Complex, Thailand Creative and Design Center (TCDC), ห้องสมุดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปจนถึงสามย่านมิตรทาวน์</span></p>
<p><div id="attachment_82912" style="width: 606px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-82912" class="size-full wp-image-82912" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BH-BasicHouse-01.jpg" alt="" width="596" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BH-BasicHouse-01.jpg 596w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BH-BasicHouse-01-265x300.jpg 265w" sizes="(max-width: 596px) 100vw, 596px" /><p id="caption-attachment-82912" class="wp-caption-text">Basic House / Photo courtesy of Brownhouses Company Limited</p></div></p>
<p><div id="attachment_82913" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-82913" class="size-full wp-image-82913" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BH-BasicHouse-08.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BH-BasicHouse-08.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BH-BasicHouse-08-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BH-BasicHouse-08-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BH-BasicHouse-08-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BH-BasicHouse-08-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BH-BasicHouse-08-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BH-BasicHouse-08-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-82913" class="wp-caption-text">Basic House / Photo courtesy of Brownhouses Company Limited</p></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“บางสถานที่อย่างบ้าน Basic House ตอนแรกค่อนข้างขออนุญาตยากเพราะเป็นที่ส่วนตัว แต่สุดท้ายเจ้าบ้านคือคุณกร ทองทั่ว สถาปนิกจาก BHBK ก็ยอมตอบรับร่วมงานนี้เพราะเห็นความตั้งใจที่ดีว่าเราอยากให้คนได้ดูบ้านที่มีการออกแบบที่ดี ทำให้เจ้าของบ้านอยู่สบาย โดยไม่จำเป็นต้องใหญ่หรือแต่งอย่างหรูหรา ซึ่งคนมาชมอาจได้แรงบันดาลใจไปสร้างบ้านของตัวเองในอนาคตได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หรืออย่างร้าน the COMMONS ที่ทองหล่อ ตอนแรกเราและสถาปนิกก็เป็นกังวลว่าคนจะลงทะเบียนมาหรือเปล่าเพราะเป็นที่พับลิกที่คนทั่วไปเข้ามาใช้บริการได้อยู่แล้ว แต่ปรากฏว่าคนมาลงทะเบียนเต็ม คิดว่าคงเพราะเขาอยากรู้ว่าสถานที่ที่เขาชอบมาแฮงเอาต์มันมีเบื้องหลังการออกแบบยังไง บางทีมันก็เป็นข้อดีของความสงสัยนะ พอมันเกิดคำถามแล้วมีคนตอบ มันจะต่อยอดให้เกิดการสร้างสรรค์ต่อๆ ไป”</span></p>
<p><div id="attachment_83161" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://thecommonsbkk.com/" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-83161" class="wp-image-83161 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Screen-Shot-2562-12-11-at-15.21.16-1024x544.png" alt="" width="1024" height="544" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Screen-Shot-2562-12-11-at-15.21.16-1024x544.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Screen-Shot-2562-12-11-at-15.21.16-300x159.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Screen-Shot-2562-12-11-at-15.21.16-768x408.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Screen-Shot-2562-12-11-at-15.21.16-600x319.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Screen-Shot-2562-12-11-at-15.21.16.png 1878w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a><p id="caption-attachment-83161" class="wp-caption-text">thecommonsbkk.com</p></div></p>
<p><div id="attachment_83162" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://thecommonsbkk.com/" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-83162" class="wp-image-83162 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Screen-Shot-2562-12-11-at-15.21.28-1024x544.png" alt="" width="1024" height="544" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Screen-Shot-2562-12-11-at-15.21.28-1024x544.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Screen-Shot-2562-12-11-at-15.21.28-300x159.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Screen-Shot-2562-12-11-at-15.21.28-768x408.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Screen-Shot-2562-12-11-at-15.21.28-600x319.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Screen-Shot-2562-12-11-at-15.21.28.png 1876w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a><p id="caption-attachment-83162" class="wp-caption-text">thecommonsbkk.com</p></div></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>เพราะการเดินสำรวจเมืองคือทางเลือกหนึ่งของคนเมือง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ป๊องเล่าอย่างตั้งใจว่า จุดประสงค์ที่ซ่อนอยู่อีกอย่างของการจัดอีเวนต์ Bangkok Bound คือเธออยากจะเปลี่ยนวัฒนธรรมของคนเมือง โดยเสนอทางเลือกอื่นๆ นอกจากห้างสรรพสินค้าที่ให้คนมาเดินเที่ยวได้ ซึ่งทางเดียวที่จะทำให้คนเปิดใจคือการให้เขามาเห็นด้วยตัวเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเชื่อว่าเมืองไทยยังมีตึกดีๆ อีกเยอะ และการได้พูดคุยกับสถาปนิกจะทำให้คนรู้สึกว่าความรู้เรื่องการออกแบบมันอยู่รอบตัว เริ่มจากเรื่องง่ายๆ เช่น วางประตูและบันไดในจุดที่ถูกต้อง ก็จะทำให้ชีวิตคนอยู่อาศัยง่ายขึ้น ไม่ต้องเดินวกวน ซึ่งในท้ายที่สุดสเปซที่ดีจะทำให้คนใช้ชีวิตได้มีประสิทธิภาพจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวนี่แหละ มันอาจจะเปลี่ยนชีวิตประจำวันของคุณไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งงานนี้จะช่วยให้คุณเห็นไอเดียเรื่องการออกแบบ และเห็นตัวอย่างว่าสถาปัตยกรรมที่ดีสามารถทำให้ชีวิตคนอยู่อาศัยดีขึ้นได้ยังไง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <span style="color: #ff0000;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-83058" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-57.