<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Bastian End, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author156/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Aug 2018 18:27:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Tenero e Valle Verzasca : ชมลำธารแสนสวยในหุบเขาของสวิตเซอร์แลนด์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-56/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-56/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[มุทิตา สอนประสาน]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Sep 2016 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[waterfall]]></category>
		<category><![CDATA[switzerland]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-56/</guid>

					<description><![CDATA[<p>Tenero e Valle Verzasca ในภาษาอิตาเลียน แปลว่า หุบเขาแฟซาสก้า มีจุดเด่นคือความเขียวสดวาวดั่งประกายของมรกตของน้ำในลำธารที่แห่งนี้ซ่อนตัวจากโลกภายนอกอยู่ในหุบเขาวกวนและเงียบสงบของหมู่บ้านโบราณในคันโตน Tessin เมือง Locarno ประเทศสวิตเซอแลนด์ และเนื่องจากคันโตนนี้ที่อยู่ทางตอนใต้ของสวิสที่ใช้ภาษาอิตาเลียน (สวิสมี 4 ภาษาราชการ) เราจึงเห็นได้ว่าแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ รถโดยสารสาธารณะ ร้านอาหาร และโรงแรม จะใช้ภาษาอิตาเลียนเป็นหลัก การเดินทางมาสถานที่แห่งนี้มาได้ทั้งรถโดยสารสาธารณะ และรถยนต์ส่วนตัว สามารถท่องเที่ยวแบบ one day trip ได้ แต่แนะนำว่าให้มาแต่เช้าเพราะจะได้มีเวลาลงไปเดินเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์และชมวิวทิวทัศน์ของสถานที่ใกล้เคียงได้ เพราะจะต้องขับรถขึ้นเขาอันวกวนไปเรื่อยๆ ตามจุดชมวิวที่มีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ โดยเริ่มที่ Vogarno, Corippo, Lavertezzo, Brione, Gerra, Frasco และ Sonogno แต่วันนี้เรามาที่ Lavertezzo เพียงจุดเดียว ขอแนะนำว่าหากใครไม่ชำนาญทางรวมถึงการขับรถทางโค้งหักศอกขึ้นเขาและลงเขา สามารถใช้บริการรถบัสสาธารณะ สามารถขึ้นที่สถานีรถบัสอยู่ติดกับสถานีรถไฟหลักในตัวเมือง Locarno สามารถมั่นใจได้ว่าปลอดภัย คนขับรถมีความชำนาญทางและมีประสบการณ์แต่อย่าลืมซื้อตั๋วรถทุกครั้ง เพราะหากโดนตรวจ จะโดนปรับแพงมาก และเสียประวัติ แต่หากใครซื้อตั๋วสวิสพาสคือรวมทุกอย่างแล้วยกเว้นรถไฟขึ้นเขาและกระเช้าที่จะลดแค่ครึ่งราคา หากใครกลัวว่าจะหลงทาง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-56/">Tenero e Valle Verzasca : ชมลำธารแสนสวยในหุบเขาของสวิตเซอร์แลนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>Tenero e<br />
Valle Verzasca<br />
ในภาษาอิตาเลียน แปลว่า หุบเขาแฟซาสก้า มีจุดเด่นคือความเขียวสดวาวดั่งประกายของมรกตของน้ำในลำธารที่แห่งนี้ซ่อนตัวจากโลกภายนอกอยู่ในหุบเขาวกวนและเงียบสงบของหมู่บ้านโบราณในคันโตน Tessin เมือง Locarno ประเทศสวิตเซอแลนด์ และเนื่องจากคันโตนนี้ที่อยู่ทางตอนใต้ของสวิสที่ใช้ภาษาอิตาเลียน<br />
