In Another Concert
‘EXO ยังเป็นที่หนึ่งเสมอ’ คือความคิดที่แวบเข้ามาในหัวฉันทุกครั้งหลังเดินออกจากฮอลล์คอนเสิร์ตของสมาชิกวง EXO แม้จะไม่เคยไปคอนเสิร์ตเต็มวง EXO ด้วยเพราะเป็นเด็กต่างจังหวัด และเมื่อย่างก้าวเข้ามาในเมืองหลวงได้สำเร็จ EXO ก็ไม่มาประเทศไทยครบวงกันเสียที ตรงกับคำพูดที่แอ๋วหรือเอลี่ (ชื่อแฟนคลับวง EXO) ชอบล้อกันว่าขอคอน 6 ไม่ใช่หกคอน
และปีนี้ก็เหมือนเช่นเดิมที่พระเจ้าดูท่าจะฟังเสียงของประชาชนชาวแอ๋วผิดเพี้ยนไป ถึงได้ส่งสมาชิกวง EXO เรียงแถวกันมาประเทศไทยอย่างต่อเนื่องทีละคน (แต่ไม่ส่งมาพร้อมกันสักที!) และเมื่อถึงเดือนตุลาคมที่หัวใจของพนักงานออฟฟิศอย่างฉันเริ่มห่อเหี่ยว พระเจ้าก็ได้รดน้ำใจดวงน้อยนี้ด้วยการพาโด คยองซูกลับมาจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้ง

ระยะเวลาหนึ่งปีกว่าหลังจากที่โด คยองซูได้แวะมาทักทายแฟนๆ ชาวไทยกับ 2024 DOH KYUNG SOO ASIA FAN CONCERT TOUR <Bloom> in BANGKOK ถึงจะทิ้งช่วงไปนานจนความคิดถึงแทบจะเอ่อล้นเต็มอก แต่ไม่นานเกินให้ความรักจางหาย วันที่ 11 ตุลาคม 2568 โด คยองซูก็ได้กลับมาประเทศไทยอีกครั้งกับ DOH KYUNG SOO ASIA CONCERT TOUR (DO it! in Bangkok)
โด คยองซู หรือดีโอ EXO เจ้าของรอยยิ้มรูปหัวใจมาพร้อมกับส่วนสูง 173 เซนติเมตร ทั้งที่ดูตัวจิ๋วเมื่อเทียบกับเพื่อนๆ ในวง แต่เสียงร้องของเขากลับยิ่งใหญ่ผิดกับขนาดตัวซะงั้น คอนเสิร์ตนี้ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าเสียงร้องของเขายิ่งใหญ่เพียงไหน เพราะแม้จะยืนอยู่คนเดียวกลางเวทีขนาดใหญ่ แต่ตัวเขากลับไม่ได้หดเล็กลงเลย เสียงร้องของเขาเติมเต็มดวงใจของทุกคนได้อย่างเต็มเปี่ยมจนฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าร่างกายที่สูง 173 เซนติเมตรนี้ห่อหุ้มความรักไว้มากมายเพียงใดกันนะ

In Another Home
ชุดสีขาว บัตรคอนเสิร์ต แท่งไฟที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน และทิชชู ใช่ ทิชชู อ่านไม่ผิดหรอก ฉันพกสิ่งเหล่านี้ใส่กระเป๋าก่อนออกเดินทางไปยังอิมแพคเมืองทองธานีในวันเสาร์ที่ฝนตกหนักตลอดทั้งบ่ายจนเผลอคิดว่าถ้าเป็นวันอื่นฉันคงอารมณ์เสียจนหน้าบูดไปแล้ว แต่ไม่ใช่กับวันนี้
เมื่อเดินเข้ามาในฮอลล์เสียงเพลงของคยองซูที่เปิดคลออยู่ช่วยย้ำเตือนว่าอีกไม่กี่อึดใจฉันจะได้พบกับเจ้าของเสียงร้องนี้ และไม่ช้าเกินรอไฟที่เคยสว่างจ้าก็มืดลงพร้อมกับแสงสว่างจากแท่งไฟในมือเข้ามาแทนที่ ฉันกวาดตามองดูผู้คนมากมายที่อยู่ ณ ที่แห่งเดียวกันนี้ ผู้คนที่ไม่คุ้นตา แต่กลับอุ่นใจที่ได้พบ รู้สึกเหมือนได้กลับบ้านเลย ฉันคิดแบบนั้น