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-57.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-57-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-57-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><span style="color: #ff0000;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-83033" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-32.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-32.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/bound-32-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดป๊องตั้งใจว่างาน Bangkok Bound ในปีต่อๆ ไปจะเป็นอีเวนต์ที่ไม่มีค่าเข้าชมแบบนี้ไปตลอด เพราะอยากให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสพื้นที่จริงๆ ไม่ว่าเด็กนักเรียน นักศึกษา สถาปนิกมืออาชีพ หรือคนทั่วไปที่ไม่มีองค์ความรู้เรื่องสถาปัตยกรรมเลย เพื่อจุดประกายผู้คนให้หันกลับไปมองสเปซใกล้ตัวและตั้งคำถาม เพราะคำถามเล็กๆ นี่แหละจะช่วยไกด์สถาปนิกให้พัฒนาสถาปัตยกรรมให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปและจะนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่เมืองในภาพใหญ่ต่อไป</span></p>
<hr />
<p><em><span style="font-weight: 400;">ใครสนใจเข้าร่วมชมสถาปัตยกรรมสวยๆ ทั่วกรุงเทพฯ สามารถลงทะเบียนและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ </span></em><a href="https://www.bound.events/about"><span style="font-weight: 400;"><em>bound.events/about</em></span></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bangkok-bound-2019/">Bangkok Bound 2019: สถาปัตยกรรมดีชีวิตก็ง่าย ทัวร์เดินชม 25 ตึกดีไซน์เก๋ทั่วกรุงเทพฯ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พบกับ The Wrappers ผู้เปลี่ยนการห่อของขวัญธรรมดาๆ ให้มีความหมายและไม่ทำร้ายโลก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/emporium-the-wrapper/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Dec 2019 09:00:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[ตามไปดู]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[The Present Holiday Pop-in Shop]]></category>
		<category><![CDATA[The Wrapper]]></category>
		<category><![CDATA[Curious Pig]]></category>
		<category><![CDATA[Teaspoon studio]]></category>
		<category><![CDATA[อัญชลี ศรีไพศาล]]></category>
		<category><![CDATA[พิม จงเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[Trimode Studio]]></category>
		<category><![CDATA[Emporium Department Store]]></category>
		<category><![CDATA[ภิรดา เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[PDM Brand]]></category>
		<category><![CDATA[ภารดี เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[advertorial]]></category>
		<category><![CDATA[ดุลยพล ศรีจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[branded content]]></category>
		<category><![CDATA[Let’s Give Good]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=82928</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยไหม เวลาที่ได้รับของขวัญมาแล้วต้องใช้เวลาแกะเทปกาวสิบนาที แถมยังต้องทิ้งกระดาษห่อนั้นไป นี่ยังไม่รวมกระเช้าของขวัญช่วงเทศกาล ที่พอแกะของขวัญออกมาใช้เสร็จ หลายคนอาจจะโยนกระเช้าเข้าตู้เก็บของให้ฝุ่นจับโดยแทบไม่ได้หยิบมาใช้งานอีก กระดาษห่อของขวัญและกระเช้าของขวัญถูกมองว่าเป็นฟอร์แมตซ้ำๆ เชยๆ ในช่วงเทศกาล แถมยังต้องกลายเป็นขยะแบบ single-use แบบไม่ตั้งใจภายในไม่กี่นาทีที่ถึงมือผู้รับ เพราะวัสดุห่อของขวัญนำกลับมาใช้ใหม่ยาก ไม่ฟังก์ชั่น เลยต้องไปลงเอยที่ถังขยะหรือห้องเก็บของ ปลายปีนี้เราขอชวนคุณมาร่วมมอบของขวัญที่มีความหมายจากใจผู้ให้ถึงใจผู้รับ ผ่านการห่อของขวัญอย่างตั้งใจ ที่ทั้งสนุกและมีคุณค่า แถมยังช่วยรักษาโลกได้โดยการนำวัสดุที่ห่อกลับมาใช้ใหม่ได้ “เพราะการห่อของขวัญคือการแสดงออกถึงความตั้งใจ” เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ เชื่อในสิ่งนี้และอยากชวนทุกคนมาเริ่มต้นปีใหม่ดีๆ ภายใต้คอนเซปต์ Let’s Give Good หรือการแบ่งปันความสุขที่มีความหมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการห่อของขวัญอย่างมีความหมายและไม่ทำร้ายโลก โดยเอ็มโพเรียมจับมือกับนักออกแบบและนักห่อของขวัญเพื่อร่วมกันดีไซน์กระเช้า กระดาษ และผ้าห่อของขวัญลายพิเศษ พร้อมทั้งวิธีการห่อสุดเก๋แบบไม่ใช้เทปกาวใดๆ ซึ่งคุณก็สามารถเก็บทิปการห่อของขวัญเหล่านี้ไปทำตามที่บ้านได้ เทศกาลแห่งการมอบของขวัญกำลังจะเวียนมาหา ถ้างั้นอย่ารอช้า ไปดูการห่อของขวัญที่มากกว่าแค่กระดาษธรรมดาๆ กัน การห่อของขวัญอย่างตั้งใจคือความประณีตที่สื่อถึงกันได้ ปุ้ม–กฤชคุณ พรธนนันท์ ผู้จัดการทั่วไป Corporate Marketing Department Store เกริ่นให้ฟังถึงที่มาของแคมเปญ Let’s Give Good ว่า ทีมงานตีโจทย์จากช่วงเทศกาลปลายปีที่ผู้คนมักจะหาซื้อสินค้าเพื่อมอบเป็นของขวัญ แต่จะทำยังไงให้ของขวัญนั้นมีความหมายทั้งต่อผู้ให้ ผู้รับ และต่อโลกด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/emporium-the-wrapper/">พบกับ The Wrappers ผู้เปลี่ยนการห่อของขวัญธรรมดาๆ ให้มีความหมายและไม่ทำร้ายโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1">เคยไหม เวลาที่ได้รับของขวัญมาแล้วต้องใช้เวลาแกะเทปกาวสิบนาที แถมยังต้องทิ้งกระดาษห่อนั้นไป นี่ยังไม่รวมกระเช้าของขวัญช่วงเทศกาล ที่พอแกะของขวัญออกมาใช้เสร็จ หลายคนอาจจะโยนกระเช้าเข้าตู้เก็บของให้ฝุ่นจับโดยแทบไม่ได้หยิบมาใช้งานอีก</p>
