<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชนิตา สุวรรณะ, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author167/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author167/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Aug 2018 18:26:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Colmar : เมืองเวนิสน้อยแห่งฝรั่งเศส</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-76/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-76/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ชนิตา สุวรรณะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Dec 2016 02:39:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[france]]></category>
		<category><![CDATA[Venice]]></category>
		<category><![CDATA[Colmar]]></category>
		<category><![CDATA[Alsace]]></category>
		<category><![CDATA[Europe]]></category>
		<category><![CDATA[romantic]]></category>
		<category><![CDATA[journey]]></category>
		<category><![CDATA[grape]]></category>
		<category><![CDATA[escape]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-76/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมืองเวนิส แห่งอิตาลี ที่ว่าสวยต้องตาจับใจแค่ไหน หากได้มาเยือนกอลมาร์ (Colmar) แห่งแคว้นอัลซาส ในฝรั่งเศส ซึ่งมีชายแดนเชื่อมต่อกับเยอรมนี คงพูดได้ว่า เวนิสเจอคู่แข่งรุ่นน้องเข้าแล้ว… กอลมาร์เป็นเมืองเล็กๆ ที่แม้จะสามารถเดินเล่นทอดน่องได้ทั่วภายในวันเดียว แต่ด้วยเสน่ห์และความโรแมนติกของเมืองนี้ ทำให้คู่รักต่างเลือกที่จะแวะพักค้างคืนในที่พักอันแสนอบอุ่นน่ารัก แฝงกลิ่นอายอาคารบ้านเรือนเก่าแก่แบบเยอรมนีที่โซนระเบียงบ้านประดับประดาด้วยดอกไม้หลากสีสัน ยิ่งช่วงก่อนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า การล่องเรือลำจิ๋วไปตามแนวคลองสายเล็กๆ ที่พาดผ่านใจกลางตัวเมืองซึ่งสองฝั่งข้างคลองเต็มไปด้วยความสวยงามตระการตาของบ้านเรือนโบราณที่รอดพ้นจากสงครามและธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ทำให้คู่รักเพลิดเพลินและยิ่งตกหลุมรักเมืองนี้อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ถึงขั้นทำให้บางคู่เลือกกอลมาร์เป็นเมืองที่ใช้คุกเข่าสารภาพรักขอแต่งงานกันเลยทีเดียว จนมีคนขนานนามเมืองนี้ว่าเป็น &#8216;เวนิสน้อย&#8217; หากเดินลัดเลาะไปตามซอกซอยน้อยใหญ่ภายในเมืองกอลมาร์นี้ จะพบว่าบรรดาบ้านเรือนหลังเล็กที่เรียงรายติดกันมีคนอยู่อาศัยจริงแทบทุกหลัง แม้บางหลังเราจะมองว่ามันดูเก่าลึกลับซะเหลือเกิน ซึ่งค่อนข้างต่างจากใจกลางเมืองเวนิสในอิตาลี ที่ส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร และร้านขายของฝาก ซึ่งชาวเวนิสมักย้ายออกไปอาศัยอยู่รอบนอก จุดนี้ยิ่งเติมเต็มความมีเสน่ห์ให้กอลมาร์ดูมีชีวิตชีวาจากการได้สัมผัสวิถีชีวิตจริงของเจ้าบ้านชาวท้องถิ่นในยามเช้า และบรรยากาศช่วงค่ำที่ปลอดโปร่งไม่อึกทึกครึกโครมแบบเมืองท่องเที่ยวทั่วไป มุมมหาชนที่ใครๆ ต่างจับจ้องเพื่อถ่ายรูป มันช่างเหมือนภาพวาดที่มีชีวิตเสียเหลือเกิน เราเองเดินผ่านไปมาหลายครั้งก็กะพริบตาปริบๆ แอบคิดในใจว่าอยากจะจับพู่กันนั่งวาดภาพระบายสีมุมนี้ซะเลย ด้วยภาพเบื้องหลังแสนหวาน เป็นโรงแรมเก่าแก่อย่าง Romantik Hotel Le Maréchal