<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วรนิพิฎ วิชพันธุ์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author285/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author285/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 14 Aug 2018 17:22:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>วันที่หมาของฉันป่วย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/change-50/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/change-50/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรนิพิฎ วิชพันธุ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Dec 2016 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[a day that changed my life]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[#adaythatchangedmylife]]></category>
		<category><![CDATA[วันเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[หมา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/change-50/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อ 8 ปีก่อน ฉันอยู่ ป.4 และได้รับโอกาสในการเลี้ยงหมาครั้งแรกในชีวิต โอกาสนี้เข้ามาหาฉันอย่างไม่ได้ตั้งใจ&#8230; จากหมาของเพื่อนบ้าน กลายมาเป็นหมาของบ้านเรา เนื่องจากเจ้าของหมาคนเก่าอยากเอามันไปเฝ้าบ้านที่ต่างจังหวัด เพราะมันทั้งดื้อ ปากเปราะ และชอบกัดทำลายของ กัดแม้กระทั่งเจ้านาย จะพยายามควบคุมมัน ก็ทำไม่ได้ ทำให้บางครั้งที่มันทำผิด จึงโดนลงโทษหนัก จนครอบครัวของฉันสงสารมัน ขอรับมันมาเลี้ยง และกลายมาเป็น &#8216;ชิ&#8217; ของบ้านฉันในที่สุด ชื่อชิ มาจากทาเคชิ เป็นชื่อที่เจ้าของก่อนหน้าใช้เรียกชิ แต่พอมาอยู่บ้านใหม่ก็ถูกเรียกสั้นๆ ว่า &#8216;ชิ&#8217; ชิเป็นหมาสีขาวทั้งตัวพันธุ์เจแปนนิส สปิตซ์ หน้าตาน่ารัก ขนาดตัวก็ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป แรกพบกับชิ ฉันก็ชอบมันและดีใจที่ได้เลี้ยงหมาเป็นครั้งแรก เป็นความฝันเหมือนเด็กทั่วๆ ไปที่อยากมีสัตว์เลี้ยงน่ารัก แรกๆ บ้านของฉันต้องปรับตัวเพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ ซึ่งฉันก็ได้รับมอบหมายหน้าที่ในการดูแลชิด้วย นั่นก็คือการเช็ดอึ เช็ดฉี่ และให้อาหารในวันที่แม่บ้านไม่มาทำงาน คือ วันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์รวม 3 วัน งานที่ฉันได้รับมอบหมายมา อาจจะดูง่ายๆ แต่สำหรับตัวฉันในเวลานั้นที่อยู่ในสถานะของลูกคนเดียวที่ถูกตามใจมาแต่เล็ก ฉันจึงมีนิสัยขี้รำคาญ หงุดหงิดง่าย ไม่ค่อยอดทน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-50/">วันที่หมาของฉันป่วย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อ 8 ปีก่อน ฉันอยู่ ป.4 และได้รับโอกาสในการเลี้ยงหมาครั้งแรกในชีวิต<br />
โอกาสนี้เข้ามาหาฉันอย่างไม่ได้ตั้งใจ&#8230; จากหมาของเพื่อนบ้าน<br />
กลายมาเป็นหมาของบ้านเรา เนื่องจากเจ้าของหมาคนเก่าอยากเอามันไปเฝ้าบ้านที่ต่างจังหวัด<br />
เพราะมันทั้งดื้อ ปากเปราะ และชอบกัดทำลายของ กัดแม้กระทั่งเจ้านาย<br />
จะพยายามควบคุมมัน ก็ทำไม่ได้ ทำให้บางครั้งที่มันทำผิด จึงโดนลงโทษหนัก<br />
จนครอบครัวของฉันสงสารมัน ขอรับมันมาเลี้ยง และกลายมาเป็น &#8216;ชิ&#8217; ของบ้านฉันในที่สุด</p>