(สวิสมี 4 ภาษาราชการ) เราจึงเห็นได้ว่าแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ<br />
รถโดยสารสาธารณะ ร้านอาหาร และโรงแรม จะใช้ภาษาอิตาเลียนเป็นหลัก</p>
<p>การเดินทางมาสถานที่แห่งนี้มาได้ทั้งรถโดยสารสาธารณะ และรถยนต์ส่วนตัว<br />
สามารถท่องเที่ยวแบบ one day trip ได้ แต่แนะนำว่าให้มาแต่เช้าเพราะจะได้มีเวลาลงไปเดินเล่น<br />
สูดอากาศบริสุทธิ์และชมวิวทิวทัศน์ของสถานที่ใกล้เคียงได้<br />
เพราะจะต้องขับรถขึ้นเขาอันวกวนไปเรื่อยๆ ตามจุดชมวิวที่มีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ โดยเริ่มที่ Vogarno,<br />
Corippo, Lavertezzo, Brione, Gerra, Frasco และ Sonogno แต่วันนี้เรามาที่ Lavertezzo เพียงจุดเดียว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/swis-22.jpg"></p>
<p>ขอแนะนำว่าหากใครไม่ชำนาญทางรวมถึงการขับรถทางโค้งหักศอกขึ้นเขาและลงเขา สามารถใช้บริการรถบัสสาธารณะ<br />
สามารถขึ้นที่สถานีรถบัสอยู่ติดกับสถานีรถไฟหลักในตัวเมือง Locarno<br />
สามารถมั่นใจได้ว่าปลอดภัย<br />
คนขับรถมีความชำนาญทางและมีประสบการณ์แต่อย่าลืมซื้อตั๋วรถทุกครั้ง<br />
เพราะหากโดนตรวจ จะโดนปรับแพงมาก และเสียประวัติ แต่หากใครซื้อตั๋วสวิสพาสคือรวมทุกอย่างแล้วยกเว้นรถไฟขึ้นเขาและกระเช้าที่จะลดแค่ครึ่งราคา</p>
<p>หากใครกลัวว่าจะหลงทาง ไม่ต้องกังวลเพราะทั้งรถไฟและรถโดยสารธารณะในสวิสจะมีจอ<br />
LCD หรือจออัจฉริยะที่บอกว่าตอนนี้เราอยู่ป้ายไหนแล้ว<br />
จะใช้เวลาอีกกี่นาทีโดยประมาณเพื่อไปถึงในแต่ละจุดหมายปลายทาง<br />
เมื่อใกล้จะถึงป้ายที่ต้องการก็แค่กดกริ่ง คนขับก็จะจอดแบบนุ่มนวลที่ป้ายประจำทางส่วนใครที่ขับรถยนต์มาก็อย่าลืมเสียค่าจอด<br />
ซึ่งจะต้องจ่ายก่อนจอด โดยเราจะต้องกดที่ตู้ว่าเราจะจอดกี่ชั่วโมง<br />
เมื่อจ่ายเงินเสร็จนำใบเสร็จมาวางไว้ที่หน้ารถยนต์ด้วย<br />
เพราะถ้าจ่ายแล้วแต่ไม่แปะไว้ให้ตำรวจเห็น นี่คือโดนปรับแน่นอน</p>
<p>เมื่อมาถึงที่ Lavertezzo<br />
เราสามารถเดินชมวิวมุมสูงแบบภาพรวมได้ตั้งแต่ป้ายรถบัสเลยทีเดียว<br />
โดยจะมองเห็นทางน้ำไหล และน้ำตกที่มีโขดหินขนาดยาวเรียงรายตามธรรมชาติทอดยาวขนานกับธารน้ำไหล<br />
โอบล้อมด้วยหุบเขาขนาดใหญ่ปกคลุมด้วยต้นไม้สูง เราจึงไม่รอช้า ค่อยๆ เดินบันไดดินลงมาอย่างระมัดระวัง<br />
แล้วลัดเลาะตามโขดหินเพื่อจะได้สัมผัสกับน้ำตกขนาดย่อมๆ อย่างใกล้ชิด</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/swis-31.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p>นอกจากจะเย็นแล้วยังมีความเขียวสดใสจึงสามารถมองเห็นหินก้อนเล็กก้อนน้อยหลากหลายขนาดที่ทับถมกันอยู่ด้านล่างของพื้นน้ำ และสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเกินกว่าที่จะมองผ่านเลยไปคือตามแนวโขดหินในบางจุดจะเห็นว่าหินทั้งสีขาวและเทามีความโค้งมนตามแนวกัดเซาะของน้ำตกเรียบละเอียดลื่นราวกับพื้นหินปูนขัดมันเลยทีเดียว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/swis-8.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/swis-6.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/swis-9.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p>เราสามารถนั่งพักและชมวิวตามแนวโขดหิน<br />