ที่เคียงคู่เมืองนี้มานานเกือบ 500 ปี ตั้งอยู่ริมคลองที่มีสะพานพาดผ่าน สีสันสะดุดตา และภายในห้องพักแต่ละห้องได้รับการตกแต่งแตกต่างกันอย่างมีเอกลักษณ์ ไม่ใช่แค่เพียงใจกลางเมืองที่ทำให้เราประทับใจ แต่ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินโดยรอบทำให้เมืองกอลมาร์ยังถูกรายล้อมไปด้วยความงดงามของไร่องุ่น โดยเฉพาะองุ่นพันธ์ุดีหายากที่จะนำไปใช้เป็นวัตถุดิบปรุงแต่งไวน์ชั้นเลิศแห่งแคว้นอัลซาสให้เราได้ลิ้มลองกันต่อไป ไม่เพียงเท่านี้ กอลมาร์ยังเป็นบ้านเกิดของเฟรเดริก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-76/">Colmar : เมืองเวนิสน้อยแห่งฝรั่งเศส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมืองเวนิส แห่งอิตาลี<br />
ที่ว่าสวยต้องตาจับใจแค่ไหน หากได้มาเยือนกอลมาร์ (Colmar) แห่งแคว้นอัลซาส ในฝรั่งเศส ซึ่งมีชายแดนเชื่อมต่อกับเยอรมนี คงพูดได้ว่า<br />
เวนิสเจอคู่แข่งรุ่นน้องเข้าแล้ว…</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/image8.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/image2.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/image4.jpg"></p>
<p>กอลมาร์เป็นเมืองเล็กๆ ที่แม้จะสามารถเดินเล่นทอดน่องได้ทั่วภายในวันเดียว<br />
แต่ด้วยเสน่ห์และความโรแมนติกของเมืองนี้ ทำให้คู่รักต่างเลือกที่จะแวะพักค้างคืนในที่พักอันแสนอบอุ่นน่ารัก<br />
แฝงกลิ่นอายอาคารบ้านเรือนเก่าแก่แบบเยอรมนีที่โซนระเบียงบ้านประดับประดาด้วยดอกไม้หลากสีสัน<br />
ยิ่งช่วงก่อนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า การล่องเรือลำจิ๋วไปตามแนวคลองสายเล็กๆ ที่พาดผ่านใจกลางตัวเมืองซึ่งสองฝั่งข้างคลองเต็มไปด้วยความสวยงามตระการตาของบ้านเรือนโบราณที่รอดพ้นจากสงครามและธรรมชาติอันบริสุทธิ์<br />
ทำให้คู่รักเพลิดเพลินและยิ่งตกหลุมรักเมืองนี้อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ถึงขั้นทำให้บางคู่เลือกกอลมาร์เป็นเมืองที่ใช้คุกเข่าสารภาพรักขอแต่งงานกันเลยทีเดียว<br />
จนมีคนขนานนามเมืองนี้ว่าเป็น &#8216;เวนิสน้อย&#8217;</p>
<p>หากเดินลัดเลาะไปตามซอกซอยน้อยใหญ่ภายในเมืองกอลมาร์นี้<br />
จะพบว่าบรรดาบ้านเรือนหลังเล็กที่เรียงรายติดกันมีคนอยู่อาศัยจริงแทบทุกหลัง<br />
แม้บางหลังเราจะมองว่ามันดูเก่าลึกลับซะเหลือเกิน<br />
ซึ่งค่อนข้างต่างจากใจกลางเมืองเวนิสในอิตาลี ที่ส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรม ร้านค้า<br />
ร้านอาหาร และร้านขายของฝาก ซึ่งชาวเวนิสมักย้ายออกไปอาศัยอยู่รอบนอก จุดนี้ยิ่งเติมเต็มความมีเสน่ห์ให้กอลมาร์ดูมีชีวิตชีวาจากการได้สัมผัสวิถีชีวิตจริงของเจ้าบ้านชาวท้องถิ่นในยามเช้า<br />
และบรรยากาศช่วงค่ำที่ปลอดโปร่งไม่อึกทึกครึกโครมแบบเมืองท่องเที่ยวทั่วไป</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/image7.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/image6.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/image5.jpg"></p>
<p>มุมมหาชนที่ใครๆ ต่างจับจ้องเพื่อถ่ายรูป<br />
มันช่างเหมือนภาพวาดที่มีชีวิตเสียเหลือเกิน เราเองเดินผ่านไปมาหลายครั้งก็กะพริบตาปริบๆ<br />
แอบคิดในใจว่าอยากจะจับพู่กันนั่งวาดภาพระบายสีมุมนี้ซะเลย ด้วยภาพเบื้องหลังแสนหวาน<br />
เป็นโรงแรมเก่าแก่อย่าง Romantik Hotel Le Maréchal<br />
