เมื่อนครสัตว์เป็นที่สำหรับทุกเผ่าพันธุ์ ชวนสำรวจองค์ประกอบและการออกแบบที่ทำให้ Zootopia เป็นเมืองที่เท่าเทียมสำหรับสัตว์ทุกตัว

เมื่อนครสัตว์เป็นที่สำหรับทุกเผ่าพันธุ์ ชวนสำรวจองค์ประกอบและการออกแบบที่ทำให้ Zootopia เป็นเมืองที่เท่าเทียมสำหรับสัตว์ทุกตัว

“9 ปี แห่งการรอคอย สิ้นสุดลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” 

เชื่อว่าแฟนๆ ‘Zootopia’ คงจะได้ปลื้มปริ่มและเพลิดเพลินไปกับการผจญภัยบทใหม่ของสองสหายต่างสายพันธุ์อย่าง ‘นิค’ และ ‘จูดี้’ กันไปแล้ว โดยคราวนี้พวกเขามาพร้อมกับประเด็นการสืบสวนสุดเข้มข้นที่มีสัตว์เลื้อยคลานมาร่วมสร้างสีสันภายในนครสัตว์แห่งนี้ด้วย  

จะว่าไปแล้ว สิ่งหนึ่งใน Zootopia ที่กลายเป็นภาพจำ และเอกลักษณ์สำคัญของเรื่อง คืองานดีไซน์และการออกแบบเมืองที่ไม่เพียงแค่สวยงามหรืออลังการเท่านั้น หากแต่ยังสะท้อนภาพของความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการอยู่ร่วมกันของสัตว์นานาชนิด ตั้งแต่หนูตัวเล็กจ้อย ไปจนถึงช้างขนาดมหึมา

และอาจต้องบอกเลยว่าเบื้องหลังความอลังการของเมืองนี้ ทีมผู้สร้างต้องทำการบ้านอย่างหนัก ตั้งแต่ศึกษาพฤติกรรมสัตว์จริง การนำข้อจำกัดของสัตว์แต่ละชนิดมาอยู่รวมกัน ตลอดจนการออกแบบระบบสาธาราณูปโภคของเมืองที่สามารถรองรับสัตว์ทุกสายพันธุ์ได้

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องขอออกตัวกันแต่แรกก่อนเลยว่าประเด็นความเท่าเทียมที่เรากำลังจะพูดถึงว่ากันด้วยเรื่องของหลักการออกแบบเมือง ผังเมือง ตลอดจนงานดีไซน์ต่างๆ เท่านั้น 

ครั้งนี้เราจึงอยากพาทุกคนตีตั๋วเตรียมตัวออกเดินทางไปสู่นครสัตว์ แล้วสำรวจไปพร้อมกันว่า ทำไมเมืองแห่งนี้ถึงขึ้นชื่อเรื่องความเท่าเทียมสำหรับสัตว์ทุกตัว ผ่านงานออกแบบเมือง ตลอดจนองค์ประกอบต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในเมือง Zootopia 

หนึ่งเมือง หลากหลายภูมิประเทศ

ก่อนจะไปเจาะลึกที่เรื่องของงานออกแบบเมืองในรายละเอียดยิบย่อยต่างๆ มาดูกันที่ภาพใหญ่กันก่อนดีกว่า ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของเมืองนี้คือการแบ่งเขตพื้นที่เมืองตามภูมิประเทศ ซึ่งกลายเป็นจุดสำคัญที่ทำให้สัตว์ทุกตัวอาศัยอยู่ร่วมกันได้ 

เมื่อพูดถึงถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ สัตว์แต่ละชนิดก็อยู่ในสถานที่แต่ละแห่งซึ่งแตกต่างกันไป ตามภูมิอากาศ สภาพแวดล้อม และความต้องการทางชีววิทยาของแต่ละสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ทะเลทรายที่ต้องทนต่อความร้อนและความแห้งแล้ง สัตว์ป่าฝนที่ต้องการความชื้นสูง ไปจนถึงสัตว์ขั้วโลกที่อาศัยอยู่ในอุณหภูมิติดลบตลอดทั้งปี 

การออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยของเหล่าสรรพสัตว์จึงไม่ใช่แค่การออกแบบบ้านแล้วให้สัตว์เข้าไปอยู่ แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่อยู่ได้และสอดคล้องตามถิ่นที่อยู่จริงๆ ด้วย ดังนั้น การออกแบบเมืองที่สามารถรวมสัตว์หลากหลายชนิด ต่างที่มา ต่างภูมิประเทศมาอยู่รวมกัน จึงเป็นเรื่องท้าทายไม่น้อย 

เพราะทุกการออกแบบ ต้องคำนึงถึงสัตว์ทุกตัว แมทเธียส เลชเนอร์ (Matthias Lechner) ผู้ออกแบบฉากและเมืองภายใน Zootopia ได้เผยแพร่เบื้องหลัง กว่าจะเป็นมหานครสัตว์อย่างที่เราได้ชมกันบนจอ ต้องใช้เวลานานพอสมควร เพราะนอกจากจะต้องออกแบบเมืองจากแต่ละสภาพภูมิประเทศทั่วโลกแล้ว เจ้าตัวยังต้องนำเสนอองค์ประกอบต่างๆ ให้สอดคล้องไปกับการดำรงชีวิตของสัตว์เหล่านั้นจริงๆ ด้วย 

ตัวอย่างเช่น เขตป่าฝน (Rainforest District) ซึ่งเรารู้กันดีว่าลักษณะเด่นของป่าฝน คือพื้นที่ที่มีความชื้นสูง อุณหภูมิอุ่นตลอดปี และพืชพันธุ์ที่ขึ้นหนาแน่นจนแทบไม่เห็นท้องฟ้า แถมในเขตพื้นที่นี้มีสัตว์อาศัยอยู่ตั้งแต่พื้นดินขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดของป่าแมทเธียสจึงเลือกออกแบบเขตนี้ด้วยมุมแบบแนวตั้ง ตั้งแต่ด้านล่างสุดที่เป็นแหล่งน้ำ ไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ ไปจนถึงยอดของต้นไม้ ซึ่งแต่ละจุดก็จะมีการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกให้สอดคล้องกันไป อย่างการมีโซนบ้านกลับหัวสำหรับสัตว์ประเภทค้างคาว พื้นที่ด้านล่างที่ติดกับน้ำสำหรับสัตว์จำพวกนาก เป็นต้น 

หรือแม้แต่ในเขตจัตุรัสซาฮาร่า (Sahara Square) ซึ่งเป็นเขตพื้นที่สำหรับสัตว์ในภูมิประเทศทะเลทรายแห้งแล้ง นอกจากจะออกแบบด้วยการหยิบองค์ประกอบจากสภาพแวดล้อมจริงมา ไม่ว่าจะเป็น โรงแรมทรงต้นปาล์มที่อ้างอิงจากพืชพรรณท้องถิ่น หรือการมีพื้นที่โอเอซิสกระจายอยู่ทั่วเมือง เพื่อให้บรรยากาศโดยรวมดูสดชื่นขึ้นท่ามกลางความร้อนระอุของทะเลทราย 

ทั้งนี้ อีกหนึ่งองค์ประกอบที่แสดงให้เห็นว่าผู้ออกแบบเก็บรายละเอียดมาได้อย่างครบถ้วน คือการที่ไม่ได้หยิบมาแค่ภาพของทะเลทรายมาใช้ แต่ยังหยิบเอาวิถีการดำเนินชีวิตของเหล่าสรรพสัตว์ที่อาศัยอยู่ในภูมิประเทศนี้ อย่างการที่สัตว์ในทะเลทรายหลายชนิดเป็นสัตว์หากินเวลากลางคืน ก็ได้เพิ่มภาพลักษณ์ของเมืองให้เต็มไปด้วยแสงสีและกิจกรรมยามค่ำคืน เพื่อสะท้อนวิถีชีวิตของพวกสัตว์ทะเลทรายในแบบที่ทั้งสมจริงและเพิ่มสีสันให้แก่เขตจัตุรัสซาฮาร่า 

ด้วยเหตุนี้ งานออกแบบเมืองของ Zootopia จึงถูกสร้างขึ้นบนแนวคิดความหลากหลายทางถิ่นที่อยู่อาศัย ที่รองรับความต้องการของสัตว์ทุกสายพันธุ์ ตั้งแต่พื้นที่หนาวเย็นไปจนถึงป่าเขตร้อน ทำให้เมืองทั้งเมืองกลายเป็นภาพจำลองของโลกธรรมชาติที่แตกต่างกัน แต่ยังอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว 