<p class="p1"><span class="s1"> กระดาษห่อของขวัญและกระเช้าของขวัญถูกมองว่าเป็นฟอร์แมตซ้ำๆ เชยๆ ในช่วงเทศกาล แถมยังต้องกลายเป็นขยะแบบ single-use แบบไม่ตั้งใจภายในไม่กี่นาทีที่ถึงมือผู้รับ เพราะวัสดุห่อของขวัญนำกลับมาใช้ใหม่ยาก ไม่ฟังก์ชั่น เลยต้องไปลงเอยที่ถังขยะหรือห้องเก็บของ</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ปลายปีนี้เราขอชวนคุณมาร่วมมอบของขวัญที่มีความหมายจากใจผู้ให้ถึงใจผู้รับ ผ่านการห่อของขวัญอย่างตั้งใจ ที่ทั้งสนุกและมีคุณค่า แถมยังช่วยรักษาโลกได้โดยการนำวัสดุที่ห่อกลับมาใช้ใหม่ได้</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “เพราะการห่อของขวัญคือการแสดงออกถึงความตั้งใจ”</span></p>
<p class="p3"><span class="s1"><a href="https://www.facebook.com/emporiumdepartmentstore/" target="_blank" rel="noopener">เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์</a> เชื่อในสิ่งนี้และอยากชวนทุกคนมาเริ่มต้นปีใหม่ดีๆ ภายใต้คอนเซปต์ <b>Let’s Give Good</b> หรือการแบ่งปันความสุขที่มีความหมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการห่อของขวัญอย่างมีความหมายและไม่ทำร้ายโลก โดยเอ็มโพเรียมจับมือกับนักออกแบบและนักห่อของขวัญเพื่อร่วมกันดีไซน์กระเช้า กระดาษ และผ้าห่อของขวัญลายพิเศษ พร้อมทั้งวิธีการห่อสุดเก๋แบบไม่ใช้เทปกาวใดๆ ซึ่งคุณก็สามารถเก็บทิปการห่อของขวัญเหล่านี้ไปทำตามที่บ้านได้</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เทศกาลแห่งการมอบของขวัญกำลังจะเวียนมาหา ถ้างั้นอย่ารอช้า ไปดูการห่อของขวัญที่มากกว่าแค่กระดาษธรรมดาๆ กัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-82952 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-18.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-18.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-18-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-82953 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-19.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-19-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></h3>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>การห่อของขวัญอย่างตั้งใจคือความประณีตที่สื่อถึงกันได้</b></span></h3>
<p class="p1"><span class="s1"><b>ปุ้ม–กฤชคุณ พรธนนันท์</b> ผู้จัดการทั่วไป Corporate Marketing Department Store เกริ่นให้ฟังถึงที่มาของแคมเปญ <strong>Let’s Give Good</strong> ว่า ทีมงานตีโจทย์จากช่วงเทศกาลปลายปีที่ผู้คนมักจะหาซื้อสินค้าเพื่อมอบเป็นของขวัญ แต่จะทำยังไงให้ของขวัญนั้นมีความหมายทั้งต่อผู้ให้ ผู้รับ และต่อโลกด้วย</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “ภายใต้แคมเปญ Let’s Give Good ของเอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ เราอยากให้สินค้าที่จะนำไปเป็นของขวัญมีความหมายดีๆ โดยเริ่มจากการเชิญแบรนด์ที่น่าสนใจมาร่วมใน The Present Holiday Pop-in Shop ซึ่งล้วนเป็นแบรนด์ที่ผลิตของซึ่งมีความหมายดีทั้งต่อผู้ใช้และต่อโลก เช่น สินค้าที่ลดการสร้างขยะ สินค้าที่ส่งเสริมความยั่งยืนให้กับชุมชน มาเป็นพาร์ตเนอร์ให้สเปซของเรามีความหมายมากขึ้น </span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “อย่างที่สองคือ เวลาเราให้ของขวัญใคร เราก็อยากจะให้ของนั้นแสดงเอกลักษณ์ความเป็นตัวเราเองด้วย เลยมาคิดกันเรื่อง signature wrapping ซึ่งการห่อของขวัญน่าจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกความเฉพาะตัวของผู้ให้ได้ดี เราเลยเชิญศิลปินที่มีแนวคิด และเห็นความสำคัญกับคุณค่าดีๆ ไปในแนวทางเดียวกับเอ็มโพเรียม ซึ่งกลุ่มศิลปินเหล่านี้มีความเข้าใจและใช้ชีวิตอยู่ละแวกสุขุมวิท มาร่วมกันดีไซน์ตัวกระดาษห่อ ผ้า และกระเช้าของขวัญ รวมถึงออกแบบวิธีการห่อของขวัญที่มีเอกลักษณ์เฉพาะเอ็มโพเรียม</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">“โดยโจทย์ที่ศิลปินนำไปตีความในการออกแบบจะอยู่ภายใต้ธีม less waste หรือสร้างขยะให้น้อยที่สุด วิธีการห่อเลยออกมาในรูปแบบที่ไม่ต้องใช้เทปกาว ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ได้อีก นอกจากนี้ยังมีวัสดุห่อที่มาจากผ้าฟุโรชิกิและกระเช้าที่ทำมาจากเสื่อ พอใช้เสร็จ วัสดุเหล่านี้ก็สามารถนำไปใช้ต่อได้อีก การห่อของขวัญเลยไม่ทำร้ายโลก และให้ความหมายที่ดีต่อทั้งผู้ให้และผู้รับ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-82962 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-28.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1"> ปุ้มมองว่า เพราะการห่อของขวัญคือการสร้างความประทับใจให้ผู้รับตั้งแต่แรกเห็น และแน่นอนว่าหีบห่อก็สามารถแสดงความประณีตและความตั้งใจของผู้ให้ได้ดีไม่แพ้ของขวัญข้างใน </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">“การห่อของขวัญอย่างตั้งใจจะช่วยให้การมอบของขวัญนั้นกลมกล่อม คนที่รับก็มีความรู้สึกที่ดี เพราะของขวัญไม่ใช่แค่ฟอร์แมตช่วงเทศกาล หรือเป็นแค่หน้าที่ แต่เราพยายามทำให้การมอบของขวัญมีความหมายตั้งแต่ของข้างในจนถึงการห่อภายนอก ซึ่งเราเชื่อว่าความตั้งใจที่สื่อออกมาตั้งแต่แรกเห็นจะทำให้ผู้รับประทับใจไปด้วย”</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ในแคมเปญนี้เอ็มโพเรียมได้ชวนศิลปินนักออกแบบชาวไทยผลงานระดับอินเตอร์จาก 4 สตูดิโอ ทั้ง Teaspoon Studio, Curious Pig, Trimode Studio และ PDM Brand<b> </b>มาร่วมกันสรรค์สร้างประสบการณ์การห่อของขวัญสุดพิเศษในช่วงเทศกาลปลายปีนี้ด้วย </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ถ้าอยากรู้ว่าในสเปซ The Present Holiday Pop-in Shop ที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ชั้น G ตระเตรียมการห่อของขวัญสุดยูนีกแบบไหนไว้บ้าง ลองตามไปฟังแนวคิดของนักออกแบบทั้งสี่แบรนด์กัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-82955 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-21.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-21-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-82939 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>เปเปอร์คราฟต์จากเศษกระดาษ ผสานการห่อแบบไร้เทปกาว</b></span></h3>
<p class="p5"><span class="s1"><b> พิม–พิม จงเจริญ </b>ศิลปินเปเปอร์คราฟต์รุ่นใหม่จาก <a href="https://www.facebook.com/teaspoonstudio.bkk" target="_blank" rel="noopener"><b>Teaspoon Studio </b></a>ผู้ออกแบบลายกระดาษห่อของขวัญและลายผ้าฟุโรชิกิ จับมือกับ <b>หมู–อัญชลี ศรีไพศาล </b>หรือ<b> Curious Pig</b> นักออกแบบที่เชี่ยวชาญด้านการห่อของขวัญแบบใส่ใจโลก มาร่วมกันหาวิธีการห่อของขวัญสุดคูลที่สร้างขยะเพิ่มให้น้อยที่สุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-82978 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-44.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-44.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-44-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-44-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p5"><span class="s1"> สายพานงานออกแบบห่อของขวัญครังนี้ตั้งต้นจากพิมที่รับงานดีไซน์ลวดลายบนกระดาษและผ้าก่อน จากนั้นจึงส่งต่อให้หมูลองหยิบ พับ จับมุมกระดาษและออกแบบวิธีการห่อหุ้มของขวัญหลายๆ แบบ จนออกมาเป็นการคอลแลบการห่อของขวัญจากกระดาษลวดลายคราฟต์ ผสานกับวิธีการห่อสุดสร้างสรรค์แบบไม่ใช้เทปกาว</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">พิมอธิบายกระบวนการออกแบบลวดลายกระดาษว่า “ไอเดียเริ่มแรกมาจากเศษกระดาษชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่เหลือๆ ในออฟฟิศซึ่งทำงานกระดาษอยู่แล้ว เวลาที่เศษกระดาษมากองรวมกันจะดูเหมือนเป็นภาพคอลลาจภาพหนึ่ง เราเลยหยิบไอเดียนี้มาต่อยอดเป็นลายกระดาษห่อของขวัญ โดยเอาเศษกระดาษมาลองทำแพตเทิร์นดู แต่เราจะไม่ทำแพตเทิร์นแบบ repeat ธรรมดาๆ แต่ดีไซน์ออกมาให้เป็นเหมือนรูปภาพใหญ่หนึ่งรูป ที่ลายแต่ละมุมไม่ซ้ำกันเลย ไม่ว่าพนักงานจะตัดกระดาษด้านไหนมาห่อ ลายก็จะต่างกันออกไปทุกมุม”</span></p>
<p>เมื่อออกแบบลายกระดาษเสร็จ ขั้นตอนต่อไปคือการนำเอาลายนั้นไปพิมพ์บนผ้าฟุโรชิกิ เนื่องด้วยวิธีการพิมพ์บนกระดาษกับบนผ้าต่างกัน บนกระดาษสามารถพิมพ์กี่สีก็ได้ แต่สำหรับผ้าฟุโรชิกิ พิมเลือกพิมพ์ 2 สีเพื่อประหยัดการใช้สีและสารเคมี โดยที่ตัวลายยังเชื่อมกับกระดาษอยู่</p>
<p class="p3"><span class="s1">ส่วนของประดับที่ทำเป็นพู่ดอกไม้เล็กๆ พิมตระเวนหาเศษผ้ามาจากโรงงานร่ม แล้วซื้อเศษผ้าร่มมาเป็นกิโลๆ เพื่อเย็บเป็นพู่ดอกไม้เล็กๆ เพื่อชุบชีวิตมันให้สามารถใช้ประดับกล่องของขวัญได้ต่อ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-82956 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-22.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-22.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-22-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1">หลังจากพิมออกแบบลวดลายกระดาษห่อของขวัญและผ้าฟุโรชิกิแล้ว หมูรับไม้ต่อโดยการสรรหาวิธีการห่อแบบรักษ์โลกมากที่สุดทั้งการห่อด้วยกระดาษและห่อด้วยผ้า</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">“เราคิดวิธีห่อโดยไม่ใช้เทปกาวเลย เพราะคนที่ได้รับของขวัญไปก็สามารถคลี่ออกได้โดยง่าย และกระดาษห่อก็สามารถนำกลับไปใช้ซ้ำต่อได้อีก เช่น นำกลับไปห่อของขวัญชิ้นอื่น ห่อปกสมุด ปกหนังสือ หรือนำไปพับเป็นถุงกระดาษเล็กๆ ก็ได้”</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">หมูขยายถึงวิธีการห่อแบบปราศจากเทปกาวว่าเป็นเทคนิคการพับให้เกิดช่องแบบสอดได้ ซึ่งกระดาษจะสอดทับกันและแข็งแรงอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งเทปกาวเลย </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">“วิธีการห่อโดยไม่ใช้เทปกาวจะใช้เทคนิคการพับแบบให้มีช่องพ็อกเก็ตให้สอดได้ ความหมายของช่องพ็อกเก็ตคือการเก็บความรู้สึกดีๆ ที่เราอยากมอบให้ผู้รับ ส่วนวิธีการล็อกกระดาษโดยไม่ใช้เทปกาวเราจะใช้ริบบิ้นคาดตรงกลาง และล็อกด้วยการ์ดใบเล็กๆ<span class="Apple-converted-space">  </span>เป็นการเสริมความสนุก และแทนที่จะผูกเป็นโบแบบหูกระต่าย เราก็ใช้วิธีผูกแบบสาน ซึ่งสื่อความหมายถึงการสายสัมพันธ์หรือความรู้สึกดีๆ ต่อกัน”</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ส่วนผ้าฟุโรชิกิที่หลายคนมองว่าดูซับซ้อนกว่าการห่อด้วยกระดาษ แท้จริงแล้วผ้าสามารถห่อได้กับของหลากหลายรูปทรงกว่า เพราะมีความพลิ้วไหวและยืดหยุ่น หมูจึงออกแบบวิธีการห่อผ้าฟุโรชิกิถึง 3 วิธีด้วยกัน</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">“เราดัดแปลงวิธีการห่อผ้าฟุโรชิกิให้เป็นการห่อแบบโมเดิร์นขึ้น แบบแรกเป็นการดัดแปลงจากการห่อผ้าฟุโรชิกิดั้งเดิม โดยเพิ่มเชือกผูกดอกไม้จากผ้าร่มเข้ามา เพียงแค่กระตุกเชือกก็สามารถคลี่ออกโดยง่าย ผ้าก็นำไปใช้ห่อของต่อได้ เช่น ไปทำเป็นกระเป๋า ผ้าปูโต๊ะ</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">“แบบที่สองจะเป็นการเลียนแบบการห่อถุงข้าวสารญี่ปุ่นที่จะใส่ถุงกระดาษแล้วพับด้านบน และมีเชือกผูก เราก็ดัดแปลงโดยใช้เป็นผ้าผืนเดียวมาพับให้เหมือนปล่องถุงสี่เหลี่ยม แล้วพับแบนด้านบน จากนั้นผูกด้วยเชือกให้คล้ายที่หิ้วของถุงข้าวสารญี่ปุ่น</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">“ส่วนวิธีที่สามจะเป็นการพับแบบที่มีหูหิ้ว วิธีพับจะคล้ายๆ การห่อเบนโตะ แต่เราพลิกนิดหนึ่งแทนที่เราจะมัดผ้าเป็นหูหิ้วธรรมดา เราก็ผูกด้วยเชือกแล้วประดับด้วยพู่ดอกไม้เพิ่มเข้ามาเป็นลูกเล่น”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-82950 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1">ทั้งคู่มองเห็นตรงกันว่าการให้ของขวัญคือการส่งความสุข ความรู้สึกดีๆ การระลึกถึง หรืออาจจะเป็นการขอบคุณความสัมพันธ์ตลอดทั้งปี แน่นอนว่าของขวัญข้างในก็สำคัญ แต่ประสบการณ์การได้รับของขวัญก็สำคัญ เพราะจะสร้างความประทับใจแก่ผู้รับตั้งแต่แรกเห็น ดังนั้นการที่ผู้รับได้เห็นกล่องของขวัญที่ห่อหุ้มมาอย่างสวยงาม นี่ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การได้รับของขวัญ</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ยิ่งการห่อของขวัญนั้นไม่มีการใช้เทปกาวเลย จะยิ่งทำให้ผู้รับสามารถคลี่ห่อของขวัญออกมาได้ง่ายดาย ไม่ยุ่งยาก ก็น่าจะทำให้ผู้รับประทับใจยิ่งขึ้นไป ทั้งยังสามารถนำกระดาษและผ้าไปใช้ต่อได้ นี่จึงเป็นสิ่งที่บ่งบอกความใส่ใจของผู้ให้ที่มีต่อผู้รับ และผู้รับสามารถรับสิ่งดีๆ เหล่านี้ไปใช้ต่อได้ครั้งแล้วครั้งเล่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-82982 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-48.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-48.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-48-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-48-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>กระเช้าของขวัญจากเสื่อสุดโมเดิร์น</b></span></h3>
<p class="p3"><span class="s1">ส่วนกระเช้าของขวัญที่หลายคนอาจมองว่าเป็นของขวัญสุดเชย ก็ถูกแปลงร่างให้กลายเป็นของใช้ที่คนอยากหยิบมาใช้บ่อยๆ โดยฝีมือของ <b>หยก–ภารดี </b>และ<b> หงส์–ภิรดา เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา</b> จาก <b>Trimode Studio</b> และ <b>ดิว–ดุลยพล ศรีจันทร์</b> ทีม <a href="https://adaymagazine.com/pdm-brand/" target="_blank" rel="noopener"><b>PDM Brand</b></a> ร่วมกันออกแบบกระเช้าของขวัญแนวใหม่ที่ใครได้รับไปก็คงทิ้งไม่ลงแน่ๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-82940 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-6.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-6-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-6-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1">โดย<b> </b>Trimode Studio เริ่มตีโจทย์จากตระกร้าหรือกระเช้าของขวัญ ที่เมื่อหมดหน้าเทศกาลก็มักจะไม่มีใครหยิบมาใช้อีก ทั้งหยกและหงส์จึงออกแบบกระเช้าของขวัญที่แตกต่างไปจากเดิมและสามารถอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนได้บ่อยๆ โดยมองว่าเสื่อของ PDM Brand เป็นวัสดุที่ตอบโจทย์ที่สุด </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">“เรามองเห็นว่าเสื่อของ PDM Brand รุ่นที่พับได้ มีฟังก์ชั่นน่าสนใจ เพราะเสื่อเป็นแผ่นอยู่แล้ว น่าจะเหมาะกับการห่อของขวัญ แถมยังมีสายหูหิ้วพับเก็บได้ด้วย มันเลยตอบโจทย์เรา วัสดุที่ถักทอเป็นเสื่อก็ทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล ลวดลายและสีสันก็สวยงามโดดเด่น เราเลยชวน PDM มาทำงานร่วมกัน” หยกเล่าที่มา</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ระหว่างทางที่ Trimode Studio ทดลองขึ้นแบบเสื่อให้เป็นกระเช้า ก็มีปัญหาตรงที่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างของเสื่อทั้งหมด เพราะโดยปกติเสื่อจะเป็นม้วนคลี่ออกมาแล้วเป็นแผ่นเรียบๆ เลยต้องนำเสื่อมาตัดคร็อปเพื่อจะทำเป็นกระเช้าหลากหลายไซส์ กระเช้าแต่ละใบจึงมีลวดลายไม่เหมือนกัน</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">“การคร็อปเสื่อทำให้กระเช้าแต่ละชิ้นมีลวดลายไม่เหมือนกัน มันจึงพิเศษสำหรับคนมอบและคนรับตรงที่กระเช้านี้จะแสดงตัวตนของแต่ละคนได้ด้วย แล้วก็ตอบโจทย์สิ่งที่ Trimode อยากทำ คือไม่อยากให้โยนกระเช้าเข้าตู้เก็บของ แต่กระเช้าของเราสามารถเอาไปใส่ของอื่นๆ ได้อีก เช่น อาจจะใส่ของหลังรถ ใส่หนังสือ หิ้วหมาแมว สะพายไปจ่ายตลาด หรือหิ้วไปปิกนิกได้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-82947 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1">ดิวเล่าต่อถึงวัสดุที่นำมาทำกระเช้าของขวัญและฟังก์ชั่นล้ำไปกว่าเสื่อทั่วๆ ไป</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">“ด้วยวัตถุดิบที่นำมาทำเสื่อค่อนข้างทนทาน และเป็นการแก้ปัญหาด้านการผลิตด้วย โดยการนำขยะพลาสติกมาใช้ เพราะเสื่อของเราทำมาจากเส้นใยพลาสติกรีไซเคิล