ที่เคียงคู่เมืองนี้มานานเกือบ 500 ปี<br />
ตั้งอยู่ริมคลองที่มีสะพานพาดผ่าน สีสันสะดุดตา และภายในห้องพักแต่ละห้องได้รับการตกแต่งแตกต่างกันอย่างมีเอกลักษณ์ </p>
<p>ไม่ใช่แค่เพียงใจกลางเมืองที่ทำให้เราประทับใจ<br />
แต่ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินโดยรอบทำให้เมืองกอลมาร์ยังถูกรายล้อมไปด้วยความงดงามของไร่องุ่น<br />
โดยเฉพาะองุ่นพันธ์ุดีหายากที่จะนำไปใช้เป็นวัตถุดิบปรุงแต่งไวน์ชั้นเลิศแห่งแคว้นอัลซาสให้เราได้ลิ้มลองกันต่อไป<br />
ไม่เพียงเท่านี้ กอลมาร์ยังเป็นบ้านเกิดของเฟรเดริก โอกุสต์บาร์ตอลดี ผู้ออกแบบอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพที่ตั้งตระหง่านโชว์ความยิ่งใหญ่อยู่ในมหานครนิวยอร์ก<br />
ประเทศสหรัฐอเมริกานั่นเอง</p>
<h3><strong>Colmar</strong></h3>
<p><strong>Address</strong>: Colmar, France<br /><strong style="background-color: initial">Hours</strong>:<br />
เมษายน ถึงพฤษภาคม เป็นช่วงที่อากาศกำลังดี ส่วนฤดูหนาวในเดือนธันวาคมก็น่าสนใจไม่น้อยหากอยากมาเยี่ยมชมตลาดคริสมาสต์ท่ามกลางบรรยากาศหิมะโปรยปราย<br /><strong style="background-color: initial">How to get there</strong>:นั่งรถไฟ TGV จากปารีส ไปกอลมาร์ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง </p>
<p><strong>Map</strong></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-76/">Colmar : เมืองเวนิสน้อยแห่งฝรั่งเศส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-76/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Edam: เมืองจิ๋วแต่แจ๋วสไตล์นอร์ทฮอลแลนด์ที่เอาใจคนรักชีส</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-45/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-45/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ชนิตา สุวรรณะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Aug 2016 02:46:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[edam]]></category>
		<category><![CDATA[netherlands]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-45/</guid>

					<description><![CDATA[<p>จริงอยู่ที่ใครๆ ต่างมองอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ด้วยความหลงใหล เมืองโรแมนติกที่หันไปทิศทางไหนเป็นต้องเจอคลองรายล้อม แถมยังมีเรือน้อยใหญ่แล่นผ่านไปมาอย่างคึกคัก ราวกับจะแข่งกับเหล่านักปั่นจักรยานมืออาชีพที่มีอยู่ทั่วเมือง ทำให้เมืองนี้ยิ่งดูมีสีสันขึ้นไปอีก แต่การได้ลองไปแวะเวียนเมืองเล็กแถบชานเมืองอัมสเตอร์ดัม ถึงขั้นทำให้เราติดใจไม่แพ้กันเลย เมืองที่ว่านี้มีชื่อว่า &#8216;อีดัม&#8217; (Edam) เดิมทีเราไม่รู้จักเมืองนี้เลยสักนิด แต่เพราะคุณลุงใจดีที่ร้านขายชีสในอัมสเตอร์ดัมเกริ่นกับเราว่าชีสรสเลิศตำรับท้องถิ่นและราคาน่าประทับใจอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ เลยทำให้คนรักชีสอย่างเราฟังแล้วหัวใจพองโต ตัดสินใจกระโดดขึ้นรถบัสมุ่งหน้าไปเมืองอีดัม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตนอร์ทฮอลแลนด์ (North Holland) ทันที อีดัมที่เราเห็นสวยงามกว่าที่คาดคิดไว้มาก เป็นเมืองจิ๋วแต่แจ๋วที่เราเดินหลงไปหลงมาอย่างเพลิดเพลิน คลองเส้นเล็กพาดผ่านเมืองที่เต็มไปด้วยบ้านเรือน โรงแรมและร้านอาหารเล็กๆ ช่างเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ยิ่งถ้าได้เดินเล่นเลียบคลองเข้าสู่ใจกลางเมือง จะได้สัมผัสกับความเขียวชอุ่มชวนชื่นใจของต้นไม้ตลอดสองข้างทาง เดินทอดน่องต่อไปเรื่อยๆ จะมองเห็นโรงแรมเก่าแก่สไตล์ North Holland แห่งหนึ่งที่สวยสะดุดตาอยู่ริมคลอง นับว่าเป็นมุมที่ใครเดินผ่านไปผ่านมาย่อมไม่พลาดที่จะยกกล้องขึ้นมาบันทึกภาพที่แสนมีเสน่ห์นี้ไว้ จะว่าไปแล้วบรรยากาศบริเวณนี้ทำให้เราตกหลุมรักอยู่ไม่น้อยจริงๆ เราตื่นเต้นกับการได้ข้ามสะพานเล็กๆ เพื่อลัดเลาะไปมุมต่างๆ ภายในเมือง พร้อมกับคำถามในใจว่าสะพานขนาดเล็กกะทัดรัดเหล่านี้มันจะกีดขวางเรือที่ผ่านไปมาไหมนะ เท่าที่สังเกต ท้องสะพานห่างกับผิวน้ำแค่นิดเดียวเอง เรือคงรอดผ่านใต้สะพานไปไม่ได้แน่ แต่ทันใดนั้น มีเรือลำหนึ่งขนาดเท่าเรือถีบน้องเป็ดที่สวนลุมบ้านเราแล่นมุ่งหน้าสู่สะพาน ดูเหมือนว่าคำตอบมันใกล้เข้ามาทุกที ภายในเสี้ยวนาที บริเวณตรงกลางของสะพานเล็กๆ อันนั้นก็ค่อยๆ ยกตัวขึ้นและเปิดออก เราอดไม่ได้ที่จะพึมพำว่า ถ้าเป็นสะพานใหญ่ที่มีเรือวิ่งขวักไขว่ไปมาเรื่องแบบนี้คงไม่แปลก อย่าง Tower Bridge ที่ลอนดอนก็เป็นแบบนี้ แต่นี่มันสะพานไซส์มินิเองนะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-45/">Edam: เมืองจิ๋วแต่แจ๋วสไตล์นอร์ทฮอลแลนด์ที่เอาใจคนรักชีส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Edam5.jpg"></p>
<p>
	จริงอยู่ที่ใครๆ ต่างมองอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ด้วยความหลงใหล<br />
เมืองโรแมนติกที่หันไปทิศทางไหนเป็นต้องเจอคลองรายล้อม แถมยังมีเรือน้อยใหญ่แล่นผ่านไปมาอย่างคึกคัก<br />
ราวกับจะแข่งกับเหล่านักปั่นจักรยานมืออาชีพที่มีอยู่ทั่วเมือง ทำให้เมืองนี้ยิ่งดูมีสีสันขึ้นไปอีก แต่การได้ลองไปแวะเวียนเมืองเล็กแถบชานเมืองอัมสเตอร์ดัม<br />
ถึงขั้นทำให้เราติดใจไม่แพ้กันเลย</p>
<p>
	เมืองที่ว่านี้มีชื่อว่า &#8216;อีดัม&#8217; (Edam) เดิมทีเราไม่รู้จักเมืองนี้เลยสักนิด แต่เพราะคุณลุงใจดีที่ร้านขายชีสในอัมสเตอร์ดัมเกริ่นกับเราว่าชีสรสเลิศตำรับท้องถิ่นและราคาน่าประทับใจอยู่ไม่ไกลจากที่นี่<br />
เลยทำให้คนรักชีสอย่างเราฟังแล้วหัวใจพองโต<br />
ตัดสินใจกระโดดขึ้นรถบัสมุ่งหน้าไปเมืองอีดัม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตนอร์ทฮอลแลนด์ (North<br />
Holland) ทันที</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Edam2.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Edam3.jpg"></p>
<p>
	อีดัมที่เราเห็นสวยงามกว่าที่คาดคิดไว้มาก เป็นเมืองจิ๋วแต่แจ๋วที่เราเดินหลงไปหลงมาอย่างเพลิดเพลิน<br />
คลองเส้นเล็กพาดผ่านเมืองที่เต็มไปด้วยบ้านเรือน โรงแรมและร้านอาหารเล็กๆ<br />
ช่างเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ยิ่งถ้าได้เดินเล่นเลียบคลองเข้าสู่ใจกลางเมือง<br />
จะได้สัมผัสกับความเขียวชอุ่มชวนชื่นใจของต้นไม้ตลอดสองข้างทาง เดินทอดน่องต่อไปเรื่อยๆ<br />
จะมองเห็นโรงแรมเก่าแก่สไตล์ North Holland<br />
แห่งหนึ่งที่สวยสะดุดตาอยู่ริมคลอง<br />
นับว่าเป็นมุมที่ใครเดินผ่านไปผ่านมาย่อมไม่พลาดที่จะยกกล้องขึ้นมาบันทึกภาพที่แสนมีเสน่ห์นี้ไว้<br />
จะว่าไปแล้วบรรยากาศบริเวณนี้ทำให้เราตกหลุมรักอยู่ไม่น้อยจริงๆ</p>
<p>
	เราตื่นเต้นกับการได้ข้ามสะพานเล็กๆ<br />
เพื่อลัดเลาะไปมุมต่างๆ ภายในเมือง<br />