การออกแบบเมืองที่รองรับทุกเผ่าพันธุ์ 

หลังจากที่เห็นภาพรวมของการออกแบบเมืองตามภูมิประเทศของสัตว์นานาชนิด ตลอดจนการนำความแตกต่างนั้นมาหลอมหลวมเป็นหนึ่งเมืองไปแล้ว คราวนี้เรามาต่อกันที่รายละเอียดยิบย่อยที่ปรากฏให้เราเห็นในหนัง ซึ่งสะท้อนถึงภาพการเป็นเมืองในอุดมคติของสัตว์ทุกตัวกันบ้าง

เพื่อให้สัตว์ทุกตัวสามารถอยู่ด้วยกันได้ การออกแบบเมือง Zootopia จึงจำเป็นต้องอาศัยแนวคิดการออกแบบเมืองที่มีความเท่าเทียมเชิงการเข้าถึง (Accessibility) ให้แก่สัตว์ทุกตัวเป็นหัวใจหลัก ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรพื้นที่ให้สัตว์ทุกขนาดใช้งานได้จริง การวางระบบคมนาคมที่รองรับความหลากหลายของขนาดร่างกาย ไปจนถึงการออกแบบสิ่งแวดล้อมที่ยืดหยุ่นพอจะปรับตัวให้สัตว์จากถิ่นภูมิอากาศแตกต่างกันอยู่ร่วมกันได้

ลองมาดูกันที่องค์ประกอบแรกที่เห็นได้ชัดเจนมาตั้งแต่ Zootopia ภาคแรก อย่างการที่เมืองได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับสัตว์ทุกตัวและทุกขนาด ตั้งแต่หนูตัวเล็กจ้อย ไปจนถึงยีราฟคอยาว และช้างตัวยักษ์ อาทิ การออกแบบประตูรถไฟฟ้าที่มีทุกไซซ์สำหรับสัตว์ทุกตัว เพื่อสามารถขึ้นลงรถได้ตามขนาด สัตว์เล็กก็ไม่ต้องเสี่ยงโดนสัตว์ใหญ่ทับ 

หรือหากใครได้รับชม Zootopia 2 กันไปแล้ว ก็อาจเห็นฉากการผจญภัยผ่านท่อส่งน้ำ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนภาพการสร้างให้เมืองเป็นเมืองของสัตว์ทุกตัวอย่างแท้จริง เพราะในโลกความเป็นจริง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ไม่ได้มีเฉพาะสัตว์บกเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมด้วย เช่น นาก สิงโตทะเล วอลรัส ฯลฯ การมีท่อส่งน้ำ จึงเป็นเหมือนอีกช่องทางการเดินทางของสัตว์เหล่านี้โดยเฉพาะ

แม้การออกแบบเมืองของ Zootopia จะสามารถสะท้อนภาพความเท่าเทียมออกมาได้จริง หากแต่ภายในเนื้อหาของตัวแอนิเมชันยังมีประเด็นเรื่องความไม่เท่าเทียมระหว่างสายพันธุ์ ซึ่งแฝงไปกับเนื้อเรื่องด้วย โดยประเด็นในส่วนนี้ เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของหนังที่ต้องการให้ผู้ชมอย่างเราเข้าไปรับชมและตีความมันด้วยตนเองต่อ 

ท้ายสุดแล้ว ภาพเมืองของ Zootopia จึงเป็นเหมือนภาพสะท้อนของเมืองในอุดมคติของผู้ออกแบบ ที่วาดหวังให้สัตว์ทุกตัวสามารถอยู่ร่วมกันได้ แม้จะต่างสายพันธุ์และต่างที่มา ซึ่งมันก็อาจสะท้อนภาพของเมืองในความเป็นจริง ที่บ่อยครั้งมันก็ยังไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยในสังคมที่ไม่สามารถเข้าถึงและใช้งานเมืองได้อย่างเท่าเทียม

อ้างอิงจาก

matthiaslechner.com

saskoer.ca

rudermanfoundation.org

townsquarecorp.com

zootopianewsnetwork.com

AUTHOR