เพลง Do You Remember ดังขึ้นอีกครั้งแต่ไม่ได้มาจากลำโพงตัวเดิม มันมาจากโด คยองซูที่ยืนอยู่บนเวทีตรงหน้าของฉันและวงดนตรีสดที่มาช่วยเติมให้การพบกันในครั้งนี้วิเศษขึ้นไปอีก ทั้งที่เพลงนี้และเพลงต่อๆ มาในช่วงแรกไม่ได้มีเนื้อหาชวนร้องไห้ แต่ตัวฉันก็ไม่สามารถห้ามน้ำตาที่กำลังให้ความร่วมมือกับแรงโน้มถ่วงอย่างดีในตอนนี้ให้ร่วงหล่นมา ทิชชูที่พกไว้ถูกหยิบมาใช้งานเป็นครั้งแรก มันไม่ได้มีไว้เพื่อซับเหงื่อจากความร้อน แต่มีไว้เพื่อซับน้ำตาที่ไหลลงมาแข่งกับฝนที่ตกเมื่อบ่ายต่างหาก และน้ำตานี้ก็หาใช่น้ำตาจากความเศร้าสร้อย หากแต่เป็นน้ำตาแห่งความสุขใจ การรอคอยที่จะได้พบกันอีกครั้งสิ้นสุดลงแล้ว
In Another Album
โด คยองซูคนนี้เป็นคนเดิมกับที่ฉันรักเมื่อปีที่แล้ว และยังเป็นคนเดียวกันกับที่ฉันรักเมื่อ 13 ปีที่แล้วด้วยเช่นกัน เด็กชายผู้นอบน้อมคนนั้นเติบโตมาเป็นชายหนุ่มที่ถ่อมตนอยู่เสมอ ที่แม้จะได้รับความรักมากมาย แต่ยังคงถามกับแฟนคลับว่า “ที่ประเทศไทยมีคนรักผมเยอะขนาดนี้เลยเหรอ” คำถามที่ตามมาด้วยเสียงของทุกคนในฮอลล์ที่ต่อให้จะจับใจความไม่ได้ แต่ฉันมั่นใจว่าตัวเองและทุกๆ คนพูดในสิ่งเดียวกัน นั่นคือการบอกว่าใช่สิ ใช่แล้ว ประเทศไทยมีคนรักโด คยองซูมากมายเพียงนี้เลย

หากจะถามหาว่าทำไมฉันถึงรักคยองซูไม่หยุดหย่อนเลยมาตลอด 13 ปี เหตุผลว่าเพราะเขาเป็นคนถ่อมตนคงจะไม่ใช่ทั้งหมด ฉันรักเขา เพราะโด คยองซูพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
ตลอดปี 2567 คยองซูพูดเสมอว่าอยากทำเพลงที่จังหวะสนุกขึ้น และได้ลุกขึ้นเต้นไปกับแฟนคลับ ปี 2568 นี้ คยองซูก็ได้ปล่อยอัลบั้ม BLISS อัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกของเขาที่มีจังหวะสนุกสนานชวนโยกต่างจากมินิอัลบั้มก่อนๆ อย่างที่พูดไว้ และสัญญาที่ว่าอยากลุกขึ้นเต้นกับแฟนคลับนั้นก็เป็นจริง เพราะเมื่อเพลง Sing Along ดังขึ้นคยองซูชวนให้แฟนคลับลุกขึ้นมาเต้นไปกับเขา ฉันที่ไม่ทันได้เตรียมใจ แต่เมื่อเห็นผู้คนรอบตัวค่อยๆ ยืนขึ้นแล้วฉันก็พร้อมโยนทุกอย่างลงพื้นและลุกขึ้นกระโดดตามจังหวะเพลง Sing Along ไปกับคยองซูและทุกคน