<p>ชื่อชิ มาจากทาเคชิ<br />
เป็นชื่อที่เจ้าของก่อนหน้าใช้เรียกชิ แต่พอมาอยู่บ้านใหม่ก็ถูกเรียกสั้นๆ ว่า &#8216;ชิ&#8217; ชิเป็นหมาสีขาวทั้งตัวพันธุ์เจแปนนิส สปิตซ์ หน้าตาน่ารัก ขนาดตัวก็ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป แรกพบกับชิ ฉันก็ชอบมันและดีใจที่ได้เลี้ยงหมาเป็นครั้งแรก<br />
เป็นความฝันเหมือนเด็กทั่วๆ ไปที่อยากมีสัตว์เลี้ยงน่ารัก แรกๆ<br />
บ้านของฉันต้องปรับตัวเพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่<br />
ซึ่งฉันก็ได้รับมอบหมายหน้าที่ในการดูแลชิด้วย นั่นก็คือการเช็ดอึ เช็ดฉี่<br />
และให้อาหารในวันที่แม่บ้านไม่มาทำงาน คือ วันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์รวม 3 วัน</p>
<p>งานที่ฉันได้รับมอบหมายมา<br />
อาจจะดูง่ายๆ<br />
แต่สำหรับตัวฉันในเวลานั้นที่อยู่ในสถานะของลูกคนเดียวที่ถูกตามใจมาแต่เล็ก<br />
ฉันจึงมีนิสัยขี้รำคาญ หงุดหงิดง่าย ไม่ค่อยอดทน ชอบมีข้ออ้างต่างๆ<br />
มาอ้างทั้งกับตัวเองและกับคนอื่น เมื่อมีน้องใหม่เข้ามาเพิ่มงานที่ไม่เคยทำมาก่อน<br />
มันจึงดูยากและน่ารังเกียจที่ต้องมาเช็ดอึและฉี่เหม็นๆ<br />
ทั้งยังต้องคอยเติมข้าวเติมน้ำให้มีอยู่ในชามตลอด<br />
เพราะเมื่อไหร่ที่แม่หรือน้าเจอว่าอาหารหรือน้ำในชามข้าวของชิหมด ก็จะว่าฉันได้</p>
<p>ช่วงแรกของการปรับตัวอยู่กับบ้านใหม่ของชิค่อนข้างจะทุลักทุเล<br />
เราต้องเป็นผู้ปรับตัวเข้าหามันมากกว่าที่จะบังคับมันให้อยู่ในโอวาทได้<br />
อาจเพราะอายุของมันตอนที่มาอยู่บ้านใหม่ก็ประมาณปีกว่าแล้ว<br />
ทำให้นิสัยที่มีติดตัวมาอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นอยู่ แก้ได้ยากมาก<br />
ชิจะมีนิสัยที่ชอบเห่า ขี้ระแวง และกัดทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่คนในบ้าน&#8230;</p>
<p>ทำให้ฉันจากที่เคยชอบก็กลับไม่ชอบที่มันชอบเห่าเสียงดัง<br />
เอาแต่ใจ จะออกไปข้างนอกบ้านก็เขี่ยประตู ขูดจนประตูแทบจะพังถ้าเราไม่ยอมเปิดให้<br />
ชอบกัดทำลายข้าวของ ขาเก้าอี้และโต๊ะไม้สักทุกตัว รองเท้า ทิชชู่<br />
และกัดฉันด้วยในบางครั้งที่มันไม่พอใจ &#8230;ฉันจึงมองว่ามันเป็นหมาไม่ดี แว้งกัดแม้แต่เจ้าของทั้งเก่าและใหม่<br />
บวกกับการที่ฉันต้องมาเช็ดอึเช็ดฉี่เหม็นๆ ให้มันที่ฉี่อึในบ้าน<br />
จะสอนจะดุด่ายังไงมันก็ยังไม่เลิกนิสัยนี้ ทำให้เมื่อมันเข้ามายุ่มย่าม<br />
มาเห่าให้เปิดประตู หรือมาทำอะไรก็ตามกับฉัน ฉันจะไม่ชอบ และผลักไสมันไปไกลๆ<br />
ด้วยความรำคาญ</p>
<p>ความรู้สึกของฉันกับชิตอนนั้นจึงเป็นแค่ผู้อยู่ร่วมบ้านเดียวกันที่ฉันต้องอดทนอยู่กับมันไปเท่านั้น<br />
นานเข้ามันก็เริ่มไม่อยู่ในสายตาของฉัน</p>
<p>ผ่านไปไม่นาน<br />
ชิก็เริ่มโตขึ้น และพอจะเข้ากับวิถีชีวิตในบ้านใหม่ได้ นิสัยก็เริ่มเปลี่ยนไป<br />
จากหมาที่ชอบกัดข้าวของเละเทะ ก็เริ่มกัดน้อยลง รวมถึงกัดคนในบ้านน้อยลงด้วย<br />
แต่ถึงกระนั้น ฉันก็ยังไม่ค่อยชอบมัน<br />
เพราะยังชินแต่กับนิสัยที่มันชอบกัดทำลายของและไม่ฟังใคร<br />
มีแต่น้าเท่านั้นที่อยู่บ้านกับมันบ่อยที่สุด และพอจะรับนิสัยมันได้</p>
<p>มีคืนหนึ่ง<br />
ชิป่วยเป็นไข้ ไม่ยอมกินอาหารหรือน้ำ ฉันซึ่งเป็นคนสังเกตเห็นคนแรกจึงบอกที่บ้าน<br />