มองสายน้ำไหลเมื่อสังเกตดีๆ<br />
จะเห็นปลาตัวเล็กๆ แหวกว่ายไปมาโดยมีฉากหลังเป็นภูเขาสูงใหญ่ที่มีเพียงแสงแดดส่งถึงแค่เพียงยอดด้านบนเนื่องจากเป็นเวลาบ่ายแดดคล้อยในปลายฤดูหนาวบวกกับสถานที่นี้อยู่ท่ามกลางหุบเขา<br />
แดดจึงถึงในบางมุมเท่านั้น และเมื่อหลับตาโดยฟังแต่เสียงธรรมชาติของน้ำตกสามารถให้ความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/swis-7.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/swis-4.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/swis-51.jpg"></p>
<p>จากในภาพเราจะเห็นสะพานหินเก่าแก่ Ponte dei<br />
Salti (Bridge of<br />
jumps) สร้างตั้งแต่สมัย ค.ศ. 17 หากเราเดินลัดเลาะอาจจะเสียเวลาและค่อนข้างอันตรายเนื่องจากหินค่อนข้างสูงชันและแหลมในบางช่วง<br />
เราจึงเดินวกกลับขึ้นมาบนทางเลียบถนนด้านบนอีกครั้ง<br />
เพื่อที่จะข้ามสะพานหินมายังอีกฝั่งหนึ่ง เมื่อเรามองทิวทัศน์จากบนสะพานหินสามารถมองเห็นโบสถ์เก่าแก่ของศาสนาคริสต์<br />
และหมู่บ้านหินโบราณอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/swis-12.jpg"></p>
<p><strong>Address: </strong>Valle Verzasca, 6633 Lavertezzo<br />
<strong>Hour:</strong> ตลอดทั้งวัน หากใครมาช่วงต้นฤดูหนาว น้ำในลำธารบางส่วนเป็นน้ำแข็ง<br />
ส่วนฤดูร้อนเด็กๆ มักมาเล่นน้ำ<br />
<strong>How to get there: </strong>รถยนต์ส่วนตัวขับมุ่งหน้ามาทาง Locarno ตามเส้นทาง<br />
Bellinzona โดยเลี้ยวที่แยก Tenero-Contra การเดินทางโดยรถสาธารณะสามารถนั่งมาจากสนามบินซูริค เปลี่ยนขบวนที่สถานี Zürich นั่งมาจนถึงสถานี Bellinzona และเปลี่ยนขบวนไป Tenero เมื่อมาถึงที่เตเนโร<br />
ให้เดินมาที่สถานีรถบัสที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟหลัก รอรถเมลล์สาย 321 นั่งมาจนถึงป้าย Lavertezzo</p>
<p><strong>Map: </strong></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> </em><em>Bastian End และ มุทิตา สอนประสาน</em></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-56/">Tenero e Valle Verzasca : ชมลำธารแสนสวยในหุบเขาของสวิตเซอร์แลนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-56/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Blausee : ทะเลสาบสีฟ้าแสนสวยกลางป่าของสวิตเซอร์แลนด์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-30/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-30/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[มุทิตา สอนประสาน]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jun 2016 03:02:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[การเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[สวิตเซอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเลสาบ]]></category>