ช่วงแรกของคอนเสิร์ตปิดท้ายที่เพลง Sing Along เหมือนเป็นการบอกว่าเข้าใจชาวแอ๋วที่ไม่ได้พลังล้นเหลืออย่างวัยเยาว์แล้วให้ได้นั่งพักหายใจหลังจากโยกย้ายส่ายสะโพกกันไปอย่างเต็มที่ก่อนหน้านี้ ฉันค่อยๆ นั่งลงเช่นเดียวกับหลายๆ คน แต่ยังไม่ทันได้หายใจเต็มอิ่มคาราโอเกะรวมเพลงของ EXO ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ มีหรือที่เราชาวแอ๋วจะไม่ช่วยกันเปล่งเสียงออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำยิ่งกว่าอาขยานที่เคยท่องครั้นอยู่ประถม ไม่นานคยองซูก็กลับขึ้นมาบนเวทีและร้องเพลง Love Me Right ของ EXO ไปด้วยกัน ฉันได้กลับบ้านแล้วจริงๆ ทุกครั้งที่ได้ฟังเพลงของ EXO ฉันเหมือนได้กลับบ้าน

In Another Song
ผมรู้สึกขอบคุณทุกช่วงเวลา
หัวใจดวงนี้เอ่อล้น
ทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตา
ทุกเส้นทางที่เราเคยเดินเคียงกัน
โปรดจำไว้ หัวใจของผมมีไว้เพื่อคุณเพียงคนเดียว
ตราบใดที่ยังไปไม่ถึง ผมจะส่งมันไปเสมอ
แม้แต่ในชั่วชีวิตหน้า
(ขอบคุณคำแปลจาก D.O. Thailand Fanclub)

คือคำแปลเพลง In Another Life ที่คยองซูขับร้องออกมาหลังจากจบประโยคว่านี่เป็นเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกของเขาถึงแฟนคลับ ความหมายของเพลงเป็นการบอกว่าแม้แต่ในชาติภพหน้าเขาก็ยังรักและรู้สึกขอบคุณเหล่าแฟนคลับเสมอ เช่นเดียวกับคำบนสโลแกนที่พวกเราชูขึ้นให้เขาอ่านหลังจากบทเพลงเสียงหวานนั้นจบลง
In Another Life 다시 만나서 Bliss 속에서 함께하자
In Another Life ก็มามีความสุขแบบนี้กันเถอะ

เป็นครั้งที่สองที่ฉันควานหาทิชชูในกระเป๋าเพื่อซับน้ำตา ทั้งคำแปลจากเพลงที่ได้ฟัง และความหมายของคำบนสโลแกนที่ชูขึ้นนั้นเป็นดังคำสัญญาว่าในชาติหน้าหากโด คยองซูอยากเป็นนักร้อง ไม่สิ ไม่ว่าเขาจะเป็นอะไร หรืออยากทำอะไร ฉันก็จะเป็นแฟนคลับที่คอยอยู่เคียงข้างและสนับสนุนเขา เหมือนกับทิงเกอร์เบลที่อยู่เคียงข้างปีเตอร์แพนในดินแดนเนเวอร์แลนด์

และยังไม่ทันได้หายคิดถึงดีก็เดินทางมาถึงช่วงเวลาจากลาหลอกๆ คนตัวจิ๋วบนเวทีโบกมือร่ำลาแฟนคลับราวกับหมดเวลาลงแล้วจริงๆ ทั้งที่เรารู้กันดีว่ายังมีเวลาแสนพิเศษให้ได้อยู่ด้วยกันต่ออีกนิดในช่วงอังกอร์ หลังจากคยองซูลงเวทีไป เสียงตะโกนเรียกชื่อโด คยองซูดังอย่างต่อเนื่องต่อจากเสียงร้องเพลง Popcorn จากเหล่าแฟนคลับที่ถึงแม้เมื่อเจ้าของเพลงกลับขึ้นมาบนเวทีแล้วจะบ่นอุบพลางหยอกล้อว่าทำไมทุกคนถึงร้องแค่แฟนชานท์ล่ะ แต่สุดท้ายก็ต้องแพ้ให้แอ๋วไทยที่พร้อมใจกันเถียงกลับว่าฉันร้องทั้งเพลงและแฟนชานท์เลยต่างหาก (ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น)
In Another Project
“เพราะเสียงร้องของคยองซูและรอยยิ้มคู่นั้น ฉันเลยเติบโตและผ่านทุกช่วงวัยมาได้” หนึ่งในประโยคที่อยู่ในวิดีโอโปรเจกต์ที่แฟนๆ ชาวไทยตั้งใจทำให้คยองซู ประโยคที่มาพร้อมกับภาพวาดเด็กสาวคนเดิมในชุดนักเรียนวัยมัธยม ชุดครุยรับปริญญา และชุดทำงาน เหตุผลที่ทำให้ฉันต้องรีบหยิบทิชชูแผ่นใหม่เป็นครั้งที่สาม ทั้งที่แผ่นเก่ายังไม่ทันจะแห้งดี

