ตัวเล็กเท่าฝ่ามือเด็ก ร่างเรืองแสงสีขาวนวล เสียงกระพือปีกบางเบา ผงระยิบระยับโปรยปรายในผืนลม เธอแขม่วพุงหดตัวบินผ่านบานหน้าต่างที่แง้มไว้นิดน้อย ค่อยๆ พับปีกแล้วมุดตัวเข้าไปใต้หมอนนุ่ม นัยน์ตาส่องแสงวาววับเพราะได้กลิ่นน้ำนมจากฟันซี่เล็ก เธอสะพายถุงผ้าขนาดจิ๋วที่บรรจงถักเองไว้ข้างตัว ด้านในประกอบไปด้วยผงดาว เหรียญเงิน ม้วนกระดาษสีน้ำตาลที่เมื่อคลี่ออกจะเห็นข้อความหนึ่ง
“เด็กเอ๋ยเด็กดี เก่งมากเลยนะที่ไม่ร้องไห้ตอนฟันโยก ขอฟันน้ำนมวัยเด็กผลัดเป็นฟันแท้ให้วัยผู้ใหญ่ของหนูงดงาม”

เธอหันซ้ายมองขวาพลางถอนหายใจ ฝ่าเท้าเล็กถอยหลัง ก่อนจะกางปีกออกอีกครั้ง โชคดีเหลือเกินที่เธอมาทันเวลา และไร้ซึ่งจอมโจรขโมยฟันน้ำนม
ปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ในยุโรปตะวันตก นิทานสั้นหนึ่งถือกำเนิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศส ‘La Petite Souris’ หรือเจ้าหนูตัวน้อย กล่าวขานถึงเด็กร่างเล็กที่แอบซ่อนตัวยามราตรี เพื่อคอยเก็บฟันน้ำนมที่หลุดออก และจะวางเหรียญเงินเล็กๆ เป็นของตอบแทน มันไม่ใช่การซื้อขายฟันหรอกนะ แต่เป็นรางวัลสำหรับความกล้าหาญ เพราะกว่าที่ฟันจะโยกจนรากถูกถอนออกมา ไม่ง่ายเลยสักนิด!

หลังนิทานแพร่หลายไปในประเทศอเมริกา เด็กร่างเล็กค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยภาพของเหล่านางฟ้าที่ดูจะให้ความเป็นเทพนิยายมากกว่า
ทั้งผู้คนเชื่อกันว่าทุกส่วนของร่างกายมนุษย์ล้วนมีพลังชีวิตสถิตอยู่ เส้นผม เล็บ ฟัน หยดเลือด ทั้งหมดต่างก็งอกออกมาจากร่างกายของเราเป็นดังร่องรอยชีวิต หากมีใครขโมยสิ่งเหล่านี้ไปได้ เขาก็จะควบคุมชะตาหรือร่างเจ้าของได้ คล้ายกับการทำตุ๊กตาสาปแช่ง ในฟากยุโรปเหนือและแถบสแกนดิเนเวียต่างเล่าขานกันถึง ‘Night Hag’ หรือ ‘แม่มดราตรี’ ที่คอยนั่งยองบนหน้าอกเด็กขณะหลับใหล เธอจะดูดกลืนพลังชีวิตผ่านลมหายใจและฟัน!
บันทึกในยุคกลางว่าแม่มดบางคนใช้ฟันน้ำนมเป็นส่วนผสมในยาอายุวัฒนะ ด้วยเชื่อว่าจะช่วยต่ออายุหรือทำให้ตัวเองดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง ทำให้พ่อแม่พยายามเก็บฟันน้ำนมซี่น้อยของลูกให้ปลอดภัย
อย่าง ‘Keepsake Box’ หรือกล่องแห่งความทรงจำ เป็นวิธียอดนิยมในการรักษาฟันน้ำนม กล่องเหล่านี้มีหลายรูปแบบ หลายขนาดให้เลือก กระทั่งกล่องแบ่งช่องเก็บฟันแต่ละซี่ก็มีวางขายอยู่ในเว็บไซต์ Amazon เป็นสัญลักษณ์ล้ำค่าที่มอบให้แก่การเติบโต ตั้งแต่ยังคลานเตาะแตะจนถึงวันเติบใหญ่

