Coffee Room บาริสต้าฝีมือขั้นเทพ กับกาแฟดีที่ราคาน่ารักที่สุด

มนุษย์ดื่มกาแฟกันมาเป็นเวลาหลายร้อยปี 

เริ่มตั้งแต่ช่วงแรกๆ ในศตวรรษที่ 15 มาจนถึงวันที่กาแฟเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับมนุษย์เกือบทุกเจเนอเรชัน

ในอิตาลี กาแฟเอสเปรสโซแก้วเล็กเป็นเครื่องดื่มหลังอาหาร ส่วนการนั่งจิบกาแฟขณะมองดูผู้คนเดินผ่านไปมาด้านหน้าคาเฟ่ก็เป็นกิจวัตรประจำวันของผู้คนในปารีส 

สำหรับสหรัฐอเมริกา กาแฟใส่น้ำเชื่อมรสชาติต่างๆ เป็นความนิยมตามกระแสหลักมาหลายทศวรรษ

แล้วในเมืองไทย เราเริ่มดื่มกาแฟอย่างจริงจังกันตั้งแต่เมื่อไร?

วัฒนธรรมการดื่มกาแฟในไทย

ในช่วงศตวรรษที่ 20 ‘กาแฟ’ เป็นเครื่องดื่มสำหรับ ‘ผู้ใหญ่’ และโดยมากมักดื่มกาแฟในตอนเช้า จะได้ไม่ง่วง แต่ไม่ได้ดื่มเพื่อความสุนทรีย์แต่อย่างใด กาแฟที่วางขายจึงมักเป็นกาแฟสำเร็จรูปสำหรับชงร้อน ใส่เพียงน้ำร้อน น้ำตาล และ/หรือครีมเทียม เพื่อตัดความขมของกาแฟ

แต่หลังจากการมาถึงประเทศไทยของร้านกาแฟสตาร์บัคส์ (Starbucks) ในช่วงปีท้ายๆ ของศตวรรษที่ 20 คนไทยเราก็รับวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเข้ามาในชีวิตประจำวัน การดื่มกาแฟกลายเป็นช่วงเวลาดีๆ ของหลายคน กาแฟในแบบสตาร์บัคส์ถูกใจคนไทย ตั้งแต่รุ่นลูกจนถึงรุ่นคุณพ่อคุณแม่ และคุณตาคุณยาย

หลายคนไปนั่งเรียนพิเศษที่ร้านกาแฟ 

คุณแม่หลายท่านไปนั่งดื่มกาแฟและพูดคุยกัน หลังจากส่งลูกไปโรงเรียน

ช่วงเสาร์อาทิตย์กลุ่มเพื่อนก็มาจิบกาแฟสังสรรค์กัน

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ‘กาแฟ’ และ ‘ร้านกาแฟ’ ก็เริ่มเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยอย่างในปัจจุบันก็ว่าได้

Coffee Room ร้านกาแฟระดับรางวัลในย่านเยาวราช

‘กาแฟที่ดี’ เป็นอย่างไร?

หลายคนคงมีคำตอบในแบบฉบับของตัวเอง

สำหรับเราคือกาแฟที่มีกลิ่นหอมและรสชาติดี ไม่เข้ม หรืออ่อนจนเกินไป และเป็นกาแฟที่ดื่มได้ทุกช่วงเวลา 

แล้ววันก่อนเราก็ไปเจอกาแฟดีที่ร้าน Coffee Room ตรงชุมชนเลื่อนฤทธิ์ ย่านเยาวราช ซึ่งเป็นอาคารสร้างใหม่ในบรรยากาศย้อนยุค แล้วร้าน Coffee Room ก็อยู่ติดกับถนนใหญ่ ตรงป้ายรถประจำทางด้านหน้าชุมชนเลื่อนฤทธิ์พอดี

ร้านกาแฟ Coffee Room ดำเนินงานโดยคุณมณฑล ศรีเพชร บาริสต้าระดับรางวัล ฝีมืออันดับต้นๆ ของไทย 

พอเดินเข้าไปในร้าน จะได้กลิ่นหอมของกาแฟที่เพิ่งคั่วเสร็จใหม่เป็นระยะๆ 

กาแฟของที่ร้าน Coffee Room มีให้เลือกหลายแบบคล้ายร้านกาแฟส่วนใหญ่ ทั้งแบบร้อนและเย็น แบบที่ทางร้านเสิร์ฟเป็นแก้ว หรือแบบ Slow Bar ที่ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่ง 

สิ่งที่เราถูกใจมาก คือการเลือกสรรเมล็ดกาแฟซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกาแฟที่ดี เพราะกาแฟแต่ละแก้วจะอร่อยหรือไม่ เมล็ดกาแฟเป็นส่วนสำคัญมาก

เราเลยลองสั่งกาแฟดริปของที่ร้านที่มี 6 ชนิดให้เลือก ชนิดแรกๆ ใช้เมล็ดกาแฟชั้นดีมีคุณภาพ อีกสองชนิดใช้กาแฟไทยเป็นหลัก

เราเลือกชนิดที่ 5 ที่หลักๆ ใช้กาแฟจากแหล่งปลูกห้วยน้ำกืนในจังหวัดเชียงรายที่มีรสชาติกำลังดี มีบอดี้นิดๆ แล้วยังหอมอ่อนๆ คล้ายผลส้มโอผสมผลเบอร์รี 