แต่ปรับโครงสร้างการทอให้แน่นหนากว่าเสื่อทั่วไปมากๆ เพื่อลดปัญหาการขาดตรงกลาง มีการเพิ่มสารกันไฟลาม เจอแดดแล้วไม่กรอบไม่แตก ตากแดดตากฝนได้ ส่วนดีไซน์เป็นลายโมเดิร์นที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย เพราะเรามองว่าคุณค่าของการให้ของขวัญไม่ได้อยู่แค่ที่สิ่งของเท่านั้น แต่มันคือทุกสิ่งที่เราเลือกสรรให้เขา เพราะฉะนั้นแพ็กเกจหรือการห่อของขวัญก็มีความสำคัญเหมือนกัน มันแสดงถึงความใส่ใจและความพิถีพิถันที่ส่งต่อถึงกัน”</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">หงส์เสริมว่า “ในฐานะดีไซเนอร์ เวลาเราออกแบบของออกมาสักชิ้น เราก็อยากให้ของชิ้นนั้นมีชีวิตอยู่ให้ยาวนานและยั่งยืนที่สุด อยากให้ของอยู่กับคนใช้ไปเรื่อยๆ ในช่วงเทศกาลเราก็อยากให้การมอบของขวัญมีความหมายและยั่งยืน เราจึงไปจับมือกับ PDM Brand ที่เป็นการผลิตของแบบทำร้ายโลกน้อยที่สุด นอกจากของชิ้นนั้นจะสวยงามแล้วยังมีฟังก์ชั่นต่อได้อีก อายุการใช้งานของมันก็จะยาวนาน เราก็ไม่จำเป็นต้องไปซื้อหาสิ่งของเพิ่มเติม เลยเป็นการช่วยลดการใช้ทรัพยากรด้วยอีกทาง”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-82966 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-32.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-32.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-32-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1">นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถมาแลกรับเมื่อซื้อของภายในห้างฯ เอ็มโพเรียมครบ 8,000 บาท หรือ ถ้าใครที่ใบเสร็จไม่ครบก็สามารถซื้อได้เลยเช่นกัน ซึ่งอีกความพิเศษคือลูกค้าสามารถคัดสรรสินค้าภายใน The Present Holiday Pop-in Shop จัดเป็นเซตของขวัญพิเศษได้เองอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นของสายกาแฟ สายสุขภาพ หรือสายครีเอทีฟ ก็เลือกจัดใส่ตะกร้าของขวัญได้เหมือนกัน พร้อมบริการปักและพิมพ์ชื่อลงบนสินค้าหลากวัสดุได้อีกด้วย สามารถไปเลือกดูของ เลือกสีและไซส์ที่ถูกใจกันได้ที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ตั้งแต่วันนี้ถึง 5 มกราคม 2563 ณ The Present Holiday Pop-in Shop บริเวณกลางห้าง ชั้น G ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เฟซบุ๊กและอินสตาแกรม Emporium Department Store</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-82985 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-51.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-51.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-51-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-51-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-82971 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-37.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-37.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-37-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-82988 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-54.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-54.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-54-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Emporium-Let_s-Give-Good-54-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/emporium-the-wrapper/">พบกับ The Wrappers ผู้เปลี่ยนการห่อของขวัญธรรมดาๆ ให้มีความหมายและไม่ทำร้ายโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับทายาทรุ่นสี่ ‘โรงน้ำปลาตราชูตราชั่ง’ ว่าด้วยมรดกอาชีพแห่งปากน้ำระยอง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/rayong-time-ago-6/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Dec 2019 07:00:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Projects]]></category>
		<category><![CDATA[Rayong Time ago]]></category>
		<category><![CDATA[ลุ่มแม่น้ำระยอง]]></category>
		<category><![CDATA[อนุชิต ตันติเวชวุฒิกุล]]></category>
		<category><![CDATA[โรงน้ำปลาตราชูตราชั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ระยอง]]></category>
		<category><![CDATA[ทายาท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=80301</guid>

					<description><![CDATA[<p>นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เราได้มาเยือนโรงงานน้ำปลา แค่เพียงสูดลมหายใจเบาๆ ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นไอของความเค็มและความคาวจากหัวน้ำปลาแท้ที่เตรียมบรรจุ มันไม่ใช่กลิ่นเค็มแหลมคมที่ชวนให้เวียนหัว แต่เป็นกลิ่นเค็มแบบหอมๆ ที่ชวนให้น้ำลายสอ เรานัดพบกับ นุ–อนุชิต ตันติเวชวุฒิกุล ทายาทรุ่นที่ 4 เจ้าของโรงน้ำปลาตราชูตราชั่ง หรือโรงน้ำปลาตั้งไถ่เชียง แห่งปากน้ำระยอง เพื่อพูดคุยถึงการสืบสานกิจการจากบรรพบุรุษ “ธุรกิจนี้เหมือนเอาเงินไปถมไว้ในบ่อ ต้องรอปีหนึ่งถึงจะถอนออกมาใช้ได้” นุเกริ่นกับเราเช่นนี้เพราะกว่าจะผลิตน้ำปลาได้แต่ละทีนั้นต้องหมักปลาจนได้ที่ ใช้เวลาเป็นแรมปี คนรุ่นใหม่ส่วนมากจึงไม่คิดสานต่ออาชีพคนทำน้ำปลา แต่แน่นอนว่านุเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ส่วนน้อย โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่งผลิตน้ำปลามายาวนานราว 80 ปี จากกิจการเล็กๆ ในครัวเรือนสู่โรงงานอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบซึ่งมีกำลังการผลิตมากถึง 12,000 ขวดต่อวัน และมีบ่อหมักน้ำปลาถึง 1,000 บ่อ โดยข้อได้เปรียบของโรงงานแห่งนี้คือตั้งอยู่ใกล้ปากน้ำระยอง สามารถขนปลาที่จับได้สดๆ ลงบ่อหมักได้ทันที จึงมั่นใจได้ว่าความสดใหม่นั้นไม่เป็นรองใคร