พร้อมกับคำถามในใจว่าสะพานขนาดเล็กกะทัดรัดเหล่านี้มันจะกีดขวางเรือที่ผ่านไปมาไหมนะ<br />
เท่าที่สังเกต ท้องสะพานห่างกับผิวน้ำแค่นิดเดียวเอง<br />
เรือคงรอดผ่านใต้สะพานไปไม่ได้แน่ แต่ทันใดนั้น มีเรือลำหนึ่งขนาดเท่าเรือถีบน้องเป็ดที่สวนลุมบ้านเราแล่นมุ่งหน้าสู่สะพาน<br />
ดูเหมือนว่าคำตอบมันใกล้เข้ามาทุกที ภายในเสี้ยวนาที บริเวณตรงกลางของสะพานเล็กๆ<br />
อันนั้นก็ค่อยๆ ยกตัวขึ้นและเปิดออก<br />
เราอดไม่ได้ที่จะพึมพำว่า ถ้าเป็นสะพานใหญ่ที่มีเรือวิ่งขวักไขว่ไปมาเรื่องแบบนี้คงไม่แปลก<br />
อย่าง Tower Bridge ที่ลอนดอนก็เป็นแบบนี้<br />
แต่นี่มันสะพานไซส์มินิเองนะ<br />
ทำให้นึกขึ้นว่าถ้าประเทศไทยของเรามีสะพานแบบนี้บ้างคงดีไม่น้อย</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Edam41.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Edam6.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Edam7.jpg"></p>
<p>
	นอกจากนี้ ระหว่างทางยังมีร้านขายชีสเล็กๆ ให้เห็นอยู่ทั่วไป ร้านที่นี่นิยมทำรูปร่างของชีสให้เป็นลูกบอลแล้วเคลือบด้วยขี้ผึ้งสีแดงข้างนอก<br />
ที่น่าแปลกใจคือ ชีสที่วางเรียงรายอยู่หน้าร้านก้อนโตมาก<br />
จนเกินจะจินตนาการได้ว่าต้องใช้เวลากี่ปีจึงจะทานเจ้าชีสก้อนโตนี้หมด<br />
บางคนอาจเคยลิ้มลองชีสอีดัม (Edam Cheese) มาแล้ว ชีสอีดัมเป็นชีสเนื้อแข็งปานกลางที่ทำมาจากนมวัว<br />
เนื้อชีสมีสีเหลืองซีด เนื้อเหนียวนุ่ม ใช้มีดตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ได้โดยเนื้อไม่แตก<br />
รสชาติอร่อย มีกลิ่นหอมคล้ายถั่ว<br />
ที่สำคัญคือมีส่วนประกอบของไขมันนมน้อยกว่าชีสทั่วไป และไม่เสียง่าย ทำให้ชีสอีดัมเป็นชีสชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก<br />
ทั้งใช้ทานเล่น ใส่เป็นไส้แซนด์วิช ใช้โรยหน้าอาหาร<br />
หรือนำไปย่างไฟก็อร่อยไม่แพ้กัน</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Edam8.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Edam9.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Edam101.jpg"></p>
<p>
	หากได้มาเยือนอีดัมในเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม<br />
จะเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษมาก เรียกว่าเอาใจคนรักชีสเลยก็ว่าได้ เพราะทุกเช้าวันพุธจะมีตลาดชีสตั้งอยู่ใจกลางเมือง<br />
พ่อค้าจากทั่วทุกสารทิศจะหอบหิ้วชีสของตัวเองจากทั้งทางบกทางเรือมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน<br />
เราจะได้สัมผัสกับบรรยากาศการเอาชีสขึ้นตราชั่งและประมูลขายกันสดๆ<br />
ซึ่งถือเป็นวิถีชีวิตของชาวอีดัมที่มีมาช้านาน</p>
<p>
	นอกจากนี้ ที่นี่ยังไม่ได้เด่นแค่เรื่องชีส แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น ทาวน์ฮอลล์ (Town<br />
Hall) อาคารศาลากลางสไตล์หลุยส์ที่ 14 ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่<br />
18 และมักถูกใช้ในพิธีการแต่งงานจนถึงปัจจุบัน หรือพิพิธภัณฑ์อีดัม (Edam Museum) ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี<br />
1530 ปัจจุบันเป็นอีกหนึ่งอาคารตัวอย่างสไตล์ดัตช์ที่ยังคงถูกรักษาเอาไว้อย่างสมบูรณ์มาก ใครมาเนเธอร์แลนด์และมีเวลา ลองแวะมาเมืองนี้กันดูนะ</p>
<h3><strong>Edam</strong></h3>
<p>
	<strong>Address</strong>: Edam,<br />