ในประเทศญี่ปุ่นจะโยนฟันล่างขึ้นไปบนหลังคา ฟันบนโยนลงพื้น ด้วยความเชื่อว่าฟันใหม่จะงอกขึ้นอย่างงดงาม และตรงแด่วเหมือนทิศทางที่โยนไป ในประเทศเกาหลีใต้จะโยนฟันที่หลุดออกทั้งหมดขึ้นบนหลังคา ก่อนหลับตาอธิษฐานถึงอีการ่างดำให้ฟันซี่ใหม่เติบโตและแข็งแรง เพราะอีกานั้นเป็นสัตว์ฉลาด แถมมันยังซื่อสัตย์มากเสียด้วย หากคำขอถูกได้ยินก็จะเป็นจริงแน่
ในประเทศไทยออกจะคล้ายกันอยู่ ไม่โยนขึ้นหลังคาก็ให้อยู่บนพื้นดิน หรือฝังฟันน้ำนมไว้ใต้ต้นไม้ ด้วยเชื่อว่าต้นไม้นั้นจะช่วยเลี้ยงฟันใหม่ เมื่อหมุนลูกโลกไปในฟากอาหรับเช่นตุรกี พวกเขาจะฝังฟันไว้หลายสถานที่ อยากให้ลูกเรียนเก่งจะฝังไว้ในโรงเรียน อยากให้ลูกเป็นคนอ่อนโยนจะฝังไว้ในสวนหลังบ้าน พวกเขามองว่าฟันคือเมล็ดพันธุ์ในวันหน้าของลูก

หลายเผ่าในแอฟริกากลางและตะวันตก พ่อแม่จะนำผ้าผืนเล็กห่อฟันน้ำนมลูก วางห่อนั้นกลางลานบ้านยามค่ำคืน จากนั้นพวกเขาจะเอาไปซ่อนไว้ที่อื่น เมื่อลูกน้อยตื่นนอนก็จะบอกว่าฟันของลูกกลายเป็นดวงดาวแล้ว เห็นไหม มันกำลังส่องประกายอยู่บนฟ้า
ครั้งยังเด็กเราฝันถึงนางฟ้าแสนน่ารักที่จะโอบอุ้มฟันของเราให้เติบโตอย่างดี แต่เมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้ว ความฝันเกี่ยวกับฟันกลับเป็นอีกความหมายหนึ่ง เด็กโยนฟันขึ้นฟ้าด้วยความเบิกบานเพราะเชื่อในนางฟ้า ผู้ใหญ่ฟันหลุดร่วงด้วยความเศร้าโศกเพราะเชื่อในลางบอกเหตุว่าการสูญเสียกำลังมาถึง
ฝันว่าฟันหลุดทั้งปากนั้นนับเป็นลางร้ายที่สุดในวัฒนธรรมไทยและจีน เชื่อกันว่าจะเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ของคนในครอบครัว ด้วยฟันเปรียบเป็นเครือญาติที่อยู่ใกล้เคียงกัน ฟันโยกเป็นสัญญาณเตือนก่อนเกิดเหตุร้ายว่าคนใกล้ชิดอาจล้มป่วยหรือโชคร้ายจะมาเยือน ฟันหักครึ่งหมายความว่าครอบครัวจะแตกแยก ฝันว่าถอนฟันด้วยตัวเองหมายความว่าผู้ฝันถึงคราวยุติบางสิ่งในชีวิต

หากมีคนกำลังคิดถึงหรือพูดทิ่มแทงลับหลัง เราจะฝันเห็นฟันของผู้อื่น หากกำลังเกิดสมาชิกใหม่ในบ้านจะฝันเห็นฟันงอกเพิ่ม
แม้ความเชื่อฟันน้ำนมในวัยเยาว์และฟันแท้ในวัยผู้ใหญ่จะต่างกันมากโข ทว่าก็ยังเป็นความหมายที่บอกเรากลายๆ ว่าชีวิตยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่หากเลือกได้ การกรำตัวเองเป็นเด็กน้อยฝันเฟื่องนั้นดูแช่มชื่นกว่า “เพราะทุกครั้งที่ยอมเสียฟันน้ำนมหนึ่งซี่ด้วยความเจ็บปวด หมายความว่าเรายอมเติบโตขึ้นอีกนิด และนี่คงเป็นเวทมนตร์ที่แท้จริงของวัยเยาว์”