น้ำปลาตราชูตราชั่งโด่งดังมานานทั้งด้านคุณภาพ ความสดใหม่ และรสชาติที่ดีเยี่ยม ถึงขนาดที่ว่าเชฟกระทะเหล็กอาหารไทย อย่างชุมพล แจ้งไพร ไว้ใจเลือกใช้น้ำปลาตราชูตราชั่งในการปรุงอาหาร และยังใช้ในโรงเรียนสอนทำอาหารไทยของเขาด้วย ในฐานะทายาทรุ่นที่ 4 ของโรงน้ำปลาตราชูตราชั่ง นุอาสาเล่าให้ฟังถึงที่มาของโรงน้ำปลาตราชูตราชั่งแห่งปากน้ำระยอง ตั้งแต่จุดเริ่มต้น วิถีชีวิตที่อยู่ใกล้ชิดทะเล การต่อยอดกิจการจากคนรุ่นก่อน ไปจนถึงปรัชญาในการดำเนินธุรกิจให้กลมกล่อมไม่แพ้น้ำปลา เปิดฝาบ่อน้ำปลาของครอบครัวชาวจีนโพ้นทะเล อันที่จริงโรงงานน้ำปลาแห่งนี้เริ่มต้นจากซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว เต้าหู้ ทวดของนุเดินทางจากเมืองจีนมาตั้งรกรากอยู่ที่ปากน้ำระยอง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rayong-time-ago-6/">คุยกับทายาทรุ่นสี่ ‘โรงน้ำปลาตราชูตราชั่ง’ ว่าด้วยมรดกอาชีพแห่งปากน้ำระยอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เราได้มาเยือนโรงงานน้ำปลา แค่เพียงสูดลมหายใจเบาๆ ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นไอของความเค็มและความคาวจากหัวน้ำปลาแท้ที่เตรียมบรรจุ</p>
<p>มันไม่ใช่กลิ่นเค็มแหลมคมที่ชวนให้เวียนหัว แต่เป็นกลิ่นเค็มแบบหอมๆ ที่ชวนให้น้ำลายสอ</p>
<p>เรานัดพบกับ <strong>นุ–อนุชิต ตันติเวชวุฒิกุล</strong> ทายาทรุ่นที่ 4 เจ้าของโรงน้ำปลาตราชูตราชั่ง หรือโรงน้ำปลาตั้งไถ่เชียง แห่งปากน้ำระยอง เพื่อพูดคุยถึงการสืบสานกิจการจากบรรพบุรุษ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80304" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-21.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-21-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“ธุรกิจนี้เหมือนเอาเงินไปถมไว้ในบ่อ ต้องรอปีหนึ่งถึงจะถอนออกมาใช้ได้”</p>
<p>นุเกริ่นกับเราเช่นนี้เพราะกว่าจะผลิตน้ำปลาได้แต่ละทีนั้นต้องหมักปลาจนได้ที่ ใช้เวลาเป็นแรมปี คนรุ่นใหม่ส่วนมากจึงไม่คิดสานต่ออาชีพคนทำน้ำปลา แต่แน่นอนว่านุเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ส่วนน้อย</p>
<p>โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่งผลิตน้ำปลามายาวนานราว 80 ปี จากกิจการเล็กๆ ในครัวเรือนสู่โรงงานอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบซึ่งมีกำลังการผลิตมากถึง 12,000 ขวดต่อวัน และมีบ่อหมักน้ำปลาถึง 1,000 บ่อ โดยข้อได้เปรียบของโรงงานแห่งนี้คือตั้งอยู่ใกล้ปากน้ำระยอง สามารถขนปลาที่จับได้สดๆ ลงบ่อหมักได้ทันที จึงมั่นใจได้ว่าความสดใหม่นั้นไม่เป็นรองใคร</p>
<p>น้ำปลาตราชูตราชั่งโด่งดังมานานทั้งด้านคุณภาพ ความสดใหม่ และรสชาติที่ดีเยี่ยม ถึงขนาดที่ว่าเชฟกระทะเหล็กอาหารไทย อย่างชุมพล แจ้งไพร ไว้ใจเลือกใช้น้ำปลาตราชูตราชั่งในการปรุงอาหาร และยังใช้ในโรงเรียนสอนทำอาหารไทยของเขาด้วย</p>
<p>ในฐานะทายาทรุ่นที่ 4 ของโรงน้ำปลาตราชูตราชั่ง นุอาสาเล่าให้ฟังถึงที่มาของโรงน้ำปลาตราชูตราชั่งแห่งปากน้ำระยอง ตั้งแต่จุดเริ่มต้น วิถีชีวิตที่อยู่ใกล้ชิดทะเล การต่อยอดกิจการจากคนรุ่นก่อน ไปจนถึงปรัชญาในการดำเนินธุรกิจให้กลมกล่อมไม่แพ้น้ำปลา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80305" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-54.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-54.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-54-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-54-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>เปิดฝาบ่อน้ำปลาของครอบครัวชาวจีนโพ้นทะเล</strong></p>
<p>อันที่จริงโรงงานน้ำปลาแห่งนี้เริ่มต้นจากซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว เต้าหู้</p>
<p>ทวดของนุเดินทางจากเมืองจีนมาตั้งรกรากอยู่ที่ปากน้ำระยอง แรกเริ่มก็รับจ้างทั่วไป ก่อนจะค่อยๆ ขยับมาทำซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว เต้าหู้ ซึ่งเป็นวิชาความรู้ที่ติดตัวมาจากเมืองจีน</p>
<p>“ปรากฏว่าขายไม่ได้เลยเพราะคนไทยกินไม่เป็น” นุเล่า</p>
<p>ทวดของเขาจึงสืบเสาะจนรู้ว่าเครื่องปรุงที่คนไทยกินเป็นและทุกบ้านต้องมีติดครัวคือน้ำปลา “เราถือว่าชาวปากน้ำเป็นครูบาอาจารย์ของโรงน้ำปลาตราชูตราชั่ง เพราะทวดได้คนท้องถิ่นสอนว่าต้องใช้ปลาอะไร หมักยังไง ต้องหมักกี่เดือน ส่วนกะปิมาเริ่มทำทีหลังเมื่อประมาณ 40 ปีก่อน เริ่มแรกหมักในตุ่มหรือไหเล็กๆ แล้วค่อยๆ ขายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เลยทำเป็นโรงงานอุตสาหกรรม”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80306" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-51.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-51.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-51-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-51-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>เหยาะความใส่ใจลงในธุรกิจ</strong></p>
<p>พอถึงคราวที่ต้องรับช่วงต่อกิจการจากรุ่นพ่อแม่ จุดแข็งที่นุคงไว้เหมือนเดิมตั้งแต่แรกเริ่มคือการรักษาคุณภาพของวัตถุดิบให้ดีที่สุด โดยเน้นเรื่องความสดของปลาเป็นพิเศษ เพราะถ้าวัตถุดิบดีมีคุณภาพแล้ว ย่อมจะสะท้อนออกมาในทุกหยดของน้ำปลา</p>
<p>“ของเราได้เปรียบตรงที่ว่าแพปลากับบ่อหมักอยู่ใกล้กัน ตั้งแต่รับปลาขึ้นมาบนแพ จนถึงลงบ่อหมัก ใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง เพราะฉะนั้นเราจะได้วัตถุดิบที่สดมาก พอได้ปลามาเราก็จะเอามาเคล้ากับเกลือและหมักลงบ่อทันที นี่คือข้อแตกต่างที่ชัดเจน และเราพยายามรักษาคุณภาพนี้ให้ได้เรื่อยมา”</p>