Netherland<br />
	<br />
	<strong style="background-color: initial">Hours</strong>: กรกฎาคมถึงสิงหาคม เป็นช่วงที่อากาศดี และมีตลาดประมูลชีสบริเวณใจกลางเมืองอีดัม<br />
	<strong style="background-color: initial">How to get there</strong>:จากสถานีรถไฟ Amsterdam Central<br />
นั่งรถบัสสาย 312 หรือ 316 ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หรือหากใช้บริการแท๊กซี่จาก<br />
	<span style="line-height: 1.5rem;background-color: initial">อัมสเตอร์ดัมใช้เวลาราว 15 &#8211; 20 นาที<br />
	</span><strong style="background-color: initial">Map</strong></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-45/">Edam: เมืองจิ๋วแต่แจ๋วสไตล์นอร์ทฮอลแลนด์ที่เอาใจคนรักชีส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-45/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Lombok Island : เกาะสวยสงบแถมวิวภูเขาไฟของอินโดนีเซีย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-32/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-32/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ชนิตา สุวรรณะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 03 Jul 2016 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเขาไฟรินจานี]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[เกาะ]]></category>
		<category><![CDATA[Lombok Island]]></category>
		<category><![CDATA[Beloam Beach]]></category>
		<category><![CDATA[Pink Beach]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-32/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เกาะลอมบ็อก (Lombok Island) ชื่อนี้คงไม่คุ้นหูคุ้นตานักท่องเที่ยวสักเท่าไหร่ แต่จะมีใครรู้บ้างว่า เจ้าเกาะลอมบ็อกที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะบาหลีนั้น น่าดึงดูดเชียวนะ เพราะไม่เพียงแต่มีแหล่งวัฒนธรรม ภูเขาไฟ และทะเลสาบล้อมรอบแบบต้นตำรับเกาะบาหลีแล้ว จุดสำคัญและเสน่ห์ที่เกาะลอมบ็อกมีและยังรักษาไว้ได้ คือความสวยบริสุทธิ์ สงบ และสะอาด อย่างที่นักเดินทางหลายคนห่วงหา ยิ่งถ้าได้ขึ้นไปชมภูเขาไฟรินจานี หรือย่างก้าวเข้าไปชายหาดทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะนี้ ใครหลายคนอาจตกหลุมรักอย่างไม่รู้ตัวเลยทีเดียว Beloam Beach คือหาดเงียบสงบราวกับหาดส่วนตัว ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะนี้ ถ้าเปรียบกับคน จัดเป็นคนมีเสน่ห์ที่ยากจะเข้าถึงจริงๆ เพราะกว่าจะไปถึงหาดแห่งนี้ ฉันนั่งรถโคลงเคลงตลอดทางที่ถนนยังเป็นผืนดินผืนป่า แต่มันไม่น่าเบื่อเพราะมีอะไรให้สำรวจและค้นตาตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้รูปทรงประหลาด สัตว์เล็กสัตว์น้อยข้างทางที่ดูแปลกตาไปอีกแบบ เมื่อมาถึงจุดหมายปลายทาง ภาพที่เห็นช่างสวยงามราวภาพวาด เกลียวคลื่นสีขาวนวล ท้องทะเลสีเขียวผสมฟ้าคราม ตัดกับชายหาดขาวสะอาด แถมด้วยท้องฟ้าใส ที่มาพร้อมกับลมเบาๆ ช่างเหมาะกับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองมาหาแรงบันดาลใจอะไรสักอย่าง ช่วงหลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ที่นี่เป็นอีกหนึ่งความประทับใจของฉันเลย ท้องฟ้าเบื้องหน้าที่แม้จะมืดแต่ไม่สนิท เพราะดวงดาวน้อยใหญ่แข่งกันเปล่งประกายแสงออกมานั่นเอง