		<category><![CDATA[Blausee]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-30/</guid>

					<description><![CDATA[<p>Blausee อ่านว่าเบลาเซ แปลว่าทะเลสาบสีฟ้า ตั้งอยู่ในเขต Berner Oberland ระหว่าง Kandersteg และ Frutigen ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นทะเลสาบขนาดย่อม ล้อมรอบไปด้วยป่าขนาดเล็กที่มีเอกชนเป็นเจ้าของ เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่เพาะพันธุ์ปลาเทราต์ที่มีชื่อเสียงและมีความเด่นดังในเรื่องสีของน้ำในทะเลสาบที่ใสเหมือนผลึกคริสตัลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ จนมองเห็นปลาเทราต์ที่แหวกว่ายไปมา และพื้นผิวของดินใต้ผืนน้ำได้อย่างชัดเจน สถานที่นี้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในที่ตกปลาเทราต์ปลอดสารพิษ คุณภาพดีเยี่ยมแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ การเดินทางมาที่นี่มาได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถไฟ และรถประจำทางจากสถานี Bern เมื่อมาถึงแล้ว จะมองเห็นร้านขายของที่ระลึกและประตูทางเข้าซึ่งอยู่ติดกับที่จอดรถทางด้านหน้า เมื่อเราเดินผ่านประตูทางออกมาแล้ว จะพบทางเดินเล็กๆ เป็นหินต่างขนาดและพื้นดินที่สัมผัสได้ถึงความชุ่มชื้น ในระหว่างทางเดินวกวนในป่ากว้างใหญ่ เราจะตื่นตาตื่นใจกับแมกไม้นานาพรรณ สร้างบรรยากาศและความตื่นเต้นว่า เบลาเซ ของเราจะหน้าตาเป็นเช่นไรหนอ เดินชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ จนสุดทางเดิน ภาพแรกที่เห็นคือทะสาบสีฟ้า ใช่แล้วสีฟ้าและฟ้าจริงๆ สวยกว่าที่ใครเคยบรรยายถึงเลยด้วยซ้ำ เป็นความงามที่ตราตรึงแบบตกหลุมรักทะเลสาบแห่งนี้โดยแรกพบ แต่ใครจะเชื่อว่าสถานที่ท่องเที่ยวเล็กๆ แห่งนี้ จะมีเรื่องเล่าและตำนานความรักเป็นอนุสรณ์ไม่ต่างจากเมืองไทย ตำนานว่ามีหนุ่มสาวคู่รักคู่หนึ่งมักจะมาเจอกันที่ทะเลสาบแห่งนี้เป็นประจำ อยู่มาวันหนึ่งฝ่ายชายได้ตายจากไป หญิงสาวจึงมาร้องไห้คร่ำครวญคำนึงหาถึงคนรักที่จากไปที่ทะเลสาบแห่งนี้ จนน้ำในทะเลสาบกลายเป็นสีฟ้าจากน้ำตาของนาง เป็นตำนานความรักที่มั่นคงลึกซึ้งและรันทดใจในเวลาเดียวกัน เราเดินวนรอบทะเลสาบได้โดยลัดเลาะตามทางเดินเล็กๆ ดื่มด่ำกับภาพวิวทิวทัศน์ของใบไม้หลากสีสัน ทั้งแดง ส้ม ชมพู เหลือง สลับเขียวอ่อน ในช่วงฤดูกาลใบไม่เปลี่ยนสี บวกกับแสงแดดใสในวันฟ้าเปิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-30/">Blausee : ทะเลสาบสีฟ้าแสนสวยกลางป่าของสวิตเซอร์แลนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0130.jpg"></p>
<p>Blausee อ่านว่าเบลาเซ<br />