เราจึงเริ่มคิดที่จะพามันไปหาหมอ แต่การอุ้มชิ<br />
และพามันไปหาหมอเป็นเรื่องที่ทุลักทุเลมาก<br />
เนื่องจากชิเป็นหมาที่ขนาดตัวใหญ่ประมาณหนึ่ง และมีนิสัยขี้ระแวงมาก<br />
ชอบวิ่งออกไปนอกบ้านไปยังถนนในหมู่บ้านทุกครั้งที่มีโอกาส เมื่อถูกอุ้มจึงดิ้นมาก<br />
และไม่ยอมเข้าไปร้านหมอ</p>
<p>ในที่สุดน้าของฉันก็พามันเข้าไปได้<br />
ชิถูกวางบนโต๊ะตรวจของหมอ เรา 4 คนที่ไปด้วยตอนนั้นต้องทำหน้าที่จับชิไว้ไม่ให้ดิ้นไปแว้งกัดหมอตอนหมอฉีดยา<br />
และเจาะเลือด ชิทั้งเห่า กัด และดิ้นอย่างสุดชีวิตเหมือนรู้ว่าจะต้องเจอกับอะไร<br />
เมื่อเข็มแทงลงไปยังเนื้อของมัน<br />
ชิก็ทั้งดิ้นและร้องแสดงความรู้สึกกลัวอย่างที่สุดที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน<br />
ชิฉี่ราดลงบนโต๊ะตรวจของหมอ มันเป็นภาพที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน<br />
และยังติดตาจำได้จนถึงทุกวันนี้</p>
<p>หลังจากวันนั้น<br />
ฉันก็เริ่มเฝ้าสังเกตมันมากขึ้นๆ โดยไม่รู้ตัว ฉันจึงได้รู้นิสัยของชิมากขึ้น<br />
รู้ว่ามันเริ่มจะป่วยตอนไหน<br />
และจะรู้ว่าชิมีไข้โดยจับที่หูของมันแล้ววัดเอาว่ามันตัวร้อนขึ้นหรือเปล่า<br />
ทำให้ฉันเป็นคนเดียวในบ้านที่แยกแยะได้ว่าชิมาเห่าจะกินขนมหรือจะออกจากบ้านหรือจะขึ้นไปบนที่นอน<br />
ยิ่งจับตาดูมันมากขึ้น ฉันก็ยิ่งมีความรู้สึกผูกพันและมองเห็นมุมน่ารักของมันมากขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>จากที่เคยโกรธและตะคอกใส่ชิเมื่อมันกัดของพังกระจุยกระจาย<br />
ฉันก็เริ่มที่จะใจเย็นลงและเก็บของให้เป็นระเบียบมากขึ้น เมื่อมันฉี่อึในบ้าน<br />
ฉันก็คอยเช็ดทำความสะอาดให้ละเอียดให้กลิ่นจางไปชิจะได้ไม่มาฉี่อึซ้ำในบ้าน ฉันพยายามเข้าใจและไม่ไปรำคาญเมื่อมันปืนเก้าอี้<br />
เกาะโต๊ะ และใช้เท้าตะกุยข่วนขาฉันเวลากินข้าว<br />
ฉันเลือกที่จะเหลือเนื้อบางส่วนที่รสจืดๆ ในจานไว้ให้ชิพอได้กินให้หายอยาก</p>
<p>พักหลังมานี้ฉันจึงรู้สึกว่า<br />
เราจึงได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นในวันหยุด ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เราก็อยู่ด้วยกัน<br />
แต่เป็นฉันที่ไม่เคยให้ความสำคัญและมองชิในสายตา</p>
<p>พอลองย้อนดู<br />
ฉันรู้สึกเปลี่ยนแปลงไปกว่าแต่ก่อนมาก ชิช่วยฝึกให้ฉันอดทน เป็นคนใจเย็นลง<br />
ละเอียดอ่อน และเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น<br />
ฉันอาจพูดไม่ได้เต็มปากเต็มคำว่าหลังจากได้เจอชิ ฉันสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นคนใหม่ได้<br />
แต่ฉันมั่นใจว่า ชิเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง<br />
เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่หล่อหลอมให้ฉันเป็นอยู่ทุกวันนี้ ขอบคุณที่เราได้เจอกันและใช้เวลาร่วมกันมากว่า 7 ปีแล้ว&#8230;</p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากเล่าเรื่องวันเปลี่ยนชีวิตของตัวเองบ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/f2befd89a25181ba661be25f8bf9ca47.jpg" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-50/">วันที่หมาของฉันป่วย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/change-50/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