สร้างความเพลิดเพลินได้ไม่น้อย ยิ่งเห็นคู่รักบางคู่ออกมานั่งเล่นดูดาวก็ยิ่งเติมเต็มค่ำคืนให้มีสีสันมากขึ้น รุ่งเช้าของอีกวันฉันมุ่งหน้าไปดำน้ำตื้นที่ Pink Beach หาดทรายสีชมพู ที่เมื่อแสงแดดตกกระทบกับผืนทราย มันจะไล่สีสลับกันไปทั้งโทนชมพูเข้มอ่อนตามแนวชายหาด ในที่สุดแผนดำน้ำของฉันถูกล้มเลิกไปเพราะแค่เท้าได้สัมผัสผืนทรายนุ่มๆ สีชมพูอ่อนแห่งนี้ ฉันตัดสินใจล้มตัวลงนั่งเล่นนอนเล่นมองดูความระยิบระยับของเม็ดทรายสีชมพูนี้แทน ถ่ายรูปยังไงก็ไม่สวยเท่ากับสัมผัสด้วยตาตัวเองจริงๆ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีภูเขาไฟรินจานี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-32/">Lombok Island : เกาะสวยสงบแถมวิวภูเขาไฟของอินโดนีเซีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	เกาะลอมบ็อก (Lombok Island) ชื่อนี้คงไม่คุ้นหูคุ้นตานักท่องเที่ยวสักเท่าไหร่ แต่จะมีใครรู้บ้างว่า<br />
เจ้าเกาะลอมบ็อกที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะบาหลีนั้น น่าดึงดูดเชียวนะ เพราะไม่เพียงแต่มีแหล่งวัฒนธรรม<br />
ภูเขาไฟ และทะเลสาบล้อมรอบแบบต้นตำรับเกาะบาหลีแล้ว จุดสำคัญและเสน่ห์ที่เกาะลอมบ็อกมีและยังรักษาไว้ได้<br />
คือความสวยบริสุทธิ์ สงบ และสะอาด อย่างที่นักเดินทางหลายคนห่วงหา ยิ่งถ้าได้ขึ้นไปชมภูเขาไฟรินจานี<br />
หรือย่างก้าวเข้าไปชายหาดทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะนี้<br />
ใครหลายคนอาจตกหลุมรักอย่างไม่รู้ตัวเลยทีเดียว</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Beloam-Beach_11.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Beloam-Beach_4.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Beloam-Beach_5.jpg"></p>
<p>
	Beloam Beach คือหาดเงียบสงบราวกับหาดส่วนตัว<br />
ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะนี้ ถ้าเปรียบกับคน จัดเป็นคนมีเสน่ห์ที่ยากจะเข้าถึงจริงๆ<br />
เพราะกว่าจะไปถึงหาดแห่งนี้ ฉันนั่งรถโคลงเคลงตลอดทางที่ถนนยังเป็นผืนดินผืนป่า<br />
แต่มันไม่น่าเบื่อเพราะมีอะไรให้สำรวจและค้นตาตลอดเส้นทาง<br />
ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้รูปทรงประหลาด สัตว์เล็กสัตว์น้อยข้างทางที่ดูแปลกตาไปอีกแบบ เมื่อมาถึงจุดหมายปลายทาง<br />
ภาพที่เห็นช่างสวยงามราวภาพวาด เกลียวคลื่นสีขาวนวล ท้องทะเลสีเขียวผสมฟ้าคราม<br />
ตัดกับชายหาดขาวสะอาด แถมด้วยท้องฟ้าใส ที่มาพร้อมกับลมเบาๆ<br />
ช่างเหมาะกับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองมาหาแรงบันดาลใจอะไรสักอย่าง  ช่วงหลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ที่นี่เป็นอีกหนึ่งความประทับใจของฉันเลย<br />
ท้องฟ้าเบื้องหน้าที่แม้จะมืดแต่ไม่สนิท เพราะดวงดาวน้อยใหญ่แข่งกันเปล่งประกายแสงออกมานั่นเอง<br />
สร้างความเพลิดเพลินได้ไม่น้อย ยิ่งเห็นคู่รักบางคู่ออกมานั่งเล่นดูดาวก็ยิ่งเติมเต็มค่ำคืนให้มีสีสันมากขึ้น</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Beloam-Beach_10.jpg" style="background-color: initial"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Beloam-Beach_111.jpg"></p>
<p>
	รุ่งเช้าของอีกวันฉันมุ่งหน้าไปดำน้ำตื้นที่<br />
Pink<br />
Beach หาดทรายสีชมพู ที่เมื่อแสงแดดตกกระทบกับผืนทราย มันจะไล่สีสลับกันไปทั้งโทนชมพูเข้มอ่อนตามแนวชายหาด<br />