นอกจากรสชาติดีแล้ว ยังราคาเพียงแก้วละ 100 บาท 

หากเทียบกับกาแฟในร้านใหญ่ๆ แล้ว เราให้คะแนนกาแฟของ Coffee Room เต็มสิบ ทั้งในด้านรสชาติและราคาเลย

กาแฟที่ปลูกในไทย

เมล็ดกาแฟที่ดีเป็นผลผลิตของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ในแต่ละแหล่ง ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะแตกต่างกัน กาแฟที่ปลูกที่แต่ละภูมิภาคจึงมีรสชาติไม่เหมือนกันเลย 

ในอดีต ถ้าพูดถึง ‘กาแฟไทย’ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงกาแฟคุณภาพกลางๆ มีรสชาติเปรี้ยวนิดๆ ตามแบบของกาแฟ แต่กลิ่นไม่หอมนัก กาแฟไทยในสมัยก่อนจึงนิยมการคั่วเข้ม เพื่อกลบความเปรี้ยวและเพิ่มความหอมให้กับกาแฟ

แต่ปัจจุบัน กาแฟไทยพัฒนาไปในระดับโลก ด้วยความที่เมืองไทยมีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ดินอุดมด้วยแร่ธาตุ น้ำใส อากาศสะอาด ทำให้คุณภาพของกาแฟที่ปลูกในไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือ มีรสชาติและกลิ่นหอมโดดเด่น จนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ 

ล่าสุดกาแฟจาก 3 แหล่งปลูกในจังหวัดเชียงรายได้กวาดรางวัลจากเวทีประกวดสุดยอดกาแฟของไทยประจำปี 2568 ไปเรียบร้อยแล้ว

สูตรกาแฟดริปเย็น ฉบับคนชอบดื่มกาแฟ แต่ไม่ชอบชงกาแฟ

ด้วยความประทับใจในกาแฟของ Coffee Room เราเลยซื้อเมล็ดกาแฟห้วยน้ำกืนแบบคั่วกลางของทางร้านมาลองชงเอง (กาแฟจากบางแหล่งปลูกเป็น Limited เท่านั้นนะ) 

สำหรับคนที่อยากลองชิมกาแฟสายพันธุ์อื่นๆ ก็สามารถเลือกชนิดของเมล็ดกาแฟเองได้ ราคาเริ่มต้นที่ 80 บาทต่อ 100 กรัม แล้วยังสามารถเบลนด์กับกาแฟจากแหล่งที่มาต่างๆ ได้ด้วย โดยทางร้านจะคั่วให้ในราคาน่ารัก เริ่มที่ 200 บาทต่อเมล็ดกาแฟ 500 กรัม (ประมาณ 2 ถุงกลาง) เพราะถ้าคั่วในปริมาณน้อยกว่านั้น เมล็ดกาแฟอาจไหม้เกินไปได้ 

แล้วนำมาชงแบบไหนถึงจะเหมาะกับคนชอบดื่มกาแฟ แต่ไม่ชอบชงกาแฟอย่างเราล่ะ?

ถ้าให้สะดวกและชงง่ายที่สุด คงเป็นการชงแบบดริป เพราะมีขั้นตอนไม่ซับซ้อน แค่บด ชง และดื่มเท่านั้น  

แล้วเวลาที่กาแฟดริปค่อยๆ หยดลงไปในแก้วอย่างช้าๆ อุณหภูมิของกาแฟจะค่อยๆ ลดลง เราจึงมองว่ากาแฟดริปเหมาะสำหรับการชงเย็นที่บ้านเป็นอย่างมาก

วิธีชงกาแฟดริปแบบเย็น ก็เพียงแค่บดเมล็ดกาแฟให้มีความละเอียดกลางๆ ยังดูเป็นเกล็ดเล็กๆ แต่ไม่ละเอียดจนเป็นผง ด้วยความที่เมล็ดกาแฟไม่ได้มีความแข็งนัก จึงใช้เวลาบดด้วยเครื่องบดแบบมือหมุนเพียงแค่ 30 วินาที จนถึง 1 นาทีเท่านั้น

พอกาแฟละเอียดแล้ว ก็ตักกาแฟประมาณ 2 ช้อนชาใส่ลงในแก้วที่รองด้วยฟิลเตอร์กระดาษ แล้วค่อยๆ เทน้ำร้อนลงไปที่จุดๆ เดียว จนกาแฟเป็นฟอง รอให้น้ำค่อยๆ หยดลงไปในแก้วช้าๆ 

พอได้กาแฟดริปแล้วก็เทใส่ลงในแก้วน้ำ น้ำแข็งอีก 5 ก้อน ถ้าใส่น้ำแข็งเยอะ กาแฟจะมีรสจืด ส่วนใครที่ชอบกาแฟลาเต้ จะเทนมสดเพิ่มลงไปประมาณครึ่งแก้วก็ได้

เท่านี้ก็ได้กาแฟดริปเย็นแบบโฮมเมดจากเมล็ดกาแฟไทยแล้ว

AUTHOR

ILLUSTRATOR

CHRISMASTREEEE

ฟิล์มค่ะ หรือ Chrismastreeee เป็นนักวาดภาพประกอบที่เชื่อว่าภาพจะเป็นสื่อกลางที่ทำให้คนเข้าใจถึงcontent ที่เราอยากจะสื่อสารได้ง่ายมากขึ้น และภาพวาดยังเป็นอีกหนึ่งความสุขเล็กๆในชีวิตของเรา