ฉันและทุกๆ คนนั่งดูวิดีโอโปรเจกต์นี้ไปพร้อมกับคยองซูที่หันหลังให้แฟนคลับเป็นครั้งแรกหลังจากโชว์คอนเสิร์ตมาตลอดเกือบสองชั่วโมง คยองซูไม่ได้หันหลังเพื่อจะจากไป แต่เพื่อจะถ่ายรูปร่วมกับแฟนคลับทุกคนเป็นการบันทึกว่าครั้งหนึ่งเราเคยได้พบ มีความสุข และความทรงจำแสนพิเศษด้วยกันก่อนจะโดนเซอร์ไพร์สด้วยวิดีโอโปรเจกต์นี้และเสียงตะโกนจากแฟนคลับเมื่อวิดีโอจบลงว่า “우리는 영원해” (พวกเราจะอยู่ตลอดไป) พร้อมทั้งกล่องไฟ “도영원” (โดยองวอน) ที่มาจากคำว่าโด คยองซู และยองวอนที่แปลว่าตลอดไป เพื่อบอกว่าแฟนคลับจะอยู่กับคยองซูตลอดไป เป็นดังจดหมายตอบรับรักจากแฟนคลับถึงโด คยองซูว่าเราเองก็รับรู้ได้ถึงความรักที่เขามีให้กับเราเช่นกัน

คอนเสิร์ตเดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายจริงๆ หลังจากชวนให้แฟนคลับลุกขึ้นเต้นไปกับเพลง Sing Along ด้วยกันอีกครั้ง โด คยองซูก็โบกมือให้แฟนคลับทุกคน และเดินถอยหลังอย่างช้าๆ ก่อนจะโค้งขอบคุณแฟนคลับเช่นที่เขาทำเสมอมา ราวกับว่าไม่อยากจะลาไป เพราะแม้ในยามต้องจากจริงๆ เขาก็ยังไม่หันหลังให้พวกเรา คิดเช่นนั้นแล้วฉันก็อดยิ้มไม่ได้
แสงไฟสว่างขึ้นอีกครั้งพร้อมกับแท่งไฟที่เคยทำงานอย่างหนักกลับมาเป็นสีขาวตามเดิม ฉันจำใจต้องกดปิดมันลงและเก็บของก่อนจะหันไปโบกมือลาคนที่นั่งข้างๆ ที่ถึงจะคุยกันน้อยนิด แต่กลับรู้สึกเหมือนคุ้นเคยกันดีตลอดเวลาสองชั่วโมงในคอนเสิร์ต และเดินออกจากฮอลล์ไปพร้อมกับใจดวงน้อยที่ได้รับการรดน้ำพรวนดินอีกครั้ง
In Another Life
Where We Sing Along
เป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้วหลังจากคอนเสิร์ต DO it! in Bangkok จบลง ฉันกลับมาเป็นพนักงานออฟฟิศคนเดิมที่ยังคงชอบบ่นว่าปวดหลัง หากแต่ยิ้มง่ายขึ้นเมื่อคิดถึงคยองซู และคอนเสิร์ตที่จบไป และยิ่งยิ้มกว้างขึ้นเมื่อคิดได้ว่าชาติหน้าจะมีจริงไหมฉันเองก็ไม่รู้หรอก แต่ชาตินี้ฉันได้พบโด คยองซูแล้ว

ขอบคุณรูปจาก GMM Show และ Company Soosoo