ในที่สุดแผนดำน้ำของฉันถูกล้มเลิกไปเพราะแค่เท้าได้สัมผัสผืนทรายนุ่มๆ สีชมพูอ่อนแห่งนี้<br />
ฉันตัดสินใจล้มตัวลงนั่งเล่นนอนเล่นมองดูความระยิบระยับของเม็ดทรายสีชมพูนี้แทน ถ่ายรูปยังไงก็ไม่สวยเท่ากับสัมผัสด้วยตาตัวเองจริงๆ</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Pink-Beach.jpg"></p>
<p>
	นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีภูเขาไฟรินจานี<br />
หนึ่งในภูเขาไฟที่มีทิวทัศน์สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในอินโดนีเซีย ถูกล้อมรอบด้วยพื้นที่อุทยานแห่งชาติและความสูง<br />
3,726<br />
เมตรของหล่อนถึงขั้นครองอันดับสองของอินโดนีเซีย ฉันเลือกเดินทางขึ้นไปหมู่บ้านเซ็มบาลุนบุมบุงเพื่อให้มองเห็นภูมิทัศน์ของภูเขาไฟรินจานีได้อย่างชัดเจน<br />
ซึ่งตัวหมู่บ้านตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,256 เมตร<br />
และอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขารินจานี ชาวบ้านบอกฉันว่า ที่นี่อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี<br />
ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะตลอดทางรู้สึกว่ายิ่งสูงยิ่งหนาวเสียจริง และชั่วครู่หนึ่งที่ฉันมองออกไปบริเวณโดยรอบ<br />
อดนึกถึงสวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้ ต่างกันที่ภูเขาลูกนี้คือภูเขาไฟ คุ้มค่ามากกับการได้เห็นภูเขาไฟตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าท่ามกลางธรรมชาติรายล้อมที่สวยงามและอากาศบริสุทธิ์ที่ฉันต้องสะสมเข้าปอดให้มากที่สุด<br />
ชาวบ้านยังเล่าให้ฟังอีกด้วยว่า เห็นสวยๆ แบบนี้<br />
มันเพิ่งปะทุปล่อยเถ้าถ่านออกมาปกคลุมบริเวณกว้างเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว<br />
จนทำให้สนามบินลอมบ็อกต้องปิดทำการราว 1 อาทิตย์</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Mt.Rinjani_1_.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Mt.Rinjani_3_.jpg"></p>
<p>
	ไม่ใช่แค่ความสวยงามอย่างบริสุทธิ์ที่เราจะได้สัมผัส<br />
บรรดากิจกรรมทางบกทางน้ำต่างๆ บนเกาะลอมบ็อกแห่งนี้มีครบครัน<br />
ชิงช้าแกว่งไกวบนน้ำก็มีนะ เด็กเล่นได้ผู้ใหญ่เล่นดีเลย</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Beloam-Beach_82.jpg"></p>
<h3><strong>Lombok Island</strong></h3>
<p>
	<strong>Address</strong>: Lombok,<br />
Indonesia<br />
	<br />
	<strong style="background-color: initial">Hours</strong>: มิถุนายนถึงกันยายน<br />
เป็นช่วงที่อากาศดี ฝนตกน้อย<br />
	<br />
	<strong style="background-color: initial">How to get there</strong>: ปัจจุบันยังไม่มีสายการบินที่บินตรงจากไทยไปเกาะลอมบ็อก<br />
เดินทางไปเกาะบาหลีแล้วค่อยบินต่อไปเกาะลอมบ็อกน่าจะสะดวกที่สุด ใช้เวลาประมาณ 25<br />
นาที มีหลายสายการบินให้เลือก เช่น Air Asia, Garuda<br />
Indonesia หรืออาจใช้บริการเรือเฟอรี่ แต่จะใช้เวลาราว 4 &#8211; 5 ชั่วโมง</p>
<p>
	<strong>Map</strong></p>
<p>
	<a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-32/">Lombok Island : เกาะสวยสงบแถมวิวภูเขาไฟของอินโดนีเซีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-32/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