แปลว่าทะเลสาบสีฟ้า ตั้งอยู่ในเขต Berner Oberland ระหว่าง Kandersteg และ Frutigen ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นทะเลสาบขนาดย่อม<br />
ล้อมรอบไปด้วยป่าขนาดเล็กที่มีเอกชนเป็นเจ้าของ<br />
เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่เพาะพันธุ์ปลาเทราต์ที่มีชื่อเสียงและมีความเด่นดังในเรื่องสีของน้ำในทะเลสาบที่ใสเหมือนผลึกคริสตัลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ จนมองเห็นปลาเทราต์ที่แหวกว่ายไปมา และพื้นผิวของดินใต้ผืนน้ำได้อย่างชัดเจน<br />
สถานที่นี้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในที่ตกปลาเทราต์ปลอดสารพิษ<br />
คุณภาพดีเยี่ยมแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0229.jpg"></p>
<p>การเดินทางมาที่นี่มาได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถไฟ และรถประจำทางจากสถานี Bern เมื่อมาถึงแล้ว จะมองเห็นร้านขายของที่ระลึกและประตูทางเข้าซึ่งอยู่ติดกับที่จอดรถทางด้านหน้า<br />
 เมื่อเราเดินผ่านประตูทางออกมาแล้ว จะพบทางเดินเล็กๆ<br />
เป็นหินต่างขนาดและพื้นดินที่สัมผัสได้ถึงความชุ่มชื้น ในระหว่างทางเดินวกวนในป่ากว้างใหญ่<br />
เราจะตื่นตาตื่นใจกับแมกไม้นานาพรรณ สร้างบรรยากาศและความตื่นเต้นว่า เบลาเซ<br />
ของเราจะหน้าตาเป็นเช่นไรหนอ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0324.jpg"></p>
<p>เดินชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ จนสุดทางเดิน ภาพแรกที่เห็นคือทะสาบสีฟ้า<br />
ใช่แล้วสีฟ้าและฟ้าจริงๆ สวยกว่าที่ใครเคยบรรยายถึงเลยด้วยซ้ำ<br />
เป็นความงามที่ตราตรึงแบบตกหลุมรักทะเลสาบแห่งนี้โดยแรกพบ แต่ใครจะเชื่อว่าสถานที่ท่องเที่ยวเล็กๆ<br />
แห่งนี้ จะมีเรื่องเล่าและตำนานความรักเป็นอนุสรณ์ไม่ต่างจากเมืองไทย<br />
ตำนานว่ามีหนุ่มสาวคู่รักคู่หนึ่งมักจะมาเจอกันที่ทะเลสาบแห่งนี้เป็นประจำ<br />
อยู่มาวันหนึ่งฝ่ายชายได้ตายจากไป หญิงสาวจึงมาร้องไห้คร่ำครวญคำนึงหาถึงคนรักที่จากไปที่ทะเลสาบแห่งนี้<br />
จนน้ำในทะเลสาบกลายเป็นสีฟ้าจากน้ำตาของนาง เป็นตำนานความรักที่มั่นคงลึกซึ้งและรันทดใจในเวลาเดียวกัน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0427.jpg"></p>
<p>เราเดินวนรอบทะเลสาบได้โดยลัดเลาะตามทางเดินเล็กๆ ดื่มด่ำกับภาพวิวทิวทัศน์ของใบไม้หลากสีสัน<br />
ทั้งแดง ส้ม ชมพู เหลือง สลับเขียวอ่อน ในช่วงฤดูกาลใบไม่เปลี่ยนสี  บวกกับแสงแดดใสในวันฟ้าเปิด ที่รังสรรค์เพชรนับร้อยนับพันบนริ้วน้ำสีฟ้าสดใส ปลาใหญ่น้อยแหวกว่ายอยู่ใต้น้ำสีฟ้าอมเขียวมรกต เมฆก้อนน้อยๆ เคลื่อนคล้อยตามยอดเขา</p>
<p>เมื่อเรามองไปที่ริมฝั่งของทะเลสาบ เราจะเห็นเรือพายขนาดเล็กที่ผูกไว้ทางด้านข้าง หากต้องการทริปพายเรือด้วย นักท่องเที่ยวสามารถแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตอนซื้อตั๋วได้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0525.jpg"></p>
<p>จากจุดชมวิวบนสะพานไม้ เราสามารถมองเห็นรูปปั้นหญิงสาวใต้น้ำ<br />