<p>ส่วนการพัฒนาต่อยอดในรุ่นของนุ นอกจากการขยายเป็นสเกลธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น สร้างบ่อหมักมากขึ้น และเสริมกำลังผลิตในโรงงานให้มากขึ้น ส่วนที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างคือการพัฒนารสชาติน้ำปลา โดยปรุงแต่งให้ถูกปากถูกใจผู้บริโภคยุคนี้มากขึ้น รสชาติน้ำปลาจึงแตกต่างจากรุ่นพ่อแม่อย่างชัดเจน นั่นคือกลมกล่อมขึ้น</p>
<p>“ความต้องการของผู้บริโภคในยุคนี้เปลี่ยนไป น้ำปลาดั้งเดิมคือแค่ปลาผสมกับเกลือ เพราะคนต้องการแค่รสเค็มของเกลือและรสหวานจากเนื้อปลา แต่ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการรสหวานมากขึ้น เราเลยปรุงแต่งรสด้วยน้ำตาลทราย ซึ่งเราใช้แค่นี้ ไม่มีสารปรุงแต่งรสตัวอื่นอีก”</p>
<p>นุขยายความว่าโรงงานน้ำปลาแต่ละแห่งก็จะมีจุดเด่นเป็นของตัวเอง แต่ละเจ้าก็จะมีการปรุงรสชาติแตกต่างกันไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80310" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-40.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-40.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-40-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-40-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“น้ำปลาตราชูตราชั่งเองก็จะมีกลุ่มลูกค้าที่ชอบกลิ่นแบบนี้ รสชาติแบบนี้” ซึ่งนี่เองคือแรงผลักที่ทำให้เขาพยายามรักษาคุณภาพและมาตรฐานรสชาติให้ดีสมกับที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่น</p>
<p>“เราพยายามรักษาคุณภาพให้เป็นแบบนี้ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีๆ ก็ต้องเป็นแบบนี้ เพราะเอาไปปรุงแล้วมันได้ผลลัพธ์ออกมาดี ลูกค้าพอใจ เราเลยแคร์เรื่องการรักษาคุณภาพมาก โดยเฉพาะเรื่องความสดใหม่และรสชาติ”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>น้ำปลาเติมเต็มรสชาติในจาน คนทำน้ำปลาได้เติมเต็มในใจ</strong></p>
<p>สำหรับนุ ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปแค่ไหน อาชีพคนทำน้ำปลาก็ยังจำเป็นอยู่ และเขาอยากรักษาอาชีพนี้ให้อยู่คู่ระยองไปตลอด ด้วยความรักผูกพันในอาชีพ และตระหนักดีว่าไม่ว่ายังไงอาหารไทยก็ต้องมีน้ำปลาและกะปิเป็นของคู่กัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80315" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>นอกจากจะเป็นอาชีพเพื่อเลี้ยงดูชีวิตแล้ว นุยังรู้สึกสนุกที่ได้สานต่อธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัว เขามีหลักยึดในการทำงานอยู่ 3 ข้อคือ ซื่อสัตย์ อดทน และกตัญญู</p>
<p>“อันดับแรกคือต้องซื่อสัตย์กับผู้บริโภค ถามว่าที่ผ่านมาสินค้าเคยมีปัญหาไหม มีนะ และเราเปลี่ยนให้ใหม่หมด คือใจเขาใจเรา เราก็อยากขายของได้ ลูกค้าก็อยากได้ของดี ถ้าเราเอาของไม่ดีไปขาย เราเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าทำอะไร ดังนั้นเรื่องความซื่อสัตย์มาเป็นอันดับหนึ่ง</p>
<p>“สองคือเรื่องความอดทน เพราะงานทุกอย่างมีปัญหาหมด ปัญหาเรื่องแรงงาน วัตถุดิบ เราต้องอดทนเพราะเราคือผู้ผลิต สมมติพนักงานดื้อ เราโวยวายไป ผลลัพธ์อาจจะแย่กว่าที่เราคิดก็ได้ ดังนั้นถ้าควบคุมตัวเองได้ก็น่าจะดีกว่า</p>
<p>“สามคือเรื่องความกตัญญู เราต้องรำลึกไว้เสมอว่าเรามาถึงวันนี้ได้เพราะบรรพบุรุษ เขาสร้างมาก่อน วางรากฐานมาให้เป็นอย่างดีและแข็งแรง ฉะนั้นวันนี้ที่เราอายุเท่านี้ เราแข็งแรง เรามีหน้าที่ต้องดูแลบรรพบุรุษทั้งพ่อแม่ปู่ย่าตายายที่เขาเริ่มอ่อนแอลง ซึ่งทั้งหมดนี้ผมคิดว่าสุดท้ายก็ส่งผลดีต่อตัวเราเองและธุรกิจ ผมจะขอพรเสมอให้คนในครอบครัวและเพื่อนร่วมงานทุกคนมีความสุข แข็งแรง และเจริญงอกงาม”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80307" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-37.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-37.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-37-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>หยดน้ำปลาที่นำรายได้มาสู่ชุมชน</strong></p>
<p>อีกสิ่งหนึ่งที่นุภาคภูมิใจไม่น้อยไปกว่าการสานต่ออาชีพคนทำน้ำปลาคือ การได้มีส่วนช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในชุมชนปากน้ำระยอง</p>
<p>“วัตถุดิบเราก็ซื้อจากคนในท้องถิ่น แรงงานเราก็ใช้แรงงานท้องถิ่น แล้วโรงน้ำปลาตราชูตราชั่งโชคดีที่มีเพื่อนร่วมงานดี หลายคนเป็นคนที่นี่ ทั้งฝ่ายบัญชี ฝ่ายผลิต ฝ่ายควบคุมคุณภาพ พนักงานในไลน์ผลิต เราโชคดีที่ได้รู้จักและทำงานร่วมกับคนเหล่านี้ ถึงจะเครียดยังไงมันก็ผ่านไปได้”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80308" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-48.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-48.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-48-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-48-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>นุทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มว่า “ผมรักอาชีพนี้ สนุกกับการทำอาชีพนี้ ถึงจะมีปัญหาบ้างแต่เหมือนได้ผจญภัยในทุกๆ วัน บางทีก็เหนื่อย แต่ยังไงก็รักในอาชีพทำกะปิทำน้ำปลาอยู่ดี”</p>
<p><iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/video.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fadaymagazine%2Fvideos%2F2519888168333193%2F&amp;show_text=0&amp;width=560" width="560" height="315" frameborder="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rayong-time-ago-6/">คุยกับทายาทรุ่นสี่ ‘โรงน้ำปลาตราชูตราชั่ง’ ว่าด้วยมรดกอาชีพแห่งปากน้ำระยอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