ผู้เขียนคาดว่าเพื่อเป็นการระลึกถึงตำนานรักของหญิงสาว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0625.jpg"></p>
<p>เนื่องจากวันที่ผู้เขียนมาเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์<br />
จึงมีทั้งนักท่องเที่ยวและคนจำนวนมากมาใช้เวลาว่างตกปลากับครอบครัว ทั้งมืออาชีพและสมัครเล่น<br />
เราก็เช่าอุปกรณ์ตกปลาได้<br />
ปลาในทะเลสาบแห่งนี้เป็นปลาเลี้ยงปลอดสารพิษและมีแต่ตัวโตเต็มวัยเท่านั้น<br />
โดยปลาที่จับได้จะต้องนำไปชั่งกิโลและจ่ายเงินตามจำนวนหรือน้ำหนัก<br />
ที่นั่นมีกองไฟเล็กๆ ไว้บริการเผื่อใครต้องการตั้งแคมป์ย่างปลา</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0721.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0819.jpg"></p>
<p>ด้านหลังของทะเลสาบมีบ่ออนุบาลปลาหลายบ่อแบ่งตามช่วงอายุปลา ปลาที่โตเต็มวัยจะถูกส่งไว้ในทะเลสาบ<br />
บริเวณด้านข้างจะเห็นแพะที่เลี้ยงไว้ในรั้วเล็กๆ นักท่องเที่ยวเดินชมรอบๆ ได้<br />
บรรยากาศเป็นเหมือนฉากจินตนาการในเทพนิยายที่มีป่าเขียวทึบ มีความชุ่มชื้น<br />
มีหญ้ามอส มีต้นโคลเวอร์หย่อมน้อยๆ ตามทางเดินเล็กๆ<br />
โดยมีผีเสื้อบินอยู่โดยรอบแต่งแต้มสีสัน<br />
เป็นความงามที่ประสานกันได้อย่างลงตัวกับทะเลสาบสีฟ้า</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0914.jpg"></p>
<p>หากเดินรอบๆ จนเหนื่อยล้า  เราเข้าไปรับประทานอาหารในร้านอาหารด้านในที่อยู่ในตัวโรงแรมได้<br />
อาหารที่ขึ้นชื่อเป็นปลาหลากหลายชนิด เสียดายที่ทางผู้เขียนไม่ได้ใช้บริการในส่วนนั้นเพราะต้องไปชมทะเลสาบอีกแห่งในละแวกนั้นซึ่งเป็นต้นน้ำของทะเลสาบสีฟ้าแห่งนี้<br />
เราจึงต้องตัดใจเดินทางกลับ โดยก็มีความคิดแวบมาในใจว่า<br />
ถ้าเรามาในฤดูอื่นจะได้ความรู้สึกแตกต่างเพียงไหนหนอ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1020.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1116.jpg"></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> Bastian End</em></p>
<h3><strong>Blausee</strong></h3>
<p><strong>Address: </strong>Blausee BE, CH-3717 Blausee<br /><strong style="background-color: initial">Hour:</strong> ทั้งวัน<br /><strong style="background-color: initial">How to get there: </strong>รถยนต์ส่วนตัวขับมุ่งหน้ามาทางคันโตน Bern รถสาธารณะ นั่งมาจากสถานีในสนามบินซูริคได้ เปลี่ยนขบวนรถไฟที่<br />
Bern นั่งไปจนถึงสถานี Frutigen เดินออกมารอรถเมล์สาย 230 นั่งไปเรื่อยๆ และลงที่สถานี Blausee BE<br /><b style="background-color: initial">Map: </b></p>
<p><a href="http://www.blausee.ch/">http://www.blausee.ch/</a></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-30/">Blausee : ทะเลสาบสีฟ้าแสนสวยกลางป่าของสวิตเซอร์แลนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